ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 8 : Chapter 7 --- ❝ เหตุผล ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,350 ครั้ง
    26 มี.ค. 61


Chapter 7


::

❝ เหตุผล ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐








ในหลายครั้งที่ผมรู้สึกอะไรโดยไม่มีสาเหตุ และตัดสินใจอย่างไม่มีเหตุผล
หรืออันที่จริงแล้วความไม่มีเหตุผลนั้นก็คือเหตุผล






โดนโกรธเข้าเสียแล้ว

ก็รู้หรอกว่าวันนั้นทำให้ไม่พอใจ แต่ไม่คิดว่าจะโกรธหลายวันแบบนี้
หลังจากเกิดเรื่องพอเจอกันก็ไม่มองหน้าเลยสักครั้ง เจอแบบนี้เข้าก็ทำตัวไม่ถูก

เพิ่งเคยถูกคนเมินเป็นครั้งแรกเลย

เอเชียนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโทรทัศน์ในห้องรับแขกของคอนโดกุมภาตั้งแต่หัวค่ำ
เจ้าของห้องที่ปวดหัวจากอาการเมาค้างเดินยีผมตัวเองออกมาจากห้องนอน

“มาเมื่อไหร่วะ”

แขกไม่ได้รับเชิญที่ใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตถอนหายใจยาว “ชั่วโมงก่อน”

“โทษที หลับเป็นตายเลยว่ะ”

“อืม ตอนมาถึงผู้หญิงของมึงออกไปพอดี”

“อ้าวเหรอ นึกว่ากลับไปตั้งแต่กลางวันแล้ว”

“อือฮึ”

“แล้วเป็นไร หน้าเป็นตูด”

“ไม่มีไร”

กุมภายักไหล่ คนดื้อเงียบอย่างเอเชียถ้าไม่อยากพูดต่อให้เอาคีมเหล็กมาง้างก็ไม่ยอมเอ่ยปากหรอก เสียเวลาเปล่า “กินไรมายัง”

“ยัง”

“จะกินปะ แต่ห้องกูมีไรไม่เยอะนะ หรือจะสั่ง”

“กูไม่หิว”

เอาล่ะสิ อาการหงุดหงิดจนไม่ยอมกินอะไรมาอีกแล้วไง “เอ้า แล้วจะไปไหน” เอ่ยปากถามเมื่อเห็นเจ้าตัวลุกขึ้นจากโซฟา

“ซื้อของ”

“ตอนนี้อะนะ”

“อืม”

“แล้วจะกลับมาอีกปะ จะค้างหรือยังไงช่วยบอกกูด้วยนะครับเพื่อน”

“ไม่ค้าง”

“ตามใจนะครับ”

เอเชียพยักหน้ารับ เขาเดินออกจากห้องมาพลางใช้ความคิด ลังเลว่าจะต้องง้อคนกำลังโกรธยังไง
ดูจากที่เจอกันครั้งก่อนๆ ก็ไม่น่าจะชอบรองเท้าหรือเสื้อผ้าเหมือนคนอื่น
จะเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมก็เป็นประเด็นที่เคยโดนหงุดหงิดมา ทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมด ยากชะมัด



คนตัวสูงเดินเข้าร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดัง ตรงไปที่ชั้นวางแล้วหยุดยืนนิ่งแบบนั้นหลายนาที กระทั่งพนักงานขายขยับเข้าไปใกล้

“สนใจตัวไหนสอบถามได้นะคะ”

“อ่า...” เอเชียลากเสียง เขาจะซื้อของให้ทั้งที่แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าตัวเลยได้ยังไง ปกติก็ให้คนที่อยากได้มาเลือกเองตลอด มีหน้าที่จ่ายเงินแค่อย่างเดียวไม่ต้องคิดอะไรมาก “ผมจะซื้อของขวัญ มีแนะนำไหมครับ”

“ซื้อให้ใครคะ”

“ก็...ผู้ชายวัยมัธยม สูงประมาณนี้” เขายกมือขึ้นประมาณจมูกตัวเอง

“น้องชายเหรอคะ”

เอเชียเงียบไป ส่ายหน้าเป็นการตอบรับและไม่อธิบายมากกว่านั้น

พนักงานสาวเหงื่อตกกับข้อมูลน้อยนิดที่ได้รับ เธอมองซ้ายมองขวาก่อนเอ่ยปาก “รองเท้าดีไหมคะ เด็กวัยมัธยมน่าจะชอบ”

“...ผมไม่รู้ขนาด”

“อ๋อ...ถ้าอย่างนั้นกระเป๋าเป้ไหมคะ”

เอเชียหยุดคิด อยู่ๆ ก็นึกถึงกระเป๋าเป้สีดำที่อีกฝ่ายสะพายทุกครั้งที่เจอกันขึ้นได้ เหมือนว่าสายข้างนึงมีรอยขาดแล้วด้วย

“ขอดูแบบหน่อยครับ”

“ลูกค้าสนใจวัสดุหรือสนใจสีไหนเป็นพิเศษไหมคะ”

“สีดำ”

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” เธอเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม พลางผายมือไปด้านใน

“มีแบบที่ชอบหรือเปล่าคะ” พนักงานสาวเอ่ยปากถามหลังจากที่นำกระเป๋าเป้จากชั้นโชว์สินค้าหลายใบมาให้ลูกค้าหนุ่มเลือก เธอลอบมองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วอมยิ้มมุมปาก

ผิวดีละเอียดแทบมองไม่เห็นรูขุมขน คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่ง และปากเป็นกระจับน่ามอง
บุคลิกและเครื่องแต่งกายที่สวมก็ดูรู้ว่าแพงโดยไม่ต้องขอดูจำนวนธนบัตรในกระเป๋าหรือยอดเงินในบัญชีธนาคาร

มีครบทุกอย่างจนอิจฉาคนที่ได้เป็นแฟน

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะชอบใบไหน” เอเชียเอ่ยปากขึ้นหลังจากหยุดคิดไปสักพัก

“ถ้าให้ดิฉันแนะนำ เป็นตัวนี้ก็ดีนะคะ” เธอหยิบกระเป๋าเป้สีดำใบขนาดกลาง วัสดุหนังปั๊มนูนต่ำเป็นโลโก้แบรนด์ “เรียบๆ แมทกับเสื้อผ้าได้หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ และใช้ได้นานด้วยค่ะ”

“งั้นเอาใบนี้แหละครับ”

เอเชียเอ่ยปาก ล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาหยิบบัตรเครดิตส่งให้พนักงาน ไม่นานหญิงสาวก็กลับมาพร้อมใบเสร็จ
เจ้าตัวหยิบปากกาเซ็นแล้วรับบัตรเครดิตคืนพร้อมถุงกระดาษที่มีกระเป๋าเป้ราคาแพงอยู่ด้านในมาถือก่อนจะเดินออกจากร้าน




ปกติก็เจอกันโดยบังเอิญออกจะบ่อย แต่พอตั้งใจจะเจอก็ดันไม่โผล่มาให้เห็นเลย
เขารู้ว่าอีกฝ่ายทำงานที่ร้านข้าวต้มทุกวันธรรมดา ที่จำได้เหมือนจะเริ่มงานหกโมงเย็น แต่ติดก็ตรงที่ไม่รู้เวลาเลิกเนี่ยสิ

เอเชียหยุดคิด เคาะนิ้วกับพวงมาลัยสองสามครั้งก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาหลังจากนึกอะไรออก
เขาเปิดเอากระดาษแผ่นเล็กที่มีรอยยับออกมาจากช่องใส่บัตร มีเลขสิบตัวเขียนเรียงกันอยู่ข้างบนชื่อปิญชาน์
เจ้าตัวกดเบอร์ใส่โทรศัพท์แล้วกดโทรออก ฟังเสียงรอสายไม่นานก็มีคนรับ

[ฮัลโหล]

“ปิญชาน์?”

[ครับ ใครครับ]

“อ่า เอเชีย”

[หืม] ปลายสายครางเสียงตอบรับ เว้นจังหวะเล็กน้อย [คุณ?]

“อืม”

[มีอะไรหรือเปล่า ผมทำงาน]

“คุณเลิกงานกี่โมง”

[ถามทำไมอะ]

“เลิกงานกี่โมงครับ”

[...ประมาณห้าทุ่มครับ]

“โอเค”

[คือ?]

“เดี๋ยวเข้าไปหา”

[คุณมีอะไรหรือเปล่า ผมทำงานนะ]

“แค่ไปหาเฉยๆ ก่อนห้าทุ่มแป๊บนึงเดี๋ยวเข้าไป”

[ตามใจคุณนะ ผมต้องวางแล้ว ลูกค้าเรียก] ปิญชาน์พูดเร็วๆ รออีกฝ่ายตอบรับแล้วรีบวางสาย

เอเชียเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง หันไปมองถุงกระเป๋าที่ใส่ไว้ในรถเก้อมาหลายวันแล้วเม้มปาก
ไม่รู้จะโอเคไหม แต่ก็ซื้อมาแล้ว เป็นครั้งแรกที่รู้สึกไม่มั่นใจเวลาซื้ออะไรให้ใคร

ทั้งที่ปกติคนได้รับจะดีใจจนยิ้มออกมากันทั้งนั้นแท้ๆ




ริมทางเดินหน้าตึกแถวห่างจากร้านข้าวต้มโต้รุ่งมาเกือบสองเมตร
เอเชียยืนเงียบอยู่ข้างต้นไม้เขาก้มลงมองถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ
แล้วเลียริมฝีปากอย่างประหม่าเมื่อยื่นมันออกไปแล้วคนตรงหน้านิ่งเฉย

ความเงียบทำให้อึดอัดชะมัด

“รับไปสิ”

ปิญชาน์ยังคงนิ่ง เขาหลุบตามองของที่เอเชียส่งมา สลับกับหน้าเจ้าตัว

“ผมซื้อมาให้”

“อะไรครับ”

“กระเป๋าเป้”

“ซื้อให้ผมทำไม”

“ซื้อมาขอโทษ”

“ขอโทษผมเรื่องอะไรครับ”

เอเชียกลืนน้ำลาย เอามือลงข้างตัวเพราะรู้สึกเมื่อยหลังจากยื่นค้างรอมาหลายนาทีแล้วแต่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะรับไปเลย “ก็...ขอโทษคุณ”

“ทำไมต้องขอโทษ”

“คุณโกรธ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนที่เสียงพรูลมหายใจออกจะดังขึ้นยาวๆ “วิธีขอโทษของคุณโคตรแย่”

“...”

“แย่พอๆ กับคำพูด”

“คุณไม่ชอบกระเป๋าเหรอ ยังไม่ได้เปิดดูเลย”

“มันไม่เกี่ยวอะ”

“ลองเปิดดูก่อนสิ กระเป๋าที่คุณใช้สายมันขาดๆ แล้ว” เขาชี้ไปที่เป้ผ้าสีดำที่ปิญชาน์สะพายอยู่ที่ไหล่ข้างขวา และนั่นทำให้เจ้าตัวยิ่งหงุดหงิด

“จะขาดหรือไม่ขาดก็ไม่เกี่ยวกับคุณเลย”

“ผมเลยซื้อให้ใหม่ไง ขอโทษที่ทำคุณโกรธ”

“ผมโกรธไรคุณยังไม่รู้เลยปะ จะมาขอโทษก็ให้มันจริงใจหน่อยดิ”

“ผมตั้งใจซื้อให้”

“ขอบคุณ แต่ไม่รับครับ”

“ผมซื้อมาให้คุณ”

“ไม่รับครับ” เด็กหนุ่มยืนยันคำเดิม มองตาเอเชียจริงจังจนคนใช้ของแก้ปัญหาไม่กล้าเซ้าซี้

“…”

“ไม่มีอะไรแล้วใช่ปะ ผมกลับนะ”

“เดี๋ยวไปส่ง”

“เรื่องนี้ก็ขอบคุณ แต่ไม่เป็นไรครับ”

เย็นชาชะมัดเลย นี่โกรธอยู่เหรอ หรือไม่ได้โกรธแล้ว แต่ตั้งแต่เจอยังไม่ยิ้มสักนิด ของที่ซื้อให้ก็ไม่รับ

ยังไงต่อดี...

“คุณยังโกรธผมเหรอ” ถามไปแบบนั้น ทั้งที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายโกรธอะไร

“เปล่าครับ ผมไม่ใช่คนคิดไรซ้ำๆ”

บรรยากาศระหว่างเขาสองคนดูประหลาด มันกระอักกระอ่วนและน่าอึดอัด เอเชียคิดว่าคนเราเวลาได้ของถูกใจก็จะอารมณ์ดีขึ้น
ถึงจะไม่ชอบแต่รับไปก็ไม่มีอะไรเสียหายไม่ใช่หรือไง มีแต่ได้เสียด้วยซ้ำ
เขาไม่รู้ว่าปิญชาน์จะกลายเป็นข้อยกเว้นแรกที่ค้นพบหรือเปล่า แต่กรณีศึกษาที่ผ่านมาก็เป็นไปในรูปการณ์เดียวเสมอนี่

“แล้วทำไมไม่รับของ”

“เพราะไม่มีเหตุผลต้องรับ”

“แต่ผมซื้อมาให้คุณ ถ้าไม่เอาก็ไม่มีใครใช้”

“มันก็เรื่องของคุณอะ ผมไม่ได้มีส่วนต้องรับผิดชอบสักหน่อย” ปิญชาน์พูดพลางก้าวเท้าเดิน เอเชียมองแล้วรีบเดินตาม “ตามมาทำไมครับ รถจอดอยู่นั่น”

“ก็คุณเดิน ยังคุยกันไม่จบ”

“ดึกแล้วครับ ผมต้องรีบกลับบ้าน”

“ผมไปส่ง”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง เขาหันกลับมามองหน้าเอเชีย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาวุ่นวายขนาดนี้ “ไม่เป็นไรครับ คุณกลับไปเถอะ” เริ่มหงุดหงิดอีกแล้ว

“…แค่ไปส่ง ไม่ต้องรับของก็ได้”

“ผมนั่งรถเมล์ไปสะดวกกว่า”

คำนี้อีกแล้ว จะฟังกี่ทีเขาก็ไม่มีวันเข้าใจ นั่งรถเมล์ไปมันจะสะดวกกว่ายังไง ทำไมเป็นคนเข้าใจยากขนาดนี้...

เอเชียเกาขมับ เขาใช้ความคิดอย่างหนักเวลาที่คุยกับปิญชาน์
อีกฝ่ายทำทุกเรื่องที่เขาคิดว่าง่ายให้กลายเป็นยากได้เก่งที่สุดเท่าที่เคยเจอ เขาถอนหายใจตอนที่เจ้าตัวเดินห่างไปไกลแล้ว
ไม่คิดจะตามไปรั้งด้วยคำเดิมให้ถูกปฏิเสธกลับมาแบบไม่เข้าใจเหตุผลอีกเป็นครั้งที่... อ่า ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ไม่ทำเพิ่มอีกแน่ๆ

คนถูกทิ้งไว้กับความสับสนก้มลงมองถุงกระดาษใบเดิมในมือ เอายังไงกับเจ้านี่ต่อดี
ไว้กับเขาก็คงถูกหมกไว้ในตู้ไม่ก็ทิ้งอยู่ในถุงนี้จนฝุ่นจับ คนที่ตั้งใจให้เป็นเจ้าของก็ดันไม่รับ

เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละ ว่าจะให้อะไรใคร...ต้องคิดเหตุผลมารองรับด้วย













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













เช้าวันต่อมากุมภาเดินงัวเงียออกจากห้องนอน คิ้วเข้มพันกันจนยุ่งเพราะอาการปวดหัวที่เป็นกรรมมาจากการดื่มหนักเมื่อคืน
เขาคลายปมหว่างคิ้วแล้วยิ้มทักแขกไม่ได้รับเชิญที่นั่งเอนหลังอยู่ตรงโซฟาหน้าโทรทัศน์จอโค้ง

อย่างกับเดจาวู...

“ช่วงนี้มาหากูบ่อยนะ”

“อืม”

“ค้าง?”

“อืม นอนอยู่ห้องแขก”

“เรอะ”

กุมภาตอบรับง่ายๆ เดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำออกมาดื่มดับกระหาย นิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะความเย็นแล่นขึ้นสมอง
ปิดฝาขวดน้ำไปพลางเอ่ยปากถามอีกคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ว่าเมื่อคืนแอบเข้ามาตอนไหน

“เข้ามาตอนตีสอง มึงอยู่ในห้องนอน”

เจ้าของห้องพยักหน้า ยิ้มกริ่ม เพราะพอจำได้ว่าเวลาประมาณนั้นเขาน่าจะกำลังทำกิจกรรมบนเตียงอยู่กับเพื่อนของเพื่อนที่เจอกันในผับเมื่อคืน

“เมื่อเช้าตอนเธอออกไปเจอมึงปะ”

“เจอ”

เอเชียตอบสั้นๆ รู้ว่าเพื่อนสนิทพูดถึงใคร เพราะตอนเจอก็ไม่ได้คุยอะไร
ได้แต่มองฝ่ายหญิงสาวยิ้มเขินๆ ผงกหัวทักทายเล็กน้อยแล้วรีบเดินออกจากห้อง

ภาพชินตา

“แล้วมาค้างทำไม”

“มาแถวคอนโดมึงพอดี เลยขี้เกียจขับรถกลับบ้าน”

“กินไรไหม กูจะสั่งข้าว”

“ไม่อะ”

คนเมาค้างพยักหน้า โทรไปสั่งอาหารเสร็จก็เดินมานั่งข้างๆ เหลือบไปเห็นถุงกระดาษขนาดใหญ่มีโลโก้แบรนด์คุ้นตาประทับอยู่ตรงกลางก็เอ่ยปากถาม “ซื้อของให้ใครอีกอะ”

“เปล่า มึงเอาไปใช้ดิ”

“เรื่องไร”

เอเชียยักไหล่ไม่ตอบ ความสงสัยทำให้กุมภาเอื้อมมือไปดึงของเจ้าปัญหานั้นมาดู
เปิดปากถุงแล้วก็ต้องแปลกใจเพราะไม่ใช่เสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้าของผู้หญิงอย่างที่คิด

“เป้?”

“อืม เอาปะ”

ส่ายหน้าแทบจะทันที ปฏิเสธโดยไม่คิดเพราะไม่ใช่แนวการแต่งตัวของเขาเลยสักนิด กับอีกคนก็เหมือนกัน “ไม่ใช่ทางมึงด้วยนี่ ซื้อให้ใครวะ”

“เปล่า”

“ใครให้มา?”

“เออน่ะ เอาไปดิ ให้ใครก็ได้”

“เอาไปขายไป”

“ขี้เกียจ” เอเชียตอบกลับ เอื้อมมือหยิบถุงเป้จากอีกฝ่ายวางไว้ที่เดิม ไว้ค่อยเอาไปให้เพื่อนสักคนที่มหา‘ลัยก็ได้ น่าจะมีคนชอบ

“เดี๋ยวให้น้องเพื่อนกูขายให้ไหมล่ะ มือหนึ่งติดป้ายแบบนี้ ขายราคาถูกกว่าช็อปนิดนึงก็ได้”

เขาถอนหายใจ ซื้อมาขายต่อในราคาถูกกว่าเพื่ออะไร “ไม่เอา”

หนุ่มผมบลอนด์เทามองคนที่ดูหงุดหงิดกว่าปกติอย่างสงสัย
ถึงจะอยากรู้แต่คิดว่าอาการนี้อย่าเพิ่งไปถามอะไรให้ไม่สบอารมณ์เพิ่มเลยจะดีกว่า

“แล้ววันนี้จะไปไหน”

“ยังไม่รู้”

“คืนนี้จะออกไปกับโทนี่ปะ เห็นมันถามในไลน์อยู่”

“น่าจะไม่”

“อืม กูก็ไม่ไป พักหน่อยว่ะ ติดกันหลายคืนแล้ว”

เอเชียพยักหน้า ช่วงนี้เขารู้สึกเบื่อๆ ความรู้สึกเดิมที่เหมือนตัวเองไม่มีใครเลยกลับมาอีกแล้ว
เขาไม่ชอบเวลาเป็นแบบนี้ เขาเกลียดความรู้สึกด้านลบที่กัดกร่อนจิตใจ
ที่ผ่านมาก็เหมือนจะควบคุมมันได้ดีมาตลอด แต่พอไม่มีคนข้างตัวก็เริ่มกลับมาเป็นอีกแล้ว

อาจจะเป็นเพราะใกล้ถึงวันนั้นก็ได้

“เออ มะรืนนี้วันเกิดมึงนี่”

คิดไม่ทันไร เพื่อนสนิทก็พูดขึ้นมา

เอเชียถอนหายใจ พยักหน้ารับ เป็นอาการที่เขาแสดงออกทุกครั้งเวลามีคนเอ่ยถึงวันสำคัญ

“ไม่ไปไหนใช่ปะ”

“อืม”

“ปีนี้มาค้างกับกูไหมละ เปิดไวน์ฉลองกัน”

“ไม่อะ”

“หรือให้กูไปหาที่บ้าน เดี๋ยวชวนโทนี่”

เอเชียส่ายหน้าอีก คนมองเลียริมฝีปากตัวเอง พรูลมหายใจออกเบาๆ แล้วพยักหน้ารับ ไม่คิดจะเซ้าซี้อีก
จะกี่ปีเพื่อนสนิทตรงหน้าก็ไม่เคยอนุญาตให้ใครใช้เวลาร่วมกันในวันเกิด
เมื่อก่อนทั้งเขาและโทนี่ก็อยู่ต่างประเทศทั้งคู่ พอมาปีหลังจะฉลองให้ก็ไม่ยอม พยายามจนเลิกพยายามไปแล้ว

บังคับฉลองให้โดยที่เจ้าของวันเกิดไม่ต้องการก็คงไม่มีประโยชน์









เจออีกแล้ว…

ปิญชาน์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ตอนเห็นเอเชียยืนพิงรถอยู่ที่ริมถนนเยื้องกับบันไดทางขึ้นคณะศิลปกรรม
เขาคิดว่าจะเลิกหาเหตุผลที่อีกฝ่ายตามมาวอแวไม่เลิกแล้ว

“มาทำอะไรครับ”

“แวะมา”

เด็กหนุ่มเหลือบตามองมือทั้งสองข้างของอีกฝ่าย อย่างน้อยก็ไม่ได้ถืออะไรอยู่
คงไม่ได้เอาอะไรมายัดเยียดให้ต้องหงุดหงิดอีก

ความจริงก่อนหน้านี้เอเชียลังเลว่าจะไปรับสาวคณะบัญชีปีสองที่ไลน์มาชวนคุยเมื่อคืนดีไหม
แต่สุดท้ายก็ตอบปฏิเสธคำชวนของเธอไป

รู้ตัวอีกทีขับรถมาจอดหน้าคณะศิลปกรรมแล้ว…

“กินข้าวกัน”

เจอกันทีไรก็ชวนกินข้าวได้ตลอด ไม่มีเพื่อนเลยหรือไง

เขาสงสัยจริงไม่ได้แกล้ง

“จะกินอะไรครับ” ช่างเถอะ เขายังติดเลี้ยงข้าวเจ้าตัวอยู่นี่ อยากกินอะไรก็บอกมาเลย

“ร้านนั้น”

ร้านนั้นอะไร นี่เราสนิทกันพอจะทายคำแล้วเหรอ แล้วมันก็น่าโมโหตรงที่เขาดันรู้เสียนี่

“รีบหน่อยแล้วกันนะครับ ผมต้องเข้างานหกโมง”

“อืม กินแค่บัวลอยก็พอ”

“แล้วข้าวคุณอะ”

“ไปกินข้าวต้มก็ได้”

ข้าวต้มโต้รุ่งร้านเดิมนั่นแหละ




ไอ้คำถามพวก ‘รู้จักกันได้ยังไง’ นั่นน่ะ ปิญชาน์ได้ยินออกจะบ่อย
แล้วเด็กมัธยมอายุยังไม่ถึงเลขสองอย่างเขาก็ตอบอยู่ไม่กี่อย่าง
เรียนโรงเรียนเดียวกัน เคยเตะบอลด้วยกัน เจอกันคาบชุมนุม น้องของเพื่อน เพื่อนของพี่ชาย

ก็ไม่ได้ตอบยากเท่าไหร่

แต่กับคนตรงหน้า…

มันคงอธิบายยากหน่อย

“ไม่กินเหรอ”

คำถามดังขึ้นพร้อมกับบัวลอยถ้วยเล็กที่เลื่อนมาตรงหน้า ปิญชาน์ส่ายหัว “ไม่กินอะ”

“อร่อยนะ”
   
คนเด็กกว่าหลุดขำ มันเป็นเมนูที่เขาแนะนำไม่ใช่เหรอ
   
“มองอะไรครับ”

“คุณหัวเราะได้ด้วยเนอะ”

เอ้า ใครๆ ก็หัวเราะได้ปะ นี่ประชดเหรอ “ทำไมจะหัวเราะไม่ได้อะ คุณไม่เคยเห็นผมหัวเราะหรือไง”

“เคย แต่ไม่ใช่ช่วงนี้”

“พูดเหมือนเจอกันบ่อยอะ”

“ก็ไม่บ่อย”

“กินดิครับ ถ้าใกล้หกโมงผมไปก่อนนะ”

“เดินไปเองสะดวกกว่าอีกเหรอ”

ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายประชดโดยใช้คำพูดของเขามาย้อน
ปิญชาน์ยิ้มมุมปาก ความจริงถ้าตัดเรื่องชอบเอาเงินเอาของมาโยนใส่หน้าไปเอเชียก็ดูไม่ใช่คนไม่น่าคบหาอะไร

อาจจะเป็นคนรู้จักกันที่ดีก็ได้













to be continued...

ตอนหน้ามาฉลองวันเกิดให้เอเชียกัน :-)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.35K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,276 ความคิดเห็น

  1. #4273 Shinamonzsan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:31
    เอเชียดูพยายามมากเลยอะ สู้เขาเธอออ! เธอทำได้!
    #4,273
    0
  2. #4190 YWDF (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 12:37
    หึ้ยยยยย ทำไมดูเหมือนซื่อ แต่น่าจะอาการคนไม่รู้

    55555555
    #4,190
    0
  3. #4180 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:27
    โอ้ยยเอ็นดูมากเลยพี่เอเชีย
    #4,180
    0
  4. #4164 Micky Petch (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:59
    พยายามเข้าเจ้าเอเชีย
    #4,164
    0
  5. #4109 กรอบเลือด (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 17:46
    เอเชียกูเข้าใจ-งงง กูก็โง่และซื่อพอๆกับ-อะ 5555
    #4,109
    0
  6. #4061 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 19:40
    ก็น้องชายไม๊ ส่ายหน้าทำไมหลอคะ
    #4,061
    0
  7. #4027 Spices_smile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 22:38
    พี่ค่อตน่ารัก ถ้าคบกันเเล้วต้องเป็นฮัสกี้เเน่ฟ
    #4,027
    0
  8. #3940 pommys (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 11:02
    ติดน้องเข้าให้แล้ว
    #3,940
    0
  9. #3883 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:05
    เอ็นดูเอเชียจังเลยอ่ะ 5555555
    #3,883
    0
  10. #3839 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:03
    เอ็งลูคนรู้จักโซน
    #3,839
    0
  11. #3829 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 21:31
    เอาวะ เริ่มต้นจากคนรู้จัก
    #3,829
    0
  12. #3795 petamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 16:54
    เอ็นดูอิพี่มากอ่ะ555
    #3,795
    0
  13. #3755 chaaimmeme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:36
    เอ็นดูคนพี่
    #3,755
    0
  14. #3730 mileyduchess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 22:59
    ค่อยๆ ใกล้ชิดกัน ทำความรู้จักกันไปนะ
    #3,730
    0
  15. #3691 jjtk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 19:05
    สงวารความไปไม่เป็นของอิพี่มันจัง 555
    #3,691
    0
  16. #3589 Jady_PC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 02:00
    เริ่มสนิทกันแล้ว
    #3,589
    0
  17. #3562 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:45
    เป็นคนรู้จักก็ดีค่ะน้องชาน์ แต่ถ้าเป็นคนรักจะดีกว่ามาก เปล่าชงง~
    #3,562
    0
  18. #3517 cutieyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 13:56
    สงสารเอเชีย โตมาด้วยเงินมากกว่าความรัก พอมาเจอคนที่ถูกเลี้ยงด้วยความรักแบบน้องก็จะทำอะไรไม่ค่อยถูกไปเลย
    #3,517
    0
  19. #3483 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:33
    เอเชียน้อยยย น้องแอบงอนนะ ชาน์ไม่เล่นด้วย งุ้ยยนน
    #3,483
    0
  20. #3394 Linnada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:07
    คนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความรัก
    กับคนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยเงินนี่แตกต่างกันจริงๆ มีวีธีคิดแตกต่างกัน มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน
    #3,394
    0
  21. #3354 Pedmonxee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:24
    สงสารไปอีกกกกก เอเชียแบบเด็กจริงๆอะ ชาน์เห็นใจพี่เขาหน่อยลูก นางง้อคนไม่เป็น ฮือออ
    #3,354
    0
  22. #3323 dedicatedsj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:36
    เอเชียเหมือนเป็นน้องของชาน์อะ เอาดีๆ 555
    #3,323
    0
  23. #3248 maybee23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 21:26
    เอ็นดูเอเชียอะ นังไม่เคยคนแบบน้องชาน์พอทำน้องโกธรอยากง้อแต่ดันง้อไม่เป็นอีก 555555
    #3,248
    0
  24. #3240 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:27
    เอเชียเป็นคนแบบใช้เงินแบบไม่มีเหตุผลอ่ะ ใช้เงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่คิดเลยว่าจะซื้อไปทำไม ซื้อไปเพื่ออะไร แต่อิจฉาอ่ะ อยากมีชีิวิตแบบเอเชีย555555555
    #3,240
    0
  25. #3214 PINKLAND (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:41
    เอ็นดูคุณเขานะ
    #3,214
    0