คัดลอกลิงก์เเล้ว

Battle Imperlien EX - ท้ายที่สุดแล้ว Until the End

โดย Piszaj-Razkes

Battle Imperlien EX เป็นทามไลน์หนึ่งของ Dimension of Universe ที่เล่าถึงเรื่องราวของนานะ หญิงสาวผู้เป็นนักรบพิฆาตจักรวาลที่ต่อสู้เพื่อล้างแค้น และทำทุกอย่างเพื่อให้ใครซักคนกลับมา

ยอดวิวรวม

35

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


35

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ส.ค. 62 / 21:57 น.
นิยาย Battle Imperlien EX - ·ش Until the End Battle Imperlien EX - ท้ายที่สุดแล้ว Until the End | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

BATTLE IMPERLIEN

EX - Dark Dimensional of Universe

มหากาพย์สงครามพิฆาตจักรวาล


Until the End

ภาคพิเศษ ท้ายที่สุดแล้ว....



ตัวละครในทามไลน์นี้


-Khyrinyl Wihzoul (นานะ) 
ผู้คุมกฏทั้งสาม การสร้าง ปกป้อง และทำลาย ครองอาวุธพิฆาตจักรวาล Gerioustron และกุญแจเอกภพ 

-Krix Stayniflict (คริกซ์) 
ไดร์แกรดอนคนแรกของเอกภพนี้ ใช้อาวุธพิฆาตจักรวาล Dyrgardon

-Laulench Keranicon (ลอว์เลนซ์)
ผู้ควบคุมแสง มีอาวุธพิฆาตจักรวาล Invissible Lighter

-Alen Darcarliear (เอเลน)
ควบคุมกฏของแรง โมเมนตัม และอาวุธพิฆาตจักรวาล Gravira Black Burn



บทนำ

คริสต์ศักราช 2310 ณ ทามไลน์หนึ่ง.......!!!

          ค่ายฝึก Walanceted ในองค์กรนักรบพิฆาตจักรวาล The Walance

          สถาบันฝึกผู้พิฆาตจักรวาล วอแลนซ์เตท ซึ่งก่อนตั้งโดยดิสโคเวอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและ เทสเลอร์ ดิโซติวาซ ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกใหม่ และมีสายแพทย์สนามเพิ่มเข้ามาเป็นสายวิชาหลัก คริกซ์ ลูกชายของวิศวกรประจำสถานีอวกาศอวคา เมียร์ ได้ถูกส่งตัวเข้ามาฝึกโดยไม่มีความสามารถพิเศษอะไรมาก นอกจากความรู้เชิงวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่มีในสมองเท่านั้น

          ทุกๆ ครั้ง เขาจะต้องออกไปฝึกซ้อมอย่างทรหด เขาไม่ได้เป็นคนเก่งอะไรนัก และต้องมองดูเพื่อนที่ตายไปต่อหน้าต่อตาจากการฝึก นั่นทำให้ส่วนหนึ่งเขากลายเป็นคนเย็นชาจากการฆ่าคน เขาจะต้องฆ่าเพื่อนรัก เพื่อไต่อันดับขึ้นไปอยู่ในระดับการเรียนรู้ต่อไป การต่อสู้ที่เสี่ยงตายกับชีวิตของเขาทำให้เขาต้องมุ่งมั่นเร่งงัดระดับความสามารถพิเศษออกมาให้ได้

          และจนมาถึงสนามหนึ่งในการประลองทั่วไป สำหรับวัดผลคะแนนการต่อสู้ด้วยอาวุธจริง เขาเลือกใช้หอกในขณะที่อีกฝ่ายเป็นนักเรียนแนวหน้าของวอแลนซ์เตท ซึ่งอีกฝ่ายเลือกใช้ดาบ และในการต่อสู้ อีกฝ่ายท้าทายคริกซ์ว่า "นักเรียนระดับ C ที่เลือดไม่เป็นปกติอย่างแก จะมาสู้กับมือฉมังกำลังภายในอย่างฉันหรอ ไม่เข้าท่าเลยหวะ ฮ่าๆ ๆ "

"อย่าได้ใจไปหน่อยเลยไอสวะ...! "

"หนอยแก...." ว่าแล้วทั้งคู่ก็เริ่มต่อสู้แต่ระหว่างการต่อสู้กลับเหมือนมีกระสุนปืนไม่ทราบที่มาพุ่งเข้าที่ต้นขาจนทะลุ.... ทำให้อีกฝ่ายง้างดาบเตรียมฟันเขาทันที.... "ล้มง่ายจังวะ.... "

[เต๊ง.....!!!]
"ล้มง่ายก็ใช่ว่าฉันจะยอมแพ้ซะที่ไหนนี่...!! " คริกซ์ยกหอกขึ้นมากันไว้ พร้อมกัดฟันตอบ

"หึ ยังไงแกก็มาได้แค่นี้หละ"
[ปั้ง.... ฉึบ...!!] คริกซ์โดนยิงแขนอีกครั้งก่อนที่คู่ต่อสู้จะกดดาบแทงขาเข้าอีกครั้ง....

          หลังจากเขาหมดสติไป เขาก็กลายเป็นผู้แพ้ทันที การบาดเจ็บพ่ายแพ้จากการทดสอบต่อสู้กับเพื่อนร่วมชั้นครั้งนั้น ทำให้เขาถูกส่งตัวไปรักษากับฝ่ายแพทย์สนามรบ เขาได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนานะ ซึ่งเธอเป็นคนทำหน้าที่ปฐมพยาบาลและรักษาผู้ที่บาดเจ็บจากการต่อสู้และการฝึก หลังจากเธอเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้เธอไม่พอใจกับคู่ต่อสู้ของคริกซ์และการตัดสินของกรรมการ เพราะเธอคิดว่ามีการโกงการต่อสู้กันเกิดขึ้น แต่ว่า เธอก็ไปฟ้องใครมากไม่ได้แน่ๆ เพราะคู่ต่อสู้ของคริกซ์ มีอำนาจในสถาบันพอสมควร หลังจากเธอพยายามรักษาคริกซ์ เธอก็มองเห็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างหนัก "นี่ไม่ใช่แผลที่จะหายง่ายๆ เลยนะ ในเมื่อฉันเรียนออกแบบมาด้วย ฉันควรหาแนวทางการรักษาใหม่ๆ มาใช้ ฉันจะสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เจ๋งที่สุดในโลกเลยคอยดูสิ........." "คิดการใหญ่จังนะ เธอหนะ...... เธอชื่ออะไร? "

"ฉันนานะ ... นายไม่ต้องบอกฉันหรอกว่าชื่ออะไร ฉันเห็นชื่อนายบนบอร์ดแล้ว..... อืม แรงก์ C หรอ... ถ้าฉันปรับเปลี่ยนเธอให้เป็น S ได้ เธอจะเอาด้วยไหม....? "
"เอาสิ....!! "
"งั้น นายรอหน่อยนะ ตอนนี้ฉันทำแผลให้นายหมดแล้ว เป็นเทคนิคเฉพาะของฉัน น่าจะหายในสิบสองชั่วโมงถ้าฉันคำนวณไม่ผิดนะ" นานะเอ่ยพร้อมใช้แผ่นนาโนเทคโนโลยีของเธอแปะแผลของเขาไว้ ไม่นานนักแผ่นนาโนเทคโนโลยีของเธอก็ผสานติดกับผิวหนังของเขา...

"ครบ 10 ชม มันจะหายไปเอง พอ 12 ชั่วโมง บาดแผลภายในก็จะหายไปด้วย นี่ ฉันจะไปฝึกต่อสู้กับแม่ฉัน จะได้มาร่วมลงสนามอารีน่ากับเธอนะ" "ขอบใจนะ นานะ"คริกซ์ตอบ

          ในค่ายวอแลนซ์เตท ข่าวลือมาว่า นานะเป็นเด็กเรียนเก่งที่สุดในสถาบันจนน่าตกใจ “นี่เธอคนนั้นใช่มนุษย์แน่หรือ ฉลาดกว่าอาจารย์เห็นๆ ......แถมดูแรงก์สิ SR ขนาดเป็นนักเรียนฝึกยังขนาดนี้ แล้วฝึกจบคงไปถึง UR ได้แน่ๆ แต่ทำไมคงเก่งขนาดนั้นต้องไปคลุกคลีกับเด็กแรงก์ C ด้วยล่ะ”

          นักเรียนหลายคนยังคงสงสัยกับความคิดเธอที่เธอทำอยู่ รวมถึงงานวิจัยแต่ละอย่างที่เอามาส่งอาจารย์นั้น...... "โอโห นี่เธอมีของใหม่มาอีกแล้วหรอ" นักเรียนในชั้นของเธอต่างว้าวกับสิ่งที่เธอทำ ทั้งเครื่องสร้างอวัยวะจริง เครื่องผ่าตัดสนาม เครื่องทำแผลแบบใหม่ ยาเพิ่มความแข็งแรงกระดูกชั่วคราว ยาต้านทานแรงจี ออกซิเจนรีเจนเนอเรชั่น.........

"หืมม.....!! มัน... มันแทบจะทำให้โลกนี้พลิกประวัติศาสตร์วงการแพทย์เลยนะ" นานะได้ส่งงานรอบไฟนอลปี 2 เป็นโดรนกู้ภัยอเนกประสงค์ ซึ่งมันรวมสิ่งที่เธอทำก่อนหน้านี้ทั้งหมดไว้บนโดรนตัวเดียว ใช่แล้ว "ส่งเสร็จหนูขอคืนนะคะอาจารย์"


          อาจารย์ยังมัวแต่อึ้งกับผลงาน อาจารย์กรอกคะแนน 100 ง่ายๆ โดยที่สายตายังจ้องอยู่กับผลงาน โดรนนั่นเป็นนาโนเทคโนโลยีทั้งลำ ไม่มีใบพัด ไม่มีไอพ่น แต่มันบินได้ และใหญ่เท่าคนเลยทีเดียว "เกินคนแล้วเธอหนะ....."

คำพูดของเพื่อนในค่ายฝึกที่กระซิบเขาทำให้คริกซ์สงสัยขึ้นมาว่า ... "เธอเป็นใครกันน่ะนานะ..... เธอต่างจากพวกเรามากๆ เลย”


ปี ค.ศ. 2317

          คริกซ์ ได้ลืมตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงกระสุนปืน “โดนจนได้นะเรา....” ไม่นานนักก็มีมือเล็กๆ ยื่นมาพร้อมใบหน้าของหญิงสาวอันสง่างาม “ลุกขึ้นได้แล้ว นายขี้แพ้ เดี๋ยวก็ได้ตายก่อนจะพานายไปรักษาหรอก...”

          คริกซ์ได้จับมือเล็กๆ นั้นแล้วลุกขึ้น เขาพบกับกลุ่มเอเลี่ยนดิรอว์เรฟเตอร์ (Dirov Raftor) เขาจะต้องสู้กับเอเลี่ยนสามตัวนี้เพื่อเปิดทางออกจากซากปรักหักพังไปข้างหน้าพร้อมกับเด็กสาวที่คอยยิงปืนพกอยู่แนวหลัง

“ระวังตัวหน่อยนะ พวกนี้มันเร็วมาก”

          หลังจากการต่อสู้ เอเลี่ยนขนาดใหญ่ได้พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ไกรรอนวลอคเกอร์ (Giron Walker) มันได้คำรามแล้วทำลายพื้นที่รอบๆ จนเศษซากหินกระเด็นกระดอน ตัวของคริกซ์กระเด็นออกไป ก่อนที่เด็กสาวจะพุ่งด้วยความเร็วเกือบเท่าเสียงไปรับเขาไว้

“ไม่เป็นไรนะ....”
“ขอบใจนะ นานะ”

“โอเค มันมาแล้ว ฉันจะเรียกโดรนมาช่วยสนับสนุน” นานะได้เรียกโดรนพุ่งลงมาจากฟากฟ้ากระทบกับเอเลี่ยนจนขามันข้างนึงหัก ทำให้มันเคลื่อนไหวไม่ได้มากนัก และโดรนก็บินออกจากแท่นปล่อยโจมตีเอเลี่ยนบอสทันที

“เอาล่ะตาฉันละ” คริกซ์ ได้ใช้ความสามารถอาวุธโจมตีใส่หลายครั้งจนมันล้มลง... มันได้คำรามและเรียกฝูงดิรอว์เรฟเตอร์เข้ามา “พอดีเลยนะ” คริกซ์ได้ใช้ความสามารถหลักของอาวุธเข้าโจมตีทันทีเมื่อเอเลี่ยนบุกเข้ามา

“Technical .... Mass Driver...!!”

          แสงที่สว่างจ้า กับแรงระเบิดที่รุนแรงทำให้เอเลี่ยนเหล่านั้นหายไปในพริบตา นานะได้เดินเข้ามา และชูมือขึ้นประมือกับคริกซ์ก่อนเอ่ยว่า “สำเร็จ......”

“เฮ้อ.....เราต้องหาอาวุธใหม่ เจ้านี้ใช้การไม่ไหวละ” คริกซ์ ได้โยนปืนที่ควันโขมงทิ้งแล้วเดินออกจากอารีน่าทดสอบไป หลังจากกลับไปยังกองบัญชาการของเขา เขาก็ได้รับอาวุธใหม่มาก่อนที่เขาจะให้นานะปรับแต่งระบบให้
"รอบนี้ใช้หอกน่าจะถนัดกว่าละนะ เอาล่ะ ฉันปรับมันให้เข้ากับนายละ เชื่อมต่อนาโนเทคโนโลยีได้เลย ส่วนฉันจะไปเตรียมโดรนชุดใหม่"
ไม่นานนัก นักเรียนสองคนก็เข้ามาสมัครร่วมทีม “สวัสดี ฉันเลออน และนี่เทียร่า.... เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า...”
"ฉันว่าไม่นะ....." คริกซ์ตอบ

"นายนี่เป็นเกมเมอร์ที่กำลังเล่นอยู่ในโลกความเป็นจริงน่ะ ง่ายๆ คือ พวกเราอยู่ในเกมของหมอนี่ไงล่ะ" เทียร่าเอ่ย

"เป็นงั้นไป งั้นนายน่าจะรู้ทุกอย่างมากกว่าเราใช่ไหม...? "
"ฉันเองก็รู้แค่เหตุการณ์เฉพาะหน้ากับฐานข้อมูลของเอกภพนี้ และนี้คือเอไอของฉัน"

"สวัสดีค่ะ ฉันเอไอประจำตัวของเรเนเกตส์ มีภารกิจใหญ่ซึ่งตอนนี้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า Law Destroyer จะยึดอำนาจควบคุมทรัพยากรจากสภาครีเอเตอร์และทำลายเอกภพนี้ เราเป็นเอไอที่มาจากอนาคต 1700 ปี เรารู้ทุกอย่างในอดีตและตอนนี้ไปจนถึงสองปีข้างหน้า ขอให้ท่านช่วยเรเนเกตส์ทำภารกิจด้วย เพราะมันใหญ่เกินมือเขามาก..."

"ทำไม 1700 ปีข้างหน้า พวกเธอยังกลับมาได้ล่ะ....." นานะถาม

"พวกเธอไม่น่าจะมีตัวตนกลับมาได้ถ้าเอกภพถูกทำลาย..." คริกซ์เอ่ย

"พวกเราหนีขึ้นปราการเอกภพมา ชีวิตที่เหลือรอดเพียง 0.000001% ของเอกภพทั้งหมดยังคงอยู่ในปราการนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่จะไม่ถูกทำลายไปพร้อมกับเอกภพ และจะสามารถสร้างเอกภพรุ่นต่อไปขึ้นใหม่ได้..... แต่พวกเราลงมติกับเหล่าสภาครีเอเตอร์แล้ว ว่าการกอบกู้ดีกว่าการสร้างใหม่ เพราะถ้าสร้างใหม่ จะได้ผลสวยงามแบบที่ทุกท่านเป็นอยู่ตอนนี้รึเปล่า..... นั่นล่ะเหตุผลที่อยากให้กอบกู้และจัดการกับ Law Destroyer ในช่วงเวลาที่ยังมีตอนนี้.... ดีกว่าถูกสิ่งนั้นตามไปทำลายทุกที่ที่สร้างใหม่ไม่รู้จบ...." เอไออธิบาย

"นั่นสินะ.......เข้าใจแล้ว ฉันจะร่วมมือกับพวกนาย....." คริกซ์ตอบ
"ถึงมันจะฟังดูใหญ่เกินมือฉันอีกคนก็เถอะนะ....."

"นายลืมฉันไปแล้วหรอคริกซ์....." นานะเอ่ย
"เฮ้อ มีเธอละน่าชื่นใจหน่อย .... ฮ่าๆ ๆ " คริกซ์ตอบ

"พวกเธอจู๋จี๋กันสนุกเลยนะ......" เทียร่าเชิดหน้าหนี ก่อนที่เลออนจะตอบว่า "ขอบใจพวกเธอนะ.... เพราะฉันก็หาทางออกไม่ได้จริงๆ "
"ช่างมันเถอะ ยังไงคนทั้งโลก ก็พร้อมที่จะสู้เมื่อเจอภัยพิบัติอยู่แล้วล่ะนะ...." คริกซ์ตอบ
"ใช่ๆ ...." นานะยิ้มเอ่ย
"นั่นสินะ"

............


เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ส.ค. 62 / 21:57



 



         ท้ายที่สุดแล้ว ฉันก็เลือกที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ใครซักคนกลับมา

ทามไลน์ที่ 26,652,784


วันที่ 18 สิงหาคม คริสต์ศักราช 2320 เหนือขอบกาแล็กซีทางช้างเผือก 2 ล้านปีแสง


“ไม่นะ.....!!!”

          บนปราการ Arcpliczlnx (อาร์คพิเคลซ์) หรือ Gerioustron (เกเรียสตรอน) ขนาด 1.8 ล้านปีแสง คริกซ์ได้ตื่นขึ้นลืมตามองดูหยดน้ำตาจากหญิงสาวที่ไร้ซึ่งวิญญาณหยดลงบนใบหน้า เขาตกใจสุดขีดหลังจากรู้ว่าเธอคนนั้นได้เสียชีวิตไปทั้งที่นั่งกอดเขาไว้ในอ้อมแขน เขาได้หลับตาลงร้องไห้ด้วยความเสียใจพร้อมตะโกนว่า... “เธอจะตายไม่ได้นะ.....!!!!”


“อ๊ากก........”



ย้อนเวลากลับไปเมื่อวานนี้ช่วงเวลา 22:34 น.


          คริกซ์ เอเลน ลอว์เลนซ์ ได้จัดทีมพร้อมนักรบพิฆาตจักรวาล 500 คน ออกไปต่อสู้กับยาน Law Destroyer 10 ลำ ซึ่งขณะที่พวกเขาทำลายไป 2 ลำ เพราะอาวุธทั่วไปไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ระหว่างนั้นคริกซ์ก็มีอาการแปลกๆ ขึ้นมา....

“เกิดอะไรขึ้นกับฉัน...?”

          ที่แขนของเขานั้นมีรอยแผลจากการต่อสู้จนทะลุเกราะ.. เลือดนั้นได้กลายเป็นเกล็ดแข็งราวกับทับทิม ปืนที่เขาใช้นั้นควบคุมไม่ได้อย่างแปลกประหลาดมันได้แยกตัวออกจากกันแล้วประกอบใหม่เป็นหอกแหลมมาแทงเขาจนสติหลุดไปอย่างกะทันหัน....


“คริกซ์....!!!”




          เอเลนและลอว์เลนซ์รีบเข้ามาช่วยในขณะที่เขาลอยคว้างในอวกาศ เลือดของเขาได้ไหลออกมาแล้วกลายเป็นเกล็ดลอยไกลออกไป

“ไม่ๆ ๆ ... นายอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ ฉันจะช่วยนายเอง ให้ตายเถอะ ทีมพยาบาลเราก็ไม่มาด้วยสิ...” ลอว์เลนซ์เอ่ยขึ้นด้วยความกระวนกระวาย ในขณะที่ทีมอื่นๆ นำยานเข้าประชิดและโจมตียานศัตรูอยู่

          ปืนของเขา คืออาวุธพิฆาตจักรวาล Lifberlesz (ไลฟ์บาเลส) เป็นอาวุธที่ไม่เคยมีข้อมูลการใช้งาน เพราะถูกสร้างใหม่โดยนาคิร่า และนานะยังไม่เคยทดสอบระบบอาวุธให้เขาก่อนใช้เพราะสงครามประชิดเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้เขาต้องออกไปสู้โดยไม่รู้ข้อมูลอาวุธชิ้นนี้เลยแม้แต่น้อย...


          แต่ด้วยนานะเองก็ออกไปรบกับเขามาหลายครั้งแล้วเหมือนจะควบคุมระบบจัดการอาวุธของเขาได้ในวันแรกๆ เธอจึงไม่ได้เอะใจว่าอาวุธนั้นจะมีอะไรลึกลับอีก จนมันได้เกิดความผิดปกติขึ้นในวันนี้เมื่อคริกซ์มีบาดแผลนานเกิน 20 นาทีจนส่งผลเลือดของเขาผิดปกติไปจากพันธุกรรมของเขาเอง แต่ที่ทำให้เป็นปัญหาใหญ่คือ มวลสารในอาวุธนั้นกำลังทำงานอัตโนมัติ ทำให้อาวุธควบคุมๆ ไม่ได้ และนานะไปประจำการที่สถานีอวกาศชั่วคราว ทำให้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในการต่อสู้นี้


          (ปืนที่เขาใช้ เป็นอาวุธที่ต้องผ่านการแลกเลือดก่อนเช่นเดียวกับยานรบ Kriexes ที่สร้างจากระบบการผสมสาร Lifeblasz กับ Frostbrise เข้าด้วยกัน เป็นสารต้องห้ามที่มีคำเตือนร้ายแรงเมื่อไม่ใช้เลือดใครคนหนึ่งละลายสารเคมีในระบบแล้ว ระบบจะทำงานเป็นระบบควบคุมอัตโนมัติแทนที่จะเป็นระบบควบคุมกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งการควบคุมตนเองอัตโนมัตินั้น มันก็คือคอมพิวเตอร์ที่ทำงานตามใจเครื่อง ซึ่งมันอาจจะทำร้ายใครก็ได้ ต่างจากกึ่งอัตโนมัติ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เปิดใช้งานระบบเท่านั้น)



          หลังจากเอเลนและลอว์เลนซ์เข้าไปช่วย ดวงตาของเขาก็เบิกเป็นสีแดงขึ้นมา หอกที่ปักกลางอกได้ถูกถอดออกจากร่างของเขาเองอัตโนมัติจนเลือดพุ่งออกด้านหลังเป็นปีกเกล็ดสีเลือด ที่หอกก็เลือดไหลเป็นสายน้ำลอยไกลออกไป ก่อนที่มันจะเรียงตัวเป็นเส้นอย่างฉับพลัน...

“หึ.... ออกไปซะ...” คริกซ์ลั่นออกมา

“เป็นอะไรคริกซ์” ลอว์เลนซ์ถาม

“อย่ามายุ่ง...ออกไปซะ!!!”


[ป๊าบ...!!] “อัก...!!”


          คริกซ์ได้เอามือดึงหอกกลับมาแล้วฟาดด้ามหอกใส่ลอว์เลนซ์กับเอเลนจนหมดสติปลิวไกลออกไป จากนั้นเขาก็ได้ควงหอกมุ่งตรงไปยังยานของ Law Destroyer ที่ไม่มีอาวุธใดในตอนนั้นโจมตีโดนมันง่ายๆ จนในที่สุดเขาก็เอาหอกนั่นทำลายพวกมันลงอย่างง่ายดาย 8 ลำรวด....

“นะ นั่นมันอะไรกันน่ะ มันง่ายขนาดนั้นเลย...?” ผู้พิฆาตจักรวาลคนอื่นๆ ในทีมต่างประหลาดใจกับเขาหลังจากที่พยายามทำลายแต่ละลำต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง แถมเสียคนในการทำลายไปหลายสิบคน ซึ่งหลังจากที่เขาทำลายยานพวกนั้นแล้ว เขาก็เริ่มหันมาฆ่าทีมตัวเองทันที...

“อะไรกันน่ะ....หัวหน้าทีมเราเป็นอะไรไป?” พวกเขาถูกฆ่าทีละคนๆ คนอื่นๆ พยายามสู้แต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าตายกันจนเกือบหมด

หลังจากเอเลนได้สติตื่นขึ้นมาสักพัก เธอก็เห็นเขากลายเป็นปีศาจฆ่าทีมตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว



“คริกซ์ หยุด....” เอเลนได้พุ่งเขาไปหาเขาแล้วฟาดดาบป้องกันการโจมตีของเขา ซึ่งเขากำลังจะฆ่าลูกทีมอีกคน เธอใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเพื่อต้านทานแรงกระทำที่เขาโจมตีมาก่อนที่เธอจะรู้สึกว่ามันวุ่นวายและเกินการควบคุมของเธอ เธอจึงแทงดาบเข้าที่ท้องของเขาจนเลือดอาบ...ก่อนที่เธอจะใช้ความสามารถอาวุธ ปลดแรงดึงดูด ดูดเอาสารเลือดที่ไหลจากอาวุธไปยังร่างกายของเขาออกจนหมด และเขาก็หมดสติไปคาดาบของเอเลน....


ลอว์เลนซ์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า.... “จบแล้วสินะ.... ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอจะบอกนานะว่ายังไงกันล่ะที่เธอแทงเขาไปแบบนั้น.....”


“เขาฆ่าพวกเรานะลอว์เลนซ์...” เอเลนตอบพลางดึงดาบออกจากตัวเขาแล้วเก็บเข้าสะพายหลัง พร้อมเอามืออุ้มเขาไว้ แผลของคริกซ์ที่เกิดจากการแทงดาบของเอเลนได้มีเลือดไหนออกมาช้าๆ และแห้งกลายเป็นเกล็ดแข็งอีกครั้งจนปิดปากแผลสนิท


“ใช่.... ฉันรู้ฉันเข้าใจเธอเอเลนว่าเขาฆ่าพวกเรา...แต่เขาไม่มีสติ และตอนนี้ เขาจะตายใน 5 นาที ถ้าเลือดเขายังเป็นแบบนี้...เธอจะทำยังไง สถานีอวกาศก็อยู่ไกลจากที่นี่ตั้ง 8 ล้านปีแสง กว่าพวกเราจะถึง ก็ใช้เวลาตั้ง 8 นาที นานะเอาตายแน่งานนี้...!” ลอว์เลนซ์ตอบ


“..... ไม่ทัน.... เขาตายแน่ๆ รีบกลับกันเถอะ ฉันไม่สนแล้วว่านานะจะโกรธฉันไหม...” เอเลนเอ่ยพลางแบกเขาขึ้นหลังแล้ววาร์ปเข้ายานเดินทางกลับโลกทันที



“ให้ตายเถอะเอเลน ฉันละปวดหัวกับการทำอะไรไม่คิดของเธอจริงๆ สถานการณ์แบบนี้ยังจะเย็นชากับตัวเองได้อีก.... ฉันต้องรับกรรมด้วยกับเธอไหมเนี่ย เห้อ...” ว่าแล้วเธอก็วาร์ปกลับยานตามเอเลนไปทันที



สถานีอวกาศอวคาร์ เมียร์ ตำแหน่ง 42 องศาตะวันตก

          ยานเอกซ์คลัชตอร์ (Exclushtor) ของสหประชาชาติได้เดินทางกลับมาพร้อมกับยานฟรีเกต 1 ลำ ไม่มีใครเอะใจว่าทุกคนจะรอดกลับมาซึ่งยานขนาดเกือบ 5,000 กิโลเมตรลำนี้ แทบไม่เหลือคนในยานเลย....
ยานถูกจอดทิ้งนอกสถานีอวกาศ และมียานดีดตัวออกจากยานเอกซ์คลัชตอร์ ตรงเข้ามายังเอเคอร์ 36 ตรงข้ามแผนกวิจัยอาวุธของสถาบันวอแลนซ์เตท


          หลังจากยานเทียบท่าแล้ว เอเลนและลอว์เลนซ์ได้นำร่างของคริกซ์ขึ้นเปลฉุกเฉินบินอัตโนมัติตรงไปยังแผนกพยาบาลของสถานีอวกาศ ซึ่งเอเลนและลอว์เลนซ์รีบวิ่งตามไปทันที

          หอกสีเลือดที่ยังคงมีเลือดออกมาไม่หยุดจนเต็มไปด้วยกลิ่นคาวและความสยดสยองของเลือดที่ลากหยดยาวไปกับพื้นโลหะ เอเลนยังคงแปลกใจไม่หายว่าหอกนั่นมันมาได้ยังไง และปืนของเขาหายไปไหน

          เปลลอยได้ไปถึงห้องฉุกเฉินซึ่งนานะกำลังนั่งวิจัยโดรนรุ่นใหม่ของเธออยู่ในห้องนั้น เมื่อเธอได้ยินสัญญาณแพทย์ฉุกเฉิน เธอก็รีบวิ่งออกมารับหน้าที่ทันที เพียงแต่ว่า.....


“เอ๊ะ คริกซ์.... เกิดอะไรขึ้น..นายไปโดนอะไรอิท่าไหนมาถึงได้เป็นงี้เนี่ย.... .... ... เงียบทำไม แผลแบบนี้มันอะไรกัน... ทำไมเลือดมันไหลไม่หยุด??”

          เอเลนและลอว์เลนซ์วิ่งตรงมาถึงหน้าห้อง เธอหยุดยืนตกใจที่เห็นนานะพยายามเอาหอกออกจากมือเขาแต่กลับเอาออกไม่ได้...!! “นายปล่อยมือได้ไหม....”

“อ่าวนานะ เธอประจำการที่นี่หรอ?” ลอว์เลนซ์ถาม

“อืมใช่ เอ้อ...ทั้งสองคน... บอกฉันที หอกนี่มาจากไหน ทำไมถึงมีเลือดไหลออกมาจากมือเขาไม่หยุดล่ะ....” นานะถามพลางเอามือหยิบแผ่นนาโนมาอุดแผลที่เอเลนแทงไว้ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเลือดอีก... แต่เธอหารู้ไม่ว่า.... แผลนั่น เอเลนเป็นคนเอาดาบแทง ไม่ใช่แผลจากการต่อสู้อื่น

“.... ฉันไม่รู้ แต่ใจเย็นก่อน.... นานะ”

“เย็นอะไรล่ะ คนกำลังจะตายนะ...!”


เอเลนได้เข้าไปหยุดเธอ แล้วพูดต่อว่า “ตั้งสติก่อนนานะ... เขาตายนานแล้ว” ลอว์เลนซ์เอ่ย

“ห๊ะ... ว่าไงนะ...?”


[เต๊งๆ ๆ ...เต๊งๆ] หอกได้หลุดจากมือกระทบพื้น... ทุกคนหันไปมองพร้อมกันก่อนที่นานะจะตะโกนลั่นเอเคอร์ทันทีว่า “ไม่นะ........ ไหนนายว่าจะอยู่กับฉันตลอดไปไง....?”


          เธอได้เอามือกำเลือดที่เป็นเกล็ดของเขาขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า.... “ขอโทษๆ ฉันขอโทษนะคริกซ์ ......ฉันผิดเองที่ไม่ไปออกรบกับนาย.....ฉันยังต้องทำอะไรอีกหรอ.... ฉันทำทุกอย่างนี่เพื่อใครงั้นหรอ... นายฟื้นขึ้นมาสิ บอกฉันที ว่าฉันต้องทำเครื่องมือพวกนี้เพื่อใคร..... เรายังทำความฝันของพวกเราไม่จบเลยนะ....!!”



“.... เอเลน...” ลอว์เลนซ์เอาเอามือจับบ่าของเอเลนแล้วมองหน้า ก่อนที่เธอจะพยักหน้าให้เอเลนพร้อมที่จะบอกนานะ....



“คืองี้นะ นานะ... คริกซ์เขาถูกหอกนั่นควบคุมจิตใจ... เขาทำลายศัตรูจนหมดเราก็คิดว่าไม่มีอะไร แม้เค้าจะแปลกๆ แต่แล้วเขาหันมาฆ่าพวกเราด้วยกันเอง... ฉันจึงหยุดเขาด้วยการเอาดาบแทงเขาตรงแผลที่เธอกำเกล็ดเลือดนั่นขึ้นมา....ฉันขอโทษนะถ้าทำอะไรไปโดยไม่ได้ตั้งใจ” เอเลนอธิบายแล้วเอามือวางบนบ่าของนานะ

“ใช่ นานะ... เรามีหนทางเดียวจริงๆ ..เราจำเป็นต้องหยุดเขา..” ลอว์เลนซ์ตอบ...


นานะปัดมือของเอเลนออก เธอก้มหน้าร้องไห้แล้วพูดว่า “งั้นหรอ... พวกแกมีทางออกเดียวงั้นหรอ แล้วพวกแกจะมีฉันไว้ทำไม..?”



“ใจเย็นนานะ.... เหตุการณ์มันฉุกเฉินนะ...” ลอว์เลนซ์เดินเข้ามา เธอพูดต่อว่า “เราตั้งตัวกันไม่ทัน คริกซ์ฆ่าพวกเราไป 400 คนโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย....” ลอว์เลนซ์เอ่ย

“ทำอะไรไม่ได้เลย? ....หึ.... ฉันเข้าใจแล้ว... พวกแกสมองช้าได้โล่เลยนะ อะไรจะเกิดก็ต้องยกมีดขึ้นมาแทง ยกปืนขึ้นมายิงหรอ...ถ้าฉันทำแบบนั้นกับพวกแกมั่งล่ะ แล้วเกิดพวกแกสักคนตาย มันจะรู้สึกยังไง...” นานะจ้องหน้าลอว์เลนซ์ก่อนจะเหล่ไปมองเอเลนด้วยความแค้น

“แต่คริกซ์ฆ่าพวกเรานะ พวกเราจะไม่รู้สึกแบบเธองั้นหรอ...?” ลอว์เลนซ์เอ่ย

“อย่ามาย้อน....!!!” นานะดึงเอาพลังงานบางอย่างที่หลังของเธอฟาดลอว์เลนซ์จนกระเด็นไปชนผนังอีกด้านจนสลบพร้อมแผลเลือดอาบ เธอได้ยกมันขึ้นมาพร้อมที่จะฟาดเธอซ้ำถ้าเธอตื่นขึ้นมา เอเลนเห็นดังนั้นจึงชักดาบออกมาขวางเธอไว้ “นานะ เธอพอได้แล้ว.... เดี๋ยวตายกันพอดี นี่ไม่ใช่ลานกว้างที่เราจะมาสู้กันนะ... เธอแคร์คนอื่นที่อยู่ในสถานีอวกาศนี้หน่อยสิ...!!”

“แคร์งั้นหรอ... แล้วเธอแคร์ความรู้สึกฉันไหมล่ะ ที่เธอทำแบบนี้กับเขาน่ะ ห๊ะ?”

[เปรี้ยง]


          เอเลนถูกนานะฟาดดาบจนปลิวทะลุประตูแอร์ล็อก เธอรีบใส่ชุดสูทรต่อสู้อวกาศเต็มรูปแบบในขณะที่ลอว์เลนซ์ หมดสติอยู่ในห้องของนานะ

          นานะได้พุ่งออกไปหาเอเลนในอวกาศเพื่อจะฆ่าเธอ “หยุดเถอะนานะ!!” เอเลนพยายามฟาดดาบใส่ดาบของนานะด้วยน้ำหนักมหาศาลจนเธอพุ่งตกลงไปบนพื้นโลกอย่างรวดเร็ว

เอเลนได้รีบเข้าไปปิดประตูแอร์ล็อคแล้วรีบพุ่งตามนานะไปเตือนสติเธอที่พื้นโลก เอเลนก็รู้ว่าไม่มีทางที่นานะจะยอมง่ายๆ นั่นสินะ....

“ขอโทษนะนานะ ฉันจะต้องพาเธอกลับมา..”

          นานะได้เบรกตัวด้วยปีกโลหะขนาดใหญ่เพื่อลดแรงเสียดทานในอวกาศแล้วค่อยๆ บินตรงลงไปยังพื้นโลก เอเลนได้ปรับระดับแรงโน้มถ่วงตามเธอลงไปพร้อมตะโกนไปหานานะว่า “นานะ ... เธอหยุดก่อนได้ไหม..?”

“ไม่...... ฉันจะไปเอาไลฟ์แบลสที่ฟรอคโทเคนมาคืนชีพเขา...!!!” นานะตอบแล้วพุ่งไปทางตะวันออกด้วยความเร็วเสียง


“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะนานะ...!!” เอเลนรีบตามไป เธอพยายามเล็งขาของนานะเพื่อดึงเธอไว้ด้วยแรงดึงดูด

นานะพยายามเพิ่มความเร็วและหลบไปมาพร้อมกับตอบว่า “ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นละ.....”


เอเลนได้จังหวะ จึงดึงเธอตกลงบนท่าเรือสัตหีบแล้วรีบตามลงไป



“นี่นานะ เธออย่าทำให้ใครเดือดร้อนเพราะความคิดของเธอเองสิ เธอยังไม่รู้เลยนะว่าไลฟ์แบลสจะคืนชีพคนได้... หากมันให้ผลตรงกันข้าม เธอจะทำยังไง .... นั่นไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ของเธอนะ...” เอเลนร่อนลงยืนข้างหน้าเธอ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมาในสภาพที่ฝุ่นเขรอะตัว แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “...แล้วชีวิตฉันตอนนี้เดือดร้อนเพราะใคร.... ไม่ใช่เพราะเธอหรอกหรอเอเลน....?”

“ไม่นานะ... ฉันช่วยเขา... ไม่อยากให้เขาถูกปีศาจครอบงำนะ... เขาจะฆ่าทุกคนไปเรื่อยๆ โดยที่ควบคุมอะไรไม่ได้ เป็นเธอ เธอก็ทำแบบฉัน....” เอเลนตอบ


“เอเลน ฉันเป็นหมอ... ได้ยินไหมฉันเป็นหมอ เธอช่วยอะไร...? เธอเป็นนักฆ่าเอเลน ... เธอไม่ได้รู้จักคำว่าช่วยจริงๆ เลย และตอนนี้ เธอฆ่าเขา เธอช่วยเขายังไง? เขายังมีชีวิตอยู่ไหม ที่เธอบอกว่าช่วย.. ฉันถามหน่อยสิ!!” นานะเดินเข้ามาจ้องหน้าเอเลน เธอยิงสายตาตรงไปยังดวงตาของเอเลนพร้อมพูดว่า “ตอบมาสิ เอเลน ทำไมช่วยของเธอไม่เคยทำให้ใครมีชีวิตรอดขึ้นมาเลย แม้แต่พี่ชายของตัวเอง...!!!”

“หยุดนะนานะ!!” เอเลนได้ผลักนานะออกจากตัวเธอ นานะถอยหลังออกมาแล้วพูดต่อว่า “เธอก็ยอมรับความจริงไม่ได้เหมือนกับฉันนั่นล่ะ แต่ฉันมีทางออกของฉัน เธอไม่เคยแก้ปัญญาอะไรได้ด้วยสมอง... เอาแต่ใช้กำลัง..!!”

“นานะ...!!!” ดาบของเอเลนเปลี่ยนระบบกลายเป็นเคียวยักษ์ เธอได้พยายามยกแผ่นดินขึ้นจนพื้นแตกระแหง เธอพุ่งตรงไปหานานะแล้วเหวี่ยงเคียวใส่นานะแบบไม่ยั้ง



“เป็นอะไรของเธอ เอเลน.... จี้ใจดำบ้างก็เสียสติแล้วหรอ? ตัวเองแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ก็อย่ามาสอนคนอื่น หึ...!!” นานะเอาดาบรับเคียวของเอเลน ซึ่งมันมีน้ำหนักมากขึ้นทุกที เธอจึงต้องหลบห่างออกมา



          ทั้งคู่เริ่มต่อสู้กันจริงจังขึ้น นานะกับเอเลนฟาดฟันกันอย่างรุนแรงจนโลกสะเทือน แสงวูบวาบและแผ่นดินไหวได้กระจายตัวไปทั้งโลก นักข่าวต่างพากันนั่งยานออกมาทำข่าวเกี่ยวกับนักรบพิฆาตจักรวาลต่อสู้กัน ซึ่งเป็นเรื่องราวใหญ่โตมาก หลายๆ กลุ่มจับตามองอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และค่าตรวจวัดที่ทางยูรินะตรวจพบคือระดับ UR ทั้งคู่

          นานะได้สร้างป้อมยิงเล็กๆ ขึ้นจากพื้นแล้วยิงตรงไปหาเอเลนหลายป้อม เธอพยายามป้องกันการโจมตีของนานะที่รัวเร็วด้วยปริมาณอาวุธที่มากมายราวกับถูกสร้างออกมาไม่จำกัด เธอจึงใช้เคียวงัดแรงโน้มถ่วงดีดนานะออกจากโลก



          ชาวโลกต่างงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เห้ย ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้ใส่หมวกป้องกันสุญญากาศเลยนะ...!!”

          แต่แล้วเอเลนก็ปิดหน้ากากแล้วลดแรงโน้มถ่วงลอยขึ้นฟ้าตามนานะไป เอเลนได้ฟาดเคียวใส่นานะและเพิ่มน้ำหนักโจมตีจนนานะเกิดบาดแผลจากสะเก็ดไฟขึ้นตามจุดที่เธอไม่ได้ใส่เกราะ เธอจึงถอยห่างแล้วใช้ดาบบินแทนดาบหลักเข้าโจมตี


          แต่เอเลนยังคงเพิ่มแรงเหวี่ยงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อต่อต้านการโจมตีของนานะ เธอได้ปัดดาบบินของนานะอย่างแรงจนสะท้อนไปปักเข้าที่แขนของนานะอย่างแรง...



"อ๊าก อัก....!!!”

          เธอปลิวถอยไปจนชนสถานีอวกาศจากแรงกระแทก เธอได้ค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นมายืนลอยตัวอีกครั้งเหนือสถานีอวกาศในสภาพที่ไม่น่าจะสู้ไหวแล้ว เธอดึงดาบบินของเธอออกจากแขนจนเลือดพุ่งทะลักอย่างรุนแรง เธอได้ถือดาบหลักของเธอขึ้นมามองเอเลนอย่างเจ็บปวด...

“สุดท้าย เธอก็ยังคงจะหยุดฉันด้วยการฆ่าฉันให้ตายไปจากโลกนี้....ใช่ นั่นมันเป็นการแก้ปัญหาง่ายๆ ของเธอ... อัก..!” นานะซ้อนดาบเป็นดาบเล่มเดียวก่อนจะหยิบเอาแผ่นนาโนเทคโนโลยีขึ้นมาจากกระเป๋าเล็กๆ ที่เอวแล้วปิดแผลไว้ ... แผลของเธอจะหายจากนาโนเทคโนโลยีได้สนิทก็ต้องใช้เวลา 12 ชั่วโมง แต่ก็คงพอจะให้เธอทำอะไรได้บ้างในตอนนี้

“ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะเอเลน... ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะต้องฆ่าเธอและพาเขากลับมาให้ได้”

“พอได้แล้วนานะ เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก.....เธอจะตายเอานะ”



“มันไม่ได้สำคัญที่ฉันจะสู้ได้ไม่ได้หรอกหน่า!!” นานะได้ตะโกนออกไป. “บางที.... ฉันอาจจะต้องมีพลังมากกว่านี้” นานะแหงนหน้าขึ้นไปมองดูดาวซีรีอุสที่ไกลออกไป 500 ปีแสง ดาบของเธอได้ส่องสว่างและมีไฟฟ้าวิ่งกระจายไปทั่วทั้งเล่ม “ฉันคือครีเอเตอร์....”




“หมายความว่าไง...??” เอเลนถาม




“อาร์คพิเคลช์ ดิ ทรอชแซนต์ .... (Arcplíczlnx TI Croszàirn)” นานะชูดาบขึ้นเหนือหัว เธอตะโกนภาษาสครีนิกซ์ออกมาลั่นด้วยพลังงานบางอย่าง สายฟ้าได้ฟาดไกลออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งทำให้เครื่องจักรเครื่องหนึ่งข้างนอกเอกภพได้เริ่มทำงาน วงแหวนพลังงานคอสมิคกำลังหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ แสงสว่างจากช่องไฟต่างๆ เริ่มเปิดออก กำแพงข้อมูลรอบเครื่องจักรได้เริ่มทำงานและทำซ้อนเลเยอร์ข้อมูลรัวจนเต็มไปด้วยข้อมูลที่เกินกว่าเทราไบต์หลายแสนล้านจะวัดได้ ก่อนที่มันจะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งหยุดนิ่งไปอย่างช้าๆ



“เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาด้วยความผิดพลาดใดๆ ขอมอบกุญแจแห่งเอกภพเปิดมิติกลับมายังที่ที่เราอยู่ ปราการเอกภพ.... เกเรียสตรอน ทะลวงมิติ..!!”



[วืนๆ ๆ .... ครืน.....] ม่านพลังงานมืดได้เปิดออกพร้อมวงแหวนสีดำมืดขนาดใหญ่ในเอกภพ ข้างในนั้นเต็มได้ด้วยก้อนทรงกลมหลากสีมากมายเกินจะนับได้ ภาพในช่องว่างนั้นชัดยิ่งกว่าดวงดาวใดๆ ที่เคยเห็นมาก่อนในเอกภพ มันคือเอกภพอื่นๆ อีกหลายล้านเอกภพในนั้น ก่อนที่วัตถุปลายแหลมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดจะแทรกเข้ามาผ่านช่องวงแหวนนั้น

“นั่นมัน.... อะไรกัน.... นอกเอกภพมีจริงงั้นหรอ??”

          ช่องว่างที่ปรากฏชัดต่อหมู่ดาวมากมายหลายหมื่นกาแล็กซีพร้อมด้วยเครื่องจักรขนาดมหึมา ทั้งจักรวาลมองเห็นวัตถุเดียวกันพร้อมคลื่นรังสีต่างๆ ที่กระจายตัวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าลมสุริยะใดๆ ทุกดวงดาวต่างตื่นตระหนกเพราะคิดว่า ตัวตนที่แท้จริงของ Law Destroyer กำลังจะบุกเข้ามาในเอกภพอย่างใหญ่หลวง พวกเขาได้เตรียมใจตายทันทีที่รู้ว่ามันจะต้องชนพวกเขาแน่ๆ เพราะขนาดที่พุ่งเข้ามานั้น หน้าตัดมันแทบจะกวาดทีเดียว 1,600 กาแล็กซีได้เลย


          ปราการเอกภพขนาด 1.8 พันล้านปีแสงที่พุ่งเข้ามาในจักรวาลด้วยความเร็วกว่า 2.6 หมื่นปีแสงต่อนาทีกลายเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวมากด้วยความเร็วขนาดนั้น มันพุ่งชนกาแล็กซีมากมายจนแหลกสลายกลายเป็นพลังงานจากกำแพงข้อมูลที่อยู่รอบๆ ปราการนั่น เนื่องจากข้อมูลมากเกินเอกภพเราจะคำนวณได้ มันก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่พยายามอ่านข้อมูลที่มากกว่าเครื่องจะรับไหว จนมันแฮงก์ไปในที่สุด เหล่าเอเลี่ยนต่างดาวต่างพากันวาร์ปหนีตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซักเส้นทาง หัวของมันได้พุ่งตรงมายังโลกอย่างไม่มีหยุด เอเลนจำต้องหันไปใช้แรงผลักมหาศาลหยุดมันด้วยแรงต้านทานหลายล้านๆ ๆ ๆ นิวตัน!!!! (ใส่ไม้ยมกเยอะๆ เลย)



          เอเลนใช้แรง F มากจนเกินวิกฤตของเอกภพที่รับได้จนทุกอย่างหยุดนิ่งหมดราวกับหยุดเวลา แรงดันมากมายมหาศาลทำให้เอกภพบิดอย่างรุนแรงจากตรงหน้าของเธอจนถึงขอบเอกภพ ปราการเอกภพยังคงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ลดลงเรื่อยๆ แม้สิ่งอื่นใดในเอกภพจะถูกเอเลนหยุดโมเมนตัมทั้งหมดไว้แล้ว ด้วยความเร็วที่มากของปราการ ทำให้สุดท้ายมันยังมีความเร็ว 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้เวลาจะผ่านไปเกือบชั่วโมงในการหยุดปราการ แต่มันก็ยังหยุดปราการตรงหน้าไม่ได้


          ด้วยที่เธอไม่สามารถเบรกให้หยุดได้ทันทีตรงหน้า เธอจึงปล่อยมันเคลื่อนที่อีกระยะราว 2-3 พันกิโลเมตร และถอยห่างออกจากมันให้ไกลเพื่อจะหยุดมันให้อยู่นิ่งให้ได้....

.....ไม่นานนักหลังจากทุกอย่างสงบ เธอก็เอามือวางลงถอนหายใจเฮือกๆ เพราะใช้กำลังไปอย่างมหาศาล เธอได้เอ่ยขึ้นว่า... “ยานนี่มันอะไรกัน ปกติไม่เคยมีอะไรที่หยุดได้ยากขนาดนี้... เหนื่อยจริง” ไม่นานต่อจากนั้น เธอก็คืนโมเมนตัมให้กับจักรวาล




          ผู้คนบนโลกตกใจกับวัตถุประหลาดขนาดยักษ์ที่เป็นเงามืดบดบังดวงดาว ข่าวรายงานไปทั่วหลังจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศรายงานภาพเรื่องนอกเอกภพมีจริง พวกเขาตื่นตัวยิ่งกว่าอะไรเมื่อรู้ว่ามีฟิสิกส์หนึ่งที่จะออกนอกจักรวาลได้ แต่คนธรรมดาอย่างพวกเขาจะทำได้อย่างนั้นหรือ หากไม่ใช่ผู้พิฆาตจักรวาลทำอย่างเช่นก่อนหน้านี้


นานะได้เห็นสิ่งที่เธอเรียกมาถึงกับตกใจ.... เธอได้เอ่ยขึ้นว่า “เนี่ยหรอ... ปราการเอกภพ.....”

“ปราการเอกภพงั้นหรอ.... นานะ เธอทำอะไรลงไปรู้ไหม...?” เอเลนเอ่ย


“ฉันรู้ ฉันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ฉันรักต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...” นานะเอ่ยพลางหันหลังให้เอเลนแล้วเหล่มอง “ถ้าปราการนี้ให้กำเนิดเอกภพได้อย่างที่บันทึกจักรวาลเคยบอก... มันก็น่าจะมีวิธีแก้ไขเอกภพได้...”

“มันเกินไปแล้วนะ.... เธอจะควบคุมเอกภพนี้หรือไง ...ทุกอย่างที่นี่ไม่ใช่ของเธอคนเดียวนะ...!!!” เอเลนตะโกนใส่นานะ



“.... ก็มันเป็นของของฉันอยู่แล้ว เธออย่ามาสะเออะ!!” นานะได้เปิดแอร์ล็อกเข้าไปรับตัวคริกซ์ออกมา ลอว์เลนซ์ได้พยายามลุกขึ้นยืนชักดาบขึ้นขวางนานะทั้งที่เธอยังคงบาดเจ็บ... “อย่างที่เอเลนพูด...ฉันได้ยินผ่านเครื่องสื่อสารหมดแล้ว ฉันยอมให้เธอทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...”


“ลอว์เลนซ์.... เธอน่ะ รักษาตัวเองให้ได้ก่อนนะ...!!” นานะใช้สันดาบฟาดใส่เอวของลอว์เลนซ์จนเธอล้มพับไปอีกครั้ง เธอร้องเจ็บปวดจากแรงกระแทกของโลหะที่กระทบกระดูกสะบักอย่างแรง มันทำให้เธอไม่มีแรงลุกขึ้นได้อีกเลยในตอนนั้น

“โอ๊ย..... นานะ เธออย่าไปนะ...!”



          นานะได้พุ่งขึ้นไปยังด้านหน้าของปราการซึ่งเอเล่นยืนขวางอยู่ เธอได้เปิดระบบหลุมดำมรณะขึ้นมาพยายามทำลายปราการด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล แต่นานะก็ควบคุมระบบปราการไว้ด้วยดาบของเธอ เธอทำให้ปราการสร้างกำแพงข้อมูลป้องกันหลุมดำจนหลุมดำเสียสมดุลและอ่อนแรงลง นานะได้บอกเอเลนว่า “เธอก็ยังคงโง่เหมือนเดิมเอเลน.. ถ้าเธอทำลายมัน เธอก็ทำลายทุกอย่างในจักรวาลนี้.... เธอมันนักฆ่า ทุกสิ่งที่เธอทำมันคือการทำลายล้าง!!”

          เอเลนได้ยิงแรงโน้มถ่วงใส่นานะด้วยอารมณ์ชั่ววูบจนทะลุอกขวาของนานะ ทั้งที่เธอกำลังอุ้มคริกซ์ขึ้นเหนือปราการ เธอได้เลือดทะลักออกปากและที่แผลอย่างแรง “.......ฉัน....ไม่ยอมหรอกนะ...”

          นานะทิ้งตัวลงช้าๆ บนปราการ เธอได้เอาดาบปักลงบนปราการด้วยแรงสุดท้ายก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋าที่เอวหยิบเอาแผ่นนาโนเทคโนโลยีขึ้นมาผิดแผลของเธอทั้งหน้าอกและแผ่นหลังไว้......




“ทำไม... เธอทำแบบนี้นะ... นานะ...” ลอว์เลนซ์มองออกนอกหน้าต่างไปยังปราการ เธอพยายามใส่ชุดอวกาศและคลานเปิดแอร์ล็อกออกนอกสถานีแล้วเกาะอยู่ข้างนอก เอเลนได้ควงเคียวเล็งตรงไปยังนานะอีกครั้ง ซึ่งเธอกำลังโหลดหาไฟล์รีเซต และวิธีการคืนชีพ



          เอเลนไม่มีจิตใจเดิมที่เธอเป็นแล้ว เธอได้กลายเป็นคนเย็นยะเยือกหลังจากนานะได้พูดเกี่ยวกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย.... “ฉันมันเกิดมาเพื่อทำลายล้าง... สินะ...”

เอเลนชาร์ดแรงเต็มที่ไว้ ก่อนที่เธอจะเห็นนานะหักปีกข้างหนึ่งของตัวเองต่อหน้าต่อตา.....



“เอเลน..... ไม่...!!!” เสียงของลอว์เลนซ์ได้ทำให้เอเลนมีสติขึ้นมา เธอได้ปากระสุนแรงโน้มถ่วงไปยังดวงจันทร์จะแหว่งขาดหายเป็นเสี้ยว เธอได้ตกใจที่นานะหักปีกของตัวเองลงพร้อมน้ำตา.... “เกิดอะไรขึ้น...!!”



“นานะ เธอทำอะไร...??”

“ปีกของฉันสร้างจากควอนตัมขององค์หญิงวอร์แลร์เรียร์ รวมกับพลังงานจากท่านแอโรครอส และชิ้นส่วนทั้งหมด ประกอบด้วยปีกแห่งการสร้าง การปกป้อง และทำลาย.... ฉันจะใช้มันคืนชีพแล้วปกป้องเขาไว้ตลอดกาล.....” นานะหลับตายิ้มน้ำตาตกด้วยความยินดี “ฉันรู้ข้อมูลมาจากปราการว่าถ้าฉันใช้มันทั้งสามอัน ฉันจะตายเพราะต้นกำเนิดพลังงานของฉันมันยังมีไม่ครบ ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อได้ หากฉันเหลือมันไว้ ....”



“ไม่นะนานะ.... เธอต้องเป็นคนปกป้องเอกภพนี้นะ Law Destroyer ยังไม่หมดไปนะ....!” ลอวเลนซ์เอ่ย



“ไม่จำเป็นแล้วลอว์เลนซ์..... ถ้าพวกเธอบอกว่าคริกซ์สามารถใช้หอกนั่นต่อสู้กับ Law Destroyer ได้ ฉันก็ไม่กังวลแล้ว ปีกที่ฉันมอบให้เขา จะปกป้องผลกระทบจากมันทั้งหมดไว้.... และที่สำคัญ... องค์หญิงวอร์แลร์เรียร์ จะทำหน้าที่นั้นแทนฉันเอง....” นานะเอ่ยพลางเอามือลูบหัวของคริกซ์เบาๆ ทั้งที่เขายังหลับใหลอยู่


“... นานะ.... ฉันขอโทษนะ....ฉันขอโทษ ยังไงเธอก็เป็นเพื่อนของฉัน...” เอเลนเอามือเช็ดน้ำตาตัวเอง



“เธอเอาไว้ขอโทษเขาเถอะ ฉันก็แค่คนที่ตายไปแล้ว” นานะได้แงะเอาผลึกที่ปีกของเธอค่อยๆ แทงลงกลางอกทีละเม็ดจนครบสามชิ้น ก่อนที่เธอจะอุ้มเขาขึ้นมานั่งกอด “ฉันจะยังคงทำตามความฝันของเรานะคริกซ์... แม้ว่าสุดท้ายวันนี้ ฉันจะต้องตายไปก็ตาม ลาก่อน...” น้ำตาของเธอหยดสุดท้ายได้ตกลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม ปีกข้างซ้ายของเธอที่เคยกางอยู่ได้หุบลง แสงสว่างของเพชรปลายปีกของเธอได้หายไป เลือดที่เคยเป็นสีแดงได้กลายเป็นสีฟ้า สีผมของเธอจากสีน้ำตาลได้กลายเป็นสีฟ้าทั้งหมด ที่แขนและของเธอมีหนามแหลมผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน นานะ.... เธอได้ตายไปแล้ว



          คริกซ์ได้ตื่นขึ้นลืมตามองดูหยดน้ำตาจากหญิงสาวที่ไร้ซึ่งวิญญาณหยดลงบนใบหน้า เขาตกใจสุดขีดหลังจากรู้ว่าเธอคนนั้นได้เสียชีวิตไปทั้งที่นั่งกอดเขาไว้ในอ้อมแขน เขาได้หลับตาลงร้องไห้ด้วยความเสียใจพร้อมตะโกนว่า... “นะ.... นานะ... ไม่จริง... ไม่....เธอจะตายไม่ได้นะ.....!!!!”

....

“ตื่นขึ้นมาสิ.... ตื่นขึ้นมา บอกฉันที่มันเกิดอะไรขึ้น.... บอกฉันสิ.... อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม...!!

          เอเลนกับลอว์เลนซ์มองดูพวกเขาด้วยความเสียใจทั้งน้ำตา เอเลนได้พูดขึ้นในใจว่า.. “เธอทำได้จริงๆ ด้วยนานะ.... เธอพูดถูกที่ฉันเป็นแค่นักฆ่า...ส่วนเธอได้ทำตามความฝันของเธอแล้วในการช่วยชีวิตคนที่เธอรัก....ยินดีด้วยนะ”

(จะเป็นไงต่อนะ ติดตามครึ่งหลังได้เร็วๆนี้)


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Piszaj-Razkes จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น