ตอนที่ 45 : {222%} คุณคมเจ้าขา❖ภาค the third way of relationship 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8162 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

อีกสักพักตาลจะหยุดอัปแล้ว
จะพยายามหาฉากตัดที่โอเคที่สุดสำหรับสายฟรีให้นะ


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง และอย่าลืมคอมเมนต์อย่างมีมารยาทด้วยนะ


song ::  เอาไว้ค่อยคุย gliss


ภาค the third way of relationship

EPISODE 38






แต่พี่ซีคะ ข่าวมันออกว่าบัตรหมดแล้วไม่ใช่เหรอ” นึกขึ้นได้จึงถาม

เจ้าขา พี่ซีกระตุกยิ้มเบาๆ เราลืมไปรึเปล่าว่าคุยอยู่กับใคร

นั่นสินะ ฉันกำลังคุยอยู่กับลูกสาวคนเดียวของต้นสังกัดวงดนตรีของพี่คมนี่นา

เรื่องที่นั่งไม่ต้องห่วง เรื่องเซฟโซนไม่ต้องวอรี่ พี่จัดให้เธอกล่าว

ฉันพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย ดูไปแล้วไม่ได้มีแค่น้องไคชอบพี่ซีนะเนี่ย ฉันเองก็ชอบพี่เขาไปด้วยเหรอ คือเธอเป็นคนห้วน เป็นผู้หญิงโลกส่วนตัวสูงที่พออยู่ด้วยไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกปลอดภัยและสบายใจมากเลยล่ะ

แล้วเราต้องบอกพี่คมก่อนมั้ยคะว่าจะไป หนูกลัวพี่เขาจะหาว่าทำอะไรไม่บอกยิ่งพาลูกไปใกล้พ่อแบบนี้ด้วยยิ่งแล้ว

ยังไม่ต้องบอกตอนนี้ เซอร์ไพรส์บ้างเถอะ ให้พี่มันหลังอะดีนาลีนซะบ้างดูท่าจะไม่ใช่แค่พี่คมซะแล้วที่ชอบแกล้ง พี่ซีเองก็ชอบเหมือนกัน เท่าที่สังเกตมาฉันเห็นมีแต่พี่ซีกับพี่แม็กซ์นี่แหละที่กล้าก่อกวนพี่คม

ตกลงตามนี้แล้วกัน ดีล?” พี่ซีเหลือบมามองเราสองคนแม่ลูก

ดีลค่ะ ฉันไม่ตกลงได้เหรอ...

ดีวววว!!” น้องไคก็เอาด้วย

ฉะนั้นแพลนไปดูคอนเสิร์ตวงของพี่คมสำหรับฉัน พี่ซี และน้องไคจึงจบลงด้วยประการนี้

ทว่ามาถึงช่วงก่อนที่จะนอน ฉันดันนึกขึ้นมาได้ว่าพี่บลูเองก็ชวนฉันไปดูคอนเสิร์ตของพี่คมเหมือนกันนี่นา ฉะนั้นฉันจึงไปเคาะห้องพี่ซีเพื่อขอคำปรึกษา

พี่ซีจึงบอกฉันว่าให้บอกไปตามตรงเลยว่าจะไปคอนเสิร์ตเหมือนกัน แต่ไปเป็นเพื่อนพี่สาว พี่สาวจองตั๋วไว้ให้แล้ว

แต่ก่อนอื่นฉันจำเป็นต้องหลอกถามพี่บลูก่อนว่าจองตั๋วแบบไหนไว้ เธอจะได้เลือกโซนที่นั่งในจุดที่พี่บลูจะไม่เห็น

ซึ่งในขั้นตอนการหลอกถามนั้นฉันกับพี่ซีนั่งอยู่บนเตียงข้างกายกัน ได้คำตอบว่าพี่บลูจองบัตรนั่งไว้เช่นกัน เป็นแถวล่างสุดของโซนๆ หนึ่ง เมื่อพี่ซีได้รับรู้จึงพยักหน้าเงียบๆ จากนั้นก็ส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้ฉันปฏิเสธซะเดี๋ยวนี้

 

ME :: ขอโทษนะคะพี่บลู แต่เจ้าขาไปไม่ได้จริงๆ เพราะพี่สาวที่สนิทกันมากๆ ของเจ้าขาเขามาชวนเหมือนกัน แล้วพี่เขาก็ซื้อบัตรไว้แล้วด้วย ขอโทษนะ

P’บลู :: // ส่งสติกเกอร์ร้องไห้

P’บลู :: พี่ซื้อบัตรไว้แล้วสองที่ด้วยสิ กะจะมาชวนเจ้าขาโดยเฉพาะ พลาดอีกแล้ว

ME :: อ้าว พี่ซื้อแล้วเหรอคะ

 

นี่ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย พี่ซีบอกว่าชำระเงินได้ถึงวันพรุ่งนี้นี่นา แล้วพี่บลูก็เพิ่งจะมาชวน นึกว่ายังไม่ได้จ่ายซะอีก รู้สึกไม่ดีเพิ่มขึ้นเลย...แต่ยังไงก็ไม่อาจรักษาน้ำใจพี่เขาได้อีกแล้ว

 

ME :: งั้นเจ้าขาช่วยรับผิดชอบค่าตั๋วครึ่งหนึ่งดีมั้ยคะ รู้สึกไม่ดีเลย

P’บลู :: ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องซีเรียสนะ เดี๋ยวพี่ชวนเพื่อนไปแทนก็ได้ ไปดูกับผู้ชายด้วยกันก็น่าจะมันส์อยู่

P’บลู :: ขอให้เราได้เจอกันในคอนนะเจ้าขา เหมือนไม่ได้เห็นหน้ามานานยังไงไม่รู้

ME :: ค่ะ...

 

ทั้งที่ตอบไปอย่างนั้น แต่คิ้วฉันกลับขมวดมุ่น เจอไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ

ผู้ชายคนนี้จีบเราเหรอเจ้าขา?” พี่ซีซึ่งนั่งดูอยู่ด้านข้างถาม

ก็...ทำนองนั้นค่ะ คือเป็นพี่ชายที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมเลยฉันอ้อมแอ้ม

หล่อดีนะ พี่ซีปรายตามองหน้าจอไลน์ของฉันที่มีรูปเล็กๆ ของพี่บลูปรากฏอยู่ แต่เขาจะไม่ได้เจอพวกเราในคอนหรอก เพราะพวกเรามัน VIP แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่

ฉัน “…”

ถ้าพี่ซีเป็นผู้ชาย ฉันต้องคิดว่าพี่หึงแน่ๆ

ช่างเป็นประโยคที่แปลได้หลายความหมายและเผ็ดร้อนเหลือเกิน


 

วันจัดคอนเสิร์ต

มาถึงวันจริงพี่ซีจองที่นั่งไว้ทั้งหมด 5 ที่ และบอกให้ฉันไปสั่งให้น้าเด่นกับแฟนมาด้วยกัน ดังนั้นตอนนี้เราห้าคนจึงอยู่ในสถานที่จัดงานแล้วแต่ไม่ได้มารอต่อแถวเข้างานเหมือนคนอื่น พี่ซีใช้อภิสิทธิ์พิเศษพาเราสองแม่ลูกเข้าอีกทางหนึ่งที่เป็นของทีมงานโดยมีคุณรัชมารอรับ โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เริ่มงาน บรรดาสตาร์ฟจึงไปประจำที่กันหมดทุกคนแล้ว ทางเดินโล่งมาก...

คุณซีบอกคุณคมรึยังครับว่าจะพาคุณเจ้าขากับคุณไคมาด้วย คุณรัชหันมาถามพี่ซีในระหว่างที่กำลังขึ้นบันไดหนีไปเพื่อไปยังประตูฮอล

บอกแล้วเมื่อยี่สิบนาทีก่อนค่ะ พี่ซีอมยิ้มพร้อมหันมาพูดกับฉัน พิมพ์มาถามใหญ่เลยว่านั่งตรงไหน อยู่ตรงไหนกัน แต่พี่ไม่บอก

“...” ร้าย เธอร้ายมาก

เราลองเช็กไลน์ดูสิว่ามีแชตของพี่คมมั้ย พอพี่ซีกล่าวจบฉันก็คิดจะหยิบมือถือมาดู แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าตอนนี้อุ้มน้องไคอยู่ เห็นดังนั้นพี่ซีจึงยื่นมือมาช่วยอุ้มก่อน น้องไคยินดีจะให้พี่ซีอุ้มจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว ฉันจึงหยิบมือถือที่ปิดเน็ตไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านขึ้นมา พอเปิดสี่จีเท่านั้นแหละ ไลน์ของพี่คมกับพี่บลูเด้งขึ้นมาพร้อมกันเลยทีเดียว

ของพี่บลูมีใจความว่า เจ้าขามาถึงงานยังครับ แวะมาเจอกันหน่อยมั้ย?’ ส่วนของพี่คมนั้นฉันเปิดอ่านแล้วได้ใจความว่า...

คุณคม :: มาคอนทำไมไม่บอก ร้ายจริง

คุณคม :: อยู่ไหนกัน

คุณคม :: นั่งตรงไหน

คุณคม :: ทำไมโทรไม่ติด

 

นี่อาจเป็นแชตที่รัวที่สุดของพี่คมก็เป็นได้ ใจจริงฉันอยากจะยิ้มนะ แต่พอคิดถึงสีหน้าเขาประกอบแล้วค่อนข้างยิ้มไม่ออกเลยทีเดียว คงกำลังทำสีหน้าเย็นชาอยู่และทำตาดุตอนพิมพ์แน่เลย บุคลิกภายนอกของเขาเป็นแบบนั้นนี่นะ

จะบอกเขาก็ได้นะ เสียงพี่ซีดังขึ้น เธอโยนขี้มาให้ฉันอีกแล้วสิเนี่ย อีกไม่กี่นาทีจะเริ่มแล้ว ตอนนี้จะคุยอะไรก็รีบคุย

และด้วยความที่กลัวว่าพี่คมจะไม่พอใจที่ปกปิดการเคลื่อนไหวแถมทำอะไรไม่บอกล่วงหน้า ฉันจึงกดถ่ายรูปน้องไคแล้วส่งไปก่อนเพื่อเป็นโล่กำบัง ก่อนจะพิมพ์ตอบคำถามของเขาอย่างครบถ้วน

 

Me :: หนูกับพี่ซีแล้วก็น้องไคอยากเซอร์ไพรส์พี่คมค่ะ ตอนนี้กำลังให้คุณรัชพาเข้าไปในฮอล นั่งโซน A ชั้นบนสุด จองไว้ทั้งแถวเลยค่ะ มีน้าเด่นกับแฟนมาด้วย ขอโทษนะพี่คมที่หนูไม่ได้บอกล่วงหน้า

คุณคม :: ...

 

ใครจะเชื่อล่ะว่าพี่คมนั้นจะเปิดอ่านแล้วส่งจุดมาทันที เปิดอ่านเร็วมากเลยด้วย ชวนให้รู้สึกว่าเขาจับมือถือเพื่อตั้งตารอข้อความอยู่ยังไงยังงั้น

พี่คมส่งจุดมา แบบนี้หมายความว่ายังไง...ฉันจำต้องเอ่ยถามทุกคนในทันที แล้วไม่รู้ทำไมทั้งพี่ซี น้าเด่นและคุณรัชถึงได้ขำออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

คุณคมน่าจะงอนครับ รายนี้ถ้างอนจะชอบทำแบบนี้ ผมเองก็เคยโดนอยู่ครั้งสองครั้ง แต่นานมาแล้ว คุณรัชเป็นฝ่ายตอบคนแรก

ถ้าคุณคมงอนคุณเจ้าขาแค่ให้กำลังใจนิดหน่อยก็น่าจะดีขึ้นแล้วครับ คุณคมไม่ใช่คนเข้าใจยากแต่อาจจะง้อยากสักหน่อย ข้อผมรับประกันน้าเด่นผสมโรง

เชื่อน้าเด่นเลยครับคุณเจ้าขา น้าเด่นเขาเคยเป็นพี่เลี้ยงกับคู่ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ให้คุณคมตอนสมัยเด็กๆ มาก่อน คุณคมเขาไว้ใจน้าเด่นมาก คุณเจ้าขาโชคดีจริงๆ ที่ได้น้าเด่นมาคอยดูแลรับส่งคุณรัชอธิบาย

ความรู้ใหม่ทำฉันอึ้งอีกแล้ว คิดว่าน้าเด่นเป็นแค่คนขับรถซะอีก ที่ไหนได้เคยเป็นพี่เลี้ยง แถมยังเป็นครูฝึกสอนพี่คมด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนยังหนุ่มจะเก่งสักแค่ไหน

นี่ไม่ได้แปลว่าพี่คมส่งคนที่ไว้ใจได้มากที่สุดคนหนึ่งให้มาอยู่ข้างกายฉันตั้งแต่แรกหรอกเหรอ

มิน่าล่ะ พี่คมถึงเคยบอกว่าถ้าฉันมีปัญหาอะไรสามารถบอกน้าเด่นได้ทุกเรื่อง

ก็อวยพรพี่คมเขาสักหน่อยสิเจ้าขา ในฐานะผู้จัดการส่วนตัวต้องให้กำลังใจดาราของตัวเองบ้าง บอกเขาไปเลยว่าถ้าทำได้ดีจะมีรางวัลให้พี่ซีเหลือบตามามองฉัน ง้อไปในตัว

แบบนี้ก็ได้เหรอ...

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เลือกที่จะส่งข้อความกลับไปในแบบที่ทุกคนแนะนำ บอกตามตรงเลยว่าฉันไม่อยากโดนอารมณ์ตึงๆ ของพี่คมพัดผ่านเข้ามาปะทะตัวอีกแล้ว เขาเป็นคนที่ตึงได้ชวนอึดอัดมาก

 

Me :: ตั้งใจแสดงให้เต็มที่นะคะ ถ้าทำได้ดีหนูกับน้องไคจะมีรางวัลให้

 

หลังพิมพ์กลับไปแล้วเขาก็กดอ่านทันทีเช่นกัน ในใจทั้งลุ้นระทึกว่าเขาจะตอบกลับมามั้ย

และใช่...เขาตอบ

 

 คุณคม :: ได้ จะรอรางวัล


การมาดูคอนเสิร์ตครั้งแรกของฉันกับลูกนั้นชวนตื่นเต้นมาก ภายในฮอลมืดสลัวมาก ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ไม่สามารถมองเห็นคนจากฝั่งตรงข้ามได้เลย ไม่รู้ฉันโตมาได้ยังไงถึงไม่เคยได้รับความรู้สึกที่พิเศษขนาดนี้มาก่อน ทุกอย่างดูทุ่มทุน ดูอลังกาลมาก คนก็เยอะมากด้วย

แม้จะไม่มีแท่งไฟเหมือนคอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลี แต่ก็มีป้ายไฟเป็นชื่อนักดนตรีที่แฟนคลับทำมาเองส่วนตัวเยอะอยู่เหมือนกัน มีทั้งเสี่ยงกรี๊ดและเสียงโห่ร้องขอให้นักดนตรีออกมาโชว์ตัวตลอดเวลา มันทำให้รู้เลยว่าวงของพวกเขาประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

ฉันที่เป็นผู้ชมยังตื่นเต้น แล้วคนแสดงล่ะจะรู้สึกดีมากแค่ไหน อดดีใจแทนพวกเขาไม่ได้จริงๆ

สวัสดีครับทุกคน!!!!” ไม่นานเสียงตะโกนของใครคนหนึ่งก็ดังมาจากทางเวที คนที่เดินออกมาคนแรกโดยมีสปอร์ตไลท์ส่องตามคือพี่เกรย์ซึ่งเป็นนักร้องนำ จากนั้นเสียงกลองก็ดังตามมาติดๆ

ไม่มีการแนะนำตัวตั้งแต่แรก แต่เป็นการเปิดตัวด้วยซิลเกิ้ลใหม่ของพวกเขา ในที่สุดแสงไฟบนเวทีก็ว่างขึ้น ผู้ชายสี่คนยืนอยู่บนนั้น...

พี่เกรย์!!!

น้องจีน!!!

เฮียแม็กซ์!!!

พี่คม!!! คุณคม!!! กรี๊ดดดดดด

ใครชื่นชอบใครก็ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อคนนั้น แน่นอนว่าเสียงหวีดของฐานแฟนพี่คมนั้นดังกระหึ่มมากสุด...

เธอไม่รู้ใช่มั้ย... เพลงในซิงเกิ้ลใหม่ประโยคแรกนั้นพี่คมเป็นฝ่ายขึ้นร้องก่อน นำพาเสียงหวีดร้องอย่างบ้าคลั่งให้กระหึ่มอีกคราว ในมือเขามีกีต้าร์สีดำตัวหนึ่ง ผิวขาวสว่างออร่าทำให้เขาเปล่งประกายเหนือใคร เส้นผมที่ถูกเสยขึ้นจนแลเห็นรอยสักรูปมังกรตัวเล็กมาแต่ไกลชวนให้มองแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำนัก

โหววว คุงพ่อวว!!” น้องไคยืนขึ้นบนเก้าอี้ กระโดดเด้งดึ๋งชี้ไปทางพี่คมไม่หยุด 

โชคดีที่ตรงนี้พี่ซีจองไว้ทั้งหมด ด้านหน้าก็ถูกจองไว้จนเป็นเก้าอี้ว่าง แถมเสียงดนตรีในคอนเสิร์ตยังดังมากจึงไม่มีใครหันมาสนใจ

จริงด้วยสินะ ทุกคนที่มาที่นี่ย่อมสนใจในไอดอลของพวกเขา ทุกคนมาเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน มาเพื่อรอชมโชว์สุดพิเศษจากวงดนตรีป๊อบร็อกชื่อดัง

ในระหว่างการขึ้นโชว์ มีบางช่วงที่พี่คมเดินมาเล่นกีต้าร์ในจุดที่ฉันสามารถเห็นได้ถนัดมาก เขาทั้งเต็มที่กับงาน มีอารมณ์ร่วม มีการแสดงสีหน้า และดูเหน็ดเหนื่อยมากกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น

วูบหนึ่งนั้น...เขาเงยหน้ามาทางนี้ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญพร้อมส่งยิ้มมาทางฉัน 

และถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาน่าจะยิ้มให้ลูกมากกว่า แต่ฉันก็ยังยิ้มกลับคืนไป แน่นอนว่าตลอดการโชว์เขามักจะมองมาทางนี้บ่อยมากๆ

แต่เป็นการมองแค่ผิวเผินเท่านั้น

ใครจะได้รู้ล่ะว่าหลังจากจบคอนเสิร์ตนี้วงดนตรีที่มีชื่อภาษาไทยแปลกหูว่าห้าร้อยสี่สิบห้า มีชื่อังกฤษว่า Five For Fight มีชื่อย่อในภาษาเขียนว่า 545 จะโด่งดังจนทำลายสถิติของวงร็อกอื่นและขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของวงการเพลงร็อกได้ในที่สุด

ใครจะรู้ได้ล่ะว่าหลังจากนี้พี่คมจะได้รับเชิญให้ไป Feat. กับนักร้องต่างประเทศคนหนึ่ง และได้มีโอกาศแต่งเพลงให้นักร้องอีกหลายคน

ใครจะรู้ล่ะว่าในอนาคตหลังจากเป็นเบื้องหน้ามานาน ผู้ชายที่เปล่งรัศมีของความเป็นซุปตาร์ในด้านงานบันเทิงจะฉายแววความสามารถของการเป็นคนเบื้องหลังได้

คอนเสิร์ตซึ่งมีแขกรับเชิญมากมายดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้าย เวลาเกือบสามชั่วโมงที่นั่งดูอยู่ตรงนี้ทั้งฉันและน้องไคมีความสุขมาก

น้องไคกระโดดโลดเต้นไม่รู้จักเหนื่อย เรียกชื่อพี่คมเป็นระยะ เห็นคนอื่นกรี๊ดก็กรี๊ดตาม น่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด เห็นลูกมีความสุขแล้วความอิ่มเอมพุ่งเข้ามาในใจไม่ขาดสายเชียวล่ะ

และนี่คือช่วงสุดท้ายของโชว์แล้ว เป็นการกล่าวอำลา แม้ทุกคนจะเหงื่อโทรมตัวแต่ก็ยังกระฉับกระเฉงมาก ทว่าฉันสังเกตได้ว่าพี่คมดู...อ่อนแรงยังไงชอบกล

ขอบคุณทุกคนมากครับที่มาร่วมสนุกกับพวกเรา นี่คือเสียงพี่จีนคนน่ารัก เขานั่งประจำอยู่ด้านหลังกลองชุด

ขอบคุณมากครับ ไว้เจอกันรอบหน้า รับรองมันส์กว่านี้แน่ จะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้พวกคุณทุกคนผิดหวังแน่นอนครับนี่คือเสียงพี่เกรย์คนเท่

ขอบคุณครับ!” นี่คือเสียงพี่แม็กซ์ที่กล่าวพร้อมชูเบสในมือขึ้นสูง เขาหันไปส่งสัญญาณให้พี่คมเพราะพี่เขายังไม่ได้กล่าวอะไรเท่าไหร่

กรี๊ดดดดด / วู้วววว พี่คมพ่วงงานหลายตำแหน่งจึงไม่แปลกที่จะมีกองอวยเยอะ มีทั้งเสียงโห่และเสียงกรี๊ดดังไม่หยุดในตอนที่เขาจะเริ่มพูด

ขอบ... แต่เสียงที่เหน็ดเหนื่อยของพี่คมดังได้เพียงเท่านั้น หลังจากนั้นทุกคนก็เห็นอย่างพร้อมเพรียงกันว่าร่างกำยำที่สะพายกีต้าร์อยู่ตลอดเกือบสามชั่วโมงล้มลงหมดสติบนเวทีอย่างรุนแรง ไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในตอนท้าย

จากนั้นบรรยากาศก็โกลาหลในทันตา...


ฉันและทุกคนออกมาจากงานแล้วเพราะเมื่อพี่คมหมดสติในงาน บรรดานักข่าวก็กรูกันเข้าไปถ่ายรูปอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ยังมีการเถียงกันระหว่างทีมงานกับนักข่าวเกิดขึ้นอีกด้วย สถานการณ์ตอนนั้นมันวุ่นวายมาก แล้วก็น่าเป็นห่วงมากด้วย ปัจจุบันเราทั้งหมดอยู่ในรถตู้ซึ่งมีน้าเด่นเป็นคนขับ

“ฮือ...” น้องไคนั้นตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่จนตอนนี้ยังร้องไห้ไม่หยุด

“โอ๋ๆ” ฉันปลอบจนไม่รู้จะปลอบยังไงแล้ว

“คุงพะ พ่อว ฮึก...” น้องรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณพ่อของเขา โตพอจะรู้ความแล้วว่าการที่คนธรรมดาล้มลงไปกับพื้นแปลว่าบาดเจ็บและน่าสงสาร ยิ่งคนๆ นั้นเป็นพ่อของตัวเองด้วยยิ่งแล้ว

“คุณพ่อคมต้องไม่เป็นไรแน่ค่ะ” ฉันตอบแบบนี้เพื่อความสบายใจของลูก แต่ในความเป็นจริงแล้วเราทั้งหมดยังไม่รู้ข่าวภายในเลย ทุกคนต่างหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงพี่คม ฉะนั้นฉันจึงหันไปหาพี่ซีซึ่งเพิ่งวางสายจากคุณรัชทั้งที่ยังคุยได้ไม่ถึงหนึ่งนาที “พี่ซีคะ พี่คมเป็นยังไงบ้าง”

“อยู่โรงพยาบาลแล้ว” พี่ซีกล่าวพร้อมเหลือบมองน้องไค “น่าจะวูบเพราะไม่ได้พักผ่อน ไม่มีอะไรน่าห่วง เข้าใจมั้ยไค คุณพ่อไคแข็งแรงมาก”

“งือ...” น้องไคยังน้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร เดี๋ยวขยับมาซบฉันที ฉันไปซบพี่ซีที...

“หนูต้องเชื่อที่พี่ซีบอกนะ คุณพ่อแข็งแรงมาก หยุดร้องได้แล้วน้า” ฉันเช็ดน้ำตาให้ลูกอย่างแผ่วเบา น้องไคเปลี่ยนมานอนซบตักฉันและหลับไปในที่สุด คงเพลียแย่แล้ว พอน้องหลับฉันจึงหันไปพูดกับพี่ซี “พี่ซีคะ พี่คมจะไม่เป็นไรแน่ใช่มั้ย คุณรัชบอกรึเปล่าคะว่าหมอที่ดูอาการพี่คมว่ายังไงบ้าง”

“รอผลตรวจต่างๆ อยู่” พี่ซีพูด “วูบกลางงานขนาดนั้นคงได้เช็กทั้งตัวแน่ว่าบุบสลายตรงไหนบ้าง”

ถึงประโยคของพี่เขาจะขวานผ่าซาก แต่สีหน้ากลับแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

“อ่า...” ฉันครางรับ ในใจได้แต่นึกไปเรื่อยว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างไม่หยุด

ซึ่งไม่รู้ว่าพี่ซีเห็นท่าทางของฉันแล้วเข้าใจว่ายังไงถึงได้กล่าวเสริม “แต่ตอนนี้คงไปเยี่ยมไม่ได้ นักข่าวน่าจะเยอะ รอติดตามอาการในข่าวเอาแล้วกัน”

เชื่อได้ว่าคำพูดของพี่ซีถูกต้องเสมอ คืนวันนั้นข่าวรอบดึกนำเสนอเรื่องที่พี่คมหมดสติบนเวทีกันยกใหญ่ ได้ใจความว่าเขาพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดและเหนื่อยมากเกินไปซึ่งมีสาเหตุมาจากการโหมงานหนักโดยไม่ได้พักเป็นเวลานาน ศีรษะกับแขนขวาบาดเจ็บจากการล้มเล็กน้อยแต่เอกซเรย์แล้วไม่ร้าว คืนนี้เขาต้องอยู่ให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน หลังจากนี้จำเป็นต้องพักงานอย่างน้อยสามวัน ทางต้นสังกัดจึงต้องแจ้งเลื่อนคอนเสิร์ตรอบสองไปเป็นวันอาทิตย์หน้าและสามารถให้คนที่ไม่สะดวกทำเรื่องคืนเงินได้

นั่นสินะ เขาหายตัวไปตั้งหลายวัน งานเยอะขนาดนี้ต้องเครียดอยู่แล้ว

“น่าเป็นห่วงมากจริงๆ ด้วย” ฉันพึมพำหลังจากดูข่าวจบ คิดอยากจะลองโทรไปถามอาการแต่ก็กลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อน เอาไว้พรุ่งนี้น่าจะดีกว่า

“ถ้าเป็นห่วงมากพรุ่งนี้ก็ไปหาพี่คมสิ” ไม่รู้ว่าพี่ซีมายืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่ฉันนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่...ไม่รู้ตัวเลย

“...” ฉันสะดุ้งกับเสียงพี่ซีอยู่จึงลืมโต้ตอบไปชั่วขณะ พอเอี้ยวตัวไปมองพี่ซีก็พูดต่อ

“เป็นผู้จัดการของเขาก็ไปดูแลเขาหน่อย” ลั่นวาจาย้ำเตือนเสร็จก็เดินกลับเข้าห้องส่วนตัวไป

นั่นสินะ พรุ่งนี้ถ้าพี่คมออกจากโรงพยาบาลมาพักที่คอนโดฯ ส่วนตัวแล้วฉันควรให้น้าเด่นพาเราสองคนแม่ลูกไปเยี่ยมเขาสักหน่อย เป็นวันหยุดของฉันกับน้องไคพอดีนี่นา

ฉะนั้นในวันถัดมาฉันจึงโทรไปบอกน้าเด่น น้าเขารับปากอย่างรวดเร็วและบอกว่าจะมารับฉันช่วงสิบเอ็ดโมง ส่วนน้องไคพอรู้ว่าจะได้ไปหาคุณพ่อก็ดีใจยกใหญ่ ให้ฉันอาบน้ำแต่งตัวหล่อๆ ให้อย่างกระตือรือร้นเลยทีเดียว ในตอนที่จะออกไปหาน้าเด่นซึ่งรออยู่ด้านล่างคอนโด ฉันเห็นพีซีนั่งเหม่ออยู่บนพื้นนอกระเบียง พี่ซีนี่นะ ตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์ที่กลับมาพร้อมรอยฝากรักก็ชอบเหม่อตลอดเลย...แต่ไม่นานเธอก็หันมาราวกับรู้ว่าถูกมอง ฉันจึงอุ้มน้องไคแล้วเดินออกไปหา

“พี่ซีไปเยี่ยมพี่คมด้วยกันมั้ยคะ” กลัวเธอจะเหงาน่ะ

“ยัยซี! ไปมั้ยย” น้องไคที่ได้รู้ว่าจะไปหาคุณพ่อนั้นร่าเริงขึ้นมาก

“ไปกันเลย” พี่ซีพูดเป็นเชิงปฏิเสธ “ฝากเยี่ยมด้วยแล้วกัน”

เห็นพี่ซีมีทีท่าว่าอยากอยู่คนเดียวแล้วฉันจึงไม่รบกวนอีก...

หลังขึ้นมาบนรถของน้าเด่นได้ไม่นานฉันก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัยอีกรอบ ถ้าจำไม่ผิดคอนโดฯ ของพี่คมไม่ได้ไปทางนี้นี่นา นี่มันทางขึ้นมอร์เตอร์เวย์ชัดๆ หรือว่ากลัวรถจะติดเลยไปทางอื่นกันแน่?

“น้าเด่นคะ ทำไมไปทางนี้ล่ะ” ฉันอดหันไปถามไม่ได้

“อ๋อ คุณคมพักงานสองวันครับเลยไปนอนที่บ้านส่วนตัว” น้าเด่นตอบ


[รออัพต่อ]

Lta Luktarn
ตอนนี้ตาลปิดไม่ให้เม้นเรื่องนี้แล้วนะ กดให้กำลังใจแทนแล้วกันงิ พอดีว่ามีมิจฉาชีพมาก่อกวนในหน้านิยายตาล พวกโพสขายนิยายมือสองแต่โกงไรงี้
ใครจะซื้อนิยายมมือสอง ไม่ว่าจะเป็นของตาลหรือนักเขียนคนไหนก็ตาม อย่าลืมไตร่ตรองให้ดีนะคะ คนที่มาโพสในเด็กดีมีคนโกงนะ ระวังกันด้วย
อ่านนิยายกันให้มีความสุขนะ
ฝากเรื่องใหม่ด้วย คลิกลิ้งก์ >> คลิกตรงนี้
ติดตามอัปเดตข่าวอื่นๆ ที่เพจไม่ก็ทวิต ชอบแบบเป็นทางการไปเพจ อัปเดตแบบเผ็ดๆ ไปทวิต <3
1 เม้น 1 กำลังใจ

ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
อันนี้เป็นนิยายในเซ็ตจ้า แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.162K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น