คุณคนน่ามอง ❖ Evil miss you

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 642,890 Views

  • 17,615 Comments

  • 8,839 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    126,443

    Overall
    642,890

ตอนที่ 9 : UP #คุณคนน่ามอง❖ภาค The space between 'groom&bride' 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4846 ครั้ง
    13 มี.ค. 62





 เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

:: คำแนะนำก่อนอ่าน :: 

1. นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 4-5 ภาค โดยภาค 1 At the first stage เป็นการบรรยายในแนวที่ตัวเอกย้อนกลับมาคิดถึงช่วงเวลานี้ เหตุการณ์ปัจจุบันจะเริ่มที่ภาค 2

2. แนวเรื่องค่อนข้างหนักพอสมควร หมายถึงมีปม มีดราม่า

3. ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดีในทุกกรณี ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ


Song : รู้ตัวช้า : JO-POP 


ภาค The space between 'groom&bride'

EPISODE 02



ฉันหยิบมือถือขึ้นมากดดูข้อความที่สองของเบอร์แปลกเมื่อวานด้วยมืออันสั่นเทา

70.145

มันคือจำนวนเงิน

ใครกัน

ใครที่ส่งมา

หลังจากแม่นิสาเล่าเรื่องจบก็ถูกคนที่บริษัทโทรตาม ดังนั้นเธอจึงบอกให้ฉันกับฟุ้นอยู่บ้านไปก่อน เย็นนี้ค่อยกลับมาคุยกัน

เมื่อฟุ้นแยกตัวเดินขึ้นไปด้านบน ฉันก็เริ่มทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา...

เมื่อสองปีห้าเดือนก่อน พ่อของฉันหายตัวไป

เขาไม่กลับบ้าน ลาออกจากงาน ไม่ยอมบอกว่าไปอยู่ที่ไหน แต่ติดต่อมาหาเฟรม (น้องสาวคนเล็ก) ในบางครั้ง

วันที่พ่อหายไป เป็นวันที่แม่นิสาเสียใจมาก

วันที่พ่อหายไป เป็นวันที่ฉันกล้ากลับมาบ้านนี้อีกครั้ง

เพราะตั้งแต่ที่ฉันหนีไปเรียนต่อที่อื่น พ่อกับฉันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตัดขาดกัน ช่วงเวลาต่อจากนั้นเป็นแม่นิสาที่แอบเลี้ยงดูฉัน

ส่วนเรื่องธุรกิจ แม่นิสากับพ่อทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วยกันมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ตอนเป็นเด็ก ไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนี้

และสิ่งที่ฉันไม่รู้คือ...ห้าปีก่อนเธอกับพ่อกู้เงินจากแบงค์อีกสองร้อยล้านเพื่อต่อยอด ไม่ทันไรเศรษฐกิจก็ซบเซา การแข่งขันสูง เมื่อขาดทุนขาดทุนกะทันหันพ่อจึงต้องไปกู้เงินนอกระบบโดยมีแม่นิสาให้ สัตยาบันอีกหลายสิบล้าน

แต่สุดท้าย พ่อกลับทิ้งลูกทิ้งเมียที่รักมากกว่าฉันไปทั้งที่รู้ดีว่าหนี้ที่ทำร่วมกันไว้ยังชดใช้ไม่หมด หัวหน้าครอบครัวปล่อยให้ภรรยากัดฟันสู้อยู่คนเดียว นี่คือความจริงที่ซ่อนอยู่ในความจริงอีกที

ฉันเดินไปหยิบยาทาแก้ฟกช้ำในตู้ยาสามัญแล้วเดินขึ้นไปด้านบน

ก๊อก! ก๊อก!

เคาะห้องฟุ้นได้ไม่นานประตูก็เปิดออก

ฉันเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงลายการ์ตูนของเธอ

“ไหน เอาแขนมาดูหน่อย” เมื่อได้ยินฟุ้นจึงยื่นแขนมาให้ฉัน ริมฝีปากเธอเบะคว่ำลง แขนของฟุ้นมีรอยแดงและช้ำเขียวจางๆ “ยังกลัวอยู่มั้ย”

ขณะที่ทายาให้ฉันก็ถามไปด้วย

ดูสิ น้องคนนี้อายุเท่าฉัน เกิดหลังฉันไม่เท่าไหร่ ตัวก็สูงกว่าฉันตั้งหลายเซน แต่นิสัยเปราะบางยิ่งกว่าน้องคนเล็กที่ยังเรียนปริญญาตรีอยู่ซะอีก

“พี่เฟิร์น...” ฟุ้นขยับมากอดฉัน “กลัวมากเลย ถ้าพี่เฟิร์นไม่มาฟุ้นกับแม่ต้องแย่แน่ ฟุ้นไม่อยากเจอแบบนี้อีกแล้วอ่ะ”

เพิ่งโดนข่มขวัญ โดนคุกคาม ผู้หญิงที่ไหนจะไม่กลัว

พี่ก็กลัวเหมือนกัน

“ไม่เป็นไรแล้วนะ”

แต่พูดออกไปไม่ได้

นั่นคือสัญชาตญาณความเป็นพี่

นอกเหนือจากการปลอบแล้ว เราสองคนก็นั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ

“พี่เฟิร์น แม่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ใช่มั้ย” ฟุ้นพึมพำ

คำตอบนั้นช่างง่ายดาย ถ้ามีเงินคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก

ฉันเหลือบตามองฟุ้น รู้สึกมือไม้งุ่มง่ามจึงคว้าสมุดภาพเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนหัวเตียงมาเปิดดูเล่น

“เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะคุยกับแม่อีกที ทุกเรื่องต้องมีทางออกอยู่แล้ว” ฉันเปิดสมุดภาพไปพลาง ปลอบน้องไปพลาง “อย่าเพิ่งคิดมากเกินไป ยังไงช่วงนี้...”

เสียงฉันขาดหายเมื่อเปิดสมุดภาพมาถึงหน้าสุดท้าย มีรูปอยู่สามใบ เป็นรูปแอบถ่ายในสถานที่เดียวกัน คาดว่าน่าจะเป็นผับ หนึ่งในรูปนั้น...เป็นรูปคู่กอดซบกันของชายหญิงคู่หนึ่ง

ห้วงเวลาของฉันหยุดนิ่งโดยไม่รู้ตัว จนเผลอจรดปลายนิ้วลงบนผิวภาพที่ตรงกับฝ่ายชาย

ไม่คิดว่าจะได้เห็นรูปผู้ชายคนนี้ในสมุดภาพส่วนตัวของน้องสาวตนเอง

เป็นรูปในช่วงวัยที่ผ่านพ้นจากฉันไปแล้ว

“คนนี้...”

นี่คือเขา

เป็นเขา ไม่ผิดแน่

“ฟุ้นรู้จักเค้าเหรอ”

สิ่งที่แผ่ออกมาจากความทรงจำ

หวานล้ำและขมฝาด

“อ๋อ นี่คือพี่โนม แต่เรียกว่ารู้จักกันไม่ได้หรอก แค่เคยเจอเฉยๆ อ่า” ฟุ้นมองรูป “รูปนี้นานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ฟุ้นยังเรียนปอตรี คนที่พี่โนมกอดอยู่ก็เพื่อนฟุ้นที่เป็นญาติเค้านั่นแหละ ชื่อไนต์”

เรื่องในอดีตบรรดาพี่น้องไม่ได้รับรู้อย่างลึกซึ้ง อย่างมากพวกเธอก็แค่รู้ว่าฉันหนีพ่อ เพราะฉันไม่เคยเล่าเรื่องแฟน ส่วนพ่อกับแม่นิสาก็ไม่ได้พูดรายละเอียดเรื่องลูกชายเจ้านายเก่าคนนี้มากนัก

เนิ่นนานมากแล้วที่ฉันไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเขา ถ้าย้อนไปถึงช่วงที่เพิ่งเรียนมหาลัย ไม่นานฉันก็ค้นพบว่าตัวเองโดนเขาบล็อกซะแล้ว

นี่คงเป็นช่วงที่เขาเพิ่งจบปอตรีได้ประมาณ 2 ปี

คงเพราะในหัวมีแค่ภาพที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อเจ็ดปีก่อน พอได้เห็นรูปนี้แล้วถึงรู้สึกว่าเขาโตขึ้นมาก

“ไปเจอกันได้ยังไงเนี่ย” ฉันมองรูปค้างไว้ คาดเดาตามรูปถ่าย “อย่าบอกนะว่าในผับ”

“อื้ม ตอนนั้นเพื่อนฟุ้นบอกว่าพี่โนมเป็นนักดนตรีฟรีแลนซ์ แต่มันหลายปีแล้ว ตอนนี้ยังเป็นอยู่มั้ยก็ไม่รู้ แต่พี่เค้ารวยมากเลย”

ภาพสั้นๆ ในความทรงจำย้อนมาให้นึกถึง เขาคือคนที่เก่งเรื่องเครื่องดนตรีหลายชนิดมาก

คือผู้ชายที่มักจะมีกระเป๋าเก็บเบสสะพายอยู่ด้านหลังบ่อยๆ

เคยเป็นนักดนตรีฟรีแลนซ์ หรือไม่ก็อาจจะเป็นอยู่...แปลว่าได้ทำตามความฝันสินะ

เขามีชีวิตที่ดีจริงๆ ด้วย

นั่นดีมาก...

“เขาเป็นคนยังไงเหรอ” ฉันถามอีกประโยค

“พี่โนมอ่านะ” ฟุ้นอมยิ้ม “ก็เป็นคนน่ากลัวน่ะสิ”

“...”

“เป็นคนที่ไม่น่าเข้าใกล้ ควรแอบมองจากที่ไกลๆ มากกว่า”

ฉันเงยหน้ามองฟุ้น จนฟุ้นสังเกตได้ถึงการมองของฉัน

เขาไม่ใช่แค่เคยคุณคนน่ามองในสายตาฉัน แต่ยังคง เป็นในสายตาคนอื่นอีกด้วย

"นี่..."

"..."

“ชอบเค้าเหรอ” ฉันถามออกไปได้ในที่สุด

“มะ ไม่ใช่สักหน่อย” เสียงเธอตะกุกเล็กน้อยในตอนที่แย่งสมุดภาพคืนไป “กะ ก็แค่ใครได้เห็นพี่โนมครั้งแรกก็อยากมองซ้ำอีกครั้งทั้งนั้น ฟุ้นก็แค่...เคยปลื้มล่ะมั้ง”

“...”

“ทั้งรวยทั้งหล่อเลือกได้ขนาดนั้น ตอนนี้คงมีเมียมีลูกไปแล้วแหละ ถึงจะเจอกันอีกทีพี่เค้าก็คงจำฟุ้นไม่ได้ด้วยซ้ำ ฮ่าๆ” ฟุ้นหัวเราะ

“...”

“รูปพวกนี้ก็แค่เก็บเป็นที่ระลึกต่างหาก”

“...”

“ทะ ทำไมพี่เฟิร์นต้องต้องถามเรื่องน่าอายแบบนี้ด้วยอ่า หรือว่าพี่เฟิร์นเคยเจอพี่โนม?”

Rrr…

โชคดีที่มือถือของฉันดังขึ้นจึงไม่อาจตอบคำถามของน้องได้ เพราะตัวฉันเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

ดังนั้นสิ่งที่ฉันทิ้งท้ายไว้มีเพียงประโยคสั้นๆ

“มีความรักเป็นเรื่องดี” จากนั้นก็รับโทรศัพท์แล้วเดินออกไป

ถ้าน้องสาวของฉันมีนิสัยเดียวกับฉันล่ะ...สามารถชอบคนคนหนึ่งได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องรู้จักเรา ไม่ต้องมองมาที่เรา ไม่ต้องให้ความสำคัญกับเรา

นั่นแปลว่าไม่ใช่แค่ เคยปลื้ม แต่ยังคงปลื้มอยู่เสมอ

สิ่งที่เรียกว่าความทรงจำ...เราทุกคนล้วนต้องมี

สำหรับฉันนั้นมีไว้เพื่อให้นึกถึงอย่างเดียว ไม่ได้มีไว้เพื่อบอกเล่าให้คนอื่นได้รู้

ต่อไปฉันจะไม่ก้าวก่ายความทรงจำของน้องสาวอีก


เย็นวันเดียวกัน ฉันคุยกับแม่นิสาอย่างจริงจัง สรุปได้ว่าจำนวนหนี้นอกระบบที่ต้องชดใช้ให้เร็วที่สุดคือห้าสิบเก้าล้านรวมดอกเบี้ย โดยเสี่ยชุยของวดแรกภายในห้าวัน ส่วนเจ็ดสิบล้านที่เป็นของแบงค์ แม่นิสาเลือกที่จะขอประนอมหนี้

“เฟิร์น...” แม่นิสาเรียกฉัน “เดี๋ยวอีกสี่วันแม่จะหาเงินงวดแรกไปให้เสี่ยชุยก่อน เฟิร์นช่วยแม่สองเรื่องได้มั้ย”

“...”

“ช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้ฟุ้นสักพัก แล้วก็...แม่ขอยืมเงินเฟิร์นมาจ่ายค่าเทอมกับค่าที่พักของของน้องๆ ก่อน เดี๋ยวทางนี้แม่จะจัดการเอง”

 “แม่บอกเฟิร์นว่าตอนนี้หมุนเงินไม่ทันมาเกือบปีแล้ว ผลัดจ่ายให้เสี่ยชุยไปสี่เดือน แล้วแม่จะมีเงินไปให้เค้าเหรอคะ”

การเงินภายในบ้านว่างเปล่ามานานแล้ว แต่แม่นิสาปกปิดทุกคนไว้

แม่นิสามีทีท่าหนักใจ “แม่ยังมีเงินที่เก็บไว้ให้เฟรมกับฟุ้นอยู่ อาจจะต้องหาเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ถ้าแม่หาไม่ได้ก็ให้แม่รับไปคนเดียว เฟิร์นดูแลน้องๆ ให้แม่ได้มั้ย”

ความจริงแล้วฉันโมโหมาก

แต่พอคิดในอีกมุมหนึ่ง แม่นิสาเป็นหนี้มานานแล้ว แต่เธอยังส่งเสียให้ฉันเรียนจนจบ ไม่ว่าจะขาดทุนแค่ไหนลูกๆ ก็ไม่เคยลำบาก

แปลว่าหลายปีที่ผ่านมาแม่นิสาอยู่กับความเครียดมาตลอด

เธอรักงานนี้ของเธอมาก และเธอสู้

แต่บทสรุปคือความพ่ายแพ้

“แม่นิสา” ฉันแตะมือลงบนไหล่เธอ “แม่ดูสิ ตอนนี้เฟิร์นโตแล้วนะ เฟิร์นจะพยายามหาทางช่วย แล้วก็จะไม่ให้น้องๆ ต้องลำบากด้วย”

“...”

“แต่ขอเวลาเฟิร์นคิดหาทางก่อนนะ”

คิดไปคิดมาแล้วฉันช่างเก่งแต่ปากซะจริง

เราคุยกันต่ออีกหลายชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนฉัน...ไม่ว่าจะนั่งคิดนอนคิดสักเท่าไหร่ก็ยังหาทางช่วยที่เพอร์เฟ็กต์ไม่เจอ

อย่างน้อยอีกสี่วันต้องช่วยสบทบเงิน นั่นพอมี

แต่หลังจากนั้นล่ะ อีกสี่สิบวัน...จะเอามาจากไหน

อย่ามองว่าทุกคนในวงการบันเทิงจะรวยกันหมด ต่อให้ฉันเอาทรัพย์สินส่วนตัวมารวมกับเงินเก็บก็ยังไม่ถึงยี่สิบล้านด้วยซ้ำ

กับพวกเจ้าหนี้นอกระบบ คิดเหรอว่าเวลาทวงเขาจะทวงตามกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ การเข้าไปแจ้งความยังถือว่ามีน้ำหนักน้อยเกินไป

ทางเดียวคือต้องหมดหนี้กับเสี่ยชุยเท่านั้น

คืนนี้...ฉันลองโทรกลับไปหาเบอร์ที่ส่งข้อความเรื่องหนี้มาอีกครั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม

ฉะนั้นในวันถัดมาฉันจึงหอบเอาความคิดมากกลับมาด้วย ซึ่งตอนกลับแป้งก็ให้คนขับรถที่จ้างมารับฉันเหมือนเดิมเนื่องจากเธอนัดคุยกับผู้จัดงานอีเว้นท์ให้ฉันพอดี

เมื่อใกล้ถึงคอนโด ฉันขอให้คนขับแวะที่ธนาคารเพื่อโอนเงินส่วนตัว 90% ไปให้แม่นิสาก่อน

รถจอดคนละฝั่งและไกลจากธนาคารไม่เท่าไหร่ นี่เป็นเขตชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะมาก ฉันยืนรอสัญญาณไฟข้ามถนนพร้อมคนทั่วไป

อาจเพราะมีเรื่องให้คิดเยอะมาก เมื่อถึงเวลาเดินฉันก็ก้มหน้าก้มตาเดิน

กึก

จังหวะนั้น สร้อยเงินที่แม่นิสาซื้อให้ในวันเกิดซึ่งสวมไว้ที่ข้อมือด้านขวาก็ถูกกระตุก ราวกับมันไปเกี่ยวเข้ากับอะไรสักอย่าง...

ยกข้อมือมาดูก็พบว่าสร้อยหายไปแล้ว

ฉันรีบหันไปมองหลังทันควัน โชคดีที่ฉันเห็นสร้อยติดพันอยู่กับนาฬิกาบนข้อมือของผู้ชายคนหนึ่ง

“คุณ...” เสียงฉันแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว ตรงข้ามกับหัวใจคือกระตุกวูบอย่างรุนแรง

ท่ามกลางผู้คนมากมาย แผ่นหลังที่กำลังห่างไกลออกไปนั่น...

เหมือนมาก

เหมือนคุณคนน่ามองมาก

แต่ก็แตกต่างมากเช่นกัน

เขาสวมสูทแจ็กเก็ตคอตั้งสีดำ กางเกงสีเดียวกัน แผ่นหลังกำยำ ไหล่กว้าง สูงมาก โดดเด่นจนคนทุกเพศที่เดินข้ามถนนต้องเหลียวมองซ้ำสอง

ร่างกำยำห่างจากฉันไปอย่างรวดเร็ว

ที่ข้อมือแกร่งมีสร้อยที่แม่นิสาซื้อให้ติดอยู่ ยังไงก็ต้องตามไปเอาคืนมาให้ได้ ฉันตัดสินใจวกกลับไป แต่อีกฝ่ายเดินเร็วมากซะจนหลุดพ้นกลางถนนอย่างง่ายดาย

และเช่นกัน เขาไม่ได้อยู่คนเดียว

ข้างกายเขามีผู้หญิงผมยาวหุ่นดีเดินอยู่ด้วยอีกหนึ่งคน

ด้านหลังสองคนนั้นมีผู้ชายเดินตามอีกสองคน บดบังเขาจากสายตาของฉันอย่างเป็นธรรมชาติ

ในขณะเดียวกัน เขาที่หันหลังให้ฉันอยู่ตลอดก็เหมือนจะยกมือข้อมือขึ้นดูนาฬิกา คาดว่าคงเห็นสร้อยติดอยู่พอดี

จะใช่คุณคนน่ามองหรือไม่ใช่ก็ไม่รู้...

ตึกตัก

แต่หัวใจฉันเต้นแรงอย่างไม่อาจระบุสาเหตุได้

ฉันนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา 'เพิ่งจะพูดถึงเสือ ภาพลวงตาของเสือก็มาปรากฏให้เห็น'

แล้วใครล่ะจะไม่กลัวเสือ...

วิ่งไปขอสร้อยคืนมาสิ ฉันบอกตัวเองแต่ขากลับก้าวไม่ออก

ต่อจากนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขากระชากสร้อยเงินที่ติดอยู่ออกก่อนจะโยนให้คนที่เดินตามอยู่ทางด้านหลัง ผู้หญิงที่มาด้วยกันกับเขาพูดอะไรสักอย่างก่อนควงแขนเขาเข้าไปในโรงแรมหรู

หายไปจากสายตาไม่ได้เห็นแม้แต่เสี้ยวหน้าที่ชัดเจน...

หลงเหลือเพียงแค่ผู้ชายสองคนที่เคยเดินตามเขาเท่านั้น หนึ่งในนั้นกำลังจะเอาสร้อยของฉันไปทิ้ง

ฉันวิ่งเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงพวกเขาแว่วมา

“คุณเค้าบอกให้ทิ้ง มึงก็ทิ้งเหอะ ของที่ติดมาโดยบังเอิญแบบนี้เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”

“ลองเอาไปให้ร้านดูดีมั้ย เผื่อเป็นของแท้ ซ่อมได้ เทิร์นได้นะมึง”

“แล้วแต่ ถ้าไม่ทิ้งมึงก็เก็บไว้ คุณเค้าไม่สนอยู่แล้ว”

วินาทีนั้นฉันรีบส่งเสียงทันที “ขอสร้อยคืนได้มั้ยคะ”

พวกเขาทั้งสองคนชะงักพร้อมหันมามองฉันที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง จากนั้นดวงตาของพวกเขาก็ไม่ได้กะพริบอีกต่อไป เอาแต่ก้มมองใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อเล็กน้อยของฉัน สร้อยเงินที่อยู่ในมือพวกเขาหล่นลงพื้น...

ฉันรีบก้มลงไปเก็บ พบว่ามันเสียหายจนถูกแบ่งออกเป็นสองเส้น

มือหนึ่งฉันกำสร้อยไว้ ส่วนมืออีกข้างหยิบมือถือออกมาโชว์รูปที่ตัวเองใส่สร้อยข้อลายนี้ให้ทั้งสองคนดูเพื่อยืนยันตัวตน

“นี่คะ” ฉันยื่นมือถือไปตรงหน้าพวกเขา “เราเป็นเจ้าของสร้อย”

ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หน้าตาดุดันถึงได้กะพริบตาปริบๆ พวกเขาขยับปากพูดว่า “ครับ / ค...ครับ” ออกมา

“ขอบคุณมากนะคะ” ฉันไม่ค่อยโอเคกับสายตาที่มองมาจนแทบพรุนจึงรีบพูดแล้วรีบวิ่งกลับไปทางเดิม

สร้อยที่ใส่ติดตัวมาหลายปีขาดซะแล้ว

แถมคนที่ทำขาดนั่นก็...

จะใช่คุณคนน่ามองที่ไม่ได้เห็นหน้ามาเจ็ดปีหรือไม่ใช่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่กระชากสร้อยจนเสียหายกว่าเดิมนั้นมีผู้หญิงอยู่ข้างๆ แล้วนี่นะ

เสร็จธุระที่ธนาคาร ฉันก็กลับมาที่คอนโดแล้วโทรคุยกับน้องสาวคนเล็ก จัดการเรื่องหาที่อยู่ใหม่ที่ใกล้กับมหาลัยที่ฟุ้นเรียนปริญญาโทอยู่ให้

พอได้ความคืบหน้าฉันก็ไลน์ไปบอกเธอ เมื่อคุยเรื่องสำคัญจบฟุ้นจึงถามเรื่องหนึ่งกับฉัน

 

N’ฟุ้น :: พี่เฟิร์น พี่ยังไม่ได้บอกฟุ้นเลยว่าตกลงพี่เฟิร์นรู้จักพี่โนมป่าววว?

 

ฉันมองคำถามนั้นและตอบไปว่า

 

Me :: อื้ม

Me :: แต่ไม่ต้องถามต่อนะ

N’ฟุ้น :: ทำไมอ่า

Me :: เพราะพี่กำลังทำงานไง 55

 

ลำบากใจที่จะพูดถึง ลำบากใจที่จะเล่า ดังนั้นจึงบ่ายเบี่ยง


เนื่องจากฉันบอกแป้งไปว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายจะคุยด้วยตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่เธอไปคุยเรื่องงานอีเว้นท์เสร็จจึงแวะเข้ามาหาด้วยท่าทีที่ไม่ต่างอะไรกับหมีกินผึ้ง

“ทำไมดูงุ่นง่าน คุยกับทีมงานฝั่งนั้นไม่ลงตัวเหรอแป้ง” ฉันถามเมื่อเรานั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเพื่อกินข้าวพร้อมกัน

“เปล่าหรอก เรื่องงานโอเคดี สคริปต์งานอยู่ในแฟ้มเรียบร้อย ซ้อมครั้งแรกอีกสามวันข้างหน้า”

ได้ยินแป้งอธิบายแล้วฉันก็มุ่นคิ้ว “แล้วแป้งโมโหเรื่องไรเนี่ย”

“แสดงว่ายังไม่ได้ส่องโซเชียลสินะแก” แป้งพ่นลมหายใจ

สองวันนี้ฉันวุ่นทั้งวัน จะมีเวลาไปส่องโซเชียลได้ยังไง

ขณะที่ฉันเตรียมหยิบมือถือออกมา แป้งก็คว้ามือฉันไว้เพื่อหยุดยั้งซะก่อน

เธอกล่าวว่า “งั้นอย่าเพิ่งส่อง กินข้าวก่อนดีกว่า เอ้อ... ไหนว่ามีเรื่องจะคุยกับแป้งไม่ใช่เหรอ เป็นเรื่องเครียดใช่มั้ย”

ฉันพยักหน้า...

“แป้ง” คิดเรื่องหนี้แล้วฉันก็ห่อเหี่ยวใจพิกล “บ้านเฟิร์นเป็นหนี้ร้อยกว่าล้าน”

“อ้อๆ” เธอครางรับ แต่ไม่กี่วินาทีถัดมาก็ทำตาโตคล้ายคนที่เพิ่งจะทำความเข้าใจได้ “ว่าไงนะ มันเกิดไรขึ้น! บ้าแล้ว!

ฉะนั้นฉันจึงเล่าให้แป้งฟังคร่าวๆ บอกตามตรงว่าปัญหาที่รุมเร้าอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันกินอะไรไม่ลงสักเท่าไหร่

หลังฟังจบแป้งถามฉัน “นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ แกจะหาเงินมาจากไหน เป็นหนี้นอกระบบถ้าเบี้ยวไม่จ่ายนี่อันตรายมากนะเว้ย”

“...”

“แถมไอ้เสี่ยนั่นยังกดดัน จ้องจะงาบพวกแกพี่น้องอีกเนี่ยนะ?”

“อื้ม” ฉันถอนหายใจ “แป้งโอเคมั้ยถ้าเฟิร์นจะขายรถทิ้ง”

รถที่แป้งขับอยู่คือรถที่ฉันซื้อไว้ให้เธอใช้ทำงานร่วมกับฉัน

“ได้น่ะได้” แป้งพยักหน้า “เดี๋ยวแป้งยืมรถพ่อมาขับก่อนก็ได้”

“ก็คงต้องขายคอนโดด้วย” ฉันพูด “แล้วก็...อาจจะไม่มีเงินจ้างแป้งไปอีกนานเลย แป้งลองหางานใหม่ดูมั้ย”

“ไม่เป็นไรแก เราไม่ทิ้งกัน” แป้งผ่อนลมหายใจ “นอกจากช่วยงานเฟิร์นแล้วแป้งก็รับพิมพ์งานเอกสารควบด้วย ไม่เดือดร้อนหรอก”

“...”

“แต่เฟิร์น... ของมือสองใช่ว่าจะขายออกได้เลย แล้วก็ใช่ว่าราคาจะได้ดีเท่าตอนเป็นมือหนึ่ง และถึงขายได้ทัน ยังไงก็ยังต้องหาเพิ่มอีกเป็นสิบๆ ล้านอยู่ดี”

“...”

“แกลอง...” แป้งทำท่าลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมพูด “ไปยืมคุณไมค์ดูมั้ย ยังไงคุณไมค์ก็น่าจะให้แกยืมอยู่แล้ว”

ฉันนิ่งไป “ไม่ได้หรอก”

และมีแค่ฉันเท่านั้นที่รู้ดีว่าทำไมถึงไม่ได้

“ยังมีเวลาคิดอยู่ ยังไงก็ต้องมีทางออก”

ทางออกที่ดีกว่าการเป็นหนี้ซ้ำซ้อนน่ะนะ

บรรยากาศก็เงียบกริบในทันใด ดังนั้นฉันจึงหยิบมือถือมากดดู ไม่กี่นาทีต่อมาฉันถึงได้รู้ว่าอะไรที่ทำให้แป้งหงุดหงิด คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งนี้แน่นอน

 

เพจ เจ๊แฉยับ

ถึงตัวจะไม่โผล่ แต่ข่าวคาวมาเป็นระยะ ก็หนึ่งในสาว deva เจ้าของคาแรคเตอร์อ่อนโยนนั่นแหละจ้า แต่ละดราม่าของคุณเธออู้ฟู่เหลือเกิน ล่าสุดมีหนุ่มตาน้ำข้าวประกาศผ่านโซเชียล ขอแลกจูบดูดดื่มกับคุณเธอด้วยเงิน 25000+ USD. รวมแล้วเป็นเงินเกือบแปดแสนบาท ทายดูซิ๊ว่างานนี้สาวอ่อนโยนจาก deva จะ say yes รึเปล่า

ฉันมุ่นคิ้ว เลื่อนลงมาอ่านคอมเมนท์

มะโนครับ : ถ้าเป็นผม yes แน่นอน เยสๆๆๆๆๆๆ

Minee : ฟาริเป็นนางแบบได้ด้วยเหรอ เห็นมีดีแค่สวยกับหุ่นที่เหมือนจะสูง 55555555

KissU : เจอข่าวฟาริแล้วหมั่นไส้ นางไม่ดังนะ ไม่ได้แสดงหนังกับละคร แค่มีชื่อเพราะติดท็อปโหวต อาศัยถ่ายแบบกับดาราชายปังๆ แล้วก็เลิฟซีนกับซุปตาร์ฉาวๆ คนนั้นมากกว่า

Grayu : ผมว่าคนที่ด่าฟาริส่วนใหญ่ก็มีแค่ผู้หญิงขี้อิจฉาทั้งนั้น เพจนี้ก็ลงแต่ข่าวที่ทำให้คนอื่นเสียหาย ไร้สาระ

St : คนที่อวยฟาริก็มีแต่ผู้ชายที่ใช้อวัยวะท่อนล่างคิดแทนสมองทั้งนั้น

 

ฟาริ คือชื่อที่คนนอกเรียกฉัน ย่อมาจากฟาริตา

คาแรคเตอร์ใน deva ของฉันคืออ่อนโยนและเซ็กซี่

ฉันมักจะ...เจอข่าวเรื่องผู้ชายหรือไม่ก็เจอการนำเสนอในแง่ลบอยู่บ้าง ต้นเหตุอาจมาจากการที่ฉันได้จับคู่ทำงานกับดาราชายดังๆ บ่อยมากเกินไป

“เห็นข่าวแล้วเหรอ” แป้งถาม

“อืม”

“งั้นเอามานี่เลย” เธอแย่งมือถือคืนไป กดออกแอปแล้ววางลงบนโต๊ะ “เฟิร์นไม่ต้องสนใจนะ ส่วนไอ้หนุ่มตาน้ำข้าวที่กล้าทำเรื่องแบบนั้นก็ไม่ต้องแคร์ แป้งรู้ว่าเฟิร์นไม่สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว”

ฉันได้แต่ยิ้มอย่างเงียบงัน...

ในวันถัดมา ฉันไม่มีงานจึงออกมานั่งหาอะไรเย็นๆ ดื่มที่ร้านกาแฟใกล้ที่พัก เลือกนั่งในมุมที่เงียบสงบเพื่อคิดวิธีหาเงิน

วันเวลาผ่านไปเร็วเสมอ

ฉันเหลือเวลาอีก 38 วัน กับอีกเกือบ 50 ล้าน และยังไม่ใช่ทั้งหมดของหนี้ที่มีอยู่

หรือฉันควรยอมขอให้คุณไมค์ช่วย

หรือฉันควร...

นิ้วฉันกดเข้าไปดูข่าวที่มีชาวต่างชาติขอซื้อจูบดูดดื่มจากฉัน

และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเงาสูงใหญ่ของผู้ชายเคลื่อนมาปกคลุมหน้าโต๊ะที่นั่งอยู่

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที

[รออัปต่อ]


LTA LUKTARN

อ่ะ มามั้ยยยยยย 5555

อ่านนิยายให้มีความสุขนะสาวๆ

1 เม้น 1 กำลังใจ

เทรนด์ทวิต #คุณคนน่ามอง นะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.846K ครั้ง

822 ความคิดเห็น

  1. #17406 pomkyuky (@pomkyuky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:48
    คุณคนน่ามอง ใ่ช่ไหม คุณโนม
    #17406
    0
  2. #13722 Triamphan (@Triamphan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 20:07

    ฮาร์ดคอร์กไก่มาก เรื่องนี้

    #13722
    0
  3. วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:21
    ใครกันนน
    #12704
    0
  4. #8697 DalinbyPN (@DalinbyPN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:22
    ให้ชีฟุ้นคู่กับฝุ่นได้ไหมอ่า แบบแอบเชียร์คู่นี้มาจากเรื่องวอร์มตับแว้ว
    #8697
    0
  5. #8453 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 01:04
    นังหนูเอ้ยยย
    #8453
    0
  6. #8145 QAZplm135 (@QAZplm135) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:45
    มาเป็นเงา มาเป็นเงา 555
    #8145
    0
  7. #7678 Daonuear (@Daonuear) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:35
    เงาของใครอีก
    #7678
    0
  8. #7672 be_am_i (@bachemiaze) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:50
    โง้ยๆๆ ลุ้นอะ ใครนะๆๆๆๆ
    #7672
    0
  9. #7671 yellowofworld (@fern2546_55) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:30
    รอออออ
    #7671
    0
  10. #7670 pommy4813 (@pommy4813) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:10

    ชีวิตฟาริมีแต่เรื่องทุกข์ๆ พี่โนมรีบมาโดยไวเถอะ

    #7670
    0
  11. #7669 Axunnz (@Axunnz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:01
    โง้ยย ลุ้นน
    #7669
    0
  12. #7668 แทฮยองที่รัก (@phatphs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
    ค่าตัวพี่แพง ไม่ใช่พี่รึเปล่า55555
    #7668
    0
  13. #7667 Kissing_kiss (@kissing_kiss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:19
    หรือพี่โนมจะมาขอแต่งงาน
    #7667
    0
  14. #7666 rjrtoey (@rjrtoey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:09
    เห้อ อยากเจอพี่โนมแล้วๆๆ
    #7666
    0
  15. #7665 Sekki (@2003chompoo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:10
    พนักงานเสิร์ฟใช่มั้ยนะ
    #7665
    0
  16. #7664 chachapuk (@chachapuk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    ใครมาๆๆๆ
    #7664
    0
  17. #7663 Jida0204 (@Jida0204) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:38
    ใครหนอออออ ไม่ใช่พี่โนมแน่เลยยยย อยากให้เจอกันแย้ววว
    #7663
    0
  18. #7662 Kaoztt (@Kaoztt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05
    ใครมาเนี้ยยยยยย
    #7662
    0
  19. #7661 ไม่รู้อย่าเก่ง (@fairy-99) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44
    พนง.เสริฟป่าววว มาทวงค่าน้ำ5555555
    #7661
    0
  20. #7660 stsnw (@stsnw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:39
    ค้างค่ะ
    #7660
    0
  21. #7659 ---Muay--- (@---Muay---) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:19
    ค้างงงงงงงงงไปสิคะ
    #7659
    0
  22. #7658 Ling_555 (@ling-12345) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:17
    ใครมา พี่โนมไหม ทำไมค่าตัวแพงจัง มาเจอน้องที555555555
    #7658
    0
  23. #7657 May (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:06

    ค้างมั้ย????????????

    #7657
    0
  24. #7656 จองกุกคือนิพพาน (@22739) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:49
    กรีดร้องงงงง คนของคุณพี่โนมหรือเปล่า พาไปหาอีกทีงิ

    555555
    #7656
    0
  25. #7655 malee. (@pa_ple) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:26
    เลื่อนมาเจอ "อ่านให้มีความสุข" แล้วได้แค่ถอนหายใจ 5555555555 หนูจะมีความสุขไหมเนี่ยยย นิยายพี่แต่ละเรื่อง ทำหนูเครียดดดดดด
    #7655
    0