เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ส.ค. 58


      ผู้ชายที่นาตาชาแปะสัญลักษณ์กากบาทบนหน้าผากไม่เอาตลอดกาลกำลังเดินพล่านเป็นเสือติดจั่นอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก มีเบ็นจามินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ชิดผนัง

      “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าท่านย่าไปคว้าผู้หญิงคนนั้นมาจากไหน”

      อีธานโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เกิดมาไม่เคยมีใครหยามศักดิ์ศรีเขาขนาดนี้มาก่อน ผู้หญิงร้อยละร้อยต้องการเจ้าชายอีธาน วิลเลี่ยม เฟลิกซ์

แต่นาตาชา...

เจ้าชายหนุ่มรู้สึกเหมือนควันออกหู นี่เธอคงจะเห็นว่าเขาสนใจล่ะสิท่าถึงทำเป็นหยิ่ง

พลาด...เขามันพลาดไปแท้ ๆ

เบ็นจามินนั่งประสานมือบนตัก ดูเรียบร้อยแต่สบาย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตอบคำถามของเจ้านาย

“ม.ร.ว.นาตาชา เป็นบุตรคนเดียวของม.จ.ดำเกิง และหม่อมโรส นฤมาศ ท่านชายเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางราชการมากมาย ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย...” เบ็นจามินเอ่ยชื่อมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง “เป็นที่รู้จักนับถือของคนจำนวนมาก ไม่เคยมีประวัติเสียทั้งด้านการทำงานและส่วนตัว”

เรียกว่าขาวสะอาดเลยสินะ อีธานทำเสียงขึ้นจมูก

“หม่อมโรสนั้น เป็นชาวเลนีเซียแต่กำเนิด เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลเรย์มอนด์ จบการศึกษาชั้นสูงสำหรับกุลสตรีด้านการเรือน เคยจะเข้ารับราชการเป็นนางพระกำนัลแต่แต่งงานเสียก่อน”

ข้อมูลเหล่านี้เบ็นจามินพูดโดยไม่มีโพย เหมือนทุกอย่างบันทึกแน่นอยู่ในอณูสมอง อีธานหันกลับมาจากทิวทัศน์มืดดำเบื้องหน้า ความสนใจฉายอยู่ในแววตา ตั้งใจฟังมากขึ้น ๆ พระพี่เลี้ยงของเขาคงเคยพยายามบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับคู่หมายให้ฟังแต่เขาไม่สนใจ หวังว่านี่จะไม่สายเกินไป

“ส่วนมิสนาตาชา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดนตรี โคโลญน์ ขณะเรียนที่นั่นอยู่ในความดูแลของญาติห่าง ๆ ท่านหนึ่ง ปัจจุบันเธอเป็นนักแต่งเพลง นอกจากภาษาไทยยังมีความสามารถทางภาษาอีกสองได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน ส่วนภาษาจีนอยู่ในระดับพอสื่อสารได้ ไม่มีประวัติเสียหาย ไม่มีประวัติโรคร้าย และ...”

คำพูดสาธยายคุณสมบัติของนาตาชายาวเหมือนไม่มีวันจบสิ้น มีแม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่สุดอย่างที่ถ้าเจ้าตัวได้ยินเข้าคงจะต้องตกใจที่ถูกขุดคุ้ยประวัติเสียละเอียดยิบ

“ยิ่งกว่าสมองกล” อีธานเอ่ยชมเบ็นจามินทั้งใบหน้ายิ้มขำ “เบ็นไปพักเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก”

เสียงเคลื่อนไหวของพระพี่เลี้ยงเบากริบ เมื่อถูกทิ้งไว้ลำพังทุกอย่างยิ่งสงบ เหลือแต่เสียงลมหายใจเสียงลมและแมลง กลิ่นดอกไม้หอมหลายชนิดโชยกรุ่น

อีธานนั่งลงบนเก้าอี้ริมระเบียง ถอนใจยาว นึกถึงนาตาชาอย่างที่ไม่เคยต้องเสียเวลานึกผู้หญิงคนไหนเช่นนี้มาก่อน

      แม้จะมีเรื่องบาดหมางต่อกันมานานกว่าสามปี แต่อีธานไม่ได้รู้จักย่าของเขาน้อยลง เจ้าหญิงซิลเวียเป็นนักคิด...จอมบงการ เหตุผลทั้งหมดจะถูกปิดท้ายด้วยคำว่าเหมาะสม

ทรงมีความคิดเป็นขั้นเป็นตอน มาตรการจับคู่เริ่มต้นจากทฤษฎีผสมผสานระหว่างเลือดสีน้ำเงินกับเลือดสีน้ำเงิน เจ้าหญิงในราชวงศ์เลนีเซียอยู่ในแผนแรกของเรื่องนี้

      นั่นเป็นแนวคิดคร่ำครึเกินกว่าจะรับได้ อีธานค้านหัวชนฝา สมัยพระเจ้าเหา...กษัตริย์และเจ้าชายไม่สนเรื่องไหนมากไปกว่าเกี่ยวดองกับผู้หญิงเลือดสีเดียวกันเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์บริสุทธิ์ แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ทัศนคติผันแปร ผู้หญิงทั้งหมดนั้นเป็นญาติ เขาไม่มีทางมองพวกเธอเป็นอย่างอื่นไปได้โดยเฉพาะภรรยา

      การเฟ้นหาว่าที่เจ้าสาวให้หลานชายคนเล็กเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ หญิงชั้นสูงนับร้อยถูกรวบรวมไว้ในแฟ้มหนา ในนั้นมีรูปเต็มตัว ครึ่งตัว หลากหลายอิริยาบถ รายละเอียดปลีกย่อยอย่างวันเดือนปีเกิดประวัติครอบครัวไปจนถึงงานอดิเรกเล็กน้อยปรากฏอยู่ราวกับแค็ตตาล็อกสินค้า ชนิดที่แฟ้มประวัติดาราตามเอเจนซี่ต่าง ๆ ยังไม่ละเอียดเท่า

      อีธานเคยเห็นมันครั้งเดียวในตอนที่เจ้าหญิงซิลเวียวางสิ่งนั้นลงบนตักเหมือนมอบของขวัญล้ำค่า เขาเปิดดูก่อนปัดทิ้งอย่างไม่ไยดี

      “พวกเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

      เขาหวังว่าหญิงสาวเหล่านี้จะไม่รู้และควรโกรธมากที่ถูกทำเหมือนเป็นสินค้า แต่คำตอบที่ได้รับเป็นไปในทางตรงข้าม

      “แน่นอนจ้ะ พวกเธอต้องการเป็นผู้ถูกเลือก หลานไม่ถูกใจสักคนรึ”

      วันนั้นอีธานมองผู้เป็นย่าด้วยสายตาแปลกประหลาด ตำนานความรักระหว่างเสด็จปู่กับท่านตราตรึงหัวใจคนทั้งเลนีเซีย เขาจึงแทบไม่อยากเชื่อว่าบุคคลตรงหน้าคือผู้หญิงในตำนานนั่นจริง คนที่เคยมีรักแท้ เหตุใดถึงใช้วิธีงี่เง่าเพื่อการหาคู่ให้หลาน...เขาไม่เคยเข้าใจ

      “ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะชี้นิ้วเลือกได้”

      “ผู้หญิงทุกคนจะต้องคลั่งหลานเมื่อได้ยิน” เจ้าหญิงซิลเวียหัวเราะขบขัน “ย่าแค่ทำให้มันง่ายขึ้น”

      “ไม่ มันตรงข้าม” อีธานเถียง “อย่าทรงทำให้ใครเป็นสินค้าและหม่อมฉันเป็นนักช้อป เมียของหม่อมฉัน หม่อมฉันเลือกเอง”

      สีพระพักตร์เจ้าหญิงซิลเวียแดงก่ำ แววเนตรดื้อดึงแม้มีร่องรอยเสียพระทัย

      “ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการสุ่มเสี่ยง”

      “สุ่มเสี่ยง?

      “วัน ๆ หลานวิ่งพล่านไปทั่ว...ในที่ ๆ ไม่เหมาะสม”

      “อ้อ” ลากเสียงยาว “นี่คงเป็นเหตุผลหลัก ท่านย่าทรงกลัวว่าหม่อมฉันจะคว้าใครที่ไม่ เหมาะ เข้า”

      “นี่เป็น...”

      อีธานเดาประโยคถัดมาไว้ในใจ เอ่ยขัดขึ้นก่อนเพราะไม่ต้องการฟัง

      “นั่นไม่ใช่ความหวังดี แต่เป็นการแทรกแซง!

      “เธอขวางย่าไม่ได้ นี่เป็นเรื่องโบราณกาล แม้แต่การแต่งงานของคนธรรมดายังต้องผ่านการเห็นชอบจากพ่อแม่”

      “แค่บางคน” บางอย่างในอกเหมือนใกล้ระเบิด “ซึ่งไม่ใช่หม่อมฉัน...อย่างแน่นอน”

      ประโยคต่อไปหลังจากนั้นหาสาระไม่ได้ มันจบลงอย่างเลวร้ายเหมือนเช่นทุกครั้งในการพบปะกันระหว่างย่าหลาน เหมือนคำที่ว่าแก้วร้าวยากจะประสาน

     

      แคตตาล็อกสาวสวยไม่ถูกส่งมาถึงมืออีก แต่อีธานเชื่อว่ามี นาตาชาอาจจะอยู่ในจำนวนนั้น เขาเดาว่าหลังจากการจับคู่ที่ล้มเหลวมาตลอด กลุ่มเป้าหมายในการเลือกเฟ้นจึงขยายวงกว้าง ผู้หญิงที่เหมาะสมลำดับถัดไปเริ่มเป็นชาวต่างชาติไกลออกไป ๆ จนถึงหญิงสาวเชื้อสายไทย

      หากท่านย่าก็ยังเป็นท่านย่านักคิด ม.ร.ว.นาตาชา นฤมาศ มีกำเนิดสูงส่งจากบิดา ทางมารดายิ่งน่าจะ เข้าตา เป็นพิเศษ ไม่เพียงเพราะหม่อมโรสเป็นชาวเลนีเซียแท้ เธอยังอยู่ในตระกูลเรย์มอนด์ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางซื่อสัตย์ตั้งแต่อดีตต่อมาถึงปัจจุบัน ไม่มีใครหน้าไหนพูดได้ว่าคู่หมายเจ้าชายอีธานคนนี้ ธรรมดา

      อีธานพยายามทบทวนรูปการณ์ตั้งแต่แรกเห็นนาตาชาถึงครั้งล่าสุด จะเป็นไปได้อย่างไรที่หญิงสาวจำเป็นต้องอยู่ในทุกที่ ๆ เขาอยู่

      เป็นความบังเอิญ?

      เป็นแผนการ?

      ดวงตาเจ้าชายหนุ่มหรี่แคบลง เขาปักใจข้อหลัง ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงซิลเวียเหมือนการวางหมาก ท่านย่าคงคิดทบทวนแล้วพบว่าแผนยัดเยียดผู้หญิง เหมาะ ๆ ให้เขาโดยตรงอย่างเก่ามักจะล่มไม่เป็นท่า จึงคิดค้นวิธีใหม่ให้แนบเนียนขึ้นโดยการส่งนาตาชาเข้ามาอยู่ในสายตาอย่างช้า ๆ กระตุ้นต่อมนักล่าด้วยท่าทีไม่สนใจไยดีของเธอ

      แต่เขาจะไม่หลงกล อีธานนึกพร้อมกับเกิดความขุ่นใจอย่างหาสาเหตุไม่ได้อยู่ลึก ๆ เขารีบปัดความรู้สึกบ้านั่นทิ้งไปทันที

      ท่านย่าแพ้เสมอ รอบนี้ก็เช่นกัน...มันต้องเป็นเช่นนั้น

 

      ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

      “ถ้าจะทำหน้าม่อยแบบนั้น ทำไมไม่ไปกรุงเทพด้วยกันเสียเลย” ใบบัวพยายามชักชวน

      “ไม่ละ เพิ่งกลับจากสิงคโปร์” นาตาชาส่ายหน้า

      วันพักผ่อนของใบบัวมีจำกัด นาตาชารู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองดี แม้จะเป็นลูกสาวเจ้าของกิจการ ใบบัวยังคงทำตัวเหมือนพนักงานคนหนึ่ง ไม่ยอมใช้สิทธิพิเศษ กลับไปถึงคงทำงานหัวหมุน ไม่ว่างสำหรับเรื่องอื่น

      ถ้าหากตัดสินใจลงไปกรุงเทพพร้อมกัน นอกจากใบบัวไม่มีเวลาอยู่ด้วยมากนัก ท่านพ่อเธอคงไม่ชอบใจถ้าหากลูกสาวจะบินไปบินมาเหมือนนกไม่ยอมอยู่รัง

      สองสาวมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย แต่ใบบัวยังเดินเอ้อระเหยเหมือนมีเวลาอีกเป็นพันชั่วโมง ไม่ยอมแยกจากนาตาชาง่าย ๆ หญิงสาวหลิ่วตาใส่เพื่อนแล้วว่า  

“หรือจะอยู่รอองค์ชายอีธาน”

“ฉันจะรอคนแบบนั้นทำไม” แหวใส่ ได้ยินชื่อนี้ทีไรนางมารประทับร่างเธอทุกที

“ก็ถ้าเป็นไปตามหลักนิยายรักที่ฉันอ่าน ตอนนี้พระเอกคงกำลังพยายามตื๊อขอความรักนางเอกหลังจากเพิ่งรู้ตัวว่ารักน่ะสิ”

แม่สาวเพ้อฝัน! ที่บ้านใบบัวมีนิยายประโลมโลกเป็นร้อยเรื่อง นาตาชาชอบอ่านหนังสือแทบทุกชนิด นิยายก็ด้วย แต่ไม่เพ้อเหมือนเพื่อน

เธอมองไม่เห็นความเป็นไปได้ เจ้าชายอีธานกับเธอไม่เคยพบหน้ากัน เขาจะตกหลุมรักและตามมาตื๊อได้อย่างไร ถ้ากล่าวหาว่าเป็นพวกจอมวางแผนหวังจับเขาอย่างที่เจอมาแล้วนั่นสิค่อยน่าเชื่อ

“แค่เรื่องบังเอิญ ฉันภาวนาขอให้ไม่เกิดขึ้นอีก”

เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารที่จะบินไปยังกรุงเทพดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ใบบัวกระชับหูกระเป๋าเดินทาง

“ยังเม้ากันไม่หนำใจเลย”

“ไปเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง” นาตาชาบอก ขอบตาร้อน ๆ ขึ้นมานิดหน่อย

กรุงเทพกับเชียงรายห่างกันนิดเดียวหากเดินทางด้วยเครื่องบิน เธอคงไม่งอแงเหมือนเด็ก ๆ แบบนี้ถ้าเหตุการณ์ปกติ เจ้าชายอีธานทำสมองปั่นป่วนไปหมด ทั้งที่คิดว่าคงไม่บังเอิญพบเขาอีกง่าย ๆ แต่ใจอยากมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ อีกสักนิดก็ยังดี

“งั้นไปนะ ถึงแล้วโทร.หา ถ้าว่างจะรีบบินขึ้นมา” ใบบัวหันมา ไม่เห็นความผิดปกติเพราะนาตาชากลบเกลื่อนไว้อย่างรวดเร็ว

 

ก่อนขับรถออกจากสนามบินเพื่อกลับบ้าน นาตาชารับโทรศัพท์ เสียงจากปลายสายทำให้เธออารมณ์ดีจนยิ้มได้ตลอดทาง แม้แต่ตอนเดินขึ้นบันไดยิ้มนั้นยังค้างอยู่บนใบหน้า

“กลับเร็วนี่จ๊ะ” หม่อมโรสที่ยืนอยู่ตรงหัวบันได มือไขว้หลัง เอ่ยทัก

“เสร็จปุ๊บก็กลับมาเลยค่ะ ยังไม่ไปที่เรือนทอหรือคะ”

หม่อมโรสส่ายหน้า “แม่มารอ มีเรื่องอยากถามหนูสักสองสามข้อ”

แขนที่กำลังจะโอบเอวมารดาชะงัก ยืดตัวขึ้นยืนตรง

“คะ?

ทั้งคู่ยืนบนริมระเบียง ไม่คิดหาที่นั่ง มือที่ไขว้หลังอยู่ของหม่อมโรสเลื่อนมาข้างหน้า ของบางอย่างห้อยต่องแต่งจากมือขวา

“แม่อยากรู้ นี่อะไร”

นี่ คือตุ๊กตาหมีสีขาวมอมแมม แขนขาสั้นยาวไม่เท่ากัน มีรอยเย็บปะหลายแห่ง หน้าของตุ๊กตาหมีถูกแปะทับด้วยกระดาษรูปใบหน้าเจ้าชายอีธาน มีรอยเมจิกวงกลมกากบาททับกันยุ่งไปหมด แถมด้วยลูกดอกปักอยู่อีกห้าดอก

นาตาชาพยายามส่งยิ้มหวานจ๋อยให้แม่ขณะตอบเหมือนไม่มีอะไร

“อ๋อ ตุ๊กตาค่ะ”

“จ้ะ แม่รู้” หม่อมโรสเสียงเข้ม “แม่กำลังถามถึงเหตุผล”

ตุ๊กตาหน้าเจ้าชายอีธานถูกคว้ามาซ่อนไว้ข้างหลังเพื่อไม่ให้บาดตาหม่อมโรสมากไปกว่านี้ เลือดชาวเลนีเซียเต็มเปี่ยมในตัวท่านคงระอุขึ้นมานิด ๆ ที่เห็นเจ้าชายรัชทายาทถูกรังแก นาตาชาเองถึงแม้มีสายเลือดแบบเดียวกันอยู่ด้วยครึ่งหนึ่ง แต่นั่นไม่ทำให้รู้สึกดีกับเจ้าชายปากร้ายแต่อย่างใด...อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

“แม่อย่าสนใจเลยค่ะ แค่หาอะไรทำแก้เบื่อ”

หม่อมโรสกอดอก ท่าทางไม่เชื่อ “เมื่อเช้าแป้งวิ่งมาบอก ท่าทางตกใจมากที่เห็นอะไรสักอย่างห้อยอยู่นอกหน้าต่างห้องนอนลูก จนแม่ไปดูและเห็นสิ่งนี้”

“...”

“มีเรื่องที่แม่ต้องรู้ไหม เช่นเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

นาตาชาสะดุ้ง ไม่นึกว่าแม่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเปิดเผยเรื่องส่วนตัวกับท่านเสมอ แต่เรื่องเจ้าชายอีธานเกือบเป็นข้อยกเว้น เกิดความไม่แน่ใจที่จะเล่าเพราะรู้ว่าแม่รักเคารพราชวงศ์เลนีเซียมากเพียงใด

แต่พอสบตา เห็นแววห่วงใยจากแม่ หญิงสาวพ่นลมหายใจ

“ก็ได้ค่ะ คือว่า...”

เหตุการณ์เมื่อคืนถูกถ่ายทอดอย่างละเอียด ตอนนี้ทั้งคู่ย้ายมานั่งในห้องรับแขกเพราะแดดช่วงสายเริ่มแรงเกินกว่าจะยืนตากอยู่

“องค์ชายเสด็จมาไทยงั้นหรือ” หม่อมโรสรำพึงหลังจากฟังจบ

นาตาชาพยายามสังเกตปฏิกิริยาโดยตลอด เห็นคิ้วแม่ขมวดเป็นปม ใบหน้าบึ้งตึงโดยเฉพาะตอนที่เธอเล่าถึงคำพูดเจ็บแสบของเจ้าชายอีธาน ท่าทางนั้นทำให้โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

“ช่างเขาเถอะค่ะ คนเอาแต่ใจแบบนั้น จะไปโผล่ที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”

“ที่ลูกกำลังพูดถึงคือเจ้าชายรัชทายาทใช่ไหม” น้ำเสียงหม่อมโรสเข้มทีเดียว

นาตาชารู้ว่าถูกตำหนิ ออกจะเสียใจอยู่บ้างที่ค่อนข้างเสียมารยาท เธอควรเอ่ยถึงเจ้าชายอีธานอย่างให้เกียรติ...แต่ไม่ใช่ตอนนี้

ไม่...ไม่ใช่สำหรับเขาเลยต่างหาก

ก้มมองตุ๊กตาหมีโชคร้ายในมือ ตอนพูดตอกหน้าเจ้าชายอีธาน เขาโกรธจนแทบหักคอเธอได้ สิ่งนั้นฟ้องออกมาทางแววตา แต่เขาต้องไม่รู้แน่ว่าที่ตัวเองรู้สึกยังน้อยกว่าการกระทำที่ทำต่อเธอทั้งสองครั้ง ถ้าครั้งแรกว่าแย่แล้ว ครั้งหลังที่ถูกหาว่าเป็นพวกจอมวางแผนแย่ยิ่งกว่า

คนบ้าหลงตัวเองคงคิดว่าผู้หญิงอยากได้ตัวเองจนตัวสั่น!

หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เผลอจิกเล็บขยุ้มคอตุ๊กตาหมี ถ้าให้อภัยผู้ชายคนนี้ เธอคงสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ ๆ

“ถึงแม่จะไม่ชอบคำพูดที่ลูกใช้กับองค์ชาย แต่ก็สมควรแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ หนูนึกว่าแม่จะเข้าข้างองค์ชายเสียอีก”

“ไม่มากไปกว่าลูกของแม่”

คนฟังกระโดดตัวลอยจากเก้าอี้ที่นั่งมาชิดหม่อมโรส กอดและหอมเป็นการใหญ่

“แม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ”

หม่อมโรสหัวเราะ สักพักสีหน้าค่อยจริงจังขึ้น

“ตั้งแต่แต่งงานกับพ่อของลูก แม่มัวแต่ยุ่ง ๆ ทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องราวในราชสำนักละเอียดเหมือนเมื่อก่อน” พูดคล้ายรำพึง “องค์ชายอีธานที่แม่และชาวเลนีเซียรู้จักไม่ใช่อย่างที่ลูกเล่า ทำไมนะ”

“สมองกระทบกระเทือนมั้งคะแม่” คงจะกระแทกแรงมากทีเดียวละ นาตาชานึก

“ถึงอย่างไรพระองค์ก็ทรงเป็นองค์ชายนะจ๊ะ” หม่อมโรสจุปาก

นาตาชาแอบย่นจมูก “ค่ะ หนูอยากรู้ขึ้นมานิด ๆ ละว่าเกิดอะไรขึ้น องค์ชายของแม่ถึงผิดเพี้ยนไป”

++++++++++++++++++++++
มาช้าไปนิด แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้รู้ว่ามีคนรออยู่ 
^______________^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #86 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:51
    มีแม่น่ารักจัง
    #86
    0
  2. #47 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 22:18
    ว้าว หม่อมโรส น่ารักนะคะ
    #47
    0
  3. #46 tor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 22:04
    ขอบคุณนะคะที่มา..ต้องนับวันรออีกล่ะ...(เศร้าจัง)
    #46
    0