เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 ส.ค. 58


“อีธาน ตื่นเถอะ ไปเล่นน้ำกัน”

เสียงเล็กใสของใครคนหนึ่งดังขึ้นไม่ดังกว่ากระซิบ ปกติระดับเสียงเท่านี้ไม่สามารถทำให้คนนอนขี้เซาอย่างเจ้าชายอีธานตื่นได้ แต่เพราะเป็นเจ้าของเสียงนี้ทำให้เขารู้สึกตัวอย่างง่ายดายและเต็มใจ

“แอนเดรีย”

อีธานเอ่ยเสียงงัวเงีย เด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบที่นั่งอยู่ข้างตัวมีผิวขาวอมชมพู ใบหน้ากลมประดับด้วยรอยยิ้มจากปากเล็กจิ้มลิ้ม ความสดใสกระจ่างไปทั่วโดยเฉพาะที่ข้างแก้มป่องทั้งสองดูน่ารักน่าหยิกที่สุด

“เบา ๆ ซี่เดี๋ยวพวกทหารได้ยิน” แอนเดรียขยับตัวจนชุดกระโปรงสีหวานเสียดสีกันไปมา ยื่นมือน้อยเล็กบางปิดปากอีธาน มือนั้นหอมกรุ่น เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่แม้ได้กลิ่นจาง ๆ อีธานยังจำได้ ทำให้เวลาเล่นซ่อนหากันเขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ

เจ้าของเตียงดึงมือหอม ๆ ออก ลุกขึ้นนั่ง โน้มตัวไปกอดและใช้แก้มสัมผัสแก้มอีกฝ่ายทั้งซ้ายขวาเหมือนที่ชอบทำต่อกันทุกเช้า

“หิมะเริ่มตกแล้วใครเขาเล่นน้ำ”

“เราไง” แอนเดรียหัวเราะเสียงใส “ไปเร็ว ๆ เถอะ”

“ขอรับ ๆ เจ้าหญิงหิมะ”

ในความอ่อนหวานมีความสดใส แอนเดรียร่าเริงได้ทุกฤดูกาลโดยเฉพาะหน้าหนาว

ฟ้ายังคงมืดสลัวเมื่อสองร่างเล็ก ๆ คว้าเสื้อโค้ตมาสวมแล้ววิ่งซอกแซกหนีออกจากวังเข้าไปในป่า พระจันทร์ลอยเด่นให้เห็นอยู่ปลายฟ้าตอนที่มาถึงลำธารตื้น

“อูย หนาวชะมัด”

อีธานชักเท้ากลับจากน้ำเย็นเฉียบแทบทันทีที่ลองแตะ แต่คนที่มาด้วยกลับหัวเราะคิก ยกกระโปรงทรงสุ่มขึ้นสูงวิ่งย่ำไปมาอย่างร่าเริง

“แข่งกันมั้ยว่าใครจะยืนแช่น้ำได้นานกว่ากัน” แอนเดรียท้า

“ไม่เอา เดี๋ยวแข็งตาย เปลี่ยนเป็นซ่อนแอบดีกว่า”

“อย่ามาขี้โกงนะ” แอนเดรียย่นจมูก “เล่นแบบนั้นเราแพ้ทุกที”

“เงียบ ๆ ก่อน” อีธานจุปาก

“อะไรเหรอ” แอนเดรียมองไปรอบ ๆ นอกจากป่าโปร่งกับลำธารตื้นตรงหน้าก็ไม่เห็นสิ่งอื่น แต่คนตัวเล็กเท่ากันทำท่าเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจเข้าแล้ว “อีธาน...”

เด็กหญิงซุกตัวเข้าเกาะแขนท่าทางหวั่นกลัวเมื่อไม่รู้ว่ากำลังจะเผชิญกับสิ่งใด

“ไปดูกัน” ชวนพลางจูงกึ่งลาก

“ไม่เอา” ส่ายศีรษะจนผมยาวหยักกระจายไปมา “ถ้าเกิดเป็นเสือล่ะ”

เท้าเล็กของคนชักชวนชะงักไปเหมือนกัน แต่ก่อนที่จะพากันกลัวจนวิ่งหนีทั้งคู่เสียงเล็กแหลมก็ดังขึ้น

“ฟังดู”

เด็กทั้งสองเอียงคอ ตั้งใจฟังเสียงที่เริ่มคุ้นและมั่นใจว่าไม่ใช่สัตว์ร้ายแน่จึงพากันเดินกึ่งวิ่งไปหา

หลังต้นโอ๊กขนาดใหญ่ เจ้าตัวน้อยตัวหนึ่งซุกอยู่ในพงหญ้าสูง อีธานเป็นฝ่ายแหวกเปิดทาง แอนเดรียก้มลงมองพลางเปิดยิ้มกว้างแล้วอุ้มมันขึ้นมา

“อีธาน ลูกหมา น่ารักจังเลย”

ลูกหมาสีขาวขนมอมแมมร้องอ้อน ส่งตาละห้อย แอนเดรียกอดมันไว้แนบอก ลูบหัวและจูบปลอบ

“สงสัยจะหลงทาง” อีธานตบหัวมันเบา ๆ

“เราจะเอากลับไปด้วย”

“ท่านย่าสั่งไม่ให้เลี้ยงสัตว์นี่” อีธานหน้ามุ่ยเพราะไม่ชอบใจคำสั่งนี้เท่าไหร่ เหตุเกิดจากเมื่อปีก่อนทั้งแอนเดรียและเขาเลี้ยงสัตว์หลายชนิดหนึ่งในนั้นคือสุนัข มีหลายตัวเสียด้วย เจ้าพวกนั้นแย่งของเล่นใหม่กันจนเกิดโกลาหล ทั้งวังมีแต่เสียงเห่าคำรามและข้าวของแตกหัก เจ้าหญิงซิลเวียจึงถึงกับประกาศลงมาว่าห้ามเลี้ยงสัตว์เด็ดขาด

“แต่มันน่าสงสารนะ” แอนเดรียทำตาละห้อยไม่แพ้หมาน้อยหลงทาง

“เราแอบเลี้ยงดีมั้ย”

“ดี ๆ ๆ แต่ที่ไหนล่ะ อีธาน”

“ตามมา เดี๋ยวรู้เอง”

 

“ได้มาแล้ว”

อีธานดึงขวดนมสดจากใต้อกเสื้ออวดแอนเดรีย เด็กหญิงชูนิ้วโป้งให้แทนคำชมก่อนพากันวิ่งหายไปทางด้านหลังวัง พอเห็นโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์เท้าเล็ก ๆ ยิ่งซอยถี่รีบวิ่ง

“สโนว์ หิวมั้ย”

สุนัขตัวน้อยถูกอุ้มขึ้นแนบอกของแอนเดรีย มันถูกพามาแอบซ่อนอยู่ที่ห้องหนึ่งของโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ได้เจ็ดวันแล้ว ทุกวันอีธานรับหน้าที่แอบเม้มขนมนมเนยติดตัวมาที่นี่เพื่อให้แอนเดรียป้อนมันจนอ้วนท้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากรูปร่างเปลี่ยนไป เจ้าสโนว์ยังทั้งขี้อ้อนทั้งแสนซน ทหารที่ทำงานในนี้ต่างหลงรักและรู้เห็นเป็นใจให้เลี้ยงไว้ทุกคน

“ที่นี่ใช่ไหม”

เสียงทรงอำนาจที่ดังขึ้นทางด้านหน้าทำเอาเด็กชายหญิงสะดุ้งโหยง แอนเดรียกอดเจ้าสโนว์แน่น อีธานยืนขึ้นหันหาทางหนีทีไล่

“ท่านย่ามา หลบเร็ว”

แอนเดรียดึงชายเสื้ออีธาน นอกจากฝ่ายนั้นไม่ยอมทำตามยังดึงมือคนชวนแล้วว่า

“หนีออกข้างหลังได้”

สองร่างเล็กวิ่งตึง ๆ แบบไม่ยอมเหลียวหลัง เจ้าสโนว์หรือก็แสนรู้ไม่ร้องสักแอะ

“ท่านย่ารู้ได้ยังไงนะ” แอนเดรียทำหน้ามุ่ย เสียงทรงอำนาจนั้นเป็นของเจ้าหญิงซิลเวียคนที่ทั้งคู่ไม่อยากให้มายังที่ซ่อนเจ้าสโนว์นั่นเอง

อีธานนึกไม่ออก รู้เพียงแต่ว่าเรื่องเล่นซนของพวกเขาไม่ค่อยรอดจากสายตาท่านย่านานนัก

“อุ๊ย!/โอ๊ะ!

สองจอมซนร้องอุทานพร้อมกันเมื่อวิ่งชนกับใครคนหนึ่งเข้า หัวใจทั้งคู่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มจนเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นใครคนนั้นกำลังก้มลงมาส่งยิ้มใจดีให้

“เบ็น!

“กำลังจะเสด็จไหนกันหรือกระหม่อม”

“เอ้า เรายกให้” อีธานคว้าเจ้าสโนว์จากอกแอนเดรียยัดใส่มือเบ็นจามิน

พระพี่เลี้ยงของเขาอุ้มสุนัขตัวน้อยอย่างงง ๆ แต่ทะนุถนอม

“กระหม่อมไม่อยากได้เสียหน่อย”

“รับ ๆ ไปเถอะ เราไม่ได้ให้ของใครง่าย ๆ นะ เลี้ยงมันให้ดีด้วยล่ะ มันชื่อสโนว์”

ท่าทางขึงขังทั้งที่มองเจ้าสโนว์ตาละห้อยทำให้เบ็นจามินก้มศีรษะรับโดยง่าย

“พะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจแล้ว เจ้าสโนว์จะได้อยู่อย่างดี กระหม่อมสัญญา ทูลลา”

เบ็นจามินหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็วก่อนเจ้าหญิงซิลเวียที่เที่ยวเสด็จตามหาหลานทั้งสองจะมาถึงอย่างฉิวเฉียด

“อีธาน แอนเดรีย หลานไม่ควรหนีมาเล่นโดยไม่มีพระพี่เลี้ยงอยู่ด้วย” เจ้าหญิงซิลเวียทำสีพระพักตร์เคร่ง “แอบเล่นแผลง ๆ กันอีกแล้วใช่ไหม”

แอนเดรียสบตาอีธานแบบรู้กันแวบหนึ่งก่อนจะวิ่งตื๋อจนหางเปียแกว่งเข้าไปกอดเจ้าหญิงซิลเวีย

“ท่านย่าเพคะ หนูหิว”

พอได้ยินเสียงอ้อนตาปรอยของหลานสาว ใบหน้าขึงขังก็เปลี่ยนไปทันที

“ย่าถึงบอกว่าไม่ควรเล่นซนมากอย่างไรล่ะจ๊ะ มา เดี๋ยวย่าพาไปทานของอร่อยนะ”

“เพคะ”

แอนเดรียเดินตามเจ้าหญิงซิลเวียอย่างว่าง่าย อีธานตามติด ทั้งคู่แอบยิ้มให้กันเหมือนทุกครั้งที่ช่วยคิดแผนต่าง ๆ สำเร็จ

 

“องค์ชาย...องค์ชาย”

เสียงเรียกร้อนรนดังสะท้อนไปมาอยู่ในอากาศ ต่อจากนั้นมีเสียงฝีเท้าคนจำนวนมากวิ่งวุ่น

อีธานหยุดยืนกลางทางเดินที่เต็มไปด้วยหมอกควัน มองความสับสนวุ่นวายของผู้คนด้วยสายตาสงสัย ทุกคนวิ่งผ่านไปราวกับมองไม่เห็น ทว่ากลับมีเสียงเรียกชื่อเขาซ้ำๆ ไม่หยุด

“เกิดอะไรขึ้น”

ถ้ามีใครสักคนได้ยินคงจะหยุดเพื่อตอบคำถาม ทว่าคนพวกนั้นเอาแต่วิ่งตรงไปทิศทางเดียวกันสู่ห้อง ๆ หนึ่ง ขาของอีธานเริ่มขยับ หมอกทึบจางลง มองเห็นนางกำนัลกลุ่มใหญ่ยืนบ้างนั่งบ้าง ร้องไห้ระงม ทหารตบเท้าเป็นระเบียบมาจากด้านหลังตามเข้าไปสมทบ

“อีธาน...”

เสียงหวานเศร้าสร้อยดังขึ้นไกล ๆ เสียงนั้นเหมือนมือ เพียงได้ยินหัวใจคนถูกเรียกถูกบีบรุนแรง

แทนที่จะพบห้องสี่เหลี่ยมเมื่อเดินผ่านช่องโค้งมาจนสุดทาง อีธานกลับพบว่าตนยืนอยู่บนเนินหญ้า เมื่อเหลียวมองอีกครั้ง ทิวทัศน์ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีเขียว มีเสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ นกร้อง และ...เสียงร้องไห้

“ใครจะบอกฉันได้หรือยังว่า...”

คำถามเคืองขุ่นชะงักค้างอยู่กลางลำคอ ตรงหน้าอีธานคือหลุมสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผู้หญิงคนหนึ่งนอนหลับตา สวมชุดสีขาวสะอาด รอบ ๆ ตัวเธอเต็มไปด้วยดอกไม้

อีธานมองหญิงสาวอย่างตื่นตะลึง ขยับเข้าไปใกล้มากจนเศษดินเล็ก ๆ ร่วงหล่นลงในหลุม

“มาแล้วเหรอ...อีธาน”

คำถามยินดีแกมเศร้าสร้อยดังขึ้นในอากาศ

ร่างกายอีธานสั่นสะท้าน ตัวเหลวเหมือนไร้กระดูก ทรุดเข่าลงกับพื้น ช็อกจนเหมือนกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

หัวใจยอมรับอย่างยากลำบากว่าเจ้าของร่างที่นอนนิ่งเหมือนเจ้าหญิงนิทราคือ...

“แอนเดรีย...” พึมพำเสียงพร่า ดวงตาจับจ้องร่างกายซีดขาวของคนในหลุม “แอนเดรีย!

 

ร่างของชายหนุ่มบนเตียงกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะผวาลุกขึ้นนั่ง เสื้อยืดคอกลมที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อแนบเป็นเนื้อเดียวกับตัว อีธานลูบหน้า  มือข้างนั้นเปียก เขาเลื่อนมันลงทาบที่หน้าอกซ้าย เนื้อหนังใต้ฝ่ามือเต้นกระหน่ำราวกับอวัยวะข้างในกำลังจะพลัดหลุดออกมา

“องค์ชาย!

ประตูถูกผลักเปิดโดยไม่มีการเคาะ เสียงสวิทช์ดังก่อนไฟกลางห้องสว่างจ้าและเบ็นจามินยืนหน้าเครียดอยู่ทางปลายเตียง

บ้านพักมีห้องนอนสองห้องมีผนังแผ่นเดียวกั้นกลาง ในยามดึกสงัด ถ้าไม่เพราะเบ็นจามินคอยอยู่ยามตะแคงหูฟังความเคลื่อนไหว ก็น่าจะเพราะเขาละเมอเสียงดังมากจนอีกฝ่ายได้ยิน

สายตาเบ็นจามินกวาดทั่วร่างเจ้าชายรัชทายาท บนใบหน้าหล่อเหลาพราวชุ่มด้วยเหงื่อเม็ดโต มือทั้งสองที่เท้าอยู่ข้างสะโพกขยุ้มผ้าห่มแน่น ทั่วห้องไร้ร่องรอยการบุกรุก คนบนเตียงไม่ได้รับแม้รอยขีดข่วน

พระพี่เลี้ยงผ่อนลมหายใจเกือบทันที มีเพียงแววตาที่ยังไม่คลายกังวล

“ฝันอีกแล้วหรือครับ”

...ฝัน...

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาผงกศีรษะรับ ดวงตายังมีแววตระหนก ตัวสั่นสะท้าน จนกระทั่งรับรู้อย่างสมบูรณ์ว่าภาพความสุขทุกข์ที่เห็นนั้นเป็นเพียงฝัน มือที่ขยุ้มผ้าห่มอยู่คลายออก ผ่อนลมหายใจ

“ใช่”

“ชากับกาแฟจะรับอะไรครับ ดื่มร้อน ๆ สักหน่อยดีกว่า”

ทั้งหมดที่บ้านพักมีคือพื้นที่สามห้อง ห้องนอนสองห้องอยู่ติดกัน พื้นที่โล่งด้านหน้าห้องทั้งสองจัดไว้สำหรับทำสิ่งอื่นตามอัธยาศัย ชุดรับแขก ตู้เย็น นอกจากเครื่องดื่มแช่เย็นยังมีชากาแฟวางอยู่ข้างกาน้ำร้อนไฟฟ้า

อีธานก้าวลงจากเตียง การเคลื่อนไหวช่วยผ่อนคลายความรู้สึกได้มาก

“ไม่ แค่ฝัน ฉันไม่เป็นไร”

น้ำเสียงของเขาอาจไม่มั่นคงนัก เบ็นจามินเดินมาหยุดยืนตรงหน้า จ้องเข้ามาในดวงตาเหมือนพยายามสแกนเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจ

“ผมสามารถเชิญจิตแพทย์มาที่นี่ได้โดยไม่มีใครทราบ”

“หมอยังไม่จำเป็น”

“คุณทายาแดงบนแผลที่เข่าเองได้ ฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังบาดเจ็บได้ แต่ใจ...อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ”

เบ็นจามินไม่เพียงแต่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่เคยถึงขั้นพาจิตแพทย์มาด้วยซ้ำ เป็นการมาอย่างสูญเปล่าเมื่อคนไข้ไม่ยินดีรับการแนะนำทั้งยืนยันว่าตนเองสบายดี

อีธานรู้ดีกว่าใครทั้งหมด เขายังปกติทุกอย่าง คนทุกคนล้วนมีเรื่องทุกข์ใจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่ง

“มันจะบรรเทาลง” เขายืนยัน

“คุณใช้เวลานานเกินไปนะครับ”

“งั้นหรือ ไม่ทันนับ”

เป็นเรื่องจริง ระยะเวลาตั้งแต่เกิดเรื่อง อีธานไม่เคยจดจำ แค่นี้มันก็กัดกินเขามากพอแล้ว

“พรุ่งนี้หรือมะรืนเป็นอย่างช้า หมอจะมาถึง” เบ็นจามินพูดแบบคนตัดสินใจเด็ดขาด ความแน่วแน่ฉายอยู่ในดวงตา

“เรากำลังหลบข่าวไม่ใช่รึ หมออาจจะปากสว่าง”

“ผมรู้จักหมอที่ไว้ใจได้”

“ฉันไม่ต้องการหมอ” บอกเสียงเข้ม “แต่ถ้าได้ฆ่าใครสักคนอาจจะหาย”

“และคุณกลายเป็นฆาตกร” เบ็นจามินเอ่ยเสียงดุ “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะฆ่าใคร”

เฮอะ! อีธานทำเสียงขึ้นจมูก ดันตัวเบ็นจามินให้พ้นทาง เดินมาหยุดยืนริมหน้าต่าง ทอดสายตาไปอย่างไร้จุดหมาย

แอนเดรียคงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนฟ้านั่น

สามปีก่อน ในวันที่รู้ว่าแอนเดรียไม่อยู่ในโลกอีกต่อไปแล้ว อีธานเดือดดาล อาละวาด เขาไม่เคยทำมันมาก่อน อาจผาดโผนสุดโต่งบ้างแต่ห่างไกลจากคำว่าอาละวาด

ช่วงเวลาหนึ่งก่อนเกิดเรื่อง ประชาชนเรียกเจ้าชายรัชทายาทของเขาว่าเจ้าชายแห่งรอยยิ้ม

การจากไปของแอนเดรียไม่ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ทุกอย่างแตกสลาย ที่เป็นจุณคือหัวใจของเจ้าชายอีธาน

“แปลกไหม เบ็น ทำไมฉันไม่เคยฝันเห็นใครที่ตายไปเหมือนแอนเดรีย”

“อาจเพราะคุณคิดถึงเธอมาก”

“แน่นอน ไม่มีวันลืม ถ้าเพียงแต่ฉันใส่ใจให้มากกว่านี้...ถ้าเพียงแต่”

“เวลาย้อนคืนไม่ได้ อย่าโทษตัวเองเลยครับ อย่าโทษใครหรืออะไรด้วย ลืมเถิด”

“จะบอกให้ลืมเรื่องนั้นด้วยหรือไง” น้ำเสียงเริ่มรวน

“ต่อต้านองค์หญิงซิลเวียมีแต่จะเพิ่มความบาดหมางในครอบครัว”

       “มันกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ท่านย่าฆ่าแอนเดรีย เหตุผลแค่นี้เพียงพอมั้ย!

--------------------------------------
เอาแว้ว มีเรื่องแล้ว
จะเป็นยังไงต่อไป ติดตามต่อจันทร์หน้าเน้อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #87 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:57
    รอต่อไป
    #87
    0
  2. #53 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 10:56
    เกิดอะไรขึ้น...
    #53
    0
  3. #51 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 16:50
    ต้องการปัดเป่าสินะ มาดามนาตาชาช่วยได้
    #51
    0
  4. #50 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:44
    ตามดูปมเหตุต่อคะ
    #50
    0
  5. #49 tor (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 20:13
    โอ้ยยยยย..ทำให้อยากรู้มากกกกกกกกก...อ่ะ
    #49
    0
  6. #48 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 05:52
    โหยยยยยย ทำไมถึงฆ่า?
    #48
    0