ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 2 : Chapter 1 --- ❝ เอเชีย ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,291 ครั้ง
    2 เม.ย. 61




Chapter 1


::

❝ เอเชีย ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐













เอเชีย เป็นทวีปที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลก
แต่ทำไมเอเชียที่เป็นคน ถึงไม่มีใครเลย








‘เอเชีย รัตนพัฒน์พานิชกุล’


เขาไม่ชอบชื่อตัวเองเท่าไหร่ ไม่ชอบพอๆ กับนามสกุล ทั้งที่มันเป็นใบเบิกทางชั้นเยี่ยมสำหรับทุกอย่าง

เอเชียเคาะนิ้วลงที่หน้าขาตัวเองตามจังหวะเพลง รสนิยมทางร้านนับว่าไม่เลว
เป็นเพลงสากลนอกกระแสที่ฟังแล้วยอมรับว่าติดหู เขากวาดตามองขวดเหล้าหรูที่ดีที่สุดในร้าน
ผู้หญิงสวยใส่รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมส่งยิ้มมาให้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่ไม่ทำให้สบายจมูก

ชายหนุ่มย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ในหัวคิดไปถึงเตียงนุ่มๆ แล้วเรียบร้อย

ในขณะเดียวกันเขาก็กำลังคิด

คิดว่าจะกลับไปพักผ่อนคนเดียว

หรือจะพาผู้หญิงที่นั่งจ้องเขาอยู่ขึ้นไปห้องข้างบนด้วยดี

แต่วันนี้เขาคงดื่มเยอะไปหน่อย อารมณ์ถึงได้ไม่มาเลยสักนิด คิดแล้วก็ถอนหายใจ
หยิบกระเป๋าคาดอกหนังสีดำขึ้นมา หันไปบอกนรุจเพื่อนคนนึงในกลุ่ม

“เดี๋ยวกลับก่อนนะ”

“อ้าว” ฝ่ายคนที่กำลังจะเทเหล้าใส่แก้วหันมาทำหน้าเหวอ “ทำไมกลับเร็วจังวะ”

“อืม” เอเชียครางรับสั้นๆ การอธิบายให้มากความไม่ใช่นิสัย “อยู่กันต่อได้ตามสบายนะ บอกร้านให้ส่งบิลไปเก็บที่บ้านกูเหมือนเดิม”

“โอเค ขอบคุณมากนะครับคุณเอเชีย” นรุจยิ้มรับ ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี เป็นธรรมดาเวลาออกมาเที่ยวกับคุณเอเชียของกลุ่ม เพราะหมายความว่าคืนนั้นทุกอย่างฟรี กินดื่มไม่อั้น ไม่เสียเงินสักบาท

เป็นเรื่องปกติที่เอเชียจะเลี้ยงเพื่อน เขาจ่ายทุกอย่างโดยไม่ดูราคา ซื้อทั้งหมดที่พอใจ
ควักกระเป๋าตังค์ยื่นให้โดยไม่ลังเล มีเยอะมากจนใช้คนเดียวไม่หมดอยู่แล้ว
จะมีเพิ่มอีกสัก สอง สาม สี่ หรือสิบคนมาช่วยกันใช้ก็ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งรัตนพัฒน์พานิชกุลร่วงสักเส้นหรอก

เขาเดินออกมาหน้าร้าน บอกคนรับรถแล้วยืนรอไม่นานบีเอ็มสองประตูสีดำก็มาจอดเทียบตรงตีนบันไดทางเข้า
เจ้าของรถส่งเงินให้พนักงานโดยไม่มองว่าเป็นกระดาษสีอะไร ก่อนจะสอดตัวเองเข้าไปนั่งที่เบาะหนัง
รอจนคนด้านนอกปิดประตูให้ ถึงได้ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแล้วเคลื่อนรถออกไปเงียบๆ

รถยุโรปคันหรูแล่นผ่านถนนเส้นยาวย่านใจกลางเมือง เวลานี้รถไม่เยอะเท่าไหร่
เอเชียขับรถไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร็วนัก ดีที่กลับก่อนเวลาตั้งด่าน เขาขี้เกียจวุ่นวายกับการเคลียร์เรื่องเป่าแอลกอฮอล
หักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเมื่อเจอทางแยก ตรงไปอีกนิดก่อนจะชะงัก
ตวัดสายตามองรถด้านหลังพอไม่เห็นว่ามีใครตามมาก็เหยียบเบรกจนมิดในเสี้ยววินาที

“damn!” เขาสบถออกมาในลำคอ  ยกมือเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากตัวเอง หัวใจเต้นแรงเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกะทันหัน

คิดแล้วก็เข้าเกียร์จอด เปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว พ้นความยาวหน้ารถไปก็เจอเด็กผู้ชายคนนึงนั่งหลับตาคิ้วขมวดอยู่ที่พื้น
เอเชียถอนหายใจ ขยับเข้าไปใกล้แล้วทรุดเข่าลง

“เป็นอะไรไหม” อีกฝ่ายนิ่วหน้า นวดหัวเข่าตัวเองไปมา ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่า ไม่มัธยมปลาย ก็เพิ่งขึ้นมหา‘ลัย “เฮ้” เมื่อส่งเสียงเรียกอีกครั้ง คู่กรณีก็ลืมตามอง

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มสะท้อนกับไฟทาง หรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะจ้องเขาเขม็ง “ขับรถยังไงอะคุณ ไฟทางม้าลายมันเขียวอยู่ไม่เห็นเหรอ”

เอเชียเลิกคิ้วขึ้น เงยหน้ามองแล้วก็เป็นจริงอย่างที่คนตรงหน้าว่า คนผิดคือเขาเอง “ขอโทษนะครับ ผมผิดเอง” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงนิ่ง ลุกขึ้นแล้วส่งมือให้คนที่นั่งอยู่บนพื้น แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าพลางขยับลุกเอง พอยืนเหมือนกันแล้วถึงได้รู้ว่าเขาสูงกว่าเป็นสิบเซ็นต์

“...” คนทำผิดเหลือบตามองเข่าที่มีเลือดซิบจากการหกล้มของผู้เสียหาย ก่อนจะล้วงเอากระเป๋าเงินขึ้นมาเปิด หยิบแบงค์พันออกมา ไม่ได้นับว่ากี่ใบแค่กะเอาจากสายตาแล้วส่งให้ “ค่าทำแผลครับ”

คนบาดเจ็บก้มลงมองเงิน ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วมองมันสลับกับใบหน้าอีกฝ่าย “เข่าผมแค่ถลอก ไม่ได้กระดูกทิ่มออกมา”

“ฮะ?” เสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยทำให้เอเชียเผลอหลุดปาก

“เงินมันมากไปไง แล้วถึงจะน้อยผมก็ไม่เอา ไม่ได้เป็นไร”

“ก็ค่าทำแผล ค่าเสียหาย”

“ไม่มีอะไรเสียนอกจากเสียเวลา” เด็กหนุ่มถอนหายใจ “ต่อไปก็ขับรถระวังหน่อย แผลที่เข่านี่ล้างน้ำก็หาย”

แบบนั้นก็ได้เหรอ

เอเชียมองตามอีกฝ่ายที่เดินจากไปอย่างงุนงง ไม่เอาอะไรเลย แม้แต่คำขอโทษ?

เห็นเด็กหนุ่มตรงไปที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งตรงตึกแถวที่ห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ประมาณสี่เมตร
และไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้ขึ้นรถขับไปจอดหน้าร้านที่ว่านั่น
มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นคนเมื่อครู่เริ่มถือถาดเสิร์ฟอาหารแล้ว เขาดับเครื่องและลงจากรถ

ผู้หญิงมีอายุที่ยืนอยู่หน้ากระทะดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้านหันมามองเขา
สายตาบ่งบอกถึงความไม่เข้ากันของเครื่องแต่งกายเขากับสถานที่

แต่งตัวแบบนี้เข้าร้านข้าวต้มตึกแถวข้างทางอาจจะไม่แปลกเท่าไหร่

ถ้าเทียบกับเหตุผลที่เดินเข้ามา

เอเชียนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติก วางแขนสองข้างลงบนโต๊ะสีเงินที่มีรอยบุบเล็กน้อย
ก่อนจะสบตาเข้ากับเด็กเสิร์ฟที่มีแผลถลอกตรงเข่าข้างขวา

“อาชาน์รับแขกหน่อย” สำเนียงจีนดังลั่นร้าน เอเชียชะงักนิดหน่อย ไม่คุ้นกับบรรยากาศ

เจ้าของชื่อเดินมายืนข้างโต๊ะ ขมวดคิ้วของแขกคนใหม่ “รับอะไรครับ”

“ชื่ออาชาน์?”

คนถูกถามถอนหายใจ “ชื่อชาน์ ปิญชาน์” ไม่รู้แกล้งกวนตีนหรือถามพาซื่อจริงกันแน่ ไม่เคยได้ยินคนจีนเรียกใครด้วยคำว่าอานำหน้าหรือไง

“ปิญชาน์…”

“รับอะไรครับ” ปิญชาน์ถามย้ำ จงใจไม่เอ่ยถึงเหตุผลในการตามเขาเข้ามาในร้าน คนตรงหน้าอาจจะนึกคึกอยากกินข้าวต้มขึ้นมาหลังจากเกือบขับรถชนลูกจ้างร้านอย่างเขาก็ได้ ใครจะรู้

“อ่า...” คนไม่เคยเข้าร้านลักษณะนี้ครางเสียง กวาดตาไปรอบๆ ก่อนจะก้มมองเมนู

ปิญชาน์หรี่ตามองผู้ชายตัวสูงในเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีสีขาว สังเกตเขาในเวลาสั้นๆ ก่อนถอนหายใจ

หน้ายุ่งเชียว

“เลือกก่อนไหมครับ แล้วค่อยเรียกผมก็ได้”

เอเชียเงยหน้ามองอีกครั้ง “ทำงานที่นี่ทุกวันเลยเหรอ”

ปิญชาน์นิ่งไปรู้สึกสงสัยในคำถาม แต่สุดท้ายก็ยอมตอบ “เฉพาะวันธรรมดา”

“อืม...”

“ตกลงสั่งอะไรดีครับ”

“เอาอะไรก็ได้มาสี่อย่าง”

คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้น อยากถามว่ากวนตีนจริงๆ ใช่ไหม แต่มีหัวคิดพอเลยไม่ได้พูดอย่างนั้นออกไป “อะไรก็ได้เลยเหรอ”

“อือฮึ”

ก็อยากจะถามต่ออีกหรอกว่ามาคนเดียวสั่งสี่อย่างเนี่ยจะกินกี่คน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกนั่นแหละ

“เอาข้าวต้มไหมครับ”

“อ่า...เอา”

“ข้าวขาวหรือใบเตย”

“อะไรก็ได้”

คิดอะไรเองไม่เป็นเลยเหรอวะ
   
“ครับ รอสักครู่”
   
ใช้เวลาไม่นานเมนูอาหารที่เด็กเสิร์ฟคิดเองจดเองก็มาเสิร์ฟ
   
“...”

“ยำกุนเชียง ผักบุ้งไฟแดง ผัดฉ่ารวมมิตร กุ้งแช่น้ำปลา แล้วก็ข้าวใบเตยครับ” ปิญชาน์ไล่บอกชื่ออาหารหลังจากวางทุกจานลงบนโต๊ะแล้ว คนไม่ได้สั่งเงยหน้ามองเขาสลับกับอาหารเต็มโต๊ะ ใบหน้านิ่งสนิทที่อ่านความคิดไม่ออกดูไร้อารมณ์เกินไป

เขารอจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายคงไม่พูดอะไร ถึงได้เดินหลบออกมารับแขกโต๊ะอื่นต่อ
หันไปมองทิ้งท้ายอีกครั้ง เห็นคุณชายเขายังนั่งแข็งทื่อไม่ยอมจับช้อนแล้วก็นึกขัน

หวังว่าคงกินได้








ตลกชะมัด

ปิญชาน์ใช้ข้อนิ้วชี้ถูไปมาใต้จมูกตัวเองซ่อนรอยยิ้มตอนเห็นบางคนนั่งหน้าแดงปากแดง
มือซ้ายจับแก้วน้ำไม่ห่าง เปิดน้ำไปสองขวดแล้ว และมีทีท่าว่าจะต้องเปิดขวดที่สาม
กินเผ็ดไม่ได้ยังมีหน้ามาสั่งอะไรก็ได้อีก เลยกลายเป็นเหมือนเขาแกล้งอีกฝ่ายทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ

ก็เล่นเผ็ดทุกจานเลยนี่นะ

แต่ก็ไม่ใช่ความผิดเขาสักหน่อย


เอเชียดื่มน้ำเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ จากที่ตอนแรกกรึ่มๆ ก็กลายเป็นสร่างสนิท เขาใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ขมับ
วางช้อนลงอยากยอมแพ้ ความจริงไม่ได้หิวตั้งแต่แรกแล้ว จากที่คิดว่าลองกินสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
มาตอนนี้ลิ้นที่ไม่ค่อยได้เจอพริกหรือเครื่องเทศเผ็ดๆ ก็ชาหนึบ ปากเห่อร้อน เหมือนมีไฟเผาให้ไหม้

สุดท้ายอาหารทุกจานก็ถูกกินไปแค่จานละสองสามคำ ข้าวใบเตยถ้วยเล็กกลับเป็นอย่างเดียวที่หายไปเกือบครึ่ง
ขนาดคิดจะใช้ข้าวดักความเผ็ด แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่เลย

ปิญชาน์ที่นั่งมองอยู่เงียบๆ หลุดยิ้มออกมาจนได้ตอนที่คนปากแดงตรงนั้นส่งเสียงเรียก

“คิดเงินนะครับ” คนเด็กกว่าถาม หยิบสมุดจดที่เหน็บไว้ตรงเอวมาถือ นับเลขในใจ “สามร้อยยี่สิบบาทครับ”

เอเชียใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ถูกรีดจนเรียบและสอดไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างดีมาเช็ดปาก
ล้วงเอากระเป๋าเงินขึ้นมาหยิบแบงค์ห้าร้อยส่งให้อีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้น คนที่เพิ่งรับเงินไปก็ตกใจใหญ่

“ไปไหนครับ”

“กลับ”

“ผมยังไม่ได้ทอนเงินเลย”

“ไม่ต้องทอน”

ได้ยินแบบนั้นแล้วปิญชาน์ก็ชะงัก ไม่ต้องทอนอะไรวะ สามร้อยยี่สิบให้มาห้าร้อย

“เดี๋ยว”

เอเชียหยุดเท้าที่กำลังจะก้าว หันไปสบตาคนรั้ง “ครับ”

“ทิปเยอะเกินไปแล้วครับ”

“ผมไม่เก็บเงินทอน”

“ฮะ”

“เอาไปเถอะ” จบคำคนตัวสูงก็เดินตรงออกจากร้านทันที ไม่เปิดจังหวะให้คนที่ยืนงงกับคำพูดเมื่อครู่ได้เอ่ยปากต่อคำ ปิญชาน์อ้าปากค้าง ทึ่งกับสิ่งที่ได้ยินจนไม่รู้จะอธิบายยังไง


คนบ้าอะไรไม่เก็บเงินทอนวะ!
















✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗
















เอเชียติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายก่อนจะยัดชายเสื้อเขาในกางเกงเอวต่ำสีขาวครีมที่ใส่บ่อย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาเลยหยิบมาดู ข้อความแจ้งเตือนรูดบัตรเครดิตปรากฏบนหน้าจอ
อ่านจำนวนเงินคร่าวๆ แล้วกดล็อกก่อนจะใส่ลงกระเป๋ากางเกง

เขาหยิบถุงเท้าที่จัดวางตามช่องสี่เหลี่ยมในลิ้นชักมาใส่ เดินลงไปด้านล่างเห็นรองเท้าผ้าใบสีขาววางอยู่ที่ตีนบันได
อาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้รอที่ห้องกินข้าวทุกวันไม่ว่าเขาจะกินหรือไม่
ซึ่งวันนี้เอเชียใส่รองเท้าและไม่แม้แต่จะมองไปที่ห้องอาหาร

กินข้าวคนเดียวเป็นเรื่องปกติ แต่เขาจำไม่ได้แล้วว่าล่าสุดที่คิดว่าอาหารอร่อยคือมื้อไหน

หรืออาจจะเป็นเมื่อคืน?

ลูกชายคนเดียวของบ้านยิ้มมุมปาก เป็นสีหน้าที่แม่บ้านที่ยืนรอรับใช้อยู่ใกล้ๆ รู้สึกประหลาดใจ
คุณชายของเธอยิ้มแบบนี้ก็เป็นด้วย ยิ้มได้ไม่นานเขาก็ส่ายหัว

ไม่ล่ะ

เผ็ดจนเจ็บลิ้นขนาดนั้น







รถสปอร์ตสีดำคุ้นตาขับผ่านประตูมหา‘ลัยโดยมีสายตาของคนรอบข้างมองตามเหมือนเช่นทุกวัน ใครๆ ก็รู้ว่ารถคันนั้นใครเป็นคนขับ
เอเชีย รัตนพัฒน์พานิชกุล นักศึกษาปีสี่คณะบริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
ลูกชายคนเดียวของตระกูลที่รวยติดอันดับประเทศ หน้าตาดีจนเป็นที่จับตามอง แต่ทำยังไงก็ไม่คิดเข้าวงการ
แม้แต่เป็นตัวแทนเดือนคณะไปชิงตำแหน่งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าถ้ามีชื่อเขาในใบประกวดรางวัลชนะเลิศจะเป็นของใครก็ยังไม่ยอม

“อ้าวเอเชีย” มาร์คยิ้มมุมปาก ยกมือทักทายเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใต้อาคารเรียน “เมื่อคืนกลับเร็วจังวะ หันมาอีกทีหายไปแล้ว”

เขาพยักหน้า “อืม อยากนอน”

หนุ่มผิวแทนหรี่ตาลง “เมื่อคืนโมมองมึงตาเป็นมัน นึกว่าจะหายกันไปสองคน ที่ไหนได้หันมาอีกทีมึงไม่อยู่ แต่โมนั่งหงุดหงิดที่เดิม”

“แล้วใครพากลับ”

“ไม่มีสิวะ” นรุจเอ่ยปาก “เขาจ้องแต่มึง”

แน่ล่ะ เลี้ยงอย่างดีไม่ต้องจ่ายสักบาท อยากได้อะไรก็แค่เอ่ยปาก ซ้ำยังได้ควงเจ้าชายของมหา‘ลัย
ยิ่งไปกว่านั้นเวลาเขาตกปากรับคำจะคบกับใครก็ไม่เคยคุยซ้อนสักครั้ง
คุณสมบัติครบถ้วนที่ทำให้คนข้างกายกลายเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุด

แล้วใครจะไม่อยากเป็นคนของเอเชียบ้าง

“เออ วันก่อนกูเห็นน้องปันมานั่งรอมึงใต้ตึก” มาร์คพูดพลางยกแก้วกาแฟโลโก้เขียวขึ้นมาดูดอึกใหญ่ “ตั้งแต่เลิกก็ไม่ได้คุยเลยเหรอวะ”

“ไม่ได้คุย”

“เสียดาย น้องสวยจะตาย”

“อืม สวย” แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยึดเอเชียไว้ได้ “แต่ไม่ได้รัก”

นรุจส่ายหน้า “ก็ไม่เห็นมึงจะรักเลยสักคนตั้งแต่คบมา” คงเป็นข้อเสียเพียงอย่างเดียวสำหรับการคบกับเขา

“ก็คิดว่าจะได้”

คบกับใครเขาก็คิดว่าจะรักได้ ถ้าคิดตั้งแต่แรกว่าจะไม่รักก็คงไม่คบ


แต่น่าเสียดายที่ไม่เกิดความรู้สึกนั้นขึ้นกับใครเลยเสียที…









“คืนนี้ไปไหนกันดีวะ” นรุจหนุ่มนักกีฬาประจำคณะพูดขึ้นระหว่างเดินออกจากห้องเรียน ยืดสองแขนขึ้นบิดขี้เกียจ “พวกกิมชวนไปVIP”

มาร์กยิ้มร่า ส่ายคอไปมาอย่างอารมณ์ รายนี้ไม่เคยพลาดหรอกปาร์ตี้ ยิ่งถ้ามีเอเชียไปด้วยก็ยิ่งติดปีก “กูไปอยู่ละ เมื่อวานยังไม่สุดเลยว่ะ” ขนาดไม่สุดเลขบนบิลที่มาส่งบ้านเอเชียยังห้าหลักเลย “มึงไปปะเอเชีย”

“ดูก่อน อาจจะตามไป”

“อ้าว แล้วมึงไปไหน”

“นัดนาไว้”

“นา...” นรุจหยุดคิด “นาไหนวะ”

“บีนา”

“ดาวนิเทศปีนี้?”

คนตัวสูงล้วงหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง “อืม”

“เชี่ย ไปคุยเมื่อไหร่” คนตัดสกินเฮด ทำตาโตอย่างสนใจ “ไม่เห็นรู้เลย คนนี้อย่างเด็ด บึ้มสุดๆ”

“เออกูจำได้” มาร์คเสริม “พวกหลังห้องแม่งคลั่งฉิบหาย”

“ตอนประกวดนี่ผู้ชายจ้องกันตาแทบถลนอะ สุดท้ายก็โดนไอ้มหาเดือนสอยไปว่ะ”

คนที่ได้รับฉายามหาเดือนยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่าสาวน้อยคณะไหนเป็นคนเริ่มเรียกก่อน
รู้มาว่าเพี้ยนจากมหาเมนของกลุ่มแฟนคลับนักร้องเกาหลีอะไรสักอย่าง
ช่วงแรกเจ้าของฉายาก็ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่หลังๆ มาก็เห็นเฉยไป

ยิ่งยิ้มนิดๆ แบบนี้ยิ่งหล่อสะบัด เดือนตัวจริงปีนั้นคงอยากกัดลิ้นตายวันละหลายหน
ไม่รู้จะรับตำแหน่งไปทำไมในเมื่อคนทั้งมหา‘ลัยไม่เห็นหัว มัวแต่มากรี๊ดไอ้หน้าหล่อที่ไม่แม้แต่จะยอมลงประกวดเนี่ย

ท่าทางสบายๆ เหมือนกำลังอารมณ์ดีแบบนั้นทำให้เพื่อนในกลุ่มถามต่อด้วยทีเล่นทีจริง “ได้กันยัง”

“เพิ่งคุยกันเอง” เอเชียตอบกลับ หน้ายังนิ่งเหมือนเดิม

ไม่รู้ว่าเพราะไม่มีอารมณ์ร่วมกับอะไรสักอย่าง หรือเพราะเก็บความรู้สึกเก่งกันแน่

“พนันเลยรุจ ภายในอาทิตย์นี้” มาร์คพูดขึ้น ทุบกำปั้นลงบนมือตัวเอง

“กูว่าวันนี้” คนถูกชวนพนันเอ่ยปากอย่างมั่นใจ

“ถามจริง” มาร์คหัวเราะ “เร็วจัด”

“สถิติเท่าไหร่วะ เจอกันพักเที่ยง ตอนกลางคืนไปต่อร้านเหล้า เกือบได้กันกลางโต๊ะ”

“มึงจำผิดกับของตัวเองหรือเปล่าไอ้รุจ”

“เออว่ะ หรือจำผิดกับของมึง คุณเอเชียไม่ใช่คนประเจิดประเจ้อนี่หว่า”

คนที่เป็นหัวข้อพนันส่ายหัวเล็กน้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อมันสั่นเตือน จ้องอยู่ไม่นานก็เก็บใส่กระเป๋าตามเดิม “ไปแล้วนะ”

นรุจเลิกคิ้ว “สาวเรียกแล้วเหรอ”

“อืม”

“ฮั่นแน่ะ ยังไงถ้าได้วันนี้อย่าลืมบอกพวกกูด้วยนะ”

“ไร้สาระน่า”

มาร์คหัวเราะ “เออ ยังไงบอก ถ้าไปก็เจอที่ร้าน”

“เดี๋ยวไลน์ไป”

ทั้งสามคนพยักหน้าให้กัน เอเชียเดินแยกออกมาแล้วตรงไปที่รถ

‘นาเลิกแล้ว เจอกันหน้าตึกนะคะ’

เพื่อจะขับไปหาเจ้าของข้อความที่ส่งมาเมื่อครู่














to be continued...

ตอนแรกมาแล้ว~ เรื่องนี้จะอัพทุกวันจันทร์นะคะ ^^
ตอนนี้ลงนิยายบ่อยจนมีคนอ่านจะเปลี่ยนนามปากกาจาก afterday เป็น every ให้แล้ว ถถถถถถ

พูดคุยในทวิตฝากติด #ราคามูลค่า ด้วยเน่อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.291K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,276 ความคิดเห็น

  1. #4247 Choo_only (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:30
    เอเชียดูเหงาๆ แนะนำให้เลี้ยงแมวค่ะ สบายใจขึ้นระดับนึงเลย
    #4,247
    0
  2. #4238 similunkh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 07:40
    รับสมัครหมาไหมค้าาาคุณเอเชีย
    #4,238
    0
  3. #4226 Wiwha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 19:27
    กลิ่นความรวยพุ่งออกมาจากจอ 55555
    #4,226
    0
  4. #4184 YWDF (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:09
    รวยไปไหน เกิดเป็นสัตว์เลี้ยงบ้านนางจะคุ้มปะ 555555555
    #4,184
    0
  5. #4173 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:33
    ที่บ้านมีแมวหรือยังจะสมัคร รวยไม่ไหว
    #4,173
    0
  6. #4146 PNBMteera (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 01:02
    พระเอกรวยไป๊....
    #4,146
    0
  7. #4084 matchaoreo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:20

    รวยไม่ไหว ที่บ้านมีหมารึยังค้าจะขอสมัคร555555

    #4,084
    0
  8. #4021 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 21:42
    รวยค่ะ
    #4,021
    0
  9. #3990 Mykook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 11:26
    อยากรวยแบบพี่เอเชีย "ผมไม่เก็บเงินทอน "
    #3,990
    1
    • #3990-1 demonheart(จากตอนที่ 2)
      8 เมษายน 2563 / 12:13
      จริงงงงง
      #3990-1
  10. #3970 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 01:14
    กลับมาอ่านอีกครั้งเพราะน้องฟลุ้ครีวิว😊😊😊😊
    #3,970
    0
  11. #3934 pommys (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:07
    มีแต่เพื่อนกินทั้งนั้น
    #3,934
    0
  12. #3876 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:40
    น้องปิญชาน์ดัดนิสัยคนรวยหน่อยลูก
    #3,876
    0
  13. #3806 sawikae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 22:19
    เพื่อนจะเ-้ยไม่อ่าา
    #3,806
    0
  14. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 04:49
    เพื่อนจะจริงใจบ้างมั้ยนะ
    #3,797
    0
  15. #3776 rattanalak44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:02
    เพิ่งได้อ่าน
    #3,776
    0
  16. #3724 mileyduchess (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 18:07
    ไม่ชอบเพื่อนปลิงของเอเชียเลย เกาะเพื่อนกินอะไรขนาดนี้อะ
    #3,724
    0
  17. #3583 Jady_PC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 23:35
    ดูโดดเดี่ยวจัง มีเงินเยอะแต่โดดเดี่ยวก็ไม่มีค่าอะไรเลย
    #3,583
    0
  18. #3556 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:05
    ไม่รู้ว่าเพื่อนจริงใจมั้ย แต่เกาะกินตลอดแบบนี้ รู้สึกไม่ชอบเลย ถึงเจ้าตัวจะเต็มใจก็เถอะ
    #3,556
    0
  19. #3466 RealThxnB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:58
    อยากให้มีเพื่อนจริงใจนะคะ ฮือออ
    #3,466
    0
  20. #3438 moooo_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 03:47
    ทำไมรู้สึกว่าพวกเพื่อนจะเกาะเอเชียเลยอ่ะแงงง แต่พี่แกก็รวยจริงแบบโคตรคุณชายแต่ก็ดูไม่มีความสุขเลย;-;
    #3,438
    0
  21. #3317 dedicatedsj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:22
    เอเชียดูอ้างว้างมากอะ เงินมีแบบใช้ไม่หมด แต่ครอบครัวไม่มีเวลาให้เลย
    ตอนไปกินข้าวต้มร้านที่ชานน์ทำงานอยู่น่ารักดีอะ
    #3,317
    0
  22. #3308 boompr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 00:59
    ดูมีแต่ความโดดเดี่ยวตัวคนเดียวนะ ถึงแม้จะมีเพื่อนแต่ว่ายังดูเหงามากมาก
    #3,308
    0
  23. #3299 PuleunBam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 23:00
    รวยแบบเหงา ๆ อยู่ในโลกอย่างนี้แบบช่วยไม่ได้
    #3,299
    0
  24. #3242 maybee23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:57
    เอเชียดูไม่ค่อยอินกับอะไรเลย ขนาดมีเพื่อนเกาะเป็นปิงยังเฉยๆเลย
    #3,242
    0
  25. #3233 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 23:39
    เพื่อนพระเอกแต่ละคนคือ
    #3,233
    0