ตอนที่ 47 : {250%} คุณคมเจ้าขา❖ภาค the third way of relationship 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10192 ครั้ง
    6 มี.ค. 62

อีกสักพักตาลจะหยุดอัปแล้ว
จะพยายามหาฉากตัดที่โอเคที่สุดสำหรับสายฟรีให้นะ


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง และอย่าลืมคอมเมนต์อย่างมีมารยาทด้วยนะ


song ::  เอาไว้ค่อยคุย gliss


ภาค the third way of relationship

EPISODE 38







“อ๋อ คุณคมพักงานสองวันครับเลยไปนอนที่บ้านส่วนตัว” น้าเด่นตอบ

“บ้านส่วนตัวนี่...บ้านไหนเหรอคะ” จะว่าไปแล้วฉันยังไม่เคยถามเลยว่าเขาจะบอกเรื่องน้องไคกับที่บ้านมั้ย แล้วบ้านส่วนตัวที่ว่านี่ใช่บ้านของพ่อแม่เขารึเปล่า อย่างนี้ฉันจะได้เจอใครบ้าง

“เป็นบ้านของคุณคมเลยครับอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ แถวนั้นสงบครับคุณเจ้าขา ไม่ต้องกลัวว่าจะวุ่นวายเลย เวลาคุณคมมีเวลาว่างก็ชอบไปนอนที่นั่น สงสัยคงเบื่อความวุ่นวายในเมือง แต่ก็ไม่ได้ไปนานแล้วครับน่าจะเป็นปีแล้วที่ไม่ได้พักเลย” น้าเด่นโต้ตอบ 

นี่ไม่ได้แปลว่าพี่คมทำงานทุกวันมาเป็นปีแล้วหรอกเหรอ ขนาดเมื่อก่อนฉันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยและยังพอมีวันหยุดบ้างยังเหนื่อยเลย เขารวยขนาดนี้แล้วจะทำให้ตัวเองลำบากไปทำไมกัน

ไม่รู้ทำไมฉันถึงโล่งใจนักที่บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของพี่คมเองไม่ใช่บ้านของพ่อแม่เขา อาจเป็นเพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะเจอกับคำถามของผู้ใหญ่ฝ่ายเขาก็ได้...

ขับรถมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง น้าเด่นหันมาถามฉันว่า “คุณเจ้าขาครับอีกสิบนาทีจะถึงแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะแวะร้านข้าวหน่อย คุณคมสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าอยากได้ข้าวผัด คุณเจ้าขาจะเอาอะไรมั้ยครับ”

“คือเจ้าขาเพิ่งกินข้าวมาเอง ตอนนี้ยังนึกอะไรไม่ออกเลยค่ะน้า” ฉันตอบไปตามความจริง แต่ว่า...ควรจะฝากซื้อไว้เผื่อลูกหิวดีมั้ยนะ

“ข้างร้านข้าวมีตลาดสดนะครับ เผื่อคุณเจ้าขาอยากจะซื้อของไปทำทานเอง ที่นั่นมีครัวพร้อมเลยครับ” น้าเด่นออกความเห็น คิดไปคิดมาแล้วเข้าท่าเหมือนกันฉันจึงพยักหน้าตอบตกลง ก่อนจะลงไปเดินตลาดฉันพูดกับน้าเด่นอีกประโยค

“น้าเด่นบอกพี่คมแล้วใช่มั้ยคะว่าหนูกับลูกจะแวะไปเยี่ยม”

“ยังเลยคุณเจ้าขา ผมกลัวว่าคุณคมจะยังไม่ตื่นเลยไม่ได้โทรไปบอกก่อนแต่ไม่ต้องห่วงครับ คุณคมน่าจะดีใจที่ได้เจอลูก คุณเขาดูสดใสขึ้นเวลาอยู่กับคุณเจ้าขาและคุณไคนะครับ” น้าเด่นพูดซะฉันเชื่อไม่ลงเลย เวลามาเจอฉันนั่นสดใสแล้วเหรอ ตอนเขาแสดงหนังยังสดใสกว่าตั้งเยอะ

ฉันหัวเราะเจื่อนๆ พร้อมมองน้องไคที่หลับคารถก่อนจะพูดต่อ “งั้นน้าเด่นไม่ต้องลงไปซื้อข้าวก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูซื้อของไปทำให้พี่คมเองก็ได้ รบกวนน้าอยู่เฝ้าน้องไคที่รถให้ทีนะคะ”

“คุณเจ้าขาจดมาให้ผมไปซื้อให้ดีมั้ยครับ ข้างนอกร้อน”

“หนูไปเลือกเองดีกว่าค่ะ” เรื่องร้อนฉันไม่กลัวหรอก เห็นแบบนี้ก็เถอะ เมื่อก่อนฉันเดินตลาดบ่อยมากเพราะชอบไปเลือกของสดมาให้แม่ทำอาหารเองกับมือ

“ครับ” น้ารับคำแต่โดยดี

ฉันเดินลงไปซื้อของในตลาดสดประมาณสิบห้านาทีก็กลับมาพร้อมถุงเต็มสองมือ ตลาดตอนกลางวันร้อนมากซะจนมีเหงื่อออกกลางหลัง ไม่รู้ว่าจะแอบมีกลิ่นคาวจากตลาดติดมาบ้างมั้ย...

อีกสิบนาทีต่อจากนั้นเราก็มาถึงบ้านส่วนตัวของพี่คมจนได้ เป็นบ้านชั้นเดียวที่มีเนื้อที่กว้างขวางมาก ภายนอกบ้านค่อนข้างราบเรียบไม่มีอะไรโดดเด่น แต่พอเข้ามาด้านในแล้วกลับพบว่าค่อนข้างหรูหราโมเดิร์นมากทีเดียว สไตล์การตกแต่งบ้านสีเข้มคงเป็นสไตล์ของเขา

แต่ฉันกลับไม่พบเจ้าของบ้านอยู่ในห้องรับแขก...

“คุณคมน่าจะยังไม่ตื่น ห้องของคุณคมอยู่ทางนั้นครับ” น้าเด่นเป็นคนอธิบายพร้อมผายมือไปยังประตูห้องสีน้ำตาลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้มากนัก จากนั้นก็เดินเอาของที่ฉันซื้อไว้ทั้งหมดไปวางไว้ในห้องด้านหลังที่เข้าใจได้ว่าเป็นครัว

“...ไหนง่า” น้องไคซึ่งถูกอุ้มอยู่ขยับตัวคล้ายอยากลงจากอ้อมแขนฉัน

“คุณพ่อยังไม่ตื่นค่ะ” ฉันก้มลงเพื่อปล่อยให้น้องไคยืนบนพื้นพร้อมออกคำสั่งด้วยเสียงอ่อนนุ่ม “ห้ามซนนะคะ”

“ไหนง่าๆ” น้องไคมองไปรอบห้องนั่งเล่นอย่างสงสัย คาดว่าคงถามหาคนเป็นพ่ออยู่แน่

“ถามหาอะไรครับคุณไค มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย” น้าเด่นที่เพิ่งวางของเสร็จเดินมาได้ยินพอดีจึงเอ่ยถาม

“น้องไคแค่ถามหาพี่คมค่ะ” ฉันหันไปอธิบายกับน้าเด่น

“คุงพ่อวโคม?” น้องไคเดินไปหาน้าเด่นพร้อมเอนตัวขึ้นเพื่อมองหน้าน้าเขา เด็กตัวเตี้ยก็แบบนี้ เวลาอยากมองหน้าผู้ใหญ่เป็นต้องแหงนหน้าสุดแรงเกิดตลอด

“อ๋อ” น้าเด่นยิ้มอย่างใจดีพร้อมเดินไปยังหน้าห้องคุณคมและบิดกลอนประตูอย่างแผ่วเบา “คุณคมอยู่ในนี้ครับคุณไค มาๆ”

ฉันกำลังจะขยับเท้าไปคว้าเจ้าตัวเล็กไว้ แต่เด็กคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความว่องไวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นฉันที่คว้าวืด น้องไควิ่งทั่กๆ เข้าไปในห้องที่พี่คมพักผ่อนอยู่เรียบร้อยแล้ว

“เดี๋ยวลูก” ฉันส่งเสียงปราม กลัวว่าลูกจะเข้าไปกวนการพักผ่อนของเขา ที่สำคัญคือในห้องน่าจะมืด...เดี๋ยวหกล้มไปจะยุ่งเอา ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ตัวเองกลับลังเลที่จะก้าวเท้าตามเข้าไปในห้อง ฉันหันไปถามน้าเด่น “น้าเด่นคะ ให้น้องไคเข้าไปแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ”

“คุณคมสั่งไว้ว่าถ้ามาถึงแล้วคุณคมยังไม่ตื่นก็ฝากให้ผมเข้าไปปลุกด้วย เห็นว่ามีงานต้องเคลียร์อีกนิดหน่อยครับ” น้าเด่นหันมาคุยด้วย “ผมว่าคุณคมน่าจะชอบใจถ้าให้คุณไคเข้าไปปลุกแทน”

ชอบใจ...

“ยังไงเดี๋ยวผมไปรอที่ห้องด้านหลังบ้านนะครับ มีอะไรเรียกผมได้เลย” ว่าจบก็เดินออกไปจากตัวบ้านหลักในทันที จริงสิ...น้าเด่นผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์จะกล้าเปิดประตูห้องของพี่คมโดยพละการได้ยังไง

ตุบ!

“อ๊า!!!!

เสียงน้องไคที่ดังลอดออกมาด้านนอกทำให้ฉันตื่นตัวจนต้องรีบเดินไปผลักประตูให้เปิดกว้าง แน่นอนว่าภายในห้องค่อนข้างสลัว ร้องดังขนาดนี้คงไม่ได้เผลอหกล้มเพราะไม่คุ้นกับสถานที่หรอกนะ

“อืม...” เหมือนจะได้ยินเสียงครางทุ้มต่ำของผู้ชาย แต่มันดันถูกทับด้วยเสียงของฉันซะก่อน

“น้องไคเป็นอะ...ไร...คะ” น้ำหนักการเปล่งเสียงของฉันขาดห้วงไปโดยปริยายเมื่อพบกับแสงสว่างสีส้มจากโคมไฟซึ่งเพิ่งถูกเจ้าของมือแกร่งควานมาเปิดได้สำเร็จ 

สายตาฉันปะทะเข้ากับเตียงหลังใหญ่สีน้ำเงิน บนเตียงมีร่างน้องไคซึ่งนั่งหันหลังให้ฉันโดยคร่อมอยู่บนอกเปลือยเปล่าของพี่คม โชคดีที่ไม่อาจเห็นหน้าคนเป็นพ่อได้เพราะตัวน้องไคบังอยู่

แต่สายตากลับได้เห็นอย่างอื่นแทน เขาใส่บ็อกเซอร์นอนแค่ตัวเดียว และร่างกายส่วนล่างของผู้ชายเวลาเพิ่งตื่นนั้นค่อนข้างจะ...ตื่นมากๆ ฉันเผยอปากเพราะรู้สึกถึงอาการร้อนวูบตรงใบหน้าอย่างเฉียบพลัน

“แม่ขา คุงพ่อวเนี่ยๆ” น้องไครับรู้ได้ถึงการมาของฉันจึงเอี้ยวหน้ามาพูดด้วย

“หืม...” และประโยคของน้องไคก็ทำให้คนที่เพิ่งตื่นเบนสายตามาทางนี้เช่นกัน

“ขะ ขอโทษค่ะ หนูจะไปรอข้างนอกนะคะ” ฉันรีบหันหลังกลับในทันที

เสี้ยววินาทีที่รัศมีของสายตาถูกปรับเปลี่ยนฉันได้เห็นใบหน้าของซุบตาร์ดังที่เพิ่งตื่นเพียงชั่วครู่ ดวงตาฉ่ำปรือ เส้นผมยุ่งเหยิง ผิวแก้มแดงระเรื่อดูแปลกตามาก

“ดื้อ? เจ้าขา?” แต่ถึงจะก้าวเท้าออกห่างจากประตูห้องแล้วก็ยังได้ยินเส้นเสียงที่แหบต่ำผิดปกติอยู่ดี

ฉันเม้มปากและกลับมานั่งขมวดคิ้วอยู่บนโซฟาอย่างนิ่งเงียบทั้งที่ในใจไม่ได้สงบเลยแม้แต่น้อย ทำไมต้องมาเห็นฉากเกือบโป๊เปลือยของพี่คมเพราะน้องไคอยู่เรื่อยเลย...ลูกชายตัวดีก็ดื้อนัก ทำไมถึงไม่กลัวความมืด ทำไมถึงได้กล้าปีนขึ้นเตียงคุณพ่อแล้วไปคร่อมไว้ถึงขนาดนั้น แถมภาพของร่างกายเขายังติดอยู่ในตาฉันไม่หายเลย

“แม่ขา!” เสียงแหลมเล็กตะโกนเรียกฉันดังมาจากด้านใน

“คะ คะลูก!” แม้จะประหม่าที่ได้เห็นร่างกายตอนเพิ่งตื่นของพี่คมอยู่แต่ก็ยังต้องขานรับลูกเช่นเคย

“ไคอยู่นี่” น้องไคยังเรียกฉันอยู่ “มาซี่ๆ”

“ค่ะ แม่ขานั่งอยู่ข้างนอกนี่ไง!” พูดจบฉันก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบแก้มตนเองโดยอัตโนมัติ แม่ขาอยู่ตรงนี้ดีแล้วน้องไค อย่าเรียกให้เข้าไปเลยนะ

ซึ่งต่อจากนั้นน้องไคก็ไม่ได้ตอบอะไรมาอีก กลับกลายเป็นฉันที่ได้ยินเสียงลูกกับพี่คมคุยกันเบาๆ อยู่ภายในห้องส่วนตัวที่ประตูยังคงเปิดแง้มอยู่ เป็นเสียงโต้ตอบที่ค่อนข้างเบาและฟังไม่ได้ศัพท์ สักพักถึงได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว และมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงโรคจิตที่แอบฟังคนอื่นคุยกัน

ครืด...

ฝ่ามือแข็งแกร่งซึ่งโผล่มาดันบานประตูให้เปิดกว้างทำให้ฉันที่ยังคงโฟกัสไปยังหน้าห้องรีบหลุบสายตาลงต่ำในทันที พยายามปรับลมหายใจให้ผ่อนคลายไปด้วย

“ไปหาคุณแม่ก่อนดื้อ”

“หงึ!

“พ่อจะอาบน้ำ”

“ไม่ง่ะ...”

สิ่งที่ได้ยินเป็นเสียงพี่คมกับน้องไคที่ชัดเจนมากกว่าเดิม กิมมิคของบทสนทนาดังกล่าวเชื้อเชิญให้ฉันจำต้องเงยหน้าอีกหนจึงได้เห็นว่าตอนนี้พี่คมใส่กางเกงขายาวเพิ่มมาอีกตัวแล้ว แม้จะดูล่อแหลมแต่ยังดีที่ซอฟต์ลงกว่าเดิมมาก แขนข้างหนึ่งของเขารองรับน้ำหนักของลูกไว้ ส่วนตัวคนเป็นลูกนั้นเกาะก่ายไปตามลำตัวแข็งแกร่งของพี่คมราวกับลูกลิง

เพียงชั่วครู่ที่ฉันสังเกตท่าทีของพี่คม ที่ผ่านมาใต้ตาของพี่คมมักจะช้ำเล็กน้อยเพราะอดนอนเสมอแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเขาลดลงเลย

มาวันนี้เหมือนเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ผิวรอบดวงตาของเขาไม่คล้ำ ทว่าริมฝีปากกลับซีดเซียวและใบหน้าไม่ค่อยมีเลือดฝาดเท่าที่ควร

เขาดู...เหมือนยังเหนื่อยอยู่ เป็นอาการที่ดูออกเลยว่าคนๆ นี้กำลังอ่อนล้าและต้องการพักผ่อน

ถัดมาจึงตั้งใจจะโฟกัสที่ใบหน้าน้องไคอย่างเดียว

“น้องไคคะ คุณพ่อคมยังป่วยอยู่นะ ลงมาก่อนเร็ว”

เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่เขาได้พักงานชั่วคราวมีสาเหตุมาจากอะไร ดังนั้นฉันจึงไม่อยากให้ลูกไปงอแงใส่เขามากนัก

“...” น้องไคยิ้มยิงฟันให้ฉันแต่ยังเกาะคอคุณพ่อของเขาไม่ยอมปล่อย และแม้จะโฟกัสที่ลูกเป็นส่วนใหญ่

แต่ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทำให้ฉันจำต้องมีพี่คมอยู่ในรัศมีของการมองเห็นบ้าง แถมยังรู้สึกว่าเขาเองก็มองสำรวจฉันอยู่ด้วย ฉันที่เพิ่งเจอกับการลุกฮือของร่างกายผู้ชายจึงได้แต่นั่งบื้อโดยลืมที่จะทักทายหรืออธิบายว่าทำไมถึงได้โผล่มาที่นี่ซะสนิท

“จะมาทำไมไม่บอกก่อน” เจ้าของเสียงทุ้มที่ติดจะง่วงงุนเอ่ย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าประโยคนี้เขาพูดกับฉันเป็นแน่

เขาจะมองว่าฉันวุ่นวายเกินไปมั้ยนะ...

“ขอโทษนะคะที่หนูพาลูกมาแล้วไม่ได้บอกพี่คมล่วงหน้า” ซึ่งในจุดนี้ฉันมัวแต่ขลุกอยู่กับความคิดตัวเองจึงโต้ตอบโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเขาแสดงสีหน้าท่าทางยังไง “หนูกับลูกแค่อยากมาเยี่ยม...”

“ขอโทษทำไม ยังไม่ได้ว่าไร...เลย” ในท้ายของประโยคนี้คล้ายเขาจะหาวด้วยแหละ

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดมากเหมือนอย่างที่คิดฉันจึงแอบชำเลืองมองเขาอีกครั้ง สายตาของพี่คมหยุดอยู่ที่น้องไคซึ่งกำลังใช้มือเล็กแตะไปตามใบหน้าและต้นคอของตน คิ้วเม้มขมวดเล็กน้อย

“คุงพ่อเจ็บนะ?” น้องไคพูดด้วยเสียงงุ้งงิ้ง

คุณคมคนดังครางอย่างงุนงงว่า “หืม?” หนึ่งทีพร้อมเดินมายังฉัน

เดี๋ยวสิ พอเดาได้อยู่หรอกว่าเขาจะเอาน้องไคมาส่งคืนให้ แต่เขาจะเดินเข้ามาทั้งที่เปลือยช่วงบนและใส่แค่กางเกงขายาวที่ทั้งบางทั้งเอวต่ำขนาดนี้ไม่ได้นะ

ใครไม่ถือแต่ฉันถือ ใครไม่สนแต่ฉันสน

ยิ่งเขาเดินมาใกล้จนสามารถสังเกตเห็นซิกแพ็กแถวสะดือได้หัวใจฉันก็คล้ายจะวายอยู่รอมร่อ

เกิดเป็นพี่คมนี่โชคดีจริง แม้ตอนเพิ่งตื่นนอนก็ยังเจิดจรัส นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนอยากได้เชียวนะ ความหน้าตาดีแม้เพิ่งตื่นเนี่ย

“คุณไค เอ้ย...น้องไคคงอยากถามว่าพี่คมยังเจ็บอยู่มั้ยค่ะ” ฉันถึงกับพูดผิดพูดถูกเลยล่ะ

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกเขินกับร่างกายพี่คมจนไม่กล้ามองตรงๆ แบบนี้ ล่าสุดคงเป็นตอนที่อยู่คอนโดฯ กับเขาล่ะมั้ง ...หรือจะเป็นตอนที่เราบังเอิญกอดกันบริเวณหน้าบ้านพี่เกรย์กันแน่

บ้าที่สุด ทำไมมันมีแต่โมเมนต์ชวนคิดลึกทั้งนั้นเลยล่ะ

วูบหนึ่งฉันรู้สึกว่าพี่คมแอบหัวเราะให้กับการพูดผิดนี้ ยังดีที่เขาไม่ได้เอ่ยแซว แต่ฉันพอจะเดาออกนะว่าถ้าหันไปสบตาด้วยคงได้เห็นแววตาล้อเลียนจากเขาเป็นแน่

“พ่อไม่เจ็บครับ” ได้ยินเสียงอีกฝ่ายโต้ตอบกับลูก

“จีงงง?” (จริง?)

“อืม” เขาครางรับ

“ไม่ตลกน้า...” น้องไคถาม

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองลูกแล้วเอ่ยว่า “ต้องถามว่าไม่โกหกใช่มั้ยต่างหากค่ะ แม่ขาสอนตั้งหลายรอบแล้วทำไมหนูจำไม่ได้ทุกทีเลย”

จากนั้นก็เบนสายตาไปทางอื่นทันทีเมื่อพบว่าดวงตาสีเข้มสุดเซ็กซี่เบนมายังฉัน มองอะไรของเขากัน...

“พ่อไม่ตลกกับดื้ออยู่แล้ว” ในขณะที่ฉันแก้ให้เป็นสิ่งที่ถูก พี่คมกลับเออออไปกับลูกด้วยซะอย่างนั้น

“งือ” น้องไคส่งเสียง

น่าโมโหผู้ชายสองคนนักเชียว ลูกชายตัวดีจะชวนคุณพ่อสุดล่อแหลมของเขาคุยตรงนี้อีกนานมั้ย

“ลงได้รึยัง?” คุณพี่คมกล่าวในระหว่างที่โน้มตัวลงมาใกล้ฉันเพื่อคืนน้องไคให้ “พ่อต้องอาบน้ำ”

“มาอยู่กับแม่ขาก่อนนะคะ” ฉันจึงเอื้อมมือขึ้นไปหมายจะรับไว้

มานี่ซะดีๆ เจ้าเด็กพุงกลม ดื้อมากไปแล้ว

“ไปโด้ยจิ”

แต่น้องไคใช้ขาเกี่ยวคุณพ่อของเขาซะแน่นเลย แถมยังกอดคออีกต่างหาก

ส่งผลให้พี่คมชะงักพร้อมยืดตัวขึ้นสูง เขาหันไปมองน้องไคแล้วกระตุกยิ้มที่ประเมินอารมณ์ไม่ได้ สุดท้ายก็หมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนโดยไม่ได้ปิดประตูอย่างรวดเร็ว บทจะพาไปก็พาไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ...

ฉันนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาอยู่อีกครู่ใหญ่ ด้วยไม่อยากจะจินตนาการว่าสองพ่อลูกทำอะไรกันในห้องน้ำจึงคิดว่าจะไปทำอาหารให้พี่คม ไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไงกับการที่ฉันถือวิสาสะใช้ครัว แต่...ฉันแค่ทำตามที่พวกพี่ซีแนะนำนี่นา เมื่อวานบอกพี่คมไว้ว่าจะมีรางวัลถ้าเขาทำได้ดี

เมื่อวานนี้มันดีมากเลย ถึงจะชุลมุนในตอนท้ายแต่โชว์นั้นดีมาก ฉันในฐานะผู้จัดการคนใหม่ที่ไม่ค่อยมีความสามารถอะไรคงทำได้เท่านี้ ทว่า...

“แม่ขา~” ยังไม่ทันได้จัดการกับผักที่ซื้อมาจากตลาดสด เสียงของน้องไคก็ดังมาจากทางด้านหลัง

ฉันหันไปมองผ่านช่องประตู เห็นลูกชายตัวน้อยวิ่งออกมามองซ้ายมองขวา

หาแม่ไม่เจอสินะ

“แม่ขาอยู่นี่ค่ะ” ฉันส่งเสียงพร้อมเดินไปให้ตรงกับประตู น้องไคจึงได้หันมาและวิ่งซอยเท้าเพื่อเอาหน้าเปียกๆ มาถูไถกับกระโปรงที่ฉันใส่อยู่ “ไปเล่นอะไรมาคะ เปียกแล้วเนี่ย เดี๋ยวไม่สบายเอานะ”

ฉันลูบไปตามตัวน้องไคเพื่อค้นหาดูว่ามีตรงไหนที่เปียกอีกบ้าง โชคดีที่มีแค่ใบหน้าและเส้นผมเท่านั้น

“อาบน้ำล่ะ!” เจ้าก้อนพุงกลมไม่ได้สนใจสภาพของตัวเองเลย แถมยังเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่งให้ฉันอีก ว่าจบก็จะหันหลังวิ่งไปทางอื่นทันที เอ๊ะ...

“เดี๋ยวน้องไค” ยังดีที่คราวนี้ฉันมือไว คว้าไว้ได้ทันจึงย่อตัวเพื่อจับบ่าเล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้าด้วย “หนูจะวิ่งไปไหนอีกคะ”

“หาคุงพ่อว” (หาคุณพ่อ) น้องไคมองฉันตาแป๋ว

“แต่คุณพ่อคมอาบน้ำอยู่นะลูก” จะไปวิ่งเข้าวิ่งออกตลอดเวลาได้ยังไงกัน

“หงึก” น้องเอามือกอดอก แสร้งทำเป็นตัวสั่นอย่างน่ารัก “เปียกๆ”

“ใช่ค่ะ ถ้าน้องไควิ่งไปหาคุณพ่อตอนนี้จะเปียกนะ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย

“ไคชอบ”

ว่าจบก็ย่อตัวมุดออกจากการเกาะกุมของฉันไปเลย ฉันมองเจ้าของก้นเล็กที่ส่ายดุ๊กดิ๊กอย่างระอาใจ วันนี้ลูกชายฉันก็ร่าเริงอีกแล้วสินะ

ฉันหันกลับมาจัดการล้างผักอีกครั้ง คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะทำสุกี้ มันเป็นอาหารที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป แถมทำง่ายด้วย น้องไคจะต้องฝึกกินผักให้ได้ ส่วนพี่คมจะได้กินของมีประโยชน์ ถือว่าเป็นรางวัลสำหรับเขาไงล่ะ ทว่า...

“แม่ขา” ฉันได้ยินเสียงน้องไคดังมาจากทางด้านหลังจึงชะงักมือที่กำลังหั่นผักแล้วหันไปมอง คราวนี้น้องวิ่งมาหยุดอยู่ตรงประตูด้วยสภาพที่เปียกกว่าเดิม มือเล็กทำท่าทางคล้ายกำลังปล่อยพลัง “เบ้อเร่อ”

“หือ? อะไรคะลูก อะไรเบ้อเร่อ?” ฉันตั้งท่าจะเดินไปหา

แต่น้องกลับหันหลังวิ่งหายเข้าไปในห้องของพี่คมอีกแล้ว น้องไควิ่งหายไปได้พอให้ฉันหั่นผักกับหมูเสร็จก็วิ่งกลับมาอีกรอบ ครั้งนี้ฉันเงี่ยหูฟังเสียงวิ่งเป็นอย่างดี ไม่ต้องรอให้ลูกส่งเสียงก็หันขวับไปทางประตูครัวอย่างว่องไว

คิ้วฉันขมวดมุ่นเมื่อคราวนี้เห็นลูกเปียกไปทั้งตัว

“น้องไค!

“เบ้อเร่อเลยยยย” น้องไคทำตาโตพร้อมจะวิ่งหนีฉัน แต่ไม่พ้นหรอก รอบนี้แม่ขาเตรียมตัวมาดี ในที่สุดลูกชายแสนดื้อรั้นเฉพาะวันที่ได้เจอหน้าคุณพ่อก็อยู่ในการควบคุมของฉันจนได้

“น้องไคไปเห็นอะไรมาก็ไม่ต้องมาบอกแม่ขาเลย แม่ขาไม่ได้อยากรู้สักหน่อย”

ลูกวิ่งเข้าไปดูคุณพ่อของเขาอาบน้ำแล้วมาบอกฉันว่า เบ้อเร่อเลย แบบนี้จะให้คิดดีได้ยังไง

“ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาเลยนะ เปียกหมดแล้ว” แม้ปากจะบ่นแต่ในใจนั้นคิดว่า...พัฒนาการดีขึ้นมากเลย เดี๋ยวนี้วิ่งเร็วขึ้นแถมไม่สะดุดฝุ่นล้มกลางอากาศแล้ว

“เสื้อเปียกแบบนี้แล้วจะทำยังไงคะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะลูก หนูจะเล่นซนแบบนี้ไม่ได้ แล้วแบบนี้จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนเปลี่ยนคะ” คิ้วฉันแทบจะพันกันยุ่งในตอนที่ถอดทั้งเสื้อและกางเกงที่เปียกซกให้น้องไค

โชคดีที่กางเกงในไม่ได้เปียกด้วย แต่มันแย่ตรงที่ช่วงนี้น้องไคดูแลระบบขับถ่ายได้ดีกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นการเตรียมเสื้อผ้าสำรองสำหรับเด็กที่ไม่ยินยอมจะใส่แพมเพิสจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป

“เบ้อเร่อเยยเนอะ” ลูกชาย! ลูก!

“เด็กดื้อ” ฉันบีบจมูกน้องไคเบาๆ ทำเป็นไม่สนใจสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจที่ลูกพยายามจะเล่าให้ฟัง


[รออัพต่อ]

Lta Luktarn
ตอนนี้ตาลปิดไม่ให้เม้นเรื่องนี้แล้วนะ กดให้กำลังใจแทนแล้วกันงิ พอดีว่ามีมิจฉาชีพมาก่อกวนในหน้านิยายตาล พวกโพสขายนิยายมือสองแต่โกงไรงี้
ใครจะซื้อนิยายมมือสอง ไม่ว่าจะเป็นของตาลหรือนักเขียนคนไหนก็ตาม อย่าลืมไตร่ตรองให้ดีนะคะ คนที่มาโพสในเด็กดีมีคนโกงนะ ระวังกันด้วย
อ่านนิยายกันให้มีความสุขนะ
ฝากเรื่องใหม่ด้วย คลิกลิ้งก์ >> คลิกตรงนี้
ติดตามอัปเดตข่าวอื่นๆ ที่เพจไม่ก็ทวิต ชอบแบบเป็นทางการไปเพจ อัปเดตแบบเผ็ดๆ ไปทวิต <3
1 คอมเม้น 1 กำลังใจ

ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
อันนี้เป็นนิยายในเซ็ตจ้า แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.192K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น