เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 พ.ย. 58


กลางสนามโปโลซึ่งมีพื้นที่กว้างประมาณ 4 สนามฟุตบอล จอมก่อเรื่องที่ได้รับเชิญให้เป็นนักกีฬากิตติมศักดิ์เข้าร่วมแข่งขันโปโลการกุศลกำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุกสนานโดยมีเสียงเชียร์จากบรรดาสาวๆ เป็นแรงสนับสนุน

“องค์ชาย สู้เขานะคะ”

“ฉันจะมอบร่างกายเป็นรางวัลให้องค์ชายในคืนนี้”

นางแบบสาวชื่อดังของวงการพูดขึ้นอย่างไม่อายใคร ทำให้หญิงสาวดีกรีนางเอกดาวรุ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทำหน้าเบ้ด้วยความหมั่นไส้

“มอบร่างกายเป็นรางวัล...เฮอะ” ฝ่ายนั้นตวัดเสียงเยาะ “คิดว่าอยู่ดีๆ ใครหน้าไหนจะเสนอตัวให้องค์ชายได้หรือ ถ้าไม่ได้รับเลือกก็ไม่มีสิทธิ์ย่ะ!

คนถูกแขวะหน้าแดงก่ำ ทำท่าเหมือนอยากกระโจนเข้าบีบคอเจ้าของเสียงแหลมบาดหู

“รู้ดีขนาดนี้ ท่าทางจะเคยถูกตัดสิทธิ์สินะ”

“นี่!

“จี้ใจดำละซี้...ว้าย เงียบ เคยแน่ๆ เลย” นางแบบสาวลอยหน้ายั่ว

เสียงหัวเราะเยาะกับบทสนทนาที่ดังเผื่อแผ่คนใกล้เคียงพลอยทำให้คนอื่นๆ หัวเราะสะใจบ้าง นางเอกสาวซอยเท้าไปมาพร้อมกรีดเสียง ถ้าไม่ติดว่าอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนและหนุ่มหล่อในสนามอาจจะหันมาเห็นคงเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรเจ้าตัวจึงได้แต่เดินกระแทกเท้าแยกไปอยู่อีกมุมหนึ่ง

ทีมที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการแข่งขันคราวนี้ถูกเรียกว่า ก๊วนเจ้าชาย มีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย เลวิน ดราโก วินเซ็นต์ เจ้าชายเดวิน และเจ้าชายอีธาน

แม้ว่าสมาชิก 3 ใน 5 จะไม่ใช่เจ้าชาย แต่รูปร่างหน้าตาและชีวิตความเป็นอยู่เหมาะสมกับฉายาอย่างยิ่ง นอกจากทุกคนจะหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ยังมีโพรไฟล์เลิศเลอจนหญิงสาวค่อนโลกต่างใฝ่ฝันถึง แม้เป็นเพียงคู่ควงชั่วคราวของพวกเขาสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี

เริ่มจาก เลวิน นิโคลาส เฟอร์ลอง ทายาทเจ้าของโรงแรมเฟอร์ลองซึ่งมีสาขาทั่วทุกมุมโลก รวมถึงโรงแรมเฟอร์ลองสาขาสิงคโปร์ที่อยู่ใกล้กับสนามโปโลที่จัดการแข่งขันในวันนี้ด้วย ว่ากันว่ามรดกที่จะได้รับ ใช้ตลอดชาติก็ยังไม่หมด

คนต่อมา ดราโก กราซซินี่ ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของสายการบินกราซซินี่ แอร์ไลน์ มีเที่ยวบินตรงสู่นครหลวงสำคัญๆ ทั่วโลก แต่แทนที่เจ้าตัวจะสนใจสืบทอดกิจการ กลับรักในงานเดินแบบมากกว่า ชื่อเสียงของเขาในวงการดังกระฉ่อน รายได้ต่อปีมากพอเลี้ยงชีพได้สบายโดยไม่ต้องพึ่งเงินจากครอบครัวสักเหรียญ

คนที่สาม วินเซ็นต์ โกลด์สมิธ แค่นามสกุลก็บอกยี่ห้อว่าตระกูลนี้ร่ำรวยขนาดไหน สำนวนคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเป็นคำเปรียบเทียบที่ไม่เกินจริงไปนัก เพราะกิจการค้าทองของครอบครัว เจ้าตัวจะคาบสักสิบช้อนพร้อมกันยังได้ ปัจจุบันวินเซ็นต์ทำงานเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินคนสำคัญของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง จัดเป็นคนบ้างานมากคนหนึ่ง

เจ้าชายเดวิน กิลฟอร์ด มอนทราเวีย สมาชิกคนที่สี่ของก๊วน เจ้าชายแห่งประเทศมาเคซซีเนียแม้จะเป็นเจ้าชายจากประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ความร่ำรวยและชาติกำเนิดอันสูงศักดิ์เหมือนแม่เหล็กชิ้นโตที่ดึงดูดสาวๆ ให้เข้าหาไม่ซ้ำหน้า

ส่วนคนสุดท้ายซึ่งกำลังควบม้าพร้อมเอี้ยวตัวลงหวดไม้โปโลเพื่อปิดเกมในชักกาสุดท้ายคือ เจ้าชายอีธาน วิลเลียม เฟลิกซ์ เจ้าชายรัชทายาทแห่งราชอาณาจักรเลนีเซีย ประเทศเล็กๆ แถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ริมฝั่งทะเลเอเดรียติก

ด้วยความหล่อเหลาพ่วงตำแหน่งว่าที่กษัตริย์ รวมถึงการวางตัวติดดินเข้าถึงได้ง่าย เขาผู้นี้จึงได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในท็อปเทนของรัชทายาทที่มีสาวๆ หลงรักมากที่สุดในโลกถึงสามปีซ้อน ชนิดที่ต่อให้มีข่าวควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นซินเดอเรลล่าในชีวิตจริงก็ไม่แคร์

หนุ่มหล่อทั้งห้าเริ่มสนิทสนมกันตั้งแต่ครั้งเรียนด้วยกันที่อีตัน โรงเรียนชายล้วนชื่อดังแห่งประเทศอังกฤษ ชีวิตหลายปีในโรงเรียนประจำทำให้ความเป็นเพื่อนของทั้งห้าแน่นเหนียวยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือด แม้ภายหลังวินเซ็นต์จะออกจากโรงเรียนกลางคันก็ตาม

นอกจากความเนื้อหอมกับประวัติเพอร์เฟกต์แล้ว อีกอย่างที่พวกเขาเหมือนกันคือชอบก่อวีรกรรมจนตกเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวันโดยที่เจ้าตัวไม่เคยแยแส

 

เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ดังขึ้นหลังการแข่งขันโปโลการกุศลจบลง เลวินหนึ่งในก๊วนเจ้าชายเนื้อหอมที่สมัครใจเป็นผู้ชมเพียงอย่างเดียวลุกขึ้นเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อน โดยมีเจ้าของเสียงวี้ดว้ายก่อนหน้านี้ตามเป็นทาง

“ยังจริงจังอย่างกับลงแข่งโอลิมปิกเหมือนเดิม” เลวินตบบ่าแซวอีธานที่ยิ้มรับทั้งเหงื่อเต็มหน้า

เจ้าชายทั้งสองในก๊วนอาจมีชีวิตสูงส่งเต็มไปด้วยกฎระเบียบเวลาอยู่ในวัง ทว่าเมื่ออยู่ภายนอกกลับใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปแม้แต่คำพูดจากับคนอื่นๆ

“นายยังไม่ชินอีกเรอะ” เจ้าชายเดวินเอ่ยพลางโอบเอวนางแบบสาวสวยสองคนเข้าหา

กีฬาโปโลเป็นกีฬาถนัดของทั้งกลุ่ม แต่เป็นที่รู้กันว่าอีธานชื่นชอบมันมากๆ จนถ้าเขาไม่ใช่เจ้าชายและคิดเอาดีทางนี้คงสบายไปทั้งชาติ เพราะคงได้ค่าตัวสูงลิบลิ่วจากความสามารถที่มี

“ชักหิว มีอะไรให้กินบ้าง”

เสียงบ่นพึมพำดังมาจากวินเซ็นต์ที่กำลังมองข้ามไหล่ดาราสาวสุดเซ็กซี่ใกล้ตัวไปยังเต็นท์อาหารที่เรียงรายอยู่ข้างสนาม ท่าทางเฉื่อยชาในเวลาปกติเปลี่ยนเป็นงุ่นง่านทุกทีที่ท้องร้อง

“ไอ้เห็นแก่กิน” ดราโกว่าหลังเงยหน้าขึ้นจากริมฝีปากอิ่มของคู่ควงที่เพิ่งพบกันข้างสนามก่อนเริ่มแข่งขัน

“หรือนายไม่หิว” วินเซ็นต์ไม่ยอมแพ้ตามแบบฉบับคนเห็นเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่

ในขณะที่สี่หนุ่มนัวเนียกับสาวสวยในอ้อมกอดพลางพูดแขวะกันไปมา อีธานกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป นางแบบกับดาราสาวที่แข่งขันกันบดเบียดเนื้อตัวเข้าหาไม่ได้รับความสนใจมากไปกว่าโอบเอวไว้หลวม ๆ

สายตาของเขากวาดไปทั่วบริเวณงานซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศเลิศหรูของน้ำหอมกลิ่นละมุน รถยนต์ราคาแพงอย่างโรลส์-รอยซ์ เฟอร์รารี ลัมโบร์กินี บูกัตติ ที่นำมาจอดเรียงรายราวกับเป็นโชว์รูมกลางแจ้ง ชายหญิงในชุดแบรนด์เนมและแฟชั่นหมวกที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของงานโปโล

“แกมองหาอะไรอีธาน” เดวินถาม มองตามสายตาเพื่อนด้วยความสงสัย

“คน”

“ใครวะ บอกมา ฉันรู้จักทุกคนในงานนี้”

อีธานหันมาสบตาเลวินอย่างมีความหวัง เขาลืมสนิทว่าที่นี่เป็นอาณาจักรของเฟอร์ลอง แค่เอ่ยชื่อ คนอย่างเลวินต้องบอกได้แน่ว่า เธอ เป็นใคร

แต่...นั่นสิ

ใคร?’

อีธานนึกถึงแวบแรกที่เห็น การที่เขามองสิ่งอื่นนอกจากลูกโปโลระหว่างการแข่งขันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แวบเดียว...ที่จำได้ทุกรายละเอียด

ส่วนสูงของเธอประมาณห้าฟุตสี่นิ้ว รูปร่างอ้อนแอ้น เอวคอดกิ่วน่าทาบมือทั้งสองลงไป เส้นผมสีน้ำตาลอมแดงทิ้งตัวลงเคลียเหนือเนินอกอิ่มใต้คอร์เซตสีดำดูนุ่มสลวยน่าพันนิ้วเล่น ส่วนนัยน์ตาโตดำขลับก็ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง ดูจากลักษณะแล้วเธอไม่ใช่ชาวยุโรปแท้

อาจเป็นลูกผสมลาติน...ประมาณนั้น

แต่ที่แน่นอนคือเธอจ้องมองเขา อย่างตั้งใจทีเดียวละ ทว่าความหวังที่จะได้พบหลังแข่งเสร็จกลับพังทลาย เพราะเขาไม่เห็นเธอ...แม้แต่เงา

“เฮ้ย! อีธาน บอกเลฟมันสิ” วินเซ็นต์โวยวาย หน้าตาบ่งบอกว่าเริ่มโมโหหิวจนแทบกินคนข้างๆ แทนอาหารได้

อีธานไม่สนใจอารมณ์ของเพื่อนด้วยกำลังตั้งใจมองหาหญิงสาวที่เห็นอยู่ข้างสนามระหว่างตนเองกำลังแข่งขันอีกครั้ง รูปร่างเล็กบางกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ในที่นี้น่าจะเป็นจุดสังเกตได้ดี แต่ทั้งงานกลับมีผู้คนมากมายยกเว้นเธอ

“เป้าหมายใหม่?” เลวินกระซิบกระซาบ “ไว้หน้ากันหน่อยสิเพื่อน สาวๆ ที่ฉันหาให้ไม่โดนใจบ้างสักคนรึ”

เสียงกระซิบเมื่อครู่คงไม่เบาพอและเข้าหูผู้หญิงตัวนุ่มๆ สองคนในอ้อมกอดเข้า พวกหล่อนทำท่ากระเง้ากระงอด อีธานไม่ปฏิเสธว่าสวยทั้งคู่ซ้ำยังมีทีท่าเต็มใจทำทุกอย่างตามบัญชา แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกสนใจแม้แต่น้อย ทว่า...

“ช่างเหอะ” เจ้าชายหนุ่มยักไหล่แล้วยอมตัดใจ “ชักหิวขึ้นมาเหมือนกัน”

 

เจ้าของดวงตาดำขลับมองตามหนุ่มหล่อปานเทพบุตรทั้งห้าที่ถูกห้อมล้อมด้วยเซเลบฯ สาวจากแทบทุกวงการเดินไปตักอาหารยังเต็นท์ส่วนที่จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับพวกเขา แขกในงานโปโลการกุศลที่รวมกลุ่มอยู่ก่อนพร้อมใจแหวกช่องให้เป็นทาง ใบหน้ายิ้มแย้ม พินอบพิเทา

คนเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษในทุกที่ๆ ย่างกรายไปถึงเสมอ สั่งการได้ทุกอย่างตามต้องการ แค่คนเดียวอำนาจยังล้นมือ รวมกันยิ่งทวีคูณ

เธอไม่สนใจเรื่องพวกนั้น ทุกแห่งบนโลกมีความเหลื่อมล้ำอยู่ มันเหมือนเป็นสัจธรรมว่าถ้าก้าวขาหนึ่งไปข้างหน้า อีกข้างจะอยู่หลังเสมอ

ปัญหาคือ แล้วเรื่องอะไรเธอกับก๊วนอภิสิทธิ์ชนต้องมาอยู่ที่เดียวกันด้วย

บ้าจัง!’

“ไนล์ อยู่นี่เอง ตามหาตั้งนาน”

ไนล์ หรือชื่อจริงตามบัตรประชาชนว่า หม่อมราชวงศ์นาตาชา นฤมาศ สะดุ้งหันขวับมาเจอเจ้าของเสียงเรียกที่ยืนเท้าสะเอวจังก้า ดวงตาชั้นเดียวยิ่งเล็กลงอีกเมื่อเจ้าตัวหรี่มองแบบคาดโทษ

“บัว”

“แกมาทำอะไรตรงนี้” ใบบัวถามคาดคั้น เพราะในขณะที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่ริมสนาม นาตาชากลับอยู่ในอาคารสำนักงานของโปโลคลับเพียงลำพัง

เมื่อครู่เพราะอยู่ในภวังค์ นาตาชาจึงตกใจกับเสียงเรียกเพียงเบาๆ ของเพื่อนสนิท แต่ตอนนี้สุ้มเสียงกับท่าทางของอีกฝ่ายไม่อาจข่มขวัญเธอได้ แม้แต่การใช้กำลังก็เถอะ ผู้หญิงผิวขาวเป็นหยวกกล้วย ผอมและเตี้ยกว่าตั้งเกือบสิบเซนติเมตรอย่างใบบัวทำให้เธอขยับเขยื้อนยังไม่ได้เลย

“เข้าห้องน้ำ”

“ห้องน้ำ?” ใบบัวทวนคำเสียงสูง บุ้ยใบ้ให้ดูป้ายบอกทางไปสุขา ลูกศรชี้ไปยังทิศทางฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่ตรงที่นาตาชายืนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ “เชื่อตายเลยนะ ยายคุณหญิง ฉันรู้ว่าแกพยายามหลบองค์ชายอีธานอยู่”

ชื่อนั้นเหมือนหนามแหลมทิ่มแทงใจทุกครั้งที่ได้ยิน ใบบัวกล่าวหากันแบบนี้ไม่ถูกต้อง

“ไม่ได้หลบ!

“แกหลบ”

“ไม่-ได้-หลบ!” นาตาชาเถียงคอเป็นเอ็น แน่ใจในคำยืนยันของตัวเอง “ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น”

“กลัวไงล่ะจ๊ะ” ใบบัวหัวเราะคิกคัก กระแซะเข้ากระตุกโบผูกคอร์เซตเย้า “แกกลัว”

ในพจนานุกรมของหม่อมราชวงศ์นาตาชาไม่เคยมีคำว่ากลัว นาตาชาเถียงเพื่อนในใจ เธอเพียงแต่...

“ฉันเกลียดเขา” หม่อมราชวงศ์สาวตอบเสียงหนัก “ส่วนแกมาให้จัดการเสียดีๆ รู้มาก่อนใช่มั้ยว่าเขาจะมาที่นี่ แกหลอกฉันมาใช่มั้ย”

นาตาชาไล่ตีเพื่อนโทษฐานรู้ทั้งรู้ว่าเจ้าชายอีธานเป็นมนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่เธออยากร่วมแผ่นดินด้วย แต่กลับพามาเจอเสียได้

“ไม่กลัวก็อย่าวีนสิ โอ๊ย ไนล์ แกเอาจริงเลยหรือ” ใบบัววิ่งหลบพลางเถียง

ความตั้งใจเดิมก็แค่ลงไม้ลงมือกับเพื่อนเล็กน้อยให้หายหมั่นไส้ แต่พอนาตาชานึกถึงใบหน้าคมเข้มของเจ้าชายอีธานก็เผลอตีเพื่อนเสียน่วม ถ้าใบบัวไม่ร้องประท้วง สภาพคงไม่ต่างจากตุ๊กตาหมีที่เธอพรินต์รูปหน้าเจ้าชายอีธานมาแปะแล้วเล่นงานจนหัวหลุดไส้ทะลัก

“โอ๊ะ ขอโทษที”

นาตาชาหยุดมือ ใบบัวถอนหายใจโล่งอก

“มือหนักเป็นบ้า ออกไปด้วยกันเถอะ”

“ไม่” นาตาชาส่ายหน้า พยายามแกะมือใบบัวออกจากข้อมือตัวเอง “ฉันเบื่อแล้ว จะกลับโรงแรม”

“ไนล์”

ใบบัวไม่ยอม ลากนาตาชาให้มาหยุดยืนอยู่ระหว่างช่องประตู ชี้เข้าไปในหมู่คนที่เวลานี้ดูคึกคักมากขึ้น เก้าอี้ทุกตัวถูกจัดเรียงเป็นแถวหันหน้าไปทางยกพื้นเตี้ย พิธีกรคงกำลังพูดอะไรสักอย่างที่คงถูกใจหนุ่มๆ ไม่น้อย เพราะผู้ชายทุกคนหัวเราะร่วน ครู่ถัดมานางแบบในชุดเซ็กซี่ก็เริ่มเดินขึ้นอวดโฉม ทุกคนจงใจหยุดตรงหน้าก๊วนเจ้าชายนานเป็นพิเศษก่อนเดินกลับเข้าไป

“ดูให้เต็มตา ผู้หญิงพวกนั้นสวยสู้แกไม่ได้”

“อวยชัดๆ” นาตาชาขัดคอ ถอยกลับเข้ามายืนกอดอกพิงกำแพงข้างกรอบประตู

“ถึงไม่ค่อยอยากชมแกให้ช้ำใจแต่ฉันก็พูดจริง”

ใบบัวตวัดเสียงอย่างคนรู้ตัวว่าถึงจะไม่ใช่คนขี้เหร่ ผิวขาวๆ หน้าหมวยๆ จัดอยู่ในประเภทขายดีไม่หยอก แต่ถ้าให้เทียบกับหม่อมราชวงศ์นาตาชานั้นไม่เห็นฝุ่น อีกฝ่ายมีรูปร่างสมส่วน มีใบหน้าสวยซึ้งอันเป็นส่วนผสมลงตัวระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ประดับด้วยดวงตาคู่คมที่ผู้ชายคนไหนเห็นเป็นเหลียวหลัง ติดบ่วงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น

“แกอยู่กับป๊าต่อเถอะ ฉันกลับไปรอที่โรงแรมเองได้”

ครอบครัวของใบบัวมีกิจการค้าขายอาหารกระป๋อง พนักงานหนึ่งในสามของบริษัทเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น ตัวใบบัวเป็นเลขานุการส่วนตัวให้บิดาที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ มาสิงคโปร์คราวนี้ไม่เกี่ยวกับงานแต่อย่างใด พ่อของใบบัวมีนัดพบปะกับเพื่อนเก่าที่นานๆ ได้พบกันสักครั้ง เจ้าตัวจึงติดตามมาด้วย ส่วนนาตาชาถูกใบบัวขอร้องแกมบังคับให้มาเป็นเพื่อนแก้เหงาอีกต่อหนึ่ง

แม้ครอบครัวของนาตาชาจะมีกิจการส่งออกผ้าไหมไทย แต่เจ้าตัวกลับไม่มีส่วนร่วมมากไปกว่าช่วยต้อนรับแขกคนสำคัญเป็นครั้งคราว นอกนั้นเธอทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นดนตรีและงานแต่งเพลงที่ตัวเองรัก

การเดินทางมาสิงคโปร์ตามคำขอร้องของใบบัวคราวนี้ นาตาชาหวังว่าจะได้แรงบันดาลใจบางอย่างสำหรับเขียนเนื้อเพลงใหม่ ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวชาวจีน แต่แทนที่ประเทศรวมคนหลายเชื้อชาติอย่างสิงคโปร์จะสร้างแรงบันดาลใจ กลับเป็นที่ที่ทำให้เธอต้องมาพบคนที่เกลียดที่สุด...เจ้าชายอีธาน วิลเลียม เฟลิกซ์

“ไนล์ แกโอเคนะ”

ใบบัวบีบมือนาตาชาที่นิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ หม่อมราชวงศ์สาวบีบตอบพร้อมกับยิ้มสดใส

“มาก โอเคมากที่สุด”

“แต่ก็ยังจะหนีหรือ”

“...”

ใบบัวมองออกไปยังกลุ่มคนนอกอาคาร ถอนใจเสียงดังแสดงความเสียดายแกมขัดใจ

“ถ้าเป็นฉันจะยั่วองค์ชายให้หัวปั่น รักกันเมื่อไหร่ละแม่จะเขี่ยทิ้งให้เข็ดเลย”

“แก นั่นมันในนิยาย” นาตาชาขัดยิ้มๆ อันที่จริงเพื่อนช่างฝันของเธอน่าจะเหมาะกับการเขียนนิยายขายมากกว่าเป็นเลขานุการเสียอีก

“พูดจริง”

ใบบัวทำท่าขึงขังขัดกับใบหน้าจิ้มลิ้ม นาตาชายิ้มขำ คนภายนอกอาจจะไม่รู้ว่าภายใต้หน้าใสๆ ของเพื่อนไม่ได้มีแต่ด้านอ่อนหวานเท่านั้น แต่มีความเพ้อฝันเข้าขั้นเพ้อพกอยู่ด้วย และเพราะอย่างนี้กระมังที่ทำให้เจ้าตัวค่อนข้างจริงจังกับเรื่องความรัก นวนิยายกองสูงเท่าภูเขาได้หล่อหลอมให้มีความคิดอ่านแบบอุดมคติอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์

เพื่อนของเธอเฝ้าฝันถึงเจ้าชายขี่ม้าขาวหรือผู้ชายประเภทดีหมดจด เป็นเหตุให้จนถึงเดี๋ยวนี้ยังหาแฟนไม่ได้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาขายขนมจีบ หนุ่มๆ เหล่านั้นจะถูกเช็กคุณสมบัติอยู่ในใจ การที่เจ้าชายอีธานทำกับเธอแบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจนักที่ใบบัวจะโกรธแทนเสียมากมาย

ผู้ชายดีๆ มีแต่ในนิยาย...ประโยคนี้จริงยิ่งกว่าจริง!’

นาตาชาขยับตัวยืนพิงขอบประตู มองตรงไปยังแผ่นหลังตั้งตรงของผู้ชายหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน ถึงจะเห็นเพียงข้างหลัง เขากลับดูโดดเด่นจนแทบไม่ต้องเพ่งหา

“ฉันไม่ทำเรื่องเสียเวลาแบบนั้นหรอกบัว”

เธอเป็นใคร...หม่อมราชวงศ์นาตาชา นฤมาศ บุตรีเพียงคนเดียวของหม่อมเจ้าดำเกิงกับหม่อมโรส นฤมาศ มีเกียรติยศศักดิ์ศรีเกินกว่าจะยั่วผู้ชายพรรค์นั้น

“ค่อยๆ กลับไปลองคิดดูก็ได้” ใบบัวไม่ละความพยายาม “ฉันเจ็บใจแทน มันน่าแก้เผ็ดให้สาสมกับที่เขาฉีกหน้าแกออกนะ”

ฉีกหน้า...

ใบบัวเลือกใช้คำได้ถูกต้องที่สุด ระหว่างเธอกับเพื่อนรักไม่เคยมีความลับต่อกัน เธอเล่าเกือบทุกอย่างให้ใบบัวฟัง เธอเล่าเฉพาะที่คิดว่าจำเป็น ยกเว้นสิ่งเดียว เรื่องระหว่างตนกับเจ้าชายอีธานที่...นับเป็นครั้งแรกที่นาตาชาเลือกเก็บบางส่วนไว้กับตัวไม่บอกใครแม้แต่พ่อแม่

เหตุการณ์ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว นาตาชายังจดจำค่ำคืนอัปยศได้แม่นยำ วันนั้นอากาศดีแต่เช้า การเดินทางไปยังประเทศเลนีเซีย ประเทศที่เคยได้ยินแต่ชื่อจากปากของแม่เป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้บรรยากาศของเลนีเซียจะคล้ายคลึงกับประเทศในยุโรปที่อยู่ใกล้เคียง แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะของตน ความสวยงามที่เห็นย้อมใจเธอจนหลงลืมความกังวลที่จะได้พบคู่หมายไปสนิท

พระราชวังหลวงของเลนีเซียสวยงาม กว้างใหญ่ไพศาล ความกว้างขวางนั้นเหมือนปราการห้อมล้อมไม่ให้บุคคลภายนอกรุกล้ำได้โดยง่าย ตัวปราสาทที่เห็นตอนเดินทางถึงอาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์สีกุหลาบยามเย็น ทุกอย่างงดงามเหมือนฝัน

ก่อนออกจากที่พัก นาตาชาเลือกชุดที่ดีที่สุดสำหรับงานพระราชทานเลี้ยง ทว่าหลังจากถึงวัง ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ฟิลลิปกับเจ้าหญิงซิลเวีย...สมเด็จย่าขององค์กษัตริย์ซึ่งทรงคุ้นเคยกับแม่มาก ในฐานะที่แม่เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่ของเลนีเซีย ดูเหมือนสมเด็จย่าของชาวเลนีเซียจะต้องการให้เธองดงามกว่านั้น เธอจึงถูกจับแต่งตัวใหม่จนโดดเด่นเสียยิ่งกว่าเจ้าหญิงบางพระองค์

หนูสวยกว่าที่ฉันจินตนาการ คืนนี้หลานตัวแสบของฉันจะต้องตกหลุมรักหนูอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

นาตาชาไม่ได้ยึดถือพระราชดำรัสนั้นเป็นจริงเป็นจัง เธอมัวแต่ตื่นเต้นเหมือนคนไม่เคยออกงานสังคม ทั้งๆ เคยชินกับงานเลี้ยงทุกประเภทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ระดับประเทศ

เข็มนาทีขยับผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งเวลาพระราชทานเลี้ยงมาถึง

มีสายตาหลายคู่จับจ้องเธอ ทั้งชื่นชม สงสัย และเดียดฉันท์ แต่ในเมื่อเธอได้รับเลือกให้อยู่ในตำแหน่งพิเศษใกล้กับเจ้าหญิงซิลเวีย เจ้าของสายตาพวกนั้นก็ทำได้แค่มอง

ไม่เคยมาเลนีเซียใช่ไหมเจ้าหญิงซิลเวียตรัสถามระหว่างรอ

น่าแปลกที่บุคคลสำคัญทั้งหมดมารวมตัวกันครบแม้แต่องค์กษัตริย์ฟิลลิป ยกเว้นเจ้าชายอีธาน

เพคะ

ชอบไหม

ชอบเพคะ ที่นี่สวยเหมือนเมืองในเทพนิยาย

ดีใจที่หนูชอบ แล้วจะให้หลานชายพาเที่ยว

นาตาชายังไม่ทันตอบว่าอย่างไร เพราะนายทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานโดยตรงต่อองค์กษัตริย์เสียก่อน กษัตริย์ฟิลลิปสีพระพักตร์เข้มขึ้นทันที พระองค์ตรัสบางอย่างกับเจ้าหญิงซิลเวียก่อนทั้งคู่จะมีทีท่าร้อนรน เสด็จแยกไปทางหนึ่ง

เธอได้แต่ยืนงง

มิสนาตาชาใช่ไหมครับ

ทหารอีกนายหนึ่งตรงดิ่งมาหาเธอพร้อมถามขึ้นก่อนส่งกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้หลังจากเธอตอบรับว่าใช่ แล้วจากไปทันที

กระดาษแผ่นนั้นถูกคลี่ออก ลายมือที่เห็นลงน้ำหนักมากแต่ลายเส้นตวัดแสดงถึงนิสัยหนักแน่นระคนใจร้อนของคนเขียน นาตาชาอ่านข้อความในจดหมายน้อยอยู่หลายรอบจนแน่ใจว่าไม่ผิดแล้วพับอย่างดีใส่ไว้ในกระเป๋าถือเพื่อเก็บไว้อ่านทวนอีกหลายๆ รอบไม่ให้หลงลืม

 

มิสนาตาชา ยินดีเหลือเกินที่เราไม่ได้พบกัน...

อีธาน

 

แววตานาตาชาวาบวับขึ้นเมื่อนึกย้อนถึงเนื้อความสั้นๆ ที่มีแต่เธอคนเดียวที่รู้ ทุกวันนี้กระดาษแผ่นเล็กยังถูกเก็บไว้อย่างดีในลิ้นชัก

“บัว แกอยู่กับป๊าเถอะ ฉันไปหาอาหารจีนอร่อยๆ กินดีกว่า”

“เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย” ใบบัวโวยวาย “ช่างป๊าสิ ไปก็ไปด้วยกัน”

“แน่ใจนะ”

“ลุ้นแกไม่ขึ้นแล้วนี่ อยู่คนเดียวเบื่อตาย ไปเหอะ”

      นาตาชาเกือบเผลอแสดงความโล่งอกออกไป ที่บทจะยอมใบบัวก็ยอมเลิกเซ้าซี้เรื่องเจ้าชายอีธานง่ายๆ ทั้งยังคล้องแขนลากเธอออกจากงานทันทีเหมือนกลัวร้านอาหารจีนจะปิดหนี

เธอแน่ใจ

ไม่กลัว…’

นาตาชาย้ำกับตัวเองเรื่องเจ้าชายอีธานอีกครั้ง กับคนไร้มารยาทพรรค์นั้นจะเจอะเจอกันทำไม


+++++++++++++++++++++++++++++++

มาตามสัญญา
ช่วงนี้อากาศร้อนตับทะลัก
อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยเน้อ
พบกันใหม่จันทร์หน้า จุ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #78 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 03:33
    เจ็บใจแทนนาตาชา
    #78
    0
  2. #19 fsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:25
    สมควรโดนแค้นฝังหุ่นละคะองค์ชาย
    #19
    0
  3. #13 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 06:56
    ประเคนให้ไม่ชอบ ต้องได้ล่าเองอ่ะดิ
    #13
    0
  4. #12 ลูกปลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 21:01
    นอกจากจะเปรี้ยวเกินเจ้าชายคนก่อนๆ แล้ว ท่านยังร้ายกาจมากๆ ด้วยนะเพคะ ใจร้ายอะ -*-
    #12
    0