Forever or Never

ตอนที่ 5 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    25 พ.ย. 62










Chapter 3


ปกติก็แข็งแรงดี
แต่พอสบตาเมื่อไหร่ ใจอ่อนแอทุกที











ปกติผมเป็นคนยิ้มยาก

อันที่จริงแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย ไม่มีเรื่องตลกก็ไม่ได้ขำ อยู่เฉยๆ หน้ามันก็นิ่งแบบนั้นเอง
แต่การที่มีคนยิ้มง่าย เดินไปไหนก็เหมือนมีออร่าความสดใสของโลกใบนี้อยู่ข้างกายตลอด
เมื่อเปรียบเทียบกันโดยบรรยากาศแล้วมันก็อาจจะทำให้หน้าผมยิ่งดูบึ้งเข้าไปใหญ่

มีนเป็นคนยิ้มเก่ง

พูดอะไรแล้วมักจะจบลงด้วยรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะเสมอ คล้ายจะเป็นนิสัยส่วนตัว
และคนทั่วไปมักจะบอกว่าเหมือนมีนยิ้มเผื่อผมไปด้วยแล้ว

ซึ่งผมก็เห็นด้วย…

ไม่เห็นจำเป็นต้องยิ้มเองเลย ก็มีคนข้างๆ ยิ้มแทนไปเยอะแล้วนี่นา


“มีนมันไปหาแฟนเหรอวะ” ไอ้บูมชะโงกมามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือผม เอ่ยปากถามก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

ผมพยักหน้า จ้องไอจีสตอรี่ของเพื่อนสนิทตัวดีที่หายแวบไปตั้งแต่หลังจบคลาส “เออ อยู่สยามกันมั้ง” ขนมร้านนี้กินจนจำได้ทุกเมนูแล้ว

“มันก็ดีเนอะ งานก็เยอะฉิบหายแล้ว ยังขยันเดินทางไปถึงนั่นบ่อยๆ”

“ก็ธรรมดาของรักต่างมหา’ลัย” คนใกล้ตัวมีไม่สนก็งี้แหละ

“แล้วนี่มึงหาข้อมูลถึงไหนแล้ว”

พอพูดถึงงานผมก็กดปิดโทรศัพท์ ถอนหายใจยาว “ท่วมหัว”

“เอาตัวไม่รอด?”

“เออไอ้สัด”

ไอ้บูมหัวเราะ “เดี๋ยวกูจะกลับแล้วนะ นัดสาวกินข้าวเย็นไว้เหมือนกันว่ะ”

“อะ ทิ้งกูไปกันให้หมด”

“ทำมาน่าสงสาร” ไม่ต้องมาผลักไหล่กูเลย “คนเข้าหามึงเยอะแยะ ไม่เลือกคุยดูสักคนล่ะวะ จะมาเหงาอะไรคนเดียว”

ผมกระตุกยิ้ม “ใครจะมาเอากู”

“ต้องให้กูพูดจริง? ไหนลองเปิดไลน์ซิ 999+ แล้วมั้ง”

“เสือกเลยๆ” ผมหัวเราะ ดึงโทรศัพท์หนีมัน “รีบไปหาหญิงมึงไป”

“เออ กูไปละ เจอกัน”

“เจอกัน” ผมพยักหน้ารับ พลางโบกมือให้คนที่สะพายกระเป๋าพาดตัวแล้วหันหลังเดินไปทางประตู










ผมเดินออกจากห้องสมุดตอนที่ฟ้าเริ่มมืด พอดีกับที่มีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง
หยิบขึ้นมาดูก็ต้องย่นจมูกเมื่อเห็นชื่อของเพื่อนตัวแสบที่ทิ้งผมไปตั้งแต่เลิกเรียน

“ว่าไง”

[มึง]

“ไร ยังไม่กลับอีก?” ได้ยินเสียงรถวิ่งดังมากเลย “มึงอยู่ไหนเนี่ย”

[รถเสียว่ะมาร์ค]

ผมขมวดคิ้ว หยุดเดินแล้วตั้งใจคุย “เสียที่ไหน มึงอยู่ไหน”

[กลางถนนเลย นี่กูโทรหาประกันแล้ว เดี๋ยวเขาเอารถมายก]

“มึงอยู่ไหน เดี๋ยวกูไปรับ”

[กว่ามึงจะถึงรถกูน่าจะโดนยกไปละ]

“แล้วมึงจะยังไง กลับหอ?”

[อืม…] อีกฝ่ายครางเสียงยาวเหมือนกำลังตัดสินใจ ไม่นานนักก็ให้คำตอบ [เดี๋ยวแบกกระเป๋ากล้องในรถไปถ่ายรูปดีกว่า วิวกลางคืน]

“จะไปที่ไหน กูจะได้ตามไป”

[มึงกลับบ้านเหอะ ช่วงนี้เรียนหนักไม่ใช่ไง]

ผมถอนหายใจ เทอมนี้เรียนหนักกว่ามันจริง แต่จะให้ไปตะลอนคนเดียวก็เป็นห่วง ตัวมึงก็แค่นั้นอะ “เออน่า เดี๋ยวไปหา จะไปตรงไหน”

[คิดก่อน]

ผมหัวเราะในคอ หยิบกุญแจรถขึ้นมาเมื่อถึงจุดที่จอดไว้ สอดตัวเองเข้าไปหลังพวงมาลัยก่อนจะเอ่ยเร่ง “คิดได้ยัง กูจะออกแล้วเนี่ย”

[อยากไปเยาวราช]

“ถามจริง”

[เออ]

“จะไปถ่ายรูปหรือไปกิน”

[มึงจะมาไม่มา]

“เออๆ เดี๋ยวออกไป”

[มึงจะจอดรถไหน] ทำเสียงใสเชียวนะมึง

“เดี๋ยวจอดรอยัล”

[เค ถึงแล้วโทรมา เดี๋ยวเดินรอแถวๆ นั้น]

“ดีๆ นะมีน แบกของเยอะอย่าเดินมั่ว” เดี๋ยวได้โดนใครเกี่ยวไป “อย่าเพิ่งซื้อเยอะด้วย รอกูถึงก่อน”

[รู้แล้วน่า แค่นี้แหละ เดี๋ยวประกันน่าจะโทรมาละ]

“เออๆ” ผมตอบกลับ กดวางสายแล้วเริ่มออกรถ

คนอะไรเอาแต่ใจฉิบหาย คิดอะไรก็ทำเลยปุบปับ พอใจมันไปแล้วเอาอะไรมาฉุดก็รั้งไว้ไม่อยู่ เป็นแบบนี้ตลอด
 










“กูบอกว่าอย่าเพิ่งซื้อเยอะไง”

“ก็ไม่เยอะป้ะวะ”

ผมหรี่ตามอง นี่มึงยังบอกไม่เยอะเหรอ ปาท่องโก๋ราดนมข้น ขนมปังไส้ทะลัก เกาลัดคั่ว แล้วยังถ้วยทับทิมกรอบในมือนั่นอีก “กูถามจริง”

เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าผมกำลังกวาดตามองอาหารในมือตัวเอง “ก็มึงนานอะ กูก็กลัวช้า เลยไปเอาคิวสั่งขนมปังไว้ แล้วก็เดินไปซื้อปาท่องโก๋ เกาลัด กับขนมหวานรอ พอกลับมาก็ถึงคิวขนมปังพอดี รับของเสร็จมึงก็โทรมาเลย”

“นี่ถ้ากูมาช้ากว่านี้มึงคงได้เพิ่มอีกสองสามอย่าง” ผมเอ่ยปากพลางเอื้อมมือไปดึงกระเป๋ากล้องจากไหล่มันมาสะพายให้แทน

“กูอยากกินไหมฟ้า ยังไม่เคยกินสักที”

“เอาในมือมึงให้หมดก่อนเนอะ”

“อันนี้มันเอากลับบ้านได้ ไม่หมดก็เอาไปฝากที่บ้าน”

อ้างเก่งจริงๆ เลย “กูหิว จะกินข้าว”

“มึงจะกินอะไร ก๋วยจั๊บ ข้าวหน้าเป็ด บะหมี่ปู ข้าวหมูกรอบ หรือว่ากระเพาะปลา”

“ให้กูเลือก?”

“จริงๆ กูอยากกินทั้งหมด”

“มึงบ้าแล้วมีน”

“ก็สั่งมาจานนึงแบ่งคนละครึ่งก็ได้”

“มึงกับกูมีกันสองคน จะกินสี่ห้าร้านไม่ได้”

“นานๆ มาทีป้ะวะ กูอยากกิน”

“เอาแค่พออิ่ม ไม่ใช่พออ้วก”

“มึงจะกินไม่กิน ไม่งั้นกูไปกินคนเดียวก็ได้”

นั่นไง มาแบบนี้อีกแล้ว ไอ้เด็กเอาแต่ใจ “ลดลงมาหน่อย”

“ไม่รู้ กินไปก่อน อิ่มค่อยหยุด”

“มึงกินไม่เคยถึงครึ่งอะมีน” แล้วใครกวาดที่เหลือ ก็กูเนี่ย “มะรืนกูมีถ่ายงาน หน้าบวมไม่ได้”

“ไม่กินก็บวม”

“สัด”

อีกฝ่ายหัวเราะ ทำสีหน้าที่ผมโกรธไม่เคยลง


แม่งขี้โกงชะมัด













ผมตักเส้นก๋วยจั๊บเข้าปาก ขณะมองคนที่กดมือถือยิกๆ นี่ก็ร้านที่สี่แล้ว แน่นพุงไปหมด

“มีน”

“ว่า”

ผมยิ้มมุมปาก “กินก่อน อย่ามัวแต่เล่น”

“แป๊บ มิ้งจะฝากซื้อขนมปัง”

“ในมือมึงนั่นอะ”

“อันนี้ของกู”

ผมหัวเราะ “ตรวจน้ำตาลกันบ้างนะทั้งมึงทั้งน้องมึงเลย”

“มึงอะพวกขาดน้ำตาล”

พยักหน้ารับไปอย่างยอมแพ้ แล้วตักหมูกรอบไปจ่อตรงปากอีกฝ่าย เจ้าตัวชะงักเล็กน้อย มองช้อนก่อนอ้าปากงับ เคี้ยวแก้มตุ่ยเหมือนเด็ก พอหมดปากผมก็ตักไข่ป้อนอีก

อีกฝ่ายกินไปหลายคำก็วางโทรศัพท์ ชะโงกมองชาม “ทำไมกูได้กินแต่หมูกรอบกับไข่ นี่มึงกินแต่เส้นหรือไงวะเนี่ย”

“ก็มึงชอบ”

“แบ่งกันดิ”

“กูกินไปเยอะแล้วน่า”

มีนเลิกคิ้ว “กูได้เส้นสองคำเองมั้ง”

“เออน่ะ” ผมป้อนเส้นคำสุดท้ายให้มัน “อะ สามคำแล้วเลิกสงสัยยัง”

อีกฝ่ายย่นจมูกเป็นการตอบโต้ เพราะปากไม่ว่างเลยยังแย้งไม่ได้

“จ่ายเงินเลยละกัน ไปซื้อขนมปังให้น้องมิ้งแล้วกลับเลยนะ?”

“ไหมฟ้ากูอะ”

มันยังไม่ลืมอีก “เออ ซื้อขนมปังเสร็จ ซื้อไหมฟ้าเสร็จ กลับเลยนะ”

“แล้ว…”

“มีนนน”

อีกฝ่ายหัวเราะ “กูล้อเล่น”

ผมยิ้มแห้ง มึงก็ขำได้สิ ไอ้ครึ่งนึงแม่งไม่เคยมีอยู่จริงหรอก มึงสอบตกเรื่องการแบ่งสัดส่วนมากกูกล้าพูดเลย






























การดูแลตัวเองของผมตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาคือการพักผ่อนให้เพียงพอ
ต่อให้ทำกิจกรรมหนักแค่ไหน พอได้นอนหลับสักตื่นก็เหมือนรีเฟรชตัวเอง นานๆ จะป่วยสักที
แต่ช่วงหลังมานี้เรียนหนัก มีเรื่องให้คิดเยอะ เลยนอนไม่ค่อยหลับ

ซึ่งการที่อดนอนเยอะๆ ร่างกายไม่สมบูรณ์ แล้วไปกินสารพัดอย่างจนแน่นท้อง
ก็เลยลงเอยที่ท้องเสีย เข้าห้องน้ำหลายรอบตั้งแต่ตอนกลางคืนจนถึงเช้า

สุดท้ายเลยนอนหมดสภาพอยู่ที่หอมีนไปไหนไม่รอด…

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอวะ”

ผมหันไปสบตากับคนที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง พยักหน้า “กลับมาไม เดี๋ยวบ่ายก็ต้องเรียนอีก”

“กลัวมึงนอนเป็นผัก เดี๋ยวตายคาเตียงกูทำไง”

“ห่วงกู”

“จับใจความดีๆ”

ทำมาเป็นพูดดี เห็นอยู่ว่าซื้อข้าวเที่ยงมาให้ ก็คือห่วงมากแล้ว “ซื้ออะไรมา”

“ข้าวต้มหมูสับ”

ผมลุกขึ้นนั่ง “มึงกินยัง” มองตามเพื่อนสนิทที่หยิบถ้วยมาเทข้าวต้มใส่ให้

“เรียบร้อยแล้ว แวะกินก่อนมา”

“อืม มึงรีบกลับไปเรียนเหอะ เดี๋ยวสาย”

“ยังมีเวลา นั่งก่อนได้” อีกฝ่ายยกโต๊ะญี่ปุ่นมาวางคร่อมตักผม ก่อนจะวางชามข้าวต้มร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฉุยลงตรงหน้า “แดกให้หมดจะได้อัดยา”

“โหดจังวะ”

“รีบๆ หาย คนบ้าอะไรกินนิดนึงท้องเสีย”

“มึงเรียกปริมาณอาหารแบบนั้นว่านิดนึงเหรอ” ใช่สิ คนที่กินนิดนึงอะมันมึง

“มึงเคยกินเยอะกว่านั้นอีก”

ผมหัวเราะ หยิบช้อนคนข้าวต้มในถ้วยให้คลายร้อน “มึง”

“อะไร”

“ปวดท้องว่ะ” อือหือ เผลอทำเสียงเกินจริงไปหน่อย “ตึงๆ ที่หัวด้วย คลื่นไส้” รีบลดลงมาหนึ่งระดับ เดี๋ยวเหยื่อจะไม่เชื่อ

“ก็ยังไม่กินยาจะหายได้ไง” ไอ้นี่ก็ดุจัง “รีบกิน จะได้กินยา กูผสมน้ำเกลือแร่ให้แล้ว”

“ไม่มีแรง อยากนอน”

“สำออยจังวะ คือยังไง ให้จองโลงเลยปะ”

แม่ง ไม่เคยจะอ่อนโยนด้วยหรอก ทีแฟนมึงไอนิดหน่อย แทบจะหามส่งหมอ ไอ้พวกสองมาตรฐาน “ไม่กินละ”

“งอแงจังวะมาร์ค”

“เออ” ผมมุ่ยหน้า กระเถิบตัวนอนราบลงบนเตียงอย่างเดิมโดยไม่ขยับโต๊ะญี่ปุ่นออก

“ขยับขึ้นมานั่งดีๆ”

“ไม่กิน”

“กินนิดนึง จะได้กินยา ห้าหกคำว่าไป”

“…”

มีนนั่งลงบนเตียงข้างๆ ผม ดึงถ้วยข้าวต้มเข้าหาตัวก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาแล้วตักคำเล็กๆ “อ้าปาก”

ได้ยินแบบนั้นก็หูผึ่ง รีบดันตัวขึ้นพิงหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ทำเป็นหรี่ตามองเหมือนจะหลับแล้วอ้าปากคล้ายไม่เต็มใจ แต่ข้างในนี่ลิงโลดไปไกลแล้ว “ร้อน”

“อ่าๆ” มีนพยักหน้ารับ ตักข้าวต้มขึ้นมาแล้วเป่าเบาๆ ให้ก่อนป้อนใหม่ “สำออยจริงๆ นะมึงอะ”

ทำเสียงดุแต่ตายิ้มแบบนี้กูไม่กลัวนะบอกก่อน

“ยังร้อนอยู่ไหม”

“ปากกูพองแล้ว ไม่รู้สึก”

“มึงเว่อร์ ร้อนตรงไหนวะ” มีนพูดพลางยกช้อนแตะปากตัวเอง

เชี่ยแม่ง…

“เอ้า” คนตรงหน้ายื่นช้อนมาใกล้ พยักหน้าเร่ง “ไม่อ้าปากอะ”

“...” ทำงี้ได้ไง ทำไมไม่แคร์ใจกูเลยวะ

“รีบๆ เดี๋ยวกูต้องไปเรียนต่อ”

ยังจะมาบ่นอีก นี่กูไม่เสียอาการกว่านี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

จูบทางอ้อมชัดๆ จูบทางอ้อมเลย!

“ทำหน้าอะไรวะ ไข้ขึ้น?” มันถามพลางเอื้อมมือมาแตะหน้าผาก “ตัวมึงร้อนนะ จะเป็นไข้อีกอย่างป้ะวะ เดี๋ยวกินยาดักไว้ด้วย”

“เออ” ผมขมวดคิ้ว “อิ่มแล้ว”

“ถามจริง”

“มึงบอกกูห้าหกคำ”

“มึงก็ตรงเกิน”

“มึงไปเรียนได้แล้วไป เดี๋ยวเข้าสายแล้วมาโทษกูอีกอะ”

มีนถอนหายใจ โคลงศีรษะไปมาอย่างระอา วางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะ “งั้นเดี๋ยวกูเอาไปเก็บในตู้เย็น ถ้าหิวอีกก็เอาออกมาอุ่นเองแล้วกัน”

“อืม”

อีกฝ่ายพยักหน้า ยกถ้วยอาหารกับโต๊ะไปเก็บเรียบร้อยก็กลับมาพร้อมขวดน้ำดื่มและกระปุกยา “กินด้วย”

“รู้แล้ว”

“กูไปก่อนนะ ไม่ต้องซ่าลุกขึ้นมาทำไรอะ”

“รู้น่า”

“ไปละ”

ผมมองตามอีกฝ่ายเดินไปทางประตูแล้วเอ่ยปาก “มีน”

“ไร” มันหันมาสบตา

“เลิกแล้วมึงจะกลับมาเลยปะ”

“มึงไหวปะละ”

“ทำไม”

“จริงๆ กูว่าจะแวะไปหาเมย์หน่อย” คนตรงหน้าว่า ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ “แต่ถ้าไม่ไหวก็จะกลับเลย”

เพื่อนที่แสนดีอย่างผมจะตอบอะไรได้วะ แฟนก็ต้องมาก่อนหรือเปล่า...

“ไม่ไหว” แต่ก็ต้องขอโทษด้วย “กูจะตายแล้วมึงก็เห็นเนี่ย”

“เออๆ เดี๋ยวเลิกเรียนกลับมา อยากกินไรก็ไลน์หากู”

“จ้ะ”


เพราะพอดีว่าผมแม่ง...ดันเป็นเพื่อนไม่จริง










To be continued...

แอบรักแล้วยังจะอึ๊แตกอีก น่าสงสารเขานะคะ
กด99เป็นกำลังใจมาร์คได้ทุกช่องทาง (หัวเราะ)

ปล. ใครยังไม่ได้พรีอย่าลืมน้า เผื่อวันที่7ได้เจอกันคับบบบ❤️
จิ้มโลด > Pre-order


#Realguysfiction






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #96 Mook sawon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 22:12

    คคิดภาพตามแล้วเป็นเขินอะคุนนน

    #96
    0
  2. #88 อีนางน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 03:58

    เอ็นดู.

    #88
    0
  3. #80 Yuiiiii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:14

    อ้อนเก่งเหลือเกินพ่อคุณ

    #80
    0
  4. #66 tensita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 09:44
    999+ สาธุ
    #66
    0
  5. #65 Bbee0004 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 14:45
    อ้อนเก่งงงงงงมั่ก
    #65
    0
  6. #64 kitty_neoy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 12:41
    อยากอ่านเต็มเรื่องแว๊วววว
    #64
    0
  7. #63 ศรีไงศรีเองงงง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 03:44
    เพื่อนไม่จริงขอกด99สาธุให้น้องมาร์คจ่ะ55555555555
    #63
    0
  8. #62 🍉Natty🍉 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:59
    ไม่ไหวเนอะไม่ไหว
    #62
    0
  9. #61 nanthaponnty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:41
    เพื่อนไม่จริงงงงงไอบ้าเอ๊ย
    #61
    0
  10. #60 Kkaew15 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:24

    พรีเรียบร้อย
    #60
    0
  11. #59 Sir_i (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:07

    พรีแล้วน๊าา เจ้ามาร์คเจ้ามีน
    #59
    0
  12. #58 nn1998 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 19:53
    น่าสงสารคุณมาร์คเขานะคะ ฮือออออ
    #58
    0
  13. #57 SevenCats (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:51

    มาร์คจ๋าพี่กด 99 ให้เลยจ้า ฮืออ วันนี้อัพเร็วมากเลยคุณเดย์ ดีใจ รีบมาเลยนะเนี่ย ละก็เป็นอีกตอนที่ยังรักความเป็นธรรมชาติของน้องๆ สองคนนี้อีกแล้วว ใช่เรื่องนี้หรือเปล่าน้าที่ทำคุณนักเขียนเราอดหลับอดนอน
    #57
    0
  14. #56 Sujulala blah (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:42
    ตอนจบเขาจะได้เป็นแฟนมั้ยคะ!!!!! ถ้าเป็นหนูกดจองตอนนี้เลย ตอนนี้!!!
    #56
    0
  15. #55 Koltan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:38
    พรีแย้วววว
    #55
    0