คุณคนน่ามอง ❖ Evil miss you

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 633,105 Views

  • 17,056 Comments

  • 8,780 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    116,658

    Overall
    633,105

ตอนที่ 12 : UP #คุณคนน่ามอง❖ภาค The space between 'groom&bride' 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5818 ครั้ง
    24 มี.ค. 62




 เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

:: คำแนะนำก่อนอ่าน :: 

1. นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 4-5 ภาค โดยภาค 1 At the first stage เป็นการบรรยายในแนวที่ตัวเอกย้อนกลับมาคิดถึงช่วงเวลานี้ เหตุการณ์ปัจจุบันจะเริ่มที่ภาค 2

2. แนวเรื่องค่อนข้างหนักพอสมควร หมายถึงมีปม มีดราม่า

3. ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดีในทุกกรณี ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ


Song :  BTS - Undelivered Truth (전하지 못한 진심) (Feat. Steve Aoki)


ภาค The space between 'groom&bride'

EPISODE 05




อาจเพราะสายตาของเขาที่มองตามทุกย่างก้าวทำให้ฉันหยุดเคลื่อนไหว

อาจเพราะฉันประหม่าจึงชะงักนานเกินไป

"เดินมาให้มันเร็วๆ หน่อย" เสียงพี่โนมทุ้มห้าว

แสงแดดประเทศไทยนอกจากทำให้ร้อนแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้เขาอ่อนละมุนขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ร่างกำยำอยู่ห่างจากฉันประมาณสิบกว่าก้าวเห็นจะได้ เมื่อได้ยินดังนั้นฉันจึงสาวเท้าเข้าไป และหยุดการเคลื่อนไหวในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลมากเกินไปเมื่อเขามองมาอีกครั้ง

ควรจะคุยอะไรก่อนดี

ควรจะทักทายกันยังไง

“หวัดดีค่ะ” พูดจบฉันก็เม้มปากเล็กน้อย

“...” เขายังไม่ได้ตอบรับอะไร

“เพิ่งมาเหรอคะ” คำถามนี้ไม่ควรถามออกไปแม้แต่น้อย เห็นกันอยู่ตำตาว่าเขาเพิ่งจะมาจริงๆ

ฉันแค่อยากหาอะไรมาทำให้บรรยากาศกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกนี้บรรเทาลงก็เท่านั้น...

“เตรียมตัวมาดีรึยัง” อีกฝ่ายเลือกที่จะถามกลับ คงจะถามถึงสิ่งที่ต้องทำในวันนี้สินะ

ความอึดอัดนี้แผ่ออกมาจากเขาชัดๆ แต่เขากลับไม่คิดจะบรรเทามันลงเลย

เป็นฉันที่ทักทายอยู่คนเดียว...

“อื้ม” ฉันครางตอบอ้อมแอ้มและตัดสินใจมองไปทางอื่น

ราวกับไม่อยากปล่อยให้เวลาเสียเปล่า พี่โนมก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตูรั้วเล็กที่มีไว้สำหรับให้คนเดินผ่านเท่านั้น จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านใน

ด้วยสัญชาตญาณฉันจึงรู้ว่าควรตามไป

ถัดจากรั้วเป็นสวนดอกไม้ขนาดกลาง ลึกเข้าไปถึงจะเป็นตัวบ้าน...ซึ่งเป็นบ้านสไตล์คันทรีตะวันตกกลิ่นอายละมุนละม่อม พี่โนมที่มีลักษณะแข็งกระด้างจึงเป็นสิ่งเดียวที่โดดเด่นมาก

ครืด! ครืด!

จังหวะนั้นมือถือที่อยู่ในกระเป๋าสั่น ฉันจึงหยิบออกมาดู เป็นแค่แต้งเตือนข้อความไวรัลนั่นเอง

และใครจะคิดล่ะว่าจังหวะเดียวกันนั้นพี่โนมจะหยุดเดินแล้วหันมายังฉัน ทำเอาฉันชะงัก

เขายื่นมือมาทางนี้...

"ส่งมา"

“คะ?” ด้วยความที่ตั้งรับไม่ทัน อีกทั้งฉันจับมือถืออยู่ จึงถามกลับอย่างงุนงงว่า "มือถือเหรอคะ ?"

จะเอาไปทำไม..

“ไม่ใช่มือถือ”

เขากล่าวจบก็ไม่ทำแค่ยื่นมืออีกต่อไป แต่เคลื่อนเข้ามาฉวยมือข้างที่ว่างของฉันไว้ซะเอง

เพราะถูกเกาะกุมพร้อมบีบรัดมือกะทันหัน ฉันจึงอดสะดุ้งทั้งทางร่างกายและหัวใจไม่ได้

เมื่อเขาหันหลังให้ก็ทำเอาเกือบถลาไปทางด้านหน้า

เห็นชัดว่าพี่โนมแรงเยอะมาก ที่จริงเขาอาจไม่ได้ออกแรงอะไรเลย เพียงแต่ขนาดตัวของเราต่างกัน แรงกายไม่เสมอภาคกันก็เท่านั้น

นี่ไม่ใช่การเหนี่ยวรั้ง แต่เขาไม่จำเป็นต้องอ่อนโยนต่างหาก

มือนั้นทั้งหยาบ ทั้งใหญ่ กึ่งอ่อนนุ่มกึ่งแข็งกระด้าง

ไม่เคยโดนผู้ชายนอกวงการจับมือมานานเท่าไหร่แล้ว...

แค่พอคิดอีกนัยหนึ่ง นี่ก็เป็นการแสดงนี่นะ

คิดได้แบบนี้ความสงบก็กลับมา

“ดะ เดี๋ยวค่ะ” ฉันรีบเก็บมือถือแล้วใช้มือข้างนั้นแตะท่อนแขนแข็งแกร่งเพื่อหยุดยั้งการก้าวเดินของพี่โนม

“...” เขาหันเสี้ยวหน้าที่แสนเย็นชากลับมา

“วันนี้จะเรียกกันว่ายังไงดีคะ” ฉันกระซิบ ไม่กล้าพูดดังเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน อีกข้อคือกลัวจะรับรู้ถึงการสั่นไหวของเสียงตนเอง “นี่มันครั้งแรก คุณช่วยออกความเห็นให้หน่อยเถอะค่ะ”

ถึงวันนั้นเขาจะบอกว่าให้ฉันคิดเอาเองว่าควรเรียกขานกันยังไงก็เถอะ แต่ครั้งแรกมันควรต้องตกลงกันก่อนไม่ใช่เหรอ

ฉันรู้นะว่าในบ้านหลังนี้มีคนอยู่

ฉันรู้ดีเพราะคุณวีได้บอกไว้แล้ว

“พี่” เขาพูดมาหนึ่งคำ จากนั้นก็เปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปด้านใน

ชั่ววินาทีนั้น...ฉันได้แต่สงสัยว่าผู้ชายที่ เกลียดคนหน้าไหว้หลังหลอกจะสามารถแกล้งเป็นคนรักกับฉันเพื่อตบตาคนอื่นได้จริงเหรอ เขาจะสามารถทำตัวต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างได้จริงเหรอ

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาด้านใน มือที่เย็นจัดของฉันเริ่มชื้นเหงื่อเนื่องจากได้กลิ่นยาอ่อนจาง เป็นกลิ่นคล้ายโรงพยาบาลที่ถูกกลิ่นหอมอ่อนๆ กดทับอยู่

มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดพื้นอยู่ พอสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาก็เงยหน้าขึ้นทักทาย

“อ้าว คุณโนม หวัดดีค่า” ผู้หญิงคนนี้น่าจะอายุประมาณสามสิบกว่าๆ หน้าตาท่าทางดูเป็นคนอารมณ์ดี เดาได้ว่าน่าจะเป็นแม่บ้าน “คุณย่าอยู่หลังบ้านกับคุณคาร์โลค่ะ วันนี้บ่นว่าอยากดูปลาคาร์ฟกับอยากเจอคุณโนมทั้งวันเลย”

“อืม” เขาขานรับอย่างแผ่วเบา

แม่บ้านคนดังกล่าวแอบลอบมองฉันด้วยสายตาสงสัย ขณะที่ฉันอดเกร็งมากกว่าเดิมไม่ได้

อย่างน้อยถ้ารู้ว่าต้องแต่งงานครอบครัวนักธุรกิจ ฉันก็ควรจะเสิร์ชประวัติคร่าวๆ ไว้บ้าง และวิกิพีเดียช่วยคุณได้ในกรณีคนที่เราอยากค้นหามีชื่อเสียง

คาร์โล เค. คลิมซ์เมอร์ หรือชื่อไทยคือ คาร์โล จิระวิวัติเป็นคุณพ่อของพี่โนม เป็นอดีต CEO ที่ตอนนี้ไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตนเองแต่ยังเป็นหนึ่งในสามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ JF Group. ในวิกิฯ ระบุข้อมูลว่าเขามีเชื้อสาย อิตาเลี่ยน-อมเริกัน-จีน

ซึ่งในข้อมูลระบุไว้ชัดเจนว่าคุณย่าของพี่โนมเป็นชาวจีน ส่วนจิระวิวัติก็เป็นนามสกุลของพ่อเลี้ยงคุณย่า

แปลว่าทางฝั่งพ่อของพี่โนมไม่มีเชื้อไทยแม้แต่นิดเดียว

ส่วนคุณแม่พี่โนมมีข้อมูลระบุอย่างผิวเผินว่าเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน

ฉันแอบเงยหน้าไปทางคุณคนน่ามอง...

เมื่อก่อนฉันแค่คิดชื่นชมว่าเขาหล่อ ไม่เคยเจาะลึกไปถึงชาติกำเนิดเลย เพราะใบหน้าเขาหนักมาทางเอเชียอยู่แล้ว

แต่ถ้ามองดีๆ จมูกกับโครงหน้าก็คมชัดเกินกว่าที่ชาวเอเชียจะปั้นออกมาได้จริงๆ นั่นแหละ

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกถึงการโดนมอง เขาถึงได้ชะงักพร้อมปรายตามาทางนี้ก่อนที่จะเข้าประตูหลังบ้าน

“คือว่า...” ฉันเหมือนคนถูกจับได้จึงเผลอบีบมือเขาเข้าให้ พร้อมกันนั้นก็เสแสร้งถามสิ่งหนึ่งออกไปแทน “คุณแม่พี่โนมอยู่ด้วยรึเปล่าคะ”

“ไม่อยู่” เขาตอบพร้อมผลักประตูออกไป

ขณะที่ฉันโล่งใจขึ้นมา

เจอคุณพ่อของเขาก็เกินความคาดหมายแล้ว

บอกตามตรงนะ...ฉันจำภาพบุคลิกของคุณแม่พี่โนมได้ ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าสักเท่าไหร่

ในจังหวะนั้นเองเสียงของผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“เฮียอยู่ไหนล่ะ ไม่มาสักที ฉันคิดถึงแย่แล้ว นี่ก็รอกินข้าวด้วยกันอยู่”

“...”

“ปลาคาร์ฟที่เราเลี้ยงด้วยกันตอนนี้โตแล้ว...”

“...”

“เจ้าโนมก็น่าจะยังไม่ตื่น เฮียไม่คิดจะรีบกลับมาเล่นกับหลานบ้างเหรอ หืม?”

เสียงนั้นทั้งอ่อนแรง เศร้าสร้อย และตัดพ้อ

“เดี๋ยวแด๊ดก็กลับมา” ต่อมาเป็นเสียงของผู้ชายในสำเนียงไทยกึ่งชัดกึ่งแปร่ง ชัดเจนว่าคนพูดประโยคนี้คือคุณพ่อของพี่โนม ไม่นานเขาก็หันมาเห็นพวกเรา “อ้าว?”

ไม่ใช่แค่คุณพ่อของพี่โนมเท่านั้นที่หันมา ผู้หญิงสูงวัยอีกคนก็ด้วย

ด้านหลังบ้านเป็นสวนเล็กๆ ที่มีบ่อปลา พวกเขาอยู่ห่างจากเราไปประมาณสิบก้าว

“กลับมาแล้วเหรอเฮีย”

นี่คือคุณย่าของพี่โนม...

เธอยิ้มและกวักมือเรียกพี่โนม ด้านข้างมีคุณคาร์โลยืนอยู่ นั่นเป็นภาพที่สงบสุขมาก แต่ก็ชวนให้ใจหายอย่างไม่น่าเชื่อ

ถึงจะฟังจากคุณวีมาคร่าวๆ แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ จำได้ว่าเคยเจอคุณย่าครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเธอเป็นคนผมขาวที่ยังแข็งแรงอยู่มาก

แต่ตอนนี้เธอผอมมาก ทั้งยังนั่งอยู่บนรถเข็นและมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ด้วย

“กลับมาแล้ว” พี่โนมขานรับคุณย่าพร้อมทั้งปล่อยมือฉันทันที เขาเดินตรงไปทางนั้น ขณะที่ฉันตัดสินใจเดินตามไป

สิ่งแรกที่ฉันทำคือยกมือไหว้คุณพ่อของพี่โนมเงียบๆ ในขณะที่พี่โนมย่อตัวลงนั่งยองตรงหน้าคุณย่าของตนเอง

“เฮียนี่นะ ชักช้า...” คุณย่ายื่นมือมาแตะแก้มพี่โนม “ป่านนี้เจ้าโนมคงตื่นแล้ว”

พี่โนมยกมือมาทางหลังมือที่เหี่ยวย่นนั่นไว้ “ย่า นี่โนม”

คุณย่านิ่งไป ส่วนพี่โนมก็ยิ้มน้อยๆ

รอยยิ้มแบบนี้...ฉันเคยเห็นแล้วนี่นา เมื่อเจ็ดปีก่อนไงล่ะ เขาเคยกอดคุณย่าและยิ้มแบบนี้

ในที่สุดคุณย่าก็ใช้สองมือลูบแก้มพี่โนม

“จริงสิ โนมโตขนาดนี้แล้วนี่นา” เธอส่งเสียงแหบแห้งคล้ายเพิ่งนึกออก

“ใช่” พี่โนมพูด “โตขนาดนี้แล้ว”

“ดีจริงๆ โตเป็นหนุ่มแล้ว” ในความเปราะบางของคุณย่า ฉันยังเห็นความเอ็นดูที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน

เจ็ดปีผ่านไป กาลเวลาเปลี่ยนแปลงร่างกายของคนเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่คนรุ่นใหม่เริ่มแข็งแกร่ง คนรุ่นเก่าก็เริ่มโรยรา...เหมือนดอกไม้เหี่ยวเฉาที่รอวันกลับคืนสู่พื้นดิน

"แล้วนั่นพาใครมาล่ะ?"

คุณย่าชื่นชมหลานตนเองได้ไม่นานก็หันมาทางฉัน เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยราวกับมองไม่ถนัด ขณะที่คุณคาร์โลยังมองฉันด้วยความสงสัยอยู่เช่นเคย

ในใจฉันประหม่าแต่ภายนอกแย้มยิ้ม รอแค่ให้พี่โนมแนะนำฉันเท่านั้น

"แฟนผม" พี่โนมยังไม่ละสายตาไปจากคุณย่าของเขา

ได้ยินดังนั้นฉันจึงยกมือไหว้อีกสักรอบ พร้อมกันนั้นก็เอ่ยว่า "สวัสดีค่...ะ"

"ไม่เอาหรอก" ทว่าไม่อาจเอ่ยได้จนครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากคุณย่าตัดบทพร้อมโบกมืออย่างอ่อนแรง "แฟนอะไรกัน สู้ยัยหนูคนนั้นก็ไม่ได้"

คุณย่าคล้ายไม่ใส่ใจฉันแม้แต่น้อย แถมยังเอาฉันไปเทียบกับ 'ยัยหนู' คนไหนสักคนก็ไม่รู้ แม้จะหน้าชาแต่ฉันก็บอกให้ตัวเองใจเย็นๆ

ว่ากันว่าคนที่อายุมากขึ้นมักจะมีความเป็นเด็กเพิ่มขึ้น...ขอเพียงมีอะไรที่ไม่พอใจ บางทีก็จะต่อต้านออกมาตรงๆ

"ย่า / แม่"

ผู้ชายทั้งสองคนเรียกคุณย่าพร้อมกัน ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อนให้พวกเขาเพื่อบอกเป็นนัยว่า 'ไม่เป็นไร'

หรือนี่จะเป็นเรื่องกดดันที่คุณวีเคยเกริ่นไว้?

ไม่สิ ไม่น่าใช่...

ฉันฟังจากคุณวีมาว่าคุณย่าของพี่โนมอายุ 84 ตอนนี้สมองเสื่อมและอวัยวะภายในเสื่อมถอย ป่วยเรื้อรัง เธอหลงลืมเหตุการณ์และวันเวลา เห็นภาพคนที่จากไปแล้ว ชอบย้อนถึงช่วงเวลาที่ติดอยู่ในใจ ปัจจุบันช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ ซ้ำยังสายตาไม่ดี หลังจากรักษาในโรงพยาบาลมานานครอบครัวก็ตัดสินใจพากลับมาอยู่ใกล้ลูกใกล้หลานโดยมีหมอและพยาบาลมาดูแลที่บ้านอีกที จากสุขภาพโดยรวมคงยื้อชีวิตได้อีกไม่นาน

คุณย่ามักจะร้องไห้เพราะอยากให้พี่โนมมีครอบครัว ฉะนั้นการซื้อสเตตัสจากฉันจึงเกิดขึ้น

ฟังดูคล้ายเขาถูกบังคับเลยนะ...

วันนี้ฉันถึงได้ถูกเรียกมาที่นี่เพื่อเจอคุณย่า

คุณย่าที่ถูกทักท้วงทำท่าคล้ายนึกอะไรได้จึงกล่าวอีกหนึ่งประโยค 

"จริงสิ ย่าผิดเอง โนมก็อย่าโกรธย่าเลยนะ ย่าแค่ชอบยัยหนูคนนั้น" เสียงนั้นเหมือนจะร้องไห้ เป็นอารมณ์ที่อ่อนไหวมาก

"ย่าไม่ผิด" พี่โนมกุมมือคนสูงวัยไว้

แต่เป็นคุณคนน่ามองสินะที่คิดผิด

ดูเหมือนคุณย่าจะไม่ได้อยากให้พี่โนมแต่งงานกับฉันเลย

ก็ฉันคือคนที่เคยปฏิเสธการทาบทามไม่ใช่เหรอ...

"ใช่ แม่ไม่ผิด" คุณคาร์โลก็ผสมโรงด้วย จากนั้นเขาก็หันไปออกคำสั่งกับพี่โนม "โนม พาคนของลูกออกไปก่อน แด๊ดจะพาย่าเข้าบ้าน"

การออกคำสั่งนี้ชี้ชัดแล้วว่าเมื่อคุณย่าไม่อยากเห็นหน้าใคร คนนั้นควรรีบไปซะ

เริ่มต้นไม่สวยเอาซะเลย

ดวงตาฉันเพ่งมองไปยังพี่โนม... เขาควรเปลี่ยนแผน คุณย่าอยากให้เขามีครอบครัว มีผู้หญิงมาดูแล แต่คงไม่อาจเป็นฉันได้หรอก

อีกอย่าง คุณพ่อของเขาอยู่ที่นี่มันเหนือความคาดหมายมากเกินไป

พี่โนมไม่ปรายตามายังฉันแม้แต่น้อย แต่หันไปเหลือบตามองคุณพ่อของตนเอง

สิ่งที่ฉายชัดในดวงตาคมกล้าคือการต่อต้าน ต่อมาก็หันไปหาคุณย่าอีกครั้ง

นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ชายหัวแข็ง

คนแบบนี้ไม่มีใครสามารถบังคับได้

"ย่า"

"..."

"ยัยหนูคนนั้นกับแฟนผมคนนี้...คนเดียวกัน"

เว้นแต่...

เขาจะบังคับตัวเอง

ว่าแต่พี่โนมพูดอะไรน่ะ?

คนเดียวกันงั้นเหรอ...

"จริงเหรอ" คุณย่าที่ปั้นหน้างอเล็กน้อยส่งเสียงถาม

"ใช่" พี่โนมที่รับคำกับคุณย่าชำเลืองมาทางฉัน "ย่าลองมองใกล้ๆ"

ตามสัญชาตญาณแล้ว...ถึงฉันจะไม่ใช่นักแสดง แต่ก็ดูออกว่าควรทำอะไรต่อไป เพียงแต่ฉันจำเป็นต้องเลื่อนสายตาไปยังคุณคาร์โลให้เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญเพื่อดูปฏิกิริยาของเขาก่อน

"คุณย่าสายตาไม่ดี" คุณพ่อของพี่โนมเปรยด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้

"ค่ะ" ฉันรับคำอย่างอ้อมแอ้มก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ พี่โนมย่อตัวลงยังไงฉันก็ทำตามอย่างนั้น

กลิ่นยาอ่อนจางก็ปะทะเข้ามาผ่านการสูดดมเมื่อเงยหน้าขึ้น

คุณย่าก้มหน้าลง เธอหรี่ตาเล็กน้อยและชะโงกตัวเข้ามาใกล้ฉัน

"ย่าจำเฟิร์นได้รึยัง" เสียงของพี่โนมทุ้มละมุน

"อืม..." คุณย่าครางเล็กน้อย "ย่าจำได้ว่าไม่ได้โตแบบนี้เลย จำได้แม่นเลยนะ ต้องตัวเล็กๆ ขาวๆ"

"ผมโต น้องก็โต" พี่โนมพูด

คุณย่าเลื่อนสายตาไปยังพี่โนม สักพักหนึ่งถึงได้หันมาหาฉันอย่างอึ้งๆ เป็นปฏิกิริยาที่น่ารักมาก

"เฟิร์น" คนสูงวัยเรียกฉัน "ต้นเฟิร์นจริงๆ เหรอ..."

แม้ตอนนี้ฉันจะงุนงงไม่น้อย แต่ 'ต้นเฟิร์น' คือชื่อเล่นแรกเกิดของฉันจริง แต่ฉันไม่เคยบอกให้ใครเรียกว่าต้นเฟิร์นนี่นา

"ใช่ค่ะ ต้นเฟิร์นเอง" ฉันยิ้มสดใสทั้งที่ในใจเกิดคำถามมากมาย "คุณย่าจำหนูได้แล้วใช่มั้ย"

"ยัยหนูตัวขาวๆ ตอนนี้โตแล้วจริงด้วย เมื่อก่อนย่าอุ้มทุกวันเลย" คุณย่าพยักหน้าพร้อมยื่นมือผอมแกรนมาลูบแก้มฉัน "ย่าจำได้แล้ว"

แล้วฉันล่ะ จำคุณย่าของพี่โนมได้มากแค่ไหน

ในความทรงจำของฉัน จำได้แค่ว่าเคยเจอเมื่อเจ็ดปีก่อนอย่างผิวเผินเท่านั้น

มีช่วงเวลาไหนที่ฉันพลาดไปงั้นเหรอ...ฉันได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

"แต่ไม่ได้รังเกียจรังงอนกันกับโนมไปแล้วเหรอ ที่ให้ไปขอก็ไม่เห็นตอบรับอะไรเลย" คุณย่ามุ่นคิ้วและพึมพำอย่างเสียดายผสมเสียใจ "ไม่สิ ปฏิเสธมาแล้ว ย่าเสียใจ..."

นี่คือปฏิกิริยาของคนที่ความจำสับสน เรียงไทม์ไลน์ไม่ถูก

"ตอนนี้ดีกันแล้ว" พี่โนมพูดเท่านี้ก็เงียบไป เห็นชัดเลยว่าเขาแสดงละครไม่เก่งสักนิดเดียว

"ใช่ค่ะ ตอนนี้ดีกันแล้ว" ฉันจึงรีบเสริม "คุณย่าอย่าเสียใจเลยนะคะ เฟิร์นขอโทษ"

คุณย่ามองฉันกับพี่โนมสลับกัน พึมพำว่า "ถ้างั้นก็ดีสิ ดีจริงๆ"

ชั่ววูบนั้นมีลมพัดมา ฉันเห็นชัดเจนว่าคุณย่ามีอาการสั่นเล็กน้อย

"แม่ เข้าบ้านดีกว่า ไปคุยกันในบ้าน" คุณพ่อของพี่โนมคงสังเกตเห็นถึงได้ส่งเสียง "โนม พาย่าเข้าบ้าน ลมแรงแล้ว เดี๋ยวไม่สบาย"

ดังนั้นพี่โนมจึงเข็นรถพาคุณย่าเข้าไปในบ้าน คุณคาร์โลเหลือบตามาทางนี้ก่อนจะเดินตามไปโดยมีฉันรั้งท้าย

"ย่า เป็นพยานให้ผมหน่อย" พี่โนมกล่าว

"หืม..." คุณย่าเลิกคิ้ว

"พ่อก็ด้วย" พี่โนมหันไปมองคุณคาร์โล ก่อนจะย้ายสายตามาตกอยู่ที่ฉัน เขายืนอยู่ในจุดที่คุณย่าสามารถเห็นได้ถนัดที่สุด "เฟิร์น"

พี่โนมยื่นมือข้างหนึ่งมาทางนี้ รอเพียงแค่ให้ฉันเดินไปหาและวางมือลงไปเท่านั้น

ฉันไม่กล้ามองใครอื่น โดยเฉพาะพ่อของพี่โนม กลัวว่าจะเผยพิรุจ

ฉันเลือกแล้วนี่ เลือกแล้วนะ

"ค่ะ" ฉันเดินเข้าไปวางมือลงบนใจกลางฝ่ามือหยาบกร้านแต่เรียวสวยของเขา

ฉันกับคุณคนน่ามองมีความต้องการอย่างเดียวกัน

เราต้องการ 'save' คนที่เรารัก

พี่โนมยอมแลก ฉันก็ยอมแลก...ถึงแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยการโกหกก็ตาม

แหวนวงหนึ่งถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงและสวมลงบนนิ้วนางของฉัน เป็นแหวนเพชรที่พอดีกับนิ้วมาก

มีแหวนมาด้วยเหรอ

หัวใจฉันกระตุกเฮือก นิ้วมือสั่นเล็กน้อย

"แต่งงานกับพี่มั้ย?"

เป็นคำขอแต่งงานด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกตั้งแต่แรก เป็นคำขอที่มีเงื่อนไข ระหว่างเราไม่ใช่เรื่องของหัวใจ

“ค่ะ...”

แต่ฉันยอม...

จากนั้นทุกอย่างก็ตกสู่ความเงียบงัน พี่โนมเองก็เหมือนคนที่ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วเช่นกัน เขามีทีท่าว่าจะปล่อยมือฉัน

แน่ฉันกลับออกแรงยื้อไว้ ในแง่ความเป็นจริง...เขาจะจับมือผู้หญิงที่เพิ่งขอแต่งงานอย่างผิวเผินไม่ได้ เขาควรไม่อยากปล่อยต่างหาก

"โอ้..." เป็นคุณย่าที่ทำลายความเงียบเป็นคนแรก "จะแต่งกันแล้วเหรอ"

"ครับ" พี่โนมหันไปหาคุณย่า

แค่ 'ครับ' คำเดียวยังอบอุ่นกว่าคำว่า 'แต่งงานกับพี่มั้ย' ตั้งหลายระดับ

"ดีจริงๆ" คนสูงวัยยิ้มกว้าง "แต่งเมื่อไหร่ล่ะ ย่าเป็นแม่งานดีมั้ย"

"ผมแต่งต้นเดือน ย่าว่าดีมั้ย" ต้นเดือนที่ว่าคืออีก 20 วันที่จะถึงนี้นั่นเอง

"โนมว่าดี ย่าก็ว่าดี..." คุณย่ามองฉันกับพี่โนมสลับกัน ในความเปราะบางนั้นมีความกระฉับกระเฉงซ่อนอยู่

"โนม" แต่แล้วคุณคาร์โลก็ขัดขึ้น "ออกไปคุยกับแด๊ดข้างนอก"

เสียงที่ทั้งทรงพลังและคลางแคลงทำให้ฉันอดที่จะเสียวสันหลังไม่ได้

"ใครอยู่แถวนี้ มาอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าด้วย!" คุณคาร์โลกล่าวซ้ำ เสียงย่ำเท้าออกจากบ้านดังขึ้นในเวลาต่อมา

ขณะที่พี่โนมดึงมือออกไปแล้วเดินตามหลังพ่อของเขา แม่บ้านกับพยาบาลที่หลบไปอยู่ห้องอื่นก็เดินออกมา ดูท่าแล้วนี่น่าจะเป็นเวลาที่คุณย่าต้องกินยากับเช็ดตัวพอดี

ใกล้กันมีเก้าอี้ ฉันนั่งลงบนนั้นและมองไปยังประตู...

เสียงคุณคาร์โลเมื่อกี้ ไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ว่ากำลังตำหนิพี่โนม

นี่คือการขอแต่งงานสายฟ้าแลปในสายตาคุณพ่อของเขา และอาจเป็นการแต่งงานสายฟ้าแลบในสายตาคนในครอบครัวของเราสองคน

แต่งภายใน 20 วัน...

พี่โนมจะให้เหตุผลกับคนที่บ้านยังไงนะ

ทำยังไงให้ทุกคนยอมรับการแต่งงานนี้

หรือเขาจะดันทุรัง?

ฉันสามารถคาดเดาไปก่อนได้เลยว่าคนที่พอใจในตัวฉันคงมีแค่คุณย่าเท่านั้น เพราะถ้าพูดกันตามจริง...ฉันเป็นเหมือนซินเดอเรลล่าตัวปลอม มีหลายอย่างที่ไม่เหมาะกับพี่โนมแม้แต่นิดเดียว

ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีพี่โนมก็ยังไม่กลับเข้ามา ส่วนคุณย่าก็ยิ้มมองฉันอยู่ตลอดเวลา

"คุณย่าคะ" จนฉันอดที่จะเลียบเคียงถามไม่ได้ "ตอนนี้คุณย่าจำได้เฟิร์นได้แล้วใช่มั้ย"

"ได้แล้วสิ" คุณย่าที่เช็ดตัวทาแป้งเรียบร้อยพูด

"ไหนคะ จำได้ยังไงบ้าง" ฉันอมยิ้ม

"ย่าอุ้มตั้งแต่ตัวเท่านี้" คุณย่าทำมือบอกขนาดที่เท่ากับเด็กขวบสองขวบ "ยัยหนูมากับพ่อ ย่าเลยช่วยเลี้ยง...ช่วยอยู่นานเลยนะ หลายเดือนๆ"

"..."

"ขอเป็นลูกสาวเค้าก็ไม่ให้ ตอนนี้สมใจย่าจริงๆ"

ที่แท้ก็มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ...

ทำไมพ่อกับแม่นิสาไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลยสักครั้ง

แล้วพี่โนม...ทำไมถึงไม่อธิบายจุดนี้กับฉันก่อน

หรืออยากจะให้ฉันมาเห็นด้วยตัวเอง?

หรือเขาไม่คิดว่าคุณพ่อจะอยู่ที่นี่?

หรืออยากจะทดสอบไหวพริบของฉัน?

และแล้วห้วงอารมณ์ของฉันก็สะดุดลงตรงประโยคถัดมาของคุณย่า "ย่าเคยอาบน้ำให้ด้วยนะ เจ้าโนมก็เคยช่วยอาบ"

"ระ เหรอคะ..."

เรื่องนี้ฉันตกใจได้มั้ย

ตกใจได้ใช่มั้ย

"ใช่แล้ว นึกแล้วก็เสียดาย ตอนนี้ย่าอาบน้ำให้เด็กๆ ไม่ไหวแล้ว ขนาดจะอาบเองยังทำไม่ได้เลยยัยหนู"

"คุณย่าต้องดีขึ้นแน่ค่ะ" แม้จะขัดเขินอยู่มาก แต่ฉันก็ยังโต้ตอบได้ ส่วนแม่บ้านกับพยาบาลก็ร้องรับคำพูดของฉันอีกคนละประโยค คุณย่าจึงอารมณ์ดีมากกว่าเดิม

ต่อจากนั้นพี่โนมและคุณคาร์โลกลับเข้ามาพอดี...

ไม่รู้ทำไมพอหันไปมองเขาแล้วดันนึกถึงตอนที่ถูกลวนลามในห้องนั่งเล่นเมื่อเจ็ดปีที่แล้วขึ้นมา อาจเพราะเอามารวมกับการที่เพิ่งรู้ว่าเคยโป๊ต่อหน้าเขาตั้งแต่เด็กก็ได้

"แม่ ผมกลับก่อนนะ" คุณคาร์โลเดินมาหอมแก้มคุณย่า "พรุ่งนี้จะมาใหม่"

"อื้ม" คุณย่ายิ้มรับ

"เรื่องแต่งงานยังต้องกลับไปคุยกับคนอื่นที่บ้านด้วย พ่อจะไปเกริ่นให้ก่อน อย่าให้ทุกคนรอนาน" ประโยคนี้คุณคาร์โลบอกพี่โนม

เหมือนว่าพี่โนมจะทำให้คุณพ่อของเขายอมรับได้แล้ว

ใช้วิธีไหนกันนะ?

ฝั่งพี่โนมพยักหน้าโดยไร้เสียง ส่วนฉันก็ยกมือไหว้คุณพ่อของเขา

คุณคาร์โลส่งสายตาเป็นเชิงรับรู้ และปรายตามองหน้าท้องที่แบนราบของฉันหนึ่งครั้งก่อนออกจากบ้านหลังนี้ไป

[รออัปต่อ]


LTA LUKTARN

พี่โนม พี่ไปคุยอะไรกับคุณพ่อเหรอ พี่ไปอธิบายอีท่าไหนคะ 555555

แนบรูปสปอยให้อุ่นใจ


ในอนาคตอีกยาวนานนนนนนนนนนนนนนนนนน

อ่านนิยายให้มีความสุขนะสาวๆ

1 เม้น 1 กำลังใจ

เทรนด์ทวิต #คุณคนน่ามอง นะ <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.818K ครั้ง

825 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:56
    แต่งงานสายฟ้าแลป แปรบๆๆ
    #12745
    0
  2. #11695 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:38
    คนพี่ไปพูดว่ายังไงค้าาา
    #11695
    0
  3. #11362 gunot170739 (@gunot170739) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 18:48
    ยัดเยียดความเป็นหลัวมากค่ะคุน รีบอัปเถอะค่ะอยากให้เค้าเข้าใจกันเร้วๆงื้อ ได้โปรดค่ะไรซ์
    #11362
    0
  4. #11341 Ling_555 (@ling-12345) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 01:44
    พี่โนมมันร้าย บอกคุณพ่อว่าน้องท้องแน่เลย ไม่ปรึกษาน้องฟาริก่อนเลย55555555
    #11341
    0
  5. #11339 narinarii (@Mmintguz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 01:26
    ท้องปะ55555
    #11339
    0
  6. #11334 xxskbbxy (@xxskbbxy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:35
    อ้างไม่ถามกันสักคำเลยนะคะ5555555555
    #11334
    0
  7. #11330 Elios (@Elios) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:00
    อย่าบอกนะคุนคนอ้างว่าเฟิร์นท้อง55555566
    #11330
    0
  8. #10835 Jo-A-Ja (@noonnoon-ok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:53
    โอ้ยยยยสปอยค่ะ
    #10835
    0
  9. #10834 Jo-A-Ja (@noonnoon-ok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:52
    โอ้ยยยยสปอยค่ะ
    #10834
    0
  10. #10833 ืีnuangruthai (@Creamman11) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 08:14
    งื้อออ

    รอเด้อ รอรอรอได้เสมอเพื่อเธอ พี่โนมของหนู......
    #10833
    1
    • #10833-1 Axunnz (@Axunnz) (จากตอนที่ 12)
      22 มีนาคม 2562 / 10:26
      พี่โนมร้ายมากค่ะ!! แต่พี่โนมว่าดีน้องก็ว่าดี..!
      #10833-1
  11. #10832 'ฟักทองมาร์ค;} (@detectivepiraya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 05:13
    ร้ายกาจ!!
    #10832
    0
  12. #10831 gupenbar (@gupenbar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 01:39
    ต้องโกหกว่าท้องแน่ๆเลย
    #10831
    0
  13. #10830 rukkeeiz4772 (@rukkeeiz4772) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:09

    เก่งเน่อะพี่โนมเนี่ย

    #10830
    0
  14. #10829 natty2338 (@natty2338) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:17
    โกหกว่าท้องสินะ
    หน่วงใจ
    #10829
    0
  15. #10827 OomLay (@OomLay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:03
    พี่โนมไม่รักเฟิร์นแล้วจริงหรอ
    #10827
    0
  16. #10826 mei2536 (@mei2536) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:49
    รอนะคะ มาต่อเร็วๆ ต่อยาวๆเลยนะ
    #10826
    0
  17. #10825 zAERYHello (@zAERYHello) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:39
    อ่านแล้วหน่วง โนมไม่ได้รักเฟิร์นแล้ว ลืมเฟิร์นแล้วววววววว.....
    #10825
    0
  18. #10824 kimjinhwan042 (@kimjinhwan042) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:35
    ไม่ได้โกหกนะ แค่บอกล่วงหน้าเฉยๆใช่มั๊ยพี่โนม555
    #10824
    0
  19. #10823 Sinny Chu (@Sirinni_K) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:34
    พี่มาแผนสูงนะ
    #10823
    0
  20. #10822 Sinny Chu (@Sirinni_K) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:33
    พี่มาแผนสูงนะ
    #10822
    0
  21. #10821 Sinny Chu (@Sirinni_K) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:32
    พี่มาแผนสูงนะ
    #10821
    0
  22. #10820 mynameisD_N (@nutchanin_donut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:57
    แหมะ พี่โนมมมม ร้ายนักนะเราอ่ะ
    #10820
    0
  23. #10819 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:37

    อย่างงี้ก้อได้ด้วย
    #10819
    0
  24. #10818 blue_lovely (@sleeply) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:15
    พี่โนมทำไรลงไปลงไปลงไปลงไป
    #10818
    0
  25. #10816 OilKateetee (@OilKateetee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:38
    พี่โนม. บอกพ่อ. ว่า เมียท้อง อะสิ. 5555
    #10816
    0