Forever or Never

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    18 พ.ย. 62










Chapter 2


ไม่รู้ว่าคิดเหมือนกันบ้างไหม
เวลาเราอยู่ด้วยกันมันโคตรดีเลย









 

“มีน มึงไปคุยกับไอ้มาร์คดิ๊”

ผมแอบมองเมื่อเพื่อนข้างๆ มันแจ้นไปฟ้องมีน อีกฝ่ายเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือเพราะไอ้นนท์ใช้ศอกสะกิดแขนหลายๆ ครั้ง “ไรวะ”

“หน้าบึ้งเป็นตูดมาตั้งแต่บ่ายแล้ว” นนท์ว่า ทำหน้ายุ่ง “คุยด้วยก็ตีหน้ายักษ์ใส่กู ใครทำไรให้ไม่พอใจ มึงไปถามหน่อย” เออ พูดได้ดี

“เอ้า แล้วทำไมมึงไม่ถามมันเองล่ะวะ”

“ผัวมึงอะ” อันนี้ก็พูดได้ดีอีก

“ผัวพ่อมึงสิ” ไม่ว่าเปล่า คนตัวเล็กชูนิ้วกลางแถมให้อีกอย่าง พวกมันก็ล้อมาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสุดท้ายแล้วก็ยังไม่เลิกด่า ไม่เหนื่อยบ้างไง เก็บแรงไปดีดกีตาร์ง้อแฟนสาวของมึงดีกว่าไป “มันง่วงปะ ถามยัง”

“ถามแล้ว ไม่ตอบ”

“หรือมันหิว”

“เหอะ”

“อะไรล่ะวะ” มีนขมวดคิ้ว วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วชะโงกหน้ามามองผมที่นั่งถัดมาทางขวาอีกสองเก้าอี้ โดยมีเพื่อนตัวแสบในแก๊งสองคนนั่งกั้นอยู่ก็รีบฟุบหน้าหนีเนียนๆ “ฟุบอยู่นี่ ง่วงมั้ง ปกติแม่งก็ง่วงทั้งวันอยู่แล้ว”

“ง่วงห่าไร ฟุบนิ่งๆ ได้สิบวิก็พลิกไปมา ฟึดฟัดๆ อยู่นั่น น่ารำคาญฉิบหาย” บูมที่นั่งติดอยู่กับผมเอ่ยปากเสริม ผมล่ะอยากจะตบรางวัลให้แล้ว ถ้ามันไม่ด่ากูขนาดนี้ “กูสะดุ้งเพราะมันกระตุกเท้าหลายทีแล้ว”

“ตบตรงท้ายทอยเน้นๆ สักที เอาให้สลบ”

“สัดมีน อย่าหาตีนให้กู มึงสลับที่กับกูเลยมา”

“อะไรวะ ยุ่งยาก”

“เออมาเหอะน่า เสือกมานั่งแยกกันอะไรวันนี้ก็ไม่รู้ แล้วต้องเจาะจงเลือกวันที่ไอ้ข้างๆ นี่เป็นหมาบ้าด้วยนะ ซวยกูแท้ๆ” คือมึงลืมป้ะวะบูมว่ากูยังไม่ได้หลับ พูดซะไม่ไว้หน้ากูเลยนะไอ้ฉิบหาย “เอ๊ะ…หรือมึงทะเลาะกัน”

“กูจะทะเลาะอะไรกับมัน” เออไม่ได้ทะเลาะ แต่ต้นเหตุที่กูเป็นแบบนี้คือมึง!

“เอ้า ก็วันนี้มึงนั่งแยกกัน ปกติตัวติดเป็นผัวเมีย”

“ก็มันขึ้นเรียนกับพวกมึงก่อน กูไปซื้อน้ำ ตามมาทีหลังนั่งนอกสุดแปลกตรงไหน”

“ก็ปกติมาร์คมันต้องเผื่อที่ให้มึงข้างๆ”

ไอ้นนท์พยักหน้าเห็นด้วย “มึงตีกันใช่ปะ”

“ตีอะไรล่ะวะ กูก็ปกติเนี่ย” มีนหัวเราะ “อย่าหาเรื่องให้กู”

“งั้นมึงไปคุยกับมัน”

“เรียนก่อน”

“ย้ายก่อน” บูมว่า “กูจะคุยโทรศัพท์กับแฟน รำคาญมัน”

“กูจะเรียน”

ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็แอบเหลือบตามองอีกครั้ง มีนตัดบทแล้วหันไปสนใจสไลด์หน้าห้องเรียบร้อย
โฟกัสอาจารย์ มองข้ามเสียงโวยวายของบูมไปอย่างไม่ใส่ใจ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิด

เออ ไม่ต้องสนใจกูหรอก!

 








“มึง”

ผมยกหัวขึ้นมองเมื่อถูกสะกิดที่ไหล่ พอสบตากับเพื่อนสนิทที่ทำให้อารมณ์เสียมาตั้งแต่เมื่อคืนก็ฟุบลงไปใหม่

“เป็นห่าไร ลุก จบคลาสแล้ว”

“…” ผมเอียงหน้ามองอีก

“มองกูแบบนั้นไม ลุกขึ้น เขาทยอยออกกันจะหมดห้องละ”

“กูจะนอน”

“มานอนไรตอนนี้ กลับไปนอนบ้านมึงไป”

“…”

“อะหน้าบึ้ง” ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก “เป็นอะไรของมึง”

“กูนอนไม่พอ”

“…” อะแดกจุด สำนึกผิดยังล่ะมึงอะ กำลังจะยิ้มแล้วถ้ามันไม่ได้ถามกลับอย่างไม่รับรู้อะไรเลยเสียก่อน “เมื่อคืนมึงก็นอนเร็วปะ ยังจะนอนไม่พอไรอีก”

“เออ กูนอนตั้งแต่ห้าทุ่ม แต่มึงเล่นกีตาร์จีบแฟนถึงตีหนึ่ง กูจะนอนหลับได้ไง ถาม”

“เอ้า ก็เห็นมึงนอนนิ่ง”

นิ่งห่าไร พลิกไปพลิกมาจนเมื่อยไปหมดแล้วก็ยังหัวเราะกับไอแพดอยู่นั่น “มึงไม่สนใจ”

“เออออ โอเคกูผิด” รู้ก็ดี “ผิดที่ทำให้มึงนอนไม่ครบแปดชั่วโมง”

“เออ”

“ขอโทษ เคป้ะ ลุกได้แล้ว กลับไปนอนที่บ้าน”

“จะให้กูขับรถไปแหกโค้งไง?”

อีกฝ่ายกลอกตามองบน “ไปนอนห้องกู โอเคยัง”

“…กูจะไปห้าง”

“เอ้า แล้วบอกง่วง”

“จะไปตัดผม”

“ทีกูให้กลับบ้าน มึงบอกจะขับรถแหกโค้ง แต่ไปห้างดันไปได้”

“เรื่องกู”

“ไอ้สัด งอนไรนักหนา”

“ใครงอนมึง”

อีกฝ่ายทำหน้ายุ่ง ท่าทางที่ทำผมกลั้นยิ้ม ชอบนักล่ะเวลามีนหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะความผิดมันค้ำคอ “เออๆๆ จะไปห้างใช่ปะ เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน”

“ไม่ต้อง”

“อย่าเยอะไอ้มาร์ค เดี๋ยวกูทิ้งแล้วกลับหอแม่งเลย”

“เออๆ” รีบตอบกลับก่อนที่อีกคนมันจะเปลี่ยนใจ ขอเล่นตัวบ้างก็ไม่ได้ ทีกับแฟนมึงง้อได้เป็นชั่วโมงๆ ทีกับกูได้ไม่กี่ประโยคก็กลับลำมาตบหัวแล้ว มันน่าน้อยใจไหมล่ะ

อ้อลืมไป นั่นแฟน

กูเพื่อน

“จะให้กูขับให้ไหม”

ผมเลิกคิ้ว จริงๆ ไม่ได้ง่วงขนาดขับไม่ได้ แล้วก็ไม่ชอบให้คนอื่นขับรถตัวเองเท่าไหร่

แต่ว่า...

“แหงล่ะ กูจะนอนสบายๆ” พูดแล้วก็ล้วงกุญแจรถส่งให้คนตัวเล็ก


มีนใช่คนอื่นที่ไหนล่ะ

 









“มาร์ค”

ผมปรือตามองเมื่อถูกเขย่าที่หัวไหล่ “ไร”

“ถึงแล้ว ตื่น”

ขยี้ตาอย่างงัวเงีย ปรับพนักเก้าอี้ขึ้น ก่อนจะหันมองซ้ายขวา เมื่อพบว่าอยู่ในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยแล้วก็พยักหน้า “...”

“ตื่นยังเนี่ย”

“เออ ตื่นแล้ว”

“จะดื้อด้านมาห้างทำไมก็ไม่รู้ ง่วงก็กลับห้องนอนให้จบๆ ไป”

“จะตัดผม”

“ตัดไรบ่อยๆ วะ”

“ยาวแล้ว”

มีนเลิกคิ้ว มองสูงขึ้นนิดหน่อย “ไหน” ก่อนจะเอื้อมมือมาจับแก้มผมให้หันไปทางมัน

ผมกลืนน้ำลายตอนคนตัวเล็กสำรวจความยาวของเส้นผม แอบหลุบตามองปากมันที่ขยับมุบมิบบ่น
แล้วเบนสายตาไปทางอื่นแทบไม่ทันตอนมันก้มลงมามองหน้า

“ไม่เห็นยาวเท่าไหร่เลย รีบตัด เปลืองเงิน”

“มันฟู กูไม่ชอบ”

“งั้นก็อย่าทำหน้าง่วง”

“เออ...”

ผมลอบถอนหายใจ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วลงจากรถ
รับกุญแจที่อีกฝ่ายยื่นส่งคืนให้ใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินตามสารถีจำเป็นเข้าไปในตัวห้าง









“กูหิว” มีนเอ่ยปาก ตามองตรงไปที่ร้านสเต๊กติดกับบันไดเลื่อน

“จะกินก่อนปะ”

“มึงหิวไหม”

“นิดนึง”

“งั้นกินก่อนค่อยตัด จริงๆ กูอยากซื้อเสื้อผ้าด้วย”

นั่นไง จริงๆ คนอยากมาคือมันหรือผมวะ “ให้กูไปตัดผมตอนไหน”

“เรื่องมึงดิ กูหิว แล้วกูก็อยากซื้อของ”

“งั้นแยกกันไป”

มีนหันมามองหน้า ผมชะงักเล็กน้อยตอนสบตากัน ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “ล้อเล่น ใครจะทำงั้นวะ มาด้วยกันแยกกันเดิน ไร้สาระๆ” จับไหล่มีนให้หันไปอีกทาง “แดกข้าวดีกว่า หิวจนปวดท้องแล้วเนอะ” รีบว่าแบบนั้นก่อนจะดันหลังอีกคนให้เดินตรงไปที่ร้านอาหาร

 







ถึงจะพูดว่าเรื่องมึงดิ แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็มานั่งรอผมตัดผมจนเสร็จอยู่ดี

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รู้สึกยังไงไหววะ

มีนเงยหน้าจากโทรศัพท์เมื่อผมเดินไปยืนตรงหน้า อีกฝ่ายยิ้มกว้างตามนิสัย เหมือนปากสร้างมาเป็นรูปยิ้ม ยิ้มได้ตลอดไม่มีเมื่อย “เสร็จแล้วเหรอ” คนตัวเล็กลุกจากโซฟา มองสำรวจ “ตัดแค่นี้เดี๋ยวอีกสองอาทิตย์ก็ร้องจะมาตัดอีก”

“ผมกูยาวเร็ว”

“โกนไหม ยังไง”

“กลัวช่างตัดผมจะท้อ แบบตัดทรงไหนก็หล่อ”

มีนหัวเราะ ผลักไหล่ผมเบาๆ ก่อนเดินนำออกจากร้าน “จะไปซื้อเสื้อ แต่อยากกินไอติมก่อน”

“นั่งหรือเดิน”

“เดินก็ได้ ซื้อใส่ถ้วย”

“เดี๋ยวมึงก็วุ่นวายตอนลองเสื้อ นั่งกินให้เสร็จๆ”

“กูจะประหยัดเวลา”

“มึงจะเอาเวลาไปทำไรเยอะแยะ”

“มึงจะได้กลับไปนอน”

“...” ผมมองหน้าคนข้างๆ ที่กำลังหันซ้ายขวาหาร้านไอศกรีม จริงๆ ก็รู้หรอกว่ามันไม่ได้คิดอะไรกับสิ่งที่พูดออกมาเลยสักนิด แต่ทำไงได้ ผมดันรู้สึกดีไปแล้ว

ใจเต้นเลยแม่งเอ๊ย

“ร้านนั้นละกัน ไปสั่งให้หน่อยเดี๋ยวเข้าห้องน้ำแป๊บ เหมือนเดิม”

ผมพยักหน้า มองตามอีกคนสักพักก่อนจะเดินไปสั่งขนมให้เจ้าตัว









สั่งและจ่ายเงินเรียบร้อย ยังไม่ทันได้ของคนที่ไปเข้าห้องน้ำก็กลับมา เจ้าตัวยิ้มร่าเริงมาแต่ไกล ขยับมายืนข้างๆ แล้วเงยหน้าสบตา “ไหนไอติม”

“เขาทำอยู่”

“มึงได้สั่ง...”

“ไอศกรีมมิดไนท์บราวนี่สองลูกเพิ่มวิปครีมแยกหนึ่งถ้วยได้แล้วค่ะ”

ผมอมยิ้มเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ทันถามจบ พนักงานก็พูดแทรกขึ้นมาดังๆ ก่อนจะยักคิ้วส่งให้คนที่ทำหน้าพอใจ “กูเก่งอะดิ” ไม่ต้องบอกก็รู้ใจหมดแล้วครับ กราบที่อกกูสิ ดีขนาดนี้จะหาได้จากไหนอีกวะมีน

“เออ มึงเก่ง” มันกระแทกเสียงประชด ก่อนจะเดินฉิวไปรับของ แล้วเดินกลับมาพร้อมถือไอศกรีมบวกด้วยวิปครีมอีกถ้วยใหญ่เต็มสองมือ

“ฝากกูถือไหม”

“ฝาก” ว่าแล้วก็ส่งถ้วยวิปครีมมาให้ผม และใช้มือข้างที่ว่างจับช้อน “มึงอย่าเดินไกล กูต้องกินสลับๆ กัน”

ผมแอบหัวเราะกับความงอแงของมัน เรื่องของหวานนี่ดีเทลเยอะ “จะไปดูเสื้อที่ไหน”

“อยากได้ฮู้ดแขนยาว”

“ที่ห้องมึงมีเป็นสิบตัว”

“อืม อยากได้ตัวที่สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม สิบสี่”

“...” กวนตีน

“มีปัญหา?”

ผมยิ้ม “ไม่มีครับ”

ได้แค่ในใจแหละกู...

 










 











มีนเป็นคนซื้อเสื้อผ้าไม่บ่อย แต่เวลาซื้อทีซื้อเยอะ เลือกนาน ใช้เวลาเป็นชั่วโมง
แต่ถึงจะนานแค่ไหนถ้าเทียบกับเวลาดูอุปกรณ์พวกแกดเจ็ตนี่คนละเรื่อง
พวกนั้นคืออยู่เป็นวัน ตั้งใจมาซื้อทีก็คือไม่ต้องไปไหนกันเลย

“มีน จะเลอะแล้ว” ผมว่า เอื้อมมือไปดึงถ้วยไอศกรีมในมืออีกคนมาถือแทน “เดี๋ยวก็โดนเสื้อเขา”

“มึงว่าสีไหนสวยกว่า” ยังจะเมินอีก “ขาว เหลือง”

“ขาว”

“งั้นเหลือง”

“สัด”

มีนหัวเราะ “เออ ถือให้หน่อย เดี๋ยวไปลอง”

ผมรับเสื้อจากอีกฝ่ายมาถือ ข้างนึงที่วางถ้วยไอศกรีม อีกข้างราวแขวนเสื้อ สบายแล้วกู “มีนมึงเลือกคล้ายกันมาสามตัวแล้วปะ”

“มันต่างกัน มึงดูดีๆ”

ถ้ามึงคิดว่าลายตรงแขนไม่เหมือนกันนิดนึงคือต่างมันก็ใช่แหละ “…” ท้อจะเถียง

“มาร์คเสื้อยืดตัวนี้สวย” มีนหยิบเสื้อยืดตัวนึงจากราวยื่นมาตรงหน้า พยายามจะทาบกับตัวผม “คอกลม”

ผมยิ้ม “สวยดี”

“ลองปะ”

“ไม่ต้องอะขี้เกียจ ซื้อเลย”

มีนทำหน้าระอาใส่ “ไหนมาเทียบไหล่หน่อย”

ผมขยับเข้าไปหา หันหลังให้โดยดี “ได้ปะ”

“ตัวมึงหนาขึ้นอีกละป้ะ”

“เออกำลัง bulk”

“น่าจะแน่นแขนนิดนึงมั้ง ไปลองดิ๊”

“ขี้เกียจ นั่งรอมึงลองดีกว่า”

มีนหรี่ตา “ละเอาไม่เอา”

“มึงว่าสวยป้ะล่ะ”

“สวยดิ ดูด้วยนะครับว่าใครแนะนำ” ทำหน้าน่าหมั่นไส้จริงๆ

“ใส่ละจะหล่อปะ”

อีกฝ่ายหัวเราะ พยักหน้าหลายๆ ครั้งประชด “มากๆ ครับ พี่มาร์คใส่แล้วหล่อสุดในคณะเลยครับ”

“หยิบมาสามตัวเลยงั้น”

“เว่อร์ฉิบหาย” คนตัวเล็กหัวเราะ ยื่นเสื้อตัวที่ว่าให้ถือ อะเอามาให้กูให้หมดเลยครับ เดี๋ยวกูรับไว้เอง

“ทำไร” ผมถามเมื่ออีกฝ่ายหยิบเสื้อตัวอื่นออกจากแขนผม

“ไปลองเสื้อดิ”

“เลือกพอแล้วเหรอ‘

“เออพอละ มึงนั่งรอตรงนี้ก็ได้”

“ไอติมอะ กินอีกปะ” พอแขนว่างข้างนึงผมก็เอ่ยปากถาม หยิบช้อนตักไอศกรีมที่เหลืออยู่นิดนึง ละลายจะหมดแล้ว

“อา” มีนมองตามถ้วยไอศกรีม ก่อนจะพยักหน้าแล้วอ้าปากรอ

ผมเลยยื่นไอศกรีมใส่ปากให้ กลืนน้ำลายตอนอีกฝ่ายงับช้อน

“ไปละ เดี๋ยวมา”

ผมพยักหน้ารับ กระแอมแก้เขินเบาๆ ก้มมองถ้วยไอศกรีมในมือแล้วถอนหายใจ

ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกกันเลย





.



.




.





“โอย เหนื่อยฉิบหาย” ผมโอดโอยพลางวางถุงเสื้อผ้าที่ตอนอยู่ห้างตัวเองเป็นคนถือทั้งหมดลงบนโต๊ะ

“บ่นมาก”

“คนที่เดินดูดชานมไม่ช่วยกูถือมีสิทธิ์พูดไรด้วยเหรอ”

“กูขับรถให้มึงอะ หายกันดิ”

“อือหือ เท่าเทียม”

“พูดมาก”

“ยังจะกินอีก” ผมหัวเราะตอนเห็นอีกคนแกะขนมปังสังขยาที่แวะซื้อมาตอนระหว่างทางกลับ “ไหนมึงบอกซื้อมาเผื่อกินตอนเช้า”

“ก็มันมีตั้งหลายอัน กูก็ชิมๆ ก่อน”

ผมพยักหน้า นั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองคนที่กัดขนมปังคำใหญ่ รอฟังประโยคที่แน่ใจว่าจะต้องได้ยิน

“อะ ช่วยหน่อย”

นั่นไง ยังไม่ทันไรเลยส่งมาให้กูแล้ว

“ไม่กิน”

“กินไม่หมด เสียดาย ช่วยกูหน่อย”

ไอ้นิสัยที่สั่งเยอะ ซื้อเยอะ แล้วสุดท้ายกินอะไรไม่เคยหมดเลยเนี่ยไม่เคยหายสักที กูอ้วนก็เพราะมึงเลย “กูอิ่ม วันนี้แดกไปสามพันแคลแล้วมั้ง”

“…ช่วยกูหน่อยดิ คนละครึ่งอะ”

“…”

“อร่อยนะเว้ย กูอยากให้มึงกิน”

ผมลอบถอนหายใจ ถึงจะดึงหน้าขนาดไหนสุดท้ายก็ยอมเอื้อมมือไปหยิบขนมปังสังขยาที่ว่านั่นมาถือจนได้ “เออๆ เดี๋ยวกินเอง”


กูก็ยอมมึงทุกอย่างอะ

 











“มาร์คมึงไปอาบน้ำก่อนค่อยมานอนทีเดียว”

ทันทีที่ผมเอนหลังนอนลงบนเตียง เจ้าของห้องก็เอ่ยปากทันที
หันไปมองคนที่กำลังหยิบถุงเสื้อที่ซื้อมาใหม่ไปวางไว้ข้างตู้ คิดว่าน่าจะเอากลับไปซักที่บ้านเหมือนเดิม

“เดี๋ยวอีกแป๊บ”

“เดี๋ยวมึงก็เผลอหลับ ปลุกยาก”

“กูเหนื่อยยย”

“อาบเสร็จค่อยมาเหนื่อยต่อ”

“...” ผมเงยหน้ามองคนที่พูดไร้สาระ คนเหนื่อยจะให้พักไว้ก่อนแล้วค่อยมาเหนื่อยต่อมันได้ด้วยเหรอวะ “มึงไปอาบก่อน”

“กูยังไม่ง่วง”

“มึงจะทำไร”

“เดี๋ยวกูว่าจะไลฟ์ไอจี”

ผมเลิกคิ้ว ไม่ได้เห็นไลฟ์มาสักพักแล้ว

มีนเป็นเน็ตไอดอลสมัครเล่น เริ่มมาจากที่เจ้าตัวเป็นคนเล่นกล้อง บ้าอุปกรณ์
เวลาได้อะไรใหม่ๆ มาก็ดีใจเป็นเด็ก เห่อสุดขีดจนต้องอัดคลิปรีวิวลงยูทูบ
แต่คนที่มาดูส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจไอ้เจตนาของเจ้าของคลิปเลย
คอมเมนต์มีแต่พูดถึงคนรีวิว ไอ้ที่ว่าน่ารัก มีเสน่ห์ ยิ้มสวย ผิวขาว มองเพลิน อะไรแนวๆ นั้นเต็มไปหมด

สุดท้ายเลยกลายมาเป็นมีแฟนคลับ ติดตามไลฟ์สไตล์ทั่วไปของอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น

แล้วยิ่งปีที่มีนใส่ชุดนักเรียนตัวเก่าไปงานมหา’ลัยแล้วถ่ายรูปกับผมตอนนั้นก็ยิ่งทำเอาเป็นกระแส
แชร์กันเต็มโซเชียล แค่ข้ามคืน #มาร์คมีน ก็ติดเทรนด์ พูดถึงกันเต็มไปหมดทำเอาเขินจนทำตัวไม่ถูก

ยังแอบถามตัวเองหลายครั้งว่าเอาความกล้ามาจากไหนโอบเอวอีกฝ่ายได้แบบนั้น
ต้องโทษแรงยุไอ้พวกเพื่อนตัวแสบนั่นเลย โชว์ความสนิทที่สุดบ้าอะไรไม่รู้

ดีนะที่มีนมันไม่ได้คิดอะไร ถือว่าเป็นการโปรโมตมหา’ลัยไปด้วยในตัว
เพราะเวลามีกิจกรรมหรืองานอะไรพวกผมก็ไปช่วย ไปโปรโมตให้ แถมยังมีโฆษณาติดต่อมาเล็กๆ น้อยๆ
แล้วที่สำคัญคือได้เจอคนดีๆ ที่เขารักและคอยเป็นกำลังใจให้พวกผมเยอะจนคิดไม่ถึงเลย

“นึกคึกอะไร”

“ก็น้องๆ ทักมาขอกันเยอะ กูก็ติดไว้นานแล้ว วันนี้มีเวลาก็เลยนิดนึง เดี๋ยวค่ำๆ กว่านี้กูจะโทรหาเมย์ด้วย”

“...”

“สัญญาว่าวันนี้ไม่เสียงดัง” มีนรีบว่าต่อ ยกสามนิ้วชูประกอบ “รับรองไม่แตะกีตาร์เลย”

“ห้องมึงอะ จะทำไรก็สิทธิ์มึงดิ”

“แล้วหมาที่ไหนงอนกูวันนี้”

“กูไม่ได้งอนมึง กูแค่ง่วง”

“งั้นวันนี้กูจะเล่นถึงตีห้า”

“เดี๋ยวกูลุกมาร้องด้วยเลย”

มีนหัวเราะ ตาหยีใส่แบบนี้คิดว่าน่ารักมากเหรอ…

“…ไปอาบน้ำละ”

“เอ้า คิดจะไปก็ไปง่ายๆ”

ผมลอยหน้าลอยตา หยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดตากไว้ตรงราวตั้งแต่เมื่อวานมาถือแล้วเดินไปทางห้องน้ำ

“อย่าใส่แต่กางเกงในออกมาอะ กูจะไลฟ์แล้ว”

“เออ”


ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ












To be continued...

เวลาคุณอยู่ด้วยกันมันดีจริงๆ นะ :-)



#Realguysfiction





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #108 Pp'- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 02:14
    อ่ะ เหมือนมาอ่านเรื่องตัวเอง TT
    #108
    0
  2. #107 Pp'- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 02:13
    อ่ะ เหมือนมาอ่านเรื่องตัวเอง TT
    #107
    0
  3. #100 Tiw-Se (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 02:09
    นี่ก็เรื่องจริงอีกแหละ ฮือ5555
    #100
    0
  4. #87 อีนางน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 03:42

    จะเขิลก็เขิลไม่สุด.แง่มๆๆ

    #87
    0
  5. #79 Yuiiiiii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:07

    ยอมทุกอย่างให้มีน ก็ของถนัดคุณมาร์คเค้าล่ะ

    #79
    0
  6. #54 tensita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 08:45
    5555555555
    #54
    0
  7. #46 🍉Natty🍉 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:14
    สงสารมาร์ค
    #46
    0
  8. #43 MarateeChesan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 09:43
    มาร์คมีนมาเลย55555555 สงสารคุณมาร์คเค้านะคะะะะ
    #43
    0
  9. #42 kawwwwwp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 01:42
    อยู่ด้วยกันแล้วดีจริงๆ ยอมเค้าตลอดแหละ
    #42
    0
  10. #41 jaisai09 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:49

    เรียลที่สุด เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ
    #41
    0
  11. #40 PPANGPGNA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:03
    คิดถึงมาร์คมีน
    #40
    0
  12. #39 Mook sawon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:18

    ชอบอะชอบมากๆๆ แงงง ฉันคิดถึง โมเม้นนนน

    #39
    0
  13. #38 SevenCats (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 19:39
    แงงง คุณเดย์ ไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ในนิยายคุณเดย์มานานแล้วอะ เพื่อนๆ ผู้ชายที่ผู้ช้ายผู้ชายแบบนี้ แต่ยังคงความละมุนในสไตล์คุณเดย์เสมอเลย รักกๆๆๆ
    #38
    0
  14. #36 PaPiz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 19:00
    กรี้ดดดดดเรียลมากกเรียลจริงๆๆๆ มาร์คเธอก็ยอมเพื่อนตลอดแหละ แหมมมมมมมมม
    #36
    0
  15. #35 nn1998 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 18:49
    ยอมเขาทุกอย่างเลยยยย ฮือออออ
    #35
    0