ตอนที่ 4 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค At second sign 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7233 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง รับทราบ


:: Song :: What If - Safety Suit

ภาค At second sign

EPISODE 04




สามปีผ่านไป

Jaokha Janthara’s Talk

“เตี้ยว...”

“...”

“แม่ขา เตี้ยว...”

“อยู่เฉยๆ สิคะ” ฉันขมวดคิ้วมุ่น ในมือตอนนี้กำลังถือกางเกงลายหมีน้อยตัวเล็กอยู่

“เตี้ยวๆ” เสียงเล็กพูดอยู่แต่ประโยคเดิมไม่หยุด ส่วนฉันที่นั่งถือกางเกงสีชมพูจนเริ่มเหงื่อตกก็ขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าเดิม

“เที่ยว ทอทหาร สระเอีย วอแหวน อ่านว่าเที่ยวนะ ไม่ใช่เตี้ยว” ฉันอธิบายอย่างใจเย็น รู้ทั้งรู้ว่าการสะกดคำในภาษาไทยของเขายังไม่แข็งแรง แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ

“อื้อ เตี้ยว!” ส่วนคู่สนทนาตัวน้อยของฉันก็กระโดดโลดเต้นไปรอบตัวฉันอย่างคึกคัก ทำเอาฉันมองอย่างตาลอย...

“น้องไค คุณแม่ปวดหัวนะ” ฉันหน้ามุ่ยในที่สุด “เดี๋ยวล้มนะคะ อยู่เฉยๆ สิ”

“เตี้ยวๆๆ”

เด็กตัวเล็กมองฉันอย่างดุร้าย ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธจางๆ ทั้งหมดเป็นเพราะเขาเข้าใจว่าฉันพูดผิด เขาไม่ชอบคนดื้อ ไม่ชอบให้ใครเถียง

ฉันมองลูกชายอย่างอ่อนใจ...

น้องไคคือลูกชายคนเดียวของฉัน ลูกที่ฉันคลอดมาอยากยากลำบาก ลูกชายที่ยิ่งโตก็ยิ่งมีนิสัยแปลกๆ ผุดออกมา...นิสัยในแบบที่ฉันไม่เคยสอนด้วยนะ

ตอนนี้เขาอายุสองขวบกว่าๆ และยังไม่หย่านม ตอนที่เกิดมาน้องไคตัวเล็กมาก แต่พอได้ลืมตาดูโลกก็โตเร็วมากเช่นกัน ไม่ว่าใครได้เห็นก็ไม่มีทางเชื่อว่าน้องไคยังไม่สามขวบ ทุกคนที่เคยคุยด้วยต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าน้องไคโตขึ้นจะต้องเป็นคนเก่งมากแน่ๆ...ต่างเอาแต่ถามฉันกันใหญ่ว่าฉายแววแบบนี้เหมือนใคร

สิ่งเดียวที่น้องไคมีเหมือนฉันคือสีผิวที่ขาวมากๆ นอกนั้นแตกต่างจากฉันโดยสิ้นเชิง

ลูกชายของฉันผมสีดำเข้ม มีดวงตาที่ฉายแววดุดันตั้งแต่เด็ก มีภาวะความเป็นผู้นำที่เผด็จการ ไม่ชอบให้ใครมาสั่งแต่ชอบให้พูดดีๆ ด้วยมากกว่า น้องไคชอบที่จะดูรายการอะไรที่มันน่ากลัวผิดกับเด็กทั่วไป เช่น...เรียลริตี้โหดๆ หรือสารคดีสัตว์ป่าล่าเหยื่อเลือกโชก

ลูกชายของฉันชอบเครื่องดนตรีเป็นพิเศษ ฉะนั้นของเล่นส่วนใหญ่จึงเป็นพวกเครื่องดนตรีทั้งนั้น แถมยังชื่นชอบผู้หญิงที่ดูสวย เปรี้ยวและแซ่บด้วย คือเวลาเจอผู้หญิงประเภทนี้น้องไคมักจะจ้องตาไม่กะพริบ

น้องไคของฉันไม่ชอบเข้าหาคนอื่นก่อน เป็นเด็กที่หยิ่งกับคนแปลกหน้า แต่จะชอบปกป้องคนที่เขาคุ้นเคยและถูกชะตาด้วย

ขณะที่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นเลย...

ลูกชายของฉันเรียนรู้ได้เร็ว ช่างจดจำ พูดเป็นเร็วมาก ถึงบางคำจะพูดออกมาแล้วไม่เข้าใจก็เถอะ แถมตัวโตเร็วมากด้วย

ที่สำคัญคือน้องไคชอบที่จะไปเที่ยวทุกอาทิตย์...วันนี้ถือว่าเป็นวันที่เราจะออกไปเที่ยวด้วยกัน แต่น้องไคกลับลีลาไม่ยอมใส่กางเกงสักที

“อื้อ เตี้ยวก็เตี้ยว” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเริ่มหว่านล้มในที่สุด “แต่ถ้าน้องไคไม่ใส่กางเกงก็จะไม่ได้ไปเตี้ยวนะ”

“...” น้องไคหยุดทำตัวดุ๊กดิ๊กและเอียงคอมองฉันทันที

“ดูสิ น้องไคไม่ยอมใส่กางเกง คุณช้างน้อยของน้องไคหนาวแล้ว”

แต่ถึงจะเป็นเด็กแปลกยังไงก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นลูกชายที่ฉันเลี้ยงดูมาอย่างดี เพราะงั้น...ไม่ว่าจะเป็นเด็กแบบไหนก็น่าเอ็นดูทั้งนั้น

“ฮึ~

น้องไคผู้คึกคักที่ตอนนี้ถือว่ายังยืนได้ไม่เก่งนักกำลังเมินกางเกงสีชมพูพร้อมกอดอก...โชว์ ‘ช้างน้อยใส่หน้าฉันอย่างไม่รู้จักอาย

“น้องไค” ฉันเรียกพร้อมกำกางเกงไว้แน่น

แต่อีกฝ่ายกลับเมินหน้าหนีไม่หยุด ดวงตาเรียวรีที่ยังมีความกลมกึ่งของลูกตาดำจดจ้องไปยังมุมหนึ่งของห้อง ฉันมองตามแล้วพบว่าน้องไคกำลังจ้องไปยังนอกระเบียงที่ตอนนี้มีชุดของเขาตากอยู่สามสี่ชุด...จ้องแบบตาไม่กะพริบเลย

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรต่อไปลูกชายตัวดีก็ชี้นิ้วไปยังกางเกงสีดำขายาวที่ตากอยู่ด้านนอก

“เมื่อวานน้องไคก็ใส่ตัวนั้นนะ” ฉันพยายามอธิบาย ถึงจะรู้ว่าลูกชายฟังไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม “แม่ขาเพิ่งซักเมื่อคืน ยังไม่แห้งเลย...”

“...!” และใช่ น้องไคยังชี้ไปยังกางเกงสีดำอย่างแน่วแน่

“แม่ขาว่าน้องไคใส่สีชมพูตัวนี้ดีกว่า ใส่แล้วหล่อกว่าสีดำตั้งเยอะ... เนอะ?”

“...!!” ท่าทางของเด็กตัวน้อยยังเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือปฏิกิริยามากกว่า คราวนี้เขามองฉัน มองด้วยสายตาที่ดื้อรั้น

ฉันมองตอบ มือที่กำกางเกงไว้เริ่มสั่นระริก แต่ในที่สุดก็ต้องผ่อนลมหายใจพลางเก็บกางเกงสีชมพูเข้าตู้เสื้อผ้าแล้วออกไปเอากางเกงสีดำที่ซักตากไว้ตรงระเบียงตั้งแต่เมื่อคืนมารีดจนเรียบ

ศึกครั้งนี้มันถูกลิขิตไว้แล้วว่าแม่ขาเป็นคนแพ้

แม่ขาเถียงสู้น้องไคไม่ได้หรอก

เรียกง่ายๆ ว่าฉันตามใจลูกนั่นแหละ แหะๆ

“เนี่ยๆ เมื่อสองเดือนก่อนน้องไคร้องจะเอากางเกงสีชมพู แม่ขาก็ซื้อให้ แต่น้องไคไม่เคยใส่เลยนะคะ มันจะเสียของนะ...หนูโตเร็วด้วยเนี่ย เดี๋ยวก็ใส่ไม่ได้แล้ว”

คำพูดนี้คล้ายการพึมพำกับตัวเองซะมากกว่า ส่วนลูกชายตัวดีน่ะเหรอ... ตอนนี้เขาถอดเสื้อผ้าออกแล้วมายืนเฝ้าฉันรีดผ้าอยู่ไงล่ะ

น้องไคชอบใส่เสื้อผ้าเรียบๆ แบบเนี๊ยบๆ น่ะ...

แล้วก็เป็นเด็กที่ 'เหมือนจะ' ชอบของมีสีสัน ทุกเดือนจะต้องอยากได้ของใช้หรือของเล่นสีสันสวยงาม ไม่ซื้อให้ก็งอน พอซื้อให้ก็ไม่เคยได้ใช้ประโชน์ ของที่เขาใช้จริงๆ จะเป็นสีพื้นมากกว่า

เช่นกางเกงสีดำกับเสื้อยืดสีดำลายต่างๆ เนี่ยของชอบเขาเลย ออกไปข้างนอกทีไรจะต้องร้องใส่แต่ตัวเดิมๆ ตลอด

สุดท้ายแล้วน้องไคที่ตอนแรกควรจะใส่ชุดหมีสีชมพูก็ถูกแปลงโฉมเป็นเด็กตัวน้อยในชุดสุดเท่ไปซะได้ ช่างเข้ากับฉันที่ชอบใส่แต่ชุดแซ็กสีอ่อนเหลือเกิน...

“ป่ะ...ไปเที่ยวกันเถอะ” หลังตรวจดูความเรียบร้อยพร้อมล็อกห้องเสร็จฉันก็ก้มตัวลงไปอ้าแขนเพื่ออุ้มลูกชายมาในอ้อมอก “ตัวหนักขึ้นรึเปล่าน้า~”

ฉันโยกแขนไปมาอย่างแผ่วเบาในระหว่างที่กำลังเดินลงจากหอพัก น้องไคที่ชอบให้ฉันทำแบบนี้เป็นพิเศษจึงหัวเราะคิกคักแล้วพยายามจะเด้งก้นไปมาอยู่บนแขนฉัน

มันน่าเสียดายจริงๆ ที่อีกไม่นานน้องไคอาจตัวหนักขึ้นจนฉันไม่อาจปล่อยให้เขาขึ้นมาเต้นดุ๊กดิ๊กอยู่บนแขนได้ ไม่งั้นหงายหลังทั้งคู่แน่นอน

มือเล็กของน้องไคอ้อมมากอดรอบคอฉัน...แก้มยุ้ยเข้ามาถูไถกับเส้นผมและใบหูฉัน

“ขุงไค!” เสียงเขาช่างแหลมเล็กและดื้อรั้น

“ของไค” ฉันขยับริมฝีปากช้าๆ และเปล่งเสียงอย่างชัดเจนเพื่อให้เขาได้ยินการออกเสียงที่ถูกต้อง

“ขุงคาย!” น้องไคพยายามพูดตาม

“ของไค” ฉันย้ำ

“ของ...ไค” เขาพูดตามอีกครั้ง

“อื้อ ถูกแล้วๆ ของไค” ฉันอมยิ้มแล้วอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน

“ของไค ของไค ของไค” หลังจากนั้นเขาก็พูดคำนี้พร้อมกอดคอฉันไว้ตลอดการเดินทาง แก้มของน้องไคและอ้อมกอดเล็กๆ นี่กำลังทำให้หัวใจฉันมีสภาพเหมือนน้ำตาลก้อนที่โดนเคี่ยวจนละลาย

อ่า...อยากขอบคุณแม่ขาสินะ

น้องไคเป็นเด็กที่ชอบขอบคุณด้วยวิธีประหลาด เขาจะชอบเข้ามากอดแล้วพูดว่า ‘ของไค’ แทนการขอบคุณ ประมาณว่า ‘คนๆ นี้ทำอะไรสักอย่างให้ไค ไคชอบมาก เป็นของไคแล้วนะทำนองนั้น มันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งน่ะ

ฉันถือว่ามีความสุขอยู่นะตอนนี้ แต่...

ชีวิตในช่วงสามปีที่ผ่านมาของฉันเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นชีวิตที่เหนื่อยมาก

เหนื่อยมากๆ เลยล่ะ

เช่นว่า...

หลังจากคลอดน้องไคแล้วพ่อแม่ก็ยืนยันว่ายังไงฉันก็จะต้องเรียนต่อ แม่เป็นคนช่วยเลี้ยงน้องไคในเวลาที่ฉันไปเรียน พอกลับบ้านมาฉันก็เป็นคนเลี้ยงเอง ซึ่งกว่าฉันจะเรียนจบมัธยมปลายก็อายุสิบเก้าเข้าไปแล้ว

แต่มันก็มีช่วงที่แย่มากๆ เหมือนกัน...

ในปีที่ฉันจบมอปลาย พ่อฉันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ฉันกับแม่เสียใจมาก แต่แม่บอกว่าชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า วันเวลาที่เศร้าๆ ต้องผ่านไป

ต่อมาฉันกับแม่ก็ย้ายเข้ามาในจังหวัดที่มีมหา’ลัยชื่อดัง เพื่อให้สะดวกกับอะไรหลายอย่าง แม่เอาเงินเก็บที่พอเหลืออยู่มาลงทุนเปิดร้านซักรีด ส่วนฉันนั้นกู้เงินเพื่อเข้าเรียนมหา’ลัย ตอนนี้อยู่ปีหนึ่งแล้วล่ะ

เมื่อหลายเดือนก่อนแม่ฉันมีปัญหาเกี่ยวกับไต เป็นโรคเรื้อรังที่แม่ไม่ยอมไปรักษา แล้วก็ติดเชื้อในกระแสเลือด แม่กับฉันเลยตัดสินใจขายต่อร้านซักรีดเพื่อเอาเงินมารักษาตัว ตอนนี้แม่ก็นอนที่โรงพยาบาลมาสองเดือนแล้ว

แต่แม่ยังยิ้มแย้มอยู่ตลอด ส่วนหมอก็บอกว่าอีกไม่นานแม่จะได้กลับบ้านแล้ว...

ชีวิตฉันในช่วงนี้เลยมีแต่พาน้องไคไปฝากไว้ที่เนิร์สเซอร์รี่เมื่อต้องไปเรียนและทำงาน ไปเยี่ยมแม่ และใช้เวลาอยู่กับน้องไคเมื่อว่าง

“วันนี้เราไปสวนสนุกกันดีกว่า แม่ขาเตรียมเงินไว้แล้ว น้องไคจะเล่นอะไรก็ได้...เนอะ” ไม่ว่ายังไงฉันก็ควรให้ความสุขกับน้องไคเยอะๆ ลูกชายฉันกำลังอยู่ในวัยคึกคักนี่นะ

ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเราสองคนก็มาถึงหน้าสวนสนุกด้วยสภาพที่หอบแฮ่กๆ และหน้าแดกก่ำด้วยฤทธิ์ของแดดกันทั้งคู่

“ร้อนมั้ยคะ” ฉันหันไปมองน้องไคแล้วรู้สึกสงสารมาก หน้าแดงไปหมดแล้ว

เพราะงั้นฉันจึงรีบไปซื้อตั๋วแล้วพาน้องไคเข้าไปในสวนสนุกเพื่อหาที่หลบแดด แต่ใครจะรู้ล่ะว่าวันนี้คนเยอะมาก! มากจริงๆ นะ คนแน่นมากเลย

“โอ้!!!” แถมน้องไคที่ตอนแรกยังหงอยเพราะแดดก็ตื่นตัวทันที เขามองพวกของเล่นและบรรยากาศโดยรอบด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ก่อนจะพยายามดิ้นไปมา

“อะไรล่ะน้องไค” ฉันมอง

“นั้ม!” น้องไคส่งเสียงพร้อมชี้ไปยังร้านขายน้ำ

อ๋อ...เขาอยากกินน้ำ

“อื้อ เดี๋ยวแม่ขาพาไปนะ” ฉันโต้ตอบ

พอมาเดินมาถึงฉันก็อุ้มน้องไคขึ้นเพื่อให้เลือกว่าจะกินน้ำอะไรดี

จึก! จึก!

น้องไคจิ้มนิ้วลงบนขวดน้ำสีสวยอย่างสนุกสนาน เหมือนเป็นการเลือกมั่วๆ ยังไงไม่รู้

ผลัก!

“อ๊ะ!”

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีใครไม่รู้วิ่งมาชนฉัน...ชนแล้วไม่ขอโทษด้วย โชคดีที่ฉันอุ้มน้องไคไว้แน่นมากเลยไม่เป็นไร แต่การชนก็ทำให้กระเป๋าตังหล่นลงพื้น ดังนั้นฉันจึงต้องวางน้องไคลงพื้นแล้วก้มเก็บเงินที่หล่นออกมาจากในกระเป๋า

“น้องไคอย่าเดินไปไหนนะคะ” ตาฉันมองน้องไคสลับกับเก็บเงินอย่างรวดเร็ว

“โอ้!” ฉันได้ยินเสียงลูกชาย ซึ่งเป็นตอนที่กำลังเก็บเหรียญอยู่

แต่พอเงยหน้ามาอีกที... ฉันกลับเห็นว่าน้องไคกำลังวิ่งตามคนที่ใส่ชุดมาสคอสตัวการ์ตูนไปยังถนนแล้ว

“น้องไค!” ฉันรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตามไป น้องไคที่วิ่งเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มคนที่ดูแปลกๆ นั้นกำลังสะดุดท่อนเหล็กอะไรสักอย่าง เขากำลังล้มแบบจะเอาหน้าฟาดท่อนเหล็กนั่น “น้องไค!”

ล้มไม่ได้นะ ล้มแบบนี้ไม่เอานะ...ฉันน้ำตาคลอเบ้า

หมับ!

ในวินาทีนั้น จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งของผู้ชายมาตวัดเข้ากับรอบตัวของน้องไคแล้วอุ้มขึ้นมาไว้ได้ทัน

ผู้ชายคนนี้ใส่ชุดเหมือนน้องไค ทั่วทั้งตัวเขาเหมือนมีออร่าอยู่ตลอดเวลา พาให้คนรอบด้านมองกันเป็นตาเดียว

ส่วนฉันนั้นก็ชะงักไป ทั้งร่างแข็งทื่อไปโดยปริยายเมื่อชายร่างสูงที่อุ้มน้องไคไว้ด้วยมือข้างเดียวกวาดตามองไปรอบๆ เสี้ยววินาทีนั้น...สายตาที่เฉยชามองมายังฉันราวกับสังเกตเห็น และมองผ่านไปราวกับไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่เสี้ยวเดียว

ร่างกายฉันร้อนผ่าวไปหมด ไม่กล้าแม้แต่จะสำรวจรูปหน้าและร่างกายเขา หัวใจในอกเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว

การพึมพำว่า “น้องไค น้องไค” และสร้างความกล้าให้ตัวเองเดินไปขอลูกคืนเป็นสิ่งที่ฉันกำลังสะกดตัวเองให้ ‘ทำ’ เดี๋ยวนี้

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!” แต่เสียงกรี๊ดของคนโดยรอบดังขึ้นกะทันหัน

พริบตาเดียวเท่านั้น ฉันที่ตอนแรกอยู่ใกล้น้องไคพอประมาณก็โดนเบียดแทรกจนหายใจไม่ออก ฝูงชนมากมายกรูกันเข้ามาทันที

นอกจากนั้นยังมีเสียงฮือฮา มีคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ผู้หญิงบางคนถึงกับยกมือปิดปาก

“นั่นไงๆ ออกมาแล้วๆ” นี่เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เบียดให้ฉันถอยหลังไป

“พี่เขาอุ้มเด็กอยู่อ่ะมึง ละมุนมาก หลัวที่สุด! มึงถ่ายคลิปเลย เร็ว!” นี่เป็นเสียงของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

“นี่มันดาราไม่ใช่เหรอวะ?”

“นั่นไง เห็นป้ะ รอยสักใหม่ที่เพิ่งเป็นข่าวอ่ะ ตรงขมับ”

“เห็นว่าสักรูปมังกรตรงหัวคิ้วช้ะ? อยากเห็นของจริงใกล้ๆ จัง กรี๊ดๆๆ”

“พี่คมแม่งสุดจริงว่ะ ตัวจริงยิ่งกว่าในรูปอีก”

ฉันหัวหมุนไปหมดเมื่อถูกผลักไปดันมา ได้ยินเสียงพูดคุย เสียงกรี๊ด เสียงฮือฮา เสียงรัวชัตเตอร์และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่สายตากลับเห็นแค่แผ่นหลังกว้างของเขาที่อุ้มลูกชายฉันแล้วพาเดินหลบไป เห็นสีหน้าเหวอๆ และปากที่เริ่มเบะของน้องไค เห็นบรรดาชายชุดดำยืนล้อมบังไว้จนมิด ส่วนฉันที่ตัวบางเกินไปกลับถูกแรงกดดันจากฝูงชนทำให้ถอยออกมาอยู่ด้านหลัง

น้องไคหายไปจากสายตาฉัน หายไปตรงนั้น...ตรงใจกลางที่มีคนจำนวนมากล้อมไว้

ฉันหน้าถอดสีและร้อนใจมาก เมื่อมองไปรอบๆ ก็รู้สึกได้ว่าคนเยอะจนเหมือนฝูงมด แค่เวลาไม่นานทุกคนก็มาแออัดกันอยู่ตรงนี้แล้ว ที่วันนี้สวนสนุกคนเยอะผิดปกติเป็นเพราะมีคนดังมานั่นเอง

และเมื่อฉันไม่เห็นหนทางที่จะเข้าไปเอาน้องไคคืนมาด้วยตัวเอง จึงรีบมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง ในที่สุดก็วิ่งไปยังจุดที่ใช้ซื้อตั๋ว...เมื่อเจอพนักงานก็รีบขอความช่วยเหลือ

“พี่คะ ตรงนั้นที่มีคนเยอะๆ...”

ฉันพูดได้ไม่จบประโยคก็ต้องหยุดหอบหายใจ พอกำลังจะพูดต่อก็ได้ยินเสียงพนักงานประชาสัมพันธ์ของสวนสนุกสวนที่อายุเยอะกว่าฉันพอสมควรโต้ตอบกลับมา

“อ๋อค่ะ พอดีมีดารามาถ่ายงานนิดหน่อย ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีอะไรคะ”

“คือว่ามีเด็กหลงไปอยู่ตรงนั้นพอดีค่ะ เป็นเด็กที่มาด้วยกัน...แต่คนเยอะมากหนูเลยเข้าไปเอาคืนมาไม่ได้ ช่วยหน่อยได้มั้ยคะ”

“เด็กเหรอคะ?” พี่พนักงานทำท่างุนงง

“ค่ะ เป็นเด็กผู้ชาย ใส่ชุดสีดำ อายุประมาณสองสามขวบ...ช่วยหน่อยได้มั้ยคะ” เพราะฉันอยากได้ลูกคืน แต่ฝ่าคนเข้าไปเองไม่ได้ รวมถึงไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาด้วย

คม...

พนักงานดูจะอ้ำอึ้งไปนิดหน่อย เธอมองสำรวจฉันครั้งหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ จากนั้นก็หันไปยกหูโทรศัพท์เพื่อคุยกับใครสักคน ฉันพอจับใจความได้อยู่ว่าเธอกำลังหาทางถามว่าตรงจุดที่มีทีมงานของดาราอยู่นั้นมีเด็กหลงเข้าไปจริงมั้ย ตรวจสอบให้หน่อย บลาๆ

จากนั้นไม่นานเธอก็วางสายแล้วหันมายิ้มให้ฉัน

“ถามให้แล้วนะคะ มีเด็กอยู่ตรงนั้นจริงๆ” เธอพูด “แต่ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย รอสักครู่นะคะ”

“...” ฉันเงียบไปและหันกลับไปมองยังจุดที่มีฝูงคนมุงอยู่อีกรอบ เหมือนที่วันนี้มีคนมาสวนสนุกเยอะนี่ส่วนใหญ่เป็นเพราะตั้งใจมาดักรอดาราดังคนนี้กันเป็นส่วนใหญ่ พอเขาปรากฏตัวก็วิ่งเข้าใส่เป็นบ้าเป็นหลัง...น่ากลัวจริงๆ

“ตอนที่โทรไปถาม ทีมงานตรงนั้นบอกว่ามีคนดูแลน้องคนนั้นให้อยู่ ปลอดภัยแน่ค่ะ ให้ญาติน้องรอที่นี่ เดี๋ยวทีมงานจะให้คนพาตัวน้องมาตรงนี้เอง จะได้ไม่คลาดกัน ยังไงก็ใจเย็นๆ นะคะ”

ไม่รู้ว่าสีหน้าฉันดูร้อนรนมากขนาดไหนกัน พี่สาวคนนี้ถึงได้เอ่ยยาวเหยียดพร้อมตบท้ายด้วยการปลอบใจ

“ค่ะ...” ฉันพยักหน้าเสียงอ่อย

ไม่ถึงสิบนาทีตรงส่วนที่มีคนรุมล้อมก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เหมือนจะมีการประกาศอะไรสักอย่าง คนจำนวนมากจึงพากันเดินไปยังส่วนที่เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ของสวนสนุก

“เค้าคงจัดการกันอยู่ใช่มั้ย ตรงสวนดอกไม้เป็นที่ถ่ายทำ น่าจะให้คนไปรอตรงนั้นแหละ แบบนี้ก็ดีนะจะได้ไม่วุ่นวาย”

“วันนี้สวนสนุกเราขายตั๋วจนหมดเลยพี่ ทุกแบบ ทุกราคาเกลี้ยงเลย”

“คนเรานี่ก็นะ ยอมเสียค่าตั๋วเป็นพันๆ เพื่อให้ได้เห็นเงาเล็กๆ ของผู้ชายคนเดียว ดูในทีวียังเห็นชัดกว่านี้เยอะ”

แม้จะยังรอคอยให้คนพาน้องไคกลับมาหา แต่ใบหูฉันก็ยังได้ยินเสียงเมาท์ของพนักงานสวนสนุกอยู่เรื่อยๆ

ถ้าฉันรู้ว่าจะมีรายการอะไรมาถ่ายทำที่นี่หรือถ้ารู้ว่าจะมีคนดังมา...ฉันคงไม่พาน้องไคมาแน่ ต้องไม่มีทางพามา และไม่มีวันพามาด้วย

บรืน...

เมื่อยืนรออีกสักพักด้วยความร้อนใจ ฉันได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากมุมตึก ดังนั้นจึงหันไปมองตามสัญชาตญาณ พบว่ามีรถตู้สีดำคนหนึ่งกำลังจะจอดพอดี

เป็นรถที่ดูแล้วคงแพงมาก กระจกติดฟิลม์สีดำจนมองไม่เห็นด้านใน

ต่อมาประตูรถก็เลื่อนออก สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือแขนของเด็ก ส่วนเสี้ยวของร่างกายเด็ก

“น้องไค...” โลกของฉันสดใสขึ้นมาทันที ไม่มีแม่คนไหนจำร่างกายของลูกไม่ได้หรอก

ฉันไม่รอช้า รวมถึงไม่คิดหน้าคิดหลังใดๆ ทั้งนั้น รีบวิ่งไปยังรถคันนั้นทันที

“อ๊า!!!!” น้องไคสังเกตเห็นฉันจึงส่งเสียงร้องแหลมเล็กออกมา

เราสองคนเหมือนถูกดึงดูดเข้าหากัน ฉันย่อเข่างอขาลงตรงหน้าประตู เอื้อมมือไปคว้าตัวน้องไคที่อยู่ในรถเข้ามาในอ้อมกอด พอได้กอดแล้วฉันก็อดพึมพำไม่ได้

“น้องไค ทีหลังอย่าวิ่งหนีแม่ขาอีกนะ รู้มั้ยว่า...ว่า...”

ฉันชะงักไปอีกครั้งเมื่อเงยหน้ามองเข้าไปในรถ

เขา...คม คุณคม

เขาอยู่ตรงหน้า นั่งอยู่ในรถ นั่งอยู่ใกล้มาก และกำลังปรายตามองฉันกับน้องไค

แสงแดดแผดเผาและทอประกายส่องเข้าไปถึงตัวเขา แต่รอบกายเขากลับแผ่ประกายเยือกเย็นออกมา

สิ่งที่เมื่อก่อนไม่เคยมี ตอนนี้กลับโผล่ขึ้นมา...

ฉันมองรูปมังกรตัวเท่าสองข้อนิ้วที่หางคิ้วด้านซ้ายของเขา...บางทีดูไม่คล้ายรอยสัก แต่เหมือนเป็นเครื่องประดับที่ช่วยขับเน้นให้โครงหน้าเขาเด่นชัดขึ้นมากกว่า

คิ้วเข้มหนา จมูกโด่งเรียวและโครงสันหน้าที่ชัดเจนเป็นสัญลักษณ์ที่ดูดุดัน แต่ดวงตาของผู้ชายคนนี้กลับมีมิติมาก ถ้ายิ้มคงอ่อนโยน เพียงแต่แค่ตอนนี้เขาไม่ได้ยิ้ม...

เพราะงั้นมันจึงเย็นชา

เขาขยับใบหน้าเพื่อหันมาทางนี้ เปลี่ยนจากการปรายตามองเป็นหลุบตามองตรงๆ

ตึก...

หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ ผิวหน้าบางส่วนของเขาที่ต้องแสงแดดดูเจิดจ้าซะจนตาฉันพร่าเบลอไปวูบหนึ่ง

แปะ! แปะ!

“แม่ขา แม่ขา”

แก้มของฉันโดนมือเล็กของน้องไคตบตีไปสองทีจึงได้สติกลับมา ฉันกะพริบตาหนึ่งที พบว่าตอนนี้ดาราคนดังไม่ได้สนใจฉันแล้ว หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้สนใจตั้งแต่แรก เขาน่ะกำลังมองน้องไคอยู่

“แม่...” น้องไคพูดอู้อี้อยู่ข้างหู สะบัดตัวไปมาจนหลุดออกจากอ้อมกอดฉัน ก่อนจะเซไปด้านหลังนิดหน่อย

พรึบ...

มือเรียวยาวและสะอาดหมดจดข้างหนึ่งยื่นมาดันแผ่นหลังของน้องไคไว้ ทำให้น้องไคที่ทั้งซนและดื้อไม่หงายหลังอีก

เป็นมือของคุณคมคนดังที่ดันไว้อย่างฉาบฉวยและผละออกไป

ส่วนน้องไคนั้น...พอไม่ล้มก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักก่อนจะพุ่งมากอดฉันไว้อีกครั้ง ทำให้ฉันตัดสินใจได้ว่าควรรีบปลีกตัวออกไป

“ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนค่ะ” เสียงฉันเบายิ่งกว่ากระซิบ รีบอุ้มน้องไคขึ้นแล้วโค้งให้โดยไม่กล้าแม้แต่จะมองเข้าไปในรถอีก “เอ๊ะ”

แต่แล้วก็ต้องอุทานออกมาเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นตรงกางเกงของน้องไค และเพิ่งสังเกตว่าในมือของน้องไคกำผ้าสีดำผืนใหญ่ไว้แน่นมาก

ทำไมเปียก ผ้าอะไร...

ฉันครุ่นคิดพร้อมก้าวเท้าออกห่างจากรถ

“ไม่เป็นไรค่ะน้อง ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หรอก” มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งโต้ตอบกับฉัน ส่งผลให้ต้องหยุดเคลื่อนไหว

ผู้หญิงซึ่งมีป้ายสตาร์ฟห้อยอยู่ที่คอลงมาจากรถ ที่แท้ในรถตู้คันนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกขอบคุณอีกครั้งหนึ่งตามมารยาท มือก็ลูบกางเกงลูกชายไปมา

“ก่อนหน้านี้น้องเค้าฉี่ด้วยนะคะ กางเกงเลยเปียก คือว่าตอนคุณคมอุ้มไว้น้องร้องไห้ ตอนแรกนึกว่ากลัว แต่ที่ไหนได้...” ไม่เท่านั้น ทีมงานยังตรงเข้ามากระซิบต่อด้วย “ฉี่รดเสื้อคุณคมด้วยค่ะ แหะๆ”

วินาทีนั้นฉันแอบมองไปยังเสื้อของคุณคมคนดังโดยอัตโนมัติ จำได้ว่าก่อนหน้านี้ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเสื้อแขนสั้นสีดำแล้ว

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอโทษนะคะ” ฉันแทบน้ำตาตกในให้กับความน่าอายนี้ อยากจะหนีไปให้พ้นโดยไว

ฮือ น้องไค ทำไมหนูไปฉี่รดเสื้อเขาอย่างนั้นล่ะคะ

มิน่าล่ะ เขาเลยมองอย่างเย็นชา ที่แท้ก็ไปสร้างวีรกรรมไว้นี่เอง 

[รออัพต่อบทหน้า]

Lta Luktarn
สงสารเจ้าขาจริงๆ นะโมเม้นนี้
5555555555555555555555 คูมคมน่ากลัวมากจินะ นุ้งไคเลยฉี่ใส่ซะเลย แง
ปล. นางเอกแทนตัวเองว่าแม่ขา เพราะชื่อเจ้าขานะ จะให้พูดแม่เจ้าขาก็ยาวไป เหมือนแบบ
ไคเรียก :: แม่ขา
คมเรียก :: เมียขา
ไรเงี้ย ขำๆ 55555555555555555555555555555
แต่ถ้ามีคนงงไว้ค่อยมาอธิบายเพิ่มให้ในบทบรรยายทีหลังละกันเนอะ
ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เอามารีไรท์ใหม่ >> คลิก <<


ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<



ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.233K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #43931 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:48
    น้องทำกลิ่นจอง นี่คุณป๊าขานะฮับ 5555
    #43931
    0
  2. #42100 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:54
    คือน้องถอดแบบพ่อมาเลยอะ5555555
    #42100
    0
  3. #39377 jny_hun (@SpinIce) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 14:00
    เด็กฉี่ใส่แสดงว่าเด็กมันรักคุณไง คุณคม
    #39377
    0
  4. #37739 เงา แสงอาทิตย์ (@loya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 01:17
    คุณคมเจ้าขาเมื่อไรจะรู้ตัวเจ้าคะ

    ว่าแอบมองเทออยู่นะจ้ะ
    #37739
    0
  5. #35954 srwiii_thawee.ng (@sweet_black123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 14:14
    ไคไม่น่ารักเลย ชอบแบบพ่อซะด้วย โกรธแทนขา เอาแต่ใจเกิ๊นพ่อคุณ
    #35954
    0
  6. #33831 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 18:35

    คูมคม นี่ลูกคูมคมน้าา

    #33831
    0
  7. #32493 Kuro85 (@KurobutaHime) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 17:48
    ไม้เรียวในมือแม่มันสั่นไปหมดแล้วน้องงง5555555
    #32493
    0
  8. #30730 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 22:19
    พ่อลูกแต่งตัวสไตร์เดียวกันเลย
    #30730
    0
  9. #29021 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 15:57
    เจอกันแล้ววว
    #29021
    0
  10. #29006 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 11:30
    ฉี่ใส่เลย ทำร้ายแม่ 5555
    #29006
    0
  11. #26852 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:27
    นี่แหน่ะ!! 55555555
    #26852
    0
  12. #25057 ziinaay (@ziinaay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 09:27
    ที่ฉี่รดนี่คือจองไว้ใช่มั้ย?
    #25057
    0
  13. #20792 Cherrrj (@Cherrrj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:28
    น้องไคนี่นิสัยถอดแบบพ่อมาเลยใช่มั้ยลูกกก
    #20792
    0
  14. #20264 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 22:51
    คุณคมจะรู้เมื่อไหร่นะ
    #20264
    0
  15. #19949 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:04
    น่ารักก เจอกันแล้ว
    #19949
    0
  16. #18191 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 15:47
    หน่วงมาก น่าสงสาร
    #18191
    0
  17. #17997 MB931A (@Chanandee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 16:50
    คิมยูคเป็นเมจที่เหมาะกับคุณคมมาก ฮืออออออออ
    #17997
    0
  18. #17216 ดีดี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 12:21

    น้องไค!!! ฮือออ ชีวิตคุณแม่น่าสงสารมาก

    #17216
    0
  19. #16246 ✎ เทียนไข ❀ (@cantian) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 15:22

    ลูกขาาาาา

    #16246
    0
  20. #14439 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 20:38
    น้องไคได้เชื้อพอ่มาเต็มมม รู้ว่าพ่อคือคนนี้ล่ะสิ เลยแก้แค้นด้วยการฉี่ใส่เลยย
    #14439
    0
  21. #11559 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 12:52
    น้องไคได้เชื้อพ่อมาทุกอย่างเลย เอ็นดูววววว55555 ฮืออ พ่อแม่ลูกได้เจอกันแล้วววว ชอบฉากที่คมช่วยไคมาก แบบความพ่อลูกตัดกันไม่ขาด TT พี่ตาลทำให้เราติดเรื่องนี้แบบถอนตัวไม่ได้
    #11559
    0
  22. #8623 บัวสีขาว (@jaruwan_priaw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 21:54
    คิดว่านิสัยคงถอดแบบจากพ่อคมทุกอย่าง ฮี่ฮี่
    #8623
    0
  23. #8612 venus-butterfly (@venus-butterfly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 18:27
    น่ารักกกกกกก
    #8612
    0
  24. #8377 Mememememe (@10942) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:17
    น้องงงง
    #8377
    0
  25. #6240 Nam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 14:02
    ถ้าจำไม่ผิดจากเรื่องพี่คิว คนที่คอยปล่อยเรื่องคุณคมน่าจะเป็นพรีม ไม่แน่ใจ
    #6240
    0