คุณคนน่ามอง ❖ Evil miss you

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 626,195 Views

  • 16,886 Comments

  • 8,752 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    109,748

    Overall
    626,195

ตอนที่ 10 : UP #คุณคนน่ามอง❖ภาค The space between 'groom&bride' 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5911 ครั้ง
    12 มี.ค. 62





 เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

:: คำแนะนำก่อนอ่าน :: 

1. นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 4-5 ภาค โดยภาค 1 At the first stage เป็นการบรรยายในแนวที่ตัวเอกย้อนกลับมาคิดถึงช่วงเวลานี้ เหตุการณ์ปัจจุบันจะเริ่มที่ภาค 2

2. แนวเรื่องค่อนข้างหนักพอสมควร หมายถึงมีปม มีดราม่า

3. ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดีในทุกกรณี ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ


Song : รู้ตัวช้า : JO-POP 


ภาค The space between 'groom&bride'

EPISODE 03




นิ้วฉันกดเข้าไปดูข่าวที่มีชาวต่างชาติขอซื้อจูบดูดดื่มจากฉัน

และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเงาสูงใหญ่ของผู้ชายเคลื่อนมาปกคลุมหน้าโต๊ะที่นั่งอยู่

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที และผงะไปในทันใด

ตรงหน้าฉันคือชายชาวอเมริกันผิวดำ อายุประมาณ 25- 30 ปี ผมสกินเฮด หน้าตาและบุคลิกจัดอยู่ในโหมดโหดและน่ากลัว รูปร่างเหมือนพวกนักกล้าม น่าจะสูงเกิน 190 เซนติเมตร สวมเสื้อโปโลสีดำกับกางเกงสีเดียวกัน

ภายในร้านกลุ่มชายที่ใส่เสื้อดำทับด้วยแจ็คเก็ตผ้าร่มสีเข้มอยู่อีกหลายคน ส่วนผู้จัดการร้านกับพนักงานก็กำลังเชิญลูกค้าออกจากร้านเช่นกัน

เมื่อกี้มัวแต่จมอยู่กับความคิดจนลืมสังเกตรอบตัวไปเลย

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันคว้ากระเป๋าแล้วเตรียมลุกออกจากร้านตามลูกค้าคนอื่นทันที

ทว่า...

"คุณฟาริตา" เสียงทุ้มใหญ่กลับเรียกชื่อฉันไว้ด้วยสำเนียงไทยแปร่งๆ

"ค...คะ?" ใจฉันหายวาบ คล้ายกำลังอยู่ในฉากของหนังแนวมาเฟียตะวันตกสักเรื่อง

"Please take a seat." เขาบอกให้ฉันนั่ง...

เหลือบมองกล้ามแขนที่น่าจะใหญ่เท่าหัวฉันแล้วก็ได้แต่ตัวแข็งทื่อ ฉันคิดว่าควรจะถามอะไรสักอย่าง แต่ชายผิวดำคนนี้มองมาด้วยสายตาที่ชวนให้รู้สึกอยากหลบหนีมากกว่า

"เท็ด ผมเอง" ในจังหวะนั้นมีผู้ชายอีกคนโผล่ออกมาจากด้านหลังของชายผิวดำที่น่าจะชื่อ 'เท็ด' เขาใช้มือดันเท็ด แต่ตนเองกลับเป็นฝ่ายเซซะเอง นั่นทำให้เขาแอบชักสีหน้า "เท็ด คุณถอยไปหน่อย ตรงนี้ให้เป็นหน้าที่ผมเอง"

ชายผิวดำเหลือบมองคู่สนทนาด้วยสีหน้าถมึงทึง ก่อนจะขยับไปด้านข้างสองก้าว

"สวัสดีครับคุณฟาริตา" ฉะนั้นคนที่มาใหม่จึงทักทายฉัน

"ค่ะ"

คนนี้เป็นคนไทย สวมชุดกึ่งสูทคุมโทนสีขาวเทา ใส่แว่นกรอบดำ หน้าตาคมคาย ดูสุภาพ เหมือนเป็นคนละพวกกับคนด้านข้าง

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขามาด้วยกัน

ภายในเวลาไม่นาน ร้านกาแฟก็กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีคนเฝ้าไว้อย่างแน่นหนา พวกเขามากันเก้าคน สองคนที่อยู่ตรงหน้าฉันน่าจะเป็นหัวหน้า มีสามคนเฝ้าหน้าประตู อีกสี่คนยืนหันหลังอยู่ด้านนอกกระจกใสตรงมุมที่ฉันนั่งอยู่

"นั่งคุยกันดีมั้ยครับ" เขายิ้มอย่างสุภาพ

"อ่า ค่ะ" ดูท่าแล้วถึงฉันจะไม่ตกลง แต่พวกเขาคงไม่ปล่อยให้ฉันเดินจากไปง่ายๆ จึงยอมนั่งในที่สุด "พวกคุณ...เป็นใครเหรอคะ"

"ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อนิวัช" ชายรูปลักษณ์สุภาพนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อตัวนอกพร้อมหยิบนามบัตรสีขาวออกมาวางลงบนโต๊ะ "มาจาก 'จิระวิวัติ'"

"..." จิระวิวัติเหรอ

"จิระวิวัติคือนามสกุลผู้บริหารสูงสุดของ JF Group ครับ คิดว่าคุณฟาริตาน่าจะคุ้นหูอยู่บ้าง"

ฉันย่อมต้องรู้จัก JF อยู่แล้ว มันคือชื่อบริษัทที่พ่อของฉันเคยทำงานอยู่

"ค่ะ" ฉันหลุบตามองนามบัตร "แล้ว...คุณนิวัชมีธุระอะไรเหรอคะ"

หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะแปลกๆ เพราะพาลนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งมา

ลูกชายของเจ้านายเก่าพ่อ...

คู่สนทนากล่าวอย่างนาบเนิบว่า "วันนี้ผมไม่ได้มาเป็นตัวแทนของผู้บริหารสูงสุด ไม่ได้มาในนามบริษัท"

"..."

"แต่ผมเป็นตัวแทนของ 'คุณปฐมฤกษ์ จิระวิวัติ' มาเพื่อคุยกับคุณฟาริตาโดยเฉพาะ"

ปฐมฤกษ์

เรื่องราวในวันเก่าย้อนมาให้ได้คิดถึง แฟนคนสุดท้ายของฉันใช้ชื่อแอคเคาน์ในโซเชียลว่า ‘Nome Pathommarerk’

“พี่โนม...เหรอคะ” ฉันพึมพำ

“ใช่ครับ เป็นคุณโนม” คุณนิวัชพยักหน้า "คุณฟาริตาคงรู้จักอยู่แล้ว"

ส่วนฉันผินหน้าไปยังกระจกใสซึ่งมีชายสี่คนยืนหันหลังอยู่ทางด้านนอกเพราะรู้สึกได้ว่าโดนพวกเขาลอบมองเป็นระยะ หนึ่งในสี่นั้นสบตากับฉันเข้าพอดี

เป็นผู้ชายคนนั้น ฉันจำเขาได้

เขาคือหนึ่งในคนที่จะเอาสร้อยข้อมือของฉันไปทิ้งเมื่อวานนี้ไงล่ะ

แปลว่าคนที่กระชากสร้อยฉันจนขาดคือพี่โนมจริงๆ

“ค่ะ” ฉันขานรับรู้

คำว่า มาเพื่อคุยกับฉันโดยเฉพาะส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ไม่รู้ว่าตื่นเต้น กังวล หรืออะไรกันแน่

“เรื่องที่ผมจะคุย...” คุณนิวัชใช้นิ้วดันกรอบแว่นเล็กน้อย “คือการดีลงานครับ”

“งานอะไรเหรอคะ” นิ่งไปนิดหน่อยก็เสริมไปอีกประโยค “ถ้าเป็นงานถ่ายแบบคงรับไม่ได้ ตอนนี้ติดสัญญากับที่อื่นอยู่ค่ะ”

แต่ในใจฉันกลับคิดว่าไม่น่าใช่งานถ่ายแบบ ไม่งั้นทำไมต้องทำให้ที่สาธารณะกลายเป็นที่ส่วนตัวขนาดนี้ด้วย

“ไม่ใช่งานถ่ายแบบครับ”

“...”

“แต่เป็นการแต่งงาน”

“หืม? ค...คะ?” หูฝาดแน่ ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาล้อมไว้ก็มีเรื่องให้ตกใจหลายรอบแล้ว นี่ยังเพิ่มคำว่าแต่งงานเข้าไปอีก

“แต่งงานครับ” เขากดเสียงต่ำในประโยคถัดมา “กับคุณโนม”

“คือ...นี่มันอะไรกันคะ มันไม่....”

“ผมขออธิบายคร่าวๆ ก่อน” คุณนิวัชตัดบท “นี่ไม่ใช่การดีลให้คุณไปนอนหรือมีเซ็กซ์กับบอสของผม แต่เป็นแค่การซื้อสถานภาพของคุณในระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง โดยจะไม่ก้าวกายชีวิตของกันและกัน และเป็นการซื้อสเตตัสเพื่อให้คนรู้ในวงที่แคบที่สุด”

“...”

“ค่าตอบแทนสามสิบห้าล้าน แต่คุณฟาริตาสามารถต่อรองได้”

ดีลให้ฉันไปแต่งงานกับพี่โนม?

ระยะเวลาปีครึ่ง?

เป็นการซื้อสเตตัสที่ไม่ต้องการเปิดเผยต่อคนหมู่มาก?

สามสิบห้าล้าน?

คิ้วฉันขมวดมุ่น เกิดข้อกังขาในใจมากมาย นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ มันมีที่มาจากอะไร ทำไมถึงเข้ามาหาฉัน ถึงฉันจะเดือดร้อนเรื่องเงินก็จริง แต่นี่มันดูมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากไป

อยากจะถามว่า ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่มั้ยแต่พอเหลือบตาไปเห็นชายผิวดำหน้ายักษ์แล้วก็ได้แต่กลืนมันลงคอ

ฉันหลุบตาลงมองมือทั้งสองข้างที่เกร็งจนไม่เป็นธรรมชาติ ปล่อยให้เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งนาที

“มันคือเรื่องจริงเหรอ” ฉันพูด “ทำไมถึงเป็นเราคะ เหตุผลคืออะไรเหรอ ดีลให้แต่งงาน ไม่ขึ้นเตียง ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว...ขอโทษนะคะ แต่มันดูมีลับลมคมในมากเกินไปค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ผมจะอธิบายอย่างละเอียดอีกทีถ้าคุณฟาริตาตกลง

"..."

“ผมทราบมาว่าตอนนี้ทางบ้านของคุณกำลังลำบากทางด้านการเงินมาก แล้วนี่ก็ไม่ใช่การบังคับฝืนใจ คุณมีเวลาทบทวนถึงวันพรุ่งนี้ ผมหวังว่าจะได้ฟังข่าวดีจากคุณ”

พวกเขารู้เรื่องการเงินที่เป็นเรื่องภายในบ้านฉันได้ยังไง...

ฉันนึกถึงข้อความที่บอกว่าครอบครัวฉันจะล้มละลายเมื่อสี่วันก่อนขึ้นมา

ขณะเดียวกันคุณนิวัชก็ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิการาวกับหมดธุระกับฉันแล้ว

“หมดธุระแล้ว ขอตัวนะครับ”

อีกฝ่ายยืนขึ้น แต่ฉันรีบโพล่งออกไปซะก่อน “เป็นพวกคุณใช่มั้ยคะที่ส่งข้อความมาเมื่อสี่วันก่อน”

เขานิ่งไป และตอบกลับมา

“ใช่ครับ” เป็นคำตอบที่มาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “คิดซะว่าทางเราช่วยเตือนให้คุณรู้ถึงปัญหาของครอบครัวคุณเร็วขึ้น คุณจะได้ชั่งน้ำหนักได้ว่าควรตกลงมั้ย”

“...”

“อ้อ...รบกวนคุณฟาริตาช่วยเก็บเรื่องที่คุยกันวันนี้เป็นความลับด้วยนะครับ”

กล่าวจบก็โค้งให้ฉันอย่างสุภาพแล้วเดินไปยังประตูหน้าร้าน ส่วนชาวอเมริกันผิวดำก็มองฉันต่ออีกนิดหน่อยแล้วเดินตามหลังไปติดๆ

พวกเขาทั้งหมดจากไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฉันยังนั่งบื้อใบ้อยู่เช่นเดิม

ฉันไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจยังไงดี แต่ก็เก็บเอามาคิดอย่างถี่ถ้วน ถึงขั้นลองเสิร์ชหาชื่อของคุณนิวัชในโซเชียล ปรากฏว่าเขามีชื่อเสียงในแวดวงของข่าวธุรกิจพอสมควร

จำนวนเงินนั้นล่อกิเลสของคนที่อับจนหนทางมาก แต่ฉันกลับลังเล

ทว่าความลังเลของฉันก็ถูกกดทับในช่วงกลางคืนของวันเดียวกันเพราะน้องสาวคนเล็กที่ชื่อเฟลมโทรมา ต่างคนต่างถามไถ่กันไม่นานก็เข้าเรื่อง

[พี่]

“อื้ม”

[พี่ว่าบ้านเราจะรอดเหรอ เรื่องมันดูแย่เกินไป]

“...” ฉันไม่กล้าตอบ

[ที่จริงช่วงนี้...เฟลมรู้สึกเหมือนโดนแอบตาม]

คำพูดของน้องทำให้ฉันนึกถึงคำขู่ของเสี่ยชุยขึ้นมา ขอบอกเลยว่าพอได้เจอเหตุการณ์จริงแล้วฉันระแวงมาก

“โดนแอบตาม?”

[อืม เมื่อวานคุยกับพี่ฟุ้น นางก็รู้สึกเหมือนกัน เฟลมไปแจ้งความมาแล้ววันนี้ แต่ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน]

ฉันรู้สึกได้ถึงความเครียดขึงในยามที่กล่าวว่า “ระวังตัวด้วยนะ”

[เฟลมว่าจะไปอยู่กับพี่ฟุ้น ถึงจะไกลไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เป็นห่วงนาง กลัวนางจิตตก] เฟลมนิสัยแตกต่างจากฟุ้น เธอมีความเป็นครัชเกิลในตัวสูงมาก

“ได้” ฉันรับคำ “ลำบากหน่อยนะ”

[พี่...เฟลมกับพี่ฟุ้นคุยกันว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว ค่าเทอมเราสองคนแพงมาก เป็นภาระเปล่าๆ]

ตอนที่ได้ยิน...หัวใจของฉันรู้สึกเจ็บปวดเหมือนมีหนามทิ่มแทง น้องสาวคนนี้ของฉันยังไม่จบปอตรีด้วยซ้ำ

ฉันตอบน้องไปว่า “เรื่องนี้ตัดสินใจเองไม่ได้นะ” แล้วคุยเรื่องอื่นแทน

ขณะนั้นในหัวฉันก็นึกถึงการแต่งงานกับเงินสามสิบห้าล้านขึ้นมา และนึกไปถึงสีหน้าของฟุ้นตอนที่พูดถึงพี่โนมด้วย

“เฟลม พี่ถามไรหน่อย”

[ว่า?]

“ฟุ้นมันเคยมีแฟนบ้างมั้ย” ที่ฉันถามเฟลมเพราะเธอกลับบ้านทุกๆ สามวัน ย่อมรู้อะไรมากกว่าฉันอยู่แล้ว

[พี่ฟุ้นมีแต่คนที่แอบชอบ น่าจะเป็นญาติห่างๆ ของเพื่อนนางนั่นแหละ แต่อย่าไปแซวแล้วกัน นางไม่ยอมรับหรอก]

หลังจากนั้นฉันคุยกับเฟลมอีกนิดหน่อยแล้วจึงวางสายไป

ฉันหยิบนามบัตรที่มีเบอร์โทรของคุณนิวัชออกมาดู ในหัวนึกถึงคุณคนน่ามอง นึกถึงสิ่งไม่ดีที่เคยทำกับเขาและสิ่งดีๆ ที่เขาทำให้ฉันในอดีต นึกถึงความรู้สึกของฟุ้น นึกถึงความลำบากของที่บ้านซึ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ

เวลาแห่งความกดดันผ่านไปอย่างเงียบงัน

ในท้ายที่สุดฉันก็เลือกที่จะโทรไปตามนามบัตรในตอนสายของอีกวัน ซึ่งไม่นานคุณนิวัชก็รับสาย

[ฮัลโหลครับ]

“ฮัลโหลคุณนิวัช นี่เฟิร์นนะคะ เอ่อ...ฟาริตาค่ะ”

[ครับ] เสียงของเขาแสดงความแปลกใจ

“คือมีคำถามอยากจะถามข้อหนึ่งค่ะ”

[ถามมาได้เลยครับ]

“ในข้อกำหนดของการแต่งงาน ต้องเป็นเฟิร์นเท่านั้นเหรอคะ” นึกแล้วอยากจะหัวเราะเยาะตัวเอง นี่ฉันถามอะไรออกไปกันนะ

[สักครู่นะครับ] เขาหายไปประมาณหนึ่งนาทีแล้วจึงส่งเสียงกลับมา [คุณโนมเจาะจงว่าต้องเป็นคุณเท่านั้นครับ]

พวกเขาอยู่ด้วยกันงั้นเหรอ เมื่อกี้เหมือนจะได้ยินเสียงคุยแว่วมาด้วยแฮะ แต่จับใจความไม่ได้เลย

ต้องเป็นฉันเท่านั้นเหรอ? ทำไมล่ะ? ถึงจะมีแต่ข้อสงสัยแต่ฉันก็ไม่มีเวลาให้ใคร่ครวญเท่าไหร่นัก

“ถ้างั้นก็...ตกลงค่ะ” นี่คือคำตอบ

[เป็นข่าวดีจริงๆ ครับ]

ฉันหัวเราะอย่างแผ่วเบา “แต่เฟิร์นมีเรื่องที่อยากจะขอต่อรองนิดหน่อย สะดวกจะฟังตอนนี้เลยมั้ยคะ”

ถึงยังไงนี่ก็เป็นแค่การตกลงปากเปล่านี่นะ

[เดี๋ยวผมโทรกลับนะครับ]

บอกมาเท่านั้นก็วางสายไป ครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาก็โทรกลับมาอีกรอบ สรุปเป็นใจความได้ว่า เย็นนี้จะนัดคุยกันอย่างจริงจังอีกรอบหนึ่งตอนหกโมงเย็น

ดังนั้นในวันต่อมา ซึ่งเป็นวันที่ฉันต้องเข้ามาทำธุระและวัดไซส์ในของร่างกายทุกๆ สามเดือนพอดี ประจวบกับยังไม่ถึงเวลาที่นัดไว้จึงนั่งคุยเล่นกับพวกพี่เขาก่อน

“น้องฟาริ พี่มีเรื่องมาเม้าท์ด้วยค่ะ” ทีมวัดตัวคนพูด “ข่าวนี้วงในเค้าลือกันมา เกี่ยวกับ...”

ยังไม่ทันจะกล่าวได้จนจบ เสียงเคาะดัง ก๊อก ก๊อกก็ดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียง ฉันและแป้งกับพวกพี่ๆ อีกสองคนจึงหันไปมอง

เป็นคุณไมค์ ต้องบอกก่อนว่าจุดที่พวกเราอยู่ตอนนี้เป็นห้องที่มีประตูแบบม่านกั้น เสียงเคาะเมื่อครู่จึงดังมาจากการเคาะนิ้วลงกับผนังนั่นเอง

ผู้หญิงทุกคนในห้องนี้หยุดชะงักด้วยสีหน้าที่เจื่อนลงในทันตา

“คุณไมค์ ทำไมมาแถวนี้ได้เนี่ย” มีฉันคนเดียวมีท่าทีเป็นปกติ

ด้วยความที่คุณไมค์เป็นคนน่ากลัวในสายตาพนักงาน ฉะนั้นคนอื่นๆ ก็กล่าวทักทายแล้วทำทีเป็นเก็บของบ้าง หันหน้าเข้าโต๊ะบ้าง

“ได้ยินเสียงคุยเลยเดินมาดู” เขาตอบก่อนจะหันหลังออกไปจากห้อง

ฉันหันไปฝากกระเป๋าไว้กับแป้งแล้วลุกตามออกไป คุณไมค์ยืนรออยู่ตรงหน้าห้องนี่เอง

“ปกติคุณไมค์ไม่ได้เดินผ่านทางนี้สักหน่อย” ฉันเดินไปหา

ไร้ซึ่งการโต้ตอบที่ชัดเจน ได้ยินเพียงเสียงขำทุ้มต่ำแผ่วเบา เขาหันมาหลุบตามองฉันนิ่งๆ ขณะที่ฉันมองตอบแล้วมุ่นคิ้ว

“มองอะไรคะ” ฉันถาม

“คุณแต่งหน้า” เขาตอบ

“อ้อ ใช่”

ปกติแล้วถ้าไม่มีงานฉันจะไม่แต่งหน้า แต่วันนี้ฉันกลับลงมือแต่งอย่างประณีตด้วยตัวเอง...

“ปกติไม่แต่ง”

ฉันอมยิ้มเล็กน้อย “เป็นผู้หญิงต้องแต่งบ้าง เครื่องสำอางซื้อมาตั้งเยอะ จะไม่ใช้เลยได้ไง”

อย่างน้อยการแต่งหน้าสวยๆ ก็ทำให้การดีลงานกับเพศตรงข้ามราบรื่นขึ้น วันนี้ฉันมีนัดกับคุณนิรัชนี่นะ

“หลังเลิกงานไปข้างนอกด้วยกันมั้ย?”

“...”

“ไหนๆ ก็แต่งหน้ามาแล้ว”

ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงไม่ปฏิเสธ แต่รอบนี้...

“วันนี้ไม่ได้หรอก เฟิร์นมีธุระ” ฉันตอบ พอมองสีหน้าคุณไมค์แล้วก็เสริมไปอีกประโยค “ไว้คราวหน้านะ”

คุณไมค์มองฉันอยู่หลายวินาที ก่อนจะส่งเสียงว่า “อืม มีธุระอะไรก็ไปทำ”

จากนั้นก็เคาะหัวฉันหนึ่งทีแล้วเดินไปยังลิฟต์ที่อยู่อีกฝั่ง

เมื่อคุณไมค์ไปแล้วฉันจึงได้หันหลังกลับ เห็นทั้งแป้งและทีมงานวัดตัวยืนแอบมองอยู่หลังม่านพอดี

“แอบมองอะไรกันเนี่ย” ฉันเดินเข้าไปด้านใน

“คุณไมค์กับน้องฟาริสนิทกันดีจัง เมื่อไหร่จะคบกันสักทีคะเนี่ย”

“น้องฟาริรู้มั้ยว่าตอนนี้คนทั้งออฟฟิตเชียร์ให้น้องฟาริกับคุณไมค์เป็นแฟนกันทั้งนั้น”

พี่ทีมงานวัดตัวจับแขนฉันคนละข้าง ทำทีเป็นหัวร่อต่อกระซิกกับฉันเป็นการใหญ่

“คุณไมค์เป็นเพื่อนค่ะ เราสนิทกันแบบเพื่อนจริงๆ”

เพราะเขาไม่เคยล้ำเส้น ไม่เคยก้าวเข้ามามากกว่านั้น ฉันชอบมาก...และสิ่งที่เราเป็นในตอนนี้มันก็ดีมากอยู่แล้ว

ช่วงเวลาต่อจากนั้นฉันขอแยกกับทุกคน โดยบอกแป้งไปว่าอยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง แป้งจึงโอเค

สถานที่นัดคือห้องอาหารกึ่งบาร์ในโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในชั้นที่ 30...คุณนิวัชบอกไว้ว่าถ้ามาถึงแล้วให้แจ้งที่ล็อบบี้ได้เลย

ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบและง่ายดาย ฉันที่มาก่อนเวลาถูกพนักงานของโรงแรมพามาที่ชั้นสามสิบ

ด้านในตกแต่งสไตล์วินเทจ กระจกใสบานใหญ่ทำให้เห็นวิวตอนใกล้มืดจากที่สูง ฉันเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง สั่งน้ำแตงโมปั่นมาหนึ่งแก้ว ระหว่างรอให้ถึงเวลานัดก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่มีลูกค้าของโรงแรมเข้ามาเลยสักคน

หกโมงสิบนาที

เมื่อคุณนิวัชยังไม่มาฉันจึงได้โทรไปถาม และเขาตอบมาว่าใกล้จะถึงแล้ว บอกให้ฉันรอหน่อย ถ้าฉันหิวก็สั่งของกินรอได้

แต่ใครล่ะจะกินลง...

ตอนนี้ในหัวฉันมัวแต่เรียบเรียงว่าจะต่อรองยังไง ควรจะเริ่มถามอะไรกับคุณนิวัชบ้าง เช่นว่า ต้องจดทะเบียนมั้ย ต้องเซ็นสัญญาในรูปแบบไหน ทุกอย่างมีข้อกำหนดที่ชัดเจนยังไง แล้วฉันจะได้เจอบอสของคุณนิวัชตอนไหน เป็นต้น

ลึกๆ แล้วฉันดีใจมากที่วันนี้ได้คุยผ่านคุณนิวัช อาจเพราะยังไม่พร้อมที่จะเจอพี่โนม หมายถึงว่าขอให้ฉันมีเวลาได้เตรียมตัวอีกสักนิดหนึ่งก่อน

กึก กึก

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางด้านหลัง วิธีการเดินไม่หนักไม่เบา ไม่ช้าไม่เร็ว

ฉันหันไปมอง

สิ่งแรกที่เห็นคือ 'เขา' ในชุดสไตล์ All Black...นั่นเป็นเขา

เขาเดินมาทางนี้ แต่ไม่ได้มองมาที่ฉันแม้แต่น้อย

ฉันเองก็รีบหันกลับมาเช่นกัน

เมื่อกี้ที่หันไปมองมันเร็วเกินกว่าที่จะได้พิจารณาสิ่งที่เห็นได้ทั้งหมด นอกจากการแต่งตัวสไตล์ All Black แล้ว...ก็สังเกตได้เพียงแค่ว่าเขาตัวสูงมาก รูปร่างกำยำ และเดินอยู่ด้านหน้าของคุณนิวัชกับชาวอเมริกันผิวดำชื่อเท็ด

กระทั่งอีกฝ่ายเดินเลยเก้าอี้นวมตัวที่ฉันนั่งอยู่ไปสองก้าวและหยุดการเคลื่อนไหว

แต่สิ่งแรกที่ฉันทำกลับเป็นการเงยหน้ามองคุณนิวัช

“สวัสดีครับคุณฟาริตา” คุณนิวัชที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลังเขายังคงทักทายด้วยบุคลิกของคนสุภาพเช่นเคย จากนั้นจึงกล่าวต่ออีกว่า “นี่บอสของผม คุณฟาริตาน่าจะรู้จักดีอยู่แล้ว”

พวกเขายืนอยู่ทั้งหมด ฉันจึงคิดว่าควรยืนขึ้นเพื่อทักทายบ้าง

“ค่ะ” ฉันยืดตัวขึ้นจนเต็มความสูง พบว่าตัวเองสูงเพียงแค่แผ่นอกของพวกเขาทุกคนเท่านั้น ดวงตาฉันมองไปทางคุณนิวัชเป็นส่วนใหญ่พร้อมกล่าวทักทายแบบโดยรวม “สวัสดี...ค่ะ”

ยังไม่ทันที่ฉันจะกล่าวจนจบ เขาที่อยู่ในชุด all black ก็นั่งลงเรียบร้อยแล้ว

เหมือนจะไม่ได้สนใจการกระทำของฉันสักเท่าไหร่

ฉันเหลือบตามองคุณนิวัชที่ดูอัธยาศัยดีที่สุดในนี้ อีกฝ่ายส่งสายตาเป็นเชิงให้ฉันนั่งลงที่เดิม

ทำไมฉันถึงได้ปอดแหกซะล่ะ

ทำไมถึงไม่กล้ามองหน้าพี่โนมตรงๆ

นั่นมันดูเหมือนคนไม่มีมารยาทเลยนะ

“ผมกับเท็ดจะไปรอที่โต๊ะข้างๆ นะ” หย่อนก้นลงนั่งได้ไม่เท่าไหร่ฉันก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาของคุณนิวัชที่พูดกับพี่โนม

นั่นเป็นเหตุให้สายตาฉันเบี่ยงไปยังเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โต๊ะที่คั่นกลางระหว่างเราทำจากกระจกใส สามารถเห็นอีกฝ่ายได้ทุกสัดส่วน

เมื่อเจ็ดปีก่อน ทำไมฉันถึงได้มองว่าพี่โนมแบดบอย ขรึม แข็งกร้าว และมีร่างกายที่เพอร์เฟ็กต์ในทุกตารางมิลลิเมตรกันนะ

ถ้าเทียบกับตัวเขาในตอนนี้...เจ็ดปีก่อนนับเป็นอะไรได้

เมื่อก่อนเขาผิวขาวออร่ามาก แต่ตอนนี้ผิวสีแทนขึ้นหนึ่งระดับและยังคงขาวกว่าชายไทยปกติหลายเท่า ชุดสีดำนั่นก็ยิ่งเสริมให้เขาดูกระด้างมากยิ่งขึ้น

เมื่อก่อนใบหน้าเขาค่อนข้างอวบอิ่ม แต่ตอนนี้เครื่องหน้าทุกอย่างชัดเจนมาก ทั้งดวงตา สันจมูก ริมฝีปาก แนวกราม นั่นคือสัญลักษณ์ของความแข็งกร้าว

ท่านั่งของเขาเกียจคร้านแต่ก็ไว้ตัว เสื้อตัวในเนื้อบางแบบคว้านลึกขับให้ลำคอและโครงไหปลาร้าโดดเด่น เนื้อผ้าที่พอดีตัวชวนให้รู้สึกถึงความปราดเปรียวและกล้ามเนื้อแข็งแรง เสื้อตัวนอกเป็นแจ็กเก็ตกึ่งยีนที่ไม่ได้กลัดกระดุม เผยให้เห็นช่วงเอวสอบ เส้นผมของเขาดูจะเป็นสิ่งเดียวที่อ่อนนุ่ม...

“ไม่ต้องไป” เขากล่าวกับคุณนิวัชแล้วเบี่ยงสายตามายังฉัน

จ้องตรงมาอย่างไม่มีเหนียมอาย

ดวงตาของเขาคมกริบและเฉยชาฉันกะพริบตาหนึ่งครั้งแล้วจึงเบนสายตาไปทางอื่น พร้อมสั่งหัวใจให้สงบลงอย่างเงียบเชียบ

“เฟิร์น” เสียงนั้นแหบห้าวและไร้ความโอนอ่อนผ่อนปรน

เสียงของเขาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันจำไม่ได้ว่ามันเปลี่ยนไปยังไง

ซึ่งฉันกำลังจะขานรับว่า คะแต่เขาเรียกมาอีกครั้งหนึ่งว่า “เฟิร์น ฟาริตา”

ฉันหันไปมอง...พบเพียงความว่างเปล่าไร้ความรู้สึกในดวงตาคู่นั้น

“ค่ะ” ฉันขานรับ

“เห็นว่าอยากต่อรอง” เขาถาม

“ก็...ใช่ค่ะ” ฉันแอบสูดลมหายใจเพราะรู้สึกเหมือนโดนบางสิ่งที่เขามีกดข่มไว้ แต่ก็เตรียมจะอธิบายถึงสิ่งที่อยากจะต่อรองออกมา “พี่โน...ม”

แกร๊ก!

เสียงหนึ่งดังขึ้นจนไม่อาจเรียกขานเขาได้เต็มปากเต็มคำจึงจำต้องหยุดไว้ เป็นเขานั่นเองที่วางซิปโป้ลงบนโต๊ะกระจก

นี่คือการตัดบทอย่างแนบเนียน เหมือนจะไว้หน้าก็ไม่ใช่ ฉีกหน้าก็ไม่เชิง

เพราะอะไร? เพราะสรรพนามที่ฉันใช้เรียกเขางั้นเหรอ?

“สามสิบห้าล้านมันน้อยไป”

“...”

“หรือยังไง?”

ท่าทีของเขาไม่ดีไม่ร้าย ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะกระจกดัง กึก กึก กึก’ เป็นจังหวะเดียวกับเข็มวินาที

เพราะทางนั้นเสนอมาแค่จำนวนเงินอย่างเดียว คงคิดว่าฉันจะต่อรองราคาสินะ

เขายังคงเป็นคุณคนน่ามองเพียงแต่เป็นคุณคนน่ามองที่ฉันไม่อาจเรียกว่า พี่โนมอย่างสนิทสนมได้อีกแล้ว

[รออัปต่อบทหน้าาาาา]


LTA LUKTARN


นี่คือคาแรคเตอร์ผัวที่ออลคิลทุกคำว่าโหดเหี้ยมเลยนะ 5555555 

อ่านนิยายให้มีความสุขนะสาวๆ

1 เม้น 1 กำลังใจ

เทรนด์ทวิต #คุณคนน่ามอง นะ <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.911K ครั้ง

1,123 ความคิดเห็น

  1. #13723 Triamphan (@Triamphan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 20:30

    อย่าดุได้มั้ย ใจคอไม่ค่อยดีเลย ???“

    #13723
    0
  2. #10751 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 16:53
    อิพี่อย่าทำน้องงงง
    #10751
    0
  3. #9662 ii_mjbt (@dytwoway) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 04:45
    เกรี้ยวกราดมากพี่
    #9662
    0
  4. #9431 Porii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 00:49

    ดุกับน้องจังนะพี่ สงสารน้องเลย

    #9431
    0
  5. #9416 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 16:49
    เถื่อนมาก
    #9416
    0
  6. #9387 Ling_555 (@ling-12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 01:48
    พี่โนมดุมาก กลัวแล้ว
    #9387
    0
  7. #9326 0965535697 (@0965535697) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 10:33
    กลัวแล้ววว
    #9326
    0
  8. #8847 Lookwaipooklook (@Lookwaipooklook) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 06:03

    น่ากัวอะ
    #8847
    0
  9. #8840 noodeepooh (@noodeepooh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 05:26
    ทำไมต้องเลือกเฟรินเป็นเจ้าสาว

    น่าจะเป็นเพราะพินัยกรรมของคุณย่าแน่เลย

    นะ
    #8840
    0
  10. #8826 แผฟดหดกด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 04:05

    พี่โนมมมอย่าทำน้องใจไม่ดีสิ

    #8826
    0
  11. #8825 chomchakhim (@chomchakhim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 03:09
    ดุมากแม่ โอยยย
    #8825
    0
  12. #8823 mymindd28 (@mymindd28) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 00:46
    กี้ดดดดพี่โนมมมมลุคนี้ชอบมาก แต่อย่าใจร้ายมากน๊าา
    #8823
    0
  13. #8822 chaompph (@JINDARAT85) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 00:06
    รอค่ะๆๆๆ โห้ยยพี่โนมอย่าโหดเลยย
    #8822
    0
  14. #8821 piranpornk (@piranpornk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:37
    All black ทั้งกานและใจมากค่ะ พี่โนม
    #8821
    0
  15. #8820 wcah (@wcah) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:28
    แบดมากอะ
    #8820
    0
  16. #8819 Kpris (@janfan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:07
    อยากได้เล่มมาอ่านตอนนี้เลย แงงอย่ารุนแรงกับน้องนะ
    #8819
    0
  17. #8818 PiMMip (@pimpun2539) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:06
    สมกับคำว่า อย่าเอาความรักเข้ามาเกี่ยว 5655
    #8818
    0
  18. #8817 snssara (@snssara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:14
    รอไม่ไหวแล้ว
    #8817
    0
  19. #8816 chantrawadee1290 (@chantrawadee1290) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:14
    ร้ายได้อีกกกกกก
    #8816
    0
  20. #8815 jansamorn2 (@jansamorn2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:36
    โหดได้ใจจีจีเลย
    #8815
    0
  21. #8814 suganyaaom (@suganyaaom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:17
    พี่โนมอย่าใจร้ายเกินปายย
    #8814
    0
  22. #8813 wipdiary (@wipdiary) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:26
    พี่โนมอย่าใจร้ายยยย
    #8813
    0
  23. #8812 แทฮยองที่รัก (@phatphs) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:24
    พี่ค๊ะะะะ เรียกพี่ไม่ได้เรียกที่รักก็ได้ค่ะ แงงงงงง
    #8812
    0
  24. #8810 Don'tcry nonomatter (@Tanyamonpitak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:46
    เเบบนี้ต้องเรียก หลัว
    #8810
    0
  25. #8809 kimjinhwan042 (@kimjinhwan042) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 16:52
    โอ้วว จุกเลยคับท่าน เฟิร์นสู้เขานะ
    #8809
    0