ตอนที่ 8 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค At second sign 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9176 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง รับทราบ


:: Song :: Fire Line by Loving Caliber - [2010s Pop Music]

ภาค At second sign

EPISODE 08




ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะได้เจอรุ่นพี่ที่แอบปลื้มมากๆ ในสมัยมัธยมอย่างพี่บลูอีกเหมือนกันนะ

“เจ้าขาสบายดี พี่บลูล่ะสบายดีมั้ย” ฉันโต้ตอบ

ว่าด้วยเรื่องการใช้สรรพนามแทนตัวเองของฉัน...ถ้าเป็นคนที่อายุเท่าๆ กันหรือไม่มากกว่ากันเท่าไหร่ ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตา ฉันจะแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น แต่ถ้าเจอคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่หรือไม่สามารถเอาตัวเองไปเทียบด้วยได้ ฉันมักจะแทนตัวเองว่าหนูเหมือนเวลาคุยกับพ่อแม่และอาจารย์ เป็นต้น

เมื่อคุ้นหน้ากันดี ความสุภาพของฉันก็ลดลงด้วย

“พี่โอเคดี” พี่บลูยิ้ม “เจอกันทั้งทีดันมาเจอกันในโรงบาลซะได้ ป่วยเหรอเรา?”

“อ้อ เจ้าขามาธุระ” ฉันตอบเลี่ยงๆ ซึ่งพี่บลูก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ดังนั้นฉันจึงถามกลับพอเป็นพิธี “แล้วพี่บลูล่ะ”

“พี่ขึ้นวอร์ดที่นี่” เขายกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วโป้งชี้ผ่านไหล่ไปยังตึกด้านหลัง “เพิ่งเลิกพอดี”

คนทั้งโรงเรียนรู้กันหมดว่าเขาหัวดี เขาอายุมากกว่าฉันประมาณสองปี ตอนนี้คงกำลังเรียนปีสี่แล้วสินะ เรียนหมองั้นเหรอ...เก่งจัง

ฉันก็เคยอยากเรียนนะ แต่สุดแล้วแล้วก็ต้องล้มเลิกไปเพราะฉันท้องซะก่อน จะกลับมาเรียนตอนนี้ก็ไม่ไหวหรอก มันจบช้าเกินไป ฉันยังมีครอบครัวที่ต้องรีบดูแลนี่นา

“อื้ม งั้นเจ้าขาขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะพี่” ฉันตัดสินใจบอกลาในที่สุด

“แล้วกลับยังไง?” พี่บลูย้อนถามขึ้นมาอย่างทันควัน

“ก็...รถโดยสารไง” นิ้วฉันชี้ที่หน้าโรงพยาบาลซึ่งตอนนี้รถโดยสารยังไม่มา

“มืดแล้วนะเจ้าขา” พี่บลูพูด “พี่ก็กำลังจะกลับพอดี เดี๋ยวพี่ไปส่งดีกว่า พี่เอารถมา เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับบ้านกลางคืนคนเดียวมันอันตราย”

“ไม่เป็นไรๆ เจ้าขาเกรงใจ แค่นี้สบายมาก” ฉันบอกออกไปตรงๆ

“นี่สามทุ่มแล้ว เดี๋ยวคนที่บ้านก็เป็นห่วงหรอก”

คำว่าคนที่บ้านทำให้นึกถึงลูกในทันที น้องไคไม่เคยต้องรอฉันนานขนาดนี้เลย งานพาร์ทไทม์ฉันก็ทำเฉพาะวันที่ไม่มีเรียนและมีเรียนเช้า เวลามาเยี่ยมแม่ก็เลือกช่วงเที่ยงๆ เป็นส่วนใหญ่...

“...” ฉันเม้มปากอย่างครุ่นคิดพร้อมยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

“ยังไงเราก็คนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจ” พี่บลูอมยิ้มมองฉัน

“อ่า...ก็ได้ค่ะ” เพราะเห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้ว ฉันอยากรีบกลับไปหาลูกไวๆ จึงพยักหน้าตกลงอย่างไม่อิดออด “งั้นเจ้าขาขอติดรถไปด้วยนะ”

“มาครับ” พี่บลูส่งสายตาเป็นเชิงให้ฉันเดินตามเขาไปยังลานจอดรถในโรงพยาบาลที่อยู่ทางด้านซ้าย

ฉันเดินตามพี่บลูไปจนถึงลานจอดรถที่อยู่ไกลออกไป แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้หันไปทางจุดเดิมที่เดินจากมา และดันเหลือบไปเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าตึกฉุกเฉินที่ไกลจากลานจอดรถพอสมควรพอดี ฉันขมวดคิ้วมุ่นเพราะจำได้ดีว่าเขาคือพี่น้องคนหนึ่งของคุณคม ท่าทางของเขาเหมือนมองอยู่ตรงนั้นนานแล้วแต่หาจังหวะเข้ามาทักไม่ได้

เขาคือคนที่ดูเป็นสุภาพบุรุษน่ะ เป็นคนเดียวที่ฉันยังไม่รู้ชื่อ

ดาราดังกลับไปแล้ว แต่ดันมีญาติของเขาโผล่มาที่โรงพยาบาลซะงั้น

ฉันชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็เลือกที่จะโค้งหัวคล้ายทักทายไปให้ อีกฝ่ายจึงพยักหน้ากลับพร้อมหยิบมือถือขึ้นมา ไม่นานมือถือของฉันก็ดังขึ้น

“ฮัลโหลค่ะ” ฉันกดรับสาย

[เจ้าขา] อีกฝ่ายทักทาย ฉันหยุดเดินพร้อมมองไปยังพี่คนที่มีรูปลักษณ์สุภาพบุรุษซึ่งกับลังเอามือถือแนบหูอยู่เช่นกัน

“ค่ะ พี่คือคนที่ยืนอยู่หน้าตึกฉุกเฉินใช่มั้ยคะ”

[ใช่] เสียงเขาทุ้มต่ำมาก [ไอ้คมวานให้พี่มารอรับเราที่นี่ แต่...]

คำว่า แต่นั้นเผยให้เห็นว่าเขายืนมองฉันคุยกับพี่บลูตั้งแต่แรกแล้ว

[ถ้ามีคนไปส่งแล้วก็ไม่เป็นไร] อีกฝ่ายว่า

“หนูกลับได้ค่ะ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ”

ที่ตอบไปแบบนี้เพราะฉันรับปากพี่บลูไปแล้ว อีกอย่างคือฉันค่อนข้างเกร็งกับพวกของคุณคมคนดัง อยากจะเว้นระยะห่างให้พอดี ไม่อยากไปรบกวนอะไรมาก

[ไม่เป็นไร งั้นเดี๋ยวสี่ทุ่มจะให้ไอ้คิวโทรมาคุยเรื่องเตรียมรับมือกับนักข่าวนะ]

“ค่ะ”

หลังจากนั้นเขาก็กดวางสายไป ฉันหันกลับมาแล้วเดินตามพี่บลูขึ้นไปบนรถและออกไปจากโรงพยาบาลทันที ระหว่างทางฉันนั่งเงียบตลอด ในหัวคิดทั้งเรื่องของตัวเองและเรื่องของแม่

จะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นยังไง ต้องคิดให้รอบคอบเข้าไว้

เพราะฉันช่างโชคร้ายจริงๆ ที่เกิดมาในยุคที่อยู่ยาก รัฐบาลเอื่อยเฉื่อย ของแพงขึ้น ค่ารถค่าเล่าเรียนแพงขึ้น ภาษีสูงขึ้น...แต่รายได้กลับเท่าเดิม แย่ แย่จริงๆ


เวลาผ่านไป

“พี่บลูจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เมื่อเดินทางมาถึงหน้าซอยของที่พักฉันจึงหันไปพูดกับเขา

“หืม? ตรงนี้เหรอ” พี่บลูชะลอรถ

“อื้ม ตรงนี้เลย”

ได้ยินคำพูดของฉันแล้วพี่บลูก็มองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้ยังมีคนเดินไปมาอยู่พอสมควร บอกแล้วไงว่าติดกับที่พักของฉันคือตลาดสดกลางคืน ไม่เปลี่ยวแน่นอน

“แถวนี้คึกคักดี” พี่บลูเปรยพร้อมจอดรถจนสนิท “ร้านอาหารเยอะดี น่ามาโดน”

“แถวนี้ร้านอร่อยๆ เยอะนะ ไม่แพงด้วยค่ะพี่” ฉันพูด

“งั้นเราแลกเบอร์กันไว้ดีมั้ย” ใบหน้าคมสันแสนสุภาพหันมามองฉัน “เผื่อพี่อยากมาลองร้านอาหารแถวนี้จะได้ชวนเจ้าขา”

“...”

ถ้าจะให้บอกความรู้สึกตอนนี้ มันก็ใกล้เคียงกับคำว่าตื่นเต้นนะ หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นหนึ่งระดับเลยล่ะ

“ไหนๆ ก็บังเอิญได้เจอกันแล้ว แลกเบอร์กันไว้ก็ไม่เสียหายนี่ครับ”

ฉันหันไปมองพี่บลู ถ้าคิดตามที่เขาบอกคือไม่มีอะไรเสียหายจริง เผลอๆ ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก ต้องเป็นฉันด้วยซ้ำที่ตอบแทนให้ความมีน้ำใจของพี่เขา

ฉันตัดสินใจแลกเบอร์กับรุ่นพี่สมัยมัธยมอย่างเขาในที่สุด

“ขอบคุณมากนะพี่บลู ขับรถกลับดีๆ นะคะ” ต่อมาฉันก็ลงจากรถพร้อมบอกลาเขา

“อืม ครับ” เขาพยักหน้ารับ ส่วนฉันก็ปิดประตูรถให้ แต่ในวินาทีนั้นกระจกรถก็เลื่อนลงมาอีก เสียงของพี่บลูดังขึ้น “ไว้เจอกันอีกนะเจ้าขา”

หลังพี่บลูขับรถจากไปแล้ว...ฉันก็ไปรับน้องไคที่ฝากไว้กับน้าเดือนยังเนิร์สเซอร์รี่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ตอนที่ฉันมาถึงน้องไคก็หลับปุ๋ยไปแล้ว

ฉันอุ้มน้องไคไว้ พยายามเดินให้นุ่มนวลมากที่สุดเพราะไม่อยากให้ลูกตื่น ระหว่างทางก็ทบทวนถึงความรู้สึกที่ได้เจอรุ่นพี่ที่แอบชอบสมัยเด็กอีกครั้งไปด้วย

แน่นอนว่ามันต้องดีต่อใจ...

ฉันก็มีฟีลลิ่งที่อยากทำตัวเหมือนวัยรุ่นคนอื่นเหมือนกันนะ เคยอยากมีแฟน อยากไปเที่ยวกับเพื่อน อยากมีโมเม้นท์ของวัยรุ่นบ้าง

แต่การมีแฟนแปลว่าต้องมีเวลาใช่มั้ยล่ะ เวลาของฉันหมดไปกับการดูแลน้องไคและแม่ ไปเรียน ไปทำงาน ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว

ฉันในตอนนี้คงยังไม่นึกถึงเรื่องมีแฟนหรอก

ความรักที่มี...ฉันยกให้ครอบครัวจนหมดแล้ว

“อื้อ แม่ขา” เสียงงัวเงียของน้องไคดังขึ้นในตอนที่ฉันกำลังขึ้นบันไดของหอพัก คือขึ้นบันไดยังไงก็ต้องสะเทือนอยู่แล้ว "นอน นอนนน"

ฟังดูแล้วงอแงมากเลย แถมมือเล็กยังทุบบ่าฉันหนึ่งทีด้วย

น้องไคจะโดนปลุกตอนที่ยังไม่พร้อมตื่นไม่ได้นะ ไม่งั้นเขาจะเกรี้ยวกราดมาก

“โอ๋ๆ” ฉันเอามืออีกข้างตบก้นลูกชายสองสามที “เดี๋ยวแม่ขาพาน้องไคไปนอนที่นอนนุ่มๆ นะ ไม่งอแงนะลูก”

หลังโดนตบก้นลูกชายตัวดีสงบลงและทำตัวเหมือนก้อนขนมไดฟุกุนุ่มๆ ในทันที ใบหน้าเล็กซุกกับซอกคอฉันแล้วหลับต่อทันที

เข้ามาถึงห้องแล้วจัดการส่งลูกชายนอนเรียบร้อย ฉันก็อาบน้ำเตรียมตัวนอนบ้าง ฉันยังไม่ลืมนะว่าพี่คิวจะโทรมาคุยด้วยคืนนี้

ถ้าไม่นับเรื่องที่คุณคมอุตส่าห์มีน้ำใจให้ญาติของเขามารอรับ ฉันก็สงสัยอยู่นิดหน่อยนะว่าทำไมต่อมาถึงกลายเป็นพี่คิวที่มารับช่วงคุยธุระกับฉันแทน

ก็เขาเพิ่งพูดไปว่า เรื่องของคนสองคน นึกว่าเขาจะเป็นคนคุยเองเหมือนเมื่อตอนเย็นซะอีก

อืม แบบนี้ก็ดีนะ จะได้ไม่อึดอัด

Rrrr

ในระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงริงโทนมือถือก็ดังขึ้นที่หัวเตียง ฉันเด้งตัวลุกขึ้นไปตะครุบไว้โดยพลัน นิ้วรีบกดปิดเสียงในทันที ฉันหันไปมองน้องไคที่ยังหลับสนิทก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

ลืมปิดเสียงมือถือน่ะ ดีนะที่น้องไคไม่ตกใจตื่น

ฉันก้มมองหน้าจอ พบว่าเป็นเบอร์แปลกเช่นเคย

“ฮัลโหลค่ะ” ฉันรับสายพร้อมกรอกเสียงลงไป ในใจคิดไปถึงพี่คิวทันที

[น้องเจ้าขา พี่คิวเองครับ] และใช่จริงๆ ด้วย [ไอ้คูณบอกเราแล้วใช่มั้ยว่าพี่จะคอลมา...พี่คอลมาดึกไปรึเปล่า]

“คูณ...” ฉันพึมพำ

[ก็คนที่ไอ้พี่คมให้ไปรับที่โรง’บาลไง เคยเจอกันแล้วนี่] พี่คิวพูดคล้ายอยากจะขยายความ

และแล้วฉันก็ได้รู้สึกที่ว่าผู้ชายที่มีรูปลักษณ์เป็นสุภาพบุรุษ หน้าตาแสนดีที่สุดในบรรดาพวกเขานั้นชื่อคูนนั่นเอง

“ค่ะ ได้เจอแล้ว” ฉันตอบพร้อมลุกออกไปคุยตรงหน้าระเบียงเล็กๆ “พี่คิวไม่ได้รบกวนหรอกค่ะ ก็...รอคุยอยู่เหมือนกัน”

[แล้วหลานหลับยัง?] เขาถามต่อ

“หลับแล้วค่ะ” ดึกขนาดนี้แล้วนี่นะ

[อ้าว เหรอ]

ฉันได้ยินเสียงที่แสดงถึงความผิดหวังจากพี่คิว ชวนให้นึกไปถึงท่าทางของน้องไคตอนกลัวพี่เขา รวมถึงเผลอนึกไปถึงสายตาผิดหวังเล็กๆ ของคุณคมด้วย จะว่าไปแล้ว...ตอนที่น้องไคเจอพ่อของตัวเองครั้งแรกก็กลัวจนฉี่ราดเลยไม่ใช่เหรอ

[คือพี่จะบอกว่า...พรุ่งนี้น้องเจ้าขาเก็บข้าวของที่จำเป็นไว้เลยนะ เดี๋ยวย้ายที่อยู่กัน] เมื่อได้ยินประโยคนี้ฉันก็ขมวดคิ้วมุ่นในทันที

ฉันไม่ติดใจจนคิดถามโง่ๆ หรอกนะว่าจะย้ายทำไม เพราะฉันรู้เหตุผลดี แต่...

“เรื่องนักข่าวตอนนี้มันแย่มากมั้ยคะ”

[ยังหรอก แต่กันไว้ดีกว่าแก้] พี่คิวกล่าว [ที่จริงเรื่องของไอ้พี่คมไม่มีสื่อไหนกล้าเล่นข่าวเยอะหรอก แต่เรื่องนี้มันซับซ้อน...]

คงเพราะพี่คิวค่อนข้างเป็นกันเอง ฉันจึงกล้าถามเขาว่ามันมีปัญหาจากอะไร พี่คิวจึงสรุปคร่าวๆ เพื่อให้ฉันเข้าใจมากขึ้น

ในการสรุปของพี่คิวนั้นบอกชัดเจนว่าคุณคมคนดังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของฉันมาก่อน คนที่มีความสามารถในการปล่อยข่าวของฉันนั้นความเป็นไปได้มีอยู่แค่คนเดียวคือ ‘ผู้จัดการส่วนตัวคนเก่าของเขา’

"พี่คิวจะให้หนูกับลูกไปอยู่ที่ไหนเหรอ" ฉันไม่อิดออดกับตัวเลือกหนึ่งเดียวที่มี ขอแค่ได้อยู่อย่างสงบจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็พอ

[คอนโดครับ พี่หาไว้ให้แล้ว]

"มันจะไม่แพงไปเหรอ..."

[ไม่หรอก คอนโดนี้เป็นชื่อพี่ ไปอยู่ที่นั่นชั่วคราวก่อน] พี่คิวอธิบาย [คอนโดอยู่ไม่ไกลจากมอเท่าไหร่หรอก แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะสงสัยนะ ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีคนรู้หรอกว่าพี่กับคมเป็นพี่น้องกัน ฮ่าๆ]

นั่นสินะ ขนาดฉันที่เห็นพี่คิวผ่านตาบ่อยๆ ยังนึกไม่ถึงเลย

"โอเคค่ะ" พอรู้ว่าจะได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยขึ้นฉันก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่อิดออด

[ส่วนน้องไค...เราอยากให้จ้างคนมาดูแลมั้ย] พี่คิวถาม

“ตอนนี้หนูให้น้องไคเข้าเนิร์ดเซอร์รี่ค่ะพี่”

[ไว้ใจได้รึเปล่า] พี่คิวถาม

“ได้สิ เจ้าของเนิร์สเซอร์รี่เป็นเพื่อนกับแม่หนูเอง ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”

[แล้วเค้าไม่รู้เรื่องพ่อน้องไคใช่มั้ย]

“น้าเดือนรู้แค่ว่าเป็นลูกของหนู คือไม่ได้เล่ารายละเอียดเรื่องพ่อเด็กเลยค่ะ”

ที่จริงแล้วในตอนที่ได้เจอน้าเดือน แม่บอกน้าเค้าไปว่าฉันพลาดท้องกับแฟนตั้งแต่เด็ก แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายชายเสียชีวิตไปแล้ว ฉันยอมโกหกเรื่องที่มาของลูก แต่จะไม่ยอมโกหกหนีอายว่านี่ไม่ใช่ลูกของฉันเด็ดขาด

หลังจากนั้นเราก็แลกเปลี่ยนข่าวสารกันนิดหน่อย เช่นว่าฝั่งฉันมีใครรู้เรื่องลูกบ้าง และฝั่งพี่เขามีใครบ้าง คุยเสร็จฉันก็กลับไปบนที่นอน ห่มผ้าให้ตัวเองและลูก

วันที่แสนเหนื่อยผ่านไปอีกวันแล้ว...

 

เย็นวันต่อมา

“น้องไค ดูสิ ที่นี่ที่ไหนเอ่ย” ฉันปล่อยลูกชายตัวน้อยลงบนพื้นกระเบื้องหรูๆ หลังจากที่เขาตะเกียดตะกายจะลงไปวิ่งเล่นตลอดทาง

“โอ้ว...” น้องไคยืนได้ก็ทำตาวาว เขาหมุนตัวมองไปรอบๆ ห้องอย่างสงสัย จากนั้นก็เริ่มวิ่งไปรอบตัวฉันกับพี่คิว ต่อมาก็วิ่งเข้ามาเอาแก้มแนบกับขาฉัน “แม่ขา”

“ขา” ฉันอมยิ้ม

“บั้น บั้น” เขาขยับริมฝีปาก ดูท่าทางแล้วกำลังรวบรวมคำพูดอยู่แน่ “บั้นใหญ่เป็นขุงไคได้มั้ยยย” (บ้านใหญ่เป็นของไคได้มั้ย)

ฉันย่อตัวลงไปนั่ง เอานิ้วจิ้มจมูกเล็กๆ ของลูกชายหนึ่งที

“บ้านไม่ใช่บั้น พูดยานๆ หน่อยสิลูก”

การพยายามสอนให้น้องไคพูดชัดๆ กลายเป็นความเคยชินของฉันไปแล้ว เป็นความสุขอย่างหนึ่งเลยล่ะ

“บั้นใหญ่” แต่น้องไคก็ยังพูดไม่ถูกเหมือนเดิม

นี่เป็นการมาอยู่ชั่วคราวเท่านั้น ก็ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อวานไงล่ะ

ห้องนี้อยู่ชั้นสองของคอนโดและอยู่ริมในสุด เรียกง่ายๆ ว่ามองจากด้านหน้าที่เป็นถนนใหญ่จะไม่สามารถเห็นห้องนี้ได้เลย แถมห้องนี้ยังอยู่ติดกับบันไดหนีไฟด้วย

“ชอบบั้นใหญ่เหรอ” พี่คิวก้มหน้าลงมาพูดกับน้องไค “อาคิวก็ชอบเหมือนกันบั้นใหญ่ๆ อ่ะ โดยเฉพาะบั้นท้าย ฮ่าๆ”

เด็กตัวเล็กเมื่อรู้ว่าโดนพี่คิวมองก็ขยับมาหลบอยู่ด้านหลังฉันในทันที ส่วนฉันก็แอบสตั้นกับคำพูดของเขาไปหลายวินาที

ความสัมพันธ์ของพี่คิวกับน้องไคถือว่าดีมากกว่าเดิม น้องไคไม่ได้ร้องไห้แล้ว แต่อาจจะยังมีหลบหน้าเวลาโดนชวนคุยอยู่บ้าง

“ถ้าน้องไคชอบบั้นใหญ่ อาคิวให้เลยก็ได้ เอาเปล่า?” พี่คิวคนโหดเอียงตัวไปมองน้องไคที่หลบด้านหลังฉัน

เมื่อได้ยิน น้องไงก็ชะโงกหัวออกมาเงยหน้ามองอาคิวของเขา

“จิงเหยอ” (จริงเหรอ) น้องไคถาม

“ครับ” พี่คิวพยักหน้า

“ไม่ตาโหลกน๊า?” (ไม่ตลกนะ?)

“อืม ไม่ใช่เรื่องตลกแน่นอน” ถึงพี่คิวจะเริ่มเกาหัวด้วยความงุนงงแต่ก็ยังตอบน้องไคอยู่ดี

“แม่ขา” น้องไคหันมาเขย่าขาฉันและพูดต่อด้วยสีหน้าดุๆ “คนตาโหลกต้องตกนร๊ก...” (คนตลกต้องตกนรก)

“เอ๊ะ/หืม?” สิ้นประโยคนั้นทั้งฉันและพี่คิวก็ทำหน้างงพร้อมกัน

ทั้งที่น้องไคเพิ่งเข้าเนิร์ดเซอร์รี่ได้แค่สามสี่เดือนแต่พัฒนาการล้ำขึ้นมาก ในทุกวันเขาจะมีคำใหม่ๆ มาพูดให้ฉันแก้ผิดเป็นถูกเสมอ

“น้องเค้าหมายถึงคนโกหกต้องตกนรกรึเปล่า” พี่คิวหันมาถาม

“น่าจะเป็นแบบนั้นค่ะ” ฉันพยักหน้า

คิวหัวเราะ “ถ้าเป็นคนตลกแล้วต้องตกนรก พี่นี่คงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกแน่”

ฉันแอบเม้มปากกลั้นหัวเราะพร้อมคิดในใจว่า เรื่องนี้เดี๋ยวต้องสอนน้องไคใหม่ เดี๋ยวต้องมาสอนกันใหม่แน่ๆ

หลังจากนั้นพี่คิวก็ขอตัวกลับไปก่อนโดยกำชับเรื่องการใช้ชีวิตของฉันใหม่ดังนี้

1 จากนี้เป็นต้นไปฉันจะมีคนขับรถเป็นของตัวเองหนึ่งคน เขามีหน้าที่รับส่งทั้งฉันและน้องไคทุกวัน

2 ช่วงนี้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ถ้าอยากได้หรืออยากซื้ออะไรให้โทรบอกคนขับรถ ให้เขาจัดหามาให้

แต่เรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้คืองานพิเศษของฉันนั่นเอง พี่คิวบอกว่าฉันทำงานได้ แต่ต้องไม่ใช่งานที่ได้เจอคนเยอะๆ ให้ฉันไปลองคิดดูว่าจะแก้ไขยังไงแล้วค่อยตกลงกันอีกที

ส่วนเรื่องของคุณคมนั้น...ไม่มีการพูดถึงอีก ไม่มีการปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกเลย มีแต่ข่าวเรื่องเขาทำผู้หญิงท้องเท่านั้นที่ยังพูดถึงกันอยู่

จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์สามวันถัดมา ฉันเปิดทีวีดูข่าว บังเอิญเจอข่าวสัมภาษณ์ระหว่างนักข่าวกับนางแบบชื่อดังลูกสาวของอดีตสส.เข้า

“น้องพริมคะ เรื่องงานก็กำลังไปได้ด้วยดี เรื่องความรักกับคุณคมเป็นยังไงบ้างคะ”

“พริมกับพี่คมใช่มั้ยคะ ช่วงนี้คุยกันบ่อยขึ้น แต่พี่เค้างานเยอะ พริมก็บอกให้เค้าดูแลตัวเองเยอะๆ...ประมาณนี้ค่ะ”

“แล้วเรารู้สึกยังไงบ้างที่ช่วงนี้คุณคมมีข่าวเรื่องผู้หญิงและเรื่องเด็ก?”

“สำหรับคนอื่นมีความเห็นยังไงไม่รู้นะคะ แต่สำหรับพริม พริมมั่นใจในตัวพี่คมเสมอ”

เป็นข่าวหนึ่งที่ยืนยันเรื่องความสัมพันธ์ของพริมกับคุณคมคนดัง...

 

Kome Sirapakin’s Talk

ปิ๊บ!

ผมกดเปลี่ยนช่องในทีวีหลังจากที่เมื่อกี้เพิ่งดูการสัมภาษณ์ของพริมไป หลังจากนั้นก็เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่รายการสารคดีสัตว์โลก

“พริมเค้าฉลาดพูดนะมึง” ข้างกายผมมีไอ้แม็กซ์นั่งอยู่ด้วย ตอนนี้เราอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ๆ สนามบินนานาชาติ

ก่อนหน้านี้ผมบินไปทำงานที่ต่างประเทศแทนครอบครัวมา แต่พรุ่งนี้มีงานถ่ายแบบแถวนี้พอดีเลยหาโรงแรมนอนเนื่องจากมันสะดวกที่สุด ส่วนไอ้แม็กซ์...มันแค่แวะมาหาผม

“หืม?” ผมครางเป็นเชิงถาม ก่อนจะชงเหล้าให้ทั้งตัวเองและมัน

“นักข่าวถามถึงเรื่องความรัก พริมก็แค่บอกว่าคุยกันบ่อยขึ้น ถามเรื่องข่าวของมึง...พริมก็ตอบว่าเชื่อในตัวมึง” ไอ้แม็กซ์ยิ้มๆ “แบบนี้พวกขี้มโนแม่งคิดไปไกลกันหมด”

“ตอบแบบวิถีดารา ไม่เห็นแปลก” ดวงตาผมจ้องไปยังรายการสารคดี ตอนนี้เสือกำลังกัดคอควายป่าอยู่พอดี

“เหมือนเค้ารักมึงมากเลยว่ะ” ไอ้แม็กซ์เปรย “ใจโคตรได้”

ผมยักไหล่และไม่ได้ตอบอะไร

เรื่องของผมกับพริม...มีเกินยี่สิบครั้งที่ชาวเน็ตฟันธงว่าผมกับพริมทะเลาะกันจนมองหน้าไม่ติดและต้องเลิกกันแน่ แต่ความจริงไม่ใช่ ผมแค่ช่วยให้พริมดังขึ้นตามที่ต้นสังกัดของเธอขอมา

ข่าว ความรัก มือที่สาม เตียงหัก ทะเลาะ’ ในเกณฑ์ที่พอดี ถือเป็นท็อปฟอร์มเพื่อเรียกดราม่าให้มีงานอีเว้นท์และอัปค่าตัว

เรื่องจริงคือผมกับพริมไม่เคยทะเลาะพร่ำเพรื่อ

แต่ช่วงครึ่งปีก่อนเราตกลงว่าจะห่างกัน เพราะผมงานเยอะ เวลาส่วนตัวน้อยมาก คบกับผมต้องทนเหงา ต้องกินข้าวคนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียวบ่อยกว่าอยู่กับผม ส่วนพริมก็มีงานยุ่งเหมือนกัน

เราตกลงว่าจะห่างเพื่อไปทำงาน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาคุยกันอีกที แต่ถ้าพริมเจอคนใหม่ผมก็โอเคไม่ว่ากัน คือตอนนี้ก็ยังคุยกันได้แต่แค่พักเรื่องเลิฟซีนไว้ก่อน

มันเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงไม่ตอบเรื่องความรัก ของแบบนี้ควรให้เกียรติผู้หญิงเป็นคนพูดก่อน ส่วนพริมเวลาโดนถามก็แค่ตอบอ้อมๆ ให้คนไปคิดเองเท่านั้น

“ไอ้คม มึงคิดจะบอกพริมกับคนอื่นในวงเรื่องลูกของมึงรึเปล่า” ไอ้แม็กซ์ถาม

“คิด” ผมตอบ “แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

ขนาดต้นสังกัดผมยังคิดว่าเรื่องทำผู้หญิงท้องเป็นข่าวโคมลอยอยู่เลย มันมีแค่พี่น้องของผมกับไอ้แม็กซ์เท่านั้นที่รู้

“สมมตินะ” ไอ้แม็กซ์มองหน้าผม “ถ้ามึงกลับไปหนุงหนิงกับพริมอีก กูอยากรู้จริงๆ ว่าเค้าจะรับได้มั้ยที่มึงมีลูกติด”

“อย่าไปเดาให้ปวดหัว ความคิดผู้หญิงแม่งเข้าใจยาก” ผมตอบผ่านๆ

“แล้วแม่ของลูกมึง...มึงได้ไปหาเค้าบ้างยัง” ดูท่าไอ้แม็กซ์จะเป็นห่วงผมอยู่เหมือนกัน ในสายตาเพื่อนผมยังเป็นผู้ชายที่ไม่เอาอะไรเลยอยู่ดี

“ไปมาแล้ว” ผมตอบและเงียบไป ไอ้แม็กซ์จ้องหน้าเป็นเชิงให้เล่าต่อ ผมจึงพูดไปอีกหนึ่งประโยค “แต่ยังไม่ได้ตกลงกัน”

“งี้มึงก็ได้เจอลูกแล้ว?”

“ยัง” เรียกว่ายังก็ไม่ถูก เพราะก่อนที่ผมจะรู้ว่านั่นคือลูก ผมได้เจอเด็กคนนั้นที่สวนสนุกมาแล้ว

“อ้าว ไรวะ” ไอ้แม็กซ์ขมวดคิ้ว

“แม่เด็กเค้าดูไม่ค่อยอยากให้กูไปยุ่ง” ตอนที่พูดประโยคนี้ ผมก็นึกไปถึงหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ตัวเล็กๆ ขาวๆ เรียกว่าสวยน่ารักได้แต่ไม่โดดเด่น...

“ทำไมมึงแลดูเฉยๆ จังวะ มึงไม่อยากเจอลูกเหรอ”

“ก็อยาก...”

ผมต้องอยากเห็นหน้าเด็กที่เป็นลูกของผมเห็นชัดๆ อีกรอบอยู่แล้ว แต่ความอยากที่มีมันก็ยังไม่ถึงขั้นทุรนทุราย

ดูเหมือนสัญชาตญาณความเป็นพ่อของผมจะไม่มากพอ...

[รออัพต่อ]
Lta Luktarn
คูมคมบอกว่าแม่ขาสวยน่ารัก แต่ไม่โดดเด่น ในที่นี้หมายถึงว่าเจ้าขาเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดี และสวยน่ารักในสายตาของพี่คม และไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดเพิ่มเติมเลย
ส่วนพริมกับคม สองคนนี้ห่างกันอยู่เพราะเวลาไม่มากพอ
1 เม้น 1 กำลังใจ


ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เอามารีไรท์ใหม่ >> คลิก <<
ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.176K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #51305 grasec2 (@grasec) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:05
    อิพี่คิวววว นั่นเด็กไง5555
    #51305
    0
  2. #49125 ทาสน้ำเงิน (@jiujstep) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:22
    มีแซะรัฐบาลด้วย. 555555555
    #49125
    0
  3. #43325 dodyjes (@piano1120) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 13:58

    พี่คิวยังได้เจอน้องบ่อยกว่าคุณคมคนดังอี๊กกกกกกก

    #43325
    0
  4. #42108 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:13
    ถ้านางเอกหน้าตาเหมือนในคาแรกเตอร์จริงๆก็คือใช้ชีวิตลำบากเหมือนกันนะ สวยขนาดนั้น5555555
    #42108
    0
  5. #38088 CNBESUBIEXO (@panutda91) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:16
    พี่คิวดีอ่ะ
    #38088
    0
  6. #35965 MAMA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 16:18

    นางเอกนี่ รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองเหมือนกันนะ คิดว่าตัวโชคร้าย โทษสิ่งแวดล้อม โทษรัฐบาลไรก็ไม่รู้ ลืมไปรึเปล่าว่าชีวิตต้องพลิกผันแบบนี้เพราะความเขลาของตัวเองล้วนๆ

    #35965
    1
  7. #35439 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:41
    โกด ขอให้เจ็บช้ำ แงงง สงสารน้องไค
    #35439
    0
  8. #33978 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 23:11
    คูมคมระวังใจวรั้ยยย
    #33978
    0
  9. #30743 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 00:38
    เดี๋ยวต่อไปจะหลงรักนะคะคูมคมคนดัง
    #30743
    0
  10. #29027 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 16:49
    หืมมมมม
    #29027
    0
  11. #29012 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 12:53
    เย็นชาให้ได้ตลอดนะคะ
    #29012
    0
  12. #24461 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 23:59
    ไม่ชอบพระเอก ถ้าเราเป็นนางเอกเราจะพยายามไปเมืองนอกไปหาเงินน่าจะรวยพอตัวละกลับมา
    #24461
    0
  13. #21742 amine mine (@arun2520) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 18:34
    ถึงตาเจ้าขาเมื่อไหร่ จัดหนักๆเลยนะ
    #21742
    0
  14. #20293 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:32
    สายเปย์พร้อมให้คอนโด55
    #20293
    0
  15. #19964 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 17:05
    นังตัวดี หมั่นไส้จริงๆเลยตาตมม
    #19964
    0
  16. #19423 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:44
    โอ้ยย ชอบนังพี่คิวมากขอให้สนิทกับนุ้งไคเร็วๆนะ555555 ก็เข้าใจแหละว่ามีอะไรกันเพราะคุณคมเมาด้วย เรื่องความรู้สึกเป็นพ่อมันเลยก้ำกึ่ง ฮืออ แต่เรื่องคบกับพริมนี่แบบ ปวดใจแทนเจ้าขา ฮือออ หนูอินเหลือเกินค่ะพี่ตาล TT
    #19423
    0
  17. #18199 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 16:31
    หมั่นใส้คุณคมจัง55555
    #18199
    0
  18. #17761 BaeJudy (@Parkp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 15:35
    แม่ขาในชีวิตจริงๆนี่หน้าตาไม่ธรรมดาเลยนะคะคุณคม55555 พิเบขา หนูพร้อมจะส่งเสียพี่ค่ะ รักมากมายมายเมน
    #17761
    0
  19. #14626 ปางลี่ (@yogurtberry) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:12
    อ่านละนึกถึง ข่าวกัปตันตอนนี้เลย ฟีลคล้ายๆกัน ฮืออออ
    #14626
    0
  20. #14396 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 06:42
    หมั่นไส้ ขอให้รักกับแฟนมากๆละกันอย่ามายุ่งกับแม่ขาและน้องไค
    #14396
    0
  21. #14352 Tonfoeii (@proteen3695) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:51
    รออออออิอ
    #14352
    0
  22. #13726 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 06:01
    คมคบกะพรีมจิงอ่ะ
    #13726
    0
  23. #13667 xxiw kanaa (@xxiwkanaa_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 21:53
    อยากเห็นพ่อขาทุรนทุราย5555555
    #13667
    0
  24. #13649 46070 (@46070) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 20:09
    หูยคูมคมม ไรคือสวยแต่ไม่โดดเด่น และอะไรคืออยากเจอหน้าลูกแต่ไม่ถึงขั้นทุรนทุรายห๊าา ตอบ!
    อีกนิดนึง คำว่าเกียรติ์ ต้องแก้เป็นเกียรตินะคะไรท์
    #13649
    0
  25. #13627 Nara1980 (@air1980) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 17:31
    ยังมองไม่ออกเลยเจ้าขากับคุณจะรักกันได้ยังไง เฮ้อ!หมั่นไส้ผู้ชายเรื่องนี้ เจ้าขาสตรองให้สุดๆนะลูก
    #13627
    0