P e r f e c t T i m e ✎ หนังสือเล่มที่อ่านจบไปแล้ว

ตอนที่ 14 : บทที่ • เจ็ด l ‘เหมือนเดิม’ ไม่ได้หมายความในทางบวกเสมอไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 581 ครั้ง
    10 ก.ค. 61






บทที่ เจ็ด



‘เหมือนเดิม’ ไม่ได้หมายความในทางบวกเสมอไป









เลย์ ไลวินทร์เป็นผู้ชายที่มีนิสัยตรงกับในทวิตเตอร์ทุกอย่าง ห่ามอย่างไรก็ห่ามอย่างนั้น
ไม่ใช่นักเลงคีย์บอร์ดเลยสักนิด ไม่มีอะไรผิดจากที่คิดไว้นอกจากรูปร่างหน้าตา
ตอนแรกก็คิดไว้ว่าจะแค่ขี้โม้เรื่องความฮอตกว่าแดดประเทศไทยอะไรนั่น
แต่พอมาเจอถึงได้เข้าใจว่าที่เจ้าตัวพูดก็ไม่ได้เกินจริงเท่าไหร่
   
อีกฝ่ายเป็นผู้ชายตัวใหญ่มาก ขนาดแฟนเก่าเขาว่าสูงแล้วแต่เหมือนคนตรงหน้าจะสูงกว่าด้วยซ้ำ
ผมสีน้ำตาลอ่อนเซ็ตเปิดหน้าผากโชว์ดวงตาเรียวคม คิ้วเข้มชี้ขึ้นทำให้ดูดุ
กล้ามเนื้อและเส้นเลือดชัดจนต้องลอบกลืนน้ำลาย ปากหนายกยิ้มมุมปากกวนประสาทเหมือนนิสัย
   
“แต่งตัวซะเวอร์เลย” นั่นเป็นคำแรกที่เขาทักหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามคนแปลกหน้าที่รู้จักกันมาหลายเดือน
   
อดแซวไม่ได้เมื่อเห็นชุดที่เจ้าตัวใส่ เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมโชว์ไหปลาร้า ก
างเกงรัดรูปขาดเป็นช่วงตั้งแต่ต้นขาจนถึงเข่า แอบเห็นสูทพอดีตัวพาดอยู่ตรงเก้าอี้ด้วย
ในขณะที่เขามาหาทั้งชุดนักศึกษา ถ้ารู้แบบนี้ก็บอกก่อนสิจะได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วชวนไปห้าง
มานั่งกินร้านอาหารหลังมหา‘ลัยแบบนี้เป็นจุดสนใจจนเขินแทนเลย
   
แต่ดูเหมือนคนหน้าด้านอย่างอีกฝ่ายจะชินชา...
   
“ไปถ่ายงานมาไง สมองไม่ดีเหรอ” ปากก็ร้าย เสียดายหน้าหล่อๆ เหลือเกิน
   
“แล้วไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหรือไง หรือชอบเด่น”         
   
“ขี้บ่นฉิบหาย” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “อีกอย่างต่อให้เปลี่ยนเป็นชุดไหนกูก็เด่น”

“คอนเซปต์ชีวิตคือต้องหลงตัวเองเหรอ”

“เปล่า คือยอมรับความจริง” สายตาคมที่หรี่มองมาทำให้อารัทธ์ใจกระตุก ไม่ต้องมาพูดกระทบเลย

“แม่ง”

“ตัวมึงเล็กกว่าที่คิด”

“จะบอกว่าเตี้ยว่างั้น อย่าเอาไปเทียบกับส่วนสูงของมึงได้ปะ”

“ไม่ได้บอกว่าเตี้ย บอกว่าตัวเล็ก” อีกฝ่ายว่า

 “นี่นัดมาด่าเหรอ”

“นัดมาดูหน้า”

“แล้วเป็นไง หล่ออะดิ”

“ก็ดี” ไลวินทร์หัวเราะ “แต่กากไปหน่อย”

“กากอะไร”

“ผอมไป ต่อยทีตัวหัก”

ป่าเถื่อนโคตรๆ “นัดมาเจอแบบนี้นี่จะเป็นเพื่อนในชีวิตกันแล้วใช่ปะ”

“แค่คนรู้จักก็พอ” ไลวินทร์เอ่ยปากแล้วยักคิ้วกวน “หรืออยากเป็นเพื่อนกับกูแล้ว”

“หลงตัวเองทุกอย่างเลยปะถามจริง”

“ประสบการณ์กับคนรอบข้างมันหล่อหลอม เครียดอยู่เหมือนกันที่เป็นคนมีความมั่นใจขนาดนี้”

มั่นหน้าจนอยากด่า แต่ติดตรงที่พูดมาแม่งดันดูจะเป็นเรื่องจริง “แล้วรูมเมทมึงอะ ดีกันยังเหอะ”

ไลวินทร์ชักสีหน้า “อย่าถามขอร้อง”

“ทีของตัวเองบอกอย่าถาม” นี่อาจจะเป็นข้อพิสูจน์ก็ได้ที่ว่า เรื่องของคนอื่นเก่งแทบตาย พอเป็นเรื่องตัวเองกลับเอาไม่รอด จะจริงหรือเปล่า “กากว่ะ”

“เป็นเด็กเหรอมึงอะ ต้องเอาคืนเนี่ย”

“คุยกับมึงนี่ก็ดีเนอะ ไร้สาระดี”

“ตกลงดีหรือไม่ดี”

“ดีสิ ไม่เครียด”

ไลวินทร์มองหน้าของคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกแล้วพรูลมออกทางจมูกอย่างขัดใจ
พอจะเข้าใจแล้วทำไมคนรอบข้างไอ้ปากงุ้ยนี่ถึงได้โอ๋มันนัก ตีหน้าเศร้าทีก็ทำคนมองใจอ่อนยวบ
ไอ้สีหน้าที่งอแงเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องตั้งใจทำเนี่ยล่ะร้ายนัก

“ดราม่าคิงไม่เลิก”

“กูไม่ได้ดราม่า”

ดูขู่ขนฟูเชียว “ตกลงยังไง ได้กลับไปคิดบ้างยัง”

“ไม่คิด” อารัทธ์ทำปากคว่ำ “ไม่กลับไปคบแล้ว”

“อย่าเพิ่งรีบพูด เดี๋ยวจะกลืนน้ำลายตัวเอง”

“ไม่กลืน”

“ถ้าวันนั้นมาถึงกูจะต่อยมึงให้ปากแตก”

อารัทธ์นิ่วหน้า มองค้อนใส่คนตัวโตกว่า ช่วยดูขนาดมือของมันกับหน้าเขาด้วย แค่พลาดปัดมือมาโดนโดยไม่ต้องออกแรงก็คงหน้าหันแล้ว “ทำไมหยาบคายขนาดนี้วะ ไม่เข้ากับหน้า”

“ทำไม พอเห็นหน้าแล้วก็มีความคาดหวังเหรอวะ”

“เปล่าสักหน่อย”

“กูก็เป็นของกูแบบนี้”

“แล้วถ้ามีแฟนจะเปลี่ยนได้ปะ”

“กูจะหาคนที่รักตัวกูแบบนี้ หาไม่เจอก็ไม่คบ” ไลวินทร์ไหวไหล่ “ไม่ได้เดือดร้อน”

“ดีนะ” เด็กสถาปัตย์ถอนหายใจ “แล้วถ้าเผลอไปรักคนที่ไม่ชอบตัวตนของมึงเข้าล่ะ”

“ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็เลิกรัก มันจะมีทางเลือกอะไรมากกว่านี้วะ รักเขามากกว่าตัวเองก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง แต่ถ้ารักตัวเองมากกว่าเขาก็ต้องเปลี่ยนคน” หนุ่มตาคมเอ่ยปากด้วยท่าทางสบายๆ ยกมือเรียกพนักงานมาเติมน้ำดื่ม “ตอนนี้กูรักตัวเองมากกว่าทุกอย่าง”

“…”

“แล้วมึงอะ เลือกยังว่าจะรักอะไร”

“...ถ้าพูดแบบนั้น ก็หมายความว่ากูเลือกตัวเองไปตั้งแต่เลิกกับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ แต่ต่างกันตรงที่ขนาดมึงเลือกตัวเองแล้ว มึงยังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้เลยไง” ไลวินทร์ว่า ใช้ข้อนิ้วเคาะหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ “ครึ่งๆ กลางๆ มันน่าหงุดหงิดไม่รู้เหรอ”

“…”

“ทำอะไรก็ให้สุดๆ สักอย่าง ถ้าจะออกมาดีก็ดีให้สุด จะออกมาเหี้ยก็เหี้ยให้สุด อย่ายึกยักไปมา”

“อือ”

“ไม่ต้องทำหน้าซึม เห็นแล้วคันว่ะ ช่วงล่างกระตุก”

“เออ!” เกือบจะดีแล้วก็ต้องขัดอารมณ์ทุกครั้ง “เป็นแบบนี้กูเริ่มสงสารคนใกล้ตัวเองมึงแล้ว ยิ่งรูมเมทมึงคงอยากกระโดดระเบียงตายวันละหลายหน กวนประสาท”

“เหอะ” คนตัวใหญ่ส่ายหน้า “มันอะเหรอ กวนตีนกว่ากูสิบเท่า”

“ยังมีคนยิ่งกว่ามึงด้วยเหรอ”

“แบบที่มึงจินตนาการไม่ถึงเลยล่ะ”

“ขนลุกเวอร์” อารัทธ์พูดพลางไขว้มือลูบแขนทั้งสองข้างของตัวเองแสร้งทำหน้าตกใจ

“เดี๋ยวทุบให้”

“คุยนานละเลือกอาหารได้ยัง”

อารัทธ์พยักหน้า ชี้ไปที่ไก่ทอดซอสมะนาว “เลือกได้นานแล้ว มึงเหอะจะกินไร”

“เนื้อตุ๋น”

“เฮ้ยอยากกิน สั่งมาตรงกลางสิ แล้วข้าวคนละจาน”

“แล้วแต่”

อารัทธ์ยิ้มกว้าง แล้วหันไปชูมือเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร








“กินแค่นั้นทีหลังไม่ต้องสั่งนะ นั่งดมของคนอื่นก็คงอิ่มแล้ว” ไลวินทร์เอ่ยปากขึ้นระหว่างเดินไปส่งอีกฝ่ายที่หอ

คนถูกว่าขมวดคิ้วมุ่น แล้วค้อนมองอีกฝ่าย “ใครจะกินเยอะเหมือน...อ่า” อารัทธ์ชะงักเล็กน้อย “อายุมากกว่า ต้องเรียกพี่ปะเนี่ย” เขาเพิ่งรู้ก็วันนี้ว่าไลวินทร์อยู่ปีสี่

“ไม่ต้องอะ ความจริงไม่น่าบอกหรือเปล่าวะ”

“ทำไมอะ ไม่ได้อะไรสักหน่อย”

“ก็อย่าเกร็ง ทำทุกอย่างเหมือนเดิม กูมึงวะเว้ยได้หมด”

“มึงพูดละนะ”

“อย่าตบหัวกูก็พอ” ไลวินทร์ยิ้มมุมปาก “ไม่งั้นได้ลอยไปติดผนังไม่ก็ลงไปกองที่พื้นแน่”

“กลัวตัวสั่นแล้ว” อารัทธ์ยกไหล่แสร้งกอดแขนตัวเอง “จริงๆ มึงส่งกูแค่หน้าประตูมหา‘ลัยก็ได้นะ”

“เดินมาจนจะถึงอยู่ละ มึงไม่ส่งข้อความมาบอกตอนขึ้นไปถึงห้องแล้วเลยล่ะ”

“กวนตีนตลอด”

“เสือกพูดไรไม่จำเป็นเอง”

“เออ ใจมากที่มาส่งแล้วกัน” อารัทธ์กลอกตา ปัดมือไล่ “กลับดี-” ระหว่างกำลังบอกลาเขาก็เหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินมาพอดี

ไลวินทร์สังเกตเห็นคนตรงหน้ามองเลยไปด้านหลัง เลยหันตาม เห็นผู้ชายผมสีเทาแบกกระเป๋ากีตาร์ไว้ที่หลังกำลังเดินมาใกล้ เบนสายตากลับมามองหน้าอารัทธ์แล้วก็เลิกคิ้ว สายตาแบบนี้นี่... “แฟนเก่า?”

“เงียบน่า”

ชัดเลย

“กลับไปเลยไป”

“โอเค้” ไลวินทร์ยิ้มมุมปาก “เมื่อเขามาฉันจะไป”

“รู้จักเพลงนี้ด้วยเหรอ ตลก”

“ก็ขำดิ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทำไม”

“ไปได้แล้ว”

พอเห็นอารัทธ์ทำหน้าแบบนี้แล้วก็ไม่อยากกวนอารมณ์อีก ยกมือวางเบาๆ สองสามครั้งที่ศีรษะอีกฝ่ายแล้วเอ่ยปาก “ไปละ ไว้คุยกัน”

“อือ” คนตัวเล็กกว่าพยักหน้า มองตามเจ้าของขายาวๆ เดินกลับไปทางเดิมแล้วหันมาสบตากับอีกคนที่ยืนเว้นระยะอยู่ตรงหน้า

“เพิ่งกลับเหรอ” อารัทธ์เอ่ยปากทักรูมเมทตัวเอง พยายามยิ้มให้เป็นปกติที่สุด

“ครับ” ดนัยณัฐพยักหน้า เดินนำอีกฝ่ายเข้าไปในอาคาร แล้วตรงไปที่บันไดเพราะอีกฝ่ายขึ้นลิฟต์ไม่ได้

ระหว่างเดินขึ้นบันไดอารัทธ์ก็ตามคิดเรื่องมาชวนคุยไม่ให้อึดอัดมาก “ทำไมวันนี้กลับดึกจังอะ”

“ผมมีซ้อมเพลงกับเพื่อนครับ” ดนัยณัฐเอ่ยปาก หน้านิ่งจนหวั่นใจ “แล้วพี่อ้อนอะ”

“ไปกินข้าวครับ”

“กับคนเมื่อกี้?”

“อื้ม”

“เพื่อนเหรอครับ ไม่เคยเห็นเลย” หน้าไม่คุ้นทั้งที่เด่นขนาดนั้น ทำให้มั่นใจเลยว่าไม่ใช่เด็กมหา‘ลัยนี้แน่

“อ่า...ก็เพิ่งเคยเจอกันวันนี้แหละ”

“ครับ?” ดนัยณัฐหยุดเดิน หันไปมองหน้าอย่างต้องการคำอธิบาย

“ก็เพื่อนในทวิตเตอร์อะ...แต่คือรู้จักกันเป็นเดือนๆ แล้วนะ”

“รู้จักกันเป็นเดือนๆ ยังไง”

“ก็คุยกันมาตั้งนานแล้ว”

“แค่นั้นก็นัดไปเจอ?” ยิ่งพูดดนัยณัฐก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น “ไปคนเดียวด้วย?”

“ก็...”

“พี่อ้อนคิดอะไรอยู่อะ”

“คือเราคุยกันมาสักพักแล้ว เลย์ก็เป็นคนดี...”

“พี่รู้ได้ยังไง ตัดสินใจจากอะไรถึงได้ปักใจว่าเขาเป็นคนดี” เด็กหนุ่มเสียงแข็งขึ้น เขากำลังหงุดหงิดจนลืมตัว “มันอันตรายขนาดไหนพี่ยังไม่รู้อีกเหรอ ถ้าเขาเกิดแกล้งทำดีแล้วหลอกให้พี่ออกไปเจอจะทำยังไง”

“แค่ไปกินข้าวใกล้ๆ นี้เอง อีกอย่างคนก็เยอะแยะ”

“เพราะคิดน้อยแบบนี้ไง!”

อารัทธ์ชะงักเมื่ออีกฝ่ายโวยวายใส่ ยิ่งอยู่ตรงโถงบันไดเสียงก็ยิ่งสะท้อนก้องทำเอาสะดุ้ง
และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เงียบ บรรยากาศอึดอัดจนคนโตกว่าน้ำตาคลอ เลยรีบหันหน้าหนีซ่อนความรู้สึกไว้

“แล้วดรีมมีสิทธิ์อะไรมาโกรธล่ะ”

ดนัยณัฐขมวดคิ้ว “อะไรนะครับ”

“พี่จะตัดสินใจยังไงก็เป็นเรื่องของพี่หรือเปล่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนี่” ความเสียใจจนไม่มีสติทำให้พ่นอะไรเยอะแยะออกไปโดยไม่รู้ตัว และพอเอ่ยปากจบเขาก็เสียใจขึ้นมา “คือ…”

“ผมลืมไปจริงๆ นั่นแหละ” ดนัยณัฐเอ่ยปากเสียงเบา ก่อนจะยิ้มมุมปาก รู้สึกเกลียดตัวเองชะมัด

ไม่รู้จักที่ยืนของตัวเอง ไปก้าวก่ายจนโดนเขาด่ากลับมาว่าเสือกอ้อมๆ จนได้

เป็นยังไงล่ะ...

“ขอโทษแล้วกันครับที่เป็นห่วงจนเกินหน้าที่” พูดจบแล้วเด็กหนุ่มก็เดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

เป็นวินาทีเดียวกับที่น้ำตาของคนที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ที่เดิมร่วงลงมาผ่านข้างแก้ม



























เมื่อคืนโมไปยืมไดร์เป่าผมของอารัทธ์ที่ห้องเพราะว่าลืมเอากลับมาจากบ้านด้วย
รูมเมทตัวดีก็ยืมใช้ตลอดไม่เคยมีเป็นของตัวเอง แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็รู้สึกว่าคิดผิด
น่าจะยอมใช้พัดลมเป่าให้แห้งแทน ถึงจะนานหน่อยแต่ก็ดีกว่าเจอบรรยากาศอึดอัดเหมือนมีหินวางบนหัวแบบนั้น

ยิ่งวันต่อมาเห็นไอ้ตะเกียบมันซึมเป็นส้วม ข้าวปลาจากที่กินน้อยอยู่แล้วก็แถมจะไม่พร่อง
กะพริบตาหนึ่งทีก็วางช้อนแล้ว น่าเป็นห่วงจนเพื่อนอย่างเขาก็ทนไม่ไหวต้องพาตัวเองมาเยือนคณะดุริยางค์จนได้

พอเห็นเป้าหมายเดินลงบันไดมาเขาก็รีบเดินเข้าไปหา “ดรีม”

“อ้าว พี่โม” ดนัยณัฐเลิกคิ้ว กระชับสายกระเป๋ากีตาร์ที่ไหล่ “มาทำอะไรอะครับ”

“มาคุยกับดรีมนั่นแหละ”

“เรื่องไรอะพี่”

“เรื่องอาร์”

“…”

“ว่างคุยหรือเปล่า”

“ก็ครับ คุยได้” ดนัยณัฐเกาขมับตัวเอง “ว่าแต่ทำไมต้องมาคุยถึงนี่อะพี่”

“ตรงนี้แหละ กลับหอไปเดี๋ยวไอ้อาร์มันเห็น”

“…อ่า”

“พี่ไม่รู้ว่าเกิดไรขึ้น แต่ช่วยปฏิเสธหน่อยสิว่าไม่ได้ทะเลาะกัน”

เด็กหนุ่มถอนหายใจ “ปฏิเสธแล้วพี่จะเชื่อปะ”

“เอามีดมาจ่อคอเลยดีกว่า” ถ้าจะบอกว่าไม่ได้ทะเลาะ “บรรยากาศเมื่อคืนแม่งโคตรอึดอัด อยู่กันแบบนั้นไปได้ยังไงวะ”

“ปกติก็ไม่ได้แบบนั้นหรอก”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น” โมขมวดคิ้ว เขาอยากจะทึ้งหัวตัวเอง

“พี่ไม่ไปถามเขาเองอะ”

เนี่ย มันเป็นกันเสียแบบนี้ “เอาเถอะ ไม่รู้เป็นไรกันอะ แต่จะมาบอกว่าตอนนี้อาร์มันโคตรซึม จากที่กินน้อยอยู่แล้วตอนนี้แทบไม่แตะอาหาร อยู่ห้องแบบอึดอัดอย่างนั้นเป็นใครก็ทนไม่ไหว อันนี้ไม่เกี่ยวกับว่าเคยเป็นแฟนกันหรืออะไรหรอกนะ แต่อยู่ด้วยกันก็อย่าสร้างความเครียดสิวะ”

“…”

“แล้วก็ไม่ได้บอกว่าดรีมผิด หรืออาร์ถูก แต่จากเมื่อคืนดูก็รู้ว่าคนที่อารมณ์แรงกว่าคือใคร”

“ก็ใจเย็นลงแล้ว ผมแค่ไม่อยากไปยุ่งกับเขา เดี๋ยวจะโดนหาว่าเสือกอีก”

โมเลิกคิ้ว แปลกใจจนเก็บอาการไม่อยู่ “อาร์มันด่าดรีมเหรอ” ผิดคาดไปไกล

“ลองไปถามเขาดูแล้วกัน ผมพยายามทำทุกอย่างให้ปกติอยู่ แต่แม่งยังคุมอารมณ์ไม่ได้จริงๆ ขอเวลาหน่อยแล้วกันพี่”

“เห็นมันซึมแบบนั้นก็นึกว่าดรีมทำอะไร”

“ผมจะทำไรเขาได้อะ”

เห็นสีหน้าแล้วรู้เลยว่าน้อยใจ ดูท่าคนที่ผิดจะเป็นเพื่อนเขาแล้วล่ะมั้ง

โมถอนหายใจยาว “เดี๋ยวคุยให้”

กลับลำแทบไม่ทัน...







“นี่ถ้ากูรู้แบบนี้กูไม่พาตัวเองไปหาดรีมเพื่อแบกหน้าแตกๆ กลับมาหรอกนะไอ้อาร์” โมขมวดคิ้วตีหน้ายักษ์ทันทีที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากเจ้าตัว
   
อารัทธ์เม้มปากแน่น เขากำลังนั่งก้มหน้าอยู่ในห้องของเพื่อนสนิทที่ลากเขามาเค้นความจริงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน “กูไม่ได้ตั้งใจ”

“มึงผิดนะรู้ตัวปะ”

“...รู้”

“ไม่ได้ผิดแค่ที่พูดกับน้องมันแบบนั้น แต่ผิดเหมือนที่ถูกว่านั่นแหละ” โมยิ่งเสียงดังเมื่อเพื่อนตัวดียังคงทำหน้าดื้อใส่อยู่ “คุยกันได้ไม่กี่เดือนก็ไปเจอเขาแล้ว ไปคนเดียวอีก มึงไว้ใจเขาได้ยังไง”

“…”

“กูรู้ว่ามึงเถียงกูในใจอยู่”

“เนี่ย กูเงียบไม่เถียงก็ยังด่า”

“ไอ้อาร์”

“รู้แล้วน่า”

“รู้แล้วยังไงวะ” เด็กวิศวะถอนหายใจ “มึงลองไปเล่าให้ไอ้ปุ้นฟัง ถ้ามันไม่ด่าอีกคนกูให้ตบหน้าเลย”

“ไม่เล่า มึงก็ไม่ต้องเล่า กูรู้แล้วสำนึกผิดแล้วโอเคยัง”

“ดื้ออย่างมึงอะนะสำนึกผิด”

“ถึงได้ซึมแบบนี้ไง ดรีมโกรธกูฉิบหายแล้ว”

“สมน้ำหน้า”

“แต่เลย์เป็นคนดีจริงๆ นะ กูไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจอะ”

“กูรู้ แต่ไปเจอทั้งที่ไม่ได้บอกใคร ไม่มีใครรู้ที่นัดเจอของมึงเลย ถ้าเกิดมึงหายไปจะให้ตามหาที่ไหน” ว่าที่วิศวะหนุ่มพูดยาว “ครั้งนี้มึงอาจจะโชคดี แต่ไม่ได้หมายความว่ามึงจะโชคดีไปตลอดปะวะอาร์ มึงคิดน้อยแบบนี้ไม่ได้ มึงช่วยเข้าใจคนที่เขาเป็นห่วงมึงหน่อย”

อารัทธ์ก้มหน้ามองพื้นจนแทบจะจำตำหนิบนกระเบื้องได้แล้ว ยิ่งฟังตัวยิ่งเล็กลงเรื่อยๆ อย่าดุให้มากได้ไหม ตอนนี้ยิ่งใจบางอยู่ “...ขอโทษ”

“มึงมันดื้อเงียบฉิบหาย” โมนิ่วหน้าอย่างหงุดหงิด “ไม่เถียง รับคำแต่ไม่เคยทำ แม่ง”

“อย่าหัวร้อนอีกคนได้ปะ แค่น้องมันโกรธกูก็เครียดมากแล้ว” อารัทธ์เอ่ยเสียงเบา รู้เลยว่าอีกฝ่ายฟังอะไรมาจากดรีมเยอะมากแน่ๆ ถึงได้อินขนาดนี้

“ไปขอโทษน้องมันด้วย”

“…อือ รู้แล้ว เดี๋ยวไปขอโทษ” อารัทธ์มุ่ยหน้า อยากขอโทษตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่อีกฝ่ายดูโกรธแรงจนไม่กล้าพูดอะไรเลย “ดรีมใจเย็นลงแล้วแน่นะ”

“ก็ดูไม่ได้หัวร้อนอะไร คุยกับกูปกติ”

“แต่ตอนอยู่ในห้องแผ่ออร่าเหมือนจะบีบคอกูตายได้”

“ก็มึงมันปากดีไง”

“แล้วกูพูดผิดตรงไหน” ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วจริงๆ

“มึงพูดเองนะ งั้นน้องมันไม่ยุ่งไม่คุยอีกก็อย่าซึม”

“…”

“ไม่งั้นกูจะตีซ้ำให้”

คนรู้สึกผิดปิดปากเงียบ ถ้าไม่แคร์ก็คงไม่เศร้าแบบนี้ แต่เพราะว่าต่างฝ่ายต่างก็แคร์กันทั้งคู่นั่นแหละ...





Lay
@LXXXY
------------------------------------------------------------




• ตกลงทะเลาะกันเพราะกู

เปล่า •
เพราะกูเองเนี่ยแหละ •

• จริงๆ กูก็เข้าใจที่มันพูด
• เพราะหน้าอย่างมึงก็น่าเป็นห่วงจริงนั่นแหละ

เอ้า ไอ้นี่ •

• แต่มึงก็โตแล้วปะ
• คนเราต้องให้เคารพการตัดสินใจคนอื่นดิ
• มันเตือน มึงก็รับฟัง ทำหรือไม่ทำก็เรื่องของมึง
• ใครพูดมากคือเสือก

แต่เขาเป็นห่วงไง •
กูผิดที่พูดจาไม่ดี •

• ก็รู้นี่
• แล้วนั่งโง่อะไรอยู่ ผิดก็ขอโทษ

ตกลงมึงเข้าข้างใครกันแน่วะเนี่ย •





อารัทธ์ขมวดคิ้วแน่น ยิ่งอ่านยิ่งหงุดหงิด เดี๋ยวด่าฝ่ายนั้นเดี๋ยวด่าเขา นี่เป็นไบโพลาร์อีกอย่างด้วยใช่ไหมเนี่ย
คนบ้าอะไรอารมณ์แปรปรวนฉิบหายเลย





• กูจะเข้าข้างใครทำไม
• เมียกูก็ไม่ใช่
• พูดตามที่เห็น
• มันไม่มีสิทธิ์มาโวยวายมึง ห่วงได้แต่อย่าเยอะ
• มึงก็เหมือนกัน ปากหมาแล้วมาเสียใจเอง

มึงปากไม่หมาเลยดิ •

• อย่าเอามาเทียบ
• กูพูดความจริง แล้วก็ไม่ได้เสียใจทีหลังด้วย
• อะ
• เถียงไม่ออกอะดิ ไอ้กาก




เออ! แม่ง! ปากเก่งไปหมดนั่นแหละ
พูดอะไรทีเหมือนขว้างมีดจากนอกโลกมาเสียบเข้าที่อกทุกเล่ม ตอนนี้พรุนไปหมดแล้ว ทั้งเสียใจทั้งเจ็บใจ
ถ้าทำได้ก็อยากย้อนเวลากลับไปแล้วปิดปากตัวเองให้สนิทก่อนจะพ่นอะไรโง่ๆ แบบนั้นออกไปเหมือนกันนั่นแหละ!


.

.

.



เอ็มนั่งมองเพื่อนสนิทคนดีคนเดิมเล่นเกมเพลย์อยู่กับรูมเมทตัวเองมาตั้งแต่เลิกเรียน
จนตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้วก็ยังสนุกกันไม่เลิกสักที
แต่ถึงมันจะหัวเราะร่าโวยวายเสียงดังเฮฮาแค่ไหนเขาก็มองออกว่าเจ้าตัวกำลังมีเรื่องในใจ
   
คบกันมาขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง เวลามันฝืนยิ้มทีไรมักจะไม่มองตา เป็นแบบนี้มาตลอด

“จะเลิกเล่นได้ยังพวกมึง” หนุ่มผิวแทนเอ่ยปากหลังจากเพื่อนทั้งสองวางจอยพักเมื่อจบไปอีกเกม

“เออ ปวดตาแล้วเหมือนกัน” ดนัยณัฐว่า ยกมือนวดที่สันจมูก

“กลับห้องได้แล้วมั้ง ดึกละ”

“คืนนี้กูนอนห้องมึงได้ปะ”

นั่นไง ทีเรื่องแบบนี้เดาไม่เคยพลาด ทำไมไม่เอาความฉลาดไปใช้กับเรื่องมีประโยชน์กว่านี้บ้างวะไอ้เอ็ม “ไมอะ”

“ไม่อยากกลับห้อง”

“ทะเลาะกับพี่อาร์อะดิ”

“อะไร เปล่า”

“อย่ามา กูรู้เรื่องละ”

“มึงรู้ได้ไง” เจ้าของเรื่องขมวดคิ้ว นี่เพื่อนเขามีญาณทิพย์กันหมดแล้วเหรอวะ “กูยังไม่ได้เล่า”

“บีมเล่าให้กูฟัง พี่โมเล่าให้มันฟังอีกที”

ทำงานเป็นทีมโคตรๆ “แม่ง”

“แคร์กันขนาดนี้แล้วกลับไปคบกันสักทีดีปะ” เขตที่นั่งฟังอยู่ออกความเห็นขึ้นมา เขาเห็นเพื่อนสนิทของรูมเมทตัวเองคนนี้มีปัญหาเรื่องแฟนเก่ามาเป็นเดือนๆ แล้วไม่จบสักที ถ้าเป็นเขาอยู่ห้องเดียวกันนอนเตียงข้างกันแบบนั้นคงดีกันนานแล้ว

“มันไม่ง่ายอย่างนั้น” ดนัยณัฐถอนหายใจ ความจริงเขาเลิกคิดจะอธิบายเหตุผลให้คนอื่นฟังแล้ว ต่อให้พูดยังไงก็มีทางเข้าใจเขาจริงหรอกถ้าไม่ได้เจอกับตัวเอง คนเราก็มักจะเก่งกับเรื่องของคนอื่นเสมอจริงๆ นั่นแหละ

แม้แต่ตัวเขาเองก็เหมือนกัน

“ถึงวันนี้อ้อนก็ยังเป็นคนเดิม คนที่แคร์ทุกอย่างบนโลก” คนตัวโตพูดต่อ ตอนนี้ใจเย็นลงจากวันแรกเยอะมากแล้ว

“แล้วมึงคิดว่าพี่เขาไม่แคร์มึงหรือไง” เขตถามต่อ “ที่ผ่านมาเขาไม่ทำให้มึงรู้สึกเลยเหรอว่ารัก”

“รู้สึก แต่มันไม่พอไง” ดนัยณัฐยิ้มมุมปาก “กูไม่เคยพิเศษสำหรับเขาเลย กูไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันเขากลับเป็นทุกข้อยกเว้นของกู เวลาที่ให้ใครไปร้อยเปอร์เซนต์แล้วได้กลับมาไม่เท่ากันมันเศร้ามากเลยนะ กูทำใจให้เย็นไม่ได้ กูไม่หึงไม่ได้ ไม่ทะเลาะไม่ได้ กูไม่ชอบตัวเองเวลาที่เป็นแบบนั้น”

“…”

“ยิ่งนานมันยิ่งแย่ว่ะ...”

เอ็มถอนหายใจยาว ตบบ่าเพื่อนสนิทตัวเองเบาๆ “มึงไปเอาฟูกในตู้มาปูเหอะ นอนนี่แหละ”

“อือ เดี๋ยวไปแปรงฟันแล้วมาปู” ดนัยณัฐลุกขึ้นแล้วตรงไปเข้าห้องน้ำ

เขตมองตามก่อนจะหันกลับมาคุยกับรูมเมท “กูไม่ควรพูดหรือเปล่าวะ”

“ไม่เป็นไรหรอก กูว่าคำถามนั้นมันฟังมาจนชินแล้ว”

“แล้วจะปล่อยให้เป็นแบบนี้เหรอวะ”

“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ ก่อนที่มันจะเลิกกันได้ก็ผ่านความรู้สึกมาเยอะแยะ คนเราคบกันถ้าไปไหวมันก็ไม่เลิกกันหรอก”

“อืม...ก็คงใช่” เขตส่ายหน้า “แต่กูก็ไม่ค่อยเก็ทหรอกว่ะ ถ้ารู้ว่ายังรักกันขนาดนั้นกูคงไม่รอแล้ว”

เอ็มยิ้มมุมปาก เข้าใจรูมเมทตัวเองดีว่าคิดอะไร “คู่ไอ้ดรีมอะเป็นตัวอย่างของคำว่าพยายามเข้าใจแต่ทำไม่ได้จริงๆ ได้ดีเลยล่ะ”













to be continued...


'Perfect Time' ทุกสิ่งล้วนมีเวลาที่สมควรของมัน
ซึ่งรวมไปถึงการอ่านเรื่องนี้ด้วย ตั้งแต่เริ่มเรื่องเชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามในใจเต็มไปหมด
แต่ทุกๆ คำถามมันจะค่อยๆ ถูกตอบไปทีละข้อแน่นอนค่ะ มาเดินช้าๆ ไปด้วยกันนะคะ ^^

ปล. เมื่อวานที่แจ้งเตือนว่าอัพตอนใหม่เป็นเพราะลงผิดเรื่องค่ะ ถถถถถ วันนี้ไม่ผิดแล้วนะ ><



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 581 ครั้ง

1,084 ความคิดเห็น

  1. #1079 Zomzom_Thanyarat (@Zomzom_Thanyarat) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:10
    .....&#128577;
    #1079
    0
  2. #1048 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 13:33
    รักก็ไม่ได้ เลิกก็ไม่ขาด เฮ้อ
    #1048
    0
  3. #1014 canookss (@catvxqss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 07:57
    บรรยากาศอึมครึม อึดอัดดด ฮืออออ จะมีโอกาสเปิดใจคุยกันบ้างมั้ย
    #1014
    0
  4. #1003 eunbikabi (@liflooney) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:43
    อ่านไปอ่านมา คือ ทั้งคู่พยายามแล้วจริงเหรอ เห็นแต่คิดในส่วนของตัวเองอ่ะ มันจะปรับตัวเข้าหากันได้ไง ,, เลย์นี่มีเรื่องแยกไหม จะตามไปอ่าน แงงงง
    #1003
    0
  5. #1001 สามีโยชิโกะ (@Aommy_0525) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:15
    เลย์คือดีอ่ะะ ฮือเลลลลล -เลย์~
    #1001
    0
  6. #997 lalalala_lisa (@lalalala_lisa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 03:09
    ปวดประสาทมาก รักแต่ไม่คบ จะเลิกแต่ก็ไม่แยกห้อง อ่านแล้วหงุดหงิดไม่เด็ดขาดกันสักทาง เฮ้อ!
    #997
    0
  7. #975 galepn (@galepn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 04:32
    ก็คิอต้องมีเรื่องเลย์แยกแล้วนะคะ ชอบความกวนตีนทุกคำพูดของนาง เถื่อน ดิบ ได้ใจจ5555555
    #975
    0
  8. วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:15

    เอาเลย์ได้มั้ย

    เถื่อนสะใจดี

    ฮ่าๆ

    เบื่อความลังเลของทั้งคู่

    แต่ก็พอเข้าใจแหละ

    มันคือพล็อตของเรื่องนี้

    แนวนี้เราเข้ามาอ่านเอง ฮ่าๆ

    #949
    0
  9. #931 111 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 09:56

    อิด้อกกกก นายเอกมรุงจะแคร์ทุกอย่างในโลกไม่ได้ ทำตัวเหมือนนางฟ้า แต่น่าหมั่นใส้ชิบหาย

    #931
    0
  10. #902 toonytoony (@toonytoony) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05
    ขอขึ้นเรือเลย์ค่ะฟันธง
    #902
    0
  11. #875 gnawkezi~* (@ikwang-dh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 20:37
    เชียร์พี่เลย์ได้มั้ยคะ ดีต่อใจสุด
    #875
    0
  12. #842 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:13
    เลย์แบบกร้าวใจมากค่ะพี่ มาทีไรแย่งซีนพระเอกทู้กที 5555555555
    #842
    0
  13. #794 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 00:56
    พี่เลย์แม่งตัวตนเรา 5555555 มาคบกับหนูมั้ยพี่ 5555555555 ส่วนสองคนนั้นก็คือ ประสบการณ์ด้านคสพ.ระหว่างบุคคลยังไม่เพียงพอ เลยไม่มีแนวทางชัดเจน มัวแต่อึกอักๆๆ ยึกยักๆๆอยู่นั่น 555555555555555555555
    #794
    0
  14. #791 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 00:18
    ตอนแรกทีมพี่อ้อนนะ ย้ายข้างละ จะอยู่ทีมพี่เลย์ถาวรค่ะ เอารถมาลากนี่ก็ไม่ย้ายฝั่งเด็ดขาด55555
    #791
    0
  15. #777 minixiuminseok (@minixiuminseok) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 08:53
    ทีมเลย์ได้ปะคะ ชอบเถื่อนดี555
    #777
    0
  16. #744 pennynavy123 (@pennynavy123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 15:06

    ชอบพี่เลย์ออกแต่ละทีแย่งซีนตล๊อดตลอด

    #744
    0
  17. #699 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 19:30
    แง เศร้าอะ แต่พี่อาร์ก็คงอึดอัดน่าดูถึงได้พูดงั้นไป เชียรืเลย์ได้มั้ย555555
    #699
    0
  18. #689 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 17:13
    อึดอัดไปด้วยเลย~
    #689
    0
  19. #628 พิก้าบู (@ipqi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:13
    จะมีสปินออฟเลย์มั้ยคะ? สารภาพตามตรงว่าหลง ;_;
    #628
    0
  20. #550 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:35
    ชอบเลย์ ปากจัดและกวนแต่ก็เป็นคนตรงๆดีนะ ส่วนดรีมพี่อาร์เป็นบรรยากาศที่อึดอัดจริงๆ
    #550
    0
  21. #517 huii (@hui-28292) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 11:40
    ดรีมแม่ง เ-้ยอ่ะ รักเอง คาดหวังเอง ผิดหวังเอง ทำตัวเองล้วนๆ แล้วลากคนอื่นเข้ามาจมความทุกข์ด้วยกันอีก พี่อ้อนแม่งก้นะ ห่วงนะ รักนะ แต่ไม่แสดงออก เท่านี้สำหรับพี่เขาก้คือมากๆแล้ว สำหรับดรีมคือแค่นี้ ทำไมรักแต่ไม่ยอมเข้าใจอ่ะ ทั้งสองคนเลย
    #517
    0
  22. #382 zcincia (@zcincia) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 08:11
    ทุกอย่างมีเวลาของมันจริงๆนะ อ่านแล้วเหมือนกับไปไทม์ไลน์ของตัวเอง
    #382
    0
  23. #361 stikxx (@stik96) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 21:42
    ชอบพี่เลย์อะ ปากร้ายๆ อึดอัดกับดรีมอ้อนมากเลยตอนนี้
    #361
    0
  24. #317 M.U.P (@kaireaw) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 09:50
    อึดอัดไปหมดเลยค่ะ
    #317
    0
  25. #174 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:43
    ชอบเลย์มากกกกก โห พ่อคุณ
    โคตรจะคูล55555
    #174
    0