{ทำมือ} คุณคมเจ้าขา❖ Burned Gray

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,843,653 Views

  • 54,002 Comments

  • 30,384 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    51,793

    Overall
    4,843,653

ตอนที่ 9 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค At second sign 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10153 ครั้ง
    9 ก.ค. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง และอย่าลืมคอมเมนต์อย่างมีมารยาทด้วยนะ


:: Song :: Chris Daughtry- Over You( With Lyrics)

ภาค At second sign

EPISODE 09





ผมต้องอยากเห็นหน้าเด็กที่เป็นลูกของผมเห็นชัดๆ อีกรอบอยู่แล้ว แต่ความอยากที่มีมันก็ยังไม่ถึงขั้นทุรนทุราย

ดูเหมือนสัญชาตญาณความเป็นพ่อของผมจะไม่มากพอ...

ที่ผมรู้ตัวว่ามีลูกและมีข่าวหลุดอาจต้องย้อนความไปไกลหน่อย เมื่อครึ่งปีก่อนผมมีปัญหาส่วนตัวกับไอ้ฟาม (ผู้จัดการส่วนตัว) ไปๆ มาๆ เริ่มเยอะ ผมฟิวส์ขาดก็เลยซ้อมมันเข้าให้

คือผมก็ทำจริงตามที่มีข่าวหลุดมา ผมเรียกไอ้ฟามมาที่บริษัทแล้วก็ปิดห้องซ้อมมัน นั่นเป็นจุดแตกหัก ไอ้ฟามออกจาก Sila Group (ชื่อบ.ต้นสังกัดหลังจากนั้นมันก็ฟ้องผมสิบล้านเพราะผิดสัญญาจ้าง+พยายามฆ่า

ผมไม่ซีเรียสเรื่องเงิน แต่พวกพี่น้องของผมไม่ยอมเพราะข้อหามันแรงเกินไป ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีอิทธิพลด้านการเงินอันดับหนึ่งของประเทศ ครอบครัวผมไม่ยอมให้มีข่าวเสียหายที่เวอร์เกิน เพราะงั้นเรื่องคดีที่ผมเป็นคนผิดก็ยังคาราคาซังกันอยู่

ต่อมาก็มีข่าววงในเรื่องผมทำผู้หญิงท้องอีก ผมรู้ว่าเป็นไอ้ฟามที่เสี้ยมเรื่องนี้ ผมเองไม่ได้แปลกใจเนื่องจากตัวผมก็มีข่าวแบบนี้ตลอด มีเยอะจนพ่อแม่ปลง แต่ว่าไอ้ฟามมันดูตั้งใจตามหาตัวผู้หญิงที่ท้องกับผมมากเกินไป ผมเลยรู้สึกว่ามันแปลก

และแปลกสุดตรงที่สรุปแล้วเรื่องนี้มันเรียล เรื่องซิทคอมคือผมได้รู้ชื่อและเห็นรูปของผู้หญิงคนนั้นหลังจากที่ไปทำงานที่สวนสนุกสามวัน ผมเลยจำได้ว่าไอ้เด็กดื้อที่กลัวผมจนฉี่ราดนั่นคือลูกชายผม

สาเหตุที่ผมไม่สงสัยว่านั่นใช่ลูกผมจริงมั้ยเพราะเรื่องนี้ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

ทั้งไทม์ไลน์ที่เจอกัน อายุของเด็ก วันคลอด กรุ๊ปเลือด ชีวิตประจำวันของคนเป็นแม่ รวมถึงพยานรู้เห็นที่ตอนนี้ใช้เงินอุดปากไว้อีกสองคน...

พยานที่ว่านั่นก็มี 1.แม่เล้า 2.ผู้หญิงที่ควรจะนอนกับผมตัวจริง

ความเป็นไปได้หนึ่งเดียวชี้มาที่ผม ไม่มีคนอื่นอีก

เรื่องในคืนต้นเหตุมันเลือนรางมากจนผมนึกรายละเอียดไม่ออก แต่ผมก็ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริงที่ตั้งตัวไม่ทัน

“เรื่องลูก ถ้ามึงอยากเจอก็ไปตอนนี้เลยดิ” ไอ้แม็กซ์ออกความเห็น  "มึงรู้ที่อยู่แม่กับเด็กแล้วไม่ใช่?"

“มึงดูเวลาหน่อย” ผมขยับนิ้วไล้ไปตามขอบแก้ว “มันไม่ใช่เรื่องที่คิดอยากจะไปก็ไปได้”

ผมต้องรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้แม่และเด็กอยู่ที่ไหน แต่ผมเป็นคนที่มีเวลาว่างน้อย และเวลาว่างของผมคือช่วงที่คนอื่นพักผ่อนกันแล้ว

ผมช่วยเหลือแม่และเด็กได้แต่เข้าไปบุกรุกชีวิตพวกเขาไม่ได้

เดี๋ยวแม่เด็กเค้าก็มองมึงในแง่ลบหรอก” ไอ้แม็กซ์พูด

“เค้ามองกูแง่ลบอยู่แล้ว”

หน้าที่ของผมคือตามหาแม่และเด็กเพื่อตกลงกัน แต่พอเจอกันแล้วอีกฝ่ายแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่อยากคุยกับผม เธอกล่าวหาว่าผมรู้เรื่องมานานแล้วแต่ปัดความรับผิดชอบ ซึ่งผมยังไม่มีโอกาสอธิบาย...

เธอไม่ได้แสดงออกว่าโกรธ แต่ก็แค่ไม่ตอบรับคำขอโทษของผม

ถ้าเธอไม่อยากให้ผมเจอเด็ก ก็แปลว่าต้องรอ และผมรอได้ไม่มีปัญหา

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมันเรียกตามภาษาชาวบ้านได้ว่าผมมีลูก ผมเป็นพ่อคนแล้ว

แต่มันก็แค่คำพูดปากเปล่า ความจริงคือผมไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

หลังจากนั้นไอ้แม็กซ์ก็ไม่ได้ถามอะไรผมอีกเลย แต่ไม่นานมันก็โยนมือถือใส่หน้าตักผมดัง ‘ตุบ’

“ไอ้พวกนี้แม่งก็เลี้ยงข่าวมึงฉิบหาย กูว่าคงเล่นเรื่อยๆ จนกว่าจะลากตัวแม่ของลูกมึงออกมาแถลงข่าวได้แน่”

“เล่นข่าวเดิมๆ เดี๋ยวคนก็เบื่อ” ส่วนผมปรายตามองหน้าจอมือถือของมันอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันไปสนใจทีวีเหมือนเดิม

“ทำไมมึงแลมั่นใจว่าแม่ของลูกมึงจะไม่ถูกเผยตัวจังวะ”

“เค้าอยู่ในมือกูแล้ว”

“ถ้ามึงรู้ว่าเจ้าขามองมึงในแง่ลบก็ระวังให้ดี อย่าให้เจอกับไอ้ฟาม” เสียงไอ้แม็กซ์ดังงุ้งงิ้งอยู่ข้างหูผม “มึงอย่าลืมว่าไอ้ฟามแม่งเหมือนมีสาลิกาลิ้นทองติดตัว ทำให้คนอื่นไขว้เขวง่าย”

“เด็กคนนั้นไม่ได้โง่” ผมเปรย

“เด็กคนไหน ลูกมึงเหรอ” ไอ้แม็กซ์ถาม “ทำไมมึงถึงเรียกลูกชายตัวเองว่าเด็กคนนั้นวะ ไม่อ่อนโยนเลยสัส”

ผมเหลือบมองไอ้แม็กซ์อย่างขัดใจ “กูหมายถึงเจ้าขา”

“อ้อ” ถึงไอ้แม็กซ์จะดูฉลาด แต่ที่จริงแล้วทึมทื่อไปหน่อย

ที่ผมบอกว่าเจ้าขาไม่โง่ เพราะอย่างน้อยเธอก็น่าจะรักตัวเองพอสมควร คำขอเดียวที่เธอมีคือไม่อยากให้ใครรู้เรื่องลูก ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเธอ ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่ผมควรทำ มันไม่ได้หมายความว่าเรื่องลูกจะเป็นความลับตลอดไป แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

ผมไม่ใช่คนดี วู่วาม ใจไม่นิ่ง แต่การเป็นบุคคลสาธารณะช่วยเพิ่มความอดทนให้ผม

นักข่าวยังควบคุมได้ไม่เป็นปัญหา แต่จัดการไอ้ฟามเป็นเรื่องที่เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย ตอนนี้มันคือฝ่ายได้เปรียบเพราะเป็นผู้ถูกกระทำ และที่อยู่ของแม่กับเด็กตอนนี้ก็ยังไม่เซฟมากพอ

“ยังไงก็อย่าลืมบอกพ่อแม่นะมึง” ประโยคนี้ไอ้แม็กซ์ยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนจะแซว

“ไม่ลืม” ผมผ่อนลมหายใจ นี่แหละเรื่องใหญ่ “แต่คงรอให้หลายๆ อย่างพร้อมก่อน”

“อือ” ไอ้แม็กซ์ตบบ่าผม “มีไรให้กูช่วยก็บอก”

ผมอาจต้องเรียกใช้งานคนที่มีความสามารถเรื่องกลยุทธ์ แล้วก็รู้จักอยู่หนึ่งคนพอดี

“มึงช่วยไม่ได้หรอก มึงทึมทื่อไป” ผมตอบ

ไอ้แม็กซ์ “...”

 

หลายวันผ่านไป

เรื่องเจ้าขาและลูกชายถูกโอนไปให้ไอ้คิวน้องชายผมช่วยดูแลชั่วคราว ผมยังคงงานรัดตัว หาทางเล่นงานนักข่าวต่างสังกัดที่รู้มากบ้าง ถ่ายทำรายการบ้าง ไปคุยงานแทนครอบครัวในส่วนที่เลี่ยงไม่ได้บ้าง แต่ผมไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเป็นนักธุรกิจ งานที่หนักและฝืนมากเกินไปทำให้หัวผมตื้อ

วันนี้มีงานเลี้ยงปิดกล้องรายการเรียลลิตี้โชว์ที่เชิญผมไปเป็นเทรนเนอร์สเปเชียลพอดี ผมเหนื่อยจนไม่อยากมาแต่ก็ต้องมาเพื่อไว้หน้าทีมผู้จัด

ผมไม่ได้สนใจคนในงานเท่าไหร่ ใครมาชวนคุยก็ตอบผ่านๆ ไปสักสองประโยค คอยชนแก้วกับพวกที่อยากมาตีสนิทพอเป็นพิธี ตีหน้ายิ้มบ้างตามสถานการณ์

เวลาล่วงเลยไปพอสมควร ผมเริ่มเมาถึงได้นั่งเงียบฟังตากล้องขี้เมาคุยกับหนึ่งในทีมผู้จัดอย่างเบื่อๆ

“ผมว่าจะไม่เมาแล้วนะ เพราะภรรยาผมกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ต้องรีบกลับไปดู ฮ่าๆ เอิ้ก!

“ผมก็ต้องรีบกลับไปดูภรรยาเหมือนกัน ตอนนี้ท้องโตเหมือนยัดลูกแตงโมใหญ่ๆ เข้าไปยังไงยังงั้น”

“ภรรยาคุณก็ท้องเหรอ!

“เปล่าครับบบ ภรรยาผมอ้วน...”

ผมฟังพวกเขาคุยกันแล้วยกมือคลึงขมับ ภรรยา... ท้อง... ลูก...

มีลูก...

ใช่ ผมก็มีลูก

ผมยันตัวลุกขึ้นยืนเดินออกจากงานอย่างมึนๆ เพราะนึกอยากจะเห็นหน้าไอ้เด็กดื้อขึ้นมา

 

Jaokha Janthara’s Talk

“น้องไคง่วงรึยัง”

“ยาง” (ยัง)

“แต่แม่ขาง่วงแล้วนะ ดูสิ” ว่าจบฉันแกล้งหาวหนึ่งที “ง่วงจังเลย”

“ไม่ง่วงงง” ลูกชายตัวดีเริ่มเบะปากพร้อมชี้นั่นชี้นี่ไม่หยุด

“โอ๋ๆ ไม่เอานะลูกนะ เดี๋ยวแม่ขาพาเดินเล่นอีกรอบเนอะ จะได้เพลินๆ” ฉันอุ้มพร้อมเขย่าตัวน้องไคด้วยแขนที่ค่อนข้างล้าเป็นจังหวะเบาๆ ก่อนจะพาเขาเดินเล่นในคอนโดตอนสี่ทุ่มอีกครั้ง

มันมีการงอแงเกิดขึ้นน่ะ...

เมื่อวานนี้ฉันไปรับน้องไคจากเนิร์สเซอร์รี่ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบครั้งที่สองพร้อมวัคซีนอื่นมา เนื่องจากไม่ใช่ครั้งแรกฉันจึงรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องมีผลข้างเคียงเล็กน้อย

วันนี้ฉันเลยหยุดเรียนเพราะต้องดูแลลูก ถึงเขาจะมีไข้นิดหน่อยแต่ให้ไปเนิร์สเซอร์รี่ไม่ได้เด็ดขาด กลัวเอาไปติดลูกคนอื่น แต่น้องไคดันร้องจะไปเนิร์สเซอร์รี่แต่เช้าเพราะติดเพื่อนมาก

“งือ งือ” น้องไคใช้นิ้วเล็กเขี่ยๆ เกาๆ ที่ต้นแขนเปลือยเปล่าของตัวเอง

“อาการมันเป็นยังไงคะ” แล้วฉันก็ถามประโยคนี้ทั้งวันเลย ถ้าไม่ถามเดี๋ยวจะหาว่าไม่สนใจอีก

“ไคคันน”

“ฮึบไว้นะ เดี๋ยวก็หายแล้ว”

“ปวดตึกๆ” มือเล็กกำแล้วทุบฉันสองสามที

อาการปวดตึกๆ นี่มันเป็นยังไงฉันไม่รู้หรอก แต่... “เดี๋ยวก็หายนะ พรุ่งนี้ก็ดีขึ้นแล้ว เป็นผู้ชายไม่งอแงนะคะ” ต้องปลอบไว้ก่อน

ตอนฉีดเสร็จน้องไคหงอยไปเลย พอกลับมาบ้านก็บ่นว่าคันนิดๆ ปวดหน่อยๆ รวมกับอาการมีไข้เล็กน้อยด้วย ตอนนี้ก็ไม่ยอมใส่เสื้อ ใส่แต่กางเกงใน แถมบอกว่านอนไม่หลับต้องให้ฉันพามาเดินเล่นอีก ซึ่งฉันก็พาเดินอยู่ในคอนโดนี่แหละ

เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันดูแลลูกคนเดียวหลังให้วัคซีน ก่อนหน้านี้มีแม่อยู่ด้วย ถึงน้องไคจะงอแงยังไงก็มีแม่คอยช่วย...

สวบ สวบ

กระทั่งฉันอุ้มน้องไคมาจนเกือบถึงหน้าห้อง น้องก็ขยับตัว

“ไค...ไคจะลง”

“อ่ะ ลงๆ” ฉันจึงนั่งลงแล้วปล่อยให้น้องไคยืนกับพื้น

ต่อมาลูกชายของฉันก็เบะปากมองฉันอย่างงอนๆ

“แม่ขา”

“ขา ว่าไงคนเก่ง”

“หยักเจอเพื่อน” (อยากเจอเพื่อน)

“ถ้าน้องไครีบนอน พรุ่งนี้หายดี น้องไคก็ได้เจอเพื่อนแล้วค่ะ” ฉันใช้นิ้วดีดพุงกลมๆ ของเขา

“ตอนนี้จิ” เขาเอียงคอ

“เจอเพื่อนตอนนี้ไม่ได้ค่ะ ดึกแล้ว”

เมื่อก่อนนะทำเป็นโยเยไม่อยากไป มาวันนี้ก็คล้ายจะโทษว่าแม่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ไม่ได้เจอเพื่อนซะแล้ว

“งั้นเอาพ่อว! (งั้นเอาพ่อ)

พอรู้ว่าไปหาเพื่อนไม่ได้ก็จะเอาสิ่งอื่นมาทดแทนทันที ซ้ำยังแบมือขอฉันหน้าตาเฉย

อีกแล้วเหรอ...

ที่จริงน้องไคเริ่มถามถึงคำว่าพ่อตั้งแต่ตอนได้ไปเปิดหูเปิดตาที่เนิร์สเซอร์รี่แล้วถูกมั้ย แต่การที่มาแบมือขอกันง่ายๆ แบบนี้น่ะมันมีที่มา

คือห้าวันก่อนพี่คิวแวะมาคุยกับน้องไค พอน้องไคได้ยินพี่คิวพูดถึงพ่อ (ปู่ของไคก็โวยวายอยากจะได้บ้าง พี่คิวกลัวน้องไคจะร้องไห้เลยหลอกล่อว่าให้มาแบมือขอฉันเลย เดี๋ยวฉันเสกให้ (?)

“แม่ขา พ่อพ่อ!” นี่น้องไคเข้าใจความหมายของคำว่า ‘พ่อ’ แบบไหนกันแน่

ช่วงนี้ก็ขอบ่อยมากด้วย ขอเหมือนขนมแบบนี้เลย

แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าคุณพ่อคนนั้นอาจจะไม่มาอีกแล้ว ผ่านมาเป็นสิบวันเขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวอีก คงถอดใจไปแล้วล่ะมั้ง

“คุณพ่อตายไปแล้วค่ะ” ฉันพึมพำเหมือนพูดคนเดียวพร้อมหันหน้าไปทางอื่น

ที่พูดไปนั้นไม่ถูกต้องเลย แต่ 'คุณพ่อที่ว่านั่นไม่เคยอยู่ในชีวิตเราสองคน เขามีตัวตนก็เหมือนไม่มีอยู่แล้ว ฉันไม่อยากให้น้องไคถามหาอย่างลมๆ แล้งๆ ไว้เขาโตเมื่อไหร่ค่อยอธิบายให้เข้าใจอีกที

ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่ผ่านมาฉันค่อนข้างไม่ยินยอมให้เขาเจอลูก

ฉันไม่ต้อต้าน แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหวงลูกมากๆ

"ตอนพ่อไม่อยู่ คนเป็นแม่สอนลูกแบบนี้?"

แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าฉันจะได้ยินเสียงพ่อของน้องไคดังขึ้นจากทางด้านหลัง

หัวใจฉันลงไปเต้นอยู่ตรงปลายเท้าเป็นที่เรียบร้อยเมื่อกลั้นใจหันไปเผชิญหน้ากับเขา ในใจนึกไปแล้วว่าต้องมีปากมีเสียงกันแน่ๆ และฉันไม่พร้อมจริงๆ

แต่ฉันกลับพบว่าคนตัวสูงไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ฉันอีก สายตาของเขาทอดต่ำลงเพื่อมองน้องไคที่ยืนอยู่ข้างฉัน นั่นทำให้ฉันตัดสินใจยืนขึ้น...

“พ่อ...” น้องไคน่าจะยังไม่ได้เห็นหน้าพ่อของเขาชัดๆ เนื่องจากระหว่างพวกเขามีฉันคั่นกลางอยู่ แต่น่าจะได้ยินสิ่งที่ซุปตาดังพูดแล้ว ดังนั้นเสียงเล็กจึงทวนคำว่าพ่อออกมาพร้อมชะโงกหน้าไปดู

แต่แล้วน้องไคก็มุดตัวกลับไปอยู่ด้านหลังฉันเหมือนเดิม

“ใช่ พ่อ” คุณคมนั้นได้ยินที่น้องไคพูดจึงร้องรับด้วยเสียงทุ้มต่ำไปอีกที

เขายังยืนอยู่ห่างจากพวกเราหลายก้าว ทั่วทั้งตัวสวมชุดที่ดูแพงและค่อนข้างเป็นทางการ ชวนให้รู้สึกได้ว่าเขาคือผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานหนัก

“สวัดดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักอย่างกระดากอายและเข้าหน้าเขาไม่ติด

“อืม” เขาพยักหน้าให้โดยไม่ได้มองมายังฉัน แต่มองน้องไคที่หลบอยู่หลังขาอ่อนฉันอย่างเดียว มันชวนให้รู้สึกเหมือนถูกมองขาอ่อนอยู่เลย

จะว่าไปแล้ว...ฉันคิดว่าคืนนี้คุณคมคนดังดูแปลกไปจากปกติเหมือนกัน แต่ยังนึกไม่ออกว่าตรงไหนที่แปลก

ส่วนน้องไคที่หลบอยู่ด้านหลังก็ใช้มือแตะขาอ่อนฉันพร้อมเขย่าเบาๆ เป็นเหตุให้ฉันต้องละสายตาจากคนตัวสูงแล้วหันไปหาคนตัวเล็ก

มีความหวาดระแวงปนสงสัยอยู่ในสายตาของลูกชายฉัน ดังนั้นฉันจึงลูบหัวน้องไคเบาๆ ผ่อนคลายนะลูก ให้แม่เกร็งคนเดียวพอ

“เอ่อ...” เพียงแค่ฉันส่งเสียง สายตาของร่างสูงก็เหลือบมาให้ความสนใจฉันในทันที ดังนั้นฉันจึงพูดต่อ “คุณแวะมาที่นี่ มีอะไรรึเปล่าคะ”

เขาส่ายหน้า ก่อนจะพูดว่า “แวะมาหาลูก” แล้วเบนสายตาไปยังประตูห้อง

มาหาตอนนี้น่ะเหรอ

ตอนสี่ทุ่มกว่าๆ น่ะเหรอ

หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบไปอีก เกือบครึ่งนาทีที่น้องไคกับพ่อของเขาเล่นซ่อนแอบกันทางสายตา

ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ คอนโดนี้ก็เป็นของน้องชายเขา ฉันเป็นแค่ผู้ขออาศัย ยังไงก็ต้องให้เขาเข้าไปด้านในอยู่ดี ถ้ามีคนอื่นโผล่มาเห็นเหมือนรอบที่แล้วจะทำยังไง คนอื่นที่อาศัยอยู่ร่วมกันไม่มีใครรู้เรื่องนี้ด้วยสักหน่อย

“น้องไคปล่อยแม่ก่อนนะ” ฉันหันไปบอกลูกที่กอดขาฉันไว้แน่น แต่น้องไม่ยอมปล่อย “แม่ขาต้องไปเปิดประตูห้อง อย่างอแงสิ”

ฉันยื่นมือไปให้น้องไคจับ ดังนั้นลูกชายจึงปล่อยขาฉันแล้วยืนมือมากำนิ้วฉันไว้แน่น ส่วนฉันก็เดินไปไขประตูห้อง ทันทีที่ประตูเปิด...น้องไคก็วิ่งเข้าไปด้านในทันที

ฉันหันไปมองร่างกำยำที่อยู่เบื้องหลังซึ่งกำลังสาวเท้าเข้ามา

“คือว่าเมื่อกี้นี้ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นหรอกค่ะ” พอฉันเริ่มพูด เขาก็ทำเหมือนฟังแต่ไม่ได้หยุดเดิน " ขอโทษจริงๆ"

หมายถึงเรื่องที่แอบแช่งเขานั่นแหละ

"ไม่เป็นไร" เขาตอบ "มันก็ซิทคอมดี"

นั่นสินะ มีอย่างที่ไหนกัน ตอนกำลังนินทาในใจเจ้าตัวก็ดันโผล่มา แถมยังโผล่มาในจังหวะที่ได้ยินตอนฉันแช่งพอดีด้วย

“แล้วก็...ตอนนี้ดึกแล้ว คุณอยู่ได้แค่แป๊บเดียวนะคะ” เพราะฉันจะไม่อยากยอมรับเขาและหวงลูกมากๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ขัดใจมากที่สุด

“เข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แปลกจริง ฉันคิดว่าเขาฟอร์มตกมากเกินไปหน่อยนะ แต่เข้าใจง่ายแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ

พรึบ...

แต่แล้วเมื่อร่างกำยำเดินผ่านฉันเข้าไปในห้อง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ก็โชยมาแตะจมูกในทันที ทำเอาฉันชะงักค้างโดยพลัน

นี่เขาดื่มเหล้ามางั้นเหรอ

นี่เป็นเหตุผลที่คิดว่าเขาแปลกรึเปล่านะ อันที่จริงมันแปลกตั้งแต่ตอนที่เขาโผล่มาในเวลานี้แล้วนี่นา

ฉันมองร่างกำยำที่ล้มตัวลงนั่งบนโซฟาเบดตัวใหญ่โดยตัดสินใจว่าจะปิดประตูไว้แต่ไม่ล็อก ส่วนน้องไคนั้นก็ยืนแอบดูพ่อของเขาอยู่ด้านหลังโคมไฟใกล้ๆ กับทีวี

ส่วนเรื่องประตูที่ตัดสินใจว่าจะไม่ล็อกน่ะ ที่จริงฉันไม่กลัวหรอกนะว่าใครจะบุกเข้ามา เนื่องจากพี่คิวการันตีความปลอดภัยให้แล้วส่วนหนึ่ง แต่ฉันกลัวว่าดาราดังที่ดื่มเหล้ามาคนนี้จะเป็นอันตรายมากกว่า

คือฉันระแวงน่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะดื่มเหล้ามา

ฉันกลั้นใจเดินไปหยุดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคุณคมมากนัก

“คุณเมารึเปล่าคะ” ฉันถามออกไปทันที

ร่างกำยำชะงักก่อนจะตอบว่า “ไม่เมา”

“...” ไม่เมาเหรอ

“เรียกว่าไม่เมาก็ได้” เขาขยายมาอีกประโยค ฟังดูแปลกๆ นะ

แต่แล้วสายตากลับสังเกตเห็นว่าเขาถือกระดาษที่ค่อนข้างยับอยู่ในมือด้วย ไม่รู้ว่ากระดาษอะไร อาจจะถือมาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้

ไม่รู้คุณคมรู้ตัวว่าถูกมองอยู่รึเปล่า เพราะเขาก็เก็บกระดาษแผ่นนั้นเข้าไปในกระเป๋าอย่างแนบเนียน ท่าทางนี้ชวนให้นึกถึงตอนที่น้องไคแอบไปทำอะไรไม่ดีสักอย่างมาแล้วอยากจะซ่อนของกลางไว้ไม่ให้ฉันเห็นเลย

แต่ฉันมองทันนะ มันคือใบสั่ง...คิ้วฉันขมวดมุ่น แต่ไม่คิดจะถามต่อเพราะเขาก็เก็บเข้ากระเป๋าไปแล้ว

ฉันสำรวจคุณคมอย่างแนบเนียน ในใจฉันมองว่าเขาเมา แต่ไม่ถึงกับไร้สติ...ไม่ได้เมามากเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน

“ทำไมยังไม่นอน” ใบหน้าคมสันเบี่ยงมาทางฉันเล็กน้อย เป็นท่าทางที่แอทแทคต่อสติมากจริงๆ

“น้องไคเพิ่งไปฉีดวัคซีนมาค่ะ” ฉันส่งสายตาเป็นเชิงเรียกลูกชายให้เดินมาหา ริมฝีปากก็ขยับพูดไปด้วย “ฉีดเสร็จแล้วก็มีไข้นิดหน่อย วันนี้น้องนอนเยอะ พอดึกก็เลยงอแงไม่ยอมนอน”

ที่ตอบไปแบบนี้เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ถามถึงฉันแน่ๆ

และแปลกเช่นกันที่น้องไคไม่ยอมขยับตัวเลย มือเล็กกำด้ามโคมไฟไว้แน่น

“อ้อ...” ส่วนคุณคมคนดังก็พยักหน้ารับให้กับคำพูดฉัน ก่อนจะเบนสายตาไปยังน้องไค เขาขมวดคิ้วมุ่นนิดหน่อย “หลบพ่อทำไม?”

ประโยคนี้เขาพูดกับน้องไคแน่

น้องไคยังพยายามหลบอยู่ด้านหลังโคมไฟ ลูกชายฉันเหมือนจะเหลือบมองซุปตาดังแต่ก็ไม่มอง กึ่งสบตากึ่งหลบซ่อนอยู่อย่างนั้น

“น้องไคคงไม่ชินค่ะ” ฉันตัดสินใจเดินไปอุ้มน้องไคขึ้นมา ก่อนจะหลุบตามองพื้นพร้อมพูดกับคุณคม “เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำให้นะ”

ฉันไม่กล้าสังเกตอีกว่าคู่สนทนาจะแสดงท่าทางยังไง รีบเข้าไปในส่วนที่แบ่งเป็นครัวด้วยหัวใจที่เต้นระรัว การคุยกับคนดังที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสามีของคนทั้งประเทศนี่มันใช้พลังงานเยอะจริงๆ

“น้องไค เข้าห้องนอนมั้ยคะ เดี๋ยวแม่เปิดสารคดีสัตว์ให้ดู” ฉันพึมพำกับลูกชายพร้อมมองหาแก้วน้ำไปด้วย

“อื้อ” น้องไคดิ้นขลุกขลัก

“มีแขกมาเห็นมั้ย น้องไคจะงอแงไม่ได้แล้วนะ เดี๋ยวโดนจับกินไม่รู้ด้วย” ฉันกระซิบ “อยากโดนจับกินมั้ย”

“ไม่หยัก” (ไม่อยาก)

น้องไคส่ายหน้าพร้อมหยุดเคลื่อนไหว

“ถ้าไม่อยาก น้องไคต้องเป็นเด็กดีนะคะ เดี๋ยวต้องเดินออกไปพร้อมแม่ ต้องไปสวัสดีครับคุณคมแล้วก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนเลยนะ”

ถึงจะไม่อยากให้มายุ่งด้วยยังไงน้องไคก็จะต้องไปสวัสดีเขาอยู่ดี...

แต่ต่อมาลูกชายตัวดีก็ดิ้นอีก

เห็นว่าลูกไม่อยากให้อุ้มก็จำเป็นต้องปล่อย ยังไม่ทันที่ฉันจะกำชับว่าห้ามวิ่งห้ามซน เด็กตัวเล็กก็วิ่งไปเกาะขอบทางเข้าครัวในทันที จากจุดที่น้องไคยืนอยู่ เขาจะเห็นคุณคมในลักษณะที่หันหลังให้เราสองคนพอดี ส่วนฉันยืนอยู่ด้านในนั้นมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง

เสียงวิ่งดังทั่ก ทั่ก’ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อน้องไควิ่งมาเขย่าขาฉัน

“แม่ขา” เขาเงยหน้าจ้องฉัน

“...หืม? อะไรคะ” ฉันครางรับพร้อมหยิบแก้วมาหนึ่งใบเพื่อล้างน้ำเปล่าให้สะอาดก่อนหนึ่งรอบ

“มองๆ”

“มองอะไรลูก” ฉันชะงักมือ ส่วนน้องไคก็ชี้ไปยังนอกห้อง ซึ่งด้านนอกนั้นมีคุณคมคนดังนั่งอยู่คนเดียว ฉันจึงถามต่อว่า “คนที่นั่งอยู่ข้างนอกเค้ามองน้องไคเหรอครับ”

“งืม!” น้องไคพยักหน้าก่อนจะผละออกจากฉันแล้ววิ่งออกไปนอกครัว จากนั้นก็วิ่งกลับมามองฉันใหม่อีกรอบ

ฉันรู้ว่าลูกสงสัย แต่ก็ยังรั้งปากไว้ ยังไม่อธิบายให้ลูกฟังว่าคุณคมคือใครกันแน่

และเมื่อถือแก้วเดินไปยังทางออกนอกครัวซึ่งสามารถมองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดได้ ฉันที่กำลังคิดในใจไม่หยุดว่า จะหาทางกล่อมลูกนอนยังไง จะหาทางทำให้ดาราดังรีบกลับไปยังไง’ ก็ต้องชะงัก

ด้านนอกนั้นคือพวกเขาสองคน หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ ไม่ใกล้ชิดกันแม้แต่น้อย

คนหนึ่งวิ่งไปแอบมอง ส่วนอีกคนก็นั่งนิ่งให้มอง

คนหนึ่งวิ่งซ้ายวิ่งขวา ส่วนอีกคนก็ใช้สายตามองตาม

เมื่อคนที่โตกว่ายกมุมปากขึ้น...อีกคนหนึ่งก็คล้ายจะทำตาม

[รออัพต่อ]
Lta Luktarn
อยากจะบอกว่า แต่งๆ อยู่แล้ววินโดว์เป็นไรไม่รู้ ค้างซะงั้น เปิดมาอีกรอบคือออโต้เซฟให้นะ แต่เนื้อหาหายไปครึ่งนึง โอ้วแม๊นนนนนนนนนนนน
ใครเคยเห็นผู้ชายเล่นกับเด็กบ้างงงงง
1 เม้น 1 กำลังใจ


ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เอามารีไรท์ใหม่ >> คลิก <<
ฝากเรื่องซีด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.153K ครั้ง

1,634 ความคิดเห็น

  1. #42109 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:28
    ถ้าอยู่กันเป็นครอบครัวต้องน่ารักมากแน่ๆอะะ
    #42109
    0
  2. #38091 CNBESUBIEXO (@panutda91) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:31
    ไคน่ารักกก
    #38091
    0
  3. #35975 มีอะไรมั้ย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 18:44

    เจ้าขาสอนให้ลูกกลัวพ่อทำไม ที่ว่ากลัวโดนกินตับมั้ย เด็กจะกลัวพ่อนะแบบนี้

    #35975
    0
  4. #35440 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:55
    หน่วงด้วย น่ารักด้วย แงงงคุนแม่เก่งมากค่ะ สู้ๆนะ
    #35440
    0
  5. #34028 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 07:11
    น่ารักมากๆเลยน้องไค&#8203; ไรท์บรรยายได้ดีมากเลยค่ะ&#8203; ลื่นไหลดีมาก&#8203; สนุก&#8203;ค่ะ
    #34028
    0
  6. #33990 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 23:49
    พ่อลูกน่ารักกก
    #33990
    0
  7. #30944 Ling_555 (@ling-12345) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 02:06
    เอ็นดูน้อง
    #30944
    0
  8. #30747 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 01:27
    พ่อลูกกันจริงๆ
    #30747
    0
  9. #29106 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:48
    น้องน่ารักง่าาาาา
    #29106
    0
  10. #29014 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 13:23
    น้องไคซนจริงๆนะเนี้ย ไม่ยอมนอน
    #29014
    0
  11. #26850 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:06
    น่ารักน่าเอ็นดู
    #26850
    0
  12. #26487 renussoysunted (@renussoysunted) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 09:50
    น้องไคน่ารักกกกกกก
    #26487
    0
  13. #26397 NuMuE (@NuMuE) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 19:16
    พ่อลูกน่าร้ากกกก
    #26397
    0
  14. #26164 zaran (@zaran) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 04:49
    ความพ่อลูกของคมไค เอ็นดู
    #26164
    0
  15. #22230 kinnare2547 (@kinnare2547) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 21:26
    โอ้ยยย พ่อลูกคู่นี้น่ารัก เอาใจพี่ไปเลยหนูไค-//////-
    #22230
    0
  16. #20301 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:46
    มีการอยากเจอหน้าลูกด้วย น่ารักจัง
    #20301
    0
  17. #19968 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 17:35
    ความเหมือนของพ่อลูกคู่นี้นี่มันเกินไปแล้วว ประโยคที่ว่า หลบพ่อทำไม คือมันแบ่บจะกริ๊สสสสสส
    #19968
    0
  18. #19430 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:58
    โง้ยยยย ความพ่อลูก น่ารักกกกกก พี่ตาลแต่งได้น่ารักมากเลย TT ฮือออ รู้สึกได้ถึงความเป็นพ่อลูกเลย คุณคมก็ยังนึกถึงครอบครัวนะ ชอบตอนที่คุณคมแทนตัวเองว่าพ่อ ฮืออออ มันดีต่อใจมากๆๆ
    #19430
    0
  19. #18828 lionmeoww (@lionmeoww) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:44
    คุณคมใหญ่กะคุณคมเล็กง่ะ; _ ;
    #18828
    0
  20. #18200 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 16:44
    ดีต่อใจ น้องไคน่ารัก
    #18200
    0
  21. #17275 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 17:25
    น้องไคน่ารักกกก
    #17275
    0
  22. #17240 ดีดี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:19

    กำลังสานสัมพันธ์พ่อลูก

    #17240
    0
  23. #16643 pofaiwipada (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:20
    ตามรอยพ่อแน่เลย555
    #16643
    0
  24. #16439 SeAl_SiLlY ^ ^ (@aloha_seen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:17
    เชียร์ 2 เล่มได้ไหมคะ 5555
    เล่มหนาๆ มันอ่านยาก แง้ๆ
    #16439
    0
  25. #15873 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:35
    ดีต่อใจ~ น่ารักจริงพ่อลูก
    #15873
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น