{ทำมือ} คุณคมเจ้าขา❖ Burned Gray

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,843,200 Views

  • 54,002 Comments

  • 30,404 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    51,340

    Overall
    4,843,200

ตอนที่ 6 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค At second sign 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9602 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate

คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง รับทราบ


:: Song :: Just A Dream Nelly Lyrics

ภาค At second sign

EPISODE 06



เมื่อประตูเปิดกว้าง ฉันถึงกับตาลายเพราะเหมือนจะเห็นคุณคมตั้งสามสี่คนยืนเต็มหน้าห้องไปหมดเลย...

วินาทีนั้นฉันรีบตั้งสติพร้อมเพ่งไปยังหน้าประตูด้วยหัวใจที่เต้นระทึก พบว่าแท้จริงแล้วมีคนยืนอยู่สี่คนจริงๆ เป็นผู้ชายทั้งหมดเลย

มีสามคนที่หน้าคล้ายคุณคมคนดังมาก และมีอยู่คนหนึ่งที่มีความคล้ายมากถึง 80% ส่วนคนที่สี่...เขาใส่หน้ากากรูปคุณคมคนดังอยู่น่ะ

“...”

น้องไคถึงกับผงะเมื่อมองผู้ชายคนที่ใส่หน้ากาก จากนั้นก็รีบวิ่งมาหลบด้านหลังฉันทันที ขณะที่ฉันจับแขนลูกชายไว้ก่อนเป็นอันดับแรก

ผู้ชายทั้งสี่คนมองตามการเคลื่อนไหวของน้องไคด้วยสีหน้าอึ้งๆ

ไม่รอช้า ฉันรีบพุ่งตัวไปยังหน้าประตูทันที ฉันคิดอะไรไม่ทันหรอก เรียบเรียงเรื่องราวไม่ทันด้วย แต่มือฉันขยับไปจับกลอนประตูและกำลังจะดันให้มันปิดลง...

พรึบ!

“หวัดดีครับ” แต่หนึ่งในนั้นส่งเสียงพร้อมเอามือยันประตูไว้อย่างนุ่มนวล ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามอง ซึ่งเมื่อเขาเห็นว่าฉันหยุดเคลื่อนไหวก็พูดต่อ “ชื่อคิวนะครับ”

นี่ถือว่าเป็นการขัดขวางการปิดประตูหนีที่...ไม่คุกคามแต่แนบเนียนมาก

พี่ผู้ชายที่ชื่อคิวแนะนำตัวด้วยท่าทางที่ดูอัธยาศัยดี แต่มันไม่เข้ากับเสื้อช็อปเด็กวิศวและรอยสักที่โผล่มาให้เห็นประปรายของเขาเลยสักนิด

ที่ฉันรู้ว่าเขาเป็นพี่ก็เพราะจำได้...

พี่คิวคนนี้อยู่กลุ่มพวกนักซิ่งที่ขี่รถฮาร์เล่ย์ คือว่าพี่เขาอยู่ปีสี่ของมหาลัยฝั่งตรงข้ามกับมหาลัยที่ฉันเรียนพอดี แบบว่าเป็นมหาลัยกึ่งรัฐบาลกึ่งเอกชนในเครือเดียวกันน่ะ กลุ่มพี่เขาจะโหดๆ แถมยังมีคนชอบเยอะมาก เพราะงั้นฉันจึงเคยเห็นหน้าพี่เขาผ่านๆ ที่หน้ามอเท่านั้น

ยังเคยมีคนพูดกันเลยว่าพี่คิวหน้าคล้ายมือกีต้าร์วงร็อกชื่อดัง แต่ฟังมาว่าไม่เกี่ยวข้องกันนี่นา

“น้องชื่อเจ้าขาใช่มั้ย” เขาถาม

“เอ่อ...” ฉันลังเลที่จะตอบ มือยังกำกลอนประตูไว้แน่น

“พวกพี่มาตามหาน้องเจ้าขาคนที่เรียนคลาสเดียวกับน้องที่รัก... เรารู้จักน้องที่รักมั้ย” ส่วนพี่คิวคนเถื่อนก็ยังดันประตูไว้อย่างอ่อนโยนและรุกฉันด้วยคำถามที่สองทันที

“รู้...รู้จักค่ะ” เสียงฉันแผ่วเบา

คือว่าเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่งของฉันนั้นมีชื่อว่า ที่รัก จริงๆ เธอเป็นแฟนกับเพื่อนในแก๊งฮาร์เล่ย์ของพี่คิวพอดี

ฉันแทบไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าขาและไม่รู้จักที่รัก เนื่องจากพี่คิวนั้นถือว่าเป็นคนที่อยู่ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลตัวฉันเลย

“อืม พี่ก็รู้จักน้องที่รักเหมือนกัน” พี่คิวพยักหน้าพร้อมแอบเหลือบตามองน้องไคที่หลบอยู่ด้านหลังฉันด้วยดวงตาเป็นประกาย "พวกพี่ไม่ได้ตั้งใจมารบกวน แต่มันมีเรื่องที่ต้องคุยกันนิดหน่อย..."

ฉันจึงมองไปยังลูกชายบ้าง

น้องไคกำลังเงยหน้ามองพี่คิวเช่นกัน และไม่รู้ว่าพี่เขาน่ากลัวเกินไปรึเปล่า น้องไคถึงได้เบะปากคล้ายจะร้องไห้

"น้องไค ชู่ว...ไม่เอานะ" ฉันจำเป็นต้องปล่อยกลอนประตูแล้วหันไปอุ้มลูกทันที...น้องไคเอาหน้ามามุดซอกคอฉัน กลัวใช่มั้ย แม่ขาก็กลัวเหมือนกัน

"ตอนไอ้คมเล็กๆ เวลาเจอคนแปลกหน้าก็ทำท่าทางแบบนี้" เหมือนจะมีเสียงกระซิบของใครสักคนดังขึ้น แต่เนื่องจากฉันสนใจน้องไคอยู่...ประโยคเมื่อครู่จึงไม่ได้ยิน

ฉันกอดลูกชายไว้พร้อมกลั้นใจหันไปเผชิญหน้ากับทุกคน ในที่นี้มีแค่คนเดียวที่ฉันระบุชื่อได้คือพี่คิว

ภายใต้ขมับที่เครียดขึงของตัวเอง ฉันไม่สามารถคิดเป็นอื่นได้อีก ดูแต่ละคนสิ

พี่คิวเหมือนคุณคมคนดังเวอร์ชันเถื่อน

ผู้ชายอีกคนที่ไม่รู้ชื่อก็เหมือนคุณคมคนดังเวอร์ชันสุภาพบุรุษที่น่าขนลุก

แถมยังมีอีกคนที่เหมือนคุณคมคนดังเวอร์ชันนักธุรกิจหนุ่ม

แล้วยังมีอีกนะ ดูผู้ชายคนสุดท้ายที่ใส่หน้ากากรูปคุณคมคนดังนั่นสิ

ใส่หน้ากากทำไม นี่ไม่ใช่เวที The Mask Singer หน้ากากนักร้อง’ นะ...

 “ไม่ต้องกลัว พวกพี่มาดี ไม่ต้องเกร็งนะ” พี่คิวคนเถื่อนยิ้มพร้อมพูดปลอบใจ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันยังค้างสายตาไว้ที่ผู้ชายใส่หน้ากากพอดี

ผัวะ!

“ไอ้แม็กซ์ อย่าเล่น” คนที่มีบุคลิกเหมือนนักธุรกิจแอบยกแขนขึ้นศอกใส่สีข้างของชายใส่หน้ากากที่ถูกเรียกว่าแม็กซ์พร้อมกระซิบทุ้มต่ำ “ถอดหน้ากาก”

คนชื่อแม็กซ์นั้นปลดหน้ากากลง ใบหน้าของเขาอยู่ในสายตาฉันแล้ว เขาหน้าตาไม่คล้ายคุณคมคนดังแม้แต่น้อย หนักไปทางหล่อดุดันมากกว่า

แต่การเปิดเผยหน้าตาของแม็กซ์นั้นทำให้หัวใจฉันเย็นจัดราวกับถูกแช่แข็ง เท่านี้ฉันก็แน่ใจเต็มร้อยแล้วว่าพวกเขาทั้งสี่มาทำไม

เพราะแม็กซ์คนนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกวง 545 วงเดียวกับคุณคมคนดัง...

คนพวกนี้บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน แต่ฉันนึกไม่ออกไปชั่วขณะว่าควรพูดอะไรจึงเอ่ยคำถามโง่ๆ ออกไปแทน

“มีธุระอะไรเหรอคะ”

“มันไม่สะดวกถ้าจะคุยกันตรงนี้” คราวนี้ผู้ชายมาดนักธุรกิจเป็นคนพูด

“...” มันก็ไม่สะดวกเหมือนกันที่ฉันจะให้ผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาในห้องเล็กๆ ของตัวเอง และดูเหมือนพวกเขาจะเห็นถึงความลำบากใจของฉัน ชายมาดนักธุรกิจถึงเอ่ยต่อ

“พวกเราเป็นพี่น้องแท้ๆ ของคม ส่วนแม็กซ์เป็นเพื่อนสนิทคม” เขาอธิบายด้วยเสียงที่เบาผิดปกติ “มีตรงไหนที่พอจะคุยกันได้บ้าง ขอเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีคน พวกเราคุยไม่นานหรอก”

ตั้งแต่ได้เห็นหน้าแม็กซ์ที่เป็นเพื่อนร่วมวงของคุณคมคนดัง การแนะนำว่าสามคนที่เหลือคือพี่น้องแท้ๆ ของซุป'ตาก็ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่ออีกต่อไป

เลี่ยงไม่ได้สินะ...

“มีแค่ข้างล่างค่ะ ตรงหลังตึก” ฉันกดความไม่สบายใจไว้ในอกพร้อมตบหลังน้องไคเบาๆ เพื่อให้ลูกชายผ่อนคลาย

ทั้งสี่คนพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ฉันพาไป ระหว่างที่เดินนำนั้นฉันสวนกับคนที่พักอยู่ในหอเดียวกันด้วย เป็นพวกพนักงานโรงงานน่ะ พอนึกถึงแม็กซ์ขึ้นมาได้ก็แอบหันไปมอง พบว่าเขาก้มหน้าใส่หมวกบังไว้อย่างมิดชิด

เมื่อมาถึงด้านหลังตึกที่มีสภาพไม่น่าดูนัก พี่คิวก็เข้ามามีบทอีกครั้งด้วยการหยิบรูปสองสามใบมาให้

ฉันจำใจต้องรับรูปนี้มาดู ทั้งหมดคือรูปของฉันกับน้องไค

รูปแรกเป็นตอนที่ฉันกำลังอุ้มน้องไคเพื่อพาไปซื้อของ ถ้าจำไม่ผิด...ภาพในรูปเป็นเหตุการณ์เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่นา

รูปที่สองเป็นรูปเดี่ยวที่ฉันใช้สมัครเรียนมหา'ลัย

และสาม...เป็นรูปถ่ายรวมของคนที่ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่รีสอร์ทเมื่อสามปีที่แล้ว แน่นอนว่าต้องมีฉันอยู่ในรูปด้วย

“ขอโทษนะที่พวกพี่ต้องสืบเรื่องของเรา” พี่คิวพูด “เหมือนข่าวจะเพิ่งมาไม่กี่วันใช่มั้ย แต่จริงๆ ภายในมันมีข่าวมาพักใหญ่แล้ว แล้วพวกพี่ก็แค่อยากเจอตัวเราก่อนนักข่าว”

“สืบเหรอคะ...” อยู่ดีไม่ว่าดีก็มีผู้ชายมาบอกว่าสืบประวัติของฉันเรียบร้อยแล้ว ไหนจะอยากเจอตัวก่อนนักข่าวอีก รู้สึกเหมือนความลับที่ตั้งใจปิดบังมานานกำลังถูกฉีกออกมาเลย

“ใช่” พี่คิวพยักหน้าอย่างหนักใจเช่นกัน

เสียงฉันจุกอยู่ในลำคอ ส่วนน้องไคที่อยู่ในอ้อมแขนฉันเบะปากมองพี่คิวอีกรอบ เพราะงั้นเขาไปกระแซะชายมาดนักธุรกิจและกระซิบ “คิม...พี่มึง มาคุยแทนเหอะ” ก่อนจะหลบไปอีกครั้ง

ฉันได้ยินเสียงกระซิบนั่นพอดีจึงได้รู้ว่าชายมาดนักธุรกิจนั้นชื่อคิม เขาดูโตกว่าทุกคนเลย

“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ที่มาวันนี้เพราะอยากได้คำยืนยัน แต่ขออย่างเดียว อย่าโกหก”

“...ค่ะ” ทุกคนเคยรู้สึกสั่นในอกมั้ย ฉันอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ

“ข้อมูลบางอย่างยังน่าสับสนนะ เรื่องเกี่ยวกับงานไซด์ไลน์...สรุปแล้วไม่เคยทำแน่ใช่มั้ย”

ฉันก้มหน้าลงในทันที มันน่าอายนะที่ถูกถามแบบนี้ มันชวนให้นึกถึงอดีตที่โดนหลอกน่ะ

“พวกพี่แค่อยากให้เรายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ผ่อนคลายหน่อย” นี่เป็นเสียงพี่คิว

“ไม่เคยค่ะ” ฉันตอบอย่างอดสู แทบจะน้ำตาปริ่มเมื่อนึกไปถึงความรู้สึก ณ จุดนั้น “ไม่เคยจริงๆ ค่ะ”

“ลูกชายเราเลือดกรุ๊ปอะไร แล้วเราเลือดกรุ๊ปอะไร” เมื่อฉันตอบจบคุณพี่คิมก็ถามต่อ

“น้องไคกรุ๊ปโอค่ะ ส่วนหนูกรุ๊ปเอ” พอเป็นเรื่องลูกชาย สติที่เกือบแตกกระเจิงของฉันก็กลับมาอีกครั้ง

มันเป็นความจริงที่น้องไคกรุ๊ปเลือดไม่เหมือนฉัน...

“พ่อของลูกชายเราคือคมใช่มั้ย” ทันทีที่คำถามนี้ดังขึ้นฉันก็เงยหน้ามองพวกเขา ในสายตาของทุกคนนั้นมีการรอคอยอยู่เต็มเปี่ยม

“พวกพี่...จะมาเอาลูกชายหนูไปเหรอคะ” ปลายเท้าของฉันจิกเกร็งโดยไม่รู้ตัว

ในจังหวะนั้นผู้ชายที่ดูเป็นสุภาพบุรุษซึ่งไม่ได้ปริปากพูดสักคำก็ยกมือถือมาถ่ายรูปฉันและแชตคุยกับใครสักคน

“ไม่ใช่ดิ” พี่คิวพูด “ถึงวันนี้พวกพี่ไม่มา ถึงเราจะไม่อยากบอก แต่สักวันเราก็จะต้องถูกคนอื่นคุกคามความเป็นส่วนตัวอยู่ดี เราผ่านเรื่องนี้ไปคนเดียวไม่ได้หรอก ให้พวกพี่ช่วยดีกว่า”

ว่ากันว่าในบางช่วงอารมณ์ คำพูดของคนอื่นจะมีอิทธิพลกับตัวเราเสมอ สิ่งที่ออกจากปากพี่คิวมีแต่ความจริงที่น่ากลัวทั้งนั้น

โดนขุดคุ้ย โดนแฉ เป็นข่าวตามโซเชียล มีคนด่า...

ในที่สุดฉันก็หลบตาทุกคนแล้วพยักหน้าอย่างเงียบงัน น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนหยดลงมา ถ้าจะมีคนถามว่าฉันร้องไห้ทำไม...คำตอบคือฉันไม่รู้

ใจหนึ่งฉันโล่งที่กล้าพูดความจริง

แต่อีกใจกลับหนักอึ้ง เพราะความจริงจะนำพาให้ชีวิตฉันกับลูกไม่เหมือนเดิมอีก

"น้ำไหล" น้องไคหงอยได้ไม่นานก็ซนอีกรอบ มือเล็กยื่นมาถูไถน้ำตาของฉันเล่นอย่างสนุกสนาน ขณะที่ฉันเงยหน้าอีกครั้ง พบว่าทุกคนหันไปมองผู้ชายที่ดูเป็นสุภาพบุรุษราวกับอยากถามความเห็น

คุณสุภาพบุรุษมองฉันอย่างพิจารณา ก่อนจะพยักหน้าหนึ่งทีและเอียงหน้าไปกระซิบอะไรสักอย่างกับคุณพี่คิม...พี่คิมพยักหน้ารับ

“ที่จริงวันนี้เป็นพวกพี่ที่ใจร้อนอยากมาดูด้วยตาตัวเองก่อน” เป็นเสียงของคุณพี่คิม “ตอนนี้คมมันติดธุระอยู่ต่างประเทศ อีกสองวันจะกลับไทย”

“...”

“คมมันอยากคุยกับเราเป็นการส่วนตัว ถ้าเราสะดวก...อีกสองวันจะมีรถมารับเรากับลูกที่นี่ตอนสี่โมงเย็น”

เมื่อฟังประโยคนี้จบสิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในหัวฉันคือประสบการณ์เก่าๆ...เมื่อสามปีที่แล้วแม่บอกชัดเจนว่าเขารู้เรื่องนี้และปัดความรับผิดชอบ แต่มาวันนี้เขาอยากจะขอคุยกับฉัน เพราะอะไรเหรอ เพราะเรื่องมันแดงออกมาใช่มั้ยนะ

“ไม่ต้องร้องไห้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก” นี่เป็นเสียงของพี่คนที่ชื่อแม็กซ์ เขาดูอึดอัดมากที่มาอยู่ในสถานการณ์นี้

"ใช่ เพราะเราระวังตัวดีมาก พวกพี่เองก็เพิ่งได้รูปเราเมื่อสามอาทิตย์ก่อน ส่วนที่อยู่ก็เพิ่งรู้วันนี้เอง" พี่คิวอธิบาย

ส่วนฉันนั้นพยายามทำความเข้าใจและสูดลมหายใจเข้าปอดหนึ่งที ได้แต่คิดในใจว่าเราก็มีสิทธิ์เลือกนี่นา เราก็...มีสิทธิ์ออกความเห็นนี่นะ

“พวกพี่จะช่วยให้นักข่าวไม่มายุ่งกับหนูและลูกได้ใช่มั้ยคะ” ฉันถามเพราะจำได้ว่าก่อนหน้านี้พี่คิวยืนยันว่ามาเพื่อช่วย

“แน่นอนว่าต้องได้” คุณพี่คิมการันตี

นั่นสินะ ถ้าไม่ได้มาเพราะอยากช่วยปิดข่าว พวกเขาจะมาทำไมกัน

“หนูตกลงว่าจะคุยกับเค้าค่ะ” คำว่า เค้า’ ในภาษาพูดที่ว่านี่ก็หมายถึงคุณคมคนดังนั่นแหละ

“โอเค” คุณพี่คิมพยักหน้าอย่างพอใจ

ทุกคนเองก็มีสีหน้าพอใจด้วย แต่ความพวกเขาก็ชะงักงันเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน

“แต่หนูขอคุยกับเค้าผ่านพวกพี่ได้มั้ยคะ” เชื่อมั้ยว่าก่อนจะพูดประโยคนี้ ฉันต้องแอบกำเสื้อของน้องไคแน่นๆ ถึงสองครั้ง

“หืม?” คราวนี้เป็นพี่คนที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่ส่งเสียงเป็นเชิงถาม

“หมายความว่า...” ฉันเบนสายตาลงต่ำ “หนูยินดีจะคุย แต่ขอคุยผ่านพวกพี่ค่ะ หนูคิดว่า...ไม่ต้องคุยกันเป็นการส่วนตัวก็ได้ค่ะ”

ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้ชายที่ขยับไปไหนก็เป็นข่าวอย่างเขาไม่ควรมาเจอเราสองคนแม่ลูกหรอกนะ

อีกอย่างคือฉันไม่อยากเจอคุณคมคนดังอีกแล้วล่ะ

เพราะเมื่อสามปีก่อนฉันและครอบครัวเคยสัมผัสกับความร้ายกาจของเขามาแล้ว

เพราะเมื่อหนึ่งเดือนสิบสามวันก่อน ฉันได้เจอกับความเฉยเมยของเขามาแล้ว

“ไม่อยากเจอคมเหรอ” คุณพี่คิมถาม

“...” ฉันไม่ได้พยักหน้าและไม่ได้ส่ายหน้า มันคืออาการของคนที่ไม่รู้จะตอบยังไง

“แล้วถ้าคมมันอยากเจอหน้าเด็กล่ะ” เขาถามมาอีก

ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ สาบานว่าฉันเกือบจะหาคำพูดไม่ทัน แต่ในที่สุดแล้วก็ได้คำตอบนี้มา “ถ้าเรื่องข่าวโอเคขึ้นแล้ว ถ้าเค้าอยากเจอน้องไค หนูจะหาทางให้ค่ะ”

ส่วนจะหาทางยังไงนั้น...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

ทุกคนเงียบ ส่วนฉันนั้นยืนนิ่ง ซึ่งต่อมาผู้ชายกลุ่มนี้ก็หันไปมองหน้ากันราวกับกำลังปรึกษากันทางสายตา ไม่นานพี่คิวคนเถื่อนก็หันมาพูดกับฉัน

“ก็ได้ ถ้าเราสะดวกแบบนี้ พวกพี่ก็จะไปบอกคมให้” พวกเขาตกลงล่ะ “งั้นขอเบอร์เราไว้ก่อนแล้วกันนะครับ”

ฉันพยักหน้ารับและบอกเบอร์ส่วนตัวให้กับพวกเขา เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วพวกเขาก็กลับไป แต่ไม่ได้ไปเฉยๆ นะ...

คุณพี่คิมให้เงินน้องไค ด้วยความเกรงใจตอนแรกฉันจะไม่รับเพราะมันหลายพันมาก แต่ห้ามไม่สำเร็จ

พี่สุภาพบุรุษให้ไอแพดที่ลงเกมเด็กๆ ไว้เยอะมาก

พี่คิวให้นาฬิกาของเด็กลายหุ่นยนต์

ส่วนพี่แม็กซ์นั้นยัดหน้ากากรูปคุณคมคนดังใส่มือน้องไค

ดูไปดูมาแล้วเหมือนเป็นของที่ตั้งใจเตรียมมาเพื่อรับขวัญหลานโดยเฉพาะยังไงไม่รู้

ทันทีที่ตรงนี้เหลือแค่เราสองคนแม่ลูก ฉันก็เดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อน รู้สึกว่าเรี่ยวแรงลดฮวบอย่างน่าใจหาย เมื่อกี้นี้ฉันคงกลายเป็นผู้หญิงเรื่องมากในสายตาพวกเขาไปแล้วแน่ๆ

“แม่ขา” เสียงของน้องไคที่นั่งอยู่บนโต๊ะดังขึ้น มือเล็กดันทั้งเงินแล้วก็ของเล่นมาตรงหน้าฉัน

น้องไคน่ะไม่ค่อยคุยกับคนแปลกหน้า ถ้าไม่รวมครั้งนั้นที่ไปเอาเสื้อของคุณคมคนดังมา ปกติเขาจะรู้ว่าอะไรที่ควรขออนุญาตฉันก่อน

ฉันเบนสายตาไปมองลูกชายที่จ้องพวกของราคาแพงตรงหน้าตาไม่กะพริบ คงคันมือมากสินะ อยากจะจับจะเล่นแล้วแน่ๆ

“เป็นของน้องไคหมดเลย” แม้ในใจจะยังมีแต่ความกังวล แต่ฉันก็ยังยิ้มให้ลูก

“ขุงไคเหรออออ” ในท้ายประโยคเสียงเขาลากยาวและสูงกว่าปกติ

“ใช่แล้วค่ะ” ฉันพยักหน้าหนึ่งที รู้สึกขำนิดๆ กับการที่เขายังออกเสียงไม่ชัดในบางคำ โดยเฉพาะคำว่าของเนี่ย เมื่อไหร่จะชัดสักทีนะ

“ขุงไคเองๆ” น้องไคพยักหน้าก่อนจะเอามือมาประกบกันไว้ตรงหน้าอก มันคือการยกมือไหว้ที่ไม่สวยงามน่ะ

“ป่ะ เดี๋ยวแม่ขาพาขึ้นไปเล่นบนห้องนะ”

ว่าจบฉันก็พาลูกชายไปสอนเล่นเกมในไอแพดบนห้อง ใส่นาฬิกาลายหุ่นยนต์ให้เขา แถมเขายังเอาหน้ากากลายคุณคมคนดังมาใส่อีกตามแบบที่พี่แม็กซ์ใส่อีก ส่วนเงินที่ได้มาฉันก็เอาไปเก็บไว้

ในคืนนี้ฉันยิ้มต่อหน้าลูกทั้งที่ในใจมีแต่ความกังวล...

 

สองวันต่อมา เวลา 16.00 น.

ตลอดสองวันที่ผ่านมาฉันระแวงขั้นสุดว่าจะมีใครมาตามหาตัวอีกมั้ย

ฉันส่องข่าวตลอดเวลาว่ามีความเคลื่อนไหวยังไงบ้าง ซึ่งไม่มีอะไรเพิ่มเติมเลย และพวกของพี่คิวก็ไม่ได้ติดต่อมาด้วย...มันอาจคิดในแง่ดีได้ว่าฉันยังปลอดภัย ก็พวกเขาบอกว่าจะช่วยนี่นะ

แต่ฉันก็ควรช่วยเหลือตัวเองด้วย ใจจริงคิดว่าจะย้ายที่อยู่เพื่อให้อุ่นใจ แต่จะย้ายไปไหนล่ะ ฉันมีแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล มีงานที่ต้องทำ มีเรียนและมีเงินไม่พอ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำสิ่งที่อยากทำได้ง่ายๆ หรอกนะ ดังนั้นฉันจึงยังอยู่ที่เดิมแต่ระวังมากกว่าปกติและรอคอยข่าวจากญาติของคุณคมคนดังเงียบๆ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ฉันยังไม่ได้บอกแม่...แม่ป่วยอยู่นี่นะ จะให้เครียดไปกับฉันไม่ได้หรอก ต้องหาจังหวะที่เหมาะกว่านี้ก่อน

ส่วนตอนนี้ฉันกำลังหอบถุงข้าว ขนมและของใช้กลับห้อง คือว่าสองวันนี้ฉันไม่มีเรียนเลยต้องไปทำพาร์ทไทม์ตามปกติ ขากลับวันนี้ฉันแวะซื้อเยอะมากจึงกะว่าจะเอามาเก็บที่ห้องก่อนแล้วค่อยไปรับน้องไคที่เนิร์ดเซอร์รี่ทีหลัง

แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อขึ้นมาถึงชั้นสามของหอ ฉันก็ต้องชะงักงัน

มีผู้ชายคนหนึ่ง...สวมชุดคุมโทนสีเข้มทั้งตัว ใส่หมวกแก๊ปสีดำสนิทจนแทบมองไม่เห็นดวงตา แขนสองข้างกอดอก แผ่นหลังพิงกับประตูห้องของฉัน ภายใต้หอพักเก่าๆ นี้ เขาดูเป็นของแพงที่มายืนอยู่ผอดที่ผิดทางในทันที

ท่าทางนั้นทำให้นึกถึงคำว่า...รอ

ระยะทางมันก็ไม่ได้ห่างกันมาก ทางเดินเป็นโถงยาวที่ปิดทึบ เมื่อมีการเคลื่อนไหวเสียงจึงก้อง เป็นเหตุให้เขาหันหน้ามาทางนี้ ส่วนฉันที่หอบของพะรุงพะรังยังนิ่งสนิท อีกฝ่ายก็นิ่งไปเหมือนกัน

เหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยนะที่เขามาอยู่ที่นี่ มันไม่น่าเป็นไปได้เลยที่คุณคมคนดังมายืนอยู่หน้าห้องฉัน

ไม่มีใครเดินเข้ามาหากันและกันเป็นเวลาครู่ใหญ่ๆ

กึก...

แต่ไม่นานร่างกำยำก็ขยับ เป็นคุณคมคนดังที่เริ่มเข้ามาหาฉันก่อน เขาเคลื่อนปลายเท้าเข้ามาพร้อมหัวใจที่เริ่มเต้นกระหน่ำของฉัน

ฉันอยู่ในความคิดที่ก้ำกึ่งระหว่างการหันหลังลงบันไดกับเดินไปข้างหน้าเพื่อเผชิญกับเขา อันที่จริงฉันรู้ดีว่าไม่อาจเลี่ยงได้ตลอดไป แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

ฉันไม่อาจแกล้งทำไปเมินว่าไม่รู้จัก ไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่เห็นเขาได้หรอก

สุดท้ายฉันก็บอกตัวเองให้กล้าเข้าไว้และเดินไปข้างหน้า

เราสองคนหยุดเคลื่อนไหวในระยะที่อยู่ห่างจากประตูห้องของฉันไม่เท่าไหร่ ไม่รู้เป็นเพราะฉันเครียดเลยจ้ำเท้าเร็วไปหรือเขาเดินช้ากันแน่ แต่ตอนนี้ก็มายืนอยู่ตรงหน้ากันแล้วล่ะ

แน่นอนว่าตอนนี้ฉันหลุบตาลงมองถุงที่ถืออยู่

“เจ้าขาใช่มั้ย” เป็นคุณคมคนดังที่ทักก่อน

เส้นเสียงนี้ฉันเคยได้ยินมาแล้วหลายครั้ง แต่วันนี้ฟังดูไม่เหมือนเดิม ซึ่งต่างออกไปตรงไหนระบุไม่ได้ หรือว่าเขากำลังตื่นเต้นกันนะ

นั่นทำให้ฉันตัดใจเงยหน้ามองเขา ฉันคิดว่ามันเป็นมารยาทที่ควรทำ...แต่แล้วพอได้ประสานสายตากับนัยน์ตาสีเข้มที่มีแววกดดันจางๆ ฉันก็รู้ตัวว่าความกล้าที่งัดออกมาถูกดูดหายไปเกือบครึ่ง

ที่แท้เขาไม่ได้ตื่นเต้นเลย เป็นฉันที่ตื่นตระหนกอยู่คนเดียว

“ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบและเก็บสายตากลับมาโดยพลัน

ฉันกำลังคิดในใจอยู่ว่าควรยกมือไหว้เขาดีมั้ย

เขาตัวสูงมาก ไหล่กว้าง มีกลิ่นหอม แถมยังดูเป็นผู้ใหญ่ด้วย ถึงจะมาดเนี๊ยบไม่เท่าคุณพี่คิม แต่ดูแล้วล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด

ฉันขยับแขนเพื่อที่จะยกมือไหว้ตามมารยาท

“ลูกอยู่ไหน” แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาจะชิงถามมาก่อน

ฉันเงยหน้ามองอีกครั้ง มือที่เกือบจะไหว้สำเร็จด้วยความลำบากชะงักลงเพราะเขาพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องไหว้

คำถามของเขาชวนให้หัวใจไหววูบจริงๆ นะ

ฉันรู้ตัวว่าไม่ควรแกล้งโง่ ผู้ชายคนนี้ย่อมต้องรู้ทุกอย่างเหมือนกับที่ญาติของเขารู้ เขามาที่นี่โดยมีจุดหมายคือน้องไคสินะ

“คือว่า ลูกชายหนูอยู่เนิร์ดเซอร์รี่ค่ะ” ฉันเลี่ยงที่จะพูดชื่อน้องไคต่อหน้าเขา ไม่รู้สิ บางทีฉันอาจจะหวงลูกน่ะ

“...”

“เมื่อสองวันที่แล้วญาติของคุณมาหาหนูที่นี่ แล้วหนูก็ขอให้พวกพี่เค้าเป็นคนกลางให้” ในเมื่อได้พูดแล้ว ฉันจึงกดอาการสั่นในอกแล้วถือโอกาสพูดไปให้จบทีเดียว เพราะถึงเขามา...ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม “พวกพี่เค้าไม่ได้บอกคุณเหรอคะ”

“บอกครับ”

เขาช่าง...ช่างเป็นคนที่ลื่นไหลตามเนื้อผ้าเก่งมาก มันเหมือนกับว่าเมื่อเจอคนสุภาพมาเขาก็สุภาพกลับ คำว่า ครับ นั้นฟังดูเฉยเมยและแฝงไปด้วยความไม่พอใจอยู่ลางๆ

ต่อจากนั้นเขาก็รุกฉันด้วยคำถามถัดมาทันที

“แต่เรื่องของคนสองคน ทำไมถึงคุยกันเองไม่ได้”

[รออัพต่อบทหน้า กร๊ากกกก]
Lta Luktarn
เจ้าขาาาาาาา พ่อขุงไคดุมั่กๆ เยย
ประเด็นคือแม่ขาไม่อยากเจอหน้าพ่อขา ขอคุยผ่านคนกลาง
แต่พ่อขาอยากคุยเลยต้องเปิดการ์ด 'เรื่องของคนสองคน' ซะเลย 5555555
1 เม้น 1 กำลังใจ
แปะรูปคุณคม คยอมโตแล้วนะ รอยสักแซ่บมากกกก เหื้ออออออ


ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เอามารีไรท์ใหม่ >> คลิก <<
ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<
ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.602K ครั้ง

2,513 ความคิดเห็น

  1. #49613 xiuminsehun (@ohsehunxiumin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:16
    ใครอ่านแล้ว รู้สึกว่างงๆๆบ้างไหม
    #49613
    0
  2. #43943 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 10:34

    ฮือออ สงสารเจ้าขา

    #43943
    0
  3. #42103 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:34
    ชอบนางเอกตรงยกมือไหว้นี่แหละะะ ใจจ
    #42103
    0
  4. #38202 Jokey (@nongtawan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 01:27
    ชอบการไหว้มันไทยๆดีค่ะ
    #38202
    0
  5. #38086 CNBESUBIEXO (@panutda91) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:51
    ไคน่าร่ากกก
    #38086
    0
  6. #36563 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:08
    บอกตรงๆนะ เกลียดความ

    กร๊ากกก ของไรท์มากอ่า

    มันดูสะใจบอกไม่ถูก
    #36563
    0
  7. #35434 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:21
    อ้ากกกกกกกก กดดันแทน
    #35434
    0
  8. #33954 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 22:39
    คุณคมป้อขุงน้องไค
    #33954
    0
  9. #30737 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 23:17
    ดุจริงนั้นแม่ของลูกนะ
    #30737
    0
  10. #29022 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 16:25
    งื้อออ คยอมมม
    #29022
    0
  11. #29008 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 12:06
    น้องกลัวคุณจะเอาลูกเขาไปอ่ะเข้าใจไหม
    #29008
    0
  12. #28624 MRS.46'S. (@Tk-Joker2546) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:20
    พี่คิวเปลี่ยนไป๋
    #28624
    0
  13. #28378 lisssss (@lisssss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 14:21
    งื้อออ คยอมของเค้าาาาา
    #28378
    0
  14. #28213 niphawestnisaidee (@pornnipanisaidee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 22:55
    ชอบตรง พระเอก คือ คยอม ของมี้ นี่เอง
    #28213
    0
  15. #26858 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 21:31
    หงายการ์ด555555ข
    #26858
    0
  16. #26848 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 19:13
    อ่านคมเป็นขม บ้าไปแล้วเรา555
    #26848
    0
  17. #26509 โย้ช! (@theblinks) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 14:57
    ลำบากมาตั้งนาน พอเดือนร้อนค่อยมาเรียกหา ไม่รู้จะต้องยอมทำไม
    #26509
    0
  18. #25063 ziinaay (@ziinaay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 11:01
    55555555
    #25063
    0
  19. #23404 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 20:06

    ขอโทษนะคะคำถามเราอาจจะดูแปลกแต่พระเอดชื่อคมคนดังหรอคะ หรือว่าชื่อว่าคมเฉยๆอ่ะ????????????

    #23404
    2
    • #23404-2 ziinaay (@ziinaay) (จากตอนที่ 6)
      22 กรกฎาคม 2561 / 11:00
      55555555
      #23404-2
  20. #20796 Cherrrj (@Cherrrj) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:43
    ใจสั่นแค่คุณคมพูดคำว่าครับ เอื้ออออ
    #20796
    0
  21. #20284 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:13
    ทำไมแน่ใจกันแล้วว่าเป็นลูกเป็นหลานนนน
    #20284
    0
  22. #20057 bubbleteatime (@bubbleteatime) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 17:51
    กรี๊ดดด อะไรคือรับขวัญหลานเรียบร้อย 5555.
    #20057
    0
  23. #19959 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 16:31
    กริ๊สสสส ทำไมหล่อจังวะ5555
    #19959
    0
  24. #19655 seine (@sandseine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:27
    ไรเตอร์คะ ขอทักเรื่องกรุ๊ปเลือดของน้องไค หน่อยนะคะ คือไรท์บอกว่าน้องเลือดกรุ๊ปโอ ถ้าเด็กเลือดกรุ๊ปโอ พ่อกับแม่ต้องเลือดกรุ๊ปโอทั้งคู่นะคะ พอดีเราอ่านแล้วมันสะดุดตอนนี้นี้อ่ะค่ะ
    #19655
    3
    • #19655-1 bell butterfly (@Nutbell) (จากตอนที่ 6)
      27 มิถุนายน 2561 / 14:41
      กรุ๊ป A หรือ B ก็ได้เหมือนกันมันเป็นยีนด้อยเข้าคู่กันก็เป็นหมู่ O ได้ค่ะ
      #19655-1
    • #19655-2 bell butterfly (@Nutbell) (จากตอนที่ 6)
      27 มิถุนายน 2561 / 14:42
      กรุ๊ป A หรือ B ก็ได้เหมือนกันมันเป็นยีนด้อยเมื่อเข้าคู่กันแล้วก็สามารถที่จะเป็นกรุ๊ป O ได้ค่ะ
      #19655-2
  25. #19406 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:12
    โอ้ยยย ชอบการเตรียมของมารับขวัญหลาน5555555 ฮือออ เขาเจอกันแล้วค่ะแม่ TT !!!!!! เรื่องของคนสองคน ตายไปเลยค่ะเจอคำนี้ >////<
    #19406
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น