เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 มิ.ย. 58



“นายนี่มันเสียมารยาทมาก รู้ตัวไหม”

“ฉันเรอะ” อีธานชี้หน้าอกตัวเอง

หลังจากแข่งขันโปโลการกุศล ชายหนุ่มทั้งห้ากลับมายังโรงแรมเฟอร์ลองซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ทันทีที่ก้าวลงจากรถ พนักงานตั้งแต่ระดับสูงจนล่างสุดที่ตั้งแถวตอนสองฟากรอต่างโค้งคำนับราวกับมีใครตั้งโปรแกรมเอาไว้ เหล่าเจ้าชายไม่ได้สนใจมากนัก ออกจะเห็นเป็นเรื่องเอิกเริกไปหน่อย แต่แน่นอนว่าคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อหนึ่งในก๊วนคือทายาทเจ้าของโรงแรม อีกสี่คนที่เหลือเป็นคุณชายทายาทมหาเศรษฐีและเจ้าชายตัวจริง

ลูกค้าระดับซูเปอร์วีไอพีขนาดนี้ ไม่ถูกอุ้มขึ้นไปส่งถึงห้องก็บุญเท่าไหร่แล้ว!

“ใช่ นายนั่นแหละ” ดราโกย้ำเมื่อพ้นแถวยาวเหยียดมาได้

ข้อกล่าวหาของดราโกเป็นคนละเรื่องกับหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้จนคนถูกกล่าวหาตั้งรับแทบไม่ทัน อีธานสบตาเพื่อนคนอื่นให้ช่วยหาคำอธิบาย

“อีธานมันทำอะไร” วินเซ็นต์สงสัยขึ้นมาบ้าง

เพื่อนอีกสองคนที่เหลือดูจะสนใจประเด็นนี้ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน

“สาว ๆ  ไง สาว ๆ” ดราโกวาดมือทั้งสองในอากาศเป็นรูปส่วนโค้งส่วนเว้าของผู้หญิง เจ้าพวกที่เหลือหัวเราะร่วน “ทำเฉยชาแบบนั้นเสียของ ผิดฟอร์มเดิม ๆ ของนาย หรือไม่สบาย?

“ฉันปกติดี”

อีธานบอกเพื่อนและย้ำกับตัวเองไปในตัว อุณหภูมิในร่างกายเขาไม่มากน้อยจนเกินไป ไม่ปวดหัวตัวร้อนจนเรียกได้ว่าป่วย ที่ไม่ใส่ใจผู้หญิงที่มารุมล้อมมากนักอาจเพราะเบื่อขึ้นมากะทันหันก็เป็นได้ อารมณ์ของเขาไม่เคยแน่นอน นอกจากเพื่อนสนิท คนรู้จักเขาดีที่สุดคือเบ็นจามิน

“เรื่องมันคงเริ่มตั้งแต่ตอนแข่ง” เดวินว่ายิ้ม ๆ หน้าตารู้ทัน “ชักอยากเห็นผู้หญิงคนที่นายหาตัวไม่เจอขึ้นมาบ้างแล้ว”

“ไม่จำเป็น เพราะอีกไม่นานนาย...” เลวินชกกำปั้นใส่อกอีธานก่อนจะพยักพเยิดกับคนอื่นที่เหลือ “และพวกนาย จะลืมทุกอย่างจนหมดเพราะเซอร์ไพรส์คืนนี้”

ดูจากท่าทางของเลวินแสดงว่าจะมี รายการพิเศษอีธานยิ้มพราย ตั้งแต่เริ่มรู้จักสนิทสนมกันที่อีตัน พวกเขาทั้งห้าหัวหกก้นขวิดด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน ตะลุยมาหมดในทุก ๆ อาณาจักรของแต่ละบ้าน...ถิ่นเพื่อนเหมือนถิ่นเรา พระราชวังของเลนีเซียยังเคยแทบพังมาแล้วเพราะความทะโมนไพรของเด็กหนุ่มสุดแสบโขยงนี้

การติดต่อหากันมีอยู่เสมอแม้หลังเรียนจบ ส่วนการรวมตัวนั้นแล้วแต่โอกาสเอื้ออำนวย ทุกครั้งที่มีนัดรวมพล ไม่ใครก็ใครต้องหาเรื่องสนุก ๆ ทำให้คุ้มค่า รอบนี้เลวินในฐานะเจ้าถิ่นคงคิดไว้ตั้งแต่ชักชวนแล้ว ดูท่าจะสุดเหวี่ยงไม่แพ้คราวก่อน ๆ

“อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง” อีธานดูนาฬิกา เวลามีความสุขมักผ่านไปเร็วจนน่าตกใจ พอถูกเพื่อนทักเรื่องไม่สนใจผู้หญิงที่เข้ามาห้อมล้อมก็เหมือนเขาเพิ่งตื่นจากความฝัน กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง “นายพูดซะฉันแทบอดใจรอไม่ไหว หวังว่าไม่ใช่มีแต่ราคาคุยนะโว้ย เลฟ”

“รับประกัน!

ท่าทางเลวินดูจะมั่นใจเป็นพิเศษ อันที่จริงอีธานแกล้งสบประมาทไปอย่างนั้นเอง ในกลุ่มของเขาไม่เคยมีใครทำให้เพื่อนผิดหวัง ทุกคนต่างรู้ความชอบไม่ชอบรสนิยมในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เห็นได้ชัดจากแฟชั่นโชว์ในงานโปโลการกุศล นางแบบทั้งหมด ไม่มีคนไหนหลุดมาตรฐานก๊วนเจ้าชาย

“ฉันค่อนข้างแปลกใจที่ไม่เห็นเบ็นมากับนายด้วย”

ภายใต้ท่าทีเฉื่อยชา วินเซ็นต์เป็นนักสังเกต อีธานคิดว่าคนอื่น ๆ เห็นความผิดปกตินี้ได้ไม่ยากเพียงแต่วินเซ็นต์เป็นคนเดียวที่เลือกจะถามขึ้นมา

พอประเด็นใหม่ถูกจุดขึ้น ทุกคนก็หันเหความสนใจมายังเรื่องที่กำลังพูดกัน นอกจากสนิทสนมกันเอง ทั้งห้ายังคุ้นเคยกับคนใกล้ชิดของเพื่อนด้วย

เนื่องจากฐานะไม่ธรรมดาของแต่ละบ้าน การไปไหนมาไหนอย่างเป็นส่วนตัวโดยคนในครอบครัวไม่รู้เห็นแทบเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ผู้ติดตามมีตั้งแต่สองคนขึ้นไปเป็นอย่างน้อย สำหรับเจ้าชายอีธาน ถ้าให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของเจ้าหญิงซิลเวีย เขาต้องมีทหารองครักษ์ติดตามเป็นขบวน ทว่ากฎนั้นถูกทำให้ง่ายขึ้นเพราะเบ็นจามิน

คนในตระกูลเบ็นจามินทำงานรับใช้ใกล้ชิดราชบัลลังก์อย่างซื่อสัตย์มา 5 อายุคน เบ็นเกิดวันเดือนปีเดียวกับเสด็จปู่ของเขา เมื่อเติบโตขึ้นโดยถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับเสด็จปู่ ทั้งคู่จึงเป็นมากกว่าองครักษ์คู่กาย ยิ่งกว่าพระสหายสนิท แต่ราวกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมา ในวังมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเบ็นจามินผู้นี้เองที่เป็นสื่อกลางความรักระหว่างสมเด็จย่ากับเสด็จปู่

หลังการสวรรคตของเสด็จปู่ หน้าที่ใหม่ของเบ็นจามินคือดูแลเจ้าชายอีธาน ความที่เป็นคนเก่าแก่ จงรักภักดีมาโดยตลอดทำให้เบ็นเป็นคนเดียวในวังที่ทัดทานเจ้าหญิงซิลเวียได้ และเรื่องที่จัดการส่วนใหญ่ก็เอนเอียงเข้าทางเจ้าชายเสียทั้งนั้น เมื่อเจ้าชายอีธานไม่โปรดการอารักขาเป็นขบวนเหมือนงูกินหาง นายทหารองครักษ์ถูกจัดการให้ติดตามอยู่ห่าง ๆ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้อยู่ในสายตาของเจ้าชายอีธาน มีเบ็นจามินอยู่ใกล้ชิดเพียงคนเดียว

อีธานนึกถึงเบ็นจามินด้วยหัวใจอบอุ่น เบ็นใจดีเหมือนเสด็จปู่ไม่มีผิด เพื่อน ๆ ของเขาชอบเบ็นทุกคน แทบเป็นคนสนิทคนเดียวของทั้งห้าที่ไม่มีใครตะขิดตะขวงใจที่จะอยู่ใกล้ การมีเบ็นเป็นเงาสะท้อนของเขาคือภาพคุ้นตา วินเซ็นต์จะสงสัยจนต้องเอ่ยปากถามก็ไม่แปลก

“พวกนายคงรู้แล้วว่าฉันเพิ่งมาจากเอธิโอเปีย”

เด็ก ๆ ที่นั่นต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาผิวเกรียมแดด ตัวผอมจนหนังหุ้มกระดูก อีธานทำทุกอย่างเพื่อต่อต้านเจ้าหญิงซิลเวีย อยากเกเรไม่ไปแต่ไม่อาจตัดใจจากงานด้านนี้

“เกิดอะไรขึ้นกับเบ็น”

ดวงตาดราโกเป็นประกาย คงกำลังเดาว่าเขาทำยังไงจึงฉายเดี่ยวมาอยู่ที่นี่ได้

อีธานหัวเราะเมื่อนึกถึงวีรกรรมของตัวเอง

“แค่รวบกุญแจรถทุกคันไว้ในกระเป๋าฉัน...แล้วเผ่น”

เจ้าพวกคนฟังฮาครืน

“ถ้าจำไม่ผิด เบ็นอายุเจ็ดสิบ”

เสียงของเดวินขลุกขลักเหมือนจะสำลักระหว่างพูดไปหัวเราะไป

“อย่าดูถูก” ผู้ชายอายุเจ็ดสิบบางคนงก ๆ เงิ่น ๆ แต่เบ็นจามินยังคล่องแคล่วเหมือนตอนอายุสี่สิบปลายอย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เจ้าตัวเป็นคนพูดเนิบจนคนมักเข้าใจผิด “การสื่อสารกลางป่าเหมือนในนรก มันแทบจะถูกปิดตาย กว่าเบ็นจะหาทางไปให้ถึงสนามบินและตามหาฉันเจอเราคงสนุกกันเต็มคราบ”

“ถ้าเป็นฉัน แค่ไล่ตะเพิดก็จบ” เลวินพูดขึ้น ไม่มีใครกังขาในข้อนี้ มันเป็นลักษณะโดดเด่นอย่างหนึ่งของเจ้าตัว “ถึงแล้ว นี่ล่ะเซอร์ไพรส์”

ห้าหนุ่มหยุดฝีเท้าลงหน้าห้อง ๆ หนึ่งหลังจากเดินไปคุยไปตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าโรงแรมจนขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นบนสุด เมื่อประตูสีดำถูกเปิดกว้าง อีธานกับเพื่อนอุทานอย่างพึงพอใจ เห็นเค้าลางความสนุกสุดเหวี่ยงของปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้

 

        งานปาร์ตี้เริ่มต้นตั้งแต่หัวค่ำที่ห้องเพรสสิเดนท์สูท  เป็นห้องใหญ่จุคนได้หลายสิบคน จากประตูสีดำบานใหญ่ เมื่อเปิดเข้ามาจะเห็นบันไดเดินลงสองขั้น ทางซ้ายและขวามือเป็นทางแยกไปยังห้องนอน ถ้าเดินตรงไปข้างหน้าจากบันไดขั้นสุดท้ายไม่กี่ก้าวจะเห็นโถงโล่ง มีโซฟาทรงครึ่งวงกลมสีขาวขนาดใหญ่สองชุดวางอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา ครั้งแรกที่อีธานเห็นห้องนี้ เขาบอกเลวินทันทีว่าชอบมันมากโดยเฉพาะสระว่ายน้ำเล็ก ๆ สองสระกลางห้อง มันทำให้จินตนาการของเขาบรรเจิดเมื่อคิดถึงยามที่ตัวเองและสาว ๆ ลงไปอยู่รวมกันในนั้น

        เมื่อตอนมาถึง ห้องทั้งห้องยังอยู่ท่ามกลางแสงสว่างจากภายนอกหลังม่านหนาสีแดงสด แต่ตอนนี้ม่านถูกรูดปิดทุกด้าน บดบังไม่ให้เห็นกระจกผนังใส กั้นสายตาของคนภายในและภายนอก

        อีธานออกจากห้องเล็กพร้อมกับเพื่อนหลังจากพักผ่อนและเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ห้องทั้งห้องตกอยู่ในแสงสลัวใต้โคมไฟแบบโมเดิร์น

        “พร้อมหรือยังพวก” ดราโกถาม

อีธานดูท่าทางคนถามก็รู้ว่าพร้อมตั้งแต่บ่ายแล้ว เขาเองก็เช่นกัน

“ไม่น่าถาม พร้อมสิวะ”

        “เออ มันต้องแบบนี้”

        ดราโกดูคึกคักเกินหน้าเพื่อนฝูง คืนนี้เจ้าตัวสวมเชิ้ตเนื้อดีเข้ากับกางเกงแบรนด์เดียวกัน ท่วงทีเวลาเคลื่อนไหว มองมุมใดก็ยังเป็นนายแบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาสาว ๆ

        ฝ่ายนั้นเห็นเขามองจึงมองตอบบ้าง ด้วยการกวาดสายตาขึ้นลงก่อนตบหลังมือลงใต้ฐานคอเขาแล้วว่า

        “เจ้าชายหลงวัง คืนนี้คงมีสาว ๆ ต่อคิวสมัครเป็นเจ้าหญิงเพียบ”

        “พอกันล่ะวะ เจ้าพวกนั้นด้วย” อีธานพยักพเยิดไปยังอีกสามหนุ่มที่ไปยืนออหน้าประตูรอรับสมาชิกร่วมงานปาร์ตี้ตามประสาสุภาพบุรุษ แต่ละคนแต่งตัวตามสบายทว่าดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

       

        บรรยากาศงานสังสรรค์ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก เพลงจังหวะเชื่องช้าช่วงค่ำเริ่มปรับให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ อีธานกับเพื่อนรวมตัวกันบ้างกระจายตัวกันบ้างสลับกันไป

        ตอนนี้เจ้าชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาสีขาวท่ามกลางหมู่ดาราและนางแบบสาวที่นัวเนียเข้ามาพร้อมหน้าแบบไม่มีใครยอมใคร เสียงของพวกเธอออดอ้อน ส่วนมือนั้นยิ่งกว่าปลาหมึก แต่ละมือเปะปะอยู่บนตัวเขาแทบทุกที่ไม่เว้นแม้แต่...

        “องค์ชายขาแบบนี้ดีหรือเปล่า”

        นางแบบคนหนึ่งกระซิบถามข้างหู เสียงที่ได้ยินในระยะใกล้มากเป็นเพราะเจ้าตัวจรดปากและจมูกเข้ากับหูเขาเลยทีเดียว เลือดหนุ่มของอีธานลุกโพลง ชอบความรู้สึกอิสระในตอนนี้

        ท่ามกลางหมู่คน เสียงเพลงดังกระหึ่ม แสงไฟสลัว มีเสียงหัวเราะ คำพูดออดอ้อนและการพะเน้าพะนอ

        “ดี แต่ดีได้มากกว่านี้อีก”

        อีธานตอบเสียงกระเส่า มองตอบสายตายั่วยวน มือวางซ้อนบนหลังมือนางแบบสาว สาธิตการเล้าโลมที่เพิ่มระดับยิ่งกว่าที่หญิงสาวกำลังทำให้ดูว่าควรจะปลุกปั่นเขาขนาดไหนถึงจะเรียกได้ว่าดีพอ

        “องค์ชาย...” เสียงของนางแบบดาวยั่วสั่นกระเส่า “ที่ใคร ๆ ลือว่าองค์ชายร้อนแรงมันยังน้อยไป”

        “เขาว่ายังไงกันบ้าง”

        คำร่ำลือเกี่ยวกับตัวเขามีมากมาย อีธานถนัดก่อแต่ไม่เคยสนใจฟังหรืออ่านข่าวใด ๆ ของตัวเอง ทว่าอารมณ์กึ่งมึนเมาทั้งที่แทบจะไม่ได้แตะต้องแอลกอฮอล์ทำให้อยากเอ่ยถาม เพื่อปลุกเร้าอีกฝ่าย

        “เขาว่า...” ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะเหมือนสวมหน้ากากยื่นมาใกล้ ริมฝีปากแทบจรดกัน “องค์ชายเร่าร้อน...และทนทาน”

        อีธานหัวเราะร่วน

        “น่าตบรางวัลคนพูด”

        “ตบคนเล่าแทนก็ได้นี่คะ”

        คนพูดเบียดเสียดหน้าอกอิ่มเข้ากับตัวเขายั่วยวนเต็มที่ อีธานกอดเอวเจ้าหล่อน ไม่ลืมเผื่อแผ่จุมพิตให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เริ่มไม่พอใจการออดอ้อนเกินหน้า ก่อนจะหันมาบดจูบตบรางวัลตามคำขอ

        “อย่าฮุบองค์ชายไว้คนเดียวสิ”

        เสียงแหลมของใครคนหนึ่งดังขัดขึ้นทว่านางแบบในอ้อมกอดอีธานหาได้สนใจไม่ ท่าทางเธอกลับภูมิใจยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ อ้อมแขนที่โอบรอบคออีธานแน่นกว่าเดิมขณะตอบรับจูบเร่าร้อนพร้อมกับครวญครางเสียงดังอวดคนอื่น ๆ

        “องค์ชาย!

        เสียงผู้หญิงคนอื่นร้องท้วงขึ้นพร้อมเพรียง มือพวกเธอฉุดกระชากนางแบบตัวต้นเหตุออกไปทางหนึ่งและพากันกอดอีธานไว้บ้าง

        การแก่งแย่งเพื่อให้ความสนใจของเขาเปลี่ยนจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งเป็นเรื่องที่อีธานพบเจอจนชิน เขาควรจะโกรธแต่กลับไม่ ชายหนุ่มคิดว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะตัวเองไม่คิดจริงจังกับใครในเมื่ออ่านออกว่าทุกคนมุ่งหวังที่จะมีสัมพันธ์กับเขาเพื่อหวังไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งชายา

        เพราะรู้จุดประสงค์ดี เขาไม่เคยดูถูกสะพานที่ผู้หญิงทุกคนทอดให้ แต่เพียรสอนพวกหล่อนด้วยการกระทำว่าหากคิดจะมัดใจอีธานให้ได้ต้องผ่านอะไรบ้าง อย่างน้อยด่านแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ เขาไม่ใช่ของใคร อย่าคิดแสดงความเป็นเจ้าของ

        นางแบบที่อยู่บนตักถูกอุ้มวางลงข้างตัวอย่างละมุนละม่อมก่อนสองแขนของอีธานจะอ้าออกต้อนรับอีกคนอย่างเต็มอกเต็มใจ เขาได้ยินเสียงกรีดร้องกระฟัดกระเฟียดของคนตกสวรรค์ก่อนเสียงนั้นจะถูกกลบหายด้วยเสียงลมหายใจและเสียงกระเส่าของผู้หญิงคนอื่น ๆ

        “ร้อนไหมคะ”

        สาวสวยที่เพิ่งได้รับจูบจากเขาถามเสียงอ้อน

        “ไม่ ร้อนหรือ”

        “ค่ะ ฉันร้อน ร้อนจังเลย” เจ้าตัวว่าพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นต่อหน้าเขาจนเหลือแต่บิกินีชิ้นน้อยปิดบังทรวงอกและส่วนสงวน

        เสียงฮือฮาดังขึ้น ไม่ใช่เพราะชื่นชม แต่เป็นเพราะอารมณ์หมั่นไส้ของผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่แม้จะแต่งกายล่อแหลมน้อยชิ้นอยู่แล้วยังพ่ายแพ้ให้แก่กลยุทธ์เปลื้องผ้าโชว์

        “ผมจะสั่งเร่งแอร์ให้” อีธานแกล้งทำเป็นรู้ไม่ทัน เขากำลังรอดูว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก

        และไม่นานเกินรอเลยเมื่อฝ่ายนั้นส่ายหน้า โน้มตัวลงกอดคอเขา

        “แบบนั้นไม่หายหรอกค่ะ มันต้องอย่างนี้”

        -ตูม-

        อีธานถูกดึงลงสระโดยไม่ทันตั้งตัว น้ำกระเซ็นเปียกพื้นไปทั่ว ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงผสมกับเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ เขา

        “จะเล่นน้ำทำไมไม่เปลี่ยนชุดก่อนวะ อีธาน” เดวินที่สนุกอยู่อยู่อีกมุมหนึ่งด้วยการโชว์มายากลเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามที่ตนถนัดตะโกนถาม

        น้ำในสระสูงระดับเอว อีธานก้มมองสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำของตัวเองแล้วหัวเราะขำ หันไปจูบคนที่ฉุดเขาลงสระแรง ๆ ด้วยความมันเขี้ยว

        “มันต้องแบบนี้แหละถึงจะได้อารมณ์” เขาตอบเพื่อน

        พอสระแรกถูกใช้ อีกสระก็มีคนลงไปเริงร่าเช่นกัน ในสระของอีธานเอง ไม่นานสาว ๆ ลงมาจนเต็ม แต่ละคนเปียกปอนจนเห็นนวลเนื้อผ่านผ้าบาง ๆ ส่วนบางคนตัดสินใจถอดเหลือแต่บิกินีจิ๋วท่อนล่าง แทบจะเปลือยเปล่าต่อหน้าอีธานทุกคน

 

งานรื่นเริงยังคงดำเนินไปเหมือนไร้กาลเวลา อีธานไม่ได้ดูนาฬิกา เขาไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว รอบ ๆ ตัวมีแต่ความสนุกสนานจนไม่อยากสนใจเรื่องพวกนั้น

ผู้หญิงกว่าค่อนงานพยายามให้เขาเลือกหนึ่งในนั้นหรือพร้อม ๆ กันก็ได้เพื่อจบลงบนเตียง อีธานตอบรับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของสาว ๆ แบบไม่เกี่ยงงอนด้วยการจูบและสัมผัสร่างกายทุกคนที่เสนอให้แต่ไม่มีใครพาเขาไปถึงเตียงได้

พอเป็นเช่นนั้น จากแยกกันทำงาน แข่งกันเรียกร้องความสนใจ ดูเหมือนจะเกิดการร่วมมือขึ้นเงียบ ๆ อีธานรู้สึกได้เพราะกำลังแย่ที่ถูกรุมจูบและปลุกเร้าไปทั่วทุกส่วน พวกหล่อนไม่สนใจสายตาใคร อาจเพราะแต่ละคนมีจุดประสงค์เดียวกัน แน่ละว่าที่ผ่านมาคู่นอนของเขาไม่เคยถูกยกให้เป็นแม้แต่คู่รัก ทว่าผู้หญิงพวกนั้นก็ยอมเสี่ยงราวกับมีความหวังอยู่เสมอว่าตัวเองอาจเป็นคนยึดหัวใจอีธานไว้ได้

เสื้อเปียกปอนของเขาถูกมือนุ่มนิ่มของใครคนหนึ่งถอดออก น้ำในสระเริ่มไม่เย็นอีกต่อไปแล้วเพราะอุณหภูมิเร่าร้อนในร่างกายของคนเป็นสิบ

“พิสูจน์ให้พวกเราเห็นสิคะองค์ชาย ข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริง พวกเราพร้อมจะรับมันแล้ว”

ตัวคนพูดชุ่มฉ่ำด้วยหยดน้ำ เสื้อสีขาวตัวบางแนบติดผิว ทรวงอกเต่งตูมที่เห็นรำไรใต้ผ้าเปียกไม่มีชั้นในปกปิด ดวงตาอีธานลุกโพลงขึ้นเหมือนมีไฟอยู่ข้างใน เลือดเนื้อของเขาเต้นพล่าน เขาดื่มไปนิดหน่อยแต่ยังไม่เมา พวกผู้หญิงต่างหากมอมเมาเขาจนแทบจะระเบิด

“เราจะไม่ผูกพันกัน” อีธานย้ำกฎเหล็ก

“ค่ะ”

“คุณไม่ใช่เจ้าของผม”

“ค่ะ องค์ชาย”

เสียงคนตอบรับสั่นพร่า ไม่ใช่หนึ่งแต่เป็นสามคน ซ้ายขวาและข้างหน้าอีกคน เนื้อตัวเปียกปอนแทบไม่มีเสื้อผ้าปกปิดกายกันอีกต่อไป ส่วนชิ้นที่เหลือไว้ก็เพียงเพื่อกระตุ้นให้อีธานเป็นคนเกี่ยวมันออกไปเท่านั้น

“ดี ผมชอบคนเข้าใจอะไรง่าย ๆ”

อีธานเอ่ยชมก่อนคลุกใบหน้าลงเคล้าซอกคอคนตรงหน้าเรียกเสียงครวญ อีกสองคนกอดประกบอย่างไม่ยอมแพ้ คนหนึ่งเสียดสีเนื้อตัวเข้ากับเขา อีกคนคืบคลานมือผ่านต้นขาเข้าสู่กลางลำตัว

ลมหายใจของทั้งสี่ดังกระชั้นหนักหน่วง การปลุกเร้าอารมณ์กันและกันแทบจะถึงจุดสิ้นสุด ผู้หญิงที่เหลือรอคอย บางคนแช่งชักให้อีธานสลัดพวกนั้นทิ้งและหันเหมาหาคนถัดไป

การแช่งชักเป็นผล...แต่เพียงครึ่งเดียว

ท่ามกลางกระแสอารมณ์ปั่นป่วน มีบางอย่างวนเวียนรบกวนอยู่ในสมองอีธานไม่เลิก เขาค่อนข้างหงุดหงิดกับมันจนไม่สามารถสนุกกับวังวนพิศวาสได้เต็มที่

“องค์ชาย...”

ผู้หญิงในอ้อมกอดประท้วงเสียงพร่า สบตาเขาอย่างสงสัยเมื่อแรงบดจูบหยุดชะงักลงกลางคัน

อีธานจ้องมองดวงตาสีเขียว มันสวยก็จริงแต่ถูกรบกวนด้วยดวงตาดำขลับอีกคู่อยู่ตลอดเวลา เขาผลักผู้หญิงทุกคนออกห่างตัว ขึ้นจากสระโดยไม่สนใจเสียงเรียกหา ท่าทางเขาจะบ้าไปแล้วที่ทำเพียงกอดจูบไม่เลยเถิดไปมากกว่านั้น เพราะเอาแต่นึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง!

“แชมเปญสักแก้วมั้ยคะ”

พนักงานเดินเครื่องดื่มในชุดนางกระต่ายสุดเซ็กซี่ถือถาดมาหยุดดักหน้าเขาก่อนจะเดินถึงบาร์เครื่องดื่ม

อีธานคว้าแก้ว กรอกแชมเปญลงคอ ตั้งใจว่าจะปัดภาพรบกวนจิตใจออกโดยเร็วและสนุกกับคืนนี้เต็มที่ให้สมกับที่นาน ๆ ครั้งจะหนีผู้ติดตามได้ แต่ภาพต่าง ๆ กลับเลือนรางและมืดดับลงอย่างรวดเร็ว

++++++++++++++
พบกันทุกวันจันทร์ ทีละนิดทีละหน่อยก็อย่าลืมมาตามอ่านกันเน้อ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #79 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 03:45
    ถูกว่าที่คู่หมั่นวางยาหรือเปล่า
    #79
    0
  2. #28 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 22:03
    โดนใครวางยาอ่ะ
    #28
    0
  3. #20 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:25
    จะเจออะไรละคะเนี้ย ท่าน
    #20
    0
  4. #14 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 14:56
    องค์ชายโดนตลบหลังแน่นอน
    #14
    0