ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 9 : Chapter 8 --- ❝ จับมือ ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,371 ครั้ง
    1 เม.ย. 61


Chapter 8


::

❝ จับมือ ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐








‘จับมือ’ สร้างความรู้สึกได้หลายอย่าง บางครั้งทำให้สุขใจ บางครั้งทำให้อุ่นใจ
เสมือนเครื่องยืนยันว่าจะอยู่ด้วยกัน ตราบเท่าที่ยังไม่ปล่อยมือ
แต่สำหรับผมแล้วไม่เสมอไป เราไม่จำเป็นต้องจับมือกัน ไม่จำเป็นแม้แต่สัมผัส
ไม่ต้องหันมามองตา หรือเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยน แค่คุณเดินนำหน้าผม
เพราะผมอุ่นใจทุกครั้งที่มองแผ่นหลังของคุณ






ปิญชาน์ไม่ชอบเข้าแถวกลางสนามหญ้าเท่าไหร่ แดดร้อนและผู้อำนวยการโรงเรียนก็พูดนาน
กว่าจะได้ฤกษ์ปล่อยนักเรียนขึ้นห้องแขนก็แทบไหม้ เพราะอย่างนั้นเวลาประกาศว่าเข้าแถวแผนหนึ่งทีไรก็รู้สึกหมดแรงทุกที

เสียงออดเริ่มคาบแรกดังขึ้นหลังจากนักเรียนทยอยออกจากแถว กล้าวิ่งมากอดคอปิญชาน์เดินไปใต้อาคารด้วยกัน

คนถูกฝากน้ำหนักที่ไหล่หันไปมอง “ตองกับโอมอะ”

“ไอ้ตองไปหาแฟนมันก่อนมั้ง โอมเข้าห้องน้ำ”

“หาแฟนอีกละ” ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนคนนี้ของเขาเปลี่ยนแฟนไปกี่คนแล้วนับไม่ไหว

“แล้วมึงอะ วันก่อนอิงก็เอาขนมมาฝากอีกหนิ คุยกันอยู่เหรอ”

“เปล่าอะ จะเอาเวลาตอนไหนไปคุย”

“เออว่ะ มึงไม่มีไลน์นี่หว่า”

ก็แบบนั้นแหละ ยุคนี้ใครๆ ก็คงจีบกันทางไลน์หมดแล้ว เขาเป็นคนไม่เล่นโซเชียลมีเดีย
ไม่มีหรอก ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม คุยโทรศัพท์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้วจะเอาเวลาไหนไปคุยเล่นเรื่อยเปื่อย

เป็นแบบนี้ใครจะอยากคบกับเขาล่ะ

“แต่อิงก็น่ารักดีปะ”

“ก็น่ารักดี”

“ลองคุยก่อนดิ จีบกันตอนอยู่โรงเรียนแทน”

ปิญชาน์ยิ้มมุมปาก เขาไม่เคยคุยกับเพื่อนผู้หญิงคนไหนในทางชู้สาว เพราะฉะนั้นเลยไม่มีประสบการณ์
แต่จากที่เห็นเพื่อนในกลุ่มแล้ว สิ่งที่พวกนั้นทำไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำ

และไม่พร้อมจะทำ

“รอโตกว่านี้ก่อนแล้วกัน”

“ม.6 นี่ยังไม่โตอีกเหรอวะ กูนี่มีแฟนคนแรกตอนม.2”

“เออน่ะ”

เขาไม่ได้อยากมีความรักวัยเรียนแบบเล่นๆ ไม่คิดอะไรนี่น่า
ถ้าจะต้องมีแฟนเพื่อไว้พูดกับคนอื่นว่าเคยมีแล้ว หรือไว้สะสมจำนวนรออวดเพื่อนล่ะก็ เขาคิดว่ามันไม่จำเป็นเลย

สำหรับปิญชาน์ เมื่อวันนึงเขาพร้อมจะดูแลใครได้อย่างจริงจัง และทำมันได้อย่างเต็มความสามารถ
การได้บอกกับคนอื่นว่าผมมีแฟนแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกและคนเดียวที่ผมรัก แบบนั้นคงดีกว่า




“หิวๆๆ”

ปิญชาน์อมยิ้มเมื่อเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างขวายืดแขนลงกับโต๊ะแล้ววางแก้มทาบแขนตัวเอง “ใจเย็น อีกยี่สิบนาที”

ตองโอดครวญ “ใจกูไปรอที่โรงอาหารแล้ว”

“ไม่ได้กินข้าวเช้ามาหรือไง”

“แยมชวนกูกินสลัดตอนเช้าอะดิ พอกูไม่กินเป็นเพื่อนก็ทำหน้างอน อิ่มท้องที่ไหนล่ะวะ”

ผมหัวเราะ “ทำไมกินไม่เหมือนกันแล้วต้องงอน”

“ผู้หญิงก็งี้แหละ ทำอะไรเป็นคู่ๆ ดูคิวท์ๆ”

อย่างนั้นเองสินะ

“เดี๋ยวออดดังกูพุ่งไปก่อนเลยนะ ฝากแก๊งไอ้ดิวจองโต๊ะไว้เหมือนเดิมแล้ว”

“ใช้น้องตลอดเลย”

“อ้าวแน่นอน ม.6แก๊งพี่คุมครับผม”

ปิญชาน์ส่ายหน้า เขาเงยหน้าจดข้อความบนกระดาน “เรียนก่อน”

“ตั้งใจฝุดๆ”

“เดี๋ยวสอบเก็บคะแนนคาบหน้า ไม่จดเดี๋ยวก็ไม่มีไรอ่าน”

“จดไปกูก็ไม่อ่าน”

ความจริงเขาก็รู้อยู่แล้วแหละ เพื่อนสนิทเขาแต่ละคนรักเรียนที่ไหน อ้อ...ยกเว้นโอมไว้คนนึง “หันไปชวนกล้าคุยไป”

“เฝ้าพระอินทร์ยังไม่กลับมา”

“งั้นก็นั่งเงียบๆ เดี๋ยวกูจดไม่ทัน” ปิญชาน์พูดไม่ทันขาดคำ ข้อความซ้ายมือก็ถูกครูปาดลบไปเพราะเนื้อที่ไม่พอ “ฉิบหาย จดไม่ทันเลยเนี่ยไอ้สัด”

“กูนอนดีกว่า” ได้ยินแบบนั้นคนกวนก็พลิกตัวหนีความผิด

“โอม ข้อสิบจดทันปะ” ปิญชาน์หันไปสะกิดถามเพื่อนอีกคน

“ทันๆ เว้นไว้สักสี่บรรทัด ไว้มาลอกกู”

“เค แต๊ง”

“โอย หิว”

เด็กหนุ่มหัวเราะตอนได้ยินเสียงบ่นจากเพื่อนคนเดิม

อย่างกับนั่งจ้อง พอออดดังไอ้ตองก็ลากกล้าที่ยังงัวเงียจากเพิ่งตื่นวิ่งออกจากห้องไปโรงอาหารก่อน
ปิญชาน์มองตามเพื่อนแล้วส่ายหน้าระอา กับเรื่องเรียนไม่เคยตั้งใจแบบนี้เลยให้ตาย

“เดี๋ยวมึงเดินไปโรงอาหารก่อนเลยชาน์” โอมพูดขึ้นระหว่างเก็บหนังสือเรียนใส่กระเป๋า

“ไม่ไปพร้อมกันอะ”

“คาบที่แล้วกูลืมให้ครุมธุเซ็นสมุดเขียวว่ะ เดี๋ยวลงไปห้องพักครูก่อน คาบบ่ายเรียนตึกโน้นขี้เกียจข้ามตึกอีก”

“โอเค กูกินเตี๋ยวน้ำตกลุงชู มึงจะเอาด้วยปะ”

“เออก็ได้ เอาเล็กหมูน้ำตกแห้งพิเศษ”

“ได้ เจอกัน”

โอมพยักหน้า ทั้งสองคนเดินมาแยกกันนอกห้องเรียน ปิญชาน์ลงจากตึกไปเข้าห้องน้ำ
ก่อนจะเดินผ่านห้องสมุดเพื่อไปโรงอาหาร กำลังจะข้ามไปหน้าคหกรรมก็มีคนเรียกเสียก่อน

“ปิญชาน์!”

เจ้าของชื่อชะงักเท้าที่กำลังก้าวข้ามถนนหันไปมอง ก่อนจะสบตาเข้ากับคนเรียก “อ้าวอิง”

เด็กสาวยิ้มหวาน ขยับเข้ามาใกล้ “กำลังจะไปกินข้าวเหรอ”

“อื้ม อิงล่ะ”

“กำลังไปเหมือนกัน เค้าเพิ่งมาคืนหนังสือที่ห้องสมุดเสร็จ”

“อ๋อ เดินไปด้วยกันไหม”

เธอพยักหน้ารับหลายครั้ง “ไปสิ เอ้อ เมื่อวานคาบชุมนุมเค้าทำเค้กกล้วยหอม วันนี้เลยแบ่งมาให้ชาน์ด้วยนะ” พูดพลางหยิบกระเป๋าเคียงมาเปิดล้วงเอากล่องกระดาษกล่องเล็กมาส่งให้

ปิญชาน์มองตาม ยิ้มแล้วรับมาถือ “ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้องเอามาให้บ่อยก็ได้ เราเกรงใจอะ”

“ไม่เป็นไร กลุ่มเค้าทำกันเยอะ แบ่งกันแล้วก็ยังเยอะอยู่ ถ้าปิญชาน์ไม่ว่าอะไรก็เอาไปช่วยเค้ากินนะ”

“ถ้างั้นก็ขอบคุณนะ”

“จ้า”

เธอยิ้มกว้างจนตาปิด ปิญชาน์มองแล้วก็ยิ้มตาม ถึงจะยังไม่เข้าใจและไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้
แต่การที่มีคนมอบความรู้สึกดีๆ ให้มันก็ดีจริงๆ นั่นแหละ






“ฮั่นเหนาะ เดินมากะใครอะ”

“เออ พวกกูเห็นนะ”

นั่งลงยังไม่ทันยกขาสอดเข้าใต้โต๊ะเพื่อนสนิททั้งสองก็เอ่ยปากแซวทันที “เดินมากับอิง แล้วนี่โอมยังไม่มาอีกเหรอ”

“ยัง” ตองยิ้มกริ่ม “เปลี่ยนเรื่องไอ้ห่า”

“เปลี่ยนเรื่องไร”

“คุยกับอิงแล้วเหรอ”

“นั่นหนมไรอ่า” กล้าชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ หรี่ตามอง “มีสาวเอามาให้อีกแล้ว เนื้อหอมจริงๆ เพื่อนกู”

“ไม่ได้มีอะไรน่า”

“เขาชอบมึงชัดๆ” คนผิวเข้มผลักไหล่เพื่อนเบาๆ “ทำเป็นไม่รู้”

“ก็ไม่ได้ทำเป็นไม่รู้ปะ” ปิญชาน์ตอบกลับ หันไปยิ้มมุมปากให้กล้า “แต่ก็ยังไงอะ เขาไม่ได้อะไร กูก็ไม่ได้อะไร คุยด้วยก็คุย ให้ขนมมาก็รับไว้”

“ขอบงขอเบอร์ โทรคุย”

“ไม่ว่างขนาดนั้นหรอกน่า”

ตองส่ายหน้า “แล้วนี่เย็นนี้ไปทำงานอีกปะ”

“ไปทำที่มหา‘ลัยอย่างเดียว เจ๊หลี่ปิดร้าน”

“ปิดอีกแล้วเหรอ ทำไมช่วงนี้ปิดบ่อยจังวะ”

“ไม่รู้สิ เห็นว่าไปต่างจังหวัดกับลูก”

ความจริงเขาก็คิดเหมือนกัน ช่วงนี้เจ๊หลี่เหมือนมีอะไรในใจ หน้าเครียดๆ แล้วก็ปิดร้านบ่อย
แถมพักหลังมาลูกชายลูกสาวแกก็แวะมาที่ร้านบ่อย เป็นแบบนี้แล้วเขาก็เริ่มกังวล
ปิดร้านติดกันบ่อยๆ รายได้ก็จะลดลง หางานใหม่ก็ยังไม่ได้ เพราะถ้าร้านเปิดก็มีเวลาไม่พอแบ่งอีก

“เอ้า หน้าเครียด” กล้าตีหลังปิญชาน์เบาๆ เห็นเพื่อนเงียบไปแบบนี้ก็พอรู้แล้วว่ามีเรื่องกังวลใจ เขารู้ว่าปิญชาน์ที่บ้านค่อนข้างลำบาก อยู่กับพี่ชายสองคนไม่มีพ่อแม่ และยิ่งรู้ว่าเพื่อนสนิทตัวเองเก่งมากแค่ไหน ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องชีวิต

เขาเป็นลูกคนมีเงิน ถึงจะไม่ได้มากแต่ก็ไม่ลำบาก อยากได้อะไรก็แค่แบมือขอพ่อแม่
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกันก็ยิ่งเข้าใจ ว่าปิญชาน์ที่อายุเท่ากันนั้นโตกว่าเขาแค่ไหน

“มีไรให้ช่วยบอกได้นะ”

ปิญชาน์ยิ้ม “แต๊งว่ะ”

และเขาก็หวังอยากให้เพื่อนสนิทคนนี้ประสบความสำเร็จและโชคดีกับทุกอย่างที่ทำ













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













เอเชียเกลียดวันเกิดของตัวเอง

ไม่ใช่เพราะเลขไม่สวย

ไม่ใช่เพราะเดือนไม่เป็นมงคล

ไม่ใช่แม้แต่ความเชื่อใดที่ฝังหัว

แต่อาจจะเป็นเพราะยังไม่เจอเหตุผลที่ทำให้การเกิดมานั้นมีความหมาย

เขาไม่เคยมีความทรงจำที่ดีในวันเกิด ไม่รู้สึกว่ามันพิเศษกว่าวันอื่นตรงไหน กลับกันด้วยซ้ำ
เพราะที่ผ่านมามันเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้รู้สึกแย่ แย่กว่าเดิม เหงากว่าเดิม โดดเดี่ยวกว่าเดิม
และยิ่งชัดเจนว่าไม่มีใคร เขาเพียงแค่อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ

ไม่อยากได้ของขวัญ หรือแม้แต่คำอวยพร ไม่ต้องให้คนรู้เลยดีที่สุด

เขาไม่อยากใช้เวลาร่วมกับใครในวันเกิด และมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด

ซึ่งมันก็ดีที่สุดเท่าที่เกิดขึ้นได้แล้ว


เจ้าของวันเกิดเดินลงมาชั้นล่างทั้งชุดนอน วันนี้เขาไม่มีเรียนเช้าเลยตั้งใจจะฟิตเนสก่อนออกไปมหาวิทยาลัย

รำพา หัวหน้าแม่บ้านเห็นเจ้านายยืนอยู่ตรงตีนบันไดก็รีบรุดเข้าไปหาทันที

“คุณเอเชียจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ วันนี้เตรียมข้าวต้มกุ้งกับไข่ต้มไว้ค่ะ หรือจะรับเป็นกาแฟกับขนมปังปิ้งดีคะ”

“ข้าวต้ม เตรียมเลยเดี๋ยวกินก่อนออกกำลังกาย”

“รับทราบค่ะ” เธอผงกหัวตอบรับ แล้วถอยออกมากลับไปที่ครัว

ใจจริงอยากจะอวยพรวันเกิดให้คุณชายน้อยของบ้าน แต่เพราะรู้ดีว่าเจ้าของวันเกิดไม่ชอบให้ใครพูดถึง
เลยทำได้แค่ภาวนาในใจซ้ำๆ ทุกปี ให้คุณหญิงและคุณชายกลับบ้านในวันสำคัญสักครั้ง

เพราะทุกคนในบ้านจำแทบไม่ได้แล้วว่าคุณชายน้อยของพวกเขายิ้มเต็มแก้มได้สมอายุครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่





วันนี้กว่าอาจารย์จะปล่อยก็ห้าโมงกว่า หลังเลิกเรียนเอเชียหลบออกมาจากห้องเงียบๆ
กลุ่มเพื่อนที่มหา‘ลัยไม่มีใครรู้ว่าเขาเกิดวันนี้ เพราะเขาจงใจไม่บอกมาตั้งแต่แรก พอถูกถามถึงก็ปัดๆ ไป

เอเชียออกจากคณะตั้งใจจะตรงไปที่รถแล้วขับกลับบ้านเลย
แต่ก็ลังเลเพราะปีนี้กุมภากับโทนี่อยู่ไทยกลัวจะบุกไปหาที่บ้านโดยไม่ฟังคำห้ามอีก
หรือเขาควรจะไปหาร้านเงียบๆ นั่งดื่มคนเดียว ไม่ก็เปิดห้องที่โรงแรมสักแห่งนึงนอนพักสงบๆ ให้พ้นวัน
แต่เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามา แต่แวะซื้อที่ห้างไว้เปลี่ยนแก้ขัดไปก่อนอาจจะดีก็ได้

คิดไปเรื่อยระหว่างเดินไปที่รถก็บังเอิญเจอปิญชาน์เดินลงบันไดมาจากตึกคณะศิลปกรรม

มองนาฬิกาถึงได้รู้ว่าเป็นเวลาเลิกงานของอีกฝ่ายพอดี

คนเด็กกว่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักก่อน “อ้าวคุณ”

เอเชียพยักหน้า เดินเข้าไปหา “อืม เลิกงานแล้วเหรอ”

“ครับ คุณก็เพิ่งเลิกเรียน?”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ถ้าเป็นปกติคงชวนอีกฝ่ายไปกินข้าวด้วย แต่พอเป็นวันนี้ปากก็ขยับยากกว่าปกติ

“คุณไปไหนอะ” ปิญชาน์ถามต่อเมื่อเห็นคนตรงหน้าเงียบแปลกๆ “เป็นไรปะครับ หน้าเครียด”

เขาเพิ่งรู้ตัวว่าทำหน้าเครียดก็ตอนที่อีกฝ่ายเอ่ยปากทัก “เปล่า ไปทำงานต่อใช่ไหม ติดรถผมไปสิ”

“คุณจะไปคอนโดเพื่อนอีกเหรอ”

แน่นอนว่าวันนี้เขาไม่ไปแน่ ไม่มีทางไปเจอเพื่อนคนไหนทั้งนั้น แต่ก็เลี่ยงตอบไป “รถผมจอดที่เดิม ไปเถอะ”

“ไม่เป็นไรครับ พอดีวันนี้ร้านปิด ผมหยุดงาน”

“…”

“กินข้าวปะคุณ”

เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ปิญชาน์เป็นคนชวนเขาก่อน เอเชียเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผาก คิดวกวนในใจทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังกังวลอะไร

แค่ตอบออกไปเอง

แค่ปฏิเสธเหมือนปกติ

“ผมไม่หิว”

“อ่าโอเค” ปิญชาน์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาไม่ใช่คนเซ้าซี้ “งั้นผมไปนะ”

เอเชียมองคนที่กำลังจะหันหลังเดินไปแล้วลูบปลายนิ้วตัวเองไปมาพลางใช้ความคิด แต่เหมือนปากเขาจะเร็วกว่าสมอง “ปิญชาน์”

เจ้าของชื่อชะงัก หันมามองแล้วขานรับ

“คุณว่างใช่ไหม”

ปิญชาน์เลิกคิ้วขึ้น พยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นการตอบคำถามของอีกฝ่าย

ทั้งที่เขาก็บอกไปแล้วว่าวันนี้หยุดงาน


.

.

.


ปิญชาน์เคาะปลายนิ้วลงที่หน้าขาตัวเองตามจังหวะเพลงบนรถ ตอนนี้เขากำลังจะไปไหนก็ยังไม่รู้

‘นั่งรถเป็นเพื่อนผมหน่อย’

แค่อีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นแล้วก็เผลอรับคำไปแบบไม่คิดอะไร

ปิญชาน์ไม่ใช่คนคิดมาก

“คุณไม่หิวเหรอ”

“ไม่หิว” คนขับตอบกลับ “คุณหิวเหรอ”

“ก็นิดหน่อยอะ ว่าแต่คุณจะขับไปไหน”

“ยังไม่รู้เลย”

คำตอบประหลาดที่ทำเอาหัวคิ้วกระตุก ขับรถเล่นในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ เดี๋ยวฟ้าก็มืดแล้วด้วย “รถติดจะตาย”

“อืม”

“โทรศัพท์มือถือคุณดังอะ”

ตอนแรกว่าจะไม่ทักแล้ว แต่มันสั่นจนหยุดไปสามสี่ครั้งติดกันแบบนี้ก็อดไม่ได้
ยิ่งเห็นเจ้าของเครื่องนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะเหลือบตามองแล้วยิ่งรู้สึกประหลาด

“ผมรู้”

“ไม่รับอะครับ มันดังติดกันหลายทีแล้ว เผื่อธุระสำคัญ”

“ไม่มีธุระอะไรสำคัญวันนี้”

เขาแค่เป็นคนความรู้สึกไว

ปิญชาน์เกาหางคิ้วตัวเอง ยิ่งอยู่ด้วยนานยิ่งรู้สึกแปลกๆ วันนี้บรรยากาศมันอึดอัดผิดปกติยังไงไม่รู้
เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ค่อนข้างแน่ใจว่ารู้สึกอึดอัดจริง

“คุณ”

“ว่า”

“ถ้าไม่รู้ว่าจะไปไหน ผมเลือกให้เอาไหม”

เอเชียเลิกคิ้ว เหยียบเบรกจนรถจอดสนิทเมื่อสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนจะหันมาสบตาคนข้างกาย “คุณจะไปไหน”

“ผมมีที่นึงที่ไปบ่อยๆ ไม่เคยพาใครไปเลยนะ แบ่งคุณคนแรกเลย” ปิญชาน์ยิ้ม “ไปปะ”

คนขับรถจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย เขากำลังคิดหนัก คิดจนปวดหัว

คิดจนไม่อยากคิดอะไรอีก…

“บอกทางแล้วกัน”

“โอเค ระหว่างทางมีร้านสะดวกซื้อ เดี๋ยวแวะซื้อข้าวกล่องก่อนด้วย”

“…อืม”










ปิญชาน์นั่งรอเอเชียอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อเพราะเจ้าตัวขอไปเข้าห้องน้ำ
เขาก้มลงมองโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ กุญแจรถ และถุงอาหารที่เพิ่งซื้อเมื่อครู่ของอีกฝ่าย

รู้จักกันได้แป๊บเดียวก็ไว้ใจถึงขนาดฝากทุกอย่างไว้แบบนี้เลยเหรอ ถ้าเขาเป็นโจรขึ้นมาวันนี้หมดตัวเลยนะ
เงินก็ไม่มี มือถือกับรถก็ถูกขโมยเนี่ย จะว่าเชื่อใจคนง่าย หรือไม่คิดอะไรเลยกันแน่

ไม่รู้ว่าโตมาขนาดนี้ได้ยังไง

ครืด ครืด ครืด ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้นติดๆ กันจนปิญชาน์ชะงัก ตากลมหลุบลงมองอย่างไม่ตั้งใจ

เผลอไปเห็นข้อความที่ขึ้นมาบนจอเข้าจนได้

(Feb. : โทรไปไม่รับเลยนะไอ้สัด)

(Feb. : บ้านก็ไม่กลับ)

(Feb. : รู้ทันใช่ปะว่าพวกกูจะไปหา)

(Feb. : ดื้อฉิบหาย)

(Feb. : ตามใจมึงแล้วกัน เจอกันพรุ่งนี้ก็ได้วะ)

(Feb. : รู้ว่าไม่อยากอ่าน แต่กูจะพิมพ์)

(Feb. : สุขสันต์วันเกิด)

วันเกิด?

ปิญชาน์หยุดคิด ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น

เอเชียที่ออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินกลับมาตรงม้านั่งที่ปิญชาน์บอกว่าจะนั่งรอ แต่กลับไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ที่เดิม
ยืนรออยู่ไม่นานคนที่กำลังมองหาก็โผล่มา

“คุณไปไหนมา”

“ผมเข้าไปซื้อไรอีกนิดหน่อย” ตอบพลางส่งของทุกอย่างคืนให้อีกฝ่าย “เมื่อกี้โทรศัพท์คุณสั่นไม่หยุดเลย”

“อืม ไปเลยไหม”

“อ่า ครับ”

เขามองคนที่พยักหน้ารับคำง่ายๆ เอื้อมมือหยิบทุกอย่างไปถือไว้อย่างไม่สนใจแล้วเดินนำไปที่รถด้วยความสับสน

วันเกิดเป็นวันที่ต้องฉลองไม่ใช่เหรอ

แล้วทำไมถึงเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นอยู่ได้...









“เอาจริงอะ”

น้ำเสียงที่ถามออกไปฟังดูไม่มั่นใจแล้ว สีหน้าของคนพูดยิ่งไม่มั่นใจกว่า
เอเชียขมวดคิ้วเล็กน้อยตอนมองปิญชาน์พยักหน้าเร็วๆ แล้วกวักมือให้เดินตามเข้าไปในตึกร้าง

“ไม่ต้องกังวลหรอกคุณ เข้าประตูนี้อ้อมไปข้างหลังมีบันไดอยู่ แต่สิบหกชั้นอะ เดินเหนื่อยหน่อย”

“เข้าได้เหรอ ตึกของใครก็ไม่รู้”

“มันร้างมาหลายปีแล้ว ผมมาบ่อย เชื่อใจเหอะน่า”

เอเชียเกาท้ายทอยตัวเอง กระชับมือที่ถือถุงของกินที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อแน่นขึ้นตอนก้าวเท้าตามอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน

บรรยากาศเงียบมากจนเขาเผลอคิดฟุ้งซ่าน เพราะเย็นมากแล้วแสงจากด้านนอกที่ลอดเข้ามาเลยไม่สว่างมาก
เอเชียเดินขึ้นบันไดตามปิญชาน์ไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าเดินนานแล้วแต่ก็ไม่ถึงเสียที
จากตอนแรกตัวแห้งอยู่ดีๆ เหงื่อก็เริ่มซึมเต็มหลังถามเป็นครั้งทีสามว่าจะถึงหรือยังแต่คนข้างหน้าก็ตอบแค่ว่าใกล้แล้วทุกครั้ง

เอเชียหยุดก้าวเท้าแล้วยกหลังมือปาดเหงื่อที่ขมับ เขาเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว
การเดินขึ้นบันไดหลายชั้นไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่ แต่พื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทแบบนี้เขาไม่ถนัดเลยสักนิด

ร้อนจนเริ่มหงุดหงิด

“ยิ้มอะไรของคุณ”

แต่ไม่รู้ทำไมกลับยิ้มออกมาเฉยเลย

“เหนื่อยจนเพ้อเลยเหรอ” ปิญชาน์หัวเราะ รายนี้ก็หอบแล้ว

“เปล่า”

“อีกสองชั้นเอง ฮึบหน่อย”

เขาแค่รู้สึกขำ...

เพราะมันเป็นวันเกิดที่แปลกที่สุดเลย

“ถึงแล้ว~” ปิญชาน์หันมายิ้มให้เอเชีย เสียงใสอย่างเห็นได้ชัด

คนที่เดินตามเข้ามาที่หลังดันประตูเหล็กที่หนักอึ้งไว้ ขยับให้ปิญชาน์เอาแท่นไม้ขนาดใหญ่ใกล้ๆ มาคั่นประตูอย่างคุ้นเคย
เขาละสายตาออกจากอีกฝ่ายหันไปมองด้านขวาแล้วเลียริมฝีปาก ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ราวกันตก
เขาเคยอยู่บนตึกที่สูงและสวยกว่านี้ ขึ้นไปอย่างสบายด้วยลิฟต์แก้ว มีอาหารและเครื่องดื่มเตรียมไว้พร้อมโดยไม่ต้องออกแรง

แต่ท้องฟ้าตรงหน้า…

สวยมากจริงๆ

“คุณกินข้าวเลยไหม” ปิญชาน์เอ่ยปากถามระหว่างทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแล้วเปิดถุงหยิบกล่องข้าวออกมา

“คุณกินก่อนเลย”

คนเด็กกว่าตักข้าวเข้าปากพลางเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ทอดสายตาออกไปไกล
ใบหน้าด้านข้างของเอเชียดูเหงาอย่างน่าประหลาด มันทำให้เขารู้สึกแปลก

“ท้องฟ้าสวยใช่ไหมคุณ”

แต่เขาไม่ทักออกไปหรอก

เอเชียพยักหน้าเขาไม่ได้ตอบอะไรมากกว่านั้น กะพริบตาช้าๆ เมื่อลมเย็นๆ พัดผ่านร่างกาย
เขาเห็นด้วยอย่างที่อีกฝ่ายพูด เป็นท้องฟ้าตอนเย็นที่สวยมากจริงๆ สีฟ้าเข้ม ชมพู ส้ม ไล่ลงมาเป็นเฉดสีที่เพลินตา
ก้อนเมฆสีขาวครีมกระจายไปทั่ว ตึกที่มองเห็นไกลๆ สะท้อนกับแสงจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า
มองแล้วรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

อะไรที่เคยรกอยู่ในความคิดก็จางหายไป

ตอนนี้หัวเขาโล่ง

และมันรู้สึกดีเหลือเกิน


นานจนปิญชาน์ใส่กล่องข้าวที่ว่างเปล่ากลับลงไปในถุงพลาสติกแล้วมัดเรียบร้อย
เอเชียก็ยังมองออกไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย

“ไม่หิวเหรอคุณ” คนที่กินอิ่มแล้วถามอีกครั้ง ขยับตัวไปนั่งพิงหลังกับราวกันตกข้างอีกฝ่าย

เอเชียหลุบตามองคนที่กดมือถือเล่นอยู่ เห็นจากไกลๆ ว่าเป็นเกมงูรุ่นคลาสสิก เกือบลืมไปแล้วว่ามีเกมนี้

“คุณ”

“ครับ”

“ผมขอจับมือหน่อยได้ไหม”

คำขอที่ทำเอาอีกคนเงยหน้ามองทันที มีคำถามหลายประโยคผุดขึ้นมาในหัว แต่เมื่อสบตากันแล้วปากเขาก็ปิดสนิท

ทำเพียงเอื้อมมือขึ้นไปหา และแบออกเพื่อรอ

เอเชียสูดลมหายใจเข้าปอด เขามองตาปิญชาน์สลับกับมือที่ค้างอยู่ในอากาศ ก่อนจะขยับมือไปจับมันไว้

ทั้งสองคนสบตากันอีกไม่นานก็ต่างคนต่างเบือนหน้า

ปิญชาน์ก้มลงกดมือถือต่อ ในขณะที่เอเชียก็ทอดสายตาออกไปไกลๆ อย่างไร้จุดหมายอีกครั้ง
ทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ปล่อยให้ความเงียบทำงาน

มีเพียงมือที่ยังกุมกันไว้แน่น






มือเขาเป็นเหน็บชาแล้ว…

ปิญชาน์นิ่วหน้าเล็กน้อยตอนรู้สึกหนักๆ ที่ฝ่ามือ จับอยู่เป็นชั่วโมงจนชาหนึบไปหมด จะดึงมือออกก่อนก็ไม่กล้า
ว่าแต่มืดขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมกินข้าวอีก ที่ให้ร้านอุ่นมาป่านนี้เย็นชืดแล้วมั้ง

“คุณไม่หิวเหรอ”

เอเชียหันมาสบตา “ไม่ค่อยหิว”

“มืดแล้วนะ ยังไม่กินข้าวเลยอะ”

“อืม”

“ไม่กินข้าว งั้นกินขนมก่อนปะ ผมซื้อมา” อะไรก็ได้อะ ปล่อยมือก่อน

“ขนมอะไร”

ได้ยินแบบนี้ปิญชาน์ก็ดึงมือออกเพื่อหันมาหยิบถุงขนมที่วางอยู่ข้างๆ กระเป๋าเป้
นิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะรู้สึกยุบยิบที่มือจากอาการเหน็บชา เอเชียสะบัดมือแล้วกำๆ แบๆ คลายเมื่อย

“คุณ”

“ว่า”

เอเชียละความสนใจจากไฟของตึกตรงหน้าหันมาตามเสียงเรียก
ก่อนจะชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับเปลวไฟจากเทียนเล่มเล็ก
เขาเงยหน้ามองปิญชาน์ รอยยิ้มบางที่ส่งมาให้ทำเอารู้สึกแน่นหน้าอก

ชีสเค้กสีเหลืองนวลก้อนเล็กที่มีเทียนหนึ่งเล่มปักอยู่ตรงกลาง
ดูธรรมดาเสียจนเทียบไม่ได้กับของขวัญวันเกิดที่เคยได้รับในอดีต และเขาก็ไม่ชอบกินเค้ก

“อ่า...พอดีผมบังเอิญเห็นข้อความส่งเข้าเครื่องคุณ”

“…”

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”

ปิญชาน์เลิกคิ้ว ยื่นชีสเค้กทรงกลมชิ้นเล็กเข้าไปใกล้ใบหน้าอีกฝ่ายเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ

“อธิษฐานแล้วเป่าสิ”

เอเชียหลุบตามองเปลวไฟที่ไหวไปมาตามแรงลม แต่ไม่ดับเพราะมีมือของคนตรงหน้าคอยป้องไว้
เขาหยุดคิดก่อนจะขยับเข้าไปเป่าให้เทียนดับทั้งที่ไม่ได้อธิษฐาน

เขาไม่มีพรอะไรที่อยากได้ ไม่มีสักอย่างที่ต้องการให้เป็นจริง

เอเชียไม่ชอบวันเกิดของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาทำเหมือนวันนี้พิเศษ ไม่ชอบให้คนอวยพร ไม่ชอบ...

“ขอบคุณ”


แต่ตอนนี้...กลับรู้สึกดีใจขึ้นมาลึกๆ










to be continued...

มาลงให้ก่อนหนึ่งวันนน เป็นของขวัญแทนสติ๊กเกอร์ให้คนที่อยากมาเจอกันแต่มีเหตุให้มาไม่ได้ ><
ดีใจมากเลยที่วันนี้ได้เจอทุกคน ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาหา
ขอบคุณสำหรับของขวัญด้วย ชอบหมดทุกชิ้นเลย เป็นกำลังใจและพลังที่ดีมากจริงๆ ค่ะ

วันพฤหัสที่ 5 นี้เดย์มีไปร่วมกิจกรรมในงานหนังสือกับ everY อีกรอบ
รายละเอียด พิกัด และเวลา สามารถติดตามได้ทางเพจของเดย์ และสนพ เลยน้า
ใครสะดวกก็อย่าลืมมาเจอกันนะคะ ยังมีสติกเกอร์ไปแจกอีกกกก~~

สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ติดงาน มีธุระ หรืออะไรที่ทำให้ไม่มีโอกาสได้มาเจอกันก็ไม่เป็นไรน้า
รักและอยากเจอทุกคนเลย ไว้ถ้าเมื่อไหร่มีโอกาสค่อยมาเจอกันนะคะ

ระหว่างนี้มาเจอกันผ่านตัวอักษรไปก่อนเนอะะ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.371K ครั้ง

3,821 ความคิดเห็น

  1. #3811 Mei5261 (@Mei5261) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 23:49
    คือสงสารอ่ะ ร้องเลย
    #3811
    0
  2. #3781 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 00:26
    สงสารเอเซีย
    #3781
    0
  3. #3756 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:42
    พอถึงวันเกิดแล้วให้นึกถึงน้องนะพี่
    #3756
    0
  4. #3731 mileyduchess (@Pcny06) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 23:20
    น้องชาน์น่ารักมาก ฮือ
    #3731
    0
  5. #3692 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 19:14
    น้องคือแบบโคตรดีเลยอะ ดีใจจังที่พี่ได้มาเจอ
    #3692
    0
  6. #3669 min-issaree (@min-issaree) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:07
    โคตรจะสงสารพี่เลยแงงง
    #3669
    0
  7. #3657 sri_2452 (@sri_2452) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 18:16
    น้องน่ารัก
    #3657
    0
  8. #3623 VolyPhoung (@VolyPhoung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    อ่านแล้วรู้สึกอุบอุ่นมาก
    #3623
    0
  9. #3617 Byunpulloy (@petch22446688) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 07:28
    แงงงง้
    #3617
    0
  10. วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:07
    แงงง น่ารักมากเลยย
    #3607
    0
  11. #3590 Jady_PC (@nny_pcy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 02:16
    เขิน เขินอะไรไม่รู้แต่เขินมาก
    #3590
    0
  12. #3564 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:16
    น้องงลูก หลงรักน้องจัง ทำไมรู้ความน่าเอ็นดูขนาดนี้
    #3564
    0
  13. #3563 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:58
    อยู่ฉลองด้วยกันทุกปีไปเลยดีมั้ยคะ อิอิ
    #3563
    0
  14. #3518 cutieyou (@cutieyou) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 14:20
    น้องจะกลายเป็นคนสำคัญของเอเชียแล้ว ฮืออ เข้าไปช่วยพี่เขาหน่อยนะลูก
    #3518
    0
  15. #3496 dook_dik (@dook_dik) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 09:00
    งื้อ &#128147;&#128147;
    #3496
    0
  16. #3484 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:48
    แงงงงง น้องมีความสุขในวันเกิดแล้ว แงงงง
    #3484
    0
  17. #3449 Pcebr_ (@Pcebr_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 08:36
    น้ำตารื้นขึ้นมาเลยอ่ะ
    #3449
    0
  18. #3444 moooo_ (@xiumin26) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 04:07
    สงสารเอเชียอ่ะ ทั้งๆที่มีทุกอย่างไม่เคยลำบากเลยในชีวิตแต่กลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว น้องชาน์ช่วยเข้าไปเป็นความสุขให้พี่เขานะลูกแงงง;-;
    #3444
    0
  19. #3419 Aek_KMN (@Aek_KMN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:45
    อบอุ่นมาก อ่านแล้วมีกำลังใจมากเลยครับ
    #3419
    0
  20. #3407 THE DEERY . (@oing_oing) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:03
    อบอุ่นเหลือเกินTTTT
    #3407
    0
  21. #3355 Pedmonxee (@pech555) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:36
    เอาแล่ว น้องชาน์เริ่มเข้าไปในเขตแดนของเอเชียได้นิดนึงแล้ว เอเชียไม่ได้อยู่คนเดียวนะ
    #3355
    0
  22. #3347 WRQZEP (@WRQZEP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:22
    สงสารเอเชีย เป็นพระเอกที่น่าสงสารมากคนนึงเลย
    #3347
    0
  23. #3324 dedicatedsj (@dedicatedsj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:47
    น่ารักมาก ใส่ใจมากๆๆๆๆ น้องชาน์
    เอเชียอยู่กับน้องแล้วสบายใจใช่มั้ย
    #3324
    0
  24. #3249 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 21:40
    แค่มีน้องชาน์อยู่แล้วทุกอย่างมันจะดีเองเนอะ
    #3249
    0
  25. #3234 luffypokpok (@luffypokpok) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:43
    น้องเป็นข้อยกเว้นนนนนน
    #3234
    0