ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 18 : Chapter 17 --- ❝ วงล้อ ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,302 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61




Chapter 17

::

❝ วงล้อ ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐








เขาว่ากันว่าในเวลาที่มีความสุขจนเกินบรรยาย นั่นหมายความว่าวงล้อชีวิตได้หมุนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
ซึ่งอีกไม่นานมันจะค่อยๆ ขยับวน พาความรู้สึกต่ำลงมา
ย้ำเตือนเสมอว่าไม่ควรพลั้งเผลอ เพราะไม่มีความรู้สึกไหนคงที่เป็นอนันต์
และเมื่อเคลื่อนตัวลงมาสู่จุดที่ต่ำสุด...มันก็จะไม่ค้างอยู่อย่างนั้นเช่นกัน






ปิญชาน์ขยับตัวไปมาอย่างเมื่อยล้าเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก เขารู้สึกเหมือนเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงชั่วโมง
เจ้าตัวขยี้ตาไปมาแล้วยันตัวลุกขึ้นจากฟูก หันไปมองโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่วางอยู่ใกล้ๆแล้วเอื้อมมือไปหยิบ
   
เขาอมยิ้มตอนเห็นข้อความจากแอพสนทนาที่หน้าจอ
ยังไม่ชินกับโทรศัพท์เครื่องใหม่สักที แม้จะผ่านมาหลายเดือนมากแล้ว
   
‘พี่เชนทร์ซื้อให้ชาน์เหรอ’ เด็กหนุ่มทำเสียงดัง เงยหน้ามองพี่ชายอย่างตกใจ

คเชนทร์ยิ้มกว้าง ‘อื้ม ของขวัญวันเกิด’ เขาคิดมาตั้งนานแล้วว่าอีกฝ่ายควรจะมีโทรศัพท์ดีๆ ไว้ใช้ จะได้ติดต่อกับเพื่อนคนอื่นได้ง่าย ยิ่งเข้ามหา‘ลัยแล้วเรื่องพวกนี้ก็สำคัญ ถึงจะไม่ใช่รุ่นใหม่และคุณสมบัติสูงสุดแต่ก็ดีกว่าเครื่องเดิมของเจ้าตัวโข

‘วันเกิดพี่เชนทร์ก็พาชาน์ไปเลี้ยงข้าวแล้วนี่’ ปิญชาน์ก้มมองกล่องโทรศัพท์มือถือนี่ห้อดังที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นเจ้าของ ‘โหย ไม่น่าซื้อเลยอะ เครื่องเก่าชาน์ก็ยังใช้ได้’
   
‘มันมีแอพพวกนี้ที่ไหนเล่า ชาน์เรียนมหา‘ลัยแล้ว เวลาคุยงาน ส่งงานหรือติดต่อกับคนอื่นก็ง่ายกว่า’
   
‘มันแพง’
   
‘ไม่หรอกน่า พี่อยากให้ เราอุตส่าห์สอบติดทั้งที’ คเชนทร์เอ่ยเสียงอ่อน ‘แต่ให้ช้าไปหน่อย ไม่เป็นไรเนอะ’
   
‘…’
   
‘ไม่ต้องมาทำหน้าเกรงใจ’ คเชนทร์เอื้อมมือไปยีผมน้อง ‘ไปขอบคุณเอเชียด้วยล่ะ’
   
‘ครับ?’
   
‘พี่ออกกับเอเชียคนละครึ่ง’
   
‘ทำไมอะ’
   
‘ก็เขานั่นแหละมาบอกอยากซื้อโทรศัพท์ให้เรา แต่พี่ว่าเราคงดื้อไม่รับแน่ๆ ต่อให้เป็นของขวัญ’
   
ก็แน่ล่ะ ซื้ออะไรให้ทีชอบเลือกแต่แพงๆ ‘…’
   
‘พี่เลยบอกจะซื้อเอง แต่เขาเสนอให้ออกคนละครึ่ง’
   
‘เปลืองเงินเปล่าๆ อะ นี่ชาน์เรียนมาหลายเดือนแล้ว ไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร’
   
‘เดี๋ยวเรียนไปเรื่อยๆ ชาน์จะรู้ว่ามันก็สำคัญ’ คนโตกว่ายิ้มเอ็นดู ‘นี่พี่ก็อุตส่าห์เลือกรุ่นเก่าหน่อยแล้วนะ แฟนเราเกือบหยิบรุ่นล่าสุดท็อปสเปคไปจ่ายแล้ว’
   
‘...ขอบคุณนะครับ’
   
‘ครับ’ พี่ชายหัวเราะ จับแก้มเด็กหนุ่มดึงเบาๆ ‘ยินดีด้วยนะครับชาน์’

ปิญชาน์พรูลมหายใจพลางยิ้มมุมปาก ถอยออกมาจากความทรงจำก่อนจะปาดนิ้วเลื่อนเข้าไปอ่านข้อความจากเพื่อนมัธยมตัวแสบ
   

ใครบอกมหาลัยสบาย ☠ (4)
-----------------------------------------
06:11


Klaaaa.nitade
เสาร์นี้ตกลงยังวะ
กูกลับจากค่ายวันศุกร์ ชิวๆ

06:14

Töng
เชี่ยไมมึงตื่นก่อนกูวะ
กูสายแล้วเนี่ยๆๆๆ

06:17

Klaaaa.nitade
เร็วๆ เลยมึง หกครึ่งนะว้อย
   
Töng
พี่วินแทบจะเหาะแล้ว
ให้กูกลัวตายบ้างเหอะ!

06:21
   

Ohm-
กูยังไม่ได้นอน

Töng
เชี่ยโอม เสาร์นี้เบี้ยวอีกปะเนี่ยสัด

Ohm-
กูอาจจะยังไม่ได้ เรียนหนักฉิบหาย
อยากนอนอิ่มๆ
แม่งเอ๊ย

Klaaaa.nitade
โถคุณหมอ
กรวดน้ำให้นะครับ
@Töng ผ่านลานข้าวซื้อนมปั่นให้ด้วย

Töng
@Klaaaa.nitade Xวย


อ่านข้อความที่ค้างอยู่แล้วก็หัวเราะ ปิญชาน์ค่อยๆ ขยับนิ้วโป้งจิ้มคีย์บอร์ดทีละตัว
แป้นอักษรเล็กทำให้เขาพิมพ์ช้า ไม่ถนัดกับ วิธีสัมผัสหน้าจอแบบนี้ มันกะระยะยาก
แต่อาจจะเป็นแค่เฉพาะเขาคนเดียวก็ได้ เพราะเพื่อนแต่ละคนพิมพ์เร็วจนตามอ่านแทบไม่ทัน



ใครบอกมหาลัยสบาย ☠ (4)
-----------------------------------------
06:45


Pin-cha
ตื่นเช้ากันจนน่าตกใจเลย

Töng
ไอ้ชาาา
หายไปเลยนะมึงอะ

Pin-cha
งานเยอะ
เมื่อคืนเกือบโต้รุ่ง

Klaaaa.nitade
เสาร์นี้ยังไง ที่นัดกันบ้านไอ้ตอง
ไอ้โอมไม่ได้ละหนึ่ง

Töng
มึงมาเหอะ
กูเบื่อหน้าเชี่ยกล้าจะแย่ละ
วันๆ เจอแต่มัน

Klaaaa.nitade
มึงคิดว่ากูเจริญตามากมะ

Töng
olo

Pin-cha
เดี๋ยวบอกอีกที
%ต่ำ
พุธหน้าสอบแล้วด้วย

Klaaaa.nitade
ชิท
งั้นหลังสอบนัดอีกทีก็ได้วะ

Töng
เอ้ย แล้วงานรับปริญญาคุณเขาอะ

Klaaaa.nitade
เออ เตือนกูด้วย
จะไปช่วยคุณเขาถือของ เช็ดเหงื่อ เสิร์ฟน้ำเอง
พวกกูกตัญญู เลี้ยงไม่เสียบอนชอน

Töng
ไม่เสียข้าวสุกปะวะ

Klaaaa.nitade
แล้วตอนนั้นคุณเขาเลี้ยงไร

Töng
olo

06:53

Pin-cha
คุณเขารับจริงวันเสาร์หน้า ไปหลังเที่ยงอะ
มึงตามไปที่มหา‘ลัยกูเลย กูไปแต่เช้า

Klaaaa.nitade
มีความดูแลแฟน

Töng
เหม็งฟามรั๊ก

Pin-cha
ทำเหมือนมึงไม่มีเลยตอง

Klaaaa.nitade
ว่าไม่ได้นะฮะ
คนนี้เกินสามเดือนแล้วนะฮะ

Töng
เหมือนคนนี้จะสปีชีย์เดียวกันว่ะ
ไม่ต้องอิจนะ อิอิ
ไอ้เชี่ยกล้า มึงปาไรมา!!

Klaaaa.nitade   
รำคาญ

Pin-cha
จะเจ็ดโมงแล้ว เดี๋ยวกูไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน
แล้วคุยกัน

Klaaaa.nitade
Kk

Töng
แจกัน


-----------------------------------------






“ชาน์...”

ปิญชาน์วางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน หันไปมองคนที่พลิกตัวมาวางแขนพาดเอวเขา “ตื่นแล้วเหรอครับ”

“อือ...” เอเชียขยี้ตา ขยับตัวยกศีรษะวางบนตัก

“เดี๋ยวผมต้องลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วอะ เรียนเก้าโมง”

“เดี๋ยวไปส่ง”

“พี่นอนต่อเถอะ เดี๋ยวผมนั่งรถเมล์ไป”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวส่งเสร็จกลับบ้านด้วย”

ปิญชาน์เกลี่ยผมหน้าที่ปิดตาอีกคนออกให้ “ก็นอนให้พอก่อนแล้วค่อยกลับไง เมื่อคืนก็อยู่เป็นเพื่อนจนดึกเลย”

“เดี๋ยวไปส่ง” เอเชียย้ำคำเดิมทั้งที่ตายังลืมไม่เต็มที่

“งั้นเดี๋ยวผมอาบน้ำก่อนนะ”

ปิญชาน์มองคนที่กลิ้งตัวไปหนุนหมอนตามเดิมแล้วอมยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากฟูกขนาดใหญ่ที่ซื้อมาใหม่เมื่อต้นเดือนก่อน
เพราะหลังจากอีกฝ่ายเรียนจบก็มาค้างที่บ้านเขาบ่อยขึ้น
พอต้องนอนบนเบาะบางๆ แทบทุกวันก็กลัวว่าหลังจะเป็นอะไรไปก่อน

“พี่เอเชีย”

“หือ” เจ้าของชื่อลืมตา ยิ้มบางเมื่อเห็นหน้าปิญชาน์ชะโงกมามอง

“ผมเสร็จแล้วนะ”

“ครับ” เอเชียยันตัวลุก มองอีกฝ่ายในชุดนักศึกษายืนรอ “เดี๋ยวพี่ขอล้างหน้าแปรงฟันแป๊บนึง”

“กินข้าวเช้าเลยไหมครับ มีแซนวิสไข่ เดี๋ยวผมใส่กล่องไปให้”

“เอาครับ”

ปิญชาน์พยักหน้า เอียงคอเล็กน้อยเพราะความตกใจตอนอีกฝ่ายเดินมาลูบท้ายทอย

เดี๋ยวนี้สัมผัสนิดหน่อยก็ทำให้เขินได้แล้ว...









“ขับรถกลับบ้านดีๆ นะครับ” ปิญชาน์ปลดเข็มขัดนิรภัย หันไปพูดกับคนที่มาส่งเขาทั้งชุดนอนอย่างที่ทำเป็นประจำ

“สี่โมงพี่มารอที่เดิมนะ”

“วันนี้ผมมีไปคุยงานกับเพื่อนต่ออะ น่าจะเสร็จประมาณหกโมง”

“แล้วที่นัดพี่เชนทร์กินข้าวอย่าลืมนะครับ”

ปิญชาน์พยักหน้า “ไม่ลืมครับ แต่นัดไว้ทุ่มนึงทันไหมอะ”

“น่าจะทัน หกโมงพี่มารอ เสร็จแล้วก็รีบออกมานะ”

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ ลงจากรถแล้วโบกมือให้คนรักอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง
หันไปมองเจอเพื่อนที่เพิ่งมาสนิทกันเมื่อวันปฐมนิเทศยืนกระโดดโหยงๆ อยู่อีกฝั่ง
เจ้าตัวมองซ้ายขวาระวัลก่อนจะข้ามมาหา ยิ้มทักทายเขาแล้วหันไปยกมือสวัสดีคนบนรถ

“สวัสดีครับพี่เอเชีย”

เอเชียยิ้มบาง พยักหน้ารับ บอกลาปิญชาน์อีกทีก่อนจะรับรถออกไป สองนักศึกษามองตามเล็กน้อยถึงหันมาคุยกัน

“เจอกี่ทีก็หล่อมากเลยเนอะแฟนชาน์เนี่ย”

“วีอย่าไปชมมากเลย”

วี เป็นผู้ชายตัวเล็ก สูงประมาณจมูกเขา พูดเก่งร่าเริงดูเป็นคนพลังงานสูง แถมยังเข้ากับคนง่าย
จำได้ว่าเจอกันวันแรกก็คุยจ้อจนเขาพูดไม่ทัน อยู่ด้วยกันแล้วก็สนุกดี
คงเพราะอีกฝ่ายดูอ้อนแอ้น เพื่อนในห้องเลยเอ็นดูและชอบเล่นด้วยเป็นพิเศษ

“แฟนเพื่อนหล่อก็ต้องอวยเป็นธรรมดา”

ปิญชาน์หัวเราะ ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ที่มีคนพูดแบบนี้ด้วย ครั้งแรกที่อีกฝ่ายถามเรื่องคนที่มารับส่งบ่อยๆ นี่ใจเต้นแทบแย่
กลัวว่าพูดไปแล้วจะถูกมองไม่ดีหรือแอนตี้ กลายเป็นว่าเจ้าตัวตาวาวเหมือนเจอเรื่องถูกใจเสียอย่างนั้น

ยังจำไอ้ประโยคที่อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า ‘เราก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน’ ที่ทำเขาเขินจนรู้สึกไปไม่เป็นได้อยู่เลย

ปิญชาน์ไม่คิดว่าตัวเองชอบผู้ชาย ไม่เคยมองผู้ชายคนอื่นเลย ไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศด้วยซ้ำ
เขายังรู้สึกว่าผู้หญิงน่ารัก ยังมองเวลาเจอสาวสวย

แต่แค่รักเอเชียไปแล้วเท่านั้นเอง…

พูดแบบนั้นแล้วอีกฝ่ายก็ยิ่งตื่นตกใจ บอกว่าชายแท้แรร์ไอเท็มมากๆ อะไรไม่รู้

“แล้วนี่เอางานมาส่งหรือเปล่า” ไม่เห็นถือมาเลย

วีพยักหน้าหงึกหงัก “เอาขึ้นไปส่งกับเซ็นชื่อแล้ว นี่ลงมาซื้อไก่กัญชา”

“อ๋อ งั้นขึ้นห้องเลยไหม เราจะไปส่งงานบ้าง หรือวีจะแวะไหนต่อ”

“ไม่แวะแล้วๆ ขึ้นห้องเลยก็ได้”

คนตัวเล็กเอ่ยปาก เดินนำไปอย่างอารมณ์ดี













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













“ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะครับพี่เชนทร์พี่ผิง” เอเชียเอ่ยปากอีกครั้งหลังจากมาจอดรถส่งผิงที่หน้าบ้านเจ้าตัว

“ไม่เป็นไรเลย มื้อนี้พี่เลี้ยงรับปริญญาให้เรา” คนโตกว่าปัดมือไปมา “ชดเชยที่วันจริงพี่กับผิงไปถ่ายรูปด้วยไม่ได้”

“นั่นสิ เสียดาย ไม่น่าติดงานกันวันนั้นเลย” หญิงสาวเพียงคนเดียวเอ่ยปาก เสียดายจริงอย่างที่พูด

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่คิดมากเลย”

“ส่งชาน์ไปเป็นตัวแทนนะ”

เอเชียยิ้มรับ “ครับ ”หันไปมองคนที่นั่งกินไอศกรีมกะทิอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

“งั้นพี่ไปก่อนนะจ๊ะ ไว้เจอกันใหม่นะ” หญิงสาวเอ่ยปาก “กลับบ้านกันดีๆ ล่ะ”

“พี่ผิงก็ล็อกประตูบ้านดีๆ นะครับ”

ผิงยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปลูบหัวปิญชาน์ “ครับผม” บอกลาหนุ่มๆ อีกที ก่อนจะเปิดประตูรถลงไป

เอเชียรอจนฝ่ายนั้นล็อกประตูและเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้วถึงได้ออกรถ
ขับไปได้สักพักคนที่กินไอศกรีมหมดตั้งแต่เลี้ยวเข้าถนนใหญ่ก็หลับปุ๋ย
เอเชียเอื้อมมือไปปรับหน้ากากแอร์ไม่ให้ลมโดนตัวปิญชาน์มากนัก
แล้วแตะหลังมือลงที่ซอกคอของเด็กหนุ่มเพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกาย
กลัวว่าจะไม่สบายเอา ยิ่งเรียนหนักนอนน้อยจนเพลียๆ อยู่ช่วงนี้
คนหลับลึกไปแล้วครางอือในลำคอพลางบิดตัวหนีมือเย็นๆ ที่มารบกวนการนอน
   
การกระทำของเอเชียอยู่ในสายตาของคเชนทร์ทั้งหมด คนเป็นพี่ชายอมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยปาก
   
“เอเชีย”

“ครับ” คนขับรถเหลือบตามองกระจกมองหลังเพื่อสบตากับอีกฝ่ายเล็กน้อย
   
“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง โอเคหรือเปล่า” คนโตกว่าเปิดประเด็น “ไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกันส่วนตัวเท่าไหร่เลย”
   
“ก็โอเคครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วแค่รอรับปริญญาอย่างเดียวเลย”

“แล้วกับชาน์ล่ะ ดีไหม ทะเลาะกันบ้างหรือเปล่า”

“ก็มีนิดๆ หน่อยๆ ครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร บางทีผมก็ทำให้เขาไม่พอใจ”

คเชนทร์หัวเราะ “แต่ที่เห็นเราก็ปรับเข้าหากันดีไม่ใช่เหรอ”

เอเชียพยักหน้า “ครับ”

“เรียนจบแล้วยังไงต่อ วางแผนอะไรไว้หรือเปล่า” คเชนทร์ยอมรับว่าตั้งแต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะคบกัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกกังวลเรื่องเดิมไม่หาย ยิ่งอายุและวุฒิภาวะของทั้งคู่เยอะขึ้นเท่าไหร่ ภาระและหน้าที่ รวมทั้งสายตาของคนในสังคมที่จ้องมาก็จะยิ่งมากขึ้นตาม เขาไม่อาจเถียงได้เลยว่าไม่ได้กำลังกลัว…

กลัวว่าน้องชายของเขาจะต้องเสียใจ

“ความจริงผมก็ยังไม่รู้เลยครับว่าจะทำอะไรต่อ”

“ไม่เคยคุยกับที่บ้านเหรอ”

“…” เอเชียเงียบไปนิด ก่อนจะส่ายหน้า

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเรียนต่อ หางานทำ หรือเข้าไปรับตำแหน่งในบริษัทของพ่อ
ไม่เคยคิดและไม่แม้แต่จะคุย แค่ใช้ชีวิต แค่เรียนให้จบเท่านั้นเอง

“แล้วเราอยากทำอะไรล่ะ”

“เรื่องนั้นผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน”

คเชนทร์หยุดคิด เกาขมับตัวเอง เพราะอีกฝ่ายอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างพวกเขา
เรียนจบแล้วจะหางานทำเงินเดือนหมื่นต้นๆ ก็คงไม่ใช่เป้าหมาย
ถ้าจะบอกว่าไปเรียนต่อโท ต่อเอก หรือทำธุรกิจกับที่บ้านยังดูจะเป็นไปได้มากกว่า

“ได้คุยเรื่องนี้กับปิญชาน์บ้างไหม”

“…ชาน์เคยถามครับ”

“แล้วตอบไปว่ายังไง”

“ผมตอบไปว่ายังไม่รู้”

คเชนทร์พยักหน้า เขาเหลือบตามองน้องชายที่หลับสนิทอยู่แล้วลอบถอนหายใจ
ดูท่าแล้วเจ้าเด็กคิดมากจะต้องกังวลอะไรลับหลังเขาอยู่แน่ๆ

“แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ผมยังไม่ได้คุยกับชาน์”

“หืม” คนโตกว่าเลิกคิ้ว หันกลับมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเอเชียเพื่อรอฟัง “เรื่องอะไร”

เอเชียหันไปมองปิญชาน์ เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าเจ้าตัวยังไม่ตื่น “...เมื่อสองวันที่แล้วพ่อผมโทรมาครับ”

“...อ่า” ไม่รู้ทำไมคเชนทร์ถึงได้รู้สึกประหม่า อาจจะเป็นเพราะเอเชียไม่เคยพูดถึงครอบครัวตัวเองมาก่อน “ว่ายังไงบ้างล่ะ”

“ท่านบอกว่าจะกลับมาหลังจากรับปริญญา มีเรื่องจะคุย”

เอเชียจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วยคือเมื่อไหร่
ปกติไม่โทรคุยก็ส่งมาเป็นข้อความ หรือบางครั้งก็บอกผ่านทางเลขา การที่นัดจริงจังแบบนี้ทำให้เขากังวล

แล้วยิ่งเป็นหลังรับปริญญา มันจะมีอะไรได้นอกจากสิ่งที่เขาจะต้องทำหลังเรียนจบ

“กังวลเหรอ” คเชนทร์ถาม
   
“ครับ...กังวล”

“ไม่แปลกหรอกที่จะกังวล แต่อย่าไปกลัวเลยนะ มีอะไรมาปรึกษาพี่ได้ ยังไงเราก็เป็นน้องชายพี่แล้ว”

“...ขอบคุณนะครับ”

“แล้วก็บอกชาน์เถอะ เชื่อเลยว่าเจ้าตัวก็อยากให้เราเล่า”

“ครับ” เอเชียพยักหน้า ค่อยๆ เหยียบเบรกจนมิดเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่หลับสบายอยู่ข้างกายอีกครั้ง


.

.

.


ปิญชาน์พอจะรู้ว่าเอเชียเป็นคนดังของมหา‘ลัย อันที่จริงไม่ต้องมีใครบอกก็รู้เองได้
เพราะจากคุณสมบัติทุกอย่างของเจ้าตัวแล้วผู้หญิงคนไหนก็คงชอบทั้งนั้นแหละ...

แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้

“โอ้โห” กล้ายกมือเกาศีรษะอย่างงุนงงเมื่อหาตัวเพื่อนสนิทที่โทรถามพิกัดเมื่อครู่เจอแล้ว “ตรงกลางวงนั่นคือคุณเขาเหรอวะ”

ปิญชาน์ถอนหายใจ หันไปมองคนที่มายืนข้างๆ เมื่อไหร่ไม่รู้ “อือ หากูนานจังนะพวกมึง”

“โหย มึงช่วยดูคนด้วยไอ้ชาน์” ตองปาดเหงื่อที่ขมับ บ่นงุ้งงิ้ง “ร้อนฉิบหาย”

คนที่ช่วยแฟนถือของเต็มมือหัวเราะ “แล้วโอมอะ”

“ไปเข้าห้องน้ำ” กล้าตอบกลับ เอื้อมไปจับถุงที่คล้องแขนอีกฝ่ายมาถือ “มากูช่วย ของเต็มตัวเลย” คล้องคอได้คงคล้องไปแล้ว

“เออ คนเอามาให้คุณเขาเยอะ นี่เอาไปเก็บที่รถมารอบนึงแล้วนะ แต่ไม่ไหวอะเดินไกล”

“แล้วนี่กูจะได้ถ่ายรูปกะคุณเขากี่โมงวะ” ตองหัวเราะ “ฮ็อตจ๊น”

“เดี๋ยวอีกแป๊บเข้าไปเรียกให้” ปิญชาน์ว่า “ฝ่าเข้าไปตอนนี้ไม่ไหว”

รอจนกระทั่งโอมเข้าห้องน้ำเสร็จออกมา หาที่นั่งรอจนเหงื่อแห้งไปรอบนึงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ
ทั้งสี่คนเลยตัดสินใจแทรกคนเข้าไปหาบัณฑิตจบใหม่
เข้าไปจนถึงกลางวงปิญชาน์ก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นแฟนตัวเองถูกสาวสวยในชุดครุยเหมือนกันยิ้มหวานคล้องแขนแน่น

“คนนั้นสวยจัดอะ” ตองผิวปาก ตามองตรงไปที่หญิงสาวข้างกายเอเชีย

“เดี๋ยวกูฟ้องแฟนมึง” กล้ารีบพูด

“แค่ชมปะละ”

“…”

โอมใช้ศอกสะกิดเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังคุยกันอยู่ให้สนใจคนที่ยืนเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้
พอกันไปมองหน้าปิญชาน์แล้วทุกคนก็เม้มปากทำตาลอกแลกใส่กัน

“ชาน์” โอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

“หืม” ปิญชาน์ครางรับ ตายังจ้องตรงไปที่คนที่กำลังถ่ายรูปไม่หยุด “ว่า”

“ไม่เข้าไปเรียกคุณเขาอะ”

“ไม่เป็นไรอะ ให้เขาถ่ายให้เสร็จกันก่อน กูรอได้”

“...”

“หรือพวกมึงจะแทรกเข้าไปถ่ายกับเขาก่อนเลยก็ได้นะ เพราะดูท่าจะนาน เดี๋ยวจะกลับเย็นเกิน” ปิญชาน์พูดยาว ล้วงหยิบ
ซองกระดาษทิชชูส่งให้เพื่อน “ฝากให้คุณเขาด้วย เหงื่อน่าจะท่วมหน้าแล้ว”

“อ่า...โอเค” ตองเกาขมับ “แล้วมึงไม่เข้าไปด้วยกันอะ”

“ไม่เป็นไรอะ มึงถ่ายเสร็จฝากหยิบของในมือเขามาให้กูด้วยนะ หนักแย่แล้วมั้ง”

“แต่ที่อยู่กะมึงก็ล้นแล้วนะ” กล้าว่า ยังมีที่พวกเขาแบ่งมาช่วยถืออีก

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูว่าจะเดินไปเก็บที่รถอีกที ดูแล้วน่าจะอีกเยอะ”

“...โอเค” อีกฝ่ายรับคำเสียงแผ่ว มองตามที่บอกว่าจะไปรอที่เดิมหายไปกับฝูงคน

เหมือนจะมีคนหึงเข้าแล้ว...

   





“อ้าว” เอเชียหันไปสบตาเข้ากับพวกตองเข้าพอดี บัณฑิตจบใหม่ถือโอกาสขยับตัวออกมาจากกลุ่มรุ่นน้องสาว เบียดคนไปหาเพื่อนสนิทของคนรัก “ขอบใจที่มานะ”

กล้าหัวเราะ “ต้องมาสิครับพี่เอเชียจบทั้งที”

“ยินดีด้วยนะครับ” ตองกับโอมยิ้มกว้าง

เอเชียพยักหน้า ปล่อยช่อดอกไม้เมื่อน้องๆ เอื้อมมือมาช่วยถือ “แล้วชาน์ล่ะ”

“นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้หน้าอาคารตรงนั้นอะครับ บอกให้พวกผมมาถ่ายรูปแล้วเอาของไปให้มันเก็บ”

“พี่ว่าจะกลับแล้ว”

“อ้าว ยังมีคนรอถ่ายรูปด้วยอยู่เลย”

“ไม่ไหว ร้อน เหนื่อยแล้วด้วย” เอเชียปาดเหงื่อที่ขมับตัวเอง

พอกล้าเห็นแบบนั้นก็นึกขึ้นได้ รีบเอาของที่มีคนฝากมาส่งให้เจ้าตัว “ชาน์มันฝากทิชชูมาให้อะครับ”

“อ่า...” เอเชียยิ้มมุมปากรับมาถืออย่างอารมณ์ดี หายร้อนเลย “งั้นมาถ่ายรูปเถอะ แล้วเดี๋ยวไปหาชาน์พร้อมกัน”

“ก็ดีครับ รีบหน่อยดีกว่า ผมว่ารายนั้นน่าจะงอนแล้ว” ตองว่า

เอเชียเลิกคิ้ว “งอน?”

“คงไม่พอใจช็อตที่พี่ถูกควงแขนอะ” โอมเสริม สังเกตสีหน้าเพื่อนสนิทตัวเองตั้งแต่เดินมาแล้ว ดูท่าจะหึงไม่น้อยเลย

“คนฮ็อตก็งี้อะเนอะ” ตองหัวเราะอย่างขี้เล่น

แต่เหมือนว่าเอเชียจะไม่ขำด้วย เขาไม่คิดว่าปิญชาน์จะงอนหรอก
อาจจะไม่พอใจที่ต้องมารออากาศร้อนๆ และต้องถือของหนักเต็มมือก็ได้
เขาคงคิดน้อยไปถึงได้ปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่คนเดียวนานๆ แบบนี้

ว่าแล้วก็รีบเรียกช่างภาพมาถ่ายรูปรวมกับน้องๆ บันทึกภาพจนพอใจถึงได้หันไปขอโทษคนที่รออยู่
แล้วรีบเดินตามเพื่อนสนิทปิญชาน์ฝ่าคนออกไปอย่างรวดเร็ว














✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













“ทำไมถึงชวนมาที่นี่ล่ะครับ” ปิญชาน์ถามขึ้นเมื่อมาถึงชั้นบนสุดของตึกแล้ว

เอเชียอมยิ้ม ขยับไปจับราวกันตก มองวิวเมืองตอนกลางคืนแล้วหันมาสบตากับเจ้าของคำถาม

“ก็วันนี้วันสำคัญ ก็ต้องมาที่นี่สิ”

เด็กหนุ่มฟังแล้วก็หัวเราะในคอ จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด

จะว่าไปก็เป็นปีแล้วนะตั้งแต่วันที่เขาแบ่งที่นี่ให้อีกฝ่าย
สถานที่ที่เขามักจะมาเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ อยากพักสมอง หรือทำหัวให้โล่ง
แล้ววันนี้มันก็พิเศษขึ้นอีก เมื่อช่วงเวลาสำคัญระหว่างพวกเขาเกิดขึ้นที่นี่บ่อยเหลือเกิน

ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด ยามที่ได้มาใช้เวลาที่ดาดฟ้าของตึกร้างนี้ด้วยกัน
เหมือนเมื่อตอนนั้น เหมือนเดิมทุกอย่าง

ที่เดิม...กับคนเดิม

“ยินดีด้วยที่เรียนจบอีกทีนะครับ”

“ขอบคุณครับ” เอเชียยิ้ม มองคนที่เดินมายืนข้างๆ และทอดสายตาออกไปไกลๆ อย่างที่ชอบทำทุกครั้ง และเขาเองก็เช่นกัน

ละสายตาไปจากใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายไม่ได้แบบนี้เสมอ...

ดวงตากลมโตที่เป็นประกายล้อกับแสงไฟของตึกสูงรอบข้าง ริมฝีปากสีส้มอ่อนขยับยกขึ้นอย่างคนอารมณ์ดี
แล้วตอนที่เจ้าตัวหันมาสบตาหลังจากรู้ว่าถูกจ้องนั่นก็ด้วย

เขาชอบทั้งหมดเลย

“มองอะไรครับ”

“มองชาน์ไง”

“มีอะไรหรือเปล่า”

“วันนี้ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยถือของเยอะแยะเลย”

“...ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ”

เอเชียปัดผมหน้าที่ปลิวมาปิดตาให้อีกฝ่าย “เหนื่อยแย่ หน้าบึ้งเลย”

“…” ปิญชาน์เม้มปาก เขาไม่ได้หน้าบึ้งเพราะเหนื่อยสักหน่อย วันสำคัญของอีกฝ่ายทั้งที จะเหนื่อยได้ยังไง “ผมไม่ได้เหนื่อยสักหน่อย พี่เหนื่อยกว่าตั้งเยอะ ชุดก็หนา ร้อนก็ร้อน แถมยังต้องไปนั่งในห้องประชุมตั้งนาน”

“มีชาน์มาช่วยไม่เหนื่อยหรอก”

“ครับ” เด็กหนุ่มก้มหน้าลงนิด รู้สึกผิดที่แสดงสีหน้าไม่ดีออกไปให้เห็น “ผมไม่ได้เหนื่อยจริงๆ นะ”

“อื้ม ขอบคุณครับ”

“ผมแค่รู้สึกว่าคนขอถ่ายรูปกับพี่เยอะเนอะ”

“ฮะ?”

“ให้ของก็เยอะ ขนใส่รถแทบไม่หมดเลย”

“อ่า...”

“...” ปิญชาน์กำราวแน่นขึ้น เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังงี่เง่า ไม่รู้จะพูดแบบนั้นออกไปทำไม แต่ยังไงก็ไม่อยากให้เอเชียเข้าใจไปว่าเขาไม่ยิ้มเพราะเหนื่อย หรือหงุดหงิดเพราะต้องมาดูแลอีกฝ่ายในวันรับปริญญา ไม่อยากให้คิดไปในทางนั้นเลย

“ชาน์”

“ผมขอโทษ...” ปิญชาน์ลอบกลืนน้ำลาย แอบเหลือบมองคนข้างๆ ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงอยู่ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเจ้าตัวยิ้มเสียกว้าง “ยิ้มอะไรอะครับ”

“ขอโทษทำไมล่ะ”

“...ก็ที่ทำหน้าบึ้ง”

“ชาน์หวงพี่เหรอ”

“…”

“ไม่ชอบที่พี่มีคนมาขอถ่ายรูปเยอะ ไม่พอใจที่มีคนให้ของพี่เหรอ”

“...ก็เปล่า”

“แล้วยังไง”

“ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แค่คิดว่ามันเยอะเฉยๆ”

ยิ่งฟังรอยยิ้มของเอเชียก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าพอใจที่ทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกร้อนๆ ที่แก้มขึ้นมา
เขากำลังจะระเบิดแล้วแน่ๆ ให้ตาย ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย!

“ผมอยากกลับแล้วอะ”

“อยู่กับพี่ต่ออีกหน่อยสิ” เอเชียหัวเราะ ยื่นมือไปหา แล้วแบมือออก “ขอจับมืออีกได้ไหมครับ”

“...” ปิญชาน์มองมือใหญ่ของคนตรงหน้า พรูลมหายใจออกแล้วส่งอวัยวะเดียวกันไปวางทับ “ไม่ต้องขอแล้วก็ได้”

เอเชียหัวเราะ สอดประสานปลายนิ้วเข้ากับอีกมืออีกฝ่ายกระชับแน่น

“ความจริง...”

บัณฑิตจบใหม่เลิกคิ้ว หันไปมองเมื่อคนรักตัวเล็กข้างๆ เอ่ยปากเกริ่นขึ้นมาเสียงแผ่ว
ซ้ำยังก้มหน้าไม่เลิกจนต้องขยับใบหน้าเข้าใกล้กว่าเดิมเผื่อเงี่ยหูฟัง

“ผมยังไม่ได้เตรียมของขวัญให้เลย...ไม่รู้จะให้อะไร”

เพราะแบบนี้สินะ…

“หามาหลายวันแล้ว แต่คิดไม่ออกจริงๆ” ปิญชาน์เม้มปากและปล่อยอยู่หลายครั้ง “คุณดูมีทุกอย่างแล้ว”

คนรักของเขาถึงได้ดูเศร้านัก

เอเชียหายใจออกยาว หันไปหาปิญชาน์และจับไหล่เจ้าตัวให้ขยับมาสบตากัน “ชาน์มีตั้งหลายอย่างที่พี่อยากได้”

“ไม่เห็นมีเลย...”

“พี่ได้มาตั้งเยอะแล้ว” คนโตกว่าหยุดคิดไปนิด ก่อนจะยิ้มกว้าง “งั้นวันนี้ให้ของขวัญพี่หน่อยสิ”

ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ “ตอนนี้ผมไม่มีอะไรให้อะ”

“หอมแก้มสักทีได้ไหมครับ”

“ครับ?”

“ก็ของขวัญไง หอมแก้มสักทีได้ไหม”

“…” เหมือนมีคนปิดเสียง กดปุ่มค้าง หรือไม่ก็ดึงปลั๊กออก ปิญชาน์ถึงรู้สึกหูอื้อๆ ไม่ได้ยินอะไรเลยแบบนี้

“ไม่ได้เหรอ”

“…” เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบ เหมือนเลือดทั้งร่างวิ่งพล่านมารวมอยู่ที่ใบหน้า ร้อนไปหมดเลย

“ชาน์?”

“อะ...ผม...คือผม อ่า”

พอเริ่มอ้าปากพูดก็ดันนึกคำไม่ออก ลืมไปแล้วภาษาไทยมันใช้ยังไง
เขายกมือสองข้างขึ้นลงเงอะงะเหมือนไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหน ราวกับไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกาย
เขาควบคุมอะไรสักอย่างไม่ได้เลย น่าอายไปหมด

“ผม...ผมหอมเหรอ” ปิญชาน์ก้มหน้า กลั้นใจถาม พยายามไม่ให้ลิ้นพันกัน เขินจนจะตายแล้ว “หรือพี่หอม”

“เอ้อ...ต้องเลือกใช่ไหม” เอเชียทำเป็นคิด “แล้วถ้าผลัดกันคนละทีได้หรือเปล่า”

ร้ายจริงๆ เลย มาขอกันแบบนี้แล้วจะให้พูดยังไง ถ้าปฏิเสธไปจะต้องรู้สึกผิดแย่แน่
ก็เล่นใช้คำว่าของขวัญมาอ้างในตอนที่เขาไม่มีอะไรมาให้สักอย่าง...

“...สิ”

เอเชียเลิกคิ้ว ได้ยินปิญชาน์พึมพำอะไรสักอย่างแต่จับใจความไม่ได้ แว่วเข้าหูแค่ท้ายประโยค “ชาน์ว่าอะไรนะ”

“บอกว่าก็ขยับมาใกล้ๆ สิ” เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเองจนซีด “ก้มลงมานิดนึงด้วย”

เอเชียกำมือแน่นพลางทำตามที่คนตรงหน้าบอก เขาใจเต้นแรง รู้สึกประหม่าจนเหงื่อเต็มฝ่ามือ

ปิญชาน์จ้องไปที่แก้มของอีกฝ่าย นับหนึ่งถึงสิบในใจไปสองรอบแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าเริ่มสักที
ก้อนเนื้อในอกขยับสั่นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมีพายุกำลังโหมสาดอยู่ภายใน เขาเกร็งตัวก่อนจะพูดเสียงดัง

“หลับตาหน่อย”

“ต้องหลับด้วยเหรอ”

ปิญชาน์เม้มปาก พยักหน้าหนักแน่น น้ำตาจะคลอแล้ว “หลับเถอะครับ”

มองสีหน้าอีกฝ่ายแล้วเอเชียก็ไม่อยากจะขัดใจ เลยยอมปิดเปลือกตาลงช้าๆ ตามคำสั่ง
เสี้ยววินาทีที่สัมผัสนุ่มนิ่มแตะลงที่แก้มแล้วผละออก มันเร็วเสียจนเหมือนลมพัดผ่านใบหน้า

“สะ...เสร็จแล้ว!”

เขาลืมตาขึ้นอย่างงุนงง “หอมแล้วเหรอ”

“หอมแล้วๆๆ”

“ทำไมเร็วขนาดนี้ ปากโดนแก้มพี่แล้วเหรอ”

“โดนแล้วสิ”

“ไม่จริงอะ”

“จะโกหกทำไมเล่า!”

เจ้าเด็กขี้เขินนี่ เร็วขนาดนี้ ถ้าเทียบเป็นขนมหล่นพื้นนี่เชื้อโรคยังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำนะ “โอเค” แต่เอาเถอะ ยังมีอีกนี่... “ตาพี่แล้วนะ”

เอเชียลอบยิ้มกับท่าทางของปิญชาน์

ชะงักอย่างเห็นได้ชัดเลย…

“ชาน์อยากหลับตาไหม”

“…อยาก”

“งั้นหลับตาก็ได้ครับ”

ปิญชาน์เลียริมฝีปากเมื่อรู้สึกว่ามันแห้งผากเกินไป บีบปลายนิ้วตัวเองไปมา
กลัวว่าหัวใจจะเต้นแรงเกินไปจนเอเชียได้ยินเสียง แค่หอมแก้มยังเป็นขนาดนี้นี่มันน่าอายเกินไป

“เอ้า หลับตาเร็ว”

ตกใจจนเผลอสะดุ้งหลับตาปี๋ทันทีที่ได้ยิน ซึ่งเขาไม่กล้าลืมขึ้นมาแล้ว

เอเชียมองเด็กหนุ่มหลับตาแน่นยืนตัวแข็งเหมือนกำลังรอตั้งรับแล้วนึกขำ

ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้เล่า...

เขาพรูลมหายใจออกช้าๆ พยายามลดจังหวะการเต้นของหัวใจให้ช้าลง
ขยับเข้าไปใกล้ รู้สึกว่าอีกฝ่ายสะดุ้งเมื่อลมหายใจของเขาเป่ารดแก้ม

อมยิ้มบางก่อนจะแตะจมูกและริมฝีปากเข้ากับพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ

กดเข้ากับเนื้อนิ่ม สูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด

กลิ่นกายหอมหวานไร้เครื่องปรุงแต่งทำให้รู้สึกโหวงในช่องท้อง
เขาไม่อยากจะผละใบหน้าออกมาเลยให้ตาย อยากจะดอมดมกลิ่นที่ละมุนจนชวนฝันนี้ให้นานๆ

“ฮื่อ...พี่...” เสียงพึมพำดังขึ้น เป็นสัญญาณให้คนฉวยโอกาสขยับตัวออกอย่างแสนเสียดาย

ปิญชาน์หน้าแดงเถือกจนลามไปถึงหู เป็นภาพที่น่าขันแต่คนมองกลับไม่ยักหัวเราะ ได้แต่ยิ้มเอ็นดูทั้งสายตาส่งให้

“นานไปแล้ว...”

“พี่อยากทำนานกว่านี้อีก”

“...”

“ยังไม่พอเลย”

“…พอแล้ว”

“...”

“ไม่ต้องนานนักก็ได้...ใช่ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายสักหน่อย”

ฟังจบเอเชียก็ยิ้มออกมา เวลานี้จะมีใครมีความสุขได้มากเท่าเขาอีก เกือบลืมไปแล้วว่าเคยรู้สึกโดดเดี่ยวแค่ไหน

แล้วไหนใครว่าไม่มีอะไรจะให้ ไหนใครบอกไม่มีของที่เขาอยากได้สักอย่าง

นี่ไงของที่เขาอยากได้


ทั้งหมดที่เป็นปิญชาน์...เขาอยากได้ทั้งหมดเลย











to be continued...

มาแล้วววว งุ้ยยยย ตอนนี้เขียนไปหน้าร้อนไปนะ แงงงง
ไม่รู้ทำไมคู่นี้เขียนแล้วเขินตลอดเลย ฮืออ ;-;

ปล. ตอนนี้ลงเรื่องใหม่ไว้แล้วนะคะ ใครสนใจเข้าไปอ่านกันได้น้าา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.302K ครั้ง

3,821 ความคิดเห็น

  1. #3791 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 17:59
    เขินอ่ะ..งื้ออออ
    #3791
    0
  2. #3764 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 01:57
    ช่วงนี้หวานมากอบอุ่นมาก กลัวดราม่าจังเลยค่ะไรท์
    #3764
    0
  3. #3763 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 01:57
    ช่วงนี้หวานมากอบอุ่นมาก กลัวดราม่าจังเลยค่ะไรท์
    #3763
    0
  4. #3740 mileyduchess (@Pcny06) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 15:04
    แค่หอมแก้มยังเขินขนาดนี้เลย หน้าร้อน แงงง /เปิดพัดลมจ่อหน้า
    #3740
    0
  5. #3699 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:42
    แค่หอมแก้มชั้นยังเขินขนาดนี้คุณพระเะ
    #3699
    0
  6. #3681 snowwy pcy 61 (@bamboobino61) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:24
    ฮือออออ ละมุนมากแงง
    #3681
    0
  7. #3664 Kieeeee41 (@Kieeeee41) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 08:50
    แม่นุเขิลลลลลลลลลล
    #3664
    0
  8. #3649 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:05
    งุ้ย น่ารักกกก
    #3649
    0
  9. #3642 Kasalonglovey (@Kasalonglovey) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 03:51
    น่าร๊าาาก
    #3642
    0
  10. #3599 Jady_PC (@nny_pcy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:47
    ผมน่ะ เขินมากเลยนี่แค่หอมแก้มนะเนี่ย
    #3599
    0
  11. #3572 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:35
    เราก็อยากได้แบบนี้บ้าง ต้องทำยังไงคะ~
    #3572
    0
  12. #3527 cutieyou (@cutieyou) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 16:27
    เขินนนนนนน หอมแก้มกีนแล้ว ฮือออ น้องอายไปหมดแล้วค่ะพี่เอเชีย
    #3527
    0
  13. #3493 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 01:43
    เอ็นดูวววววว
    #3493
    0
  14. #3473 tashimameru (@tashimameru) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 13:13
    ศิลป์คำนวณเข้าหมอได้มั้ยอ่า เรางง😂😂
    #3473
    0
  15. #3453 moooo_ (@xiumin26) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 13:25
    พ่อจะมาคุยเรื่องไรอ่า กลัวใจดราม่าเหลือเกิน;-;
    #3453
    0
  16. #3386 NETWORKKK (@NETWORKKK) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:06
    อยู่ดีๆพ่อก็มีเรื่องจะคุยด้วย คงเรื่องทำงานในบริษัท เผลอๆอาจจะเรื่องคู่ครองด้วยไหม เฮ้อ จะม่าใช่ไหม
    #3386
    0
  17. #3344 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:21

    ออ่านแล้วเขิลจังเลยค่ะ ละมุมอบอุ่นหัวใจ ชอบมากเลยค่ะ แค่หอมแก้วก็รู้สึกเขิลแล้วววววhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png

    #3344
    0
  18. #3333 dedicatedsj (@dedicatedsj) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:55
    กรี๊ดดดด นี่ขนาดแค่หอมแก้ม เขินมากกก
    #3333
    0
  19. #3310 PuleunBam (@niyay123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:01
    เขินนนนน
    #3310
    0
  20. #3277 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:53
    เขินอ่ะ หวานเว่อน่าร้ากกก
    #3277
    0
  21. #3265 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:29
    เอ็นดูน้องจัง แค่หอมหน้าแดงขนาดนี้แล้วถ้าพี่เขาขอจูบตัวจะแดงแค่ไหน55555
    #3265
    0
  22. #3258 pcy_light (@pcy_light) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 02:35
    เขินไปหมดเลยยยย
    #3258
    0
  23. #3224 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 11:50

    เขินมากกก หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู
    #3224
    0
  24. #3198 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:19
    หน้าร้อนจนไหม้แล้ว เขินหนักมาก
    #3198
    0
  25. #3156 xxkcihc (@xxkcihc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 11:50

    โอ้ยยยยยย น้องงงงงง เห็นไหมว่าพี่เอเชียดีใจที่หนูหวงงงง ถ้าหนูบอกไปว่าหึงนี่อิพี่ช็อตแน่ 555555555555555555 เอาจีงนะ นี่แค่หอมแก้มกันอ่ะ ทางนี้เขินจนตัวบิดเป็นเลข๘แร้ว เขินมาก แงงงงงงงงง้
    #3156
    0