ราคา ≠ มูลค่า

ตอนที่ 11 : Chapter 10 --- ❝ ตัดสิน ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,639 ครั้ง
    16 เม.ย. 61



Chapter 10


::

❝ ตัดสิน ❞

✂ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐ ‐








สิ่งที่คุณมีไม่ใช่สิทธิ์ในการตัดสินใคร ไม่ว่าจะการศึกษา หรือแม้แต่จำนวนเงินในกระเป๋า






ทำอะไรติดต่อกันเกินยี่สิบเอ็ดวันจะติดเป็นนิสัย
   
มีคนบอกไว้แบบนั้น…
   
ปิญชาน์ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ถ้าดูจากคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงนั้นแล้วอาจจะเป็นอย่างที่เขาพูดกันก็ได้
   
“เลิกแล้วเหรอ” เอเชียเอ่ยปาก หลังจากเงยหน้าขึ้นแล้วเจอปิญชาน์ยืนอยู่

“ครับ คุณมานานยังอะ”

“เพิ่งถึงได้แป๊บเดียว”

คนเพิ่งเลิกงานถอนหายใจ “วันนี้พี่น็อตไม่ได้เข้าร้าน”

“อืม รู้แล้ว”

แล้วยังไง วันนี้มาทำไมล่ะ “จะเดือนนึงแล้ว ข้ออ้างใช้วนจนเบื่อแล้วมั้งครับ”

“มาหาคุณ”

“คงไม่ได้มาชวนกินข้าวมื้อดึกอีกใช่ไหม ถึงจะเลิกเร็วกว่าร้านข้าวต้มจริง แต่ผมก็กินมื้อดึกด้วยบ่อยๆ ไม่ไหวหรอกนะครับ จะกลับไปทำการบ้าน”

“เดี๋ยวไปส่งเหมือนเดิม”

“ผมก็พูดทุกครั้งอะว่าไม่ต้อง” ปิญชาน์เกาขมับ “บ้านคุณจากตรงนี้เลยไปนิดเดียว จะวนไปส่งผมทำไมคนละทาง”

“อยากไปส่ง”

เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจออก ความจริงก็ยอมแพ้ เลิกปฏิเสธมาสักพักแล้ว
ตั้งแต่เจอกันแทบทุกวันและได้ฟังเรื่องของอีกฝ่ายเยอะขึ้น พอรู้จักจริงๆ ถึงได้รู้ว่าคนตรงหน้าขี้เหงาแค่ไหน
ความรู้สึกที่เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ แม้แต่คนในครอบครัวคงทรมานอย่างที่เขานึกไม่ออก
ในเมื่อเขามีพี่เชนทร์ มีพี่ชายที่ดีที่สุดอยู่ด้วยเสมอ

ถ้าเอเชียอยากจะได้เพื่อนที่จริงใจ หรือน้องชายที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง เขาก็ยินดีจะเป็นให้

และถ้าคิดจะดึงเขาไปเป็นคนในชีวิตแล้วล่ะก็...

“ว่าแต่วันนี้คุณไปเที่ยวมาเหรอ” ปิญชาน์ถามเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนเคย

“อืม ไปดื่มกับพวกมาร์ค”

“เลิกจ่ายเงินให้เพื่อนหรือยัง”

เขาก็อยากจะแก้นิสัยพวกนี้ของเอเชียให้หมด

“…”

เงียบแบบนี้แสดงว่าจ่ายอีกแล้วแน่ๆ

“เมื่อไหร่คุณจะฟังผมสักที” เด็กหนุ่มส่ายหน้า เดินนำเอเชียไปที่ลานจอดรถข้างๆ

“ผมไม่เดือดร้อน”

“ตรรกะมันแปลกๆ อะ ผมก็เข้าใจนะว่ามันเป็นเงินคุณ อยากเอาไปใช้ทำอะไรมันก็สิทธิ์ของคุณ แต่นี่ผมพูดเพราะเป็นห่วง”

เอเชียชะงัก เขาหันไปมองคนที่ยืนรออยู่ข้างประตูรถรอให้เปิดล็อก

เป็นห่วง

คำนี้ไม่ได้ยินมานานแค่ไหนแล้วนะ จำไม่ได้แล้วว่าคนสุดท้ายที่พูดคำนี้กับเขาคือใคร
ลืมไปเลยว่าความรู้สึกตอนได้ยินมันดีขนาดไหน ยิ่งพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เป็นห่วงจริงอย่างปากว่าแบบนี้ด้วย...

รู้สึกดี

จนเหมือนน้ำตาจะไหล

ปิญชาน์หันมองเมื่อรู้สึกเหมือนถูกจ้อง “เป็นไรอะคุณ เปิดรถสิเดี๋ยวยุงก็หามไปหรอก อันตรายด้วยดึกแล้ว”

เอเชียพยักหน้าเร็วๆ กดปลดล็อกแล้วเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ
เขากดสตาร์ทรถแล้วยกสองมือค้างในอากาศ อยู่ๆ ก็ทำตัวไม่ถูก เหมือนลืมวิธีขับรถไปเลย

คนข้างๆ เห็นอาการประหลาดของเจ้าตัวแล้วก็ยิ่งสงสัย ดูทำหน้าเข้าสิ เหมือนตกใจอะไรอยู่ไม่รู้

“เป็นไรเปล่าคุณ” ปิญชาน์ถาม

“เปล่า...ผมเปล่า”

“เอาจริงคุณส่งผมดึกๆ แบบนี้พักผ่อนพอเหรอครับ”

“ผมไม่ใช่คนนอนเร็ว”

อาจจะเพราะอยู่ด้วยกันบ่อย ใช้เวลาบนรถเสียส่วนใหญ่ เลยทำให้มีโอกาสคุยกันเยอะ
ปิญชาน์เล่าเรื่องของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็รับฟังเรื่องของเอเชีย ทั้งคู่ต่างฐานะ ต่างสังคม ต่างความคิดและใช้ชีวิตคนละแบบ
ถ้าเปรียบสิ่งที่เก็บตัวตนของแต่ละคนเป็นแก้ว แก้วของเอเชียกับของเขาคงจะต่างสีกันมากแน่ๆ

แต่ปิญชาน์รู้สึกได้...

รู้สึกว่าแก้วของเอเชียมันว่างเปล่า

ว่างเสียจนแอบสงสัย ว่าแค่ไม่เคยเก็บอะไรไว้...หรือจริงๆ มันมีรอยรั่วกันแน่

“อาทิตย์นี้คุณว่างไหม”

เอเชียเหยียบเบรกเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้าของคำถาม
เขาหยุดคิดเล็กน้อย ความจริงพวกกุมภานัดกันจะไปเที่ยว แต่ยังไม่ได้ตอบตกลง

“ยังว่างอยู่ มีอะไรหรือเปล่า”

“เสาร์นี้ถ้าผมเย็บผ้าเสร็จเร็วผมว่าจะไปทำบุญ คุณจะไปด้วยไหม”

“ทำบุญ?”

“ครับ ปกติผมจะทำบุญทุกเดือนเกิดของตัวเอง แต่ปีนี้มีเรื่องต้องทำเยอะเลยเลทไปหน่อย”

“ทำบุญยังไง”

“ผมมีบ้านเด็กกำพร้าที่ไปประจำอยู่ครับ น้องๆ น่ารักมากเลย”

“คุณไปคนเดียวเหรอ”

“เปล่า ที่ผ่านมาไปกับพี่แล้วก็แฟนพี่ แต่ครั้งนี้พี่เชนทร์ไปทำงานต่างจังหวัด” จะรอกันไปรอกันมาเดี๋ยวก็ไม่ได้ไปสักที กล่องเสื้อผ้าเด็กที่ไปขอตั้งไว้ที่โรงเรียนอนุบาลก็ได้มาเยอะด้วย เห็นแล้วอยากรีบเอาไปส่งน้องๆ ไวๆ

“ผมไปด้วย” เอเชียเอ่ยปาก “แต่ไม่เคยไป ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ผมต้องเตรียมอะไรไปหรือเปล่า”

“ไม่ต้องอะครับ แต่ถ้าจะบริจาคด้วยก็ค่อยเอาเงินไปรวมกับผมพรุ่งนี้ พวกของใช้เดี๋ยวผมขนไปเอง เจอกันที่บ้านที่ดูแลน้องๆ เลยแล้วกันนะ เดี๋ยวผมบอกตำแหน่งให้”

“เดี๋ยวไปรับที่บ้าน”

“เกรงใจไง”

“ถ้าเรื่องซอยแคบอะไรนั่น ผมก็รอหน้าปากซอยตรงที่ส่งคุณปกติ”

ถ้าพูดอย่างนั้นก็ตามใจ “เอาที่คุณสะดวกแล้วกัน”






ปิญชาน์เลิกคิ้วขึ้นตอนเดินมาถึงบ้านแล้วเห็นไฟเปิดอยู่ เหมือนว่าวันนี้พี่ชายเขาจะกลับเร็วกว่า

“กลับมาแล้วเหรอ”

คนเป็นน้องยิ้มกว้าง ถอดรองเท้าวางหลบชิดผนัง “วันนี้กลับเร็วกว่าชาน์อีก”

“หน้างานเสร็จเร็วน่ะ หิวหรือเปล่า”

“ไม่หิวครับ พี่เชนทร์กินยัง”

“กินแล้ว พี่ซื้อข้าวผัดมาให้ พรุ่งนี้กินด้วยล่ะ”

“พี่เชนทร์อย่าเพิ่งเอาข้าวผัดใส่ตู้เย็นนะ”

“ทำไมอะ จะกินเลยเหรอ” คเชนทร์ยิ้ม เจ้าเด็กกินเก่ง

“เปล่าสักหน่อย แต่ไมโครเวฟมันพังอะ”

“จริงเหรอ เมื่อไหร่”

“รู้เมื่อคืน ชาน์จะอุ่นต้มจืดแต่เปิดละไฟมันไม่ติดอะ”

“เหรอ เดี๋ยวพี่ลองยกไปร้านปากซอย ให้ลุงเขาดูว่าซ่อมได้ไหม”

“เดี๋ยวเสาร์หน้าชาน์ยกไปเอง ยังไม่รีบใช้” เด็กหนุ่มว่า เดินไปหยิบถุงข้าวผัดมาถือ “เดี๋ยวนี่ก็ไม่ต้องใส่ตู้เย็น จะได้ไม่ต้องอุ่น”

“มันก็ไม่ร้อนอะดิ ไม่อร่อย”

“กินได้น่า” ปิญชาน์ยิ้ม รีบเปลี่ยนเรื่องดีกว่า เดี๋ยวคนคิดมากอย่างพี่เชนทร์จะพาดราม่าอีก “แล้วนี่พรุ่งนี้เดินทางเช้าไม่ใช่เหรอ ไม่รีบไปนอนอะ”

“ก็รอเราน่ะแหละ ไม่เห็นว่าถึงบ้านพี่จะนอนหลับได้ไง”

“ชาน์ถึงบ้านแล้วนะครับบบ”

“เด็กแสบ” คเชนทร์หัวเราะ เอื้อมมือมายีหัวน้องชาย “แล้วสรุปวันอาทิตย์นี้ไปบ้านผึ้งน้อยหรือเปล่า” ถามพลางพยักหน้าไปทางถุงพลาสติกที่ใส่เสื้อผ้าไว้จนเต็มสองถุงใหญ่

“ไปแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้รีบจัดการผ้าที่รับมา”

“บอกแล้วว่าให้ไปอาทิตย์หน้า จะได้ไม่ต้องเร่งเย็บผ้าคนเดียว พี่ไม่ได้อยู่ช่วยด้วย”

“ไม่เป็นไรพี่เชนทร์ แค่ทำงานพี่ก็เหนื่อยแล้วอะ”

“อย่างกับชาน์ไม่เหนื่อยงั้นแหละ”

“สบ๊าย”

คเชนทร์ถอนหายใจ เขารู้สึกตัวเองไร้ความสามารถก็ตอนที่เห็นน้องต้องทำงานเยอะขนาดนี้
จะพูดก็พูดไม่ออกเพราะก็ต้องยอมรับว่าการที่ปิญชาน์ทำงานมันช่วยแบ่งเบาภาระเขาไปได้เยอะจริงๆ

“ว่าแต่ไปคนเดียวจะขนของยังไง ถือเต็มมือแบบนี้ขึ้นรถเมล์ลำบากแน่ๆ”

“ไปกับคุณเอเชียอะพี่เชนทร์”

“รบกวนเขาหรือเปล่า”

“ไม่หรอก ผมอยากชวนเขาไปด้วยแหละ จะได้ทำบุญ”

คเชนทร์พยักหน้า ความจริงตอนเจอเอเชียครั้งแรกเขารู้สึกประหลาดใจมากที่ปิญชาน์ไปรู้จักกับคนมีเงินขนาดนั้น
ทั้งบุคลิก เสื้อผ้า รสนิยมการใช้ชีวิตไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้เลย แต่ยิ่งได้ฟังเรื่องของอีกฝ่ายจากน้องชายก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น
บางทีคนรวยก็มีปัญหาในแบบของคนรวย ปัญหาที่คนระดับเขาเข้าไม่ถึง

จะบอกว่าปัญหาของใครทุกข์ใจมากกว่าก็คงจะนำมาเทียบกันไม่ได้

เพราะถ้ามีคนเอาเงินสักสิบหรือร้อยล้านมาวางกองตรงหน้าเพื่อขอแลกกับปิญชาน์
เขาก็คงไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ถึงจะบอกว่าเข้าใจ...ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ห่วง

แต่อย่างน้อยแค่รู้ว่าเอเชียมาดี ไม่ได้คิดร้ายหรือมาทำให้น้องชายเขามีปัญหาก็พอ
ซึ่งที่เคยเห็นก็เหมือนว่าจะเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้

ห่วงก็แต่ว่าน้องเขาจะถูกคนอื่นมองว่าไปเกาะฝ่ายนั้นเพราะเงินนั่นแหละ













✗ ✗ ✗ ✗ ✗ ✗













“รายงานวิทย์นี่จะเริ่มทำวันไหนดีวะ” โอมเอ่ยปากถาม หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนตารางเวลา “ส่งสิ้นเดือน”

“เป็นเสาร์หน้าได้ปะ เสาร์อาทิตย์นี้กูไม่ว่างว่ะ” ปิญชาน์รีบพูด ถ้านัดกันเสาร์อาทิตย์นี้เขาแย่แน่ แค่เย็บผ้าทั้งหมดภายในวันเดียวก็ลากเลือดแล้ว

“งั้นเสาร์หน้าไปนอนบ้านกูปะละ” ตองเสนอ “แม่กูบ่นอยู่ว่าคิดถึงน้องชาน์”

“เอ้าแน่ดิ ลูกรักเขา มึงอะลูกชังไอ้ตอง”

“มึงก็ด้วยนั่นแหละสัดกล้า แม่กูบ่นว่ามึงพากูเล่นเกมดึกดื่น”

กล้าหัวเราะ “เทียบกะน้องชาน์ก็ชังหมดแหละ”

“เดี๋ยวกูจะฟ้องคุณน้า” คนที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาส่ายหัว

“เรียกแม่เถอะชาน์ รักกว่านี้อีกนิดก็เฉดหัวกูออกจากบ้านแล้วเชิญมึงเข้าไปแทนแล้ว”

“งั้นตกลงเสาร์หน้าไปทำงานบ้านตองแล้วค้างนะ” โอมสรุป “ใช้คอมห้องมึง แล้วเดี๋ยวกูเอาโน๊ตบุ๊กไป”

“ตามนั้น”

“ว่าแต่เสาร์อาทิตย์นี้มึงไปไหนวะ” กล้าหันมาถามปิญชาน์ต่อ

“วันเสาร์ต้องเย็บผ้าลูกค้าว่ะ ส่วนวันอาทิตย์กูไปทำบุญบ้านเด็ก”

“เออ เดือนเกิดมึงที่ผ่านมายังไม่ได้ไปนี่หว่า”

“อื้ม วุ่นๆ เรื่องงานนั่นแหละ”

“ไปกะพี่เชนทร์อะนะ” โอมละสายตาจากกระดาษ ร่วมบทสนทนาด้วย

“ไปกับคุณเขา” พูดถึงเอเชีย สรรพนามที่กลุ่มเขาใช้เรียกเจ้าตัวจนชิน

ตั้งแต่เริ่มทำงานที่ร้านคุณน็อตเขาก็มีคำอธิบายสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอเชียโดยที่ไม่ต้องกระอักกระอ่วนหรืออำอึ้งเวลาถูกถามแล้ว

‘เพื่อนของเจ้านายที่ทำงานพิเศษใหม่’

เขาบอกเพื่อนไปแบบนั้นตอนเจอกันครั้งแรก หมายรวมถึงพี่เชนทร์ด้วย

‘มึงก็แปลกนะ สนิทกับเพื่อนเจ้านายมากกว่าเจ้านายอีก’

แม้ว่าพวกมันจะพูดแบบนี้กลับมาก็เถอะ

“อยากเจอคุณเขาเหมือนกันว่ะ ไม่ได้เจอมาหลายวันละ”

ปิญชาน์เลิกคิ้วขึ้น หันไปหรี่ตาใส่ตอง “คิดถึงคุณเขา หรืออาหารฟรี”

“อะไรรร คุณเขานิสัยดีเหอะ”

“อย่า เดี๋ยวกูต่อยให้คว่ำเลย” ครั้งนั้นถือว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกหรอกนะเลยหยวนๆ ให้ จะเลี้ยงสักมื้อก็ไม่เท่าไหร่ พวกเขาก็ยังเด็ก ปฏิเสธหัวชนฝาก็ดูจะหัวรั้นเกินไป แต่ถ้าให้รับเป็นนิสัยเหมือนพวกเพื่อนๆ เอเชียล่ะก็ ฝันเหอะ

“เออๆ รู้แล้วน่า หัวร้อนไปได้ แค่บอนชอนมื้อนั้นมึงก็ทำหน้าเหมือนจะกินหัวพวกกูอยู่แล้ว” กล้าหัวเราะ ยกสองมือยอมแพ้ “เงินตัวเองก็ไม่ใช่ เดือดร้อนไรหรา”

“เดือดร้อนสิวะ เหมือนกูเอาเขามาให้เลี้ยงเพื่อนตัวเอง”

“คิดมาก เขาก็พูดอยู่ว่าถือว่าเลี้ยงฉลองที่รู้จักกัน อายุก็มากกว่า แม่กูบอกผู้ใหญ่เลี้ยงข้าวเด็กได้”

“แต่ไม่ใช่บ่อยๆ” ปิญชาน์ยืนกรานเสียงเข้ม “เข้าใจปะ”

“ครับพ่อ”

มองเพื่อนตัวแสบสองคนประสานเสียงขานรับกันแล้วส่ายหัว หันไปสบตากับโอมเป็นอันรู้กัน พวกมันเคยเชื่อฟังเขาจริงๆ เสียที่ไหน

ต้องคอยตีหน้ายักษ์ใส่ทุกครั้งนั่นแหละน่า

.

.

.

“ขอบคุณมากนะคะน้องชาน์”

“ยินดีครับครูน้อย น้องๆ น่ารักเหมือนเดิมเลย”

วันนี้เขาพาเอเชียมาบ้านผึ้งน้อย เอาเสื้อผ้าของใช้ที่รวบรวมมาบริจาค พูดคุยกับครูที่นี่และเข้าไปเล่นกับน้องๆ ช่วงก่อน
นอนกลางวัน

“ไว้มีเวลาก็แวะเข้ามาเยี่ยมได้ตลอดนะคะ”

ปิญชาน์ยิ้มกว้าง “ครับ”

“ส่วนเรื่องอาหารกลางวันตกลงคุณเอเชียจะขอเป็นบริจาคเฉพาะเงินใช่ไหมคะ ถ้าสะดวกก็เข้ามาเลี้ยงน้องๆ ได้นะคะ กำหนดวัน
ที่ว่างให้ครูได้เลยค่ะ”

“ผมขอแค่เลขบัญชีโอนเงินก็พอครับ” เขาเพิ่งรู้ว่าเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กที่นี่ใช้เงินน้อยมากต่อหนึ่งมื้อ ทั้งที่กินกันหลายคนขนาดนั้นแท้ๆ “ผมโอนให้เป็นเงินช่วย จะใช้กับส่วนไหนก็ได้ทั้งหมดเลยครับ”

ครูน้อยยิ้ม พยักหน้ารับ “ขอบคุณมากเลยนะคะ อันนี้เป็นรายละเอียดบัญชี และอีเมลของทางบ้านค่ะ ยังไงคุณเอเชียโอนเงินแล้วส่งรายละเอียดมาให้ทำใบภาษีได้เลยนะคะ”

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพวกผมไม่กวนครูน้อยแล้ว ไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาเยี่ยมใหม่นะครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยปากขึ้นหลังจากรอจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่เป็นการแทรกบทสนทนา “รักษาสุขภาพด้วยนะครับครู”

“เช่นกันนะจ๊ะ แล้วคราวหน้าชวนเชนทร์กับผิงมาด้วยนะ”

ปิญชาน์รับคำด้วยรอยยิ้ม ไหว้ลาครูน้อยอีกครั้งและพากันเดินกลับไปที่รถกับเอเชีย

ยิ่งอยู่ด้วยกันเขาก็ยิ่งรู้ว่าความจริงเอเชียไม่ใช่คนเย็นชา ไม่ใช่คนที่ไม่สนใจรอบข้าง ไม่ใช่แบบภาพแรกที่เห็นเลยสักนิด
เอเชียอาจจะยังไม่รู้ตัวเอง แต่เขารู้สึกได้ว่าเจ้าตัวอ่อนโยนกว่าที่คิด
แม้ว่าเอเชียจะไม่ยอมสัมผัสน้อง ไม่อุ้มหรือเล่นกับเด็กคนไหน
แต่สายตาที่มองเหมือนอยากจะคุยด้วยแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ นั้นซ่อนไว้ไม่มิดเลย

เขาเข้าใจคนที่ไม่คุ้นเคยกับเด็กอย่างเอเชีย การรับมือมนุษย์ตัวเล็กที่ทุกอย่างดูบอบบางเปราะง่ายไปหมดคงเป็นเรื่องยาก
ยิ่งพอจะยื่นมือใหญ่ๆ ของตัวเองออกไปจับ ก็กลัวจะทำน้องเจ็บ

มองตามน้องๆ วิ่งดุ๊กๆ ไปมาด้วยสายตาละห้อยแบบนั้นก็น่ารักดี

เป็นสีหน้าที่ทำเอาต้องแอบอมยิ้ม

“คุณยิ้มอะไร”

ปิญชาน์ชะงัก หันไปสบตาคนที่กำลังขับรถอยู่ “แค่ยิ้มเฉยๆ”

เผลอยิ้มออกมาจริงๆ เสียได้

“ว่าแต่คุณไม่เคยมีญาติที่มีลูกเล็กเลยเหรอครับ”

“ก็มีบ้าง” แต่เขาไม่เคยเล่นด้วยหรอก อย่างมากก็เจอกันในงานเลี้ยง รับไหว้พอเป็นพิธี

“ไม่เคยเล่นกับเด็กเลยเหรอ”

“อืม ไม่เคย”

“ตอนแรกผมก็คิดอยู่ว่าคุณจะชอบเด็กไหม น้องบางคนก็ซนมาก บางคนก็เล่นอะไรเลอะเทอะ กลัวพามาแล้วไม่โอเค” ก็โล่งอกปนขำตอนเห็นสีหน้าอีกฝ่าย

“ไม่ได้ไม่ชอบ แค่ไม่รู้จะเข้าใกล้ยังไง”

คนฟังหัวเราะ เงอะงะตอนน้องวิ่งหาจริงๆ นั่นแหละ

“ผมเพิ่งรู้ว่าเลี้ยงอาหารกลางวันใช้เงินแค่นั้นเอง กินกันตั้งสองร้อยกว่าคน”

ปิญชาน์ยิ้มเมื่ออีกฝ่ายพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง ตอนดูรายการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ก็เห็นนิ่งไป
ก่อนจะพูดใหญ่ว่าราคาเท่านี้กินกันหลายคนขนาดนั้นได้ยังไง ก็แน่ล่ะถ้าเทียบกับอาหารที่เอเชียกิน

หลายๆ มื้อที่กินคนเดียวยังแพงกว่าเลยมั้ง

“เมนูง่ายๆ น่ะคุณ แต่อร่อยนะ ผมเคยชิมตอนไปทำกิจกรรมเลี้ยงน้องกับโรงเรียน”

“ผมคิดภาพไม่ออกเลย”

“แค่ไม่เคยเห็นมากกว่า ถ้าอยากเลี้ยงข้าวน้อง ไว้มีเวลาผมจะพาคุณไปเป็นเจ้าภาพนะ”

เอเชียพยักหน้า “คุณหิวยัง”

“เริ่มหิวแล้วครับ”

“คุณจะกินอะไร”

“คุณอยากไปกินส้มตำร้านนั้นไหม เห็นวันก่อนบ่นอยากกินไม่ใช่เหรอ”

“คุณอยากกินเหรอ”

ปิญชาน์หัวเราะทางจมูก เวลาอยู่กับผู้หญิงเอเชียต้องเป็นคนขี้ตามใจมากแน่ๆ เวลาถามอะไรถึงได้รับคำถามกลับมาเป็นคำตอบบ่อยๆ “ผมกินได้หมดอะ แค่จำได้ว่าคุณอยากกิน”

หลังจากปิญชาน์พูดจบ เอเชียก็ยิ้มออกมา

 






“สวัสดีครับป้ามล” ปิญชาน์ยกมือไหว้ป้าเจ้าของร้านส้มตำที่รู้จักกันดีอย่างคุ้นเคย ยิ้มกว้างตอนที่หญิงวัยกลางคนหันมามองเอ็นดู

“ไมได้เจอหลายวันเลยน้องชาน์ พี่เอเชียด้วย”

“สวัสดีครับ” เอเชียยิ้มรับ ยกมือไหว้ตาม ครั้งแรกที่มากินเห็นปิญชาน์ไหว้เจ้าของร้านก็คิดว่าเป็นญาติ พอบอกว่าไม่ใช่ก็ทำเอาเขาสับสน เพิ่งเคยเห็นลูกค้าไหว้แม่ค้าร้านข้าวก็วันนี้ เพราะปกติเขาไปกินร้านไหนก็ไม่เคยไหว้เจ้าของร้านเลย

แต่หลังจากได้คุยกันแล้วก็พอจะเข้าใจ เพราะป้ามลก็ดูเอ็นดูปิญชาน์เหมือนลูกเหมือนหลาน จนพลอยเผื่อแผ่มาให้เขาด้วย

“นั่งก่อนๆ วันนี้เอาอะไรดี”

ปิญชาน์พยักหน้าร่าเริง “ครับ ของชาน์เอาตำซั่วปูปลาร้าพริกสามเม็ด ของคุณเขาตำไทยไม่ใส่พริกเลยเหมือนเดิม ข้าวเหนียวสองห่อ แล้วก็ไก่ย่างจานเล็กครับ”

“ของพี่เอเชียล้างครกด้วยเนอะ” ป้ามลยิ้มมุมปาก ยังจำครั้งแรกที่มาด้วยกันได้อยู่ คนน้องย้ำนักย้ำหนาว่าให้ล้างครกก่อนตำให้อีกคน เพราะแค่พริกที่ค้างอยู่จากครกที่แล้วก็ทำปากพองได้

“ครับ ขอบคุณนะครับป้า”

เอเชียมองปิญชาน์ที่ดูจะเข้ากับทุกคนบนโลกได้ดีเงียบๆ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคุยกับใครด้วยสีหน้ามีความสุขขนาดนี้เลย
ก็ไม่เห็นมีอะไรสนุก ไม่รู้สึกว่าต้องยิ้ม เพื่อนก็ไม่ใช่ คนรู้จักเหรอก็ไม่ขนาดนั้น

“มองไรคุณ อยากกินไรอีกไหมอะ”

“ไม่” เอเชียส่ายหน้าปฏิเสธ “วันนี้ผมเลี้ยงนะ”

“ไม่เอา”

“นานๆ ที ไม่เป็นไรหรอก” เอเชียไม่อยากให้ปิญชาน์เสียเงินเยอะ จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก

“หารกันเหมือนเดิมอะคุณไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้กินไรแบบนี้บ่อยๆ” ปกติเอเชียก็ยอมกินข้าวราดแกง กินบะหมี่รถเข็นเป็นเพื่อนเขาตลอด จะตามใจอีกฝ่ายบ้างก็ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น

“ปกติกินข้าวกับพี่เชนทร์ ใครออก”

“ก็สลับกัน แต่ส่วนมากก็พี่เชนทร์อะ” ก็พี่เชนทร์เป็นพี่นี่นะ ไม่ค่อยยอมให้เขาออกหรอก

“ก็คิดว่าผมเป็นพี่เชนทร์บ้าง ให้ผมเลี้ยงบางมื้อ”

“ได้ที่ไหน” ก็อีกฝ่ายกับพี่เชนทร์ไม่ใช่คนเดียวกันสักหน่อย

“ผมก็อายุมากกว่าคุณ”

“…”

“ไม่ได้?”
   
“ครับ ไม่ได้” คนเราก็ต้องมีจุดยืนกันทั้งนั้นแหละ
   
เอเชียถอนหายใจ ก็รู้อยู่แล้วว่าอีกคนดื้อ พูดไปเถอะ ถ้าไม่อยากทำก็ไม่มีวันยอมหรอก
   
“คุณจะไปไหนต่อหรือเปล่า” ปิญชาน์ถามขึ้นระหว่างเดินกลับไปที่รถ
   
“ไม่ได้จะไปไหน คุณล่ะ”

“เดี๋ยวผมไปรับเสื้อตรงแถวบ้านคุณอะ คุณกับลูกค้าไว้ ถ้าคุณกลับบ้านก็จะขอติดรถไปด้วย”

“ไปรับถึงบ้านเลยเหรอ”

“อื้ม คนรู้จักลูกค้าเก่า เขาให้ค่าไปรับของด้วย”

“อืม ไปด้วยกัน เดี๋ยวไปส่ง”

“ปล่อยผมลงระหว่างทางก็พอ”

“เดี๋ยวไปด้วยกัน แต่เสร็จแล้วขอแวะเอาของที่บ้านผมแป๊บนึงแล้วค่อยกลับบ้านคุณ”

“จะวนไปวนมาทำไม คุณถึงบ้านแล้วก็อยู่บ้านไปดิ ผมนั่งรถเมล์กลับได้”

“จะไปนอนด้วย”

“เพื่อ”

เด็กหนุ่มทำตาโต ไม่ต้องตัวติดกันขนาดนั้นก็ได้ ขอร้อง

“ก็พี่ชายคุณไปต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรเล่า บ้านผมไม่มีอะไรให้ทำหรอกนะ”

เตียงก็เล็กนอนไม่สบาย แอร์ก็ไม่มี
สำหรับคนที่นอนบนเตียงนุ่มๆ ห่มผ้านวมหนาๆ ในห้องปรับอากาศมาตลอดแบบอีกฝ่ายคงอึดอัดแย่
เดี๋ยวเขาจะคอยพะวักพะวนเปล่าๆ แยกกันกลับบ้านใครบ้านมันน่ะดีที่สุด

“บ้านผมก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน กลับไปก็อยู่คนเดียว”

ปิญชาน์กะพริบตาปริบๆ ให้ตายเหอะ

โดนคำพูดทุบใจอีกแล้ว...








ปิญชาน์เพิ่งเคยมาถึงบ้านเอเชียเป็นครั้งแรก

เขายืนนิ่ง มองไปรอบๆ ระหว่างรอเอเชียลงจากรถ เด็กในบ้านเดินเร็วๆ มาต้อนรับ ถามเรื่องอาหารเย็นและอะไรอีกเล็กน้อย
เด็กหนุ่มเดินตามหลังเจ้าของบ้านแต่ตายังไม่หยุดสำรวจ

สวนกว้างมาก และบ้านก็ใหญ่จนน่ากลัว...น่ากลัวที่ต้องอยู่บ้านหลังขนาดนี้คนเดียว

“คุณนั่งรอแป๊บนึงนะ ผมขออาบน้ำไปเลย”

ปิญชาน์ที่กำลังจะขยับนั่งลงที่โซฟาตรงประตูห้องนอนชะงักแล้วลุกยืน “งั้นผมไปรอที่ห้องรับแขกข้างนอกดีกว่า”

“ไม่เป็นไร นั่งรอในนี้แหละ ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อที่ห้องด้านใน”

“อ่า...”

“ผมอาบไม่นาน”

“เอ้อคุณ” ปิญชาน์เพิ่งนึกอะไรได้ ลืมมาหลายทีแล้ว “ผมว่าจะให้ตั้งแต่วันก่อนก็ลืมทุกที”

เอเชียยืนรออย่างสงสัย มองตามอีกฝ่ายล้วงหยิบขอในกระเป๋าเป้ แล้วขยับมาใกล้เขา ยื่นแบงค์พันให้ “งวดที่สามครับ”

“ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้” เอเชียเกือบจะหลุดพูดว่าไม่ต้องให้ก็ได้อีกแล้ว เดี๋ยวจะโดนโกรธอีก เขาเม้มปากยื่นมือไปรับ พอดีกับจังหวะที่มีเสียงเคาะประตูห้องและเปิดเข้ามา นิสัยเคาะประตูแต่ไม่รอให้อนุญาตนี่มีแค่ไม่กี่คน

“ไอ้เอเชีย หายไปไหน...” กุมภาชะงักตอนที่เห็นภาพตรงหน้า เขามองหน้าปิญชาน์สลับกับเงินที่จับอยู่คนละฝั่งกับเอเชียแล้วขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนี้คือเพื่อนมึงตามมาขอเงินถึงนี่เลยเหรอวะ”

ปิญชาน์หัวคิ้วกระตุก คนเราเจอกันครั้งแรกจำเป็นต้องพูดจาไม่เข้าหูขนาดนี้เลยเหรอ

คิดแล้วถูกไหม?

“ไม่ได้ขอเงิน” เอเชียตอบกลับ จำได้อยู่ว่าล่าสุดที่กุมภาเจอเพื่อนเขาก็ทำหน้าเหมือนระเบิดจะลง

“จะบอกว่ามึงให้เองว่างั้น” กุมภาส่ายหน้า “มีเยอะเหลือเกิน”

“ไอ้กุมภ์”

“ไร”

เด็กหนุ่มถอนหายใจ หันไปเอ่ยปากกับเอเชีย “คุณจะอยู่คุยกะเพื่อนปะ ผมว่าวันนี้ผมกลับก่อนดีกว่า”

“ไม่ เดี๋ยวไปด้วย” เอเชียว่า หันไปคุยกับเพื่อนสนิทที่ยังตีหน้าบึ้งเพราะเข้าใจผิดไม่เลิก “มึงกลับไปก่อน วันนี้กูไม่ว่าง ไม่ได้ค้างบ้าน”

“เที่ยวไหนอีกล่ะ ไปกะเพื่อนมึงก็ดีแต่จะถูกถลุงเงิน”

ยิ่งฟังคนถูกกล่าวหาก็ยิ่งหงุดหงิด จากที่ได้ยินก็พอจะจับใจความได้ล่ะว่าอีกฝ่ายคงไม่พอใจที่เอเชียถูกเพื่อนเอาเปรียบเรื่องเงิน
เขาเองก็ไม่ชอบ แต่ไม่เคยคิดจะเอาความไม่พอใจของตัวเองด่ากราดคนอื่นไปทั่วแบบนี้

กุมภาแค่นยิ้ม “รวยเองไม่ได้ ก็ต้องเกาะคนรวยแทนอะเนอะ”
   
ราวกับกรรไกรที่ตัดเส้นความอดทนจนขาดสะบั้น
   
เอเชียเตรียมจะอ้าปากแย้ง แต่ปิญชาน์ชิงพูดก่อน
   
“พูดถึงผมหรือเปล่าครับ”

“เป็นอย่างที่พูดหรือเปล่าล่ะ”
   
“ผมไม่รู้นะว่าคุณจะรวยแค่ไหน จะมีเงินเยอะเท่าไหร่” คนเด็กสุดในห้องสูดหายใจเข้าก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ จ้องตากับกุมภานิ่ง “แต่คนอย่างคุณนี่แหละที่ทำให้ภาพลักษณ์คนรวยต่ำลง เพราะมีเงินแต่ไม่มีสมอง ตัดสินคนอื่นตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จัก”

กุมภาชะงัก เลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง ด่าเสียจนรับไม่ทัน
   
“อีกอย่างเงินที่เห็นเนี่ยผมผ่อนคืนให้เขา ไม่ได้มาขอและไม่เคยยืม แต่มีเหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องบอกคุณ” ปิญชาน์พยายามสงบสติ เขาไม่ใช้ชอบอารมณ์ ยิ่งเวลาพูดยิ่งต้องคุมความคิดให้ดี อย่าให้ปากมันไวกว่า “แล้วเคยมีคนบอกไหมว่าคนดีๆ เขาไม่เอาตัวเองไปตัดสินคนอื่นกันน่ะ ไม่มีเหตุผลแล้วยังไร้สติอีก”
   
อือหือ...
   
เอเชียเม้มปาก รู้สึกอยากขำแต่คงไม่ใช่เวลา
   
ทั้งห้องเงียบกริบ กุมภาเลียริมฝีปากตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะหลบสายตาเด็กตรงหน้า เขางงกับสถานการณ์ที่กำลังเจอ
ไม่คิดว่าจะถูกตอกกลับซะเสียคนอย่างคนนี้ อยากจะหันไปขอความช่วยเหลือจากเอเชีย แต่อีกคนดันพูดต่อขึ้นมาก่อน
   
“คุณไปอาบน้ำไป ผมจะได้รีบกลับไปทำงาน ไม่ค่อยรวยก็ต้องขยันหน่อย จะได้ไม่มีใครมาว่าได้” นั่นไง ไม่วายแซะเพิ่มให้รู้สึกผิดมากกว่าเดิม
   
“อ่า...งั้นเดี๋ยวผมมานะ”
   
“ครับ”
   
เอเชียส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่แอบหันมาสบตาเขา ก่อนจะหลบเข้าไปในห้องน้ำ

เห็นปิญชาน์ปรี๊ดแบบนั้นแล้วหนีก่อนดีกว่า











to be continued...

หยุดสงกรานต์วันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้กลับไปทำงาน สู้ๆ นะคะทุกคน ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.639K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,276 ความคิดเห็น

  1. #4275 nammammm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 12:02
    ชอบมาก5555555555
    #4,275
    0
  2. #4274 Shinamonzsan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 11:21
    ด่าได้ไฮด์คลาสมากกก พี่กุมภ์ขอโทษน้อง55555
    #4,274
    0
  3. #4270 026552 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 05:38

    พ่อกุมภ์กุมหัวแน้ววว ถถถ

    #4,270
    0
  4. #4252 Choo_only (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 06:11
    น้องงงง ด่าได้เจ็บมาก ร้องห้ายเลยค่ะพส.
    #4,252
    0
  5. #4244 Sky2002-2545 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 01:00
    10เต็มค่ะไม่หัก
    #4,244
    0
  6. #4231 Wiwha (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 06:29
    จัดไปค่ะคุณน้อง 5555
    #4,231
    0
  7. #4193 YWDF (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:24
    ควรสงสารหรือไรดี ถถถถ.
    #4,193
    0
  8. #4181 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 03:17
    เห็นแวว เกียมัว มาแต่ไกลเลยนะพ่อเอเชียคนหล่อ + สงสารพี่กุมภ์555
    #4,181
    0
  9. #4166 Micky Petch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:39
    น้อน สุดจัดไปเลยค่า กุมภาหน้าสั่นแล้ว 5555555
    #4,166
    0
  10. #4136 nooriin_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 17:14
    พี่กุมนี่น้าาา โดนน้อนสวนเล้ยยย555

    รู้ว่าพี่กุมเป็นห่วงแต่คราวหลังควรหัดดูอะไรก่อนพูดจ้ะพี่ (ไม่รู้จะสงสารหรือขำพี่กุมดี ;)
    #4,136
    0
  11. #4126 Ap_Fortune (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 05:55
    555555555 อยากขำกุมภ์ให้ฟันร่วงโดยน้องตอกซะหงาย
    #4,126
    0
  12. #4110 Kafair0012k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 21:10
    สำนึกเเทบไม่ทัน
    #4,110
    0
  13. #4102 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 17:10
    ชอบเอเชียตอนนี้มากอ่า ขี้อ้อน
    #4,102
    0
  14. #4092 matchaoreo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 06:12

    หน้าชากันไปข้างเลยแง555

    #4,092
    0
  15. #4065 pwdpws (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:50
    น้อนนน ด่าจนสำนึกผิดแทนกุมภา
    #4,065
    0
  16. #4063 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 06:11
    หน้าสั่นแทนกุม แงงงงงววว
    #4,063
    0
  17. #4030 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 23:05
    ปกติเพื่อนโดนตลอดอะเนอะ55555555
    #4,030
    0
  18. #4000 Phichamon_2006 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:26
    โอ้ยยขำสงสารนายกุมภา555555
    ส่วนน้องลู้กด่ากราดซะสุดยอด เอ็นดูพี่เอเชียหนีน้องตอนน้องปรี้ด5555555
    #4,000
    0
  19. #3996 _Unknowbrrrr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 09:39
    เพิ่งได้มาอ่าน ชอบมากๆเลยค่ะ
    #3,996
    0
  20. #3994 TIKIT (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 18:49
    ซีนตินท้ายน่ารักมากกกกสฃเอ็นดูน้องชา สงสารคุณกุมแล้วก็เห็นความคิดน่ารักๆของคุณเค้า ><
    #3,994
    0
  21. #3974 rattanalak44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:15
    สำนึกทันมั้ย
    #3,974
    0
  22. #3943 pommys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 11:38
    55555+ เพื่อนกุมภ์ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก
    #3,943
    0
  23. #3920 primphlph (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 09:04
    โดนเต็มเลยกุมภา​ ทั้งขำทั้งสงสาร
    #3,920
    0
  24. #3911 Sssaiparnnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:52
    ขำกุมภาไม่ไหว เข้าใจอ่ะเนอะปกติเพื่อนเอเชียมีแต่มาเกาะๆแกะๆ 55555555555
    #3,911
    0
  25. #3902 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:33
    อมก อ้าปากค้างเลยจ้า55555
    #3,902
    0