เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 มิ.ย. 58



       อีธานที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่น ปรือตามองภาพเบลอ ๆ ในครรลองสายตาอย่างพยายามคิด

อะไรหว่า

แสงสีเหลืองดวงกลมกระจัดกระจายนั่น หรือจะเป็นดวงดาว บางทีเขาอาจกำลังฝัน ฝันว่าได้ขึ้นมาท่องเที่ยวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดาวดวงโตสีเหลือง

อีธานหัวเราะใส่ความคิดเพี้ยน ๆ ของตัวเอง และคงเพราะเสียงหัวเราะนั้นที่ช่วยปลุกความกะปรี้กะเปร่าขึ้นมา...นิดหน่อย

“โอย”

เจ้าตัวคราง ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเมื่อยขบไปทั้งตัวแถมมีอาการปวดหัวราวกับกะโหลกจะแตก เหมือนมีใครบางคนกำลังบีบขมับเขาไม่ยอมปล่อย

บ้าฉิบ!

หลายนาทีทีเดียวกว่าจะพยายามลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จ

พื้น? นี่เขาเมาหลับไปงั้นหรือ มองใต้ฝ่ามือตัวเองอย่างงุนงงก่อนจะแหงนกลับขึ้นไปมองสิ่งแรกที่เห็น ที่แท้ดวงดาวใหญ่ก็คือโคมไฟสไตล์โมเดิร์นดวงกลมนับสิบที่ห้อยตัวอยู่กับสายเอ็น แสงของมันสว่างจ้าส่องให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ภายในห้องชัดแจ่มแจ๋ว

อีธานสะบัดศีรษะตามด้วยทุบขมับตัวเองอีกทีสองทีไล่อาการแฮงก์ จะว่าไปเมื่อคืนเขาดื่มน้อยมาก ที่ซัดเข้าเต็ม ๆ แก้วสุดท้ายคือแชมเปญ จากนั้น...

ยังไงต่อละหว่า?

มองสำรวจทั่วห้องเห็นข้าวของต่าง ๆ ระเกะระกะราวกับเคยเกิดสงครามย่อม ๆ ขึ้นที่นี่ เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่บ่งบอกว่างานปาร์ตี้เมื่อคืนสุดเหวี่ยงขนาดไหน แต่นอกจากเขาแล้วผู้คนในงานกลับล่องหนหายไปหมดไม่เว้นแม้แต่เพื่อนอีกสี่คน

เจ้าพวกนั้นหายไปไหน ทำไมจึงทิ้งเขานอนกลิ้งโคโร่บนพื้นข้างสระแทบตกมิตกแหล่ลงแช่น้ำ แถมยัง...

เจ้าชายหนุ่มก้มลงมองตัวเองเมื่อรู้สึกว่าผิวกายสัมผัสอากาศเย็นมากกว่าปกติ สภาพเขาตอนนี้เหมือนรูปปั้นเดวิดของมีเกลันเจโลไม่มีผิด!

เขาเกือบหัวเราะกับสิ่งที่เห็น ไม่อยากเชื่อว่างานเมื่อคืนจะสนุกมากจนทำให้หมดสภาพขนาดนี้

        ในเมื่อหลับกลิ้งอยู่ตรงนี้ เสื้อผ้าก็น่าจะกองทิ้งอยู่ใกล้กันทว่ากลับไม่มี อีธานเดินล่อนจ้อนหาไปทั่วด้วยท่าเดินเซ ๆ จนถึงห้องเล็ก ตรงเข้าห้องน้ำตั้งใจล้างหน้าให้หายมึน แต่ต้องชะงักหลังผลักประตูเข้าไปเห็นวินเซ็นต์นอนแอ้งแม้งหลับสนิทอยู่ในอ่างน้ำ ร่างเปลือยเปล่าเหมือนกันกับตน

        “เฮ่ วินซ์” นั่นเสียงของเขาหรือเป็ดกันแน่ อีธานสุดจะสมเพชเสียงแหบแห้งแทบไม่ดังออกจากลำคอของตัวเอง

คนถูกเรียกไม่กระดุกกระดิก ไร้วี่แววรู้สึกตัว ส่วนตัวเขายังมึนเกินกว่าจะมีแรงลากเพื่อนไปนอนสบายบนเตียงได้ ดังนั้นก็เหลือทางเดียวคือให้วินเซ็นต์นอนต่อไปแล้วเขาไปอาบห้องอื่นแทน

“องค์ชาย” เสียงคุ้นหูของใครสักคนดังมาจากหน้าห้อง ใครคนนั้นพรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางเร่งร้อน ก่อนจะหยุดชะงักค้างเบิ่งตากว้างเหมือนเจอผี “องค์ชาย!

“หืม?” ครางงุนงง นี่เขาเมาหรือถูกตีหัวกันแน่นะถึงทั้งปวดและมึนไม่เลิก

“เราไม่มีเวลาแล้ว รีบแต่งองค์เถอะกระหม่อม”

คนที่เพิ่งพรวดพราดเข้ามาพูดรัวเร็ว หลังจบประโยคของฝ่ายนั้น ชายฉกรรจ์สามคนวิ่งกรูเข้ามะรุมมะตุ้มแต่งตัวให้เขาราวกับแต่งตัวตุ๊กตา อีธานเซไปเซมาอยู่ไม่กี่ทีก็ถูกจับใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยโดยมีชายชราเจ้าของคำสั่งมองดูด้วยแววตาพึงพอใจ ถึงตอนนี้สมองมึน ๆ ของอีธานเริ่มนึกชื่ออีกฝ่ายออกแล้ว

“เบ็น”

รอยยิ้มเหมือนโล่งอกของฝ่ายนั้นคลายออกกว้าง

“กระหม่อมจะนำเสด็จออกทางด้านหลัง ส่วนทางด้านหน้าทำตามแผน”

เบ็นจามินเอ่ยกับเขาแล้วหันไปสั่งการชายหนุ่มคนหนึ่ง อีธานแปรสายตาตามไปก็เห็นชายคนนั้นสวมชุดสูทราคาแพงที่...

“ชุดฉัน”

เบ็นจามินหันกลับมา แม้ท่าทางรีบร้อนทว่าน้ำเสียงยังคงนุ่มเนิบเหมือนเดิม

“กระหม่อม เราต้องตบตานักข่าวเพื่อไม่ให้วุ่นวายมากไปกว่านี้”

วุ่นวาย? นักข่าว?

เกิดอะไรขึ้น อีธานอ้าปากจะถามทว่าถูกตัดบท

“เสด็จก่อน ถ้าทรงอยากทราบอะไรกระหม่อมจะเล่าถวายบนเครื่อง”

 

การเคลื่อนไหวของเบ็นจามินคล่องแคล่วเกินกว่าคนอายุ 70 ปีทั่วไปดังเช่นอีธานเคยบอกกับเพื่อน ๆ ไว้ไม่มีผิด เรื่องที่ฝ่ายนั้นบอกว่าจะเล่าอีธานหาได้สนใจมากนัก ในหัวรับรู้แต่อาการปวดหนึบไม่หยุด ถ้าเป็นไปได้อยากล้มตัวลงนอนหลับสักตื่นสองตื่น

แต่เบ็นจามินคงไม่ยอมแน่ พอเร่งเร้าจบ เขาถูกคนกลุ่มนั้นพาลงลิฟต์ตรงไปยังลานจอดรถ มีอีกกลุ่มรอรับอยู่แล้ว ประตูเปิดออกทันทีที่ไปถึง ฟิล์มรอบคันเป็นสีเข้มจัดป้องกันเต็มที่ไม่ให้คนด้านนอกมองเข้ามาในตัวรถได้ชัด

        “ทรงเป็นอย่างไรบ้างกระหม่อม”

        เบ็นจามินที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับหันมาถาม

        “ปวดหัว” อีธานคลึงขมับด้วยสันมือ ถ้าเขาดื่มหนักยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เปล่าเลย

        “พระองค์ไม่น่า...” เบ็นจามินบ่นพึมพำ “จะไม่มีทางเกิดเรื่องถ้ากระหม่อมอยู่ด้วย”

        เสียงของเบ็นจามินดังไม่หยุดเหมือนมีผึ้งบินหึ่งอยู่ใกล้หู ท่าทางเดือดเนื้อร้อนใจยิ่งกว่าคราวอื่นที่เคยก่อวีรกรรมจุดความสงสัยให้แก่อีธานไม่น้อย แต่เมื่อมีอาการแฮงก์หนักรบกวนอยู่ และเดือน ๆ หนึ่งมีเรื่องเกิดขึ้นกับเขาแทบทุกสัปดาห์ ถ้าจะมีเพิ่มอีกสักอย่างก็ไม่น่าตื่นเต้นตรงไหน คิดดังนั้นจึงไม่ถามออกไป

        รถแล่นด้วยความเร็วปานกลางตามคำสั่งของชายชรา เบ็นจามินไม่ต้องการให้ใครผิดสังเกตต่างจากรถอีกคันที่อีธานได้ยินฝ่ายนั้นกำชับให้ขับฝ่านักข่าวออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อย้ำให้พวกนั้นคิดว่าเจ้าชายอีธานอยู่ในรถนั่นจริง

        พระพี่เลี้ยงของเขาช่างวางแผนเหมือนเคย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีนักข่าวบางกลุ่มดักรออยู่บริเวณทางออกด้านหลังของโรงแรมราวกับรู้แกว

        อีธานที่นั่งเอนพิงเบาะแบบหมดแรง มองกลุ่มนักข่าวผ่านกระจกติดฟิล์มทึบเห็นพวกนั้นตั้งท่าขมีขมันทว่ากลับไม่สนใจรถกลางเก่ากลางใหม่ที่เขานั่งสักนิด

        “ทรงอยากฟังเลยหรือไม่” เบ็นจามินถามหลังจากถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนแบบง่ายเกินคาด

        “ไม่ล่ะ ปวดหัวมาก ขอนอนก่อน”

        เขาต้องการเพียงแค่นี้ ตอบเสร็จหลับตาลง ได้ยินเสียงเบ็นจามินพ่นลมหายใจออกจากปากแบบขัดใจแต่ไม่คิดจะสน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนที่ในหัวเหมือนมีคีมขนาดยักษ์บีบอยู่

        เมื่อเอ่ยตัดบททั้งยังหลับตาแสดงท่าอยากพักผ่อนจึงไม่มีใครกล้ารบกวน อีธานหลับอย่างรวดเร็วก่อนฝันเห็นตัวเองอยู่ในงานปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อย พวกเธอพยายามดึงรั้งเขาไว้ผิดกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เธอสวมชุดกรุยกรายสีแดงเพลิง สวยสง่าโดดเด่นจนสายตาของเขาจับจ้องอยู่เฉพาะเธอราวต้องมนต์สะกด

        คุณ! รอผมก่อน

        สาวชุดแดงหัวเราะเสียงใสขณะก้าวถอยหลังหนีทีละก้าวอย่างจงใจหลอกล่อ

        อีธานโมโหติดหมัดด้วยในชีวิตไม่เคยต้องเป็นฝ่ายวิ่งตาม

        ผมสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้!’

        หญิงสาวยิ้มเยาะ นอกจากไม่ทำตามยังถอยห่างไกลออกไปมากขึ้นเร็วขึ้นจนอีธานต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ พอเกือบถึงตัวมือของเขากลับพลาดจากเธอเพียงชั่วมือคว้า

        คุณ!’

       

        ภายในห้องทรงงานกว้างขวางสว่างเรืองรองด้วยแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างโค้งสูงจากพื้นจรดเพดาน โต๊ะไม้เนื้อหนาตรงมุมด้านหนึ่งเป็นแบบเข้าชุดกันกับเก้าอี้พนักสูงที่นั่งกำมะหยี่บุนวมลวดลายใบไม้สีเขียวเข้มบนพื้นขาว เก้าอี้แบบเดียวกันนี้วางเรียงเว้นระยะห่างไปตลอดแนวผนังด้านริมหน้าต่างสำหรับแขก ของประดับประดาอื่น ๆ นอกจากพรมขนสัตว์ราคาแพงที่สุดในห้องแล้วมีเพียงตู้หนังสือที่อัดแน่นด้วยตำราจนไม่มีช่องว่างเหลือ

        เบ็นจามินไม่เลือกนั่งบนเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่ง เขายืนสงบเยื้องอยู่ทางด้านหลังบุรุษสูงกว่าหกฟุต รูปร่างใหญ่บึกบึน

ชายผู้นั้นคือกษัตริย์ฟิลลิปผู้เป็นใหญ่สุดในราชอาณาจักรเลนีเซีย พระองค์มีบัญชาให้เขาเข้าเฝ้าทันทีที่พาเจ้าชายอีธานกลับมาถึงวัง เพียงเห็นสีพระพักตร์ เบ็นจามินแทบจะหมดข้อสงสัยในเรื่องว่าพระองค์ทราบข่าวหรือยัง ป่านนี้ภาพฉาวของเจ้าชายรัชทายาทกับพระสหายคงกระจายว่อนไปทั่วทุกมุมโลกรวมถึงทุกซอกมุมในวังแห่งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์คงเกิดขึ้นพอ ๆ กับแรงต่อต้าน เป็นสาเหตุให้กษัตริย์ฟิลลิปเอาแต่ทรงยืนนิ่งเป็นหุ่นหันเบื้องพระขนองให้เขาอยู่กว่าสิบนาที

“ทำไมจึงปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”

พระองค์ตรัสถามในที่สุด

“เป็นความผิดของกระหม่อมโดยแท้ โปรดประทานอภัย”

“ใช่” ทรงหันมา แววเนตรและสีพระพักตร์เฉยชาอย่างยิ่ง “อีธานยังหลับอยู่อีกหรือ”

ทรงถามสุรเสียงเคร่ง เบ็นจามินพอเดาออกว่าพระองค์กำลังรู้สึกอย่างไรเมื่อเจ้าชายอีธานถูกพากลับมาในสภาพหลับกระพับกระพ่อย แม้เครื่องบินส่วนพระองค์ลงจอดที่รันเวย์ของวังยังไม่รู้สึกพระองค์ เขาต้องสั่งการให้ทหารองครักษ์ช่วยกันพาไปถึงห้องบรรทม

ทหาร นางกำนัล และใครต่อใครมากมายในวังต่างเห็นสภาพดูไม่ได้ของเจ้าชายอีธานไปตลอดทาง

“พะย่ะค่ะ ทรงบ่นว่าปวดศีรษะ”

“อีธานอายุสามสิบสามแล้วแต่ยังเหลวไหลไม่เลิก ฉันควรทำอย่างไรกับน้องชายตัวดีคนนี้”

เบ็นจามินมองร่างสูงใหญ่ของกษัตริย์ฟิลลิปผู้มีพระชนมายุมากกว่าเจ้าชายอีธานถึงสิบปี พระพักตร์ทั้งสองพระองค์คล้ายคลึงกัน หากแต่กษัตริย์ฟิลลิปดูเคร่งเครียดกว่าและแววพระเนตรไม่ทรงเสน่ห์เท่า บางทีเขาก็คิดว่าทั้งสองพระองค์น่าจะเป็นดินน้ำมันที่สามารถปั้นรวมแล้วแบ่งครึ่งได้เพื่อจะมีส่วนผสมที่ลงตัวกว่านี้

ขณะกษัตริย์ฟิลลิปเป็นคนยึดติดกับระบอบกรอบดั้งเดิม ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ความรู้สึกมากนัก เจ้าชายอีธานกลับใช้ชีวิตส่วนพระองค์เยี่ยงสามัญชน คิดพูดทำออกมาจากใจทั้งหมดไม่มีการดัดแปลงปรุงแต่ง

เบ็นจามินอยากสรุปเหลือเกินว่าเลือดสีน้ำเงินเข้มข้นในกายสองพระองค์ท่าจะไหลเวียนกันคนละระบบ ทั้งคู่จึงมีความแตกต่างได้มากถึงเพียงนี้

“ทรงทราบสาเหตุดี กระหม่อมยังยืนยันเหมือนเดิม คือต้องแก้ที่ต้นเหตุ”

เรื่องบางเรื่องลึกซึ้งและอ่อนไหวเกินกว่าจะหาคำพูดได้ เขาคิดว่ากษัตริย์ฟิลลิปเข้าพระทัยดี อยู่ที่จะทรงยอมรับหรือไม่เท่านั้น

กษัตริย์ฟิลลิปออกเสียงฮึในพระศอ

“ต้นเหตุคือใคร ฉันจะได้แก้ถูก ฉัน อีธาน ท่านย่า หรือเบ็นที่ตามใจอีธานมากจนเกินไป”

เบ็นจามินไม่เถียงเกี่ยวกับข้อกล่าวหา นอกจากคำสั่งเสียสุดท้ายของเสด็จปู่เจ้าชายอีธาน เขายังรักใคร่พระองค์เหมือนเป็นลูกหลานแท้ ๆ ต่างจากความรู้สึกต่อกษัตริย์ฟิลลิปที่มีเพียงความรักจงรักภักดีเฉกเช่นข้าของแผ่นดินต่อองค์พระราชา

“ฉันรู้ว่าอีธานเกินเยียวยา จะโทษเบ็นเสียทีเดียวคงไม่ยุติธรรม”

“กระหม่อมไม่กลัวความผิด แต่เวลานี้ต้องคิดแก้ไข”

กษัติรย์ฟิลลิปทรงพระดำเนินไปมา สีพระพักตร์เคร่ง

“เจ้าตัวยังไม่รู้ใช่ไหมว่าก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง”

“ท่าทางจะยังไม่ทรงทราบกระหม่อม”

เพราะตอนเขาเข้าไปในห้องที่มีงานปาร์ตี้ เจ้าชายอีธานยังสะลึมสะลือ ร่างเปลือยเปล่า เหมือนคนเพิ่งฟื้น

“สมกับเป็นอีธานเสียจริง!” รับสั่งลอดไรฟัน “เอาล่ะ เบ็น สรุปเหตุการณ์ทั้งหมดมา ฉันต้องการฟังโดยละเอียด”

 

“เบ็นจามินหายไปไหน”

เสียงเกรี้ยวของใครคนหนึ่งแหลมแทรกเข้ารบกวนโสตประสาทอีธานที่กำลังหลับสบายให้ค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้น เสียงนั้นดังไม่หยุดจนน่ารำคาญ เจ้าชายหนุ่มเกือบตวาดให้หุบปากแต่ไม่ได้ทำเมื่อจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นของใคร

ที่นอนหนายวบลงพร้อมกับมีกลิ่นน้ำหอมกรุ่นจมูก ใครคนนั้นนั่งลงข้างตัว ใกล้จนรู้สึกถึงไออุ่น อีธานทำทีหลับต่อ ไม่ต้องการสนทนาด้วย

“ตัวเหม็นหึ่งไปหมด พวกเธอมัวทำอะไรทำไมถึงไม่เช็ดตัวให้องค์ชาย”

“คะ...คือ คุณเบ็นสั่งไว้ว่าอย่ารบกวนองค์ชายพะย่ะค่ะ”

“เช็ดตัวไม่ถือเป็นการรบกวน” เจ้าของเสียงเกรี้ยว แผดเสียงสูง “มีใครตามหมอหรือยัง จนป่านนี้องค์ชายยังไม่ฟื้น อาจป่วย ทำไมไม่มีใครคิด”

คนถูกไล่เบี้ยน่าจะมีมากกว่าหนึ่งคนเพราะเสียงเอ่ออ่าในลำคอดังสลับกันไปมา

อีธานสุดทนกับสิ่งที่ได้ยิน ลืมตา ปัดมือบนหน้าผากออก ลุกขึ้นนั่ง

“หลาน” สุ้มเสียงบอกถึงอารมณ์รุนแรงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทันที

ผู้หญิงตรงหน้าอีธานมีดวงตาลึกสีเขียวเข้ม โหนกแก้มสูงจมูกแหลม ริมฝีปากบางเฉียบ รูปร่างค่อนข้างผอม ผิวเหี่ยวย่นและมีผมสีเทาอ่อนเท่ากันทั้งศีรษะ

“ท่านย่า”

ไม่ใช่คำทักทาย เป็นเพียงคำรำพึงอย่างขอไปทีมากกว่า เขากับเจ้าหญิงซิลเวียผู้เป็นย่า ไม่มีเรื่องต้องพูดกันมานานหลายปีแล้ว

“ย่ามาดู ได้ยินว่าถึงกับต้องหามกลับมา”

ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนกำลังได้รับความห่วงใย ทว่าอีธานไม่เชื่อถือไม่นึกด้วยซ้ำว่าบุคคลตรงหน้าจะรู้สึกเช่นนั้น เขาเบือนหน้าหนี

“ผมแค่เมาหลับ” ตอบสุ้มเสียงเย็นชา

ดวงเนตรสีเขียวของเจ้าหญิงซิลเวียวาววับขึ้นทันทีที่ทรงเห็นทีท่าของเจ้าชายอีธาน

“อย่าทำตัวเสียมารยาทกับย่านะ อีธาน ที่นี่ไม่ใช่นอกวังที่จะทำหรือพูดอย่างไรก็ได้” ความอ่อนโยนในสุรเสียงมลายหายไปสิ้น ทรงผุดลุกขึ้นเร็วและแรงเท่าที่สังขารจะทำได้ รับสั่งไล่ทหารองครักษ์ออกนอกห้องจากนั้นก็ทรงหันกลับมาเล่นงานคนบนเตียงต่อ “รู้ตัวไหมว่าสิ่งที่ก่อขึ้นครั้งนี้ร้ายแรงมาก หลานเป็นรัชทายาท ทำไมจึงไม่วางตัวให้ดี”

อีธานเสยผม ก้าวลงจากเตียงอย่างเกียจคร้าน ทว่าสายตาที่ใช้ตอบโต้เจ้าหญิงซิลเวียกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาเชือดเฉือน

“หม่อมฉันไม่ทราบและไม่คิดสนใจด้วย”

“เจ้าชายอีธาน! เธอจะทำตัวเหลวไหลถึงเมื่อไร ย่า องค์กษัตริย์รวมถึงทุกคนในราชวงศ์ต้องเดือดร้อนใจเพราะเธออีกกี่ครั้งจึงจะพอใจ”

อีธานเดาะลิ้น นึกอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้วว่าคราวนี้เขาไปก่อวีรกรรมอะไรเข้า ท่านย่าจึงทรงเต้น ราวกับซาตานเข้าสิง เห็นทีคงจะต้องสอบถามจากเบ็นจามิน แต่ราวกับท่านย่าจะรู้ใจจึงชิงบอก

“คราวนี้มีภาพโป๊เปลือยของเธอกับเพื่อนหลุดมาอวดทั่วโลก คราวหน้ามิหนักข้อกว่านี้หรือ ย่าขอสั่งให้ยุติพฤติกรรมแย่ ๆ พวกนี้เสียที”

ภาพโป๊...ฟังดูน่าสนใจ เอาไว้เขาจะซักเรื่องนี้ภายหลังจากคนอื่น ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใส่อารมณ์อยู่ตรงหน้า

“สั่ง...นี่คงเป็นงานถนัดของท่านย่าสินะ”

“อีธาน!” เจ้าซิลเวียพระวรกายสั่นเทิ้ม

ท่าทางเหมือนคนใกล้เป็นลมล้มพับของท่านทำให้อีธานเกือบจะขยับเข้าประคอง แต่เมื่อเรื่องบางเรื่องผุดขึ้นในสมองก็เหมือนมีตะปูนับร้อยตอกตรึงร่างให้หยุดนิ่ง

“ทางออกน่ะมี ถ้าให้หม่อมฉันลาออกจากฐานันดรเสียตั้งแต่คราวนั้นก็จบ”

“หยุดพูดไร้สาระเสียที” เจ้าหญิงซิลเวียทรงเอ็ด พระพักตร์เผือดซีด “เลือดสีน้ำเงินในกายเธอไม่ช่วยให้สำนึกถึงหน้าที่บ้างหรือ สิ่งที่เธอควรทำคือกลับตัว ตั้งใจศึกษาหาความรู้เตรียมตัวสำหรับการสืบทอดบัลลังก์ในภายภาคหน้า”

“บัลลังก์? เก้าอี้ตัวโต ๆ เย็นเฉียบกลางท้องพระโรงนั่นน่ะรึ หม่อมฉันจะสนใจมันทำไม จะอยู่ทำไมในวังที่ไร้หัวใจแห่งนี้!

“อีธาน...” เจ้าหญิงซิลเวียน้ำพระเนตรคลอ ผงะถอยหลังเพราะเสียงแผดลั่นเมื่อครู่ “หลานโกรธเกลียดย่านักหรือ ย่าทำทุกอย่างด้วยความหวังดีทั้งนั้น

อีธานยิ้มเยาะให้กับสิ่งที่ได้ยิน

“หวังดี หม่อมฉันเกลียดคำนี้ของท่านที่สุด และเพราะคำ ๆ นั้นอย่างไรล่ะ เราจึงไม่มีเรื่องต้องพูดกันอีก!

+++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่จันทร์หน้า จุ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #80 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 03:58
    อ้าวโกรธอะไรกันหนักหนา
    #80
    0
  2. #29 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 22:09
    อุย...แรง
    #29
    0
  3. #15 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 10:16
    ว้าวววววว เปิดปมแล้ว "หวังดี" หรือ "คิดว่าหวังดี" ไม่เหมือนกันเพราะคนที่ได้รับผลอาจจะไม่คิดว่ามันเป็นการหวังดี
    #15
    0