[The promised neverland ] Emma is sunshine of familia

ตอนที่ 8 : EP 05 : Remnants of memories 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    31 มี.ค. 62

'


'ชิ้นส่วนแรกน่ะ คือตัวฉันเองสินะ'


     ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบตั้งแต่เอ็มม่าหยุดร้องไห้ ทุกคนมองไปที่เอ็มม่าที่ถูกอาเคเดีย เด็กหนุ่มผู้คุมเรือนจำบาปเกียจคร้านนอนหนุนตักกอดเอวร่างเล็กอย่างไม่สนใจผู้ใด เรย์มองภาพนั้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกแปลกๆ ไม่ใช่ว่าเขาทนได้หรือไม่คิดอะไรหรอกแต่พอโวยวายไป เอ็มม่าก็บอกว่าไม่เป็นไรให้ปล่อยไป

"เอาล่ะ..งั้นเรามาเข้าเรื่องดีกว่า..เอ็มม่าบอกพวกนั้นถึงสิ่งที่เธอได้คืนไปแล้วสิ..ฉันจะได้ต่อส่วนที่เธอสงสัย จะได้รู้พร้อมๆกันเลย"

"ค่ะคุณวาซตี.."

  ร่างบางสูดหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาทุกคนด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ก่อนจะเอ่ยเล่าถึงเรื่องที่เธอเห็นทุกอย่างที่คูวิทิดาบาอีกครั้งรวมถึงสิ่งที่ |£;*~•^ บอกเธอหลังจากนั้นเรื่องคืนความทรงจำครั้นพันปีของเธอ

"ม..หมายความว่าไงเมื่อพันปีก่อน"ดอนมองอย่างไม่เชื่อสายตาจะบอกว่าเอ็มม่าคือเด็กสาวเมื่อพันปีก่อนที่มาเกิดใหม่อย่างนั้นเหรอ

"จากความทรงจำที่ |£;*~•^คืนให้ฉัน พันปีก่อน ฉันคือคนของราชวงศ์ทรอยแมร์ ราชวงศ์ที่คอยเป็นกลางระหว่าง มนุษย์และปีศาจ ไม่ฝักฝ่ายใดๆทั้งสิ้น "

   จบประโยคเอ็มม่าก็หันไปหาหนุ่มๆทัณฑ์บาปที่พยักหน้าอย่างรู้กัน วาซตีตัดสินใจเอ่ยต่อ

"และพวกเราก็คือพี่น้องตระกูลวอร์ทาเรีย แห่งแดนทัณฑ์บาป ที่คอยคุมเรือนจำนักโทษ ที่มีความผิด7ฐาน ฉันคือ วาซตี ผู้คุมเรือนจำ บาปโลภะ ของทุกสิ่งบนโลกคือของของฉัน รวมถึงพวกนายก็ด้วย "

'เอ๋!!!!!!!!????'

    ทุกคนทำหน้าเอ๋อทันทีที่ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเอ่ยจบก็มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาบอกว่าตัวเองเป็นของของเขาก็ต้องใจเป็นธรรมดาเหล่าผู้คุมแห่งบาปได้แต่ส่ายหน้าระอาไปตามๆกันเว้นแต่เอ็มม่าที่ยิ้มบางๆพร้อมหัวเราะน้อยกับท่าทีที่เธอคุ้นเคยเมื่อนานมาแล้ว

"คิกๆเป็นการแนะนำตัวที่สมกับเป็นคุณวาซตีจริงๆนะคะ"

"เฮ้อหมอนี่นี่นะ..ฉัน ผู้คุมเรือนจำบาปอัตตา ซูแปรบีอา "

"ต่อไปฉัน ผู้คุมเรือนจำบาปริษยา เวดี้! ไม่ต้องพิธีรีตองกันนักล่ะ เพื่อนของเอ็มม่าก็เหมือนเพื่อนของฉันนั่นแหละ!"

"ผมผู้คุมเรือนจำบาปโทสะ อิระ ครับ "

"เอ๋!!!"

  ทุกคนมองตะลึงอีกรอบเมื่อชายหนุ่มเรือนผมสีฟ้าใบหน้าอ่อนโยนพึ่งบอกว่าตัวเองเป็นคนคุมบาปโทสะซึ่งค่อนข้างย้อนแย้งสุดๆ

"....โทสะ..ดูไม่เหมือนเลยนะ"

"คุณอิระน่ะถ้าโกรธครบ3ครั้งจะน่ากลัวสุดๆเลยล่ะนะ"

 

  เรย์มองอย่างเหงื่อตกพรางนึกถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกล

'นอร์แมน2เหรอ?'

"ฉัน ผู้คุมเรือนจำบาปตะกละ แกร็ด.."

"ฉันก็ ผู้คุมเรือนจำ บาปราคะ ลัส..เรื่องนั้นช่างเถอะเอ็มม่ากลับไปนอนกอดกันที่ห้องแล้วปล่อยที่เหลือแนะนำตัวกันเองเถอะน้า~"

"ไม่ได้นะคะคุณลัส..."

"ลัส..ถ้าคุณไม่หยุดสร้างความลำบากใจคุณเอ็มม่าผมจะตัดมือคุณทิ้งซะ"

  อิระลุกพรวดพรางปัดมือลัสให้ห่างจากร่างบางของเอ็มม่าพร้อมแผ่ออร่าดำที่ทำเอาทุกคนรอบๆสั่นด้วยความหวาดกลัว

"ค..คุณอิระใจเย็นค่ะ"

เอ็มม่าที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามทันที

"อ๊ะ..ข..ขอโทษด้วยนะ...คงทำให้กลัวกันสินะ..ขอโทษจริงๆครับ"

"ฮึๆ อิระก็ยังน่ากลัวเหมือนเดิมเลยน้า~ไม่ไหวเลย คุมโทสะให้ดีกว่านี้หน่อยสิ~"

"ผมไม่อยากโดนคนอย่างคุณที่มีแต่ราคะมาว่าหรอกนะครับ"

"พวกนายพอได้แล้วน่า.."


  เวดี้ที่เห็นท่าไม่ดีรีบไปแยกทั้งคู่ทันทีก่อนจะมีการปะทะกันต่อหน้าเด็กๆ

ซูแปรบีอามองอย่างระอาก่อนจะหันกลับไปพูดต่อ


"แล้วก็คนที่หลับอยู่ตรงเอ็มม่าคือ อาเคเดียผู้คุมเรือนจำบาปเกียจคร้าน...พวกเราไม่ใช่ทั้งปีศาจและมนุษย์ เป็นอะไรที่มากกว่านั้น "

"พวกเราคือตระกูลที่มีสายเลือดอมตะไม่แก่ไม่ตาย เป็นเหมือนยมทูตแต่ก็ไม่ใช่ พวกเราจะคอยคุมนักโทษ ที่มีความผิดฐานบาปทั้ง7 นี่ล่ะคือเรื่องของพวกเรา"

"หนึ่งพันปีก่อน...ไม่สิ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนสำหรับเราคุณเอ็มม่าก็คือคนสำคัญ พวกเราทุกคนน่ะรู้จักกันตั้งแต่พวกเราเกิดตอนที่ยังเด็กๆ นั่นแหละครับ"

   เมื่ออิระพูดจบก็หันไปหาโอลิเวอร์ที่นั่งจิบชาที่ลูก้านำมาเสริฟ

"ส่วนฉันเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลเครือญาติของทรอยแมร์ที่มาเกิดใหม่เพื่อสานเรื่องของเอ็มม่าเหมือนกัน"

"เรื่องที่ฉันพอจำได้ก็มีแค่เท่าที่เล่านั่นแหละนะ|£;*~•^น่ะบอกฉันมาแค่นี้"

    เมื่อเอ็มม่าพูดจบเรย์ก็ส่งสายตาหงุดหงิดให้เธอทันทีราวกับมองตาก็รู้ใจร่างบางถึงกับสะดุ้งไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ ถ้าการคาดเดาไม่ผิดเรย์คงหงุดหงิดที่เธอไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแต่ก็ยังเคารพการตัดสินใจของเธอเสมอ

"ขอโทษนะ.."

"เฮ้อ...เอาเถอะ ยังไงซะก็รู้แล้วว่าทำไมเธอทำตัวแปลกๆ"

"ก..ก็แปลว่าเอ็มม่าก็เป็นคนที่อยู่มาพันๆปีแต่ความจำเสื่อม ส่วนโอลิเวอร์ความจำครบถ้วนเหรอ"ยูโกะเอ่ยถามขึ้นเพราะเขายังค่อนข้างตกใจกับสถาณการณ์ข้างต้นอยู่วาซตีมองก่อนจะส่ายหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

"เกือบใช่แต่ไม่...ทั้งคู่น่ะมาเกิดใหม่จากพันปีก่อนทั้งคู่นั่นแหละ "

"เรื่องต่อจากนี้ ขอให้ทุกคนดูเองเถอะนะครับ..."

สิ้นคำพูดของอิระพวกเขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนภายในปราสาทอย่างหนักหน่วง

"อ.. อะไรเนี่ย!!!!"

"นี่มัน..คล้ายตอนนั้น..."

  ทุกคนจมลงไปในกระแสน้ำสีทองที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ก่อนจะค่อยๆมลายหายไปเหลือความว่างเปล่า

  ภาพรอบๆค่อยๆเลือนรางก่อนจะปรากฏสถานที่ที่เขามากันในตอนแรก หน้าปราสาทวอร์ทาเรีย

"นี่มัน..หมายความว่าไงเนี่ย!!!"

"ที่นี่คืออดีตครับ เป็นแค่ภาพที่ถูกจารึกไว้ "

"คอยดูเฉยๆเถอะทุกคน"



  ร่างของหญิงสาวอรชรปรากฏขึ้นกลางสวนดอกไม้หลากสี ผมสีส้มยุ่งนิดๆด้านบน ที่สยายยาวโอบกอดร่างเธอไว้กับดวงตาสีเขียวสวยสดใสทำให้เธอดูราวกับภาพวาด ใช่ทุกคนรู้จักเธอดี 'เอ็มม่า ทรอยแมร์'

'สายแล้วเหรอเนี่ย..ต้องรีบแล้วสินะ..อ๊ะ..พวกคุณวาซตีออกมาพอดีเลย'

มือเรียวมองดูนาฬิกาที่สวนใหญ่ก่อนจะรีบวิ่งออกจากสวนทันทีเพื่อไปขึ้นรถม้า

  ภาพถูกเปลี่ยนไปยังปราสาทหลังใหญ่แห่งหนึ่งและรถม้าคันเดิมที่เคลื่อนมาจนถึงสถาณที่แห่งนี้

'กำลังรออยู่เลยครับ องค์หญิงรัชทายาทแห่งทรอย์แมร์  องค์ชาย โอลิเวอร์ แห่งอัลเคเมียและเหล่าเจ้าชาย แห่งวอร์ทาเรียแดนทัณฑ์บาปทั้ง7การประชุม ร่างพันธสัญญาใกล้จะเริ่มแล้วเชิญทางนี้เลยครับ'

คนรับใช้รีบเดินมาเปิดประตูรถและรีบนำทางทั้ง9คนทันที

ทุกคนเข้าไปในสภาณศักดิ์สิทธิ์ สถาณที่เต็มไปด้วยตึงเครียดและเริ่มประชุมทันทีโดยแบ่งคนเป็น4ฝ่าย ปีศาจ, ตระกูลราทรี,กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างพันธสัญญาและสุดท้ายกลุ่มที่ไม่เข้าฝ่ายใด กลุ่มของเอ็มม่า

'พวกเราจะขอร่างสัญญาเพื่อแยกสองดินแดนออกจากกัน โดยปีศาจจะไม่ล่ามนุษย์อีกและเราจะทิ้งคนกลุ่มนึงเพื่อเป็นของขวัญแก่พวกท่านไว้เพาะเลี้ยงเพื่อการอยู่รอดของพวกท่าน'

'พวกเจ้าจะบ้าเหรอ แบบนั้นมันไม่เห็นแก่ตัวไปรึไงที่จะทิ้งชนมนุษย์ไว้เป็นอาหารพวกกินคน '

'การทำแบบนี้ก็เพื่อมนุษย์ส่วนมาก! เราก็จะได้เปรียบทั้งสองฝ่ายอีกด้วย'

การโต้เถียงของฝั่งที่ต้องการทำสัญญาและฝั่งที่ไม่เห็นด้วยยังคงดำเนินการต่อไป

'ถ้างั้นท่านคิดว่าไงองค์หญิงทรอยแมร์ เสียงของท่านก็ถือว่าสำคัญมากนะครับ'

เอ็มม่ามองตระกูลราทรีที่เอ่ยถามตนก่อนจะพิจารณา ใช่เสียงของเธอเป็นเสียงที่สำคัญมากเพราะมันจะตัดขาดการโต้เถียงกันครั้งนี้

เธอรู้ดีว่าการทำสัญญาเป็นหนทางที่ดีในการแบ่งดินแดนเป็นสองฝั่ง แต่แล้วมนุษย์ที่เหลืออยู่ล่ะ

'เป็นทางเลือกที่ยากจริงๆนะ'

   โอลิเวอร์เอ่ยพรางมองเนื้อหาการร่างพันธสัญญาแบ่งดินแดนจริงอยู่ที่มนุษย์ส่วนใหญ่จะอยู่รอด แต่คิดจะเอามนุษย์ที่เหลือเป็นของขวัญเพื่อการแบ่งดินแดนโดยให้เพาะพันธุ์กันไป มีชีวิตอยู่เพื่อการเป็นอาหารของพวกกินคนแบบนี้มันไม่ได้ดีเลย

'ไม่มีหนทางที่แบ่งดินแดนโดยไม่มีการสูญเสียเลยเหรอ?'

เอ็มม่าพึมพำอย่างหนักใจ เธอในฐานะเจ้าหญิงผู้เป็นศูนย์กลางมันเป็นการตัดสินใจที่ลำบากมาก

'ฉันคิดว่า...'

'ปัง! ปัง!'

ไม่ทันที่เอ็มม่าจะเอ่ยอะไรเสียงปืนกลับดังลั่น พริบตาเดียวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็วุ่นวายกันกว่าเดิม ร่างอรชรของรัชทายาทแห่งทรอยแมร์ล้มลงต่อหน้าต่อตาผู้คนนับหลายร้อยคนในสถานศักดิ์สิทธิ์ ชุดสีขาวสะอาดตาถูกย้อมเป็นสีแดงทันควัน

"เอ็มม่า!!!!!!!!!/ท่านเอ็มม่า!!!!!!!!"

เสียงผู้คนส่งร้องออกมาอย่างตกใจที่บุคคลผู้เป็นหัวใจของคนหลายล้านคนในดินแดนแห่งความแตกแยกล้มลงต่อหน้าต่อตา ด้วยอาวุธร้ายแรง

"เอ็มม่าทำใจดีๆไว้นะ..เอ็มม่า!!!"

"ทำอะไรกัน!!รีบเรียกหมอหลวงเร็ว!!!"เวดี้รีบตะโกนไปทางข้ารับใช้ที่ยังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้า

"ไปตามหาตัวคนยิงลูก้า!"วาซตียืนขึ้นก่อนรีบวิ่งออกจากที่เกิดเหตุพร้อมโอลิเวอร์และลูก้าเพื่อตามหาคนยิงทันที

คนรักแสนสำคัญของพวกเขาโดนยิงต่อหน้าต่อตาแบบนี้คงไม่มีคนทนได้แน่แท้


"เอ็มม่า..ทำใจดีๆไว้...เอ็มม่า!!  โถ่เว้ยหมอมัวทำอะไรอยู่!!"

   ซูแปรบีอามองอย่างหัวเสีย ลัสทนรอไม่ไหวจึงช้อนตัวร่างบางขึ้นทันทีและรีบหาทางไปห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว

   เพราะความวุ่นวายนี้การประชุมในวันนั้นถูกหยุดไว้ด้วยเหตุการลอบปรงพระชนม์องค์หญิงรัชทายาทแห่งทรอย์แมร์ พวกวาซตีได้จับตัวคนยิงได้ว่าเป็นนักฆ่าว่าจ้างแต่จับตัวคนว่าจ้างไม่ได้เพราะหลังจากที่จับตัวนักฆ่า ก็ได้ถูกอิระตัดแขนทิ้ง ทีแรกอิระตั้งใจจะฆ่าทิ้งแต่จำเป็นต้องเก็บปากให้หมอนี่พูดได้เพื่อบอกเรื่องคนว่าจ้าง แต่ไม่กี่วันจากนั้นนักฆ่าว่าจ้างก็ถูกยิงทิ้งเพื่อปิดปากทันที

ภาพถูกเร่งไปที่ห้องพยาบาลของปราสาทวอร์ทาเรีย

'ปิ๊ป..ปิ๊บบ..ปิ๊บ'

'เอ็มม่า..ยังไม่ฟื้นเลยนะ'เวดี้เอ่ยพรางกุมมือเด็กสาวบนเตียงอย่างเป็นห่วงไม่ต่างจากคนที่เหลือ

'ปัง!'

มือหนาของโอลิเวอร์ชกไปกำแพงอย่างโมโหที่จับตัวคนร้ายตัวจริงไม่ได้จริงอยู่ที่เอ็มม่ายังไม่ตายแต่ นี่ไม่ต่างกับให้เธอเจ็บตัวฟรีเลยจริงๆ

'โถ่เว้ย...ถ้าจับแกได้แกไม่ตายดีแน่!!!!'

   ทุกคนในห้องมองไปที่เตียงอย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถปกป้องบุคคลอันเป็นที่รักไว้ได้ได้แต่รอให้เธอฟื้นเท่านั้น





"เอ็มม่า..คือเจ้าหญิงราชวงศ์ทรอยแมร์งั้นเหรอ..."

"แถมยังถูกลอบปรงพระชนม์ในวันกำหนดความเป็นความตายของกลุ่มปศุสัตว์..."

  ผมมองภาพเรื่องราวด้วยใจที่สับสน ภาพของครอบครัวคนสำคัญที่โตมาด้วยกันในอดีต ตัวเธอเมื่อพันปีเป็นบุคคลสำคัญคนนึงที่ถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส

"ง..งั้นเราต้องเรียกเธอว่าเจ้าหญิงรึเปล่าเนี่ย"

คุณลุงยูโกะมองไปที่เอ็มม่าก่อนจะถามด้วยเสียงกลัวๆ นั่นสินะเธอเป็นถึงเจ้าหญิง แต่ยังไงเอ็มม่า..

"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถึงในอดีตฉันจะคือรัชทายาทลำดับสุดท้ายของราชวงศ์ทรอยแมร์  แต่ฉันในตอนนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในปศุสัตว์เด็กจากเกรซฟิลด์  เป็นแค่เอ็มม่าเหมือนที่ทุกคนเคยรู้จักนะ"

หึๆ...สมกับเป็นเธอ ยังไงซะเธอก็คือเอ็มม่าที่พวกเรารู้จัก ใจดี อ่อนโยน ไร้เดียงสาแต่ก็เข้มแข็ง

ผมตัดสินหันกลับไปยังภาพตรงหน้าที่เริ่มเคลื่อนไหวอีก

'ปัง!!'

เสียงประตูถูกเปิดอักครั้งร่างภาพของบุคคลมาใหม่ทำให้ทุกคนถึงกับหน้าถอดสีอีกครั้ง

'นี่!เอ็มม่าเป็นยังไงบ้าง!!!!'

(ม...ไม่จริงน่า)



[To Be Continued]


ของแถมวันนี้ขอเสนอโดสั้นๆอีกตามเคยยย


'โฟกัสหน้าคนด้านหลังด้วยจ้าา555'



'อย่าราดใส่เอ็มม่าน้าาา'

ช่วง talk with Writer

น้องเอ็มม่าจะเป็นไงต่อไป แล้วใครกันที่มาใหม่น้าาา จบไปอีกตอนแล้ววและวันนี้ก็เอาหนุ่มๆมารายงานตัวแร้ววว


ตัวละครที่ปรากฏ



วาซตี
'เพราะฉันโลภมากนั่นละ
กับแค่โลกใบเดียวและผู้หญิงคนเดียว
ฉันมั่นใจว่าสามารถดูแลมันได้น่ะ'

เจ้าชายแห่งอาณาจักรวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป
ทำหน้าที่เป็นผู้คุมเรือนจำที่คุมขังนักโทษผู้ก่อความผิดเพราะ "โลภะ"
มีนิสัยชอบคิดว่าทุกอย่างบนโลกเป็นของตนเอง
แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับของของตนเอง แม้จะเป็นเพียงปากกาด้ามเดียวก็ใช้อย่างทะนุถนอม
คติประจำใจ : ของของฉันก็คือของของฉัน ทุกสิ่งบนโลกใบนี้เป็นของของฉัน
สิ่งที่ชอบ : ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในครอบครอง
สิ่งที่ เกลียดไม่มี



อิระ
'แต่ว่า......ยังไงก็ระวังไว้หน่อยนะ เพราะผมก็
ไม่รู้ได้เลยว่าพอโกรธแล้วผมจะทำอะไรลงไปบ้าง'
เจ้าชายแห่งวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป ทำหน้าที่ดูแลเรือนจำคุมขัง
ผู้ก่อบาป "โทสะ" ปกติเป็นคนนุ่มนวล แต่ถ้าโกรธครบสามครั้ง
จะระเบิดความโกรธออกมา และเวลาโกรธจะเปลี่ยนไปพูดสุภาพ

คติประจำใจ : อดทนจนกว่าจะถึงครั้งที่ 3
สิ่งที่ชอบ : โกโก้ใส่วิปครีมเยอะๆ
สิ่งที่เกลียด : เรื่องที่ทำให้หงุดหงิด




ซูแปรบีอา
'ให้ตายสิ..เธอเนี่ยเฉิ่มเหมือนเดิม แต่แววตานั่นก็ยอดเยี่ยมเหมือยเดิมเลยนะ'

เจ้าชายแห่งอาณาจักรวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป
ทำหน้าที่เป็นผู้คุมเรือนจำซึ่งคุมขังนักโทษผู้กระทำผิดเพราะ 
“โอหัง” เป็นคนหยิ่งไม่สนใจใคร ปกติพูดจาแบบผู้หญิง
เป็นคนพูดตรงไม่ว่าเรื่องดีหรือร้าย ใส่ใจกับเรื่องรูปลักษณ์
ภายนอก ยามว่างจากงานราชการก็เป็นนายแบบและดีไซเนอร์

คติประจำใจ : เกลียดคือด้านตรงข้ามของชอบ♥
สิ่งที่ชอบ :ชุดที่ใส่แล้วดูรูปร่างดี ผลไม้ตระกูลส้ม
สิ่งที่เกลียด : ชุดเชยๆ มันฝรั่งนึ่ง แบบไม่ปรุงรส



ลัส
'ห้ามประมาทเด็ดขาดเลยนะ จุดเริ่มต้นของความรัก
มักจะเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวนะ...'

เจ้าชายแห่งวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป ทำหน้าที่ดูแลเรือนจำคุมขัง
ผู้ก่อบาป "ราคะ" ปกติแล้วเป็นคนอ่อนโยน
เพราะเป็นคนมีเสน่ห์จึงมีหญิงสาวเข้ามาหามากมาย
แต่เขาก็มีนิสัยไม่ปฏิเสธผู้เข้ามาหา สิ่งที่เขาเชื่อมีแต่ความอบอุ่น
ในตอนกอดกัน ไม่มั่นใจว่าจะสามารถรักใครจากใจได้
เพราะมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ในสมัยอดีตจนได้มาพบเอ็มม่า

คติประจำใจ : เข้าหา มองมา สัมผัส
สิ่งที่ชอบ : อุณหภูมิร่างกายคน
สิ่งที่เกลียด : สภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถสนุกกับความรักได้อย่างอิสระ



เวดี้

'...ก็ฉัน
ไม่ชอบให้เธอไปคุย
กับคนอื่นนี่..'

เจ้าชายแห่งอาณาจักรวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป
ทำหน้าที่เป็นผู้คุมเรือนจำที่คุมขังนักโทษผู้ก่ออาชญากรรมเพราะความ "ริษยา"
มีนิสัยขยันขันแข็ง ซื่อตรง เคยมีประสบการณ์ "ริษยา" มาหลายรูปแบบแล้ว แต่ยังไม่เคยริษยาเรื่องรักจนได้มาพบเอ็มม่า จึงไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกนั้น

คติประจำใจ : อยากได้อะไรต้องได้
สิ่งที่ชอบ : อาทิตย์อัสดงสีแดงฉาน
สิ่งที่เกลียด : คนไร้ความพยายามที่ดีแต่บ่น



อาเคเดีย
'เฮ้อ...แค่หายใจยังขี้เกียจเลย
ถึงจะขี้เกียจยังไง ฉันก็คงไม่พูดขนาดนั้นหรอก'

เจ้าชายแห่งวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป
ทำหน้าที่ดูแลเรือนจำคุมขังผู้ก่อบาป "เกียจคร้าน" 
เป็นพวกเกลียดความยุ่งยาก จึงวางทุกอย่างที่จำเป็นเอาไว้
ในบริเวณที่สามารถหยิบถึงจากเตียง เขาสามารถสั่งงานลูกน้อง
ได้เรียบร้อยจากบนเตียง

คติประจำใจ: ใครทำงานก่อนแพ
้สิ่งที่ชอบ :ตอนนอน ตอนที่ไม่มีสติ
สิ่งที่เกลียด : แบบฝึกหัดการคำนวณที่ไม่รู้ทำไปทำไม



แกร็ด
'จะกลิ่นแย่แค่ไหนก็กินได้หมดแหละ'

เจ้าชายแห่งอาณาจักรวอร์ทาเรีย แดนทัณฑ์บาป
ผู้ลงทัณฑ์นักโทษที่มีความผิดฐาน "ตะกละ"
ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเรื่องกิน แน่นอนว่าความรักก็ด้วย
ด้วยนิสัยเงียบๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเขาเป็นคนเอื่อยๆ
แต่เขามักจะทำอะไรตามใจตนเอง จึงมีด้านที่หัวรั้นด้วย

คติประจำใจ : ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง
สิ่งที่ชอบ : อาหาร
สิ่งที่เกลียด : เหม่อลอย


ลูก้า
'ผมก็แค่ มีชีวิตเพื่อคอยรับใช้เหล่าเจ้านาย'

ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของวอร์ทาเรียแต่เดิมเคยเป็น ข้ารับใช้ส่วนตัวของเอ็มม่าแต่พอเอ็มม่าตายจึงได้ทำสัญญารับใช้วอร์ทาเรียเพื่อรอวันที่เอ็มม่าฟื้นและรอล้างแค้น

คติประจำใจ : ทุกสิ่งทุกอย่าเพื่อองค์หญิง
สิ่งที่ชอบ : การชงชา การวิจัยเล่นแร่แปรธาตุ
สิ่งที่เกลียด : คนที่ไร้สัมมาคารวะ

เนื้อเรื่องดำเนินค่อนข้างเร็วรึปล่าวน้าาเพราะแค่ไม่กี่ตอนก็เจอหนุ่มๆและรู้อดีตแล้วแต่บอกเลยค่ะ ว่ายังอีกยาวๆ5555ฟิครินมีแต่ความคาดเดาไม่ได้เพราะรินไม่รู้จะจบยังไงดี--;)แถมยังชอบตัดบทพีคไปพีคมาอีก จะจบโดน Happy end หรือ Bad end ตัวรินเองยังไม่รู้เลย
ก็เอาเป็นว่าไว้เจอกันตอนหน้านะคะ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #27 Min (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:50

    จากที่อ่านแล้วลงทุกเรือแน่นวลล ติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ​ ฟิน~~~~~~~~~????????????

    #27
    0
  2. #25 55384 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 08:02

    ใคนมันกล้ามายิงเอ็มม่ากันนะ แล้วประโยคสุดท้าบก่อนจบตอนนี้ใครมันพูดกันละเนี่ย
    #25
    0
  3. #24 อลิซซี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 21:45
    ใครบังอาจมายิงน้องอภัยให้ไม่ได้!
    เอ็มม่าเป็นเจ้าหญิงทรอยแมร์จะมีนาวิด้วยรึปล่าวเนี่ย555
    #24
    1
    • #24-1 SGcaramel(จากตอนที่ 8)
      31 มีนาคม 2562 / 21:46
      คิดว่าไม่นะคะ
      #24-1