เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 มิ.ย. 58



“สมเด็จ!

เอ็มมา...นางกำนัลคนสนิทของเจ้าหญิงซิลเวียที่รออยู่หน้าห้องเกือบประคองนายไว้จากพระอาการหน้ามืดไม่ทัน

“พาฉันกลับห้องที” สุรเสียงอ่อนล้า

“เพคะ ๆ”

นางกำนัลวัยห้าสิบรีบนำเสด็จพระองค์ตามบัญชา เธอเห็นพักตร์ซีดเซียวแล้วได้แต่สงสาร เจ้าหญิงซิลเวียในวัยเกือบเจ็ดสิบยังคงมีเรื่องทุกข์ร้อนไม่หยุด โดยมีเจ้าชายอีธานหลานชายที่ทรงรักมากที่สุดเป็นเหตุส่วนใหญ่

เมื่อเอ็มม่านำเสด็จเจ้าหญิงซิลเวียมาถึงที่ประทับในสัดส่วนของฝ่ายใน เหล่านางกำนัลเวรรีบเข้ามาช่วยพยุงด้วยเห็นสีพระพักตร์ของพระองค์ไม่สู้ดี

“ไปตรงนั้น”

ทรงชี้ไปยังพระเก้าอี้โยก

“หม่อมฉันจะให้คนเชิญหมอมาตรวจพระอาการ”

“ไม่ต้องหรอก เอ็มมา” ทรงห้าม “โรคของฉันหมอรักษาไม่ได้”

ท่าที่ประทับพิงพระเก้าอี้โยกช่างดูอ่อนแรงหมดอาลัยเหลือเกิน นางกำนัลอื่นถอยออกไป เอ็มมาคุกเข่าลงด้านข้าง พยายามทูลปลอบเท่าที่พอทำได้

“อย่าทรงเครียดนัก ข่าวขององค์ชายจะถูกลืมเลือนในไม่ช้า เชื่อหม่อมฉันเถิด”

“แต่ฉันไม่ลืม”

“โธ่ สมเด็จ”

เจ้าหญิงซิลเวียเมื่อสาวรั้นอย่างไรปัจจุบันก็ยังรั้นไม่เปลี่ยน เธอคิดว่าพอเข้าใจพระองค์แต่อยากให้ทรงปล่อยวางเสียบ้าง ทว่าลองพูดหลายครั้งไม่เคยเป็นผล ทรงวุ่นวายกับเรื่องของลูก ๆ หลาน ๆ อยู่ตลอดเวลา

“ฉันขายหน้าเหลือเกิน ไม่รู้ต้องทำอย่างไรเวลาใคร ๆ พากันพูดถึงภาพอุจาดของหลานตัวเอง อีธานไม่เคยฟังฉันเลย”

เอ็มมาลอบถอนใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อสามปีก่อน สถานการณ์ระหว่างเจ้าหญิงซิลเวียกับเจ้าชายอีธานเหมือนน้ำกับน้ำมันร้อน ๆ พบกันเมื่อไรพินาศเมื่อนั้น ในวังนี้จะหาใครเป็นกาวใจไม่ได้สักคนเดียว

“ถ้าใจแข็งกว่านี้อีกหน่อยฉันจะขังเขาไว้ไม่ให้ออกจากวังได้แม้แต่ก้าวเดียว”

ถ้อยรับสั่งเหมือนเลื่อนลอยทว่าสุรเสียงจริงจังทำเอาเอ็มมาร้องเสียหลง ตกใจแทบสิ้นสติ

“อย่านะเพคะ!” ถ้าทรงทำจริง ต่อไปนี้อย่าหวังเลยว่าระหว่างย่าหลานจะสามารถประสานกลับคืนมาเป็นดังเก่า

“นี่เธอก็เห็นว่าฉันทำไม่ถูกอีกคนใช่ไหม”

“หามิได้ หม่อมฉันทราบต่างหาก ว่าถ้าทรงทำลงไปจะต้องเสียพระทัยภายหลัง แทนที่จะบังคับ ทำไมไม่ทรงบอกกับเจ้าชายอีธานดี ๆ ว่าทรงรักพระองค์แค่ไหน”

นอกจากสั่งกับบังคับ เอ็มมาไม่เคยเห็นเจ้านายของตนพูดคำอื่นกับลูกหลานทั้งที่รักพวกเขามากเหลือเกิน

“คำพูดของฉันไม่ว่าคำใด คงไม่มีความหมายกับอีธานหรอก เอ็มมา”

 

เจ้าหญิงซิลเวียเสด็จกลับไปโดยหาข้อสรุปจบไม่ได้เหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่เกิดเรื่องขึ้น อีธานปัดความขุ่นมัวออกจากใจโดยเร็ว แม้รู้ดีว่าในส่วนลึกแล้วไม่เคยลืม เรื่องนั้น ได้เลย

เขาต่อโทรศัพท์ถึงเจ้าชายเดวินในฐานะผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง เดวินหรือที่บางทีถูกพวกเขาเรียกว่าเดวิลมักสรรหาวิธีกลั่นแกล้งเพื่อนเสมอ ตอนตื่นมาเขาไม่เห็นฝ่ายนั้นอยู่ในห้องเสียด้วย บางทีครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของเจ้านั่น

“ไง นั่นนายอยู่ไหน” เดวินถามทันทีที่รับสาย

“เลนีเซีย นายล่ะหายหัวไปอยู่ไหน”

“ประเทศฉันสิวะ”

“มาเคซซีเนียน่ะรึ”

“เออ จะให้ไปที่ไหนล่ะ”

“ไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่รู้ว่ะ ตื่นมาก็อยู่บนเตียงตัวเองเรียบร้อย”

ระหว่างคุยโทรศัพท์ อีธานเดินมาเปิดโน้ตบุ๊คบนโต๊ะเล็กภายในห้อง โลกข่าวสารเดี๋ยวนี้ไปไวยิ่งกว่าแสง ถ้าถึงขนาดคนใจเย็นอย่างเบ็นจามินยังเดือดร้อนใจ ภาพพวกนั้นคงค้นหาดูได้ไม่ยาก

“ฉันเองก็เพิ่งฟื้น ตื่นมาหนนึงที่โรงแรมแต่ปวดหัวฉิบ นี่กำลังหาข่าว อยากรู้นักมันเรื่องอะไร ฝีมือนายรึเปล่า เดฟ”

“เป็นชุดเลยนะเพื่อน” เดวินหัวเราะ

นิสัยเจ้านี่เป็นแบบนี้ตลอด ไม่ว่าทุกข์ร้อนจะเป็นจะตายก็ยังยิ้มได้

“ดูภาพข่าวซะก่อนค่อยโทษกัน”

เดวินพูดยังไม่ทันขาดคำ ภาพข่าวพาดหัวข้อล่อแหลมก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มันเป็นภาพสีคมชัดของแก๊งค์เจ้าชายทั้งห้านั่งเหยียดขาบนพื้นถูกมัดรวมกัน ที่ดวงตามีผ้าคาดปิด นั่นยังไม่น่าสนใจเท่ากับทุกคนอยู่ในสภาพเปลือย ตรงจุดยุทธศาสตร์มีรูปตัวการ์ตูนช้างน้อยแปะปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่ คนปล่อยภาพดูจงใจมากเพราะนอกจากภาพรวมยังมีภาพเดี่ยวแต่ละคนขณะกำลังถูกมือปริศนาขยำ ไอ้นั่น แบบจะ ๆ

“เฮ้ย!

“เห็นแล้วใช่มั้ย ฉันก็โดน ดังนั้นไม่ใช่ฝีมือฉันโว้ย”

“ใครมันเป็นคนทำ”

อีธานเอามือกุมเป้า หน้าเหยเมื่อนึกว่าลูกรักถูกใครไม่รู้ปู้ยี่ปู้ยำ มือใหญ่โตนั่นดูอย่างไรก็ไม่ใช่ของผู้หญิงแน่ ๆ

“เกเก้สหายเก่า” เดวินตอบปนหัวเราะ

ชื่อนี้ทำให้ต้องใช้เวลาอยู่ครู่กว่าอีธานจะนึกออก เกเก้เพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนที่อีตัน เป็นคนที่ถูกพวกเขาแกล้งเล่นด้วยความสนุกสนานตลอดจนจบการศึกษาเหมือนเครื่องระบายอารมณ์คึกคะนองดี ๆ นี่เอง

ล่าสุดที่ได้ข่าว เกเก้กลายเป็นดีไซเนอร์ชื่อดัง วงจรชีวิตไกลห่างจากพวกเขามากมาย แล้วอีท่าไหนกันจึงกลายเป็นว่าภาพหลุดสุดฉาวเป็นฝีมือของฝ่ายนั้น

“พวกเราไม่เจอมันมานานแล้วนี่”

“อืม แต่ท่าทางจะยังแค้นฝังหุ่น”

“อา...”

รัชทายาทหนุ่มจ้องภาพนับสิบบนจอ ใบหน้าบึ้งตึงค่อย ๆ เกลื่อนยิ้มและหัวเราะออกมาในที่สุดเมื่อดูครบ

“เอาวะ อย่างน้อยก็ถูกขยำหมดทุกคน เสมอภาค!

เจ้าของมือปริศนาแสบนัก ดูจากภาพท่าจะมันมือไม่ใช่เล่น

เดวินหัวเราะลั่นแสดงว่าคิดเหมือนกัน พวกเขามันก็แบบนี้ ก่อเรื่องจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันยังเคยทำบ่อย ๆ ตอนเรียน คราวนี้ก็ถือเสียว่าแบ่งปันให้ชาวโลกเห็นแล้วกัน

“ทางฉันซีเรียสน่าดู นายเป็นไงบ้าง” น้ำเสียงเดวินจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“ฉันยังไม่รู้อะไรมาก แต่คิดว่าคงมีหลายคนในราชวงศ์อยากเอาหัวซุกดิน เบ็นมาพอดี แค่นี้ก่อนนะเพื่อน”

“เออ แล้วเจอกัน”

 

“มาแล้วหรือ”

กษัตริย์ฟิลลิปทรงทักขึ้นทันทีที่พระอนุชาเปิดประตูห้องทรงงานเดินนำหน้าเบ็นจามินเข้ามา

อีธานทำเสียงตอบรับในลำคอแบบขอไปที เขาเข้าใจสถานการณ์ดีแล้ว คาดไม่ผิดว่าเบ็นจามินต้องนำคำสั่งให้เข้าเฝ้ามาถึงไม่นาทีใดนาทีหนึ่ง และแทนที่จะรีบเขากลับขออาบน้ำก่อนเป็นการถ่วงเวลาอีกเป็นชั่วโมง

เขาเลือกนั่งที่เก้าอี้รอเฝ้าตัวหนึ่งในห้อง หันข้างให้พี่ชายที่นั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง

“พร้อมฟังแล้ว เชิญด่าตามสบาย”

“อีธาน” กษัตริย์ฟิลลิปตรัสสุรเสียงเคร่ง “ช่วยทำตัวให้สมเป็นเจ้าชายสักนาทีได้ไหม”

“ผม อ้อ หม่อมฉันไม่อยากเป็น เคยทูลแล้วแต่ไม่ทรงอนุญาตถึงต้องเดือดร้อนแบบนี้”

“นายมันเป็นแค่คนเห็นแก่ตัว”

ถ้อยบริภาษของกษัตริย์ฟิลลิปดังคับห้อง อีธานผุดลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนเท้าแขนหน้าโต๊ะอย่างรวดเร็ว

“ก็ดีกว่าเย็นชาไร้หัวใจเหมือนฝ่าบาท”

“ฉันมีหน้าที่ของฉัน” ทรงโต้อย่างพระทัยเย็นทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งระเบิดอารมณ์ใส่พระอนุชา

น้ำเสียงเนือยเนิบราวกับไม่รู้ร้อนหนาวของกษัตริย์ฟิลลิปเป็นสิ่งที่อีธานเกลียดเข้ากระดูก มันเหมือนกับว่าพี่ชายของเขาไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว

“เราจะไม่พูดถึงสิ่งที่ผ่านไป”

“ลืมง่ายจริงนะ” อีธานเยาะ

“อีธาน! เช้านี้สภาสูงส่งหนังสือขอถอดถอนนายออกจากตำแหน่งรัชทายาทถึงฉัน”

ทรงผลักแฟ้มเสนอเซ็นบนโต๊ะมากระแทกตัวอีธานแต่เขาไม่แม้จะสนใจมองมัน

“บิงโก” ดีดนิ้วเปาะ ยิ้มร่า “ก็เซ็นเสียสิ วิน ๆ กันทุกฝ่าย”

“จะไม่มีการเซ็นอะไรทั้งนั้น” กษัตริย์ฟิลลิปทรงยืนขึ้นช้า ๆ บังคับสุรเสียงไม่ให้สั่นด้วยความกริ้ว “ราชวงศ์ของเราจะต้องไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น”

“ทรงหมายความว่ายังไง”

“ไปหลบข่าวเสียให้ไกลจากที่นี่ และขอร้อง...อย่าก่อเรื่องซ้ำให้ฉันต้องคอยแก้อีก ส่วนสภาสูงฉันจะจัดการเอง”

ระหว่างเจ้าหญิงซิลเวียกับกษัตริย์ฟิลลิป อีธานฟังฝ่ายหลังมากกว่า ทว่าคราวนี้เขาไม่คิดทำตาม กำลังจะเอ่ยปากค้านด้วยคำพูดยียวนแต่ปากกลับค้างนิ่ง ตัวเย็นเฉียบเพราะถูกขัดขึ้น

“อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่แอนเดรีย”

ชื่อนั้น...หัวใจของอีธานเจ็บแปลบเหมือนถูกมีดกรีด มือกำแน่นอย่างระงับอารมณ์

“อย่าลากแอนเดรียมาเกี่ยว!

“จงเดินทางวันนี้ และอย่ากลับมาจนกว่าฉันจะสั่ง”

สีพระพักตร์กษัตริย์ฟิลลิปเหมือนถูกฉาบด้วยหน้ากากไม่นำพาต่อเพลิงโทสะในดวงตาของคนยืนตรงข้าม

อีธานตัวสั่นสะท้านกับความแน่วแน่ของอีกฝ่าย ความร้อนระอุอวลในอกเหมือนกำลังจะระเบิดออกมาถูกเขาค่อย ๆ กดเก็บไว้ ผ่อนลมหายใจ

“ก็ได้ หม่อมฉันจะไป...เพื่อแอนดรีย”

++++++++++++++++++++++

รักกันชอบกัน เจอกันจันทร์หน้าเน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #81 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:06
    มารอแอนเดรียน
    #81
    0
  2. #30 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 22:13
    ใคร ทำไม ต้นเหตุความบาดหมางรึเปล่า อยากรู้มาก....
    #30
    0
  3. #21 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:25
    โห โดนจัดซะ ดีนะคะ ไม่หนักกว่านี้ ไม่งั้นละ ได้ร้องไห้กระซิกๆ มั้ยเนี้ย
    #21
    0
  4. #17 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 14:07
    รอถึงวันจันทรสินะ
    #17
    0
  5. #16 ลูกปลา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 12:34
    แอนเดรียคือใครคะ
    #16
    0
  6. #9 ปาล์ม ปาม (@plam2554) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 18:13
    รอค่ะสนุก
    #9
    0
  7. #8 cotaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 20:12
    มาต่อเร็วๆนะคะ รอค่ะรอ (อยากรู้ใครคือแอนเดรีย)
    #8
    0