Never Give Up - HaeEun

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ส.ค. 61


Prologue


 

“บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาเล่นตรงนี้ ระเนระนาดหมด ไอ้เด็กเวร  มึงนี่มันมารความสุขจริง ๆ ไอ้ตัวกาฝาก อีกแค่วันเดียวจะทำตัวให้มันดี ๆ  หน่อยไม่ได้หรือไง”


ภาพเด็กชายตัวเล็กกับเสียงก่นด่าของหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ เป็นภาพชินตาที่เด็กชายวัยหกขวบเห็นทุกวันแต่ไม่ชินกับมันสักที  เด็กชายไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ที่เด็กอีกคนเรียกว่า “น้าซอนมี” ถึงได้ใจร้ายนัก  แค่เจ้าตัวเล็กวิ่งชนกะละมังน้ำหกน้าผู้หญิงคนนั้นก็โวยวายเป็นเรื่องใหญ่  คำด่าทอที่เด็กน้อยไม่ค่อยเข้าใจ “ไอ้เด็กเวร” “มารความสุข” “กาฝาก” ได้ยินจนจำได้ แต่ไม่รู้ความหมายว่าต้องซนต้องดื้อขนาดไหนถึงจะโดนดุด้วยคำพวกนี้  แต่จะให้เข้าไปถามตอนนี้ก็ไม่กล้า ไม่อยากเป็นต้นเหตุในการเพิ่มรอยจ้ำเขียว ๆ แดง  ๆ บนแขนขาของเจ้าตัวเล็กนั่นอีก น้าซอนมีเวลาโมโหร้ายขึ้นมาใครก็เอาไม่อยู่   เด็กชายยังเคยโดนฟาดไปด้วยตอนที่เจ้าตัวเล็กนั่นเล่นน้ำในแอ่งแถวบ้านจนชุดเลอะไปหมดแล้วเดินกลับบ้านมาพร้อมกันด้วยสภาพมอมแมม เข็ดขยาดจนไม่อยากยื่นหน้าเข้าไปยุ่งเวลาผู้หญิงคนนั้นโมโหร้าย

 

หลังจากบ่นเจ้าตัวเล็กจนสาแก่ใจหญิงสาวที่เด็กชายวัยหกขวบลงความเห็นว่าใจร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็ปิดประตูเข้าบ้านไปดังโครมทิ้งให้เด็กตัวเล็กนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นคนเดียวหน้าบ้านกับผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ที่ถูกโยนลงมาตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าเด็กห้าขวบจะเช็ดน้ำที่หกลงบนพื้นเป็นหรือไม่เป็น  เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนในบ้านคงไม่ออกมาอีกนานเด็กชายที่แอบอยู่ข้างรั้วก็ค่อย ๆ  แสดงตัว


“ตัวเล็ก ตัวเล็ก”  เด็กชายป้องปากส่งเสียงกระซิบเรียก ก่อนจะขวักมือเมื่อเห็นดวงตากลมป๊อกแป๊กนั่นจ้องมองมาตามเสียง


“โดนดุอีกแล้วเหรอ”  พอเจ้าตัวเล็กเดินเตาะแตะเข้ามาใกล้ ๆ ก็ได้เห็นใบหน้าที่เคยยิ้มสดใสตอนเล่นสนุกกันอาบไปด้วยน้ำตา  มอมแมมจนดูไม่ได้ 


“อือ..เค้าทำอันนั้นหก”


เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักทั้งน้ำตานองหน้าหันไปชี้ต้นเหตุที่เจ้าตัวเรียกว่า “อันนั้น” ตรงหน้าบ้านไม้ผุพังหลังเล็กสภาพซอมซ่อ  มันคือกะละมังใส่น้ำกับผักอะไรสักอย่างที่หกระเนระนาดอยู่ก่อนหน้านี้  ผู้หญิงคนนั้นเก็บผักใบเขียวเข้าบ้านไปแล้ว  เหลือแต่น้ำเจิ่งนองตรงแคร่หน้าบ้านที่เจ้าตัวเล็กนี่ไม่ได้สนใจจะเอาผ้าขี้ริ้วที่ถูกโยนใส่หน้าเช็ดมัน หรือบางทีเด็กน้อยก็อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ นั่นมีไว้ทำอะไร


“ไอ้ทงเฮ !!! ไม่ต้องพาฮยอกแจไปเล่นที่ไหนนะ  เดี๋ยวญาติมันจะมารับไปอยู่ด้วย”


เด็กชายได้ยินทุกคำที่น้าผู้หญิงยื่นหน้าพ้นประตูบานไม้เก่า ๆ ออกมาตะโกนบอก  แต่ที่สงสัยคือเจ้าตัวเล็กข้างหน้านี่ยังมีญาติที่ไหนอีก  เท่าที่รู้คือแม่ของฮยอกแจไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เจ้าตัวเล็กถึงต้องมาอยู่กับน้าซอนมี ผู้หญิงที่ทงเฮเองก็ไม่รู้ว่าเป็นญาติกับฮยอกแจทางไหน  ทั้งคู่ยังเด็กเกินกว่าจะที่เข้าใจการเรียงลำดับญาติว่าใครเป็นใคร  เด็กชายรู้แค่ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ถูกเอามาฝากไว้กับผู้หญิงคนนี้นานแล้ว  หรือเรื่องที่เคยฟังจากคังอินจะเป็นจริง


“ฮยอกแจจะไปอยู่ที่ไหน”


“ไม่รู้ น้าซอนมีบอกจะมีคนมารับ ทงเฮว่าคนนั้นจะใจดีกับเค้ามั้ย  เค้ากลัวคนนั้นดุเหมือนน้าซอนมี”


“ไม่รู้สิ แต่ทงเฮไม่อยากให้ฮยอกแจไปเลย”


ถ้าเรื่องที่เคยได้ยินจากเด็กอีกคนที่วิ่งเล่นด้วยกันบ่อย ๆ เป็นความจริงก็แสดงว่าหลังจากวันนี้ทงเฮจะไม่ได้เจอกับฮยอกแจอีก คังอินบอกว่าตอนกลางคืนจะมีรถตู้มาจับเด็กดื้อที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่เอาไปขาย  ทงเฮเองก็เคยเห็นเด็กบางคนหายหน้าไปจากหมู่บ้าน เด็กชายไม่ได้สนใจจะหาคำตอบว่าเด็กพวกนั้นหายไปไหน ถูกจับไปขายก็ดีแล้วเจ้าพวกดื้อด้านขี้แกล้งพวกนั้น  แต่ต้องไม่ใช่ฮยอกแจที่จะโดนจับตัวไป


“น้าซอนมีจะขายฮยอกแจให้รถตู้”  หลังจากมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าคนที่อยู่ในบ้านจะไม่เปิดประตูออกมาได้ยิน เด็กชายก็ป้องปากกระซิบบอกสิ่งที่รู้มาข้างหูเจ้าตัวเล็ก


“หือ..”  แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ว่าฮยอกแจต้องไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้แน่นอน


“พวกจุนซู แทคยอน ที่หายไป  คังอินบอกว่าพวกนั้นโดนรถตู้จับไป  น้าซอนมีก็จะให้รถตู้มาจับตัวฮยอกแจไปเหมือนกัน” เด็กชายบอกสิ่งที่ตนเองคิดได้เป็นฉาก ๆ หัวคิ้วขมวดมุ่นเท่าที่เด็กวัยหกขวบคนหนึ่งจะมีเรื่องรบกวนจิตใจที่คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่และไม่สามารถจัดการได้เพียงลำพัง  ในหัวมีแต่คำถามว่าจะทำยังไงดี 


“เค้าไม่อยากไป เค้ากลัว”  ยิ่งได้ยินเสียงสั่น ๆ กับเห็นน้ำตาของเจ้าตัวเล็กตรงหน้าที่เริ่มไหลลงมาอีกครั้งหลังจากเพิ่งหยุดร้องไปไม่นานก่อนหน้านี้ก็ยิ่งกังวลหนักมากเข้าไปอีก


“เดี๋ยวทงเฮไปถามคังอินก่อนว่าต้องทำยังไง ฮยอกแจรออยู่นี่ก่อนนะ อย่าไปไหน”

 




หลังจากกลับไปคุยกับคังอินเด็กคนนั้นที่แก่กว่าเขาหนึ่งปีเสนอความเห็นว่าให้กลับไปบอกพ่อกับแม่ บางทีพวกผู้ใหญ่อาจมีวิธีที่จะช่วยเหลือฮยอกแจได้  แต่โชคร้ายที่พ่อกับแม่ออกไปธุระข้างนอกและทงเฮไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะกลับมาตอนไหน  เด็กชายให้คังอินไปเฝ้าฮยอกแจไว้  ส่วนตัวเองอยู่ที่บ้านรอพ่อกับแม่กลับมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและพาไปคุยกับน้าซอนมี 

 

ช่วงเวลาใกล้ค่ำในขณะที่กำลังนั่งรอด้วยความกระวนกระวายเด็กชายอีกคนที่รับหน้าที่เฝ้าเจ้าตัวเล็กก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมารายงานว่ามีรถตู้เข้ามาจอดหน้าบ้านซูจองเด็กผู้หญิงอีกคนที่บ้านอยู่ไม่ห่างจากน้าซอนมี  เป็นเวลาเดียวกับที่ทงเฮได้ยินเสียงรถพ่อกับแม่กลับมาพอดี  เด็กชายวัยหกขวบตัดสินใจให้คังอินวิ่งกลับไปพาฮยอกแจหนีก่อนที่รถตู้จะไปถึง  ส่วนตัวเองยอมเสียเวลาออกไปรอพ่อกับแม่ที่โรงจอดรถด้วยคิดว่ามันคงดีกว่าถ้าให้ผู้ใหญ่ไปช่วย  แต่ทงเฮคิดผิด   ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่เด็กวัยหกขวบวางแผนไว้  กว่าจะกลับไปถึงบ้านน้าซอนมีได้เหตุการณ์ก็วุ่นวายไปหมดแล้ว 

 

ภาพที่ทงเฮเห็นคือผู้ใหญ่ 2-3 คนกำลังวิ่งตามหาเด็กตัวเล็ก ๆ เขาได้ยินทั้งเสียงตะโกนเรียก เสียงขู่  และเสียงด่าของทั้งน้าซอนมีและคนเหล่านั้นปน ๆ กันจนฟังไม่รู้เรื่อง  จับใจความได้แค่ว่าฮยอกแจหายตัวไป  พอตั้งสติได้ก็หันหลังวิ่งกลับไปทางสนามเด็กเล่น  เป็นสถานที่เดียวที่พอจะนึกได้ตอนนี้  หวังว่าจะเจอเจ้าตัวเล็กอยู่ในอุโมงค์สไลด์เดอร์เหมือนที่เคยเจอทุกครั้ง  แล้วก็เจอจริง ๆ ฮยอกแจซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์กับคังอิน  แต่สิ่งที่เด็กชายคิดไม่ถึงก็คือไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่วิ่งมาที่สนามเด็กเล่น  เพราะมีผู้ใหญ่อีกคนวิ่งตามมาด้วย และผู้ชายคนนั้นก็ตาไวพอจะเห็นเด็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอุโมงค์   ระยะทางที่คิดว่าไกล อุโมงค์ที่คิดว่าใหญ่พอจะหลบจากทุกคนได้  ในสายตาผู้ใหญ่แล้วก็เป็นแค่สนามเด็กเล่นพื้นที่ไม่กี่ร้อยเมตรที่มีสไลด์เดอร์สูงแค่เอวกับเครื่องเล่นเก่า ๆ อีกไม่กี่อย่าง แถมสปอร์ตไลท์ยังส่องสว่างจนเห็นเด็กที่อยู่ในอุโมงค์ชัดเจน

 

“ทางนี้ มันอยู่นั่น !!!

 

ก่อนที่เจ้าของเสียงจะวิ่งเข้ามาถึงอุโมงค์เด็กชายก็รีบวิ่งเข้าไปยื่นมือดึงเจ้าตัวเล็กให้ลงมาตามรางสไลด์เดอร์ แต่เพราะรีบร้อนเกินไป  ถึงฮยอกแจจะลงมาได้แต่ก็หกล้มหกลุกจนเจ็บขา  แถมยังมีซูจองอีกคนลื่นตามลงมาโดยที่ทงเฮไม่ทันได้มอง  เด็กชายคิดว่าในอุโมงค์มีแค่ฮยอกแจกับคังอินที่กระโดดลงทางฝั่งบันไดตั้งแต่ที่เขาดึงฮยอกแจลงมาอีกฝั่งแล้ว  เขาพยายามดึงให้ฮยอกแจลุกขึ้นวิ่งแต่ซูจองกลับเอาแต่ร้องไห้จ้าและไม่ยอมลุกไปไหน 

 

“รีบไปกันเร็ว”


“แต่ซูจองลุกไม่ได้”


“วุ่นวายมากนักเดี๋ยวกูจับไปให้หมดนี่เลยไอ้พวกเด็กเวร  ” พอหันไปตามเสียงอีกครั้งก็ไม่ได้มีแค่ผู้ชายคนนั้นคนเดียวแล้ว  คนอื่น ๆ กำลังวิ่งตามมา


“มึงไปเอารถมา เดี๋ยวกูจะไปช่วยมันจับ  เอาแม่งไปให้หมดนี่เลย”


อีกแค่ไม่กี่ก้าวคนที่ตามทงเฮมาตั้งแต่ทีแรกก็จะเข้าถึงตัวพวกเขาทั้งสี่คน  เสียงตะโกนเร่งให้จับพวกเขาไว้ให้หมดดังเข้าหูจนเด็กทั้งสี่ลนลาน หนึ่งคนเอาแต่ร้องไห้อยู่ที่พื้น อีกหนึ่งคนยืนละล้าละลังด้วยน้ำตานองหน้าไม่รู้จะทำยังไง กับอีกสองคนหันซ้ายหันขวากำลังคิดหาทางช่วยให้ทั้งหมดรอดไปด้วยกัน


“ฮยอกแจไปกับคังอิน  เดี๋ยวให้ซูจองขี่หลังทงเฮ”  เด็กชายหันไปบอกคังอินในขณะย่อตัวลงให้ซูจองขี่หลัง 


“ไป !!! ฮยอกแจ” คังอินรั้งแขนฮยอกแจให้ออกวิ่งในขณะที่เด็กหญิงอีกคนที่นั่งอยู่กับพื้นกลับไม่ขยับตัวไปไหน  


“ขึ้นมาเร็ว ๆ ซูจอง” ทงเฮเร่ง สองมือของเด็กวัยหกขวบจับแขนเล็กของเด็กผู้หญิงพาดลงบนไหล่เตรียมตัวจะรับน้ำหนักไว้แล้วลุกขึ้นวิ่ง  แต่...ไม่ทัน


“ทงเฮมันมาแล้ว” เสียงคังอินตะโกนบอกในตอนที่ผู้ชายคนหนึ่งกระชากแขนซูจองจนเด็กหญิงตัวเล็กกระเด็นไปบนพื้นหญ้าด้านหลังผู้ชายตัวโต  วินาทีนั้นทงเฮตัดสินใจลุกขึ้นวิ่งหนี  ไม่มีทางหรอกที่เด็กตัวเล็กจะสู้ผู้ชายตัวโต ๆ สองคนได้


“ทงเฮอย่าทิ้งซูจอง!!! 


“ไปไม่ได้นะฮยอกแจ !!


“ทงเฮอย่าเข้าไป”


“ปล่อยดิวะไอ้คังอิน!!!!


“ทงเฮ เค้าไม่ไป !!!!


“ฮยอกแจ!!!!


“ตำรวจมา !!!!!

 


ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมดจนแทบจับต้นชนปลายไม่ได้  เสียงที่ร้องให้เขาอย่าทิ้งซูจองกับภาพที่เจ้าตัววิ่งสวนไปโดยเขารั้งไว้ไม่ทันยังค้างอยู่ในหัว  จนวินาทีทีสุดท้ายที่เห็นรถตู้ลับตาไปก่อนรถตำรวจและพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจะพากันมามุงดู  ทงเฮถูกพ่อกับแม่เข้ามาดึงตัวไปกอดไว้  ในขณะที่คังอินโดนลุงกับป้าดึงออกไปอีกทาง 

 



อีกไม่นานเรื่องราวในวันนี้จะเลือนรางหายไปในความทรงจำของพวกผู้ใหญ่   ไม่ใช่ครั้งแรกและแน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้าย  เหตุการณ์เช่นนี้จะยังคงมีต่อไปตราบเท่าที่อำนาจเงินยิ่งใหญ่และสามารถซื้อได้แม้กระทั่งชีวิตคน แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กวัยยังไม่ขึ้นชั้นประถมที่อยู่ในเหตุการณ์  ทุกภาพที่เห็น ทุกเสียงที่ได้ยิน และทุกหยาดน้ำตาที่เสียไปจะกลายเป็นฝันร้ายติดอยู่ในใจไปตลอดกาล    

 

 





---------------- TBC ---------------------


แรงบันดาลใจจากเพลง Never Give Up – Sia  (คลิ๊กถ้าอยากลองฟังและคิดชื่อเรื่องไม่ออกจึงขอใช้ชื่อเดียวกับเพลง ตั้งใจเปิดเป็นเรื่องยาว   คงต้องปัดฝุ่นสมองและฝีมือกันเป็นการใหญ่เพราะไม่ได้เขียนเรื่องยาวเป็นปีแล้ว  ตอนที่เหลือจะตามมา แต่คงอัพไม่ถี่เท่าไหร่ ช่วยภาวนาและเป็นกำลังใจให้เรามีไฟเขียนได้จนจบด้วยนะ 

 

ภาษาอาจจะแปลก ๆ ไปบ้าง อ่านแล้วเป็นยังไง เขียนบอกกันไว้นิดนึงนะคะ  ขอบคุณค่ะ

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #6 parkkhuan (@parkkhuan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:28
    ไรท์เตอร์เปิดเรื่องใหม่ ฮืออออ ติดตามเลยค่ะ เป็นแนวที่ชอบด้วย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #6
    0
  2. #5 suju5555 (@suju5555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:03
    สงสารฮยอกแจเลย เปิดเรื่องก็โดนจับขายเลย เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ รอติดตามม
    #5
    0
  3. #3 YingThaiELF (@9813) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 09:42
    ดราม่าตั้งแต่เปิดเรื่องเลยฮือออ สะเทือนใจตรงที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กที่อายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น เขาทำได้ยังไงที่คิดจะขายเด็กคนนึงให้กับใครก็ไม่รู้ ใจร้ายมากอะ ฮยอกแจน่าสงสารมากเลย TT__TT
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ^^
    #3
    0
  4. #2 Sky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:01

    เหมือนจะดราม่าหนักเลย TT

    อ่านแล้วบีบหัวใจมาก ตอนที่น้องโดนพาตัวไป

    จะรอและเป็นกำลังใจให้นะคะ

    #2
    0
  5. #1 BoTH1308 (@kanomtom28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:50
    ติดตามค่าาา ยังเดาเรื่องไม่ถูกเลยแต่น่าตื่นเต้นจัง
    #1
    0