ตอนที่ 3 : {อัพครบ}พี่เสี่ยคนดี❖เธอสมควร 'โดนมอง 2'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

 

เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


คำแนะนำก่อนอ่าน :: ตัวละครมีมุมสีเทา เนื้อหารุนแรงบ้าง ฟินบ้าง เวลาในการอัพขึ้นตรงกับเพจ lta luktarn ในเฟสบุ๊ค ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ


#พี่เสี่ยคนดี {EP.02}

:: มอง 2 ::
Related image

หลังจากงานวันเกิดของมัดหมี่ผ่านไปได้สองวัน ฉันก็ลองส่งเมลไปถามเรื่องงานผู้ช่วยจิตรกรดู คนที่ฉันคุยงานด้วยคือผู้ชายที่ชื่อคิว

เมื่อวานนี้เขาจึงนัดเจอฉันที่ร้านกาแฟ แปลกใจนิดหน่อยที่พบว่าเขาดูรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน แต่เขาบอกว่าคนที่จะจ้างฉันคือ พี่ของเขา

ใช้เวลาไตร่ตรองไม่นานฉันก็ตัดสินใจรับงานนี้เพราะฉันมีความรู้เรื่องงานเขียนภาพอยู่แล้ว คนที่ฉันจะต้องไปช่วยงานน่ะใช้ชื่อย่อในวงการว่า ‘S.K.’ มีเพจให้ติดตามด้วย ดังพอสมควรเลย คนส่วนใหญ่เรียกจิตรกรคนนี้ว่า เอสที่เป็นชื่อย่อตัวแรกของนามปากกา

ดูเป็นคนลึกลับหน่อยๆ งานเขียนภาพจะเป็นแนวสีน้ำมันกับอะคริลิคซะส่วนใหญ่ บางรูปก็อินดี้ บางรูปก็ดูอีโรติก ฉันเองก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเป็นผู้ชาย

ส่วนตอนนี้ฉันกำลังเดินทางมายังสถานที่ทำงานของเอส เห็นคิวบอกว่าเขาแบ่งส่วนหนึ่งของบ้านเป็นสตูดิโอเอาไว้ทำงาน และให้ฉันมาที่นี่ได้เลย คิวก็จะอยู่รอเจอฉันด้วย

บ้านเลขที่ 289/7...

ฉันกำลังเดินหาบ้านของเอส... หมู่บ้านนี้ท่าจะมีแต่คนรวยเพราะมีแค่ยี่สิบหลังเท่านั้น กว่าจะเข้ามาได้นี่ต้องผ่านด่านยามไปอีก

รั้วของบ้านแต่ละหลังสูงมากพอสมควร กระทั่งฉันเดินมาถึงบ้านเลขที่ 289/6 เกือบถึงบ้านของเอส... ในตอนนั้นฉันได้ยินเสียงคนคุยกัน

“กูบอกแล้วไงว่าไม่เอาผู้ช่วย กูทำคนเดียวได้”

“อ้าว ก็ไปปฏิเสธเขาเองดิ”

“เฮ้ย... พูดไม่รู้ฟัง เอาสักทีดีมั้ย!

“กูพูดไม่รู้ฟังแล้วมึงจะมาดึงแก้มกูเพื่อ? เห็นกูเป็นสาวน้อยไง๊?”

“เออ”

เสียงผู้ชายสองคนคุยกันเรื่องไม่ต้องการผู้ช่วย และฉันก็ไม่ได้เก่งมากพอจะเดาออกว่าคนที่บ่นเรื่องถูกดึงแก้มเป็นใคร แต่ฉันดันเก่งพอจะรู้ว่าคู่สนทนาของเขาคือใคร...

มือฉันเริ่มเย็นขึ้น หัวใจเต้นแรง

“แต่คนนี้สวยนะมึง ฮ่าๆ”

“สวยแล้วไง?”

"หน้าตาเขายังกับเน็ตไอเด้า คล้ายน้องนานะ แต่แซ่บกว่ามากกก"

"จะไอเด้าหรือยูเด้าก็ช่างแม่งเหอะ"

"แต่ทั้งสวยทั้งน่ารักเลยนะเว้ย"

สองคนนั้นยังเถียงกันอยู่ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนกันแน่เพราะรั้วสูง ต้นไม้เยอะ เอาเข้าจริงฉันก็ไม่อยากเข้าข้างตัวเองนักหรอกนะ แต่แอบฟังคร่าวๆ และคิดตามแล้วนี่มันหมายถึงฉันชัดๆ

ความคิดเดียวที่ลั่นเข้ามาในหัวคือฉันควรหันหลังกลับเดี๋ยวนี้

แอ๊ด...

ทว่ายังไม่ทันได้ขยับฝ่าเท้า ประตูรั้วบ้านของจิตรกรคนดังกล่าวก็เปิดออก ร่างสูงสมส่วนของผู้ชายคนหนึ่งโผล่ออกมาด้วยท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงพอสมควร

เขาสวมเสื้อยืดคอกว้างกับกางเกงขายาวสีเข้ม เส้นผมสีบลอนด์เงินช่วยขับให้ใบหน้าเขาขาวใสมากขึ้น

“จะสวยน่ารักหรือทุเรศก็ไม่เอา มึงไปปฏิเสธเขาให้ไวเลย” เจ้าของริมฝีปากหยักลึกซึ่งรับกับจมูกโด่งเรียวยังไม่สังเกตเห็นฉัน เพราะเขาหันหน้าเข้าไปในรั้วบ้าน “เข้าใจ...”

แต่เสียงของเขาหายไปเมื่อหันหน้ามาทางนี้จนได้สบตากับฉัน

“เธอ...” เขาคราง วูบหนึ่งเขามีสีหน้าตกใจ แต่มันก็จากหายไป

ใบหน้าเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อระยะห่างของเราแคบลง

เขาคือเสี่ย

สิ่งที่แว๊บเข้ามาในหัวคือความกลัว นี่มันตอนกลางวัน... เราเห็นหน้ากันชัดเจนกว่ากลางคืนเป็นไหนๆ

มันชัดเจนซะจนฉันได้แต่คิดว่า 'เสี่ยเหมือนผู้ชายที่ถูกสตาร์ฟไว้จริงๆ เขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดเดียวง

ริมฝีปากฉันเกร็งแข็งไปเมื่อได้ยินเสียงเขา

“นั่นใช่เธอรึเปล่า?”

แต่ระหว่างที่ฉันกำลังคิดว่าจะโต้ตอบยังไงดีอยู่นั้นเอง เสียงผู้ชายอีกคนก็ดังขัดซะก่อน

“เดี๋ยวดิวะ เธอกำลังจะมาแล้ว ลองคุยก่อนก็ไม่มีไรเสียหายนี่หว่า บอกแล้วไงว่าสวย” สักพักร่างสูงแต่ค่อนข้างผอมบางก็เดินออกมาจากบ้านหลังที่ฉันยืนอยู่ และเขาคือคิว แน่นอนว่าคิวหันมามองฉันแล้วชี้นิ้วมายังฉัน “นั่นไง สวยเหมือนคนนี้เลย สวยเหมือนผู้หญิงคนนี้เลยเนี่ย”

“...”

ฉันอ้าปากค้าง เริ่มงงได้ไม่ทันไรก็ต้องปะติดปะต่อเรื่องราวเดี๋ยวนั้น นี่มันอะไรกัน ไหนคิวบอกว่าจิตรกรที่มีชื่อในวงการว่าเอสคือพี่ชายของเขาไง ไหนบอกว่ายินดีรับผู้ช่วยไง

แต่ที่ฉันเห็นนี่มันไม่ใช่เลย

“อ่า... หวัดดี” เพราะสองคนนี้เอาแต่มองมา ฉันถึงได้เบนสายตาไปยังคิวแล้วเอ่ยทักทายเขาแทน

ฉันเก็บความประหม่าไว้ในใจ ยังดีที่ตอนนี้ใส่ชุดนักศึกษา... และฉันมักจะทำให้ตัวเองดูดีเสมอเมื่อออกนอกบ้าน

“หวัดดีครับ” คิวยิ้มกว้างให้ฉันอย่างเขินๆ ก่อนจะหันไปมองเสี่ย “นี่ไงพี่ครับ! คนนี้แหละที่น้องคิวจะให้มาเป็นผู้ช่วยพี่”

การพูดจาของคิวทำให้ฉันเกือบหลุดขำ เมื่อกี้ยังขึ้นกูมึงกันอยู่เลย พอเห็นว่าฉันอยู่ด้วยก็ keep look ให้ดูเป็นน้องชายทันที

“เธอชื่อ...” คิวเดินมาอยู่ตรงกลางระหว่างฉันกับเสี่ย เขาตั้งท่าจะแนะนำชื่อฉันให้เสี่ยรู้จัก

“กูรู้จักเธอแล้ว” แต่การเอ่ยตัดประโยคของผู้ชายผมสีบลอนด์เงินทำให้คิวชะงักไป

ตึกตัก ตึกตัก...

หัวใจฉันเต้นแรง แต่ก็พยายามสะกดมันไว้อย่างเต็มที่ ฉันรู้ว่าตัวเองตื่นเต้นและพะวักพะวนจนต้องขยับไปด้านซ้ายนิดๆ หวังจะใช้ร่างของคิวช่วยบังสายตาเสี่ย แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่เสี่ยเอียงใบหน้ามาทางด้านขวาพอดี

ฉันยังคงอยู่ในสายตาเขา

“อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอครับพี่!”

คิวยังเล่นบทน้องชายของเสี่ยอยู่ หรือไม่แน่... เขาอาจเป็นเพื่อนรุ่นน้องก็ได้ คิวเคยบอกว่าเรียนปีสุดท้ายเหมือนฉัน แต่เสี่ยโตกว่านั้น

เสี่ยเป็นผู้ชายหน้าเด็กมาก ใบหน้าดูดีในทุกมิติการมองเห็น ดวงตาเป็นประกาย มองแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนดีที่มีมุมมืดซ่อนเร้นอยู่

“ใช่ รู้จัก” เสี่ยขยับฝ่าเท้ามาทางนี้ ตรงมาหาฉัน

“ใจคอมึงจะรู้จักผู้หญิงสวยๆ ทั้งสยามเลยไง๊?” คิวขมวดคิ้วมองเสี่ย ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก แน่ล่ะ เขาพบว่าตัวเองฟอร์มหลุดซะแล้ว แต่เขาก็ยังหันมาหาฉัน “อูย... โดนจ้องตาไปอีก แพ้เลย ยอมแพ้เลย...”

คิวส่งยิ้มระทวยมาให้ฉันซึ่งจ้องตาเขาอยู่พอดี แก้มเขาแดงขึ้น แถมยังพึมพำอะไรก็ไม่รู้

สวบ...

เสียงฝีเท้าในระยะใกล้เรียกความสนใจจากฉัน เผลอแป๊บเดียวเสี่ยก็อยู่ตรงนี้แล้ว... ตรงหน้าฉันนี่แหละ

ริมฝีปากเขาบิดยิ้ม...

“เธอชื่อคีย์ใช่มั้ย”

เสี่ยก้มหน้ามองพร้อมเอ่ยคำถามที่สองกับฉัน มองอย่างพินิจเลยล่ะ

“อ้อ ใช่ ฉันเอง” ความโล่งในใจฉันเพิ่มขึ้นอีกระดับตอนตอบ ไม่สิ... เรียกว่าโล่งมากดีกว่า

แต่เสี่ยก็ยังมองฉันอยู่ เขาไม่ได้ใช้สายตาลวนลามฉันนะ ไม่รู้สิ... บอกไม่ถูก แค่รู้สึกว่าเขาทำให้ฉันต้องก้มหน้า

“ทำไมเธอต้องก้มหน้าด้วย แบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องเหรอ” คำถามที่สามลอดผ่านริมฝีปากเขาออกมา

“นายกำลังจ้องฉันอยู่นะ”

โชคดีจริงๆ ฉันหาคำตอบที่เมคเซ้นส์ให้การกระทำของตัวเองได้ รู้สึกว่าโดนจ้องถึงได้หลบ เป็นธรรมชาติของผู้หญิงบางประเภทอยู่แล้วนี่ อีกอย่างคือเสี่ยจ้องฉันจริงๆ

“อ้าว ฉันจ้องเธอเหรอ” เขาถาม

“ใช่ นายจ้อง แล้วมันก็แบบ...”

“อ้อ โทษที ไม่ได้ตั้งใจให้เกร็ง” เขาว่า

“เปล่า ฉันไม่ได้เกร็งนะ” ฉันปฏิเสธ เบนสายตาขึ้นสูงกว่านี้อีกนิดจนเห็นช่วงลำคอและไหปลาร้าของเสี่ย ความสูงของเราต่างกันมากเลยนะ ถ้ามองตรงๆ คงเห็นได้แค่ลำคอเขา

แต่ไม่นานเขาก็ก้มหน้าต่ำลงจนใบหน้าเราอยู่ในระดับเดียวกัน

“ไม่ได้เกร็งแต่แอบหลบตา แปลว่า... เขินเหรอ?” เขาถามยิ้มๆ ด้วยเสียงล้อเลียนราวกับอยากให้ฉันผ่อนคลาย นั่นทำให้หัวคิ้วฉันเกร็งเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

ให้ตายเถอะ... ฉันชักเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบกับวิธีการมองของเขาขึ้นมาจริงๆ แล้ว

“เดี๋ยวๆ ไปรู้จักกันตอนไหนวะเนี่ย บอกบ้างดิ ยืนงงอยู่นานแล้วนะเว้ย” แต่ไม่นานคิวก็เข้ามามีบทบาทอีกครั้ง

“เขาช่วยฉันตอนจะโดนโจรปล้นน่ะ” ฉันหันไปบอกคิว

“อ๋อ ที่มาของแผลตรงฝ่ามือเนี่ยเหรอ” คิวได้ยินก็คว้ามือเสี่ยขึ้นมา ดูเหมือนเขาจะมีแผลตรงนั้นจริงๆ ฉันเองก็เพิ่งสังเกตว่ามีผ้าสีขาวพันไว้

“เออ แต่ก็ไม่ได้เจ็บไรมากหรอก” เนื่องจากโฟกัสไปที่คิว ฉันถึงไม่รู้ว่าเสี่ยพูดด้วยเสียงแบบไหน

“แบบนี้มันเรียกว่าสวรรค์เป็นใจนี่หว่า” คิวเดินเข้าไปกอดคอเสี่ยพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “นี่มันคู่กรรมรีเวอร์ลูชันชัดๆ”

คู่กรรมเหรอ... ฉันว่าถ้าเสี่ยรู้อะไรมากกว่านี้ เขาคงมองว่าเป็นเวรกรรมมากกว่า

“ไม่ต้องแซวเลยมึง เดี๋ยวคีย์ก็เขินกว่าเดิมหรอก” เสี่ยว่าพลางกอดคอคิวตอบ เขาแอบตบหัวคิวด้วย

พอเสี่ยหันมามอง ฉันก็ส่ายหน้าให้

แต่เขาแอบใช้มือข้างที่ไม่ได้กอดคอคิวชี้นิ้วลงบนผิวแก้มของตัวเองเพื่อบอกให้รู้ว่าผิวตรงนั้นของฉัน... มันแสดงออกว่ากำลังเขินจริงๆ

“คีย์เขินหรือมึงเขินกันแน่ ฮ่าๆ...”

คิวหัวเราะโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำนั้น แต่พอเหลือบตามามองฉัน เขาก็ทำสีหน้าเหมือนอยากตบปากตัวเอง คงหลุดอีกแล้วล่ะสิ ไม่ใช่น้องชายเขาจริงๆ สินะ

“หน้าอย่างกูเนี่ยนะเขิน คำว่าเขินสะกดยังไม่ค่อยถูกเลยมั้ง” ว่าแล้วเสี่ยก็ตบหัวคิวเข้าให้ ตอนที่อารมณ์ดี... เขาเป็นคนตลกน่ะ

ฉันมองพวกเขาคุยกัน เกิดคำถามขึ้นในใจนิดหน่อยว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี ฉันมาที่นี่เพื่อแนะนำตัวกับเอสว่าจะมาเป็นผู้ช่วยของเขา

แต่เอสคือเสี่ย

งานนี้เงินดีซะด้วย ฉันต้องการเงิน ตอนนี้จึงสองจิตสองใจในระหว่างที่มองพวกเขาเถียงกัน แต่สุดท้ายฉันก็เผลอ...

“เสี...” ยังดีที่ฉันหยุดริมฝีปากไว้ได้ทัน

เมื่อกี้น่ะ... ฉันจะพูดว่าเสี่ย ฉันเกือบจะเรียกชื่อเขาทั้งที่ยังไม่มีการแนะนำตัวกันมาก่อน ยังดีที่ออกเสียงไม่เต็มรูปแบบเท่าไหร่

แล้วฉันก็ดันส่งเสียงตอนที่พวกเขาเงียบพอดี เสี่ยชะงักแล้วหันมามองฉัน

“เมื่อกี้เธอพูดไรนะ” เขาถาม

“หืม?” ฉันคราง

“เมื่อกี้เธอจะพูดอะไรรึเปล่า” สีหน้าเขาไม่ได้ปิดบังเลยว่าได้ยินเสียงฉันอย่างชัดเจน

“คีย์เขาจะเรียกชื่อมึงรึเปล่า สะ สะ สะ... เสี่ยขา~” คิวแกล้งทำเสียงกวนประสาทใส่เสี่ย แต่เขาก็หยุดล้อไป “ฉันบอกชื่อมันกับเธอแล้วเหรอคีย์”

“...”

“ฉันนึกว่า... ฉันบอกเธอว่าไอ้พี่เสี่ยใช้ชื่อในวงการว่าเอสซะอีก”

“ยังนะ” ฉันว่าก่อนจะสูดลมหายใจเบาๆ “นายยังไม่ได้บอกฉันหรอกว่าเอสชื่อจริงว่าอะไร”

“...”

พวกเขามองฉัน และฉันก็แค่พยายามจะทำเหมือนเรื่องเมื่อกี้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญอะไร

“ฉันแค่จะพูดว่า เสียดายจริงๆ ที่วันนี้ฉันมาเก้อ เอสไม่เอาผู้ช่วย ฉันได้ยินแล้ว” ฉันระบายยิ้ม “ตอนนี้แดดก็ยังแรงอยู่ด้วย ไปนะคะ”

เอาล่ะ ฉันก็แค่บอกลาแล้วหันหลังกลับ ถึงจะเสียดายค่าจ้างมากแค่ไหน แต่...

“เดี๋ยวคีย์” เสียงรั้งของเสี่ยทำให้เท้าฉันชะงักไป ฉันอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปเพื่อพบว่าเขากำลังเปิดประตูรั้ว “เรื่องงาน... เข้ามาคุยกันในบ้านอีกทีก็ได้”

“...” ฉันเงียบไป

“หลบแดดด้วยไง เดินกลับตอนนี้เดี๋ยวผิวเสียไม่รู้นะ”

ประตูขนาดใหญ่ที่ติดกับรั้วถูกฝ่ามือหนาดันให้เปิดอ้าจนกว้าง เสี่ยเปิดทางให้ฉันเข้าไป

เสี่ยยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร บางอย่างเปลี่ยนใจเขา

และจำนวนเงินเป็นหมื่นๆ ที่คุยกับคิวไว้ก่อนหน้านี้ก็ล่อตาล่อใจฉันจริงๆ

“รบกวนด้วยนะคะ” ฉันตัดสินใจขยับเท้าเข้าไปในบ้านหลังนั้น

“ครับ” เสี่ยรับคำเมื่อฉันเดินเข้ามาแล้ว

นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปของเสี่ย... เท่าที่ฉันสังเกตเห็นตอนนี้น่ะนะ เขาดูมีความมั่นคงมากขึ้น มีบ้านหลังใหญ่ มีรถสีดำสองคันในที่จอดรถ คันหนึ่งเป็นแบบสี่ประตู อีกคันเป็นรถสปอร์ต

“ไหนบอกว่าจะไม่รับผู้ช่วยไง แหม่ พอเจอหน้าเข้าหน่อยนะทำกลับคำพูด” เสียงคิวดังไล่หลังมาทำให้ฉันหันไปมองรั้งท้าย ตอนแรกคิดว่ายังไงเขาก็น่าจะตามเข้ามาด้วยแน่

แต่ไม่ใช่... เสี่ยปิดประตูรั้วใส่ร่างคิวต่อหน้าฉัน

“อ้าวเฮ้ย ปิดประตูขังกูไว้ข้างนอกแบบนี้ได้ไงวะ” คิวโวยวาย รูปประโยคของเขาทำให้ฉันค่อนข้างสตั้นไป

“อ้าวเหรอ งั้นมึงก็ถูกขังอยู่ข้างนอกไปก่อนดิ อย่าปีนรั้วหนีเข้ามาข้างในแล้วกัน โชคดี” เสี่ยเองก็พอกัน จากนั้นเขาก็หันมาหาฉันพร้อมพูดด้วยเสียงที่ไม่จริงจัง “อย่าไปสนใจมันเลย”

“อ้อ โอเค” ฉันหัวเราะเบาๆ ในท้ายประโยค

เสี่ยเดินนำเข้าไปเปิดประตูบ้าน ก่อนจะส่งสายตาให้ฉันเข้าไปด้านในก่อนเขา นี่สินะอย่างที่สองของความเปลี่ยนไป ฉันดูออกเลยว่าเขามีความเป็นเสือผู้หญิงมากกว่าขึ้นเป็นเท่าตัว

“บ้านรกหน่อยนะ” เขาพูดโดยยังไม่ปิดประตูบ้าน และใช่... มันค่อนข้างรกในบางส่วน จากนั้นเขาก็พยักหน้าไปทางโซฟา “เธอนั่งรอตรงนั้นแป๊บ”

“อื้ม”

ฉันครางรับแล้วเดินไปนั่งโดยไม่พูดอะไรมาก ที่บอกว่ารกน่ะ คงมีที่มาจากโต๊ะหน้าโซฟาซึ่งเต็มไปด้วยขวดเหล้า บางส่วนของห้องรับแขกก็มีแต่พวกอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวาดรูปกองเต็มไปหมด

สักพักเสี่ยซึ่งเดินหายเข้าไปในห้องครัวก็กลับออกมาพร้อมแก้วน้ำหนึ่งใบ

“บ้านฉันมีแต่น้ำเปล่ากับเบียร์...”

กุกกัก กุกกึก...

แต่เสียงดังเหมือนมีบุคคลที่สามอยู่ในห้องใดห้องหนึ่งของบ้านหลังนี้ทำให้เราสองคนเงียบไป สักพักเสี่ยก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้ เขาเอาแก้วน้ำเย็นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องห้องหนึ่ง

“น้องหนิง ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” ฉันได้ยินเสี่ยเรียกคนที่อยู่ด้านใน เสียงเขาเบามากทีเดียว

“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เสี่ย ไหนบอกว่าจะให้หนิงเป็นนางแบบให้พี่คืนนี้ไงคะ”

เสียงที่ดังแว่วมาเป็นผู้หญิง สักพักเธอก็ชะโงกหน้าออกมาจากห้อง คนชื่อหนิงเป็นสาวหมวยที่น่ารักมากทีเดียว

“วันนี้คงไม่ได้ น้องหนิงกลับไปก่อนแล้วกัน” เสี่ยพูดกับหนิง ขณะที่หนิงซึ่งสังเกตเห็นฉันก็ทำสีหน้าแคลงใจทันที

“แต่หนิงเหนียวตัวมากๆ ยังไม่หายเหนื่อยเลย ขออาบน้ำก่อนไม่ได้เหรอคะพี่เสี่ย” หนิงจงใจพูดเสียงดังทั้งที่ยังมองหน้าฉัน ด้วยการแสดงออกของฝ่ายหญิงทำให้ฉันคิดถึงเรื่องใต้สะดือขึ้นมา

ก็นั่นสินะ เสี่ยมีทุกอย่างพร้อมขนาดนั้นจะให้ไม่มีผู้หญิงเลยคงเป็นไปไม่ได้

เขาโตแล้ว โตกว่าฉัน... ทำไมกับเรื่องแค่ซุกผู้หญิงไว้ในบ้าน หรือนอนกับนางแบบที่ใช้ในการเขียนภาพจะทำไม่ได้

“ตอนนี้พี่มีธุระ” ฉันได้ยินเสียงเสี่ยจึงหันกลับไปมองแล้วพบว่าเขาเปิดประตูจนกว้างเพื่อเชิญให้นางแบบหน้าหมวยออกมาจากห้องนอน สายตาเขาจดจ้องไปยังหนิง “ไว้พี่จะโทรตามอีกที... นะคะ”

“แต่หนิงไม่ได้เอารถมานี่คะ ข้างนอกก็ร้อน พี่เสี่ยจะให้นางแบบของพี่กลับเองคนเดียวจริงๆ เหรอ” หนิงแตะมือลงกับแขนเสื้อของเสี่ย

"..."

“อะไรกัน พอมีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาก็จะไล่หนิงซะแล้ว เธอดีกว่าหนิงตรงไหนกัน” เธอพูดประโยคนี้โดยไม่ได้มองหน้าฉัน

“ผู้หญิงคนใหม่เหรอ?” เสี่ยพึมพำ เขาหันมามองฉันก่อนจะยิ้มนิดๆ จากนั้นค่อยเดินไปยังประตูหน้าบ้านแล้วเปิดมันออก ร่างสูงยังยกมุมปากค้างไว้เมื่อพูดประโยคถัดมากับหนิง “ไม่ได้รู้จักเขา แล้วจะไปแขวะเขาทำไม”

“...” คำพูดของเสี่ยทำให้หนิงเงียบไป

“กลับไปก่อน ถ้ามันร้อนมากพี่จะให้เพื่อนไปส่ง”

เสียงกดต่ำกว่าปกติของเสี่ย... ไม่เข้ากับรอยยิ้มที่เขาแสดงออกเลยแม้แต่น้อย ส่งผลให้เขาดูท่ากลัวทั้งที่สถานการณ์ก็ไม่ได้กดดันอะไร

“ก็... ก็ได้ค่ะ”

หนิงอ้ำอึ้งไป เธอยอมเดินออกมานอกห้องจนได้ เธอเดินผ่านหน้าฉันโดยเหลือบตามองเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น และออกไปนอกประตูในที่สุด

นางแบบคนนี้ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของให้ฉันเห็นจะๆ แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน... ฉันจึงดูออกว่าเธอพอใจในตัวเสี่ย แต่ไม่พอใจที่ฉันมาขัดแข้งขัดขา

ส่วนเสี่ยออกไปนอกบ้านไม่ถึงห้านาทีก็กลับเข้ามาอีกครั้ง เขาตรงมานั่งบนโซฟาอีกตัว

“โทษที บางทีนางแบบก็ค่อนข้างดื้อ” เขาเปรย สายตาคู่นั้นค้นหาการตอบสนองจากฉัน “ไม่ถือใช่มั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันเลือกใช้คำสุภาพกับเขา พยายามโฟกัสอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่คิดเรื่องอื่น ไม่วกเข้าอดีต

เข้ามานั่งคุยกับเสี่ยแบบนี้ ไปเอาความใจกล้าแบบนี้มาจากไหนนะ

“ไม่ต้องสุภาพก็ได้ ฉันกันเอง เธอก็ไม่น่าจะเด็กกว่าฉันเท่าไหร่”

“อ่า ได้สิ” ฉันว่าไปตามที่เขาออกความเห็น ก่อนจะเริ่มถามตามมารยาท “งั้น... จะให้ฉันเรียกว่าไงดี”

“เสี่ย” เขาบอกชื่อตัวเอง

“เรียกพี่เสี่ยใช่มั้ย”

“เรียกแบบเดิมนั่นแหละ ไม่ต้องมีพี่หรอก มันดูแก่” เขากล้าพูดคำว่าแก่ทั้งที่ตัวเองเป็นคนหน้าเด็กได้ยังไง

“แล้วเรื่องงาน...”

“ผู้ช่วยเหรอ” ดวงตาคู่นั้นหลุบมองฝ่ามือของตัวเองเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบนขึ้นมองใบหน้าฉันเหมือนเดิม “คิดไปคิดมามันก็น่าสนดี ถ้าเธอยังอยากทำอยู่... ก็โอเค”

คำว่าโอเคทำให้ฉันเผยยิ้ม เสี่ยมองริมฝีปากและดวงตาของฉัน เขานิ่งอยู่อย่างนั้นหลายวินาทีจนฉันเริ่มหุบยิ้ม

“คีย์” เสียงเรียกสั้นๆ ทำให้ฉันไร้รอยยิ้มบนใบหน้า

“หืม?”

“ขอดูบัตรประชาชนหน่อยได้มั้ย”

เสี่ยประสานมือเข้าหากัน

ไม่แปลกที่เขาจะขอดูในเมื่อฉันจะมาทำงานกับเขา เพียงแต่แค่วันที่คุยกับคิว เขาบอกฉันเองว่าไม่ต้องการของแบบนั้นเพราะไม่ได้เป็นทางการอะไร คิวเป็นคนสแกนฉัน เขาขอดูไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รอบคอบพอที่จะเตรียมทุกอย่างมาก่อนที่จะรู้ว่าเอสคือใคร

“ได้ ความจริงเตรียมเอกสารมาอยู่แล้ว” ฉันเปิดกระเป๋าสะพาย เห็นชัดเจนว่าทุกอย่างอยู่ในนั้น แต่สุดท้ายก็ขมวดคิ้ว “อ้าว... สงสัยฉันจะรีบจนลืม”

“...”

“วันนี้ดูบัตรนักศึกษาแทนได้รึเปล่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาเอกสารกับเรซูเม่มาให้” ฉันเงยหน้ามองเสี่ย “ขอโทษนะที่ฉันไม่เตรียมพร้อมเลย”

ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์คงไม่ได้ดีเต็มร้อยหรือชั่วเต็มร้อย ส่วนใหญ่จะกลางๆ กันทั้งนั้น... ฉันเองก็ไม่ต่าง

“ไม่มีปัญหา”

ได้ยินคำตอบฉันจึงยื่นบัตรนักศึกษาซึ่งมีแค่ชื่อจริงกับนามสกุล รหัสนักศึกษาและคณะที่ศึกษาอยู่ให้ เสี่ยรับไปดู เขาถอนหายใจ

“นางสาวเมดาลิน กิตติรัตน์...” ริมฝีปากหยักลึกขยับพึมพำชื่อฉัน เขามองบัตรสักพักจึงยื่นคืนมาให้ “เมื่อกี้เห็นยิ้มสวยจนเกินคนไปหน่อย ยังดีที่เธอมีหลักฐานว่ามีตัวตนจริงๆ”

ใช่สิ ฉันมีตัวตนแล้วในตอนนี้ ชื่อนามสกุลที่เสี่ยได้ดูเป็นของใหม่ทั้งหมด

เขาเป็นคนปากหวานนะ ถ้าอยากดีกับใครสักคนเขาจะน่ารักกับคนคนนั้น บางมุมทำให้รู้สึกเลยว่าไม่ใช่คนเข้าถึงยากเท่าไหร่

“อะไรกันล่ะ” ฉันหัวเราะนิดๆ พร้อมรับบัตรนักศึกษาคืนมาก่อนจะว่าต่อ “นายต้องการผู้ช่วยนานแค่ไหน แล้วเอกสารอื่นๆ...”

“อืม ไม่ต้องหรอก” เขาส่ายหน้า “ฉันไม่รู้จะเอามาทำไม ไม่ได้ซีเรียสไรอยู่แล้ว เอาแค่หน้าบัญชีมาให้ก็พอ”

“...” และเขาก็เป็นคนชิลเหมือนเดิมด้วย หรือไม่อาจจะเป็นเพราะฉันเป็นผู้หญิงที่ดูดีขึ้น มันคงทำให้เขาใจอ่อนกลับคำง่ายๆ

“อยู่หอแถวมอรึเปล่า” เขาถาม

“อื้ม ใกล้ๆ แถวนั้นเลยล่ะ” คำถามดังกล่าวส่งผลให้ฉันเหลือบมองแผลตรงฝ่ามือเขา เนื่องจากมันเกิดขึ้นแถวๆ มหาวิทยาลัยของฉัน

“ไกลจากที่นี่พอตัว” เขาทำท่าคิดสักพัก ไม่นานก็ยกมุมปากขึ้น “เธอมาช่วยฉันวันเว้นวันตอนช่วงเย็นก็ได้ วันไหนเลิกเร็วก็มาเร็ว สองหมื่นต่อหนึ่งจ๊อบ... มีไรรึเปล่าคีย์?”

ดูท่าเขาจะสงสัยในวิธีการมองของฉันถึงได้ถามในประโยคท้าย

“แผลนั่นน่ะ เพราะมีแผลเหรอถึงต้องหาผู้ช่วย ฉันทำให้นายเดือดร้อนใช่มั้ย”

ฉันว่าไปตามความจริง ถ้าไม่รวมเรื่องที่โกหกว่าไม่เคยเจอกัน... มันไม่สมควรเลยที่ฉันจะรับเงินจากเขา

เสี่ยนิ่งไป...

“เปล่า ไม่ใช่หรอก” เขาปฏิเสธ “เธอดูเกร็งๆ อีกแล้ว”

“...”

“อย่าโทษตัวเองสิ ผู้หญิงคิดมากจะสวยน้อยลงในสายตาผู้ชายนะ”


[รออัพต่อ]


LTA LUKTARN
พี่เสี่ยหยอดสาวอีกแบ้วววว
นิยายปมเดียวที่โหดร้ายของลูกตาลลลล
ชื่อเรื่องภาษาปะกิดคือ Evil like you ใช่มะ ทีนี้ต้องมาทายแล้วแหละว่า Evil คือใคร พี่เสี่ย คนดี หรือคนแต่ง 555555555555
1 เม้น 1 กำลังใจ
ตอบคำถาม :: นางเอกเรื่องนี้ไม่เคยศัลยกรรมค่ะ
มุกนั้นมันง่ายไป กร๊ากกกกกก





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

7,949 ความคิดเห็น

  1. #7803 pamblabha (@pam-ncn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 10:40
    คนแต่งแน่เลยยยย55555
    #7803
    0
  2. #5847 aim-ny (@aim-ny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 20:17
    ปมใหญ่แน่นอน55555555
    #5847
    0
  3. #4979 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:22
    โอ้ยยย อ่านแล้วใจเต้นแรงกับพี่เสี่ยมากกกกก คนอะไร๊ปากหวานเบอร์แรงงงงง คนดีของพี่หนูมีความลับอะไรลูกกก ฮือออ ปมหนักอีกเลี้ยวววว !!!!
    #4979
    0
  4. #4583 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:59
    ปากหวานเกิ้นพี่เสี่ยยยยย
    #4583
    0
  5. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 11:32
    คือปากหวานมากกคะ ชมจน กูนี้ยิ้มเขินแทนคนดี 555555555
    #3613
    0
  6. #3483 MindGmini (@mind654mind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 00:25
    นางเอกต้องเคยชอบเสี่ยมาก่อนแน่ๆ แล้วตอนนั้นก็แบบอาจจะไม่สวยเหมือนตอนนี้ อ้วนดำไรงี้ป่าว555555
    #3483
    0
  7. #2272 Ladawan Panyala (@0847848782) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:11
    แต่ก่อนนางเอกไม่สวย โดนทิ้ง มีปมไรงี้ป่ะ #เดา
    #2272
    0
  8. #2027 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:58
    ต้องมันแน่
    #2027
    0
  9. #1910 Liny_Tiny (@liny-tiny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:34
    ปากหวานมากพี่เสี่ย
    #1910
    0
  10. #1530 dreaminjann (@missbeardream) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:06
    ขี้หยอดชิบอีพี่เสี่ย
    #1530
    0
  11. #1505 Nanny_The Monster (@nan321) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:06
    มีความรู้สึกว่าสองคนนี้ต้องรู้จักกันอ่ะ ในระดับดีด้วยล่ะ แต่อะไรถึงทำให้มันเป็นแบบนี้ได้ล่าาาาาา
    #1505
    0
  12. #1396 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:21
    คนดีก็ดูไม่ได้อ่อน ไม่ได้ไม่ทันคนเท่าไร
    ดีแล้วค่ะ เป็นนางเอกต้องแกร่งงงไว้
    #1396
    0
  13. #1382 _maliwan_cm (@maliwunchunboot) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:31
    หื้มมมมม!!หยอดดีนักนะ
    #1382
    0
  14. #1377 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:53
    อิพิเสี่ยมีความอ่อยตลอดเว????
    #1377
    0
  15. #1341 kalakade (@kalakade) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:59
    ค่าแรงเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
    คนดีไม่ต้องหางานเพิ่มแล้วละ
    พี่เสี่ยปากหวานจังเลย
    #1341
    0
  16. #1340 Nuang Patcharaporn (@hanueng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:47
    ทำไมชื่อใหม่หมดเลยย ลักลอบเข้าเมืองหรอคนดี555
    #1340
    0
  17. #1339 Podiipody (@exo-pod) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:35
    ปากหวานจังน้า
    #1339
    0
  18. #1338 Jumjim11 (@Jumjim11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:26
    ลุ้นๆไๆๆๆ
    #1338
    0
  19. #1337 view exo (@view1054) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:21
    คนดีเปลี่ยนชื่อใหม่หมดเลย?
    #1337
    0
  20. #1336 view exo (@view1054) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:20
    ปมหนักมากกกกกก
    #1336
    0
  21. #1335 kaily_ktc (@kai_ktc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:57
    ลุ้นๆๆปมมากอะ
    #1335
    0
  22. #1334 Thelittlefox (@neanacham) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:33
    สนุกกกกก
    #1334
    0
  23. #1333 KPS26 (@_kimchingi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:21
    ปมอัลไลกันนน????????
    #1333
    0
  24. #1332 Y'Ym Yuii (@phout_tha_phone) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:54
    หรือว่าแต่ก่อนคนดีเคยไปบอกรักเฮียเสี่ยเลียกว่าเฮียเขาจะจำได้กันนะ แบบแต่ก่อนคนดีไม่สวยไรงี้ >< #เดามัวๆ55555
    #1332
    0
  25. #1331 real_guitar (@guitar2004) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:30
    เมื่อก่อนคนดีอาจจะดูดีเท่าตอนนี้ พี่เสี่ยเลยจำไม่ได้
    ก็เป็นได้....
    #1331
    1