[The promised neverland ] Emma is sunshine of familia

ตอนที่ 3 : EP 01 : She is not alone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    29 มี.ค. 62





'เธอยังมีทุกคนอยู่นะ เอ็มม่า'





 "เรย์ ถ้าตามกำหนดการณ์นายคิดว่าเราจะไปถึงคูวิทิดาลาภายในเวลาแค่ไหนเหรอ?"

เสียงใสเอ่ยถามผมที่กำลังนั่งจำแผนที่ชุดอื่นๆในการเดินทางอยู่ ใบหน้าหวานที่ยังคงมุ่ยกับการเตรียมการและการที่พึ่งโดนคุณแม่ของเชลเตอร์อย่างกิลด้าบ่นที่เจ้าตัวไม่ยอมพักผ่อนทั้งที่พึ่งหายไม่กี่วัน


"คิดว่าคงเป็นเดือนๆ อาจจะสัก3เดือน "

"3เดือนงั้นเหรอ..อืม.."

ผมลอบมองหน้าของเอ็มม่าที่ขมวดคิ้วหนัก ก็พอรู้อยู่หรอกว่ายัยนี่คงคิดว่าใช้เวลาเยอะพอตัว ถ้าคิดแบบมีเหตุผลการเดินทางครั้งนี้คงใช้เวลาไม่น้อยไปกว่าครึ่งปี  

"ไม่เป็นไรหรอกน่าเหลือเวลาตั้ง2ปี แล้วฟิลก็ฉลาดพอตัว..ถ้าคิดตามเหตุตามผลหมอนั่นอยู่ได้นานกว่านั้นแน่ๆ"

"เอ๊ะ?"

"รู้หรอกน่าว่าเป็นห่วงเด็กที่เกรซฟิลด์คนอื่นน่ะ แต่เลิกคิดทำอะไรคนเดียวได้แล้ว เธอยังมีทุกคนอยู่นะยัยบ้า ฉันก็ยังอยู่ พึ่งพาฉันให้มากกว่านี้หน่อยสิ"

 ผมยื่นมือไปลูบหัวเอ็มม่าเบาๆ   อา......ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่ผมเริ่มสูงกว่าเธอแบบเห็นได้ชัดแล้วน่ะ 

"อื้อ...อยากเจอทุกคนเร็วๆจังเลยนะ..เพราะงั้นต้องพยายามให้มากๆ"

"พยายามแบบไม่ยอมแพ้มันก็ดีอยู่แต่ว่า.."

'ป้าป'

"มันเจ็บนะเรย์!(Q∆Q)"

"เธอน่ะเลิกฝืนตัวเองแล้วพักบ้างสิ!"

"ถ้าแบบนั้นเรย์เองก็ด้วยนั่นแหละ!ตัวเองก็ชอบฝืนเหมือนกันนั่นแหละ!!"

"แต่ถ้าเทียบกันเธอน่ะมากกว่าเห็นๆล่าสุดก็เกือบตายเลยนะ!!"

"นายเองก็เคยคิดจะเผาตัวเองเพื่อช่วยทุกคนนี่!แบบนั้นน่ะไม่เห็นจะเท่เลย!!"


 พวกผมยังคงเถียงกันแบบเด็กๆดังลั่นห้องสมุดโดยมีบางคนยืนมอง จะว่าไงดีกับยัยนี่ถ้าไม่ดุบ้างคงไม่ได้หรอกถ้านอร์แมนเป็นประเภทโอ๋เอ็มม่าผมนี่แหละคือประเภทที่คอยดุยัยนี่ที่ชอบทำอะไรเกินตัว



"ไม่เข้าไปห้ามจะดีเหรอ?"จิลเลียนหันไปหากิลด้าที่ดูมวยคู่นี้เงียบๆด้วยรอยยิ้ม

"ไม่เป็นหรอกจ้ะ เป็นวิธีแสดงความรักแบบสองคนนั้นน่ะ ดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็นห่วงกันมากแต่ปากแข็งเหมือนกันทั้งคู่"


"เรย์น่ะ..หมอนั่นพอเป็นเรื่องเอ็มม่าหรือนอร์แมน จะเลือดขึ้นหน้าทุกทีนั่นแหละ " ดอนหันไปตอบจิลเลียนที่ยืนดูคู่พี่ใหญ่ของเกรซฟิลด์เถียงกันแบบเด็กๆ 



"นายนั่นแหละ!"

"เธอนั่นแหละ!!"

"ชิ!!/ชิ!!"




 หลังผมกับเอ็มม่าเถียงกันได้ราวๆ10นาทีพวกเราก็ตัดสินใจยอมแพ้และเริ่มค้นข้อมูลที่จำเป็นต่อ 


"อ้าวๆ เรย์กับเอ็มม่าเลิกจู๋จี๋กันสองคนแล้วไปพักได้แล้ว!"

"ช่ายๆ..พวกนายก็ไม่ได้พักกันทั้งคู่นั่นแหละ!!"

เสียงโทมะกับลานิดังทำให้พวกผมสองคนหันไป เดี๋ยวเมื่อกี๊เจ้าพวกนี้ว่าไงนะ 'จู๋จี๋?'


"จะบ้าเรอะ!!!!/อะไรคือจู๋จี๋อ่ะ0w0?"


ผมหันไปเอ็มม่าที่ทำหน้าเอ๋อๆอยู่ข้างผม ให้ตายสิ ยัยนี่จะไร้เดียงสาไปไหนฟะ!ที่สำคัญไอเด็กพวกนี้มันไปรู้คำนี้มาจากไหน--*


"อะไรๆเอ็มม่าไม่รู้เหรอ~"

"งั้นพวกเราจะบอกให้นะจู๋จี๋น่ะนะ...แอ๊ก!!!!!"

ผมฟาดมือไปที่ลานิทันทีและเตรียมฟาดโทมะอีกคนข้อหาพากันพูดจาไม่เข้าหูแถมยังจะสอนอะไรแปลกๆให้เอ็มม่าอีก


"โทมะ ลานิ ไปที่ตู้หนังสือที่สาม ชั้น4 หนังสือ6เล่มจากซ้ายสุดเป็นหนังสือที่ยังไม่ได้แปลถ้าว่างก็มาช่วยพวกฉันซะ!"

ผมลากเจ้าเด็กสองคนออกไปทันที

"จะจู๋จี๋กันสองคนก็บอกมาเถอะเรย์~"

"กิ๊วๆ"


ยัง...ยังไม่หยุดอีก ผมส่งออร่าทมึฬไปที่ทั้งสองเป็นการเตือนว่าถ้ายังไม่หยุดได้มีก๊อก2แน่


"ขอโทษคร้าบบบ~\ขอโทษคร้าบบ~"


เมื่อกำจัดเจ้าเด็กแสบทั้ง2ได้ผมก็กลับมาที่โต๊ะเหมือนเดิมก่อนจะต้องปวดหัวหนักกว่าเดิมเมื่อยัยนี่เอ่ยขึ้นมาต่อจากเมื่อครู่


"เรย์สรุปไอ'จู๋จี๋'นี่มันคืออะไรเหรอ?"

"ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้หรอกเฟ้ย!!!"


อยากจะบ้าตายจริงๆ







หลังจากที่ฉันกับเรย์หาข้อมูลกันจนมากพอและได้คุยแผนการเดินทางกับทุกคนแล้วฉันก็ตัดสินใจออกไปสวนปลูกผักข้างๆเพื่อรับกลิ่นพืชกับดินหน่อย 


 นี่ก็ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว หลังจากฉันหายดี ทุกคนก็มีความสุขดีขึ้นเมื่อไม่ต้องไปเผชิญกับพวกปิศาจ แต่ฉันรู้ดีว่าถ้าไม่หาทางเปลี่ยนอะไรบางอย่าง มันจะไม่มีทางมีความสุขได้ตลอดไปหรอก


(ไม่เป็นไรหรอก..เธอไม่ได้ตัวคนเดียว)

'เอ๋...ส..เสียงอะไรน่ะ'

ฉันหันไปมองรอบๆก็พบว่าตัวเองยืนอยู่คนเดียวไม่มีคนอื่นเลย 

(อีกไม่นานแล้วนะ..ที่เราจะได้เจอกันน่ะ)

'เจอกันงั้นเหรอ?'

(ใช่อีกไม่นาน....ช่วยอดทนอีกสักนิดนะ)

'....'


"คิดอะไรอยู่เหรอเอ็มม่า.."


เสียงทุ้มนุ่มทำให้ฉันหลุดจากพะวัง เมื่อหันไปก็พบเจ้าของเรือนผมสีขาวที่แซมแดงเล็กน้อย


"โอลิเวอร์?"

"ไง..."

"ปล่าวหรอกแค่ออกมารับกลิ่นดินกับพืชผักหน่อยน่ะ"

"งั้นเหรอ..ถ้าแค่นั้นก็ดีแล้วล่ะ"

"...."

"ทุกคนเป็นห่วงนะ...รวมถึงฉันด้วย.."

"อื้ม...ขอโทษนะ..ที่ทำให้เป็นห่วงกันน่ะ..."

"อย่ามัวแต่เก็บไว้คนเดียวล่ะ..ถึงจะมีคนเคยพูดไปแล้ว..แต่เธอยังมีทุกคนนะ"


'เอ๊ะ!คำพูดนั้นมัน..'

ฉันหันกลับไปมองหน้าโอลิเวอร์ที่ยังเผยใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยนมาที่ฉัน อา..นั่นสินะ..เรายังมีทุกคน ไม่ได้ตัวคนเดียวนี่นา 

"โอลิเวอร์.."

"หืม.."

"ขอบคุณนะ"

"ฮึๆ...ไม่เป็นไรหรอก..ฉันแค่อยากช่วยเธอบ้างแม้เล็กน้อยก็ตาม"

"อะไรกัน..นายก็ช่วยฉันไว้ตั้งเยอะน่า"

"ไม่พอหรอก..ถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอทำเพื่อพวกฉันทุกคนน่ะ..มันเทียบไม่ติดฝุ่นเลยล่ะ"

"ไม่ใช่นะ!!!"

"...."

"ฉันน่ะที่ทำได้น่ะ..เพราะมีทุกคนอยู่ด้วยนั่นแหละ..."


"เอ็มม่า.."

"..."

ใช่ไม่ใช่แค่เรา...เพราะทุกคนต่างหาก เพราะพวกเขาฉันถึงทำได้ขนาดนี้..ถ้าไม่มีทุกคนอยู่เราอาจจะถอดใจยอมแพ้ไปแล้วก็ได้


"เพราะมีทุกคนนั่นแหละ...เพราะงั้นอย่าพูดว่ามีแค่ฉันที่ทำไปเลยนะ...ถ้าไม่มีทุกคนน่ะฉันคงตายไปนานแล้วล่ะ"


"เอ็มม่า...เฮ้อ...ยอมแพ้เธอจริงๆเลย"

"ฮึๆ..."

"แต่เห็นเธอยิ้มแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะงั้นไปกันมั้ย..ไปหาทุกคนกัน"


ใช่แล้วล่ะก็ฉันน่ะไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย


"อื้อ!!!"


(ใช่แล้วเธอมีทุกคนแล้วก็มีพวกเราอยู่)


(อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น...รีบตามหาดวงตามังกรแล้วเธอจะได้รู้ทุกอย่าง)


'ดวงตามังกรแห่งคูวิทิดาลา..งั้นเหรอ..ต้องรีบแล้วจริงๆสินะ'





ณ ปราสาท



"ทำอะไรน่ะวาซตี้"

"แค่ส่งกระแสจิตไปถึงเด็กคนนั้นน่ะ"

"ดวงตามังกรแห่งคูวิทิดาลาสินะครับ...ถ้าเป็นเธอจะต้องติดต่อหาทางเข้าได้แน่...บางทีอาจเจอ......ด้วย มูสสิก้าก็คงให้วิธีเห็นสิ่งนั้นเธอแล้วแน่ๆ "


"ดูเหมือนนายก็เชื่อสินะอิระ"

"ครับ..นั่นคือคุณเอ็มม่าเลยนะ...เธอทำได้แน่ถ้าคิดจะทำ"

"เหอะ..ที่จริงไม่เห็นจะต้องไปช่วยพวกมนุษย์เลยพวกนั้นน่ะสักวันก็ต้องตายอยู่ดี..."

"อย่าพูดแบบนั้นเซ่ซูแปรบีอา เด็กคนนั้นไม่ยอมหรอกน่ะ!"

"เวดี้นายก็เห็นนี่พวกเราน่ะอยู่จุดที่สูงกว่าทั้งปิศาจทั้งมนุษย์ไม่เห็นต้องลดตัวไปช่วยพวกนั้นเลย"

"แต่เอ็มม่า..ใจดี...เธอต้องช่วย..แน่..หาวว"


"อย่าพูดทั้งที่หลับสิ!!อาเคเดีย!!"

"พูดแล้วมันเหนื่อย...ลืมตาก็เหนื่อย"

"ฮึๆๆเอาน่าซูแปรบีอาก็อาเคเดียเป็นผู้คุมบาปเกียจคร้านนี่นะ"


"เหอะ...แล้วนายเถอะลัสไอรอยลิปพวกนั้นมันอะไร"

"แค่ไปหาไออุ่นจากพวกสาวๆที่เมืองมาน่ะ..ก็เด็กคนนั้นไม่อยู่มันเหงานี่นาพันกว่าปีแล้วนะ..ยังไงไออุ่นของเธอคนนั้นก็ดีที่สุด"


"ผมก็อยากด่าล่ะนะ...แต่ก็มีส่วนที่เห็นด้วย...อยากให้เธอจำพวกเราได้เร็วๆ อยากให้เธอมาเยียวยาโทสะในตัวผมสักที"

"หึๆ..พวกนายจะนานแค่ไหนก็รักเด็กคนนั้นไม่เปลี่ยนเลยนะ"

"ถ้าพูดแบบนั้นนายก็ด้วยแหละน่าวาซตี้ ใช่มั้ยแกร็ด"

"คงงั้น..."


"เอาน่า...วงล้อแห่งชะตากรรม..เริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ..อีกแค่นิดเดียว.."








"เอาล่ะ..งั้นพวกเราไปก่อนนะทุกคน"

"ระวังตัวกันด้วยล่ะเอ็มม่า"

"ไม่เป็นหรอกค่ะคุณยูโกะ คุณลูคัส. ก็มีพวกเรย์พวกไวโอเล็ตด้วย" 


"รักษาตัวกันด้วยนะเอ็มม่า...ทุกคนด้วย"

"อื้อ...พวกโอลิเวอร์ก็ด้วยนะ"

ฉันมองทุกคนที่เตรียมมาส่งพวกฉันเดินทาง ต้องไปแล้วสินะ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะฉันจะต้องตามหาจุดหมายปลายทางที่เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอย่างมีความสุขให้ได้ 

"เอาล่ะ พวกเราก็ไปกันเถอะเอ็มม่า"


"อื้ม...ไปนะทุกคนรักษาตัวด้วยนะ"






ใช่ จะมาหยุดไม่ได้แล้วเพื่อที่จะได้รู้ทุกอย่าง เพื่อการนั้นจะต้องตามหากำแพงทั้ง7 และจุดเริ่มต้นของเราคือ




'ดวงตามังกรแห่งคูวิทิดาลา!!'







[To Be Continued]


ของแถมจ้าาาา





ReiEmma & เหล่าลูกเรือ โทมะ ลานิ  ><กัปตันไม่พายลูกเรือช่วยเองง


OliEmma




(?) 'ถ้ากลับมาแบบเฉิ่มๆฉันไม่ให้อภัยแน่...กลับมาต้องแปลงโฉมซะใหม่นะ"



(?) 'รีบกลับมานะครับ พวกผมรออยู่เสมอ'


ค่าาจบไปแล้วนะอีกตอนนอ่านจบแล้วก็เมนต์ติชมกันได้น้าาาา
รินแอบลงรูปสปอย1ในหนุ่มๆทัณฑ์บาป2คน -w-ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #18 เด็กวัยรุ่นคนนึง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:17
    โอลิเวอร์เอ็มม่าอิสเดอะเบสท์
    #18
    0
  2. #10 55384 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:44

    อ๊ากกกกกกกก ฟินจะขอลงเรือนี้ต่อปายยยยยย
    #10
    0
  3. #9 Min (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 17:27

    เขินนนน​ มังกรหล่อมักกกกฮาเร็มเอ็มม่ารึนี่​ รอตอนต่อไปนะคะติดตามๆๆ

    #9
    0
  4. #8 SupawadeeMM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:35

    ฮือออทำดีมากโทมะ ลานิ>< ลงเรือเรย์เอ็มก่อนเหมือนกันค่ะแต่ชอบ โอลิเวอร์เหมือนกัน หนุ่มๆหล่อมากกอยากเห็นอีก5คนแล้ววว

    #8
    0
  5. #7 ThichaInthawong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:33
    อ๊ากก เราอยู่เรือเรย์เอ็มม่าเขินหนักมากก
    #7
    0