ตอนที่ 12 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค At second sign 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10368 ครั้ง
    5 ก.ค. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง และอย่าลืมคอมเมนต์อย่างมีมารยาทด้วยนะ


:: Song :: Henry - It's You (Ost While you were sleeping part 2)

ภาค At second sign

EPISODE 12





“เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันค่ะ อาจจะติดมาจากเพื่อนก็ได้ ต่อไปต้องสอนให้ดี จะได้ไม่ติดเป็นนิสัย...” ฉันทั้งตอบเขาและพึมพำกับตนเอง

เขาครางรับว่า "อืม"

ทั้งกิริยาและสีหน้าของเขาสงบมาก แต่นัยน์ตากลับปรากฏริ้วคลื่นที่ชวนให้รู้สึกอุ่บวาบจางๆ ออกมา

เมื่อได้เห็นดังนั้นฉันจึงยิ้มกลับไปตามมารยาท ต่อจากนั้นเราสองคนก็เงียบกันไปเหมือนหมดเรื่องที่จะคุยแล้ว รอบบริเวณมีเพียงน้องไคที่ส่งเสียงคึกคักอยู่คนเดียว

ในคราวแรกฉันไม่รู้ตัวเลยว่าคนอื่นหลบออกไปจากตรงนี้หมดแล้ว ไม่มีใครแทรกหรือขัดขึ้นมาในระหว่างที่ฉัน น้องไค และพ่อของเขาคุยกันเลยสักคน จนกระทั่งคุณคมเป็นฝ่ายเดินไปยังโซฟาเบดก่อนฉันถึงได้เพิ่งสังเกตถึงความผิดปกตินี้ พี่คูณก้มหน้าก้มตากดมือถือ ส่วนพี่คิวที่ปกติมักจะเสียงดังก็นั่งเงียบแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ท่าทางของพวกเขาส่งผลให้ฉันคันยิบที่กึงกลางใจแปลกๆ

แต่พอพี่น้องทั้งสามคนนั่งอยู่ด้วยกันเรียบร้อยแล้ว คนดังกับพี่คูณก็หันมามองหน้ากัน พี่คูณพยักหน้าให้เขาหนึ่งทีราวกับอย่างจะบอกความนัยอะไรบางอย่าง จากนั้นพวกเขาก็หันมายังฉัน

"เจ้าขา" คุณคมคนดังขานชื่อฉัน

"คะ?" ฉันขานรับ ไม่ได้สะดุ้งแตกตื่นแต่เสียววูบที่กลางอกนิดหน่อย

"มีเรื่องจะคุยด้วยครับ" เสียงคุณคมไม่นุ่มนวลแต่ก็ไม่ห้วน เขาเป็นผู้ชายที่พูดคำว่าครับได้ข่มขวัญและไม่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย

มีเรื่องจะคุยเหรอ

หรือจะคุยเรื่องนักข่าวกันนะ? มีความคืบหน้าอะไรอีกงั้นเหรอ...

ฉันพยักหน้าเพื่อรับรู้

"น้องไค" ต่อมาก็เบนสายตาไปพูดกับลูกตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังฟัดตุ๊กตาตัวโปรดอย่างสุดเหวี่ยงไม่สนใจใคร พอลูกเงยหน้ามองก็ย่อตัวลงไปกุมไหล่เล็กทั้งสองข้างพร้อมกระซิบเบาๆ "วันนี้แม่ขาอาจจะต้องคุยธุระกับคุณพ่อ หนูต้องทำตัวน่ารักๆ หน่อยนะคะ ห้ามเสียงดังนะ"

จากนั้นฉันก็รีบเข้าไปยกน้ำมาให้พวกเขาทุกคน

ผู้ชายสามคนนั่งอยู่บนโซฟาเบดซึ่งมีรูปแบบคล้ายเตียงนอนที่ยกสูง ฉะนั้นฉันจึงมีทางเลือกเดียวคือนั่งลงบนพื้นเบื้องล่างพวกเขา

สายตาของคุณคมมองไปยังน้องไคที่ยังฟัดตุ๊กตาอยู่หน้าห้อง แต่ก็ไม่มีทีท่าจะว่าเอ่ยปากเรียกให้มาทางนี้

"น้องเจ้าขามานั่งข้างบนก็ได้" พี่คิวเป็นคนแรกที่รู้สึกตัวก่อน เขาลุกจากโซฟาแล้วหยิบหมอนรองนั่งลงมาเพื่อนั่งด้้านล่างแทน

"ไปนั่งกับคมสิ" และต่อมาพี่คูณก็ทำตาม

นั่นทำให้คุณคมเบนสายตามายังฉันอย่างให้ความสนใจ ที่จริงจะเรียกว่าให้ความสนใจก็ไม่ถูกนะ เพราะสายตาของเขาไม่มีวี่แววของความพิเศษแต่อย่างใด

"..." ร่างกำยำขยับไปทางด้านขวาของโซฟาโดยไร้เสียงเนื่องจากตอนแรกนั่งอยู่กึ่งกลาง

หมายถึงว่า...จะให้นั่งบนโซฟาที่คล้ายเตียงนอนกับซุป'ตาดัง ส่วนพี่ผู้ชายอีกสองคนจะนั่งข้างล่างแล้วเงยหน้าคุยกับคนที่อายุน้อยกว่าเหรอ

ไม่รู้เป็นเพราะฉันมัวแต่มุ่นหว่างคิ้วรึเปล่า คุณคมคนดังจึงพูดออกมาว่า...

"มานี่"

"..." ฉันมองเขาเหมือนตัวโง่งมแค่เพราะคำว่า 'มานี่' คำเดียว

คำแรกที่เขาพูดกับฉันเมื่อสามปีก่อนก็แบบนี้เลย คำว่ามานี่จากปากเขาน่าจะกลายเป็นแผลใจลึกๆ ฉันไปซะแล้ว

"มานั่งตรงนี้ก็ได้" คุณคมเพิ่มเติมมาอีกประโยค ดวงตาแฝงแววขบขันเล็กๆ "ไม่กัดหรอก"

"ค่ะ" ประโยคทีเล่นทีจริงของเขาทำให้ฉันตื่นตัวขึ้นมา ฉันเดินขึ้นไปนั่งบนโซฟาอย่างสงบ แต่ก็แค่ภายนอกเท่านั้นแหละ

มีคนธรรมดาที่ไหนกันบ้างที่ได้นั่งข้างดาราดังแล้วไม่ตื่นเต้น...

ฉันพบว่าคุณคมมองฉัน

"เรื่องที่บอกว่าจะคุยด้วย ใช่เรื่องข่าวรึเปล่าคะ" มาวันนี้ฉันถือคติเปิดก่อนได้เปรียบ ไม่อยากจะตื่นตูมมากเกินไปน่ะ

ข่าวของฉันและเขาแม้จะยังไม่มีการเปิดโปง แต่ก็ยังมีกระแสและมีชาวเน็ตคาดคะเนกันอยู่เรื่อยๆ...หวังว่าคงไม่ได้แย่ขึ้นหรอกนะ

"ไม่ใช่" คนดังตอบ "แต่สำคัญกว่านั้นมาก"

สำคัญกว่านั้นงั้นเหรอ...

คุณคมเบนสายตาไปยังพี่คูณ ดังนั้นพี่คูณจึงหยิบกระดาษใบหนึ่งแล้วส่งไปให้เขา และต่อมากระดาษใบนั้นก็ถูกหยิบยื่นมาให้ฉัน

ฉันรับมาด้วยความแปลกใจ ดวงตากวาดมองรายละเอียดต่างๆ ในกระดาษเอสี่ใบนี้

1.หมอ + วัคซีน 4000/เดือน

2.อาหาร นม 8000/เดือน

4.เสื้อผ้า ซักล้าง 7000/เดือน

5.ของใช้ทั่วไป 6,000/เดือน

6.ค่าน้ำ-ไฟฟ้า 4,000/เดือน

7.ขนม ของเล่น 7,000/เดือน

อ่านในใจมาได้ถึงเท่านี้ฉันก็ไม่กล้าอ่านต่ออีก ในหัวฉันประมวลบวกลบจำนวนตัวเลขที่อ่านไปเมื่อครู่เรียบร้อย ยังอ่านได้ไม่ครบทุกข้อก็บวกได้เกินสามหมื่นแล้วนะ

ฉันเงยหน้ามองดาราดังในคราบคุณพ่อทันที

“มันคือค่าใช้จ่ายรายเดือนคร่าวๆ น้องลองอ่านดูครับ เผื่อมีอะไรขาดจะได้เพิ่มลงไป” ระหว่างนั้นมีเสียงอธิบายอย่างนุ่มนวลของพี่คูณดังเข้ามาในหู

เห็นได้ชัดว่านี่คือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่พวกเขาทำออกมาแจกแจงให้ดูอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่ว่านี่คือเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องข่าวสำหรับพวกเขาหรอกเหรอ

“อ่านครบรึยัง” คุณคมถามด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ

ฉันส่ายหน้า รู้สึกว่าปลายนิ้วที่จับกระดาษอยู่ร้อนขึ้นเล็กน้อย

ฉะนั้นเขาจึงพยักหน้าและย้ายสายไปทางอื่น ท่าทางดังกล่าวนั้นพอดูออกได้ว่าเขายินดีที่จะรอให้ฉันอ่านจบครบโดยไม่เร่งรัดอะไรทั้งนั้น

“พี่คิว พี่คูณ คุณคมคะ” ฉันส่งเสียงเรียกพี่น้องตระกูลค.ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้

ทั้งพี่คิวและพี่คูณต่างมองฉันอย่างให้ความสนใจ ขณะที่คุณคมคนดังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับมีเรื่องสักอย่างที่ทำให้เขาข้องใจ แต่ท่าทางพวกนั้นก็จางหายไปในพริบตา

“เรื่องค่าใช้จ่ายพวกนี้หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” ดังนั้นฉันจึงปฏิเสธพร้อมวางกระดาษคั่นกลางไว้ระหว่างร่างของตนเองกับคุณคม

ฉันสังเกตสีหน้าของทุกคน พี่คูณกับคุณคมมีท่าทีแปลกใจเล็กๆ ส่วนพี่คิวนั้นมีรีแอคชันมากกว่าทุกคน ทำให้ฉันเดาได้ว่านี่คือสิ่งที่พี่คูณกับดาราดังปรึกษากันโดยไม่ได้บอกพี่คิวล่วงหน้า

ทุกสายตาหันไปมองคุณคม และเขาก็ถามฉันว่า "ทำไม?"

หมับ!

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบ ทุกอย่างก็ต้องสะดุดเมื่อน้องไควิ่งมากอดแข้งกอดขาฉันพร้อมเงยหน้าจ้องตาแป๋ว “แม่ขาไคหิวโหนม” (แม่ขา ไคหิวขนม)

“น้องไครออีกนิดได้มั้ยคะ เดี๋ยวแม่ขาคุยธุระเสร็จจะลงไปซื้อขนมให้” ฉันกระซิบกับลูก

“หิวววว” เสียงเล็กงึมงำอย่างงอแง

ทุกคนชะงัก ส่วนฉันน่ะชินแล้ว การเลี้ยงเด็กเล็กคนเดียวไม่ได้สบายเลยนะ ฉันเงยหน้าพร้อมกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาที่แสดงความขอโทษ

“เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ก็ได้ ข้างล่างมีเซเว่นอยู่พอดี” พี่คิวออกปากพร้อมลุกขึ้นยืนทันที ประโยคต่อมาก็หันไปหาน้องไค “เดี๋ยวอาคิวไปซื้อขนมให้เนอะไคเนอะ”

“อื้อ ดีจิๆ” น้องไควิ่งไปหาอาคิวของเขาพร้อมชูแขนขึ้นเป็นเชิงให้อุ้ม “ป่ะ ด้วยกัน”

พี่คิวครางหันมาขอความเห็นฉัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ก้มตัวลงไปอุ้มน้องไคขึ้นเรียบร้อยแล้ว ฉันมองน้องไคที่กอดคอคุณอาแบดบอยของเขาแล้วก็พยักหน้าอย่างจำยอม ถ้าไม่ให้ไปเดี๋ยวจะงอแงเปล่าๆ ยังไงก็แค่เซเว่นฝั่งตรงข้ามเองนี่นะ

ขณะที่พี่คิวพาน้องไคไปใส่รองเท้าหน้าห้อง พี่คูณก็ส่งเสียงบ้างเช่นกัน

“ไปด้วย” แถมยังลุกขึ้นทันทีโดยไม่ถามความเห็นซุปตาดังอีกต่างหาก

ที่ฉันยอมให้น้องไคไปกับพี่คิวเพราะเห็นว่าพี่คูณยังอยู่ด้วยหรอกนะ...ฉันแอบมุ่นหว่างคิ้วในทันที ส่วนคุณคมคนดังก็เหลือบมองหว่างคิ้วของฉันแล้วหันไปหาผู้ชายสามคนที่กำลังจะออกจากห้อง

“เดี๋ยว” เสียงทุ้มของเขาดังขึ้น นำพาให้ทุกคนชะงักพร้อมหันมามอง “ไอ้คิวไปได้ ไอ้คูณมานี่”

พี่คูณหันมาจ้องคุณคม ทั้งคู่จ้องกันตาไม่กะพริบ ฉันเห็นคุณคมเอี้ยวตัวลงไปตบฝ่ามือลงบนเบาะรองนั่งดัง ฟุบ สองทีแทนการเรียกซ้ำสอง ส่วนพี่คูณก็แอบทำตาลอยอย่างแง่งอน

ฉะนั้นพี่คิวจึงพาน้องไคไปเซเว่นคนเดียว

“ขอไปตากลมที่ระเบียงหน่อยนะ” พี่คูณเดินกลับมาแล้วผลักไหล่คุณคมหนึ่งที “ที่เหลือพ่อแม่น้องไคก็ลองปรึกษากันเอาเองแล้วกัน”

คุณคมคนดังมองตามฝีเท้าของพี่คูณพร้อมลอบหัวเราะในลำคอเบาๆ จากนั้นเขาหันมาสนใจฉันอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนฉันก็เหลือบไปมองพี่คูณที่ออกไปยืนตรงระเบียงแล้วหันกลับมาหลุบตาลงมองกระดาษเอสี่เจ้าปัญหาอีกครั้ง พอจะลงความเห็นในใจได้ว่าที่ทุกคนพากันย้ายออกจากตรงนี้เพราะฉันกับซุปตาคนดังกำลังมีข้อกังขาเรื่องเงินกันอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร

“ทำไมถึงรับไว้ไม่ได้” คำถามของเขาส่งผลให้ฉันเงยหน้าขึ้น

ทำไมน่ะเหรอ...

นี่มันของร้อนลวกมือชัดๆ เป็นจำนวนเงินที่มากเกินจำเป็นด้วย ฉันไม่อาจกล้าพยักหน้ารับอย่างชื่นมื่นเหมือนเป็นสิ่งที่สมควรจะได้หรอก และมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันร้องขอจากเขาด้วย

“เรื่องเงินหนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ”

“...”

“หนูขอแค่ให้เรื่องของหนูกับลูกเป็นเรื่องส่วนตัวไปตลอดก็พอ หนูไม่อยากให้เป็นข่าว ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งค่ะ” ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเข้ามาหาฉันจนถึงปัจจุบันนี้...นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันร้องขอจากพวกเขา

เพราะฉันไม่ใช่บุคคลสาธารณะเหมือนคุณคม ฉันจึงไม่ต้องการให้ใครต่อใครมารับรู้และออกความเห็นเกี่ยวกับชีวิตของฉันและน้องไค ฉันต้องการความสงบสุข...

“พวกคุณสัญญากับหนูแล้วว่าจะจัดการให้...” แม้จะยากเนื่องจากเขาเป็นคนดังของประเทศ แต่มันเป็นข้อเดียวที่ฉันต้องการจริงๆ

เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่ สัญญาแล้ว”

“...”

“จะพยายามจนกว่าจะถึงที่สุด”

ได้ยินคำว่าจนกว่าจะถึงที่สุดแล้วฉันก็ครางว่า “หืม?” อย่างแผ่วเบา พร้อมเสริมไปอีกประโยค “มันมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ”

เขาส่ายหน้านิดหน่อย ดวงตาเขาสงบนิ่งคล้ายไม่แยแสสิ่งใด แต่ก็ยอมสรุปสั้นๆ ให้ฉันฟัง

“ถ้าสามสี่เดือนต่อจากนี้ไม่มีอะไรแปลก ข่าวก็จะถูกลืมไปเอง”

แม้เขาจะเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ฉันไม่ได้เด็กขนาดนั้น ไหนเลยจะเดาไม่ได้ว่ามันเป็นขั้นตอนที่ยาก

“หนูต้องทำอะไรบ้างมั้ยคะ” ดังนั้นฉันจึงกระวนกระวายนิดหน่อย

“เก็บตัวนิดหน่อย ระวังให้มาก” เขายื่นปลายนิ้วลงไปแตะกระดาษที่ฉันวางไว้ “ใช้ชีวิตให้ดี”

“...” ฉันอดเม้มปากไม่ได้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่ากลางอกที่กระวนกระวายถูกความอุ่นวาบสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่อย่างละมุนละม่อม

คงเพราะเขาบอกอ้อมๆ ว่าหน้าที่ของฉันมีเพียงแค่ รอเงียบๆ เท่านั้นล่ะมั้ง

“แต่เรื่องข่าว ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในกระดาษ” ปลายนิ้วเรียวสวยนั้นกำลังทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษมาใกล้ตัวฉัน ราวกับอยากจะให้ฉันพิจารณาอีกที

“...” เวลาที่ถูกคุณคมมองมาด้วยสายตานิ่งเรียบผิดปกติ ฉันเป็นอันต้องแข็งทื่อไปซะทุกที

กับคนประเภทที่มีภาวะความเป็นผู้ชายสูงเสียดฟ้า...เห็นทีฉันคงไม่สู้จริงๆ

“ติดตรงไหนก็พูดออกมาตรงๆ เถอะ” เขาพูดมาอีกประโยค

ฉันชะงัก พอแอบเหลือบมองคุณคมอีกรอบก็เห็นว่าเขาพยักหน้าให้หนึ่งที ราวกับต้องการฟังจากปากฉันให้เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด

“หนู...คิดว่าเรื่องของน้องไคหนูทำเองได้ ไม่ขอพึ่งพาคุณไปมากกว่านี้เพราะมันจะยิ่งทำให้หนูเกรงใจ ช่วยเหลือกันแบบพอดีๆ น่าจะดีกว่าค่ะ” ฉันพยายามเรียบเรียงออกมาให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่ก็ยังติดขัดเรื่องความมั่นใจนิดหน่อย

“หมายถึงว่ามันไม่เหมาะสม?” เสียงที่เนิบช้าแต่เน้นหนักดังเข้าสู่ใบหูฉัน

“คือคุณคมคะ...”

ฉันกำลังคิดจะอธิบายเพิ่มเติม แต่พอมองไปยังดวงตาเขาก็พบประกายความขบขันจางๆ อยู่ในนั้นจึงนิ่งขึงไป

“เมื่อวานนี้ หนู’ เป็นคนบอกลูกเองว่า คุณคม คือพ่อ”

“...”

“ถ้าคุณคมที่เป็นพ่อ ช่วยเบาภาระของหนูที่เป็นแม่ได้...นี่ถึงเรียกว่าช่วยเหลือกันแบบพอดี ถูกมั้ย?” ท่าทางเขาดูไร้ความกดดัน แต่เสียงจริงจังอย่างชัดเจน

ฉันนิ่งอึ้งไปบ้าง แต่ก็ต้องเห็นด้วยในสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว “...ถูกค่ะ”

พร้อมกันนั้นฉันก้มหน้าลงไปมองกระดาษในทันที ต้นเหตุเพราะถึงแม้ว่าเขาจะใช้เสียงที่จริงจัง กิริยาไร้ความกังวล แต่แววตาที่แฝงความขบขันจางๆ คู่นั้นมันทำให้ฉันคิดว่าเขากำลังแอบล้อเลียนหรือไม่ก็แซะนิดๆ แต่มันเรื่องอะไรกันล่ะ?

มันจั๊กจี้และตะขิดตะขวงในใจกับคำว่าหนูและคุณคมจากปากเขายังไงไม่รู้

คาดว่ารีแอคชันของฉันคงแปลกมากสินะ ซุป'ตาดังถึงได้พ่นลมหายใจคล้ายระบายความขบขันหนึ่งครั้ง ส่วนฉันก็เกิดอาการเห่อร้อนโดยไร้ที่มาซะงั้น

ฉันพยายามตั้งสติ...พยายามจะลืมสายตาขบขันที่คนดังทิ้งไว้ให้จดจำในหัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

“หรือที่ไม่รับเพราะยังเข้าใจผิดเรื่องนั้นอยู่” ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คุณคมถามต่อพอดี

“คะ?”

“เรื่องที่เคยคุยค้างไว้” เขาเปรย และนัยน์ตาที่เคยมีความขบขันก็กลับเข้าสู่โหมดปกติ “ที่หอเก่า”

ฉันทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

เขาคงพูดถึงวันที่บุกมาหาฉันที่หอเก่าตัวคนเดียวเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ...เราเผชิญหน้ากันในฐานะคนแปลกหน้า เขาถามหาลูก ฉันจึงเผลอว๊ากใส่เขาถึงเรื่องในอดีตและเขาก็เหมือนจะโต้กลับมา แต่ดันมีเรื่องแม่มาขัดซะก่อน เขาไปส่งฉันที่โรงพยาบาลและเอ่ยขอโทษ...แต่ฉันก็หมางเมิน

ฉะนั้นเรื่องที่เราคุยกันค้างไว้มีแค่สองเรื่อง คือคำกล่าวหาของฉันและคำขอโทษที่ไม่ได้รับฟีดแบคของเขา

“ถ้าหมายถึงเรื่องที่คุณขอโทษแล้วหนูไม่ได้ตอบ ก็ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ ส่วนเรื่องที่ใช้อารมณ์กับคุณวันนั้น...” ฉันพูดอย่างอ้อมๆ “ขอโทษด้วยค่ะ”

“รู้มั้ยว่าที่เจ้าขาพูดวันนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด” สายตาของเขาไม่ได้วอกแวกไปจากฉันเลย

ที่จริงแล้วหลายสิบวันที่ผ่านมาฉันได้คุยเรื่องนี้กับพี่คิวบ้างแล้ว เพราะเขาเป็นคนที่แวะมาหาบ่อยที่สุด แม้พี่คิวจะไม่ได้เล่าละเอียด แต่ฉันก็สามารถทำความเข้าใจได้ว่าแท้จริงแล้วเรื่องที่ฉันท้องไม่เคยส่งไปถึงหูคุณคมตั้งแต่แรกแล้ว ปัญหานั้นอยู่ที่ผู้จัดการที่ชื่อฟามจริงๆ

ถ้าไม่ได้ฟังความจากพี่คิวมาบ้างฉันคงมีทิฐิมากกว่านี้ คงปิดกั้นเขามากกว่านี้แน่

ดังนั้นฉันจึงพยักหน้ารับพร้อมกับโต้ตอบ “เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันจริงๆ ...คือพี่คิวก็เล่าให้ฟังบ้างแล้วค่ะ

มุมปากของเขาอยู่ในลักษณะกึ่งยิ้มกึ่งเฉย

“รู้ครับ”

“...”

“แต่อยากบอกด้วยตัวเองมากกว่า”

จริงสินะ อะไรที่ฉันคุยกับพี่คิวเขาย่อมต้องได้รู้อยู่แล้ว แต่เขาอยากบอกฉันด้วยตัวเองงั้นเหรอ ช่างเป็นผู้ชายที่...แน่วแน่จริงๆ

ในขณะที่ฉันนั่งอยู่ในท่าที่เป็นผู้หญิงมากที่สุด เขาก็นั่งในท่าที่เป็นผู้ชายมากสุด

ในขณะที่ฉันมักจะหลีกเลี่ยงการปะทะสายตากับเขามากที่สุด เขาก็มองตรงมายังฉันมากที่สุดเช่นกัน และฉันรู้ว่าเขากำลังรอคำตอบใหม่ของฉันอยู่

ฉันแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งที

“เรื่องค่าใช้จ่ายหนูรับไว้ก็ได้ค่ะ”

“...” เขาพยักหน้า

“แต่ขอเป็นตัวเลขใหม่นะคะ”

คุณคมครางอย่างสงสัยว่า “หืม?”

“มันเยอะเกินไป” ฉันอธิบาย

ดวงตาคมปราบของดาราดังตวัดมองไปยังนอกระเบียงที่มีพี่คูณยืนอยู่พร้อมพูดว่า “ไอ้คูณบอกว่าเหลือดีกว่าขาด”

“มันจะเหลือเยอะมากเกินไปค่ะ แบบนี้ไม่พอดีเลย” พูดเรื่องเงินแล้วฉันก็เผลอบ่นอุบขึ้นมา

เจ้าของใบหน้าคมสันเลิกคิ้วนิดๆ จนรอยสักรูปมังกรตัวเล็กตรงหางคิ้วขยับตามการเคลื่อนไหว จากนั้นก็พยักหน้าโดยไร้เสียง

ฉันไปหาปากกากับเครื่องคิดเลขเพื่อเตรียมจัดการเรื่องเงินใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พอดีกับเราทั้งคู่โดยไม่มีใครได้หรือเสียมากกว่าใคร

กระดาษถูกวางลงบนเบาะโซฟา สายตาของเราสองคนมองที่จุดเดียวกัน

เขายังนั่งด้านบน ฉันเปลี่ยนมานั่งบนพื้นด้านล่าง

เขาเป็นคนมอง ฉันเป็นเขียน

มือแกร่งยันลงบนเบาะใกล้ๆ กระดาษ เส้นผมของฉันตกลงไปคลอเคลียกับหลังมือเขาโดยที่ไม่ทันสังเกตเห็น

ในห้องเปิดแอร์ค่อนข้างหนาว แต่ระยะห่างที่แคบขึ้นของเราทำให้ลืมเลือนมันไป

“คุณคมคะ” แต่แล้วเมื่ออ่านและกวาดตามองมาถึงบรรทัดสุดท้ายฉันก็ต้องเงยหน้า แอบตกใจนิดหน่อยที่เราอยู่ใกล้กันพอสมควร แต่ท่าทางที่มองเป็นเชิงถามของเขานั้นปกติมาก ดังนั้นฉันจึงชี้นิ้วไปยังข้อสุดท้าย “ค่าจิปาถะคืออะไรคะ”

“หืม?” เขาครางรับพร้อมทำท่าจะก้มลงมาดูให้ชัดๆ

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันดันเห็นว่าเส้นผมกลุ่มหนึ่งกำลังคลอเคลียอยู่ตรงหลังมือเขาพอดี เส้นผมสีดำขลับของฉันทำให้หลังมือแกร่งดูขาวผุดผ่องขึ้นมา ฉันชะงักพร้อมไหวไหล่ตามสัญชาตญาณ

และไม่รู้เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ในขณะที่เขาก้มลงมา มือข้างดังกล่าวก็ค่อยๆ ขยับออกจากเส้นผมฉันอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

ดังนั้นฉันจึงแอบอาผมทัดใบหูและวกกลับมาหมกมุ่นกับค่าใช้จ่ายทันที

“คุณแจกแจงมาทั้งหมดแล้ว ค่าขนม ค่าไปเที่ยว ค่าของเล่น ค่าเน็ตไอแพด...พวกนี้ไม่ใช่จิปาถะเหรอ” กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางจากร่างกำยำถูกสูดเข้ามาในปอด แต่ฉันก็พยายามไม่สนใจ “เอ่อ...ทำไมถึงมีแยกมาอีกล่ะคะ มันคืออะไรเหรอ”

แถมจำนวนตัวเลขของคำว่าจิปาถะยังเป็นสามหมื่นอีกด้วยนะ

“คือค่าไร้สาระ” และนี่คือคำตอบอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจของเขา

ฉันขีดฆ่าข้อนี้ทิ้งทันที ค่าไร้สาระอะไรกัน สิ้นเปลืองที่สุดเลย

“ขีดฆ่าทำไม” เขาถาม คนดังคนนี้ขยับตัวทีก็ได้กลิ่นหอมสุขุมที

“หนูคิดว่ามันไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ” เสียงฉันแผ่วลง

“ทำไม?” เขาถามอีกครั้ง

“ก็...” ฉันเหลือบตาขึ้นมองซุปตาดัง มันเป็นเวลาเดียวกับที่เขาเอนตัวขึ้นและขยับตัวพอดี กลิ่นหอมจากตัวเขาก็พลอยจางหายไปด้วย “น้องไคยังเด็กค่ะ”

ได้ฟังแล้วเขาก็พยักหน้ารับพร้อมปรายตามองริมใบหูที่ฉันเพิ่งเอาผมไปทัดไว้นิดหน่อย ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น ส่วนฉันก็ก้มหน้าดังเดิม

การจัดการกับศาสตร์ด้านตัวเลขทุกแขนงคือความสามารถพิเศษของฉัน และฉันก็สนุกกับมันได้โดยที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจด้วย ฉันอ่านค่าใช้จ่ายทั้งหมดอีกครั้ง พบว่าจำนวนเต็มของมันคือแปดหมื่น/เดือน แน่นอนว่ามีหลายหัวข้อที่ฉันขีดฆ่าทิ้ง

ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีฉันก็คิดเงินเสร็จ

“นี่ค่ะ” ฉันเลื่อนไปให้เขาดู

ร่างกำยำกวาดตามองกระดาษที่มีรอยปากกาเพิ่มมา จุดล่างสุดมีคำว่า รวม กำกับอยู่ ใกล้กันนั้นมีตัวเลขแปดหมื่นถูกขีดฆ่าไว้ และเขียนจำนวนจริงอันใหม่ลงไป

“สี่พันห้า?” เสียงทุ้มเอ่ยเป็นเชิงถาม

“เป็นค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่หนูหารครึ่งเรียบร้อยแล้ว หลักๆ รายเดือนมีแค่ค่านม ค่าเนิร์สเซอร์รี่” ฉันเริ่มอธิบายอย่างชัดเจนพร้อมชี้ไปยังตัวเลขที่เขียนจากปากกา...จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง “ส่วนค่าเสื้อผ้ากับค่าไปเที่ยว หนูคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องมีทุกเดือน ก็เลยทำค่าเฉลี่ยต่อสามเดือน...”

แล้วฉันก็ต้องหยุดพูดเมื่อเห็นว่าเขานิ่งขึงไปนิดหน่อย

“คุณงงตรงไหนรึเปล่าคะ” ฉันถาม

“อืม” เขาครางอย่างคลุมเครือ ก่อนจะว่าต่อ “อธิบายต่อสิ”

“คิดเป็นค่าเฉลี่ยแล้วจะได้เท่านี้” ระหว่างพูดก็ได้ว่าคิดในใจว่าค่าที่ต้องเฉลี่ยนี่ไม่ต้องมีก็ได้นะ แต่ถ้าไม่เหลือไว้บ้างก็จะกลายเป็นฉันฆ่าหัวข้อทิ้งมากเกินไปน่ะสิ “แล้วก็...ข้ออื่นๆ ที่หนูขีดทิ้งเพราะมันไม่จำเป็นเลยค่ะ”

เพราะฉันคิดแค่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เอาแค่พอให้คุณคมได้มีส่วนร่วมบ้างก็พอแล้ว

ตอนนี้ซุป'ตาดังเปลี่ยนมานั่งด้วยท่าที่เขาแขนวางทาบกับเข่าทั้งสองข้างและประสานมือเข้าด้วยกัน เขาเอียงหน้ามามองฉัน แม้จะดูนิ่งสงบและมีกลิ่นอายดุดันบ้างบางเวลา แต่ผู้ชายคนนี้กลับซ่อนประกายหยอกล้อบางอย่างไว้ในดวงตาด้วย

“เฉียบมาก” เขาเปรยด้วยเสียงที่ไม่นุ่มนวลแต่ก็ไม่ถึงกับแข็งกระด้าง

นี่เป็นคำชมรึเปล่านะ...ฉันก้มหน้าอมยิ้มเงียบๆ

ส่วนคุณคมนั้นแบมือมายังฉันพร้อมทั้งมองปากกาที่ฉันถืออยู่ แน่นอนว่าฉันจะต้องยื่นให้เขา...ฝ่ามือที่มีขนาดแตกต่างของเราสองคนกำลังเคลื่อนเข้าใกล้กัน แต่แล้วเสียง ‘Rrr’ จากมือถือของฉันก็ดังขึ้นซะก่อน

ฉันเปลี่ยนเป็นวางปากกาไว้บนเบาะ รีบหยิบมือถือที่มักพกไว้ใกล้ตัวตลอดมาดู ส่วนคุณคมคนดังก็ผละมือกลับไป

เมื่อกี้คุณคมอยู่ในจุดที่สามารถเห็นหน้าจอมือถือได้ถนัดมาก มันเหมือนกับว่าเขาเห็นชื่อของคนที่โทรมาแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

คนที่โทรมาคือ พี่บลู

[รออัพต่อบทหน้า]
Lta Luktarn
ขอให้ทุกคนอ่านอย่างมีความสุขจ้า
ปล.พูดถึงค่าเลี้ยงดู ตามความเป็นจริงคือจะใช้เยอะหรือน้อย มันขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนและไลฟ์สไตล์ เจ้าขาฐานะเท่านี้ ทำงานพาร์ทไทม์ กู้เงินเรียน ต้องจ่ายแค่ลูกอย่างเดียวเก้าพันนี่ถือว่าเยอะมากแล้ว แถมยังต้องใช้เงินเก็บร่วมด้วยซ้ำ เพราะงั้นเจ้าขาจะคิดเงินในฐานของตัวเอง และคิดแค่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเท่านั้นด้วย จุ้บ



1 เม้น 1 กำลังใจ


ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เอามารีไรท์ใหม่ >> คลิก <<
ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.368K ครั้ง

54,002 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #52012 waifaifaifine (@waifaifaifine) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:15
    ปกติจะเชียร์ผู้คาร์แรคเตอร์แบบพี่บลูนะ แต่เรื่องนี้ คุณคม !!!!!!
    #52012
    0
  2. #48671 Wilawan Chumwanid (@nunany27) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:07
    ชอบเรื่องนี้ค่าน่ารักมาก
    #48671
    0
  3. #44343 PaveesudaHanpani (@PaveesudaHanpani) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 10:25
    งุ้งิ้
    #44343
    0
  4. #42116 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 20:04
    เหมือนคุณคมน่าจะเริ่มสนใจ
    #42116
    0
  5. #41924 sadaomi (@sadaomi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 15:30
    อ้าว -พี่บลู!! โทรมาได้จังหวะเลยนะ!!!!!
    #41924
    0
  6. #41142 NO2H (@NO2H) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 19:58
    "มานี่"...จินตนาการออกเลยว่าเจ้าขารู้สึกยังไง...:(
    #41142
    0
  7. #38095 CNBESUBIEXO (@panutda91) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 08:23
    คุณคมชอบเจ้าขามั้ย
    #38095
    0
  8. #35447 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 19:44
    เจ้าขาแบ่บ ชอบอะ เจ๋ง มาแล้วเด้อออพี่บลู กรี๊ดๆ
    #35447
    0
  9. #34009 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 00:46
    จากแปดหมื่นเหลือสี่พันห้า เจ้าขาสุดยอด
    #34009
    0
  10. #30765 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 11:23
    เจ้าขาซื่อตรงมากไมได่หวังอะไรจาดคุณคมคยดังเลยแม่ของลูกชัดๆเลยคุณคม
    #30765
    0
  11. #29017 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 14:48
    พี่บลูเริ่มมีบทบาทแล้ว
    #29017
    0
  12. #26853 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:34
    พี่บลูมาแล้วค่ะ
    #26853
    0
  13. #26402 NuMuE (@NuMuE) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 22:57
    พี่บลูมาค่ะ
    #26402
    0
  14. #25496 gofo (@gofo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:30
    คะ ใช้ถาม/เรียก
    ค่ะ ใช้บอก/ตอบ
    แก้นิดหนึ่งนะคะมันขัดหูขัดตา
    #25496
    0
  15. #25495 gofo (@gofo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:25
    ขอโทษด้วยคะ ไม่ใช่ค่ะ
    #25495
    1
    • #25495-1 monnak12 (@monnak12) (จากตอนที่ 12)
      30 กรกฎาคม 2561 / 18:12
      ถูกเเล้วไม่ใช่อ่อ
      #25495-1
  16. #22353 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 10:13
    ผชที่เคยแอบชอบ ผชที่เป็นพ่อของลูก กรี๊ด
    #22353
    0
  17. #21767 joliemoree (@joliemoree) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:02
    โอยยยยย พี่บูลลลลลล
    #21767
    0
  18. #21553 ▪NAMELESS▪ (@Biw-sr) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 19:17
    พี่บลูลลลลลลล โทรมาทำไมตอนเน้
    #21553
    0
  19. วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 17:26
    ชอบที่ว่า
    รู้ครับ&#8203; เเต่อยากบอกด้วยตัวเองอะไรนั่น&#8203; บทนี้มีกลิ่นอายละมุนละไม&#8203;><
    #21531
    0
  20. #21524 Ployly4787 (@Ployly4787) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 15:56
    ละมุนหัวใจหลัวคมเจ้าขา รอเรื่องนี้มานานแสนนาน
    #21524
    0
  21. #21509 Aliceape (@Aliceape) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 14:53
    จะทำอีบุ้คมั้ยคะ
    #21509
    0
  22. #21478 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:17
    อ้าวววววส
    #21478
    0
  23. #21179 Bovie_Kuannapa (@Bovie_Kuannapa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 07:15
    คุณคมคะ ต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วนะคะไม่งั้นเค้างาบเมียพี่ไปกินแน่ค่ะ
    #21179
    0
  24. #21147 Pwind (@Pwind) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 00:29
    เจ้าขากับคุณคมอยู่ด้วยกัน แล้วทำไมรู้สึกน่ารัก ชอบ มีความแบบบ ชอบอ่ะ
    #21147
    0
  25. #21111 Kang Chul (@LadyMerry) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 22:38
    เขินนนนนนนน
    #21111
    0