ตอนที่ 49 : อัป {90%} คุณคมเจ้าขา❖ภาค the third way of relationship 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3787 ครั้ง
    11 พ.ค. 62




เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง และอย่าลืมคอมเมนต์อย่างมีมารยาทด้วยนะ


song ::  เอาไว้ค่อยคุย gliss


ภาค the third way of relationship

EPISODE 40








ก่อนสายตาฉันจะเบนไปโฟกัสถึงพี่คมได้ต้องผ่านน้องไคก่อน ลูกเอื้อมมือมากำเสื้อฉัน

ริมฝีปากเล็กร้องว่า “แม่ขา” ดวงตาเว้าวอนอย่างน่ารัก

เพียงเท่านี้ก็ทำลายความคิดที่อยากจะให้พี่คมได้พักอย่างเต็มที่ของฉันจนหมดสิ้น

“ถ้าพี่คมโอเค หนูก็โอเคค่ะ” 

ฉันโต้ตอบในตอนที่ได้มองพี่คม อีกฝ่ายได้ฟังคำตอบที่น่าพึงพอใจแล้วจึงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย

“งั้นผมไปก่อนนะครับ” น้าเด่นบอกลาพวกเราทุกคนจากนั้นจึงเดินจากไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว หลงเหลือทิ้งไว้เพียงเราสามคนในบ้านส่วนตัวของพี่คมเท่านั้น

บรรยากาศเงียบลงถนัดตา ฉันเบนสายตาไปมองน้องไค ตอนนี้ลูกชายตัวดีที่ร้องอยากจะอยู่เล่นกับคุณพ่อคมของเขาหันไปสนใจเสื้อตัวใหม่อีกแล้ว

วูบหนึ่งนั้นฉันรู้สึกได้ถึงการถูกมองจนต้องเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ และเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่คม เวลาที่ถูกมองด้วยสายตาสงบนิ่งแบบนี้ฉันใจไม่ดีเลย...

เขาไม่ได้มองจนรู้สึกอึดอัด ไม่ได้จ้องจนกลัว มันเหมือนการลากสายตาผ่านไปผ่านมามากกว่า

“ตอนนี้พี่คมดีขึ้นแล้วแน่ๆ ใช่มั้ยคะ”

ด้วยความที่ตั้งแต่มาถึงนี่มีเรื่องให้ทำตลอดจนไม่ได้ไถ่ถามถึงสุขภาพอย่างจริงจังเลยสักรอบ ดังนั้นจึงต้องถามสักหน่อย ฉันจำต้องส่งเสียงเพื่อทำลายความเงียบงันนี้นะ

“อือ ดีขึ้นแล้ว” เขาโต้ตอบ

“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ต้องบอกหนูนะ” ภาพที่เขาล้มลงบนเวทีเมื่อวานยังติดตาฉันอยู่เลย

“พี่ไม่อ่อนแอขนาดนั้น” ตอนพูดประโยคนี้เขาเอี้ยวตัวไปยังด้านข้างโซฟาและหยิบกีต้าร์โปร่งลายไม้สีอ่อนขึ้นมา

ส่งผลให้ฉันได้เห็นกล้ามแขนของเขาที่เกร็งขึ้นเพราะต้องถือกีต้าร์ไปด้วย เห็นทีฉันคงคิดมากเกินไป มีกล้ามขนาดนี้ต้องฟื้นฟูไวอยู่แล้ว

ฉันรีบเบนสายตาออกจากกล้ามแขนแข็งแกร่งแล้วมองบนโต๊ะแทน

โต๊ะหน้าโซฟามีรีโมตทีวี ฉันคิดอยากจะเปิดมันเพื่อทำลายความเงียบอยู่เหมือนกัน แต่ดันเหลือบไปเห็นว่ามีกระดาษคล้ายชีตเพลงที่เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินวางอยู่ ใกล้กันนั้นมีปากกาอยู่หนึ่งแท่ง ถัดไปมีแฟ้มเอกสารอะไรสักอย่างวางอยู่สองแฟ้ม

ถ้าจำไม่ผิดน้าเด่นบอกฉันไว้ว่าพี่คมให้น้ามาปลุกเพราะมีงานต้องเคลียร์ต่อไม่ใช่เหรอ

ถ้างั้น...ควรทำอะไรดีล่ะ

“พี่คมยังมีงานต้องทำรึเปล่าคะ” ควรถามลองเชิงสักหน่อย เขาคงไม่ได้มองว่าฉันจุ้นจ้านไปหรอกนะ

“มีนิดหน่อย ไม่ใช่งานหนักอะไร” เขาตอบก่อนจะเกากีต้าร์จนเกิดเป็นเสียงดนตรีขึ้นมา

“โอ๋ว~” และมันเรียกความสนใจจากน้องไคได้ดีมากทีเดียว

ร่างเล็กขยับตัวไปมองคุณพ่อของเขาอย่างเต็มรูปแบบ และคนถูกมองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าลูกกำลังให้ความสนใจ เขาจึงนั่งเอนตัวมาทางนี้เล็กน้อย

ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่น้องไคที่สามารถเห็นท่าทางการนั่งเกากีต้าร์ของเขาชัดเจนขึ้น ฉันเองก็ได้เห็นชัดกว่าเดิมเช่นกัน...

“ลองมั้ย” คงเพราะรู้ว่าลูกมองเขาจึงเอี้ยวตัวลงไปคุยด้วย

น้องไคเงยหน้ามองพี่คมวูบหนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วไปเขี่ยสายกีต้าร์จนเกิดเป็นเสียง ที่ผ่านมาน้องเอาแต่ดูคลิปไม่เคยได้สัมผัสของจริงมาก่อน พอรู้ว่าเสียงดีดมาจากปลายนิ้วตัวเองก็แสดงสีหน้าที่ทั้งทึ่งทั้งแปลกใจออกมา

“มีเสียงนะ” เสียงเล็กกล่าวก่อนจะหันมาพูดอวดกับฉันพร้อมใช้นิ้วมือขยำไปที่สายอีกหลายที “แม่ขาดูซี่”

“อื้อ ทำได้ดีมากเลยค่ะ” ฉันแกล้งชมเพื่อให้น้องไคภูมิใจ แต่ในใจนั้นกลัวว่าลูกจะขยำสายจนขาดมากกว่า

“โห...” น้องไคนั้นตื่นตาตื่นใจกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาก

อะไรที่ได้สัมผัสครั้งแรกก็จะเห่อไปพักใหญ่ ดังนั้นมือเล็กจึงจับสายไม่ยอมหยุด ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากบอกให้พอก่อนพี่คมก็วางหงายกีต้าร์ไว้ยังพื้นเบื้องล่างแล้วหันมาอุ้มน้องไคลงไปวางไว้ข้างกีต้าร์ตัวดังกล่าว

“มาเล่นตรงนี้” เขาเคาะหัวน้องไคหนึ่งที

ในเมื่อคนเป็นพ่ออนุญาต ฉันจึงเออออตามไปเพื่อความสุขของลูก

“เล่นเบาๆ นะคะน้องไค กีต้าร์ตัวนี้บอบบางมาก ต้องถนอมนะรู้มั้ย”

“ต้องถนอมน้า” น้องไคพูดตามก่อนจะนั่งยองเพื่อเล่นกีต้าร์ตัวนั้น

คือน้องไม่ได้ยกขึ้นมานะแค่เอามือไปเขี่ยๆ ทั้งที่กีต้าร์วางหงายอยู่นั่นแหละ ส่วนพี่คมก็ลุกเดินไปยังห้องส่วนตัวและกลับมาอีกทีพร้อมกีต้าร์โปร่งสีดำตัวใหม่

เขาเดินกลับมานั่งที่เดิม ส่วนน้องไคนั้นด้วยความที่เป็นเด็กเล็ก ไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องดนตรีมาก่อน เสียงที่ออกมาจากปลายนิ้วจึงไม่เป็นจังหวะ

“ดีนะ?” น้องไคเงยหน้าขึ้นมาถามเราสองคนด้วยสีหน้าที่อยากอวดนิดหน่อย

“อืม มีแววอัจฉริยะ” พี่คมพยักหน้ากับลูก ส่วนฉันได้แต่ยิ้ม...

เขายอลูกสินะ ขนาดฉันเป็นแม่ได้ฟังแล้วยังไม่เห็นแววอัจฉริยะเลย ดูท่าดีดของเจ้าพุงกลมสิ ทั้งขยำทั้งถู ตลกเกินไปแล้ว


[รออัพต่อ]

Lta Luktarn
บทสุดท้ายแล้วนะ <3
ฝากเรื่องใหม่ด้วย คลิกลิ้งก์ >> คลิกตรงนี้
ติดตามอัปเดตข่าวอื่นๆ ที่เพจไม่ก็ทวิต ชอบแบบเป็นทางการไปเพจ อัปเดตแบบเผ็ดๆ ไปทวิต <3
1 คอมเม้น 1 กำลังใจ

ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
อันนี้เป็นนิยายในเซ็ตจ้า แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.787K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น