ตอนที่ 5 : {อัพครบ}พี่เสี่ยคนดี❖เธอสมควร 'โดนรัก 1'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    25 ก.พ. 60

 

เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


คำแนะนำก่อนอ่าน :: ตัวละครมีมุมสีเทา เนื้อหารุนแรงบ้าง ฟินบ้าง เวลาในการอัพขึ้นตรงกับเพจ lta luktarn ในเฟสบุ๊ค ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ


#พี่เสี่ยคนดี {EP.04}

:: รัก 1::
Related image

“อู้งานเหรอคีย์ ไม่น่ารักเลย” แววตาเขาฉายแววคาดโทษฉัน

“ไม่ใช่หรอกน่า” ฉันชูถุงขนมให้เสี่ยดูพร้อมละเลยการคาดโทษจากเขา สงสัยคำว่า เดี๋ยวระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายคงต่างกัน จากนั้นจึงหันไปบอกคิวตามมารยาท “ขอโทษที่ทำให้นายเสียเวลานะคิว”

“ไม่เป็นไรอะ” คิวยิ้มให้และมองฉันค้างไว้ราวกับสงสัย “เออ ที่จริงแล้วฉันรู้สึกเหมือนเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนเลย เธอชอบเที่ยวผับมั้ย เธอเคยไป ‘NOR’ ปะ?”

นอร์ที่ว่าน่ะคือชื่อร้านอาหารกึ่งผับที่ฉันไปร้องเพลงอยู่ คิวอาจจะเคยเห็นหน้าฉันผ่านๆ จากที่นั่น เพราะเขาไม่ได้ถามว่า เธอทำงานอยู่ที่นอร์ใช่มั้ย... ยังไงก็ขอให้เป็นอย่างที่ฉันสันนิฐานเถอะ

“ก็เคยบ้างนะ นายเคยไปเหรอ” ฉันถามกลับ

“ไปดิ ข้างในก็นัวกันมันดี ฮ่าๆ” ตอบเสร็จคิวจึงหัวเราะ

“ไปกับเขาเหรอ” ฉันเบี่ยงหน้าไปหาเสี่ยที่ขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ย ส่งผลให้เสี่ยขมวดคิ้วมองฉัน

“เปล่าหรอก ไอ้เสี่ยมันชอบเที่ยวอีกแบบ” คิวส่ายหน้าก่อนจะป้องปากคล้ายคนอยากกระซิบ แต่เสียงเขาดังลั่นทีเดียว “พวกอาบอบนวดไรงี้ ของชอบมันเลย คีย์ระวังโดนมันใช้ให้นวดนะ”

“เละ...” ได้ยินเสียงเสี่ยฉันจึงหันไปหาเขาโดยยังไม่ปริปากพูด

“เละอะไรวะ”

คิวทำเสียงงุนงง ส่วนฉันถือโอกาสเดินเข้าไปด้านในเพราะเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะครบกำหนดชั่วโมงงาน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเสี่ยด้วย เขาโต้ตอบว่า...

“กูเนี่ยเละ โดนมึงเผาซะเละเลย”

หลังจากนั้นเสี่ยก็เข้ามาทำงานต่อ ส่วนฉันน่ะเอาขนมใส่จานแล้วกลับเข้าไปในสตูดิโอ มองเสี่ยที่เริ่มขมวดคิ้วจ้องภาพเขียนซึ่งยังห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์ โชคดีที่วันนี้มาเร็ว เวลาเลิกงานคงเป็นช่วงเย็น

“เสี่ย นายหิวบ้างรึยัง” ฉันวางจานขนมไว้ด้านหลังเขา ตรงจุดที่ฉันใช้มองเขาทำงาน นี่อาจอยู่นอกเหนือหน้าที่ แต่ขอเถอะ ถ้าไม่ให้ทำเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ฉันคงไม่ต้องทำไรอีกแล้ว

“อืม... ก็หิวอยู่เหมือนกัน” ดูท่าเขากำลังคิดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับงานเขียนของตัวเอง

“จะพักกินขนมก่อนก็ได้นะ”

“ซื้อขนมไรมา”

“ก็พวกคุกกี้หลายรสรวมกัน” ฉันตอบ

“อยากกิน...”

พอได้ยินฉันจึงหยิบจานแล้วเดินไปหาเนื่องจากเขาไม่ได้ลุกมา อาจจะขี้เกียจมั้ง เมื่อจานคุกกี้อยู่ตรงหน้าเสี่ย เขาชูมือที่เลอะสีให้ฉันดูประกอบคำพูดในประโยคถัดมา

“แต่กินไม่ได้ มือฉันเลอะ... น่าสงสารมั้ยอะ”

ไม่เท่านั้น ยังเงยหน้ามองฉันตาปริบๆ อีก มือเขาเลอะจริงซะด้วย

“มันมีอะไรให้น่าสงสารด้วยเหรอ”

“ก็เนี่ย เธอเอามายั่ว... แล้วมือฉันก็โคตรสกปรก” เขาว่า “นี่ก็น่าสงสารมากพอแล้วมั้ง”

นี่มันให้ความรู้สึกเหมือนเสี่ยกำลังแหย่ฉันอยู่ เขาไม่ได้ลามปามมากจนเกินไป วิธีการพูด รวมถึงน้ำเสียและสีหน้าที่ทำให้ฉันรู้ว่าเขาจีบหรือหยอดผู้หญิงเก่งในระดับหนึ่ง

“แค่นายไปล้างมือ ความน่าสงสารก็หายไปแล้ว” ฉันยื่นข้อเสนอ ถึงจะรู้ว่าเขาต้องการอะไรก็เถอะ แต่ขอแกล้งทำเป็นไม่รู้ดีกว่า “ไม่เชื่อลองดูสิ”

เสี่ยกัดริมฝีปากล่างในตอนที่เขายังค้างสายตาไว้กับใบหน้าฉัน ซี่ฟันขาวสะอาดค่อยๆ ครูดกับผิวปากสีธรรมชาติ เขาหมุนเก้าอี้มาเผชิญหน้ากับฉันอย่างเต็มรูปแบบ

“ถ้าน้องคีย์ป้อน เดี๋ยวความน่าสงสารของพี่เสี่ยก็หายไปเอง... ไม่เชื่อลองดูสิ”

ประโยคนั้นทำให้ฉันหรี่ตามอง

“เอาจริงเหรอ?” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ

“จริง” เขาพยักหน้า แต่ไม่ถึงห้าวินาทีประโยคถัดไปก็ถูกส่งออกจากริมฝีปากหยักลึกทันที ซ้ำยังจะใช้มือเลอะสีหยิบขนมอีก “แต่ถ้าไม่อยากป้อน เดี๋ยวกินเองก็ได้”

“มันสกปรกจะตาย” ฉันเคลื่อนมือลงไปหยิบขนมในจาน ทำให้เสี่ยชะงักแขนไป “มีแต่สารเคมีทั้งนั้น”

พูดจบฉันก็เลือกหยิบคุกกี้ไส้ลูกเกด ก่อนจะยื่นมันให้เขา

“นี่รสไร” เสี่ยมอง “ช็อกชิพ?”

“ลูกเกดไง”

“ไม่เอาลูกเกด” เขาปฏิเสธ แต่ไม่ได้ส่ายหน้าหนี “ไม่ค่อยชอบรสชาติมันเท่าไหร่”

“โทษที ฉันไม่รู้”

“...”

“เอารสนมแล้วกัน นายคงไม่ได้ไม่ชอบนมใช่มั้ย”

“อันนี้ชอบเลย... นมเนี่ย” เขาตอบก่อนจะงับคุกกี้รสนมไปหนึ่งชิ้นแล้วหันไปผสมสีต่อ

เมื่อกี้น่ะ ความจริงฉันรู้นะว่าลูกเกดคือสิ่งที่เขาไม่ชอบ

ฉันรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว

หลังจากนั้นเสี่ยก็นั่งทำงานบ้าง หันมามองฉันบ้าง ชวนคุยนิดๆ หน่อยๆ บ้าง กระทั่งครบกำหนดสี่ชั่วโมง ฉันก็ลุกขึ้นยืนพร้อมส่งเสียงเรียกเขา

“เสี่ย” ได้ยินเสียงฉันเจ้าตัวก็ครางเบาๆ โดยไม่หันมามอง สงสัยจะมีอารมณ์วาดรูปแล้ว ไฟน่าจะกำลังติด ดังนั้นฉันจึงว่าต่อ “วันนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ”

“จะรีบไปไหน” เขาชะงักพู่กัน ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาติดผนังแล้วพึมพำคนเดียว “เย็นแล้วนี่หว่า”

“...”

“รอแป๊บได้มั้ย เดี๋ยวออกไปด้วยกัน” เสี่ยหันมามองสบตาฉันในที่สุด สภาพเขามอมแมมได้เรื่องเลย โดยเฉพาะช่วงปลายนิ้ว

“นายวาดต่อดีกว่า ฉันไม่กวนหรอก”

“เธออยู่ไกล เย็นแล้วจะกลับยังไง” อา... ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันบอกเขาเองนี่นาว่าอยู่หอแถวๆ มหาวิทยาลัย

“เดี๋ยวฉันจะไปธุระต่อด้วย” พอดีว่าฉันต้องไปร้องเพลงที่คลับไง ถึงจะอยู่คนละฝั่งกันก็เถอะ แต่ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าควรไปคนเดียวมากกว่า “นี่ยังไม่มืดเลย ฉันกลับเองได้อยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่กล้ามาทำงานไกลๆ แบบนี้หรอก”

“อืม เอางั้นเหรอ” เขาถามอีกครั้ง ส่วนฉันพยักหน้า เขาจึงพยักหน้าตาม “โอเค”

“ไปนะ ตั้งใจทำงานนะ” ฉันบอกลาแล้วคว้ากระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่ที่เตรียมชุดไว้สำหรับเปลี่ยนตอนงานกลางคืนมาถือไว้

“กลับดีๆ” เสี่ยว่าแต่ก็ลุกตามฉันมาด้วย

กระทั่งมาถึงหน้าบ้าน เขาก็ใส่รองเท้าแตะแล้วตามหลังฉันออกมา นั่นทำให้ฉันหันไปขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ไม่นานจึงพบคำตอบเมื่อเสี่ยเดินนำหน้าฉันไป

“เดี๋ยวเดินไปรอรถหน้าหมู่บ้านเป็นเพื่อนดีกว่า”

“อ้อ... ได้ๆ” ฉันยิ้มบางๆ พลางเดินตามหลังเขาไป

เรารอรถไม่นานก็มีแท็กซี่ผ่านมา เสี่ยเป็นโบกให้ เมื่อรถแล้วเปิดประตูรถให้ เมื่อรถจอดเขาก็ถูมือที่เลอะสีกับเสื้อแล้วเปิดประตูรถให้ฉัน

“ขอบใจนะ” ฉันตอบ รู้สึกประหม่าเล็กน้อยในทุกโมเม้นท์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างเรา

โชคดีที่ลุงคนขับแท็กซี่คนนี้ท่าทางอัธยาศัยดี หน้าตาดูใจดีมาก ลุงแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นเสี่ยเปิดประตูให้ฉัน ส่วนเสี่ยน่ะ... เขาก้มหน้าลงมามองโชเฟอร์ ก่อนจะส่งเสียงออกมา

“มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน”

พูดอะไรของเขา เรามีเบอร์กันซะที่ไหน?

ฉันคิดในใจอย่างสงสัย แต่พอเห็นสายตาซึ่งมองสำรวจลุงคนขับแท็กซี่ของเสี่ย ฉันจึงเออออไปกับเขา

“โอเค นายเข้าบ้านเถอะ” หลังคำพูดนี้ ประตูรถถูกปิดลง...

ฉันมองกระจกข้างรถได้เนื่องจากกระจกเลื่อนเป็นแบบใส ในสายตาฉันตอนนี้... เสี่ยยังยืนอยู่ที่เดิม

ตัวเขาเล็กลง... เล็กลงเรื่อยๆ นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนไปจากวิถีการมองเห็น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็มี เช่น...

สีหน้าของเสี่ยที่ไร้รอยยิ้มในยามที่เขายืนอยู่คนเดียวเพื่อมองรถเคลื่อนไกลออกไป

แท็กซี่วิ่งไปด้านหน้าได้ไม่นานลุงคนขับก็เอ่ยปากคุยเล่นกับฉันตามประสาคนขับขี้เหงาและผู้โดยสารสาวผู้เงียบเป็นเป่าสาก

“แฟนหนูดูท่าจะเป็นห่วงหนูมากเลยนะนั่น ฮ่าๆ แต่ไม่ต้องห่วง หนูโชคดีแล้วที่โบกเรียกลุง ลุงคือแท็กซี่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดในย่านนี้ ส่งผู้โดยสารไม่ฟรี แต่รับประกันความปลอดภัย จะไปไหนล่ะหนู”

สโลแกนของลุงทำให้ฉันยิ้ม แต่ติดอยู่อย่างเดียวที่ไม่ถูกต้อง...

“เขาไม่ใช่แฟนหนูหรอกค่ะลุง” ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะบอกจุดหายปลายทางให้ลุงได้รู้ในที่สุด

ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะมาถึงคลับ ถึงจะไม่ได้จองโต๊ะ แต่ทางคลับจะจองด้านหน้าสุดไว้ให้หนึ่งล็อตอยู่แล้วสำหรับนักดนตรี แน่นอนว่าฉันเปลี่ยนชุด แต่งหน้าใหม่ให้ดูแรงกว่าปกติด้วย

ส่วนตอนนี้ก็ร้องเพลงมาจนถึงช่วงท้ายพอดี กำลังพักสามนาทีก่อนเข้าสู่เพลงสุดท้าย คอแห้งทีเดียวเชียวล่ะ

“คนดีเหนื่อยเปล่า” มัดหมี่ซึ่งนั่งเอาแขนพาดกีต้าร์โปร่งอยู่ทางด้านข้างฉันออกปากถาม

“เหนื่อยสิ คอแห้งจะตายแล้ว” ฉันเอียงหน้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนเพื่อไม่ให้เสียงเข้าไมค์

“เอาเพลงไรปิดท้าย แนวช้าๆ ก็ได้” ส่วนประโยคนี้ ไอ้พลูซึ่งลุกมาจากที่นั่งหลังกลองชุดเพื่อรับแก้วเหล้าจากโจเป็นคนพูด

อ้อ... โจก็มาที่นี่ด้วยนะ เขานั่งอยู่ด้านหน้าสุดเลย ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามาเที่ยวบ่อยแค่ไหน แต่อาทิตย์หนึ่งฉันมาร้องเพลงแค่สองคืน และได้เจอโจตลอดในสองคืนนั้น

“คนดีหิวน้ำแน่ะโจ อิๆ” มัดหมี่แอบป้องปากเพื่อให้โจได้ยิน

“บ้าน่า” ฉันหันไปตีมัดหมี่แล้วกัดฟันว่าเบาๆ ส่วนพลูก็ส่งแก้วเหล้าที่เขาดื่มไปไม่กี่อึกมาให้ แต่ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

“อะไรวะ รังเกียจน้ำลายเพื่อนเหรอ” พลูขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเดินไปนั่งด้านหลังกลองชุดดังเดิมพร้อมตะโกนเพื่อให้ฉันได้ยิน “เอาเพลงไร!

Someone like you แล้วกัน” ฉันหันไปมองค้อนไอ้พลู ก่อนจะบอกชื่อเพลงของ  Adele ศิลปินสุดโปรดให้ทั้งมัดหมี่และแฟนของเธอได้รู้

ทว่าเมื่อหันกลับมาก็พบว่ามีคนยื่นแก้วน้ำมาไว้ตรงหน้า

“เธอคอแห้งไม่ใช่เหรอคนดี นี่น้ำเปล่า” และใช่ เขาคือโจนั่นเอง ฉันหลุบตามองโจเนื่องจากนั่งอยู่บนเวทีซึ่งไม่ได้ยกสูงมากนัก

เพื่อนๆ อาจเข้าใจว่าโจมาเฝ้าฉัน หรืออาจอยากทำคะแนน ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นนะ แต่เดี๋ยวนี้... มันมีข้อดีอยู่

ถึงฉันจะยังไม่ไว้ใจเขามากถ้าจะต้องอยู่กันสองต่อสองตอนกลางคืน แต่ขณะเดียวกันเขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยเพราะมีรังสีที่ใช้กันผู้ชายคนอื่นจากฉัน

และบางที... โจทำให้ฉันรู้สึกว่าเขามาที่นี่เพื่อเทคแคร์ฉัน

“ขอบใจนะ” ฉันรับแก้วน้ำเปล่าเย็นๆ มาจิบ ก่อนจะวางไว้ด้านล่างแล้วจ่อริมฝีปากกับไมค์ “เพลงสุดท้ายของคืนนี้แล้ว เอาเป็น someone like you ของ adele แล้วกันนะคะ”

ลูกค้าวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงานต่างหันมาสนในหน้าเวที ฉันคลี่ยิ้มเมื่อจังหวะเพลงโคฟเวอร์ดังคลอช้าๆ

“หลังจบเพลงนี้ เจอกับพวกเรา ‘til my time’ ได้ที่นอร์โซนชิลเอาท์ ทุกคืนวันพุธและวันเสาร์ตั้งแต่สามทุ่มครึ่งถึงห้าทุ่มครึ่งค่ะ”

ประโยคนี้ฉันพูดประจำจึงไม่ติดขัดอะไร บางครั้งการร้องเพลงโคฟเวอร์ฉันมักจะเอาท่อนกลางขึ้นก่อน

Never mind I’ll find someone like you. I wish nothing but the best for you too. ‘Don’t forget me’ I begged. ‘I’ll remember’ you said. Sometimes it lasts in love but sometimes it hurts instead.”

ครั้งแรกที่ร้องเพลงนี้ฉันจำได้... มันนานมาแล้ว ฉันหลับตาพลางนึกถึงภาพและเสียงในอดีต

ร้องก็ได้... พี่จะฟังเพลงอะไรล่ะ

อยากฟัง someone like you...

เพลงที่เสี่ยเคยขอให้ฉันร้อง ความหมายท่อนฮุคสุดท้ายนั้นฉันจำได้ดี...

Sometimes it lasts in love but sometimes it hurts instead.’

ความรักของเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป แต่บางครั้งความทรงจำของเราก็อาจจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด

เนื้อเพลงที่สื่อถึงความคาดหวังที่เจ็บปวด การปลงกับอดีตที่ผิดพลาด เพลงที่เขาชอบในอดีต และช่วงหนึ่ง... มันก็แค่ตรงกับชีวิตของฉัน

ฉันไม่เคยชอบเพลงนี้เลย แต่ขณะเดียวกัน ฉันกลับจำความหมายและเนื้อร้องได้เป็นอย่างดี

ทำไมพี่ถึงชอบฟังเพลงเศร้า

แค่ชอบฟัง แต่ก็ไม่ได้อยากให้เราเป็นแบบความหมายในเพลงหรอก

 

หลังทำงานเสร็จฉันก็ต้องมานั่งรอไอ้พลูกับมัดหมี่เพื่อกลับบ้านพร้อมกัน เรายังอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าเหมือนเดิม ส่วนโจก็ยังอยู่นะ ตามปกติคือเขาก็จะรอให้ฉันกับเพื่อนกลับบ้านนั่นแหละ

“นี่เรารอไรกันเนี่ย” ฉันนั่งมองแก้วน้ำโค้กของตัวเองพลางเอ่ยลอยๆ

คืออย่างนี้นะ ฉันจะเลือกวันมาร้องเพลงให้ตรงกับวันที่มีเรียนบ่ายในวันถัดไป ฉันไม่ได้ทำงานแค่ที่นี่ แต่ฉันรับพิมพ์งาน รับงานออกแบบกราฟิกอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมงานผู้ช่วยของเสี่ยอีกนะ

ที่ฉันทำงานเยอะเพราะต้องใช้เงิน การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย แถมจะให้ทำงานหนักมากๆ คงไม่ได้ ฉันอยู่ปีสุดท้ายแล้ว ไหนจะต้องเรียน ต้องใช้เงินทำโพรเจกต์จบ จ่ายค่าหอ และอื่นๆ อีก แต่การพักผ่อนก็สำคัญมากเช่นกัน

“รอพี่ชายพลูอะ พี่เขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” มัดหมี่เป็นคนบอก ฉันพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ

“เธอเบื่อเหรอ” โจซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถามฉัน

“ก็ไม่หรอก” ฉันตอบ “แค่ง่วงนิดหน่อย”

“อยากกลับก่อนมั้ย” โจแสดงสีหน้าเป็นห่วง

“นั่นไง พี่ชายกิติมาศักดิ์ของกู แม่งกว่าจะเสด็จได้” จังหวะเดียวกันนั้นไอ้พลูที่นั่งมองซ้ายมองขวาอยู่นานโพล่งขึ้น มองตามจึงเห็นว่ามีผู้ชายสองคนกำลังเดินมาทางนี้ ไอ้พลูยกมือพลางส่งเสียงเรียก “ไอ้ว่าน!

พี่ว่านคือพี่ชายของไอ้พลูกับพี่ยักษ์เพื่อนสนิทของเขากำลังเดินมาทางนี้ พวกเขาคือสองในสามของเจ้าของคลับ ที่สำคัญคือ... ทั้งพี่ว่านและพี่ยักษ์เป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของฉันเอง

เราจบมาจากที่เดียวกัน...

ไม่นานทั้งสองคนก็เดินมายังโต๊ะเรา รัศมีหล่อเลวแทบจะทิ่มเข้าตาฉัน พวกเขาดูมีออร่านะ ไม่สงสัยเลยว่าไอ้พลูหน้าตาดีเหมือนใคร อาจจะเหมือนพี่ชายของเขาก็ได้

“ไง คนดี” มาถึงพี่ว่านก็ทักฉันก่อนคนแรก ตามประสาคนที่ค่อนข้างคุ้นเคยกัน ฉันยิ้มให้ ขณะที่เขามองไปรอบๆ “วันนี้เรียกแขกได้เพียบ”

“อ้าว แทนที่จะทักน้องก่อน เดินมาถึงดันทักเพื่อนน้องก่อนซะงั้น” ไอ้พลูบ่น

“อ้าว มัดหมี่ก็อยู่ด้วย?” ประโยคต่อมาพี่ว่านหลุบตาลงทักทายแฟนน้องชายเขา

“หมี่ต้องอยู่สิพี่ว่าน ก็มาเล่นดนตรีนี่นา” มัดหมี่ยิ้มกว้างแล้วหันไปหาพี่ยักษ์... เจ้าของคลับอีกคนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่น ปิดปากเงียบเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ด้านหลังพี่ว่าน “หวัดดีพี่ยักษ์”

พี่ยักษ์พยักหน้าให้มัดหมี่ เขาเหลือบตามองพลูและโจ ก่อนจะมองฉันเป็นคนสุดท้าย ไม่นานมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย... หมายถึงน้อยมากจนแทบไม่เป็นที่สังเกต แต่...

ผัวะ!

“ไอ้ยักษ์ ยิ้มให้สาวอื่น ระวังเมียมึงรู้จะตบเอา” พี่ว่านสังเกตเห็นแฮะ เขาหันไปโบกหัวพี่ยักษ์เบาๆ

“ไม่ต้องถึงเมีย” พี่ยักษ์ลูบหัวตัวเอง ดูท่าจะเจ็บน่าดู ทำเอาพวกเราขำเบาๆ

“ไอ้โจ” ราวกับไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่า พี่ว่านเดินมาตบบ่าโจ

“ครับพี่” โจขานรับ คือว่าพวกฉันทำงานที่นี่จึงรู้จักเจ้าของเป็นธรรมดา แถมยิ่งเป็นพี่เพื่อนด้วยยิ่งแล้ว ส่วนโจ... เขารู้จักพี่ๆ พวกนี้เพราะพวกเรานั่นแหละ

“มาโต๊ะนี้ทีไรต้องเจอมึงทุกที ยังไง คบกันแล้ว?” พี่ว่านถามแล้วพยักหน้ามาทางฉัน ก็อย่างที่รู้กัน... โจค่อนข้างออกตัวแรงจนคนอื่นคิดว่าเป็นแฟนฉันกันหมดแล้ว

“ยังหรอกพี่ ผมก็รอคนดียอมคบด้วยอยู่เนี่ย” โจตอบ ส่วนฉันก็เงียบไป

“เฮ้ย สรุปให้รอตั้งนานมีไรเนี่ย” ไอ้พลูกลับมามีบทอีกครั้งด้วยคำถามนี้ ทำเอาพี่ว่านหลุบตามองน้องชายตัวเอง

“เออ” พี่ว่านขานรับ “มีเรื่องคุยด้วย แต่กลับไปคุยกันที่บ้าน”

“รีบมั้ย เดี๋ยวไปส่งคนดีก่อน” พี่ว่านว่า

“รีบ” คำตอบสั้นๆ ดังขึ้น แถมเขายังดึงเสื้อพลูให้ลุกขึ้นด้วย

“อ้าว...” มัดหมี่คราง ก่อนหันไปมองโจแล้วทำหน้าเหมือนเห็นทางสว่าง “เอางี้ คืนนี้ฝากโจไปส่งคนดีก่อนแล้วกันเนอะ”

“คนดีกลับเองก็ได้นะ” ฉันออกความเห็น

“เออๆ ให้ไอ้โจไปส่งก่อนก็ได้ มันน่าไว้ใจกว่ากลับแท็กซี่อยู่แล้ว ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะเว้ยคนดี” พลูซึ่งถูกพี่ว่านลากหันมาพูดกับฉัน ก่อนจะคว้าแขนมัดหมี่ให้เดินตามตนเองไป “ไปเว้ยหมี่”

แล้วพวกเขาก็จากไป... เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า

“คนดีจะกลับเลยมั้ย” เมื่ออยู่กันสองต่อสองบนโต๊ะ โจจึงเอ่ยปากถาม

“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” ฉันว่า ขณะที่โจเตรียมลุกขึ้น แต่ฉันห้ามไว้ก่อน “ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวได้”

พูดจบฉันก็ลุกขึ้นยืน โจพยักหน้าให้ ดังนั้นฉันจึงเดินไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านหลัง พอทำธุระเสร็จ... ตอนที่เดินออกมาจนถึงทางยาวๆ นั้น ฉันได้กลิ่นบุหรี่ ได้ยินเสียงคนคุยกันในระยะใกล้

“ที่นี่แหละไอ้เสี่ย... ที่กูคิดว่าเคยเจอคีย์”

“ก็ไม่แปลกมั้ยวะ ท่าทางคีย์ก็น่าจะเที่ยวเก่งพอตัว”

เสี่ยกับคิว... กำลังคุยเรื่องของฉันกันงั้นเหรอ

ระยะเผาขนอีกแล้ว ฉันหยุดเดินทันที

“มึงว่าเราจะเจอน้องคีย์คนสวยที่นี่ป้ะ” นี่เป็นเสียงคิว

“เจอก็ดี กูอยากเห็นตอนเขาใส่ชุดเที่ยวกลางคืน” ส่วนนี่เป็นเสียงเสี่ย อยากเห็นงั้นเหรอ... ฉันก้มมองชุดของตัวเอง

ไม่คิดว่าสองคนนี้จะมาที่นี่... ฉันเพิ่งคุยกับคิวไปวันนี้ตอนเย็นเองนะว่าเคยมาเที่ยวตามที่เขาสันนิฐาน แน่ล่ะ ฉันไม่คิดจะออกไปเจอพวกเขาหรอก ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำคือจะหันหลังกลับ เนื่องจากอีกทางหนึ่งก็สามารถออกไปด้านนอกได้

แต่จังหวะนั้นพี่ยักษ์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำก็กำลังจะเดินผ่านฉันพอดี เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของฉัน... แต่ก็ไม่ได้ทักทายแล้วเดินผ่านไปเลย

“เฮ้ย พี่ยักษ์ๆๆ” ฉันที่ยังไม่ได้ไปไหนก็ได้ยินเสียงคิวอีกครั้ง พวกเขารู้จักกันงั้นเหรอ

“หืม?” เสียงครางจากเจ้าของคลับดังเข้ามาในหู ฉันชะงักอีกครั้ง

“พี่ยักษ์ก็คุ้นเคยกับที่นี่ดี ถามไรหน่อยดิ รู้จักผู้หญิงที่ชื่อคีย์มั้ย เป็นคนสวยๆ ตาโต ผมยาวตรง ตัวเล็ก... เธอน่าจะชอบมาเที่ยวที่นี่ พี่เคยได้ยินชื่อบ้างป้ะ รู้จักผ่านตาบ้างมั้ย ถ้ารู้บอกหน่อย... เพื่อนรุ่นพี่ผมมันอยากเจอ!” คิวร่ายยาว เขาเสียงดังมากจนฉันได้ยิน

เดาจากคำพูด คงมีแค่คิวที่รู้จักพี่ยักษ์ เสี่ยน่าจะไม่รู้... แต่ถึงอย่างนั้นโลกก็กลมจนน่ากลัว

ความกังวลเล็กๆ ทำให้ฉันกลั้นหายใจ ฉันรู้ว่าควรออกไป แต่อะไรบางอย่างบอกให้ฉันอยู่รอคำตอบจากปากพี่ยักษ์ก่อน

“ไม่เคยได้ยิน” นั่นคือคำตอบของพี่ยักษ์ และฉันคงลืมอะไรไป...

เพราะคิวถามถึงคีย์สินะ ถ้าถามถึงคนดี... คงไม่แคล้วบอกว่ารู้จักเป็นแน่

ตรู๊ด... ตรู๊ด...

จังหวะนั้นเสียงคอลแมสเซ็นเจอร์จากเฟสบุ๊คก็ดังขึ้น โชคดีที่ฉันถือมือถืออยู่ในมือจึงรีบกดหรี่เสียงทันที

ฉันมองหน้าจอแล้วพบว่าเป็นโจ

เพราะงั้น... ฉันตัดสินใจไม่เดินออกไปหาเสี่ย แต่เดินหน้าไปยังทางตรงข้ามกับที่พวกเขายืนคุยกันอยู่ เรียกว่าจ้ำเท้าอย่างเร็วเลยดีกว่า ระหว่างนั้นฉันรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมาด้วย แต่ฉันไม่ได้หันไปมองหรอก อีกไม่นานก็จะพ้นตรอกเล็กๆ นี่แล้ว

หมับ!

ฝ่ามือหนาของใครบางคนแตะไหล่ฉันไว้

“เฮือก!” ฉันตกใจนะ ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งเดินหนีมาจากตรงนั้นคงไม่ขนาดนี้

“คนดี หนีอะไรน่ะ” เป็นโจนั่นเองที่ทำสีหน้าแปลกใจ เขาจับไหล่ฉันไว้ “มีใครทำอะไรเธอรึเปล่า”

“เปล่า...” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “กำลังจะไปหานายพอดี เราจะกลับกันเลยมั้ย”

“ไม่มีไรแน่นะ เธอเหงื่อออก ฉันเห็นมาเข้าห้องน้ำนานก็เลยมาตาม โทรหาก็ไม่รับ นึกว่าโดนใครทำไร”

“ไม่หรอก ไปเถอะ” ฉันว่า ก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากฝ่ามือโจแล้วเดินต่อไป

สาบานได้ว่าฉันเอาแต่คิดอะไรในใจคนเดียวตลอดเวลาที่อยู่ในรถกับโจ เขาพูดอะไรฉันก็รับรู้นะ ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง กระทั่งมาถึงหน้าหอนั่นแหละ

“ขอบใจนะ” ฉันบอก ก่อนทำท่าจะเปิดประตูรถ

“เดี๋ยวก่อนสิคนดี” แต่โจเอื้อมมือมาขัดขวางไว้

“มีอะไรเหรอ” จนฉันต้องถามแล้วหันไปมอง โจเลื่อนมือมาจับแขนฉัน...

“ที่ฉันพูดว่าจะรอเธอตกลงยอมเป็นแฟนด้วย ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ นะคนดี... เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันรออยู่ตลอด”


[อัพครบ]


LTA LUKTARN
ทอล์กไรดี คิดม่ายออกกกกกก รออ่านเม้นจากสาวๆ ละกันเนอะ
1 เม้น 1 กำลังใจ
ตอบคำถาม :: นางเอกเรื่องนี้ไม่เคยศัลยกรรมค่ะ
มุกนั้นมันง่ายไป กร๊ากกกกกก





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

7,949 ความคิดเห็น

  1. #5365 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 16:21
    อยากรู้ปมสองคนนี้อ่ะ!!!!! ฮือออ ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้ พี่เสี่ยมีความรุกเบาๆ -///- ลุ้นกับคู่นี้ทุกตอนอ่ะจีจี ><!!!
    #5365
    0
  2. #4877 Alize_ Alizia (@miyung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:20
    พี่เสี่ยน่ารักมาก เรากรี๊ดกว่าเฮียฟาร์อีกกกกก 
    ขออนุญาตนิดนึงน้าาาาาาาาาา คือตอนโดนมอง 3 ตัวเองบอกว่าเสี่ยกับคนดีแลกเบอร์แลกไลน์กันแล้ว แต่ตอนขึ้นแทกซี่ตัวเองบอกว่าเขายังไม่มีเบอร์กันอ่า.-.

    #4877
    1
    • #4877-1 kimjinhwan042 (@kimjinhwan042) (จากตอนที่ 5)
      30 มีนาคม 2560 / 15:03
      เหมือนเราเลย เราก็คิดเหมือนกัน555
      #4877-1
  3. #4588 VIPCHAMP (@champion12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:27
    คนที่เรียกชื่อ คนดี ตอนซ้อนท้ายคิวนี่ ฟาร์หรือป่าว 
    #4588
    0
  4. #4587 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:22
    แอบสงสารโจนะเนี่ย5555555
    #4587
    0
  5. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 12:10
    ทำไมชอบโจ 55555
    #3615
    0
  6. #3485 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 00:52
    โอ้ยลุ้นแทนนน ถึงกับเกร็ง5555
    #3485
    0
  7. #3417 kimmy_pcy (@kimmy_pcy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 19:57
    หู้ยยย เกือบโป๊ะแตกแล้วววว
    #3417
    0
  8. #2895 Frongkanokpan (@Frongkanokpan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:18
    พี่ยักษ์น่ารัก
    #2895
    0
  9. #2747 oiligg (@oiligg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:00
    ไม่ชอบโจ ดูเป็นผู้ชายน่ารำคาญ เขาไม่รักก็ยังจะพยายาม
    #2747
    0
  10. #2680 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:01
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากกก หลังๆโจจะกลายเป็นตัวร้ายที่คลุ้มคลั่งเพราะคนดีไม่รับรักปะเนี่ย
    #2680
    0
  11. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:31
    มันต้องมีอะไรแน่5555
    #2550
    0
  12. #2452 Mizato (@loveka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:41
    ทำไมพี่เสี่ยจำคนดีไม่ได้อะ
    #2452
    0
  13. #2443 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:38
    โจนำเสี่ยเราไปเเล้วววว
    #2443
    0
  14. #2405 ติ่ง LTA (@november-1997) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:08
    โถ่ โจเอ้ยย ปลงเถอะ เป็นพระรองก้เงี้ย หล่อ จริงใจ นิสัยดีแต่ไม่มีใครเอา มาหาเรามา555
    #2405
    0
  15. #2384 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:54
    ทีมไม่รู้จะเดาอะไร 55555 ฮื้ออ ทุกๆที่มีพี่เสี่ยค่ะ วนเวียนใกล้ตัว อยากได้ยินพี่เสี่ยเรียกชื่อคนดีจางเหลย
    #2384
    0
  16. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:53
    ปล่อยให้โจรอนานระวังนางรอไม่ไหว ดักฉุดเอานะคนดี 555
    #2359
    0
  17. #2358 ฺฺBBlack (@llfaiipll) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:52
    โจเริ่มรุกๆ
    #2358
    0
  18. #2352 cp_psr (@cp_psr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:46
    คนดีใจแข็งกับโจจัง โจเป็นตัวร้ายเหรอ55 สงสารโจนะ
    แต่ยังไงก็เชียร์พี่เสี่ย
    #2352
    0
  19. #2351 Thelittlefox (@neanacham) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:08
    เสี่ยอาจจะแอบเดินตาม และโจก็โผล่มาพอดี เลยเข้าใจผิดป่ะ พี่เสี่ยยิ่งเป็นคนชอบสังเกตอยู่าจจะเห็นคนดีจากด้านหลังไรงี้ //ไม่รู้เดาล้วนๆ
    #2351
    0
  20. #2350 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:24
    พี่เสี่ยตามมจับผิดเหรออออ
    #2350
    0
  21. #2349 Brillant (@jemapraew) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:19
    โจนี่มาดีหรือมาร้าย จริงๆดีรึเปล่าา
    #2349
    0
  22. #2348 kaily_ktc (@kai_ktc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:53
    คนดีจะคบไหมเนี่ย
    #2348
    0
  23. #2347 Jha JA\' (@jhajaceo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:52
    ลิ้นมาก เสี่ยโหดมั้ย นะอยากรุ้
    #2347
    0
  24. #2346 GG . (@somex_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:44
    โจนี่จะคบเพื่อหวังอะไรป่ะ /สายเดาครับ
    #2346
    0
  25. #2345 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:45
    ก็ดูไม่ได้มีใจนะ
    ปล. สันนิษฐาน
    #2345
    0