เล่ห์ร้ายหวงรัก (Dangerous Prince)

ตอนที่ 1 : บทนำ (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 พ.ย. 58


ราชอาณาจักรเลนีเซีย

ระหว่างรอยต่อของกลางวันกับกลางคืน ผืนฟ้าสวยราวกับภาพสีน้ำมันบนผ้าใบของจิตรกรเอก ที่ลากพู่กันเป็นเส้นยาว ไล่เฉดสีจากส่วนล่างตรงขอบฟ้าด้วยสีส้มแกมเหลืองสู่สีม่วงอ่อนจนถึงน้ำเงินเข้มด้านบนสุด อย่างที่เรียกกันว่าแสงทไวไลต์

ยอดหลังคาแหลมของหอคอยสี่ทิศรอบปราสาทสีน้ำตาลหลังใหญ่บนพื้นที่กว้างกว่า 130 เอเคอร์ ทาบเงาทึบตัดกับฉากหลังสีสวย บางส่วนทอดสะท้อนลงบนทะเลสาบที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ ทำให้ปราสาทมีสภาพเป็นเกาะกลางน้ำมีสะพานทอดข้ามสองสะพาน หนึ่งเพื่อไปสู่ตัวปราสาทขนาดย่อมกว่า อีกหนึ่งตรงสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์

ไฟประดับรอบตัวปราสาทสว่างเรืองรองขึ้น เป็นสัญญาณว่างานเลี้ยงสำคัญใกล้เริ่มแล้ว

เสียงสั่งงานเอะอะดังอื้ออึงภายในห้องเครื่อง คุณพนักงานเดินขวักไขว่จัดเรียงพระกระยาหาร เพื่อกันการจัดลำดับผิดพลาด บรรยากาศเช่นนี้เกิดขึ้นเดือนละหนึ่งครั้ง ทุกส่วนในวังต่างมีงานล้นมือ ที่ห้องกว้างทางปีกขวาชั้นบนของปราสาทก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ที่ประทับของ เจ้าชายอีธาน วิลเลี่ยม เฟลิกซ์

      เจ้าชายรัชทายาทแห่งราชอาณาจักรเลนีเซีย...

      “ฉลองพระองค์”

      “สนับเพลา”

      “ถุงพระบาท”

      “ฉลองพระบาท”

      เสียงทุ้มพร่าของ เบ็นจามินดังอยู่เป็นระยะ ด้วยฐานะพระอภิบาลเจ้าชายรัชทายาท เขาจำเป็นต้องตรวจตราพื้นที่ทุกตารางนิ้ว ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงพระกระยาหารของพระองค์โดยละเอียด หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เขาต้องสกัดกั้นกำจัดไม่ให้ทำอันตรายนายเหนือหัวของตนได้ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์เกิดขึ้นเลยภายในรอบยี่สิบปีเขาก็ไม่วางใจ

      มหาดเล็กนับสิบนายในเครื่องแบบเต็มยศถือถาดกำมะหยี่สีแดงห้อยพู่ทอง ที่บรรจุเครื่องแต่งกายซึ่งเบ็นจามินเอ่ยเมื่อครู่มาหยุดยืนเรียงแถวหน้ากระดาน พระอภิบาลวัย 70 ปีพลิกดูแต่ละชิ้นอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะพยักหน้าให้องครักษ์แต่ละนายก้าวพ้นไปเมื่อตรวจเป็นที่เรียบร้อย

      งานคืนนี้ทุกพระองค์จะต้องทรงฉลองพระองค์เต็มยศ เบ็นจามินหวังว่าเจ้าชายอีธานจะทรงยอมโดยดี ไม่ดื้อดึง ขัดขวาง หรือก่อวีรกรรมเด็ดดวงอะไรให้แขกเหรื่อในงานอกสั่นขวัญแขวนเหมือนบางครั้งคราวที่ผ่านมา

 

      พวกมหาดเล็กตบเท้าชักแถวเข้ามาแล้ว อีธานมองเงาสะท้อนของคนเหล่านั้นผ่านกระจกกรอบทองคำแท้บานสูงเท่าตัว แต่ละคนถือมาอย่างดีและยืนนิ่งเหมือนตุ๊กตาทหารลานหมดอยู่ด้านหลังเขาเมื่อเข้ามาถึงครบทั้งขบวน

      เจ้าชายหนุ่มปรายตามองเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นบนถาดพลางนึก ใครช่างคิดค้นวิธีการแต่งกายของพระราชวงศ์ ทำไมมันจึงยุ่งเหยิงวุ่นวาย ยากลำบากเวลาจะยืนนั่ง ไหนจะตราเกียรติยศหนักอึ้งนับสิบดวงพวกนั้นอีก

      “เบ็น”

      เบ็นจามินเข้ามาสมทบเป็นคนสุดท้าย สีหน้าที่เขาเห็นจากการมองผ่านกระจกเรียบนิ่งราวกับสวมหน้ากาก...แต่เป็นหน้ากากที่มีรูเพราะเก็บซ่อนตัวตนที่แสนใจดีของเจ้าตัวไม่เคยมิด

      “กระหม่อม”

      พระอภิบาลขยับเข้าใกล้ ยืนกุมมือเรียบร้อย

      “ฉันเคยได้ยินตำนานของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ดอกฟอร์เกตมีนอตน่ะ”

อีธานหมุนตัวมาพูดกับพระอภิบาลโดยตรง ไม่สนว่าตัวเองสวมบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว ชีวิตของเจ้าชายในวัยเด็ก ยามอาบน้ำยังมีคนช่วยอาบให้ตั้งโขยง เห็นเขาเกือบเปลือยแค่นี้ธรรมดามาก “จะเล่าให้ฟังนะ เรื่องมันมีอยู่ว่า...”

      “เอาไว้ทีหลังเถิดฝ่าบาท งานใกล้เริ่ม...”

      “เดี๋ยวซี่” อีธานจุปาก รั้นเล่าต่อจนได้

“วันนี้อุตส่าห์อารมณ์ดีจะเล่านิทานให้ฟัง อย่างนี้นะ มีอัศวินชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่ง เขารักสาวคนรักมาก ทั้งคู่ชอบเที่ยวเล่นแถวลำธาร วันหนึ่งหญิงสาวเห็นดอกไม้สีม่วงเข้มขึ้นกระจายเต็มริมลำธารเข้าก็อยากได้ อัศวินหมายจะเอาใจสาวเลยอาสาเก็บให้แต่ดันซื่อบื้อลื่นตกน้ำ”

      ถึงตรงนี้เหล่าองครักษ์หัวเราะครืนก่อนจะรีบลดเสียงลงเป็นขลุกขลักในลำคอเมื่อเบ็นจามินหันไปขมวดคิ้วใส่

      “แล้วเป็นไงรู้มั้ย” เจ้าชายหนุ่มถามแต่ไม่รอเบ็นจามินตอบ รีบเล่าต่อเร็วปรื๋อ “น้ำในลำธารเชี่ยวมาก หนำซ้ำชุดเกราะยังหนักจนเจ้าตัวไม่อาจปีนกลับขึ้นมาได้ เขาจึงตัดสินใจโยนดอกไม้ในมือให้ผู้หญิงที่ตัวรักแล้วตะโกนว่า Ne m’oubliez pas หรือก็คือ Forget me not ก่อนร่างจะจมหายไป”

      นิทานจบลงตรงนี้พร้อมกับเสียงถอนหายใจ

      “คิดดูสิเบ็น ถ้าฉันใส่ครบทุกชิ้นนี่” องค์รัชทายาทปรายตาไปยังถาดนับสิบ “ชะตาชีวิตคงไม่ต่างจากเจ้าอัศวินนั่นเท่าไหร่นักหรอก!

      “อย่าทรงวิตกไปเลย” เบ็นจามินพูดขึ้นเป็นประโยคแรกหลังจากอดทนฟังอยู่นาน “ถ้าจะมีใครสักคนจมน้ำ พระองค์จะเป็นพระองค์สุดท้าย...ซึ่งกระหม่อมไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น”

      แววตาหาเรื่องของเจ้าชายอ่อนแสงลงทันที แต่ท่าทางเกเรยังเหลืออยู่ เขากางแขนกางขาแล้วว่า

      “เอ้า เร็วเข้า”

      ราวกับทุกคนรออยู่แล้ว เมื่อมีพระบัญชา มหาดเล็กรีบสวมฉลองพระองค์ถวายอย่างว่องไว ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของอีธานเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

 

หากเอ่ยถึงพระราชวัง คนภายนอกคงฝันถึงความหรูหราฟู่ฟ่า เต็มไปด้วยงานเลี้ยงรื่นเริงสนุกสนาน ทว่าความเป็นจริง พระราชวังในความรู้สึกของอีธานไม่ต่างจากโรงเรียนดัดสันดานขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและความเย็นชา

ทุกต้นเดือน เจ้าหญิงซิลเวีย พระอัยยิกาของรัชทายาทหนุ่มจะทรงกำหนดให้จัดงานเลี้ยงขึ้น เพื่อทุกคนในราชวงศ์จะได้พบปะพูดคุย ด้วยแม้อยู่ร่วมวัง แต่กลับต่างคนต่างอยู่ไปจนถึงอิจฉาริษยาไม่เว้นวัน ทรงหวังว่าการสังสรรค์จะช่วยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพระญาติได้

      “ไม่มีสายสะพายด้วยเรอะ เอาให้เต็มยศไปเลย กับแค่ดินเนอร์พร้อมหน้าประจำเดือน”

      เหล่าผู้ถวายงานเร่งรีบแต่งฉลองพระองค์ถวายต่อไป ทำเป็น หูทวนลม ไม่ได้ยินพระสุรเสียงเขียว

      อีธานตวัดสายตาขุ่นขวางใส่เบ็นจามินผู้เคราะห์ร้าย เขาไม่ได้โกรธพระอภิบาล แต่กำลังนึกถึงสมเด็จย่าผู้เป็นต้นคิดงานเลี้ยงบ้าๆ นี่ แต่เบ็นจามินก็คือเบ็นจามินที่วางเฉยต่อจอมเกเรอย่างเขาได้ตลอดเวลา

“ไหนล่ะสายสะพาย ฉันพร้อมแล้ว”

ปกติถ้าถูกยั่วมากเข้าจะต้องมีปฏิกิริยาสักอย่างตอบกลับมาเช่นยิ้มเหมือนปลอบเด็กหรือเทศนา แต่วันนี้เบ็นจามินกลับประหยัดถ้อยคำผิดปกติ สัญญาณเตือนภัยประจำตัวอีธานบอกให้เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย จ้อง จ้อง และจ้อง จนพบร่องรอยเล็กๆ ที่ปิดไม่มิด

“ก็คิดอยู่ว่าวันนี้แปลก” อีธานส่งสัญญาณให้มหาดเล็กหยุดมือ

เหล่ามหาดเล็กต่างถอยหลังไปยืนสงบยังมุมหนึ่ง แววตาแต่ละคนเจือรอยสนุกที่จะได้เห็นเหตุการณ์ต่อจากนี้ ปล่อยให้เจ้าชายทรงไล่เบี้ยพระอภิบาลตามสะดวก

“บอกที มี อะไร พิเศษในงานเลี้ยงรึ”

สีหน้าเบ็นจามินดูเหมือนตกใจก็ไม่ใช่โล่งใจก็ไม่เชิง หลังจากเงียบอยู่อึดใจใหญ่ก็ยอมปริปากด้วยน้ำเสียงเหมือนคนปลงตกแล้วว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุด

“ในงานคืนนี้มิสนาตาชาได้รับเชิญจากสำนักพระราชวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“นาตาชา...ใคร”

ในบรรดาความสามารถทั้งหมดที่มี อีธานขึ้นชื่อเรื่องความจำดีมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน ในหมู่ญาตินั้นตัดไปได้เลย ส่วนคู่ควงที่มีอยู่แทบทุกวงการก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้หญิงชื่อนี้เช่นกัน

แล้วหล่อนสำคัญอย่างไร เบ็นจามินถึงปิดบังชื่อนี้ไว้จนนาทีสุดท้าย

“เบ็น?

“มิสนาตาชา...คู่หมายของพระองค์อย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

“เตรียมเครื่องบิน!

“ฝ่าบาท...” เส้นเลือดข้างขมับของเบ็นจามินปูดขึ้นทันที “อย่าทรงลืมสิพ่ะย่ะค่ะ ว่าทรงก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง ถ้า...”

“แล้วยังไง”

อีธานสวน เป็นคนก่อเองทำไมจะลืมได้เล่าว่าสามเดือนก่อนเขากลับออกจากงานกะทันหัน ทิ้งเลดี้ซูซานไว้กลางงานเต้นรำขณะพิธีกรประกาศว่าเขาจะต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับเธอ

ท่านย่าทรงจัดการก็ควรจะเป็นคู่เต้นซะ ฉันไม่เกี่ยว

นี่คือสิ่งที่เขาบอกกับเบ็นจามิน

สองเดือนก่อนสำนักพระราชวังเพิ่งแก้ข่าวว่าภาพชายหนุ่มควงหญิงสาวสองคนออกมาจากโรงแรมในเช้าวันหนึ่งเป็นเพียงคนหน้าเหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าชายอีธาน รัชทายาทแห่งเลนีเซียแต่อย่างใด

ส่วนอาทิตย์ที่แล้ว มีรายงานข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ รายการโทรทัศน์ทุกช่อง ถึงความไม่เหมาะสมกรณีมีมือดีถ่ายคลิปขณะเจ้าชายอีธานเมาไม่ได้สติ จนต้องถูกหามกลับจากสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง

“ท่านย่าของพระองค์ยังกริ้ว...”

เบ็นจามินพยายามเกลี้ยกล่อมอีกตามเคย แต่เพราะชื่อนี้ทีเดียวที่ทำให้รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าอีธาน

“ยิ่งต้องทำ ไปเตรียมซะ ฉันไปถึงให้พร้อมบินทันที”

 

ก่อนเวลางานเลี้ยงเริ่มห้านาที ขณะภายในท้องพระโรงใหญ่คึกคักด้วยเหล่าเชื้อพระวงศ์และอาคันตุกะกิตติมศักดิ์ โต๊ะจัดเลี้ยงวางต่อกันตลอดความยาวของห้อง พรั่งพร้อมด้วยเชิงเทียน ชุดจานหรูหรา และแจกันดอกไม้งดงาม อีกด้านหนึ่งอีธานกำลังลัดเลาะข้ามสะพานจากปราสาทหลังใหญ่มาอีกฝั่ง ผ่านทหารยามเพื่อมุ่งหน้าไปยังรันเวย์ถัดจากปราสาทหลังเล็กซึ่งเป็นจุดนัดหมาย

ทหารคนดังกล่าวทำความเคารพอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ กระทั่งมีเสียงดังต่อมาเป็นทอด

“อยู่ทางนั้นๆ”

“องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงคนเหล่านั้นดังมาก่อนตัวแต่ไกลทว่าได้ยินชัดทุกคำ ทหารเวรทำท่าเลิ่กลั่ก มองต้นเสียงนับสิบวิ่งตรงมาอย่างเร่งร้อนสลับกับอีธานที่เพิ่งหยุดทักทายเขาตามปกติ

“จับไว้ อย่าให้ทรงหนีไปได้!

คนหัวแถวตะโกนบอก คราวนี้ความงุนงงหายเป็นปลิดทิ้ง ทหารยามรีบขยับขวาง แต่ก็ยังลังเลที่จะจับ เพราะจะว่าไปแล้ว ทหารครึ่งค่อนวังอยู่ใต้บังคับบัญชาขององค์ชาย รวมถึงเขาด้วย...

“กระหม่อมขอประทานอภัย”

“ฉันเข้าใจ โรเบิร์ต” ท่าทีอีธานดูไม่ทุกข์ร้อน “เมียคลอดหรือยัง ไว้กลับมาจะส่งของขวัญไปให้”

นายทหารโรเบิร์ตอ้าปากคราง ลืมเรื่องสกัดกั้นเจ้าชายหมดสิ้น

“พระองค์...ทรงจำชื่อกระหม่อมได้ และยัง...”

“แน่นอน วันนี้ฉันรีบ ไปละ” เจ้าชายทรงขยิบพระเนตรใส่

กว่านายทหารโรเบิร์ตจะทันนึกได้รัชทายาทหนุ่มก็หายลับไปในเงามืดเสียแล้ว

 

เครื่องบินส่วนพระองค์เทกออฟก่อนเหล่าทหารตามมาถึงเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ความไวเรื่องการหลบหลีกไม่ทรงเป็นสองรองใครเอาเสียเลยจริงๆ...เบ็นจามินนึกอย่างหมั่นไส้กึ่งปลง

“ทรงหาแต่เรื่องยุ่งให้กระหม่อม”

“แต่ก็ไม่เคยขัด” เจ้าชายอีธานทรงพระสรวลร่า แววเนตรเป็นประกายยามได้ทำตามพระทัย “ไม่มีใครเข้าใจฉันเท่าเบ็น”

เบ็นจามินฝืนยิ้มไว้อย่างยากเย็น แกล้งถอนใจเสียงดัง มองผ่านกระจกสู่เบื้องล่าง เห็นพระราชวังกลายเป็นจุดเล็กๆ อยู่ท่ามกลางไฟประดับประดาสีเหลืองอร่าม

ข่าวเรื่องเจ้าชายรัชทายาทเสด็จออกจากวังกะทันหันคงแพร่สะพัดแล้วและคงวุ่นวายกันทั่ว แน่นอนว่างานเลี้ยงสุดพิเศษที่เจ้าหญิงซิลเวียทรงหมายมั่นพังยับไม่เป็นท่า ขณะที่ ตัวต้นเหตุ ประทับไขว่ห้างทรงผิวพระโอษฐ์เริงร่า

เบ็นจามินนวดขมับซ้ายขวา ได้แต่หวังว่าเจ้าชายอีธานจะหยุดก่อเรื่องในเร็ววันนี้ อย่างน้อยก็ควรจะก่อนเขาลงโลง

+ + + + + + + + + + + 


เอามาลงให้ตามสัญญาแว้วววว
จากนี้เจอกับเจ้าชายได้ทุกวันจันทร์เน้อ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #77 gemarco (@germaffm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 03:21
    หนีได้หนีไป
    #77
    0
  2. #27 Kamuningka (@Kamuningka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 21:49
    หนีเค้าแล้วอย่ามาเสียดายทีหลังล่ะ
    #27
    0
  3. #18 fsn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:24
    น่าติดตามค่ะ
    #18
    0
  4. #11 ลูกปลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 16:17
    เค้าชอบอ่านแนวเจ้าหญิงเจ้าชายที่พี่ปลาเขียนมากกกกกก

    จะมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันจันทร์เลยนะจ๊ะ ^___^
    #11
    1
    • #11-1 อัคนี (@akaneebatr) (จากตอนที่ 1)
      8 มิถุนายน 2558 / 00:27
      วิ้วๆๆๆ ดีอกดีจาย
      แล้วจะพาเจ้าชายมาเสิร์ฟที่ท่าน้ำทุกวันจันทร์นะจ๊ะ
      #11-1