[Sj] The thief -kihae,kyumin etc.

ตอนที่ 2 : The Thief -2-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

            “ต้องเอาไปคืนแล้วหละ นายนี่มัน” คยูบอก

            “เอาไปคืนยังไงดีละ” อึนฮยอกถาม

            “ไปเคาะหน้าห้องเค้าแล้วก็คืนตรงๆเลย” เยซองบอก

            “โอเคๆ” อึนฮยอกว่า แล้วร่างบางจึงหยิบกระเป๋าตังของตัวเองที่วางอยู่บนโซฟาฝากไว้กับคิบอม เพราะถ้าเค้าเอาไปด้วยมีหวังได้สลับกันเป็นแน่

            ร่างบางค่อยๆก้าวออกจากห้องไป ถอนหายใจเพียงเล็กน้อย ตอนนี้ด้านหน้าห้องของซีวอนมีบอดี้การ์ดยืนอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นคนละคนกับคนเมื่อกี้เพราะการแต่งตัวแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

            “เออ ขอโทษนะครับ พอดีผมเก็บกระเป๋าตังของคุณซีวอนมา กรุณานำคืนให้เขาด้วยครับ”

            ร่างหนาของบอดี้การ์ดพยักหน้ารับ แต่ไม่มีการตอบ แล้วจึงเคาะประตูห้องเพื่อเข้าไปแจ้งกับคุณซ๊วอน เมื่อประตูห้องแง้มออก ร่างบางของอึนฮยอกถือวิสาสะแอบมองเข้าไปเล็กน้อย แล้วก็พบว่าในนั้นด้านตรงข้ามของคุณซีวอนมีคุณคัง จีซบนั่งอยู่ ตอนนี้ร่างบางมีความสงสัยเต็มหัวไปหมด แต่ถึงกระนั้นสีหน้าก็ยังดูเรียบนิ่ง

            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ร่างบางโพล่งออกมา เค้าต้องรีบเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกคยูฮยอน ว่าจบขาเรียวก็ก้าวออกจากบริเวณนั้นเพื่อกลับเข้าสู่ห้องตัวเองในทันที

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            “ทำไมเร็วจังวะ” เยซองถามออกมาอย่างงงๆ

            “เมื่อกี้ฉันเห็นคุณคัง จีซบอยู่ในห้องกับคุณซีวอน” อึนฮยอกกล่าวเรียบๆ

            “ห้ะ” คยูฮยอนอุทาน

            “ฉันว่ามีโอกาสอยู่นะที่เค้าจะมาคุยกันเรื่องงานประมูล” คิบอมบอก

            “ทำไมฉันรู้สึกว่าเข้าทางจัง” คยูฮยอนบอก

            “ทำไม” อึนฮยอกถาม

            “ก็คือเราไม่ต้องลงทุนไปหาเขาถึงที่ เพราะตอนนี้เหยื่อมาอยู่ตรงหน้าเราแล้วไงละ” เยซองบอก

            “แล้วเราจะทำยังไง” อึนฮยอกถาม

            “ก็ง่ายๆ ดักฟังสิ” คิบอมกล่าวพร้อมกับแววตาเจ้าเล่ห์ ความรู้สึกของอึนฮยอกตอนนี้คืองานเข้าที่เค้าอีกแล้วสิ

            .

            .

            .

            .

            .

            “คุณคัง จีซบนัดผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” ร่างสูงว่าตามมารยาท เพราะเขาเองก็พอจะรู้อยู่แล้วแหละว่าเรื่องอะไร

            “คุณซีวอนคงรู้สภาพการเงินในบริษัทผมตอนนี้ดี”

            “ครับ”

            “ตอนนี้บริษัทผมต้องการให้คุณช่วย”

            “ยังไงละครับ” ถึงเขาจะได้ชื่อว่าเป็นพ่อพระ แต่ถ้าเกี่ยวกับธุรกิจแล้ว เขาก็คงไม่สามารถยอมให้ง่ายๆ

            “ในการประมูลครั้งต่อไป กรุณาช่วยประมูลทัสคาโนดิลล์ ได้มั้ยครับ”

            ร่างหนานิ่งไปชั่วครู่ ถึงแม้ว่าเม็ดเงินของเขาจะสามารถชนะการประมูลได้สบายๆ แต่ทัสคาโนดิลล์นั้น ไม่ได้มีชื่อเสียงในด้านที่ดีเท่าไหร่ จากเรื่องเล่าแล้ว ตั้งแต่ปี 1983 ที่มีการค้นพบทัสคาโนดิลล์นั้น นายทัสโน่ ผู้ค้นพบเดิมทีเป็นชาวนาผู้มั่งคั่ง แต่หลังจากที่เขาได้ครอบครองทัสคาโนดิลล์แล้ว ไร่นาของเขาก็ถูกเผา ทำให้ชาวนาผู้มั่งคั่งต้องกลายเป็นยาจก หลังจากนั้นทัสคาโนดิลล์ก็เกิดเหตุการ์ทำนองเดียวกันขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี1997 ทัสคาโนดิลล์ก็กลับมาอีกครั้ง โดยคุณซอนมี ซึ่งเธอก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันคือสามีเธอจู่ๆก็ถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยข่าวไม่ดีของทัสคาโนดิลล์นั้นกระจายไปทั่ว ทำให้ไม่มีโรงจำนำไหนรับจำนำ เธอจึงจำใจที่จะส่งมันไปที่พิพิธภัณฑ์ แต่ระหว่างการส่งมอบนั้น ทัสคาโนดิลล์ก็หายไป และตอนนี้ก็ได้มาอยู่กับคุณคัง จีซบแล้ว และจู่ๆบริษัทของคุณคัง จีซบก็ขาดทุน ดังนั้นเค้าขอไม่เสี่ยงดีกว่า

“เอ่อ…..” ร่างหนากำลังจะเอ่ยปฏิเสธแต่แล้ว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขอโทษครับนาย เครื่องดื่มมาเสิร์ฟแล้วครับ”

“เข้ามาได้”

“ขอโทษที่ช้านะครับ” ตอนนี้อึนฮยอกของเรากลายเป็นเด็กเสิร์ฟเสียแล้ว

            ร่างบางของอึนฮยอกค่อยๆบรรจงวางแก้ว พร้อมทั้งนำเครื่องดักฟังติดไว้ที่ใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน ร่างบางโค้งเล็กน้อยแล้วจึงขอตัวออกจากห้องไป แต่โชคร้ายที่อึนฮยอกอยู่ใกล้ซีวอนมากไป

            “เดี๋ยวนะครับ บริกรร้านนี้สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาทำงานได้ด้วยหรอครับ”

            “เอ่อ ผมไม่ได้ดื่มนะครับ บางทีอาจจะเป็นกลิ่นของเครื่องดื่มที่หกใส่เสื้อผมก็ได้ครับ”

            “อย่างงั้นหรอ อืม ไปเถอะ”

            “ขอตัวนะครับ” ร่างบางโค้งอีกทีแล้วรีบไป นี่พวกเขาอยู่ใกล้กันขนาดนี้เลยหรอ ร่างบางคิดแล้วก็ใจสั่น

            ร่างบางรีบพาตัวเองลงมาด้านล่างของร้านทันที

            “เจ้าพวกบ้า ให้ฉันทำงี้ได้ไง” อึนฮยอกโวยวาย

            “เออ หยุดบ่น ฉันจะฟัง” เยซองด่า

            “ผมรับข้อเสนอของคุณไว้ไม่ได้ครับ คุณคัง จีซบ”

            “แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลืออย่างอื่น ผมยินดี”

            “ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว สวัสดีครับ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีเสียงเล็ดรอดเข้ามาในเครื่องดักฟังอีก ทำให้พวกเขาคิดว่าทั้งสองคงกลับไปแล้ว

            “นี่ฉันเสี่ยงตายไปติดเครื่องดักฟังเพียงเพื่อ 3 ประโยคนี้เองหรอ”

            “เอาเหอะอย่าบ่นเลย”

            “จากรูปการแล้ว ฉันว่าข่าวลือที่บอกว่าคุณคังกำลังจะล้มละลายน่าจะเป็นความจริง”

            “แต่คุณคังจีซบไปแล้วจริงหรอ ฉันว่าฉันได้ยินเสียงปิดประตูเพียงครั้งเดียว”

            “หึ” เสียงดังเข้ามาในเครื่องดักฟังอีกครั้ง แต่รอบนี้เป็นเสียงที่ค่อนข้างเบา คิบอมเป็นคนที่หูไวที่สุด จึงทำมือเพื่อให้เพื่อนทั้ง3เบาเสียงลง

            “เชว ซีวอนแกเสร็จฉันแน่”

            “นายครับ ตรงนี้มีเครื่องดักฟัง”

            “ว่าไงนะ เชว ซีวอน แกกล้ามาก”

            “ซ่า ซ่า ซ่า”

            “ซวยแล้ว กลายเป็นว่าฉันทำให้คุณซีวอนเดือดร้อนไปด้วยเลยอะดิ” อึนฮยอกว่าอย่างลนลาน

            “อย่าคิดอย่างงั้นสิ บางทีเค้าอาจมีเรื่องอะไรกันมาก่อนแล้วหรือเปล่า” คยูบอก

            “คุณซีวอนไม่เป็นอะไรหรอก ระดับเค้าแล้ว ฆ่ายากจะตาย บอดี้การ์ดเยอะซะขนาดนั้น” เยซองว่า

            “วันนี้เราก็กลับกันเถอะ ชักจะน่าเบื่อแล้วสิ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่หรือไง”

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “พี่ซีวอนกลับมาแล้วหรอฮะ” เชว ทงเฮ น้องชายของซีวอนถาม

            “อื้ม นี่ดึกมากแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก”

            “ผมนอนไม่หลับหนิฮะ”

            “งั้นรีบไปเข้านอนกันดีกว่า” ว่าแล้วร่างหนาก็พาเด็กน้อย(?) ที่ความจริงแล้วเป็นถึงนิสิตแพทย์ ขึ้นไปนอน ร่างหนาค่อยๆหยิบผ้าห่มคลุมร่างบาง

            “ฝันดีนะ” ร่างหนาว่าจบก็ก้มลงไปหอมแก้มของทงเฮทันที

            ถึงแม้ว่าทงเฮจะเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเชว แต่เขาก็รักทงเฮเหมือนกับน้องแท้ๆ และเพราะเหตุนี้ แม้ว่าทงเฮจะโตแล้ว แต่ก็ยังคงทำตัวเหมือนเด็ก

 

 

          แสงแดดสาดส่องในเช้าวันจันทร์ที่แสนจะสดใส ทำให้นักธุรกิจหนุ่มค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆ ร่างหนาบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วจึงค่อยๆยันตัวขึ้น โชคดีที่เมื่อวานเครื่องดื่มมาเสิร์ฟช้า ทำให้เขาดื่มไปเพียงนิดเดียว เขาในตอนนี้จึงสามารถไปทำงานได้ ร่างหนาพาตัวเองไปยังห้องน้ำ ชำระร่างกาย แล้วจึงลงมาทานอาหารเช้าด้านล่าง

                ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มีร่างหนาทานอาหารเพียงคนเดียว ช่างเงียบเหงาเสียนี่กระไร โดยปกติเขาจะทานอาหารเช้ากับทงเฮเป็นประจำ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ของเขาต้องไปคุมสาขาใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศ แต่วันนี้ถึงเวลาเรียนของทงเฮแล้วทำให้เขาต้องทานคนเดียว ร่างหนาค่อยๆตักอาหาร พลางอ่านหนังสือพิมพ์ไป เขาในตอนนี้ดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตร

               เมื่อร่างสูงรับประทานอาหารเสร็จ ก็เดินตรงไปยังรถที่มีสารถีเปิดประตูรอรับอยู่ ตอนนี้เลยเวลาเข้าทำงานของหลายๆบริษัท การจราจรจึงไม่ติดขัดนัก

              และแล้วรถคันหรูก็จอดลงที่หน้าสำนักงานใหญ่ของเชวกรุ๊ป เขาค่อยๆเดินไปยังลิฟท์ของผู้บริหารตามปกติ ร่างหนาเป็นคนที่ไม่ค่อยถือตัวมากนัก ดังนั้นเขาจึงทักทายพนักงานอย่างเป็นกันเองตั้งแต่ยามผู้เปิดประตู จนถึงกรรมการในบอร์ดบริหาร และแน่นอนว่าเค้าจำหน้าพนักงานในบริษัทเค้าได้เกือบหมด

              แต่ร่างหนาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มคนเดียวซึ่งเขาจำได้อย่างไม่มีผิดว่าเป็นคนเดียวกับบริกรที่มาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เขาเมื่อวานเป็นแน่แท้

             ตอนนี้ร่างบางในสายตาของคุณชายเชวช่างน่ารักเสียเหลือเกิน ร่างบางที่กำลังตัดสินใจว่าจะไปเลี้ยวไปทางซ้ายหรือทางขวา ทำให้เขาอดเอ็นดูไม่ได้ ไวกว่าความคิดตอนนี้ร่างหนาไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางเสียแล้ว

            “คุณมาทำอะไรที่นี่หรอครับ”  

 

เปิดตัวนายเอกหลักไปแล้วว ฮิ้วววว แล้วหนูอึนมาทำอะไรที่บริษัทพี่วอนอะ คิดถึงหรอ เมื่อคืนเพิ่งเจอไปเองนะ

ปล.ถ้ามีคำผิดคอมเมนต์บอกได้เสมอเลยนะคะ 

ปล.2 ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากตอนที่แล้วนะคะ 

ปล.3 สงสัยวอนฮยอกไปก่อนยาวๆเลยค่ะ5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #9 NANA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 10:06
    เฮน่ารัก ฮยอกก็น่ารัก แล้วมินจะน่ารักขนาดไหนนะ เมื่อไหร่จะมาหล่ะ รออ่านค่ะ
    #9
    0
  2. #8 cherihae (@cherihae) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 18:15
    ชเวทงเฮดูน่ารักใสๆอยากให้เจอบอมไวๆจัง
    #8
    0
  3. #7 小厉旭 (@jjeong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:59
    ฮยอกมาทำอะไรที่บริษัทพี่วอนกันนะ ลุ้นนน
    #7
    0