เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 ก.ค. 58


      ในที่สุดก็มาถึง นาตาชานึกอย่างโล่งอก หลังจากแกร่วอยู่บนเครื่องบินที่เกิดขัดข้องกะทันหันจนต้องแก้ไขด่วนอยู่นานเกือบสองชั่วโมงทำให้การเดินทางจากสิงคโปร์กลับไทยล่าช้ากว่ากำหนด   

ตอนนี้รถยนต์สีบรอนซ์เงินกำลังพาเธอกับใบบัวแล่นผ่านซุ้มทางเข้าขนาดใหญ่ มีป้ายด้านบนเขียนกำกับไว้ว่า นวาระ ตรงเข้าสู่อาณาบริเวณกว้างใหญ่ ส่วนหน้าเป็นสนามเรียบโล่งทอดชันขึ้นสู่เนินเตี้ยที่มีบ้านสไตล์ล้านนาหลังใหญ่ตั้งอยู่

“จอดตรงนี้ค่ะ”

คนขับหยุดรถตามคำบอก นาตาชาจ่ายเงิน เปิดประตูลงพร้อมกับใบบัวที่ลงจากอีกฝั่ง สารถีกุลีกุจอช่วยขนกระเป๋าเดินทางขนาดกลางจากท้ายรถให้

      “ขอบใจจ้ะ” นาตาชากล่าว รับกระเป๋าไว้ น้ำหนักของมันไม่มากนักเพราะการเดินทางไปสิงคโปร์เป็นทริปสั้น ๆ ข้าวของที่เตรียมไปมีแค่พอใช้

      รถคันนั้นแล่นกลับออกไปพร้อมกับคนขับที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มเพราะได้ทิปเพิ่มเติม

      “คุณป้าต้องแปลกใจแน่ ๆ ที่เห็นฉัน” ใบบัวอวดถึงความสำคัญของตัวเอง

      นาตาชาหันมามองคนพูด ฝ่ายนั้นกำลังแหงนมองซุ้มประตูไม้หลังคามุงกระเบื้องสีน้ำตาลเข้มแบบล้านนาที่เสาซุ้มทั้งสองข้างถูกเกี่ยวพันด้วยไม้เลื้อยจนแทบมองไม่เห็นเนื้อไม้อย่างชอบอกชอบใจ

      “หลงตัวเองมากไปละมั้ง” ลากเสียงยาวล้อเลียน

      “ไม่เชื่อแกคอยดู”

      ใบบัวหันมายักคิ้วทำท่ามั่นอกมั่นใจ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงจะเป็นไปอย่างเจ้าตัวโว

เพื่อนสนิทของเธอเข้านอกออกในบ้านนี้นับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เล็กจนโตกระทั่งใครหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าท่านชายดำเกิงมีลูกสองคน หลังจากเรียนจบและเริ่มทำงานเต็มตัวกับบริษัทของครอบครัวนี่เองที่ใบบัวไม่ค่อยได้แวะเวียนมา

      “เข้าบ้านเถอะ” นาตาชาชักชวน หิ้วกระเป๋านำเพื่อน

      จากซุ้มประตูที่ไม่มีบานเปิดปิด ทั้งคู่เดินเอื่อย ๆ มาตามทางปูด้วยไม้ระแนง สองฟากขนาบด้วยบ่อน้ำ กอเฟิร์นและต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีเมื่ออยู่ใกล้น้ำชูต้นไสว บ้านทั้งบ้านเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำที่ไหลรินลงจากโอ่งน้ำริน

      “ร่มรื่นขึ้นเยอะเลย แต่เงี้ยบเงียบนะแก เขาไปไหนกันหมด” ใบบัวกระซิบกระซาบเหมือนกลัวว่าการส่งเสียงดังจะทำลายความสุขสงบของธรรมชาติรอบตัว

      เจ้าของบ้านมองไปรอบ ๆ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนหอของท่านพ่อและแม่ เดิมเป็นบ้านพักอาศัยเพียงอย่างเดียว ภายหลังท่านพ่อเห็นแม่ชอบผ้าไหมมากจึงเปิดร้านค้าผ้าไหมเล็ก ๆ ขึ้นตั้งชื่อว่านวาระซึ่งแปลว่ากุหลาบอันมีความหมายเดียวกับโรสชื่อของแม่

นวาระทำธุรกิจซื้อขายผ้าไหมเป็นหลักโดยรับซื้อจากชาวบ้านที่นำมาเสนอ สองปีหลังมานี่เองที่ชาวบ้านบางส่วนขอผูกขาดส่งกับนวาระที่เดียวเพราะนิยมชมชอบในความตรงไปตรงมาไม่กดราคาเหมือนหลาย ๆ แห่ง ในอาณาเขตของนวาระจึงมีพื้นที่สำหรับทอผ้ารวมอยู่และอีกบางส่วนถูกขยับขยายทำเป็นส่วนต้อนรับลูกค้า

เนื่องจากไม่ใช่โรงงานใหญ่โตอย่างบางที่ทำให้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน พนักงานส่วนใหญ่รวมตัวอยู่ตรงเรือนทอผ้าทางด้านหลัง แม้แต่แม่ยังชอบขลุกอยู่ที่นั่นหรือไม่อีกทีก็เป็นเรือนโชว์ผ้าไหมซึ่งอยู่ติดกัน

“ที่นี่เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ค่อยมีใครเดินไปเดินมา ลูกค้าส่วนมากได้รับการแนะนำจากลูกค้าเก่า ๆ ทางเราจะรอต้อนรับ ไม่ค่อยมีลูกค้าขาจรนักหรอก”

“งั้นก็เหมือนเดิมเลยสิ” ใบบัวออกความเห็น “คิดว่าช่วงที่ผ่านมาจะทำให้ที่นี่เปลี่ยนไปซะอีก”

“อย่างโรงงานของบ้านแกน่ะหรือ”

“ใช่เลย!” ใบบัวตอบ สีหน้าเบื่อหน่าย

ถ้าเป็นคนอื่น นาตาชาคิดว่าคงพอใจกับกิจการครอบครัวที่นับวันจะขยายตัวจนถึงระดับประเทศ ทว่าใบบัวกลับไม่ใช่ ธุรกิจผลิตอาหารกระป๋องที่แต่เดิมเป็นกิจการเล็ก ๆ มีโรงงานขนาดย่อมค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นทีละนิด สินค้าติดตลาดจนครองส่วนแบ่งติดอันดับหนึ่งในสามของตลาดอาหารกระป๋องปัจจุบัน ความรุ่งเรืองนี้ตามมาด้วยความเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัว ใบบัวเคยบ่นให้เธอฟังว่าตั้งแต่โรงงานใหญ่ขึ้นไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา การตั้งโรงงานใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการดึงเอาเวลาของแต่ละคนไปจนหมด ยังดีที่ใบบัวตัดสินใจเป็นเลขานุการส่วนตัวของบิดา ไม่เช่นนั้นสัปดาห์หนึ่ง ๆ แทบจะไม่ได้พบหน้าท่าน

“คุณไนล์!

เสียงแหลมดังขึ้นแทบทันทีที่นาตาชากับใบบัวขึ้นมาถึงนอกชานกว้างของส่วนที่พักอาศัยและเปิดประตูกระจกเข้ามายืนเด่นอยู่กลางห้องรับแขกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หุ้มผ้าไหมทั้งห้อง

เจ้าของสุ้มเสียงตื่นเต้นทำตาโตเท่าไข่ห่าน มือถือไม้ขนไก่ค้าง

“ทำไมถึงมาเงียบ ๆ ไม่บอกให้ใครไปรับล่ะเจ้า สวัสดีเจ้าคุณบัว หูยงามขึ้นเป็นกอง หนูแทบจำบ่ได้”

เสียงเจื้อยแจ้วสำเนียงสาวชาวเหนือดังต่อกันเป็นชุด นาตาชากับใบบัวอมยิ้มใส่กันเอ็นดูเด็กสาวผมสั้นหน้าม้า ผิวขาวรูปร่างอ้วนเตี้ยตรงหน้า แป้งกำพร้าพ่อแม่ทำให้ต้องมาอาศัยอยู่กับป้าแม่บ้านที่นี่แต่เล็ก เจ้าตัวคุ้นเคยกับทุกคนที่เข้านอกออกในนวาระเป็นอย่างดี พอเห็นใบบัวที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยือนนานแล้วจึงแสดงอาการตื่นเต้นออกนอกหน้า

“แป้งจ๊ะ ค่อย ๆ พูด พวกฉันฟังไม่ทัน”

“ขอโทษเจ้า” แป้งหัวเราะแห้ง

“คุณแม่ล่ะจ๊ะ” นาตาชาถามพลางมองหา

“หม่อมอยู่เรือนทอเจ้า” รายงานคล่องแคล่ว ช่วยนำกระเป๋าสองใบวางพักไว้มุมหนึ่งก่อนนำไปเก็บ

ใบบัวคงรอจังหวะอยู่นานแล้ว พอแป้งพูดจบจึงเอ่ยขึ้น

“เดี๋ยวนะ นี่แป้งเหรอ”

“ใช่เจ้า แป้งเอง”

ใบบัวมองเด็กสาววัยสิบหกขึ้นลงพร้อมกับเม้มปากกลั้นหัวเราะแต่ก็หลุดขำออกมาในที่สุด ทำเอาแป้งหน้าเหวอ

“คุณบัว...หัวเราะหนูทำไมเจ้า”

“โทษที ๆ” ตอบกลั้วหัวเราะ “ฉันไม่คิดนี่นาว่าผ่านมาไม่ถึงปี กลับมาอีกครั้งจะเห็นแป้ง โต ขึ้นกว่าเดิมมากขนาดนี้”

คราวนี้นาตาชาหัวเราะบ้างเมื่อเข้าใจความหมาย

แม้แป้งจะเป็นเด็กรูปร่างเตี้ยอวบ เมื่อก่อนก็ยังเรียกได้ว่าท้วม มาวันนี้คนเกือบอ้วนในอดีตหุ่นขยายกว่าเก่าหลายเท่า เป็นการขยายออกข้างเสียด้วย ที่เธอเคยได้ยินพนักงานบางคนของนวาระเรียกแป้งว่าแม่กระปุกตั้งฉ่ายนั้นไม่ผิดเลย ดูปุ๊กลุกไปหมดทีเดียว

“หืม คุณบัวคุณไนล์นี่ละ สักวันหนูจะผอมอวดคุณ ๆ ให้ได้ คอยดูเต๊อะ” แป้งทำหน้ามุ่ย

“จ้า ฉันจะรออย่างใจจดใจจ่อเลย” ใบบัวยื่นหน้าเข้าไปจนใกล้เด็กสาว

“เลิกแกล้งแป้งได้แล้ว” นาตาชาดึงตัวใบบัวออกห่างจากแป้งก่อนสั่งเด็กสาว “ฝากเอากระเป๋าเก็บที่ห้องฉันด้วยนะจ๊ะ”

“เจ้า คุณไนล์”

 

“ไนล์”

หม่อมโรสอ้าแขนกว้างรับร่างบุตรสาวคนเดียวไว้ในอ้อมกอด สีหน้ายิ้มแย้มปลื้มเปรมราวกับจากกันนานทั้ง ๆ ความจริงแล้วนาตาชาไปสิงคโปร์ไม่กี่วัน

“สวัสดีค่ะคุณป้า” ใบบัวไหว้มารดาเพื่อน

“ใบบัว หนูก็มาด้วย ป้าคิดว่าจะลืมที่นี่เสียแล้ว”

“คุณป้า จะเป็นยังงั้นได้อย่างไรล่ะคะ” ใบบัวทำเสียงอ้อน ถลาเข้าซบอกหม่อมโรสอีกคน “คุณป้าตัวหอมและสวยเหมือนเดิมเลยค่ะ”

หม่อมโรสหัวเราะร่วน

“หนูบัวยังปากหวานเหมือนเดิมไม่ผิด”

“ใช่ค่ะแม่ ยายบัวพูดมาก อย่าหลงคารมนะคะ” นาตาชาฟ้องหลังจากหอมแก้มมารดาดังฟอด

“อิจฉาฉันล่ะสิ”

“เปล่า...”

“ผีเสื้อและนกคงบินหนีไปหมดถ้าลูกเถียงกันไม่เลิก” หม่อมโรสเอ่ยขัด ห้ามทัพ “ไปนั่งคุยกันดีไหม แม่อยากรู้ว่าไปยังไงมายังไงถึงกลับมาโดยไม่ให้ใครไปรับ”

ทั้งสามเปลี่ยนสถานที่จากเรือนทอกลับมาที่ห้องรับแขก เพดานทรงสามเหลี่ยมสูงให้ความรู้สึกโปร่งสบาย บนเก้าอี้ทุกตัวเต็มไปด้วยหมอนหุ้มปลอกผ้าไหมสีสวย บนผนังห้องนอกจากแขวนผ้าโบราณใส่กรอบอย่างดีมีภาพถ่ายเดี่ยวของหม่อมโรสแขวนโดดเด่นสองภาพ

ภาพหนึ่งสมัยยังสาว อายุราวยี่สิบปี สวมชุดยาวกรุยกรายเต็มยศ หม่อมโรสมองรูปนี้ครั้งใดเป็นได้เล่าถึงความหลังครั้งยังพำนักอยู่เลนีเซียบ้านเกิดเมืองนอนให้นาตาชาฟังทุกครั้งไป

ภาพถัดมาเพิ่งถ่ายไม่นานนี้ นาตาชามองตามสายตาชื่นชมของเพื่อนแล้วยืดอกภูมิใจในความสวยของมารดา

หม่อมโรสในวัยหกสิบปี รูปร่างผอมเพรียว ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีกระประปรายตามธรรมชาติของชาวตะวันตก ผมตัดสั้นสีบลอนด์อ่อนล้อมวงหน้าสวยสมวัยของท่านอย่างเหมาะเจาะ ในภาพท่านสวมชุดผ้าไหมตัดเย็บเข้ารูป แปลกที่หน้าตาอย่างชาวตะวันตกกลับเข้ากับชุดไทยได้อย่างกลมกลืน

นาตาชานึกถึงที่บิดาเคยเล่าว่าแม่เพิ่งพูดไทยชัดเมื่อเธออายุเข้าห้าขวบ แม่ชอบประเทศไทย คนไทย อาหารไทย ความชอบเหล่านี้กระมังที่ทำให้ยิ่งท่านอยู่นานเท่าไหร่ยิ่งกลมกลืนมากเท่านั้น ดูอย่างสำเนียงการพูดเป็นตัวอย่าง คนไทยบางคนยังพูดชัดไม่เท่าด้วยซ้ำไป

“มายไอดอล!” ใบบัวพูดทะเล้นหลังจากชื่นชมภาพของหม่อมโรสอยู่นานสองนาน “ตอนหนูอายุหกสิบจะคงความสวยไว้อย่างคุณป้าให้ได้เลยค่ะ”

หม่อมโรสหัวเราะขำ วกถามถึงสิ่งที่สงสัย “เล่าสิจ๊ะว่าทำไมจึงกลับมาพร้อมกัน”

“บัวเกงานค่ะแม่ กลับจากสิงคโปร์ปุ๊บก็หอบผ้าหอบผ่อนตามหนูมาถึงนี่”

“สิงคโปร์”

หม่อมโรสรำพึงเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างได้

“ทำไมหรือคะแม่”

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”

ปากปฏิเสธ แต่ท่าทางกลับตรงข้ามจนนาตาชาจับสังเกตได้

“บอกหนูมาเถอะค่ะว่ามีเรื่องอะไร”

หม่อมโรสมองหน้าบุตรสาว ท่าทางชั่งใจ

“ไปคราวนี้ลูกพบองค์ชายอีธานไหม”

ความชุ่มชื่นในหัวใจนาตาชาเหือดหายไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ได้ยินชื่อเจ้าชายรัชทายาทแห่งเลนีเซีย ใบหน้าหญิงสาวบึ้งตึงแทบจะทันที

“นี่แม่ทราบหรือคะว่าพระองค์จะเสด็จที่นั่น”

ถ้าทราบ ท่านน่าจะบอกสักหน่อย หากรู้ล่วงหน้าเธอไม่มีทางเหยียบแผ่นดินเดียวกับเจ้าชายบ้านั่นเป็นอันขาด

“ไม่นะลูก แม่เห็นจากในข่าว” หม่อมโรสรีบแก้ความเข้าใจผิด

“อ๋อ อย่างนี้เอง” ใบบัวร้อง “ที่จริงจะว่าไม่ได้พบองค์ชายซะเลยก็ไม่เชิงนะคะ พวกเราไปงานโปโลการกุศลที่พระองค์ลงแข่งพอดีเลยค่ะคุณป้า”

นาตาชาค้อนควักใส่เพื่อน ไม่รู้ใบบัวจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม

“หลังจากนั้นล่ะจ๊ะ” ความสนใจของหม่อมโรสหันเหมาที่ใบบัวซึ่งน่าจะตอบได้มากกว่าแทน

“จากนั้นเราก็เตร็ดเตร่ตามเรื่องและกลับไทยค่ะแม่” นาตาชาชิงตอบ จงใจข้ามรายละเอียดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเสีย เธอไม่อยากพูดถึงเขา ไม่อยากนึกถึงด้วยซ้ำไป

“หนูคงไม่ได้พักโรงแรมเดียวกับพระองค์”

“ไม่ค่ะ”

นาตาชาไม่รู้ว่าเจ้าชายอีธานพักโรงแรมไหน แต่คงไม่ใช่ที่เดียวกับพวกเธออย่างแน่นอน หาไม่ทั้งโรงแรมน่าจะเต็มไปด้วยองครักษ์และบอดี้การ์ดของทั้งห้าคนเป็นที่วุ่นวายกันทั่ว

“แม่ถามอย่างนี้คงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ ใช่ไหมคะ” เธอพยายามหาความจริงต่อไป ถ้าไม่ปิดหูปิดตาเกินไปนัก ใคร ๆ ก็รู้ว่ากลุ่มของเจ้าชายอีธานชอบก่อเรื่อง ซึ่งถ้าเป็นจริงคงเกิดขึ้นอีกแล้วที่สิงคโปร์นั่นล่ะ

หากหม่อมโรสกลับบอกปัดเสียงเรียบเรื่อย

“แค่ข่าว ลูก ๆ ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ไว้ท่านพ่อกลับมาค่อยทานข้าวพร้อมกัน”

 

นาตาชาเงียบตลอดทางระหว่างกลับมายังห้องส่วนตัวพร้อมใบบัว สังเกตจากสีหน้ามารดาก็พอรู้ว่าต้องมีเรื่องเกี่ยวกับเจ้าชายอีธานเกิดขึ้น ทว่าท่านกลับไม่ยอมบอกทั้งยังตัดบทดื้อ ๆ

“ไหมล่ะ ใบบัวว่าแล้ว”

เสียงดีดนิ้วกับสุ้มเสียงสะใจของใบบัวเรียกความสนใจนาตาชาให้หลุดจากภวังค์ เพื่อนของเธอกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนกว้างอย่างคุ้นเคยกับสถานที่ ตรงหน้าวางโน้ตบุ๊กสีดำเปิดพร้อมใช้งาน ไม่น่าเชื่อว่าเธอมัวเหม่อนานจนไม่สังเกตเห็นใบบัวหยิบเครื่องแลปท็อปคู่กายวางและเปิดตั้งแต่เมื่อไหร่

“อะไรเหรอ บัว”

“ไนล์ แกมาดูนี่” ใบบัวลงทุนลุกมาลากแขนเธอให้นั่งปุบลงหน้าจอ และพอเห็นภาพเท่านั้น...

“ว้าย!

นาตาชายกมือปิดหน้าหลับตาปี๋ เธอคงจะเป็นตากุ้งยิงแน่ถ้ายังจ้องมองอยู่ ใครจะคิดว่าสิ่งที่มารดาปิดบังไว้คือภาพนี้ หน้าจอคอมพ์ขนาดสิบเจ็ดนิ้วของใบบัวยิ่งทำให้ภาพคมชัดนั้นขยายใหญ่เตะตากว่าจอปกติ แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีเธอก็เห็นชัดถึงร่างเปลือยเปล่าของเจ้าชายอีธานที่นั่งเหยียดขาบนพื้น คอห้อยตกหมดสภาพ และ...ตรงนั้น กำลังถูกมือใหญ่ ๆ ของใครบางคนจับเล่นอย่างเมามัน

“องค์ชายของแกหุ่นดีเป็นบ้า” ใบบัวส่งเสียงซี้ดซ้าด

“ปิดเครื่องเดี๋ยวนี้นะ” สั่งเพื่อนเสียงสั่น

“อะไรจ๊ะ แค่นี้ทำเขิน สาวยุคดิจิตัลอย่างเราเห็นภาพโป๊เปลือยบนอินเทอร์เน็ตจนชินแล้วมั้ง”

ก็จริงอย่างใบบัวว่า ยุคสมัยของโลกไร้พรมแดน ข่าวสารต่าง ๆ ส่งถึงกันได้ง่าย ภาพส่อไปทางลามกอนาจารถูกแชร์ว่อน แถมคลิกเมาส์อยู่ดี ๆ ยังมีลิงก์ประหลาดเด้งมาให้กดเข้าเว็บโป๊ซะอีก

แต่มันไม่เหมือนกัน นาตาชายังคงหลับตาแน่นเหมือนจะช่วยให้ลบภาพบนจอออกจากสมองได้ ภาพอื่นก็ส่วนภาพอื่น ไม่เหมือน...เจ้าชายอีธานเปลือย!

ในช่องท้องหญิงสาวปั่นป่วนเหมือนมีพายุลูกย่อม ๆ หมุนอยู่และใจยังเต้นหวิว ๆ อีกด้วยเมื่อนึกถึงมัน

“เปิดตาได้แล้วแก ฉันอ่านจบละ เดี๋ยวสรุปให้ฟัง”

“ปิดแล้วแน่นะ”

“ย่ะ! คุณหญิง”

นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ขยับกางออกเป็นช่องว่างพอให้ดวงตาหรี่มองผ่านออกมาเห็นใบบัวพับปิดแลปท็อปแล้วจริง ๆ นั่นล่ะนาตาชาจึงค่อยลดมือลงพร้อมกับถอนใจ

“บ้าที่สุด น่าเกลียดมาก ทำตัวแบบนี้น่าจะถูกถอดออกจากฐานันดรศักดิ์ อยู่ต่อไปมีแต่ทำเสื่อมเสียราชวงศ์”

“ไนล์ ๆ ๆ” ใบบัวกระโดดตะครุบปิดปากนาตาชาแทบไม่ทัน “แกบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลยนะ พอได้แล้ว”

“อ่อยอั๊นอ๊ะ” นาตาชาร้องอู้อี้ ตีมือเพื่อน ตัวพอ ๆ กันแค่นี้ไม่รู้ใบบัวเอาเรี่ยวแรงจากไหนมากมาย แกะเท่าไหร่ไม่ยอมออก

“ฉันปล่อยถ้าแกสัญญาว่าจะหยุดบ่น ว่ายังไง”

“อ้ออ้าย”

ใบบัวหัวเราะลั่น เสียงสะใจมากที่ได้แกล้งเธอ นาตาชาฟาดไหล่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้ไปทีหนึ่ง

“ข่าวว่ายังไงเล่ามาสิ”

“นั่นแน่ ที่แท้ก็อยากรู้เรื่ององค์ชาย”

ใบบัวใช้นิ้วชี้สะกิดแขนเธออย่างล้อเลียน นาตาชากลั้นยิ้มขำ ปัดมืออีกฝ่ายออก

“ไม่เล่าอย่าเล่า”

“โอ๋ ๆ ๆ เล่าก็ได้” ยอมหยุดแกล้ง เก๊กท่าทางขึงขัง “ด้วยความสามารถในการประมวลข่าวของฉันได้ความว่า แก๊งค์องค์ชายจัดงานปาร์ตี้ขึ้นที่โรงแรมเฟอร์ลองของคุณเลวินและท่าทางจะจัดหนักจัดเต็มมากไปหน่อยถึงได้เมาหมดสภาพถูกแอบถ่ายภาพโป๊ล่อนจ้อนกันทุกคน”

“ถึงกับไม่รู้ตัวขนาดนี้คงเรียกว่าหนักไปหน่อยไม่ได้หรอก” นาตาชาเบ้หน้า ว่าเสียงขึ้นจมูก

“ฉันก็ว่า เอ บางทีอาจจะไม่ได้เมาแต่หมดแรงข้าวต้มก็ได้นะแก” หัวเราะคิกคัก “ข่าวเขาว่าในงาน นอกจากก๊วนเจ้าชายก็มีแต่สาว ๆ สวย ๆ ทั้งน้าน”

“บัว พอเถอะ ฉันขี้เกียจฟัง”

“หึง?

นาตาชาผลักหน้าเพื่อนที่ชะโงกมาจากด้านหลังออก ใบหน้าร้อนเห่อด้วยความรู้สึก...

โกรธ

ใช่ เธอโกรธและรำคาญทุกครั้งที่ได้ยินชื่อหรือเรื่องราวของเจ้าชายอีธาน ไม่ใช่ความรู้สึกแบบที่ใบบัวพูดถึงอย่างแน่นอน

“ฉันจะหึงคนแบบนั้นทำไม”

“เพราะแกเป็นคู่หมั้นขององค์ชายไงล่ะ”

“คู่หมาย ไม่ใช่คู่หมั้น” นาตาชากล่าวแก้เสียงห้วน “และมันก็จบไปหมดแล้วทุกฐานะ ฉันกับเขาไม่เกี่ยวข้องกัน แกอย่ามาพูดส่งเดช”

“ซีเรียสเหรอ” ใบบัวเสียงอ่อย

เห็นตาละห้อยง้องอนของเพื่อนนาตาชาเกือบหลุดขำ ใบบัวคงคิดว่าถูกโกรธอยู่

“ใช่ แกพูดเหมือนไม่รู้ใจกัน ทำไมต้องลากฉันไปเกี่ยวข้องกับองค์ชายเอาแต่ใจนั่นด้วย”

“ไนล์...แกจริงจังมากนะเนี่ย ฉันแค่พูดขำ ๆ เอง”

“ไม่รู้ล่ะ งอนแล้ว”

“โธ่ ๆ ดีกันนะเพื่อนนะ จะไม่พูดถึงองค์ชายอีธานสุดหล่ออีก สัญญาเลย”

“บัว”

ใบบัวหัวเราะ ทำหน้าทะเล้น

“ไม่พูดละ ๆ เราอาบน้ำเตรียมแต่งตัวสวยกันดีกว่า แกอาบก่อนก็ได้”

“ทำไมต้องแต่งตัวสวย?

“เอ๊า ยายไนล์” ลากเสียง ทำหน้าอิดหนาระอาใจ “คุณป้าบอกไม่ใช่เหรอว่าเย็นนี้คุณชายจะมารับประทานอาหารด้วย ฉันกับแกต้องสวยสิ”

คุณชายที่ใบบัวเอ่ยถึงคือม.ร.ว.พิริยากรเจ้าของไร่กาแฟที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในจังหวัด ครอบครัวคุณชายสนิทสนมกับท่านพ่อตั้งแต่ก่อนแต่งงานและไปมาหาสู่กันจนเดี๋ยวนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ

“แกเองก็รู้จักพี่ชายดี ไม่เห็นต้องพิธีรีตอง”

คุณชายพิริยากรมีชื่อเล่นว่าชาย เวลาเรียกเต็ม ๆ จะฟังดูน่าขันว่าคุณชายชาย คนส่วนใหญ่จึงมักเรียกคุณชายพิริยากรหรือถ้าจะย่อก็เหลือแค่คุณชาย ซึ่งมีความหมายได้ทั้งเรียกตามศักดิ์ หรือเป็นแค่คำสามัญโดยเรียกคุณต่อด้วยชื่อ

สำหรับตัวเธอเองนั้นเรียกแค่ชื่อเล่นตามความสนิทสนม

“โน ๆ ๆ” ใบบัวแกว่งนิ้วชี้ไปมา “ฉันโสด แกโสด คุณชายก็โสด น่าลุ้นออก”

“แกนี่นะสนพี่ชาย แน่ใจ?

คุณชายพิริยากรขึ้นชื่อเรื่องความหล่อเหลาคนหนึ่ง รูปร่างท่าทางเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วบวกกับใบหน้าหวานราวกับผู้หญิง ใครเห็นเป็นเคลิ้ม แต่ที่สูสีคู่คี่กันมากับหน้าตาคือความเข้มงวด เขาเป็นคนเอาจริงเอาจังติดหัวโบราณนิด ๆ ซึ่งนาตาชาไม่คิดว่าตรงสเปคของเพื่อนนัก

“แหมแก ทำลายฝันยับเยินเลย” บ่นหน้าคว่ำ “ยอมรับก็ได้ว่าอยากสวยโชว์เฉย ๆ แต่แกซิ...ในเมื่อหัวใจยังว่างแถมสนิทสนมกับคุณชายดี น่าลองพัฒนาความสัมพันธ์ดูออก”

ใบบัวเลื่อนสันนิ้วชี้สองนิ้วประกบติดกันแล้วยิ้มพราว

“คุณชายสุดหล่อกับคุณหญิงแสนสวย อุ๊ย กิ่งทองใบหยกค่า”

“เพ้อ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า”

“เดินหนีแบบนี้เขินหรือเปล่าคะคุณหญิง ขัดนาน ๆ แต่งตัวสวย ๆ น้า คุณชายเห็นจะได้ตะลึง”

 

นี่น่ะหรือประเทศไทย บ้านเกิดเมืองนอนของภรรยาเบ็นจามิน อีธานมองทิวเขาสีเขียวเข้มสลับอ่อนอย่างตกตะลึงในความงาม แม้เลนีเซียจะมีเทือกเขาสูงอยู่มากมายก็เป็นความสวยของธรรมชาติคนละแบบกับที่นี่

หลังมีมือดีเผยแพร่ภาพสุดฉาวไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขา ดราโก เลวิน เจ้าชายเดวิน และวินเซ็นต์ ต่างได้รับผลกระทบทั่วหน้าแม้ว่าพ่อของดราโกจะสั่งเก็บภาพเหล่านั้นทันทีก็ตาม ที่สั่งระงับได้มีแต่ภาพออริจินัล ส่วนที่ถูกแชร์ต่อ ๆ กันทั่วโลกนั้นเกินควบคุม พวกเขาทั้งหมดจึงกระเด็นกระดอนแยกย้าย ไม่ใช่เพราะกลัวหรืออับอาย ข่าวประเภทนี้เกิดขึ้นเป็นระยะเรื่อยมาโดยไม่เคยแคร์ ทว่าคนในครอบครัวกลับเห็นเป็นเรื่องใหญ่ อย่างกรณีของเขา สภาสูงถึงกับยื่นหนังสือขอถอดถอนออกจากการดำรงตำแหน่งรัชทายาท

เขาเองอยากให้ตำแหน่งบ้าบอนี่ยุติเหมือนกัน และคงจะไม่ไปไหนเพื่อหนีข่าวทั้งนั้นถ้าไม่ถูกกษัตริย์ฟิลลิปพูดจี้ใจด้วยชื่อเพียงชื่อเดียว

“ถนนหนทางดีกว่าที่คิดไว้”

เมื่อยอมออกเดินทาง อีธานไม่ถามเบ็นจามินด้วยซ้ำว่าจะพาไปไหน จนถึงจุดหมายค่อยเกิดความสนใจขึ้นเพราะนับว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเดินทางมายังประเทศไทย ประเทศที่ไม่เคยเห็นแต่ผูกพันมานานผ่านคำบอกเล่าของพระพี่เลี้ยงคนสนิทซึ่งมีภรรยาเป็นชาวไทย

“เมื่อก่อนเชียงรายห่างไกลความเจริญมากครับ ผมไม่เห็นหลายปี แปลกตาไม่น้อย”

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสื่อสาร เวลาอยู่นอกวังอีธานมักขอให้เบ็นจามินใช้คำสามัญกับตนซึ่งฝ่ายนั้นยอมทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่หนนี้เขาสั่งเด็ดขาด ไหน ๆ ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลก็ต้องการความสงบเรียบง่าย ลืมว่าตัวเองเป็นใครบ้าง

“อืม อีกไกลไหมว่าจะถึง”

“ประมาณครึ่งชั่วโมง รีสอร์ตที่เราจะไปพักเป็นของม.ร.ว.พิริยากร ส่วนของที่พักเป็นแค่พื้นที่หนึ่งในห้าของทั้งหมด”

“แล้วที่เหลือ?

“ทำไร่กาแฟ ผมเคยเห็นในรูปสวยงามมากทีเดียว คุณน่าจะชอบ”

“หม่อมราชวงศ์งั้นหรือ”

อีธานละสายตาจากวิวทิวทัศน์ คิ้วขมวดนิด ๆ เมื่อนึกย้อนถึงเจ้าของไร่

“ครับ คุณชายอายุมากว่าคุณนิดหน่อย ผมจำไม่ได้ว่ากี่ปี คงคุยกันถูกคอ”

คนฟังทำเสียงหึในลำคอ

“หนีไม่พ้นพวกเชื้อเจ้า หวังว่าจะไม่เจ้ายศเจ้าอย่างเหมือน...หรอกนะ”

“ของแบบนี้อยู่ที่อัธยาศัยตรงกันไหม เดี๋ยวพบคุณก็จะทราบเอง”

“อืม”

อีธานทำเสียงตอบรับส่ง ๆ อัธยาศัยคุณชายเจ้าของรีสอร์ตเป็นอย่างไรก็ช่าง เขาไม่คิดจะสุงสิงกับพวกเชื้อพระวงศ์แม้แต่นิดเดียว

++++++++++++++++++
มาช้าเพราะป่วยไข้ ขออภัยด้วยฮัฟ ^ ^'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #82 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:15
    เจอกันแน่พระนาง
    #82
    0
  2. #24 พิยะดา ชาติภูมิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 22:46
    นางเอกก้อย่าหนีล่ะ
    #24
    0
  3. #23 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 12:08
    จะได้เจอ นางเอกมั้ยนะ
    #23
    0
  4. #22 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:25
    หายไวๆ นะคะ พักผ่อนเยอะๆ
    #22
    0