[The promised neverland ] Emma is sunshine of familia

ตอนที่ 11 : EP 08 - Not just you [ลงครบแล้ว]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    14 เม.ย. 62



"You want to have fun my little nightingale ?"



   หลังจากที่พวกเราได้ดูอดีตของฉันเมื่อพันปีก่อน ก็ผ่านมาราว20นาที ที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ห้องประชุมถูกปกคลุมด้วยความเงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน

  "แล้วแบบนี้...จะทำยังไงต่อล่ะ..?" กิลด้าถามขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ แม้เธอจะรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นเอ็มม่าในอดีตแต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง พี่สาวของเธอก็จะถูกพรากชีวิตไปอย่างสูญเปล่า

  "สิ่งที่พวกเราจะทำไม่ใช่แค่การแก้แค้นหรอกครับ"

  ทุกคนหันไปมองอิระที่แสยะยิ้มออกมาก่อนเจ้าตัวจะลุกอ้อมไปด้านหลังของเอ็มม่า และกอดไหล่เล็กเอาไว้

  "ผมจะทำให้เจ้าพวกนั้นได้เจ็บปวดยิ่งกว่าความตาย เอ็มม่าจะต้องไม่ได้รับสิ่งตอบแทนจากความตายของเธอแค่นั้น.."

"อย่างที่อิระพูด..เราจะตอบแทนพวกมันอย่างสาสม..เพราะว่าฉันมันโลภแค่ได้เห็นพวกมันตายคงไม่เพียงพอหรอก"

  เอ็มม่ามองเหล่าผู้คุมบาปทั้ง7 พันปีมานี้ทุกคนรอเธอด้วยความรู้สึกแบบไหนกันนะ

  "เอ็ม..ม่า"อาเคเดียที่นอนซบตักร่างบางอยู่เงยหน้ามาสบตาสีเขียวสวย มือเล็กอดไม่ได้ที่จะไปวางบนผมสีเดียวกับดวงตาของเธอ

  "อะไรเหรอ..?"

   "ยินดีต้อนรับ..กลับนะ"

เสียงนุ่มทุ้มค่อยๆแผ่วลงพร้อมกับฟุบหน้าลงกับตักของเอ็มม่าอีกครา

"คิกๆ..กลับมาแล้วนะ..อาเคเดีย"

เอ็มม่าเงยหน้าไปสบตากับเหล่าเจ้าชายแดนทัณฑ์บาปก่อนจะยิ้มบางๆออกมาเพื่อลดความตึงเครียดของทุกคน

"พันปีมานี้ทุกคนคงจะเหนื่อยกันมากสินะ..ขอโทษที่ต้องให้รอนานแต่ว่า..."

"กลับมาแล้วนะคะ...ทุกคน.."

เพียงคำพูดเดียงแต่ราวกับร่ายมนต์ไว้ ความตึงเครียดค่อยๆพังทลายลงไปเหลือแต่รอยยิ้มที่ตอบกลับไปให้เธอ

ไม่มีประโยคชวนซึ้งอะไรเอ่ยกลับมามีเพียงบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายขึ้น

เรย์หันไปมองเอ็มม่าก่อนจะยกมือไปลูบหัวเธอเบาๆอย่างเอ็นดู แค่เพียงเธอเอ่ยอย่างอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบางๆก็ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดสลายหายไปราวกับเวทย์มนต์

"เธอไม่ได้เปลี่ยนไปจากพันปีก่อนเลยสินะเอ็มม่า"

วาซตีถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปยีหัวเด็กสาว

"คุณเองก็ยังใจดีไม่ต่างกับพันปีก่อนเลยนี่คะ"

   เสียงหวานใสเอ่ยตอบอย่างร่าเริง เหมือนอย่างทุกที หนึ่งพันปีสำหรับเธอมันช่างแสนสั้นนักเพราะการไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ แต่พวกเขาไม่ใช่ หนึ่งพันปีกับการรอคอยช่างแสนยาวนานและทรมาณนัก ทำได้เพียงแค่รอให้ดวงวิญญาณเธอไปเกิดใหม่ โดยที่ทำอะไรไม่ได้

  แต่ไม่ใช่อีกแล้ว ครั้งนี้แหละ จะต้องมีอะไรที่พวกเขาได้ทำเพื่อเธอ

*************************************************************************

"แย่แล้วครับท่าน!!!!"

เสียงโหวกเหวกโวยวายดัวขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงหันไปมองพบกับคนรับใช้คนสนิทที่วิ่งเข้ามาด้วยสัหน้าตื่นตระหนก

"มีอะไร?"

"กระผมได้ยินข่าวว่า ในกลุ่มผู้หลบหนีจากเกรซฟิลด์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมทำลายสวนแห่งการล่า..."

"เรื่องแค่นั้นฉันรู้อยู่แล้ว.."

"ไม่ครับ!!ที่สำคัญจากการรายงาน1ในเด็กจากเกรซฟิลมีเด็กที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนกับองค์หญิงทรอยแมร์เมื่อพันปีก่อน!"

"ว่าไงนะ...ที่พูดนั่นจริงใช่มั้ย.."

ดวงตาคมกริบหันไปมองลูกน้องของตนก่อนจะระบายยิ้มออกมาและสั่งให้เขาออกไปด้วยเสียงราบเรียบ

  ห้องทำงานของผู้นำราทรีกลับมาเงียบอีกครา ก่อนมุมปากหยักจะยิ้มออกมาราวกับนึกอะไรได้

"อา..กลับมาแล้วสินะไนติงเกลตัวน้อย แต่ไม่ใช่แค่พวกท่านที่กลับมาหรอกนะ..เจ้าหญิงเอ็มม่า"

มือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือเก่าๆเล่มนึงขึ้นมาก่อนจะเริ่มเปิดอ่าน

"ตามที่เราเมื่อปี1046ได้บันทึกใส่หนังสือเล่มนี้..เจ้าหญิงทรอยแมร์จะกลับมาเมื่อพลังของแหวนกลับมาครบ100%ซึ่งต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งพันปี ซึ่งเป็นไปได้ว่าแหวนแห่งตระกูลจะสามารถปลดปล่อยพลังได้ตั้งแต่ปี2035 "

'เด็กคนนั้นเกิดมาได้11-12ปีแล้วสินะ...น่าสนุกนี่..'

ปึก!

"เอาล่ะมาเลย My Nigtingel ฉันรอเธอมาร่วมสนุกกับศึกนองเลือดครั้งใหม่อยู่นะ.."

เข้ามาร่วมเพื่อที่ผมจะรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอไงล่ะ


*************************************************************************


  "แผนการที่ให้เตรียมไว้ว่าไงบ้าง "

  "เรียบร้อยดีครับบอส"

  "ดี..ออกไปได้แล้ว"

   ชายหนุ่มดวงตาสีน้ำทะเลผละจากงานเอกสารขอวตัวเองก่อนจะลุกเดินไปที่หน้าต่าง มันเป็นเช่นนี้เสมอเฉกเช่นทุกๆวัน

  "เอ็มม่า เรย์..ทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ"

   ดวงตาคมเหลือบไปมองเอกสารที่อ่านค้างไว้ก่อนเขาเลื่อนสายตาไปที่ลิ้นชักของโต๊ะทำงาน มือหนาเลื่อนไปเปิดมันออกและหยิบของด้านในออกมา

  แก้วน้ำกระดาษที่ถูกรัอยด้วยเชือกเส้นยาว เขายังจำได้ดี เสียงเล็กๆน่ารักที่เอ่ยจากอีกด้านของแก้วใบนี้ในวันที่เขาป่วย เธอใจดี ร่าเริงอยู่เสมอ มักจะคิดทำอะไรเพื่อครอบครัวก่อนตัวเองเสมอ..

  "มีชีวิตรอดมาเจอผมให้ได้นะ...เอ็มม่า..ผมจะรอวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน เพื่อการนั้น..."

  'ฉันจะต้องล้างบางพวกมันซะ..เพื่อที่จะทำตามที่เธอเคยต้องการ..จะเปลี่ยนโลกใหม่ให้ดู.."

************************************************************************

    หลังจากนั้นไม่กี่วัน พวกเอ็มม่าตัดสินเดินทางกลับไปที่เชลเตอร์ก่อนเพื่อเตรียมย้ายทุกคนมาที่ปราสาทวอร์ทาเรีย โดยจิตของทุกคนได้กลับไปตั้งแต่วันแรกที่มาด้วยเหตุผลที่ว่า ยังไงก็ต้องมาคุยกันอีกทีอยู่ดีเพราะงั้นกลับไปเก็บของมาก่อนก็ไม่เสียเวลาหรอก

หากว่าตามตรงถ้าจะพูดว่าฟื้นความทรงจำ เอ็มม่าก็ยังจำไม่ได้ทั้งหมดอยู่ดี เธอยังไม่สามารถเข้าใจตัวเองเมื่อพันปีก่อนได้ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ หากปล่อยให้เป็นแบบนี้จะต้องเกิดสงครามแน่ๆ ตัวเธอน่ะต้องการแบบนี้จริงๆหรือ....

  "เฮ้..เอ็มม่าจะไปแล้วสินะ.."

   เสียงทุ้มแต่ดูร่าเริงเอ่ยขึ้นทำให้เด็กสาวหลุดจากพะวังหันไปมอง เจ้าของดวงตาคู่สวยกับเรือนผมสีเขียวเข้มเดินมาหาเธอที่นั่งอยู่ม้านั่งริมสวนวิด้า หากถามว่าเธอจะอะไรกับไอดอกไม้ชนิดนี้นักหนาคงตอบไม่ได้ เธอแค่รู้สึกว่าถ้าอยู่กับมันเธอจะรู้สึกจิตใจจะสงบลงได้เยอะทีเดียว ทั้งทีีเป็นดอกไม้ที่เธอต้องเกลียดแท้ๆ เมื่อนึกไปถึงยามที่มันปักลงบนอกน้องสาวเธอ

  "นี่..เวดี้ นายว่าตัวฉันเมื่อพันปีก่อนคิดจะทำอะไรงั้นเหรอ"

  เสียงหวานเลือกเมินคำถามของร่างสูงและถามคำถามของตัวเองกลับทำให้เจ้าของชื่อขมวดคิัวเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเธอต้องการสื่ออะไรในเมื่อคำถามแบบนั้นคำตอบควรมีแค่อย่างเดียวแท้ๆ

  "ก็ต้อง...แก้แค้นอยู่แล้วนี่"

  "จะใช่จริงๆน่ะเหรอ..ทำไใฉันถึงรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่สรั้นนะ"

  ใช่เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การแก้แค้น เธอรู้สึกว่าเบื้องลึกนั้นมีอะไรมากกว่าแค่การแก้แค้นตระกูลราทรี


'ฉันไม่วัน..ร่วมมือกับคุณแน่!!!!'

'งั้นเหรอ..ช่างน่าเสียดายจริงๆนะ'

  เธอรู้สึกผิดแปลกกับเรื่องราวในตอนนั้น ทั้งที่เขาตั้งใจจะฆ่าทรอยแมร์ทุกคนเพื่อชิงแหวนของเธอ..แล้วทำไม..ทั้งที่หัวเราะแล้วเล็งปืนมาที่เธอ ทั้งที่กล่าววาจาน่าชิงชัง..ทำไมกันนะ ทำไมดวงตาคู่นั้นถึงได้สั่นไหว แลดูเจ็บปวดนัก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอสับสน ไม่เข้าใจสักนิดเดียว หรืออาจเขายังมีความรู้สึกผิดบาป..ต้องเป็นแบบนั้นใช่มั้ย ทำไมคุณอาของนอร์แมนที่เคยอ่อนโยนไม่น้อยกว่าใครๆถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ด้วยแววตาเจ็บปวดแบบนั้นกันนะ

   ดวงตาคู่สวยของเอ็มม่าเลื่อนไปจับที่ดอกวิด้า ดอกไม้ที่จะสวยงามที่สุดยามมันรับโลหิตเข้าไป


(นี่ๆ คุณวาดัส ดอกไม้นี่น่ะหม่าม๊าบอกว่าจะสวยมากตอนดูดเลือดใช่มั้ยคะ?)

(ใช่ครับเจ้าหญิง)

(งั้นทำไมถึงเอามาปลูกในดินล่ะแบบนี้มันก็ไม่สวยนะสิ?)

  ดวงตาสีฟ้าคมของผู้นำราทรีที่มาเยียนปราสาทหรี่ลงอย่างขบขันกับความคิดไร้เดียงสาขององค์หญิงตัวน้อย

(ฮะฮะๆๆ..นั่นสินะครับ..บางทีที่ต้องเอามาไว้ที่นี่อาจเพื่อรอเวลานำมันย้ายไปยังสถาณที่ที่คู่ควรก็ได้นะครับ)

(สถาณที่..ที่คู่ควร..?)

(ครับ..)

(แล้วมันเมื่อไหร่ถึงจะย้ายได้ล่ะคะ?)

(อาจต้องรอให้เจ้าหญิงของกระผมโตขึ้นก่อนเสียกระมังครับ)

(เอ๋~...ถ้างั้นถ้าโตขึ้นไว้คุณวาดัสพาไปดูตอนที่วิด้าสวยที่สุดได้มั้ยคะ)

(ได้แน่นอนครับเจ้าหญิง...)

(จริงนะ!..ป่าป๊ากับหม่าม๊าบอกว่าดอกวิด้าเป็นตัวแทนแห่งการภาวนาและคำสัญญา ถ้าโกหกต่อหน้าดอกวิด้าจะต้องพบเจอเรื่องไม่ดีนะคะ!)

     มุมปากหนายกยิ้มก่อนจะลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นมือไปเกี่ยวก้อยนิ้วเล็กๆที่ยืนมาหาเขาเพื่อขอให้ตอบรับคำสัญญากับตนเอง

(ครับไว้ถึงตอนนั้นให้ทุกคนมาดูความงามของดอกไม้นี้ด้วยกันนะครับท่านเอ็มม่า)

(ค่ะ!!!!)

 
  เอ็มม่าเผยริยยิ้มเศร้าๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดอกวิด้าที่บานสะพรั่งโดยไม่ต้องซึมซับโลหิตเข้สไปขึ้นมา

  "ทั้งที่ยามนี้ วิด้าบุปผาที่ราวกับเป็นตัวแทนแห่งการภาวนาคร่าชีวิตสามารถบานสะพรั่งโดยไม่ต้องพึ่งพาสายโลหิตของผู้ใด เหตุไฉนคุณถึงได้หันหลังให้กับคำสัญญานั่นกันนะ"

  วาจาราชาศัพท์ที่เธอไม่ค่อยใช้เอื้อนเอ่ยอย่างลื่นไหลพรางมองไปที่แสนไกล

  'ที่คุณทำแบบนี้เพื่ออำนาจแค่นั้นจริงๆหรือ...ฉันจะต้องรู้ให้ได้ เหตุผลแท้จริงที่ฉันกลับชาติมาเกิดในครั้งนี้'
 

*************************************************************************

  "ถ้าเช่นนั้นกระผมจะไปกับพวกท่านเอ็มม่าเองครับ "

  ลูก้าโค้งให้กับเหล่าเจ้านายของตนก่อนจะเดินออกไปเพื่อเตรียมการเดินทาง

เวดี้มองไปที่เด็กสาวที่ไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่สวนวิด้า เขาหงุดหงิดที่ไม่เคยสามารถเข้าใจความคิดลึกๆของเธอเลย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ถามแบบนั้นกับเขาทั้งที่คำตอบก็มีเพียงอย่างเดียว เขาไม่เข้าใจดวงตาคู่สวยที่สั่นไหวทุกครั้งที่มองไปยังสวนดอกไม้โลหิตนั้น เขาไม่เคยเข้าใจเธอจริงๆ

  เหมือนเอ็มม่าจะรู้ตัวว่าทำให้ชายหนุ่มแห่งริษยาต้องกังวลเธอจึงเอื้อมมือไปลูบหัวเวดี้ก่อนจะยิ้มบางเหลมือนกับจะบอกว่า'ไม่ต้องกังวลนะไม่มีอะไรหรอก'แค่การกระทำนั้นก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นบ้างแม้จะยังคงความหงุดหงิดเล็กในใจแต่ก็เลือกที่จะยิ้มตอบไปเพื่อไม่ต้องให้เธอกังวลเรื่องเขา

ซูแปรบีอาเดินเข้าไปหาทั้งคู่ก่อนจะใช้ดวงตาสองสีของตนจับจ้องเข้าไปยังดวงตาคู่สีเขียวอ่อนหวานนั่น แต่ก็ต้องถอนหายใจออกมา แค่มองตาน่ะมันรู้ใจกันไม่ได้จริงหรอกนะ เขาขอฟันธงเลย เพราะขนาดพวกเขาจ้องกับเธอจะเป็นจะตายยังไม่เข้าใจเธอเลย ทั้งทึ่เคยคิดว่าเด็กคนนี้อ่านออกง่ายแท้ๆเชียว

  "อย่าไปนานล่ะยัยหนู.."

  "ค่ะ..จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดนะคะ "

  เสียงประตูด้านนอกเปิดออกทำให้ทุกสายตาหันไปมองผู้มาใหม่อย่าง วาซตี ที่เดินเข้ามาพร้อมกล่องเล็กๆใบหนึ่ง

   มือหนายื่นมันไปตรงหน้าเด็กสาวก่อนจะยิ้มบางๆ

  "รับไปสิ..พวกฉันรับฝากมันไว้มากเกินแล้ว..มันควรกลับไปยังที่ที่คู่ควรซึ่งก็คือที่ที่มีเธอ"

   เอ็มม่าเปิดกล่องเล็กๆขึ้นและเห็นแหวนวงหนึ่ง แหวนที่มีลวดลายสวยงามดึงดูดทุกสายตา เพชรเม็ดเล็กๆสีเดียวกับดวงตาของเธอ ทำให้เธออดเชยชมไม่ได้ ใช่มันเป็นแหวนประจำราชวงศ์ของเธอ แหวนที่อาจเป็นสาเหตุการก่อกบฏขึ้น

'กลับมาแล้วสินะ Troime ring '

  ราวกับตอบรับความคิดของเธอเพชรสีเขียวสดใสเปร่งประกายเล็กน้อย

(เท่านี้ชิ้นส่วนก็เริ่มครบหมดแล้ว....ดีล่ะ..ถ้าเป็นฉันในตอนนี้...จะต้องจบทุกอย่างให้ได้)


*************************************************************************

To Be Continued


ช่วง Talk with Writer

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะเจ้าคะ วันสงดรานต์แต่ไม่ได้เล่นน้ำแงๆเลยมานั่งแต่งนิยายไปขายของไป แต่กว่าจะจบตอนนึงแทบหลั่งน้ำตาเพราะจำเนื้อหาพล็อตที่เคยแต่งไม่ค่อยได้;-; แต่ก็จะพยายามนะคะอย่างน้อยอาทิตย์นึงจะลงให้ได้สักตอนยังไงก็ช่วยคอมเมนต์เป็นกำลังใจแก่คนแต่งบ้างนะเจ้าคะ สุดท้ายนี้ สงกรานต์นี้เดินทางอย่างปลอดภัย เล่นน้ำอย่างระมัดระวังนะเจ้าคะไว้เจอกันใหม่น้าาาา

ช่วงท้ายแกมแถมตอน

ริน : สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะเหล่าตัวละครที่น่ารักทุกคนของฟิคTPNที่จับมายัดรวมกัน

ทุกคน : สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ~\ค่าา~

ริน: เนื่องจากเป็นวันสงกรานต์วันนี้เรามาเล่นเกมต้อนรับวันสงกรานต์ดีกว่านะ

เรย์ : ทำไมฉันสังหรณ์ใจว่าจะไม่ใช่เกมที่ดีนะ../มองไปที่เอ็มม่ากับนอร์แมนที่ยิัมแห้งๆ

ริน : ชื่อเกมมีชื่อว่า'สงครามมันส์สาด(น้ำ)' กติกาง่ายๆมีปืนฉีดนำให้คนละกระบอกโดยเคิมน้ำได้ไม่อั้นจากถังของฝั่งตนเองกติกาแค่ยิงไปที่ฝ่ายตรงข้ามให้โดนเท่านั้นใครเปียกน้ำถือว่าGame over และถ้าฝ่ายใดโดนน้ำครบหมดฝ่ายนั้นจะแพ้ทันทีและต้องโดนบทลงทัณฑ์วันสงกรานต์ทั้งทีม เอาล่ะเราจะแบ่งฝ่ายออกเป็น2ฝั่งนะ รินจะเป็นกรรมการนะคะ

วาซตี : ได้ไง เธอก็ต้องมาเล่นด้วยกันนะ
อิระ : ใช่แล้วครับคุณรินก็มาสนุกด้วยกันนะครับ
ริน : ช่วยไม่ได้นะ~งั้นแรนดัอมในเว็บนะ แบ่งตามทีมเลขคู่เป็นทีมขาว เลขคี่เป็นทีมแดง แรนด้อมได้!!!!

ผลการแรนด้อมตามนี้จ้าาา



ผลการแรนด้อมออกมาแล้วรอเจออีพีมันส์สาด(น้ำ)ที่เหลือตอนหน้าน้า~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #44 choco_cat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 07:29
    อยากให้เว้นวรรคหน่อยอะ ตาลาย อ่านได้ 3 บรรทัดก็ไม่เอาเเล้ว
    #44
    0
  2. #38 อลิซซี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 14:23

    แอบเห็นนะว่ามีอีกเรื่องจะเอาลงไหอีกแล้วใช่มั้ยย
    #38
    2
    • #38-1 SGcaramel(จากตอนที่ 11)
      14 เมษายน 2562 / 14:43
      ยังไม่แจ้ใน -w-
      #38-1
  3. #37 55384 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 14:17

    สนุกค้าาา มาต่ออีกนะค้าา
    #37
    0
  4. #36 ackerman2003 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 01:41

    เนื้อเรื่อเข้มข้นมาก~ มาต่อไวๆนาจา~

    #36
    0