{ทำมือ} คุณคมเจ้าขา❖ Burned Gray

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,840,655 Views

  • 54,002 Comments

  • 30,469 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    48,795

    Overall
    4,840,655

ตอนที่ 3 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค The Beginning 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4061 ครั้ง
    17 เม.ย. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง รับทราบ


:: Song :: What If - Safety Suit

ภาค The Beginning

EPISODE 03


ย้ำอีกครั้งก่อนอ่านเนื้อหา เรื่องนี้แบ่งเป็นภาค มีทั้งหมด 4-5 ภาคและอาจมากกว่านี้ ภาคแรกใช้ชื่อว่า The Beginning กินความยาวประมาณ 3-4 บทในเด็กดี พระเอกกับนางเอกจะเจอกันตอนภาค at second sight ต่อจากบีกิน



Kome Sirapakin’s Talk

‘คม ศิรภาคิน’ คือชื่อของผม...

ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน (รวมตัวผมเข้าไปด้วย)

ไอ้คิม พี่ชายคนโต

ผม คนที่สอง

ไอ้คูณ น้องชายคนที่สาม

และไอ้คิว น้องคนเล็ก

เพราะผมเกิดมาในครอบครัวที่รวยมาก และในอดีตที่นานพอสมควร...ตอนที่ไอ้คิมถูกมองว่าเหยาะแหยะ ไอ้คูณยังไม่ฉายแววอะไรเป็นพิเศษ ส่วนไอ้คิวก็เป็นเด็กเอ๋อๆ

ผมเคยเป็นความหวังของที่บ้าน

แต่ผมไม่ยอมรับ สุดท้ายพ่อแม่และญาติๆ ก็มองว่าผมไม่มีใจในด้านบริหาร พวกเขาเคยถามผมว่า ‘โตขึ้นคิดจะเอาดีทางด้านไหน’ ตอนนั้นผมไม่ได้ตอบเพราะผมไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ เรียกง่ายๆ ว่าผมเป็นผู้ชายที่ ‘ไม่เอาห่าอะไรเลย’

ในที่สุดพวกเขาก็หมดหวังกับผมเลยหันไปฝากความหวังไว้ที่ไอ้คิว...น้องชายคนเล็กของผมที่อายุน้อยกว่าผมประมาณสามปีกว่าๆ แทน

แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป พอไอ้คิวเริ่มโต... ทุกคนต่างพูดว่าไอ้คิวในวัยมหา’ลัยทำตัวเหมือนผมในวัยมหา’ลัยไม่มีผิด ทั้งชอบเที่ยว ต่อยตีกับคนอื่นไปทั่ว เจ้าชู้ตัวเป็นขน

แต่พวกคนแก่จะไปรู้อะไร ไอ้คิวเป็นได้แค่ 50% ของผมในวัยนั้นต่างหาก อย่าเอาผมไปเทียบกับเด็กน้อยอย่างมันเลย

ปัจจุบันนี้ผมเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ และตอนนี้ก็กำลังขับรถไปที่ตึก ‘SG

SG ย่อมาจาก Sila Group เป็นชื่อต้นสังกัดของผม ใช่...ผมทำงานด้านบันเทิง ในโลกนี้ถ้าใครได้รู้นิสัยผมคงไม่คิดว่าผมจะเป็นคนสาธารณะได้

ผมเหลือบตามองไปยังข้างทางก่อนจะขับเข้าไปในตึก บังเอิญเห็นว่าผู้จัดการส่วนตัวของผมกำลังนั่งคุยอยู่กับผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางล้าสมัยคนหนึ่ง ผมเก็บสายตากลับ ไม่ได้สนใจอะไรอีก...

พอเข้ามาในตึกได้ไม่นาน ผจก.ส่วนตัวก็เดินมาหาและนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับผม ผจก.คนนี้ชื่อ ‘ฟาม’

“คุณคม ได้ดูตัวอย่างทีเซอร์หนังรึยังครับ”

“อืม” ทุกคนชอบใช้คำนำหน้าว่า ‘คุณ’ กับผม เพราะพวกเขาเกรงใจนามสกุลผม

เมื่อสามเดือนก่อนผมรับงานถ่ายหนังฟอร์มยักษ์เป็นครั้งแรก ต้องไปถ่ายที่ต่างจังหวัดซึ่งห่างไกลความเจริญเป็นเดือน หนังเกี่ยวกับพวกนักเลง อารมณ์คล้ายๆ พวก '2499 อันธพาลครองเมือง' ประมาณนั้น

ที่จริงผมไม่ได้ใส่ใจกับมันเท่าไหร่ แต่ใครจะไปรู้ว่าในอนาคต หนังเรื่องนี้จะทำให้ผมขึ้นแท่นเป็นนักแสดงพันล้านในพริบตา

“อาทิตย์นี้ตารางงานของคุณคมมีถ่ายแบบ 2 ที่ อีเว้นท์ปาร์ตี้อีก 1 งาน แล้วก็งานการกุศลอีก 1 งานนะครับ”

ผจก.ฟามเป็นคนรับงานแทนผมมาตลอดสองปีนี้ เขารู้ว่าอันไหนผมพอจะทำได้ อันไหนไม่อยากทำ แต่บางทีก็มีงานแปลกๆ มาเหมือนกัน

“อีเว้นท์อะไร” ผมเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย

“...” ฟามยิ้มๆ

“มีวันไหน” ผมถามต่อ

“พรุ่งนี้ตอนกลางคืนครับ”

“ไม่ว่าง” ผมเบนสายตาไปทางอื่น “มีซ้อมดนตรีพอดี ยกเลิกไป”

ผมยังไม่ลืมว่าตอนแรกเข้าวงการมาในฐานะอะไร ผมเป็นนักดนตรี ตอนนี้ก็มีสมองพอจะระบุได้แล้วว่าอะไรควรมาก่อนมาหลัง

“แต่งานอีเว้นท์นี้ลูกสาวท่านสส.เป็นคนจัดนะครับ เห็นแก่ผมเถอะคุณคม ผมไม่กล้าปฏิเสธจริงๆ ตอนทางนั้นโทรมาก็กดดันผมให้รับปากเดี๋ยวนั้นเลย...”

“...”

“ผมว่าคุณคมไปมีได้มากกว่าเสียนะครับ ลูกสาวท่านสส.คนนี้ดูยังไงก็น่าจะปลื้มคุณคมอยู่แล้ว อีเว้นท์นี้จะคุณคมดังเร็วขึ้น ไม่คิดว่านี่จะเรียกกระแสได้ดีเหรอครับ”

ผมเหลือบมองผจก.ฟามคนนี้อย่างเบื่อๆ พร้อมถามออกไปว่า...

“อยากเปลี่ยนงานมั้ย”

“แต่คุณคมครับ...”

“เรื่องนี้จบไป พูดเรื่องอื่นมา”

นับกันตามจริงแล้วถึงผมจะเป็นดารา แต่ก็ถือว่าเป็นลูกจ้างคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่มีสิทธิ์จะไปไล่ใครออก แต่อย่างว่า...ผมมันเด็กเส้น

แน่นอนว่างานอีเว้นท์ในรอบนี้ผมไม่ได้ไป แต่ใครจะไปรู้ว่าในอีกหนึ่งปีให้หลัง...ลูกสส.คนนั้นเปลี่ยนสถานะเป็นลูกอดีตสส. เหตุผลทั้งหมดเป็นเพราะเรื่องการเมือง เธอชื่อ ‘พริม’ เป็นคนที่ดูร้ายๆ และพอดีว่าผมเป็นพวกที่ชอบความท้าทาย และใครจะไปรู้ว่าในอีกหนึ่งปีต่อจากนี้ผมกับพริมจะได้รู้จักกันและคบกัน ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งกับพริมในตอนที่เธอเป็นลูกสส.คนดัง แต่สานสัมพันธ์กับพริมในตอนที่ครอบครัวเธอค่อนข้างตกต่ำ...เป็นที่ขัดใจของหลายๆ คนมากทีเดียว

เกณฑ์การเลือกคบผู้หญิงของผมในตอนนี้มีไม่กี่อย่าง 1.สวย 2.มีสมอง 3.ไม่เกาะใครกิน

“งานการกุศลมีคิววันศุกร์ช่วงเข้าครับ ส่วนงานถ่ายแบบสองที่ จะเป็นวันอังคารหนึ่งงาน เสาร์อาทิตย์หนึ่งงาน”

ฟามรู้ว่าผมไม่ชอบคนเซ้าซี้ เมื่อผมบอกให้เปลี่ยนเรื่องเขาก็ทำตามทันที นี่เป็นจุดที่ผมชอบ

“แค่นี้?”

“ครับ แค่นี้” ฟามพยักหน้าให้ก่อนจะลุกขึ้นยืน “งั้นผมขอไปคุยงานกับฝ่ายอื่นก่อนนะครับ”

เขาอยากจะล่ำลาผมแล้ว เวลาผมแสดงท่าทางหงุดหงิดนี่ไม่ค่อยมีใครอยากมาคุยด้วยเท่าไหร่ ดังนั้นผมจึงพยักหน้าให้ ฟามหันหลังให้ผม...แต่ผมนึกอะไรได้ก่อนจึงเรียกเขาไว้

“เดี๋ยว”

“ครับคุณคม” ผจก.หันหน้ามายิ้มให้ผม

“เมื่อกี้ขับรถผ่านหน้าร้านกาแฟ เห็นคุณคุยกับผู้หญิงแก่ๆ?” ผมจำได้ว่าเห็นฟามคุยอยู่เลยถาม...ถามไปงั้น

“อ๋อ ไม่มีอะไรครับคุณคม นั่นคนในครอบครัวผมเอง” ผจก.ฟามตอบ

“อืม” ผมครางรับแล้วใช้สายตาไล่เขาไปให้พ้นหน้า

ถึงบางทีฟามมันจะทำงานขัดใจผมอยู่บ้าง บางทีก็น่ารำคาญจนอยากเอาตีนนาบหน้าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ถือว่าเป็นคนขยัน

ผู้หญิงแก่ๆ ที่ผมเห็นนั้นถือว่ามีการแต่งตัวที่ค่อนข้างยากจน คือพอมีพอกินของคนอื่น = ยากจนของผม เพราะงั้นผมเลยคิดไว้ในใจว่าสิ้นปีจะช่วยพูดให้ผจก.ห่วยๆ ของผมคนนี้ได้โบนัสเยอะหน่อย

ผมไม่ใจดี แต่ก็ไม่ใจดำ

ตอนนี้อยู่ในห้องรับรองชั้นบนของตึก เห็นว่าฟามหมดธุระกันแล้วก็ลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูกระจกที่ติดกับระเบียงพร้อมคาบบุหรี่ไว้ที่ริมฝีปาก ยังไม่ทันได้สูดลมหายใจ ฟามมันก็วกกลับมาอีก

“งานถ่ายแบบมีต้องไปถ่ายที่ต่างจังหวัดหนึ่งงานครับ” ผจก.เกริ่นกับผม

“เออ แล้ว?” ผมย่นคิ้ว

“รอบนี้ถ้าคุณคมอยากได้บริการเสริม วันพรุ่งนี้แจ้งผมด้วยนะ ผมจะจัดการให้”

“ไม่เอา”

ซึ่งในตอนที่ผมตอบประโยคนี้ เป็นเวลาเดียวกับที่มีผู้หญิงเหวี่ยงๆ ในชุดนักศึกษาเลื้อย (?) เข้ามาพอดี

ผมโบกมือไล่ฟามก่อนจะออกมาสูบบุหรี่ตรงระเบียง ส่วนฟามก็หันไปหาเด็กนักศึกษาคนนี้แล้วโค้งให้นิดหน่อย เธอพยักหน้าส่งๆ ดูทรงแล้วก็ไม่ได้สนใจผจก.ของผมเท่าไหร่ จากนั้นก็เดินออกมายังนอกระเบียง

“ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่เอา” ขอเดาว่านี่คือการทักทายของเธอ

“อะไร” ผมเอาศอกเท้ากับแผงระเบียง เบี่ยงมือที่จับบุหรี่ให้ห่างจากเธอ

“บริการเสริม” เธอหันมาปรายตามองผมนิดหน่อย

ผมเข้าใจคำว่าบริการเสริมดี หมายถึงว่าถ้าผมไปทำงานที่ต่างจังหวัดแล้วอยากได้ผู้หญิง...มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ผมเป็นผู้ชายและเป็นผู้ชายโสดด้วย ช่วงสองปีนี้ผมเริ่มมีชื่อเสียง บริการเสริมมากมายถูกเสนอมาให้ผมถึงที่ ผมมีสิทธิ์จะเอาหรือไม่เอาก็ได้ ก่อนจะทำงานในวงการผมก็ไม่ได้ของขาดเพราะที่จริงแล้วผมก็ไม่ใช่คนที่นิสัยหล่ออะไร แต่มันมีจุดหนึ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไป...

“เออ ไม่เอา” ผมพูดอีกครั้ง

“อดอยากมากไปไม่ดีต่อสุขภาพ”

“อย่าพูดจาแก่แดด” ในตอนนี้...เด็กผู้หญิงในชุดนักศึกษาคนนี้เพิ่งจะอายุแค่ 19 เท่านั้น

“...” เด็กในชุดนักศึกษาแค่เลิกคิ้วคล้ายจะไม่เชื่อว่าครั้งนี้ผมไม่เอาไอ้บริการเสริมนี่จริงๆ

ผมเลยเตือนความจำไปอีกหนึ่งประโยค

“ที่ไม่เอา...ก็น่าจะรู้ดีว่าทำไม”

บอกแล้วว่าเรื่องการนอนกับผู้หญิงไปทั่วนี่ผมมีจุดที่ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปอยู่

ในชีวิตผมมีเพื่อนผู้หญิงแค่คนเดียว

เพื่อนรุ่นน้องของผมคนนี้...อายุน้อยกว่าผมสามปีกว่าๆ ผมรู้จักโดยบังเอิญเพราะตอนเรียนอยู่ปีสองผมดันไปจีบเธอ เหตุผลคือเด็กมันสวยดี แต่น้องมันไม่เล่นด้วย แต่แล้วไปๆ มาๆ ผมกลับพบว่าเราสองคนเหมาะจะเป็นอย่างอื่นกันมากกว่า

เป็นน้องสาว เป็นเพื่อน และในอนาคตถ้าผมยังอยู่ในวงการ...เธอจะเป็นเจ้านายของผม

สตอรี่ระหว่างผมกับรุ่นน้องคนนี้ไม่มีความใคร่ผสมอยู่เลย จากวันแรกที่รู้จักกันจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 4 ปีมาแล้ว

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ 10 เดือนก่อน ในตอนที่รุ่นน้องคนนี้เพิ่งเข้าปีหนึ่ง...ในคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก ผมแวะไปดูเธอด้วยความเป็นห่วง คืนนั้นผมได้เห็นรุ่นน้องคนนี้เจ็บปวดมาก

ผมยังจำคืนที่อุ้มเธอไปโรงพยาบาลได้

ยังจำเลือดของเธอที่ไหลเปื้อนแขนและเสื้อผ้าของผมได้

ยังจำคืนที่รออยู่หน้าห้องไอซียูได้

ยังจำความรู้สึกในวินาทีที่รู้ว่าเธอหยุดหายใจไปแล้วได้

ยังจำตอนที่ฟิวส์ขาดแล้วขู่ทั้งหมอและพยาบาลว่า 'ถ้าช่วยน้องไม่ได้กูจะเทคโอเวอร์มันแล้วเผาทิ้งซะ' ได้

เรื่องราวของรุ่นน้องที่เอ่ยถึงทั้งหมดคือผู้หญิงที่ผมกำลังยืนคุยอยู่ด้วยในตอนนี้...

“ดูจะเป็นคนดีขึ้นมาเลยนะ” รุ่นน้องของผมเอ่ยคำแดกดันด้วยเสียงราบเรียบ “ดีแต่ปากรึเปล่าก็ไม่รู้”

ผมมองเด็กผู้หญิงอายุ 19 คนนี้ เธอรูปร่างดี หน้าตาดี ฐานะทางบ้านของเธอดีเป็นอันดับสองรองจากผม ท่าทางแข็งกร้าว ใบหน้ายังดูเด็ก แต่กิริยาท่าทางเหมือนคนที่โตกว่าผมมาก

ผมวางมือลงบนหัวเธอ

“ซี หัดทำตัวให้มันสมวัยหน่อย” ซีคือชื่อของเธอ...เป็นชื่อของผู้หญิงที่เคยตายมาหนึ่งครั้ง แต่เธอฟื้นขึ้นมาแล้ว

ผมรู้ดีอยู่ในใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับซีมีไอ้เหี้ยตัวหนึ่งเป็นต้นเหตุ และเมื่อถึงเวลาที่สมควร...ไอ้เหี้ยนั่นจะต้องได้เจอกับผม

เรื่องของซีเปลี่ยนความคิดเรื่องการนอนกับผู้หญิงของผมไปมาก ผมพยายามเลิกเจ้าชู้ เลิกสุงสิงแบบวันไนท์ บริการเสริมอะไรนั่นผมไม่เคยสนใจ ยกเว้นแค่บางอารมณ์ที่อยากจริงๆ หรือไม่ก็เมาแล้วโดนยัดเยียดมาให้...นั่นอยู่เหนือการควบคุม

เช่นเมื่อสามเดือนก่อนที่ผมไปถ่ายหนังที่ต่างจังหวัด จำได้ว่าช่วงที่หนังใกล้ปิดกล้องอยู่ฟามเคยถามผมว่า ‘อยากได้ผู้หญิงมั้ย?’ ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่ สงสัยคงเปลี่ยวเอาเรื่อง งานหนักจนไม่มีอะไรให้ผ่อนคลาย ผมเลยพยักหน้าบอกไปว่า ‘ลองหามาก็ได้’

ผมได้เห็นรูปถ่ายของผู้หญิงคนนั้นและใบรับรองว่าปลอดโรค แล้วก็พยักหน้าไปส่งๆ

ซึ่งมันเป็นช่วงหลังปิดกล้องที่ทีมงานมีเลี้ยงส่งท้ายภายใน+เลี้ยงวันเกิดผู้กำกับพอดี คืนนั้นผมเมาเละจนไม่ได้สนใจว่าจะได้ผู้หญิงหรือไม่ได้ เวลาเมามากๆ ผมชอบปลีกตัวไปดื่มคนเดียวเพราะเป็นพวกเมาเรื้อน แบบชอบหาเรื่องคนอื่นบ้าง ปากหมาบ้าง คุยกับเฟอร์นิเจอร์หรือต้นไม้บ้าง ชอบสอยผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ไปนอนด้วยบ้าง

ข้อเสียคือพอสร่างแล้วผมไม่เคยยอมรับว่าตัวเองจะเรื้อนขนาดนั้น แบบจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เรื่องนี้เพื่อนในวงของผมรู้ดี พวกมันเคยอัดคลิปไว้ให้ผมดูว่าเวลาเมาแล้วมึงเป็นแบบนี้ มึงเหี้ยอย่างนั้น คนดีๆ ที่ไหนจะทำแบบมึง

ตอนที่อยู่ต่างจังหวัดเป็นวันสุดท้าย ผมตื่นมาแล้วก็จำได้ลางๆ ว่า...เออ มันมีผู้หญิงมานอนกับผมจริง แถมมาตอนผมโคตรเมาด้วย ก็คงเป็นผู้หญิงคนที่เคยตกลงกันไว้นั่นแหละ ผมได้แต่หวังว่าคงไม่ได้เรื้อนจนเล่นท่าพิสดารกับเธอ เพราะก็ตื่นมาคนเดียว...

ผมจำอะไรไม่ค่อยได้หรอก แต่ก็รู้สึกว่าพอใจอยู่หน่อยๆ

เพราะงั้นผมเลยบอกให้ผู้จัดการฟามเพิ่มเงินให้ผู้หญิงคนนั้นไปอีกสักหลายๆ พัน และไม่นานเรื่องนี้ก็ถูกจัดอยู่ในหมวดที่ไม่สำคัญกับชีวิต ต่อไปในอนาคตชีวิตผมได้เจอผู้หญิงอีกหลายแบบ เหตุการณ์นี้ถูกลืมไปในที่สุด

ในภายหลัง เมื่อผมได้วกกลับมาคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ผมก็พบว่าตัวเองในวัย 22 ค่อนข้างจะไม่แยแสโลกและไม่สนอะไรรอบตัวเท่าไหร่

มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ว่าจะย้อนกลับมานึกอีกกี่ครั้ง...ผมก็จำรายละเอียดที่ควรจะสำคัญไม่ได้

พรึบ!

กลับมาที่ปัจจุบัน บนระเบียงของตึก SG ผมถูกซีปัดมือที่วางอยู่บนหัวเธอทิ้ง

“ทิ้งบุหรี่แล้วเข้าไปข้างในได้แล้ว” เสียงเล็กเอ่ยอย่างราบเรียบก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน

ผมเลย...สูบต่อจนหมดแล้วค่อยเดินเข้าไปนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ

“เรียกมามีไร” ปกติผมไม่ใช่คนที่จะมาตึก SG เท่าไหร่ ผมดีลงานผ่านต้นสังกัด มีฟามเป็นคนจัดการ คนที่จะเรียกให้ผมมาที่นี่ได้มีแค่สองคนคือ 1.ท่านประธาน และ 2... “ว่าไงท่าน”

“...”

“เรียกมาทำไมท่านประธานน้อย” และลูกสาวท่านประธาน

ซี “...”

เออ เธอไม่ชอบให้ผมเรียกแบบนี้ ผมเลยนั่งรอให้เด็กน้อยคนสวยพูดออกมาเอง

“วันนี้มาคุยเรื่องแผนงานในอนาคตของพี่” ซีมองประเมินผมทั้งตัว “เข้าวงการมาจะสามปีแล้ว แต่พี่และเดอะแก๊งยังเป็นได้แค่นักดนตรีเฉพาะกลุ่ม ส่วนตัวพี่...หน้าตาก็ไม่ได้ทุเรศ ทำไมตอนนี้ถึงยังเป็นแค่นักแสดงเกรดบีกับนายแบบเกรดดีอยู่เลย”

“แรง” ไอ้เด็กเปรตนี่...

ซีส่งเสียงว่า “หึ” ใส่ผมแล้วยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง

“พี่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ไม่จำเป็นต้องดังเกินไป” ผมไม่ถือสาอะไรกับท่าทีหยิ่งผยองของเธอ

“พี่ไม่เดือดร้อน แต่เพื่อนในวงบางคนของพี่ไม่เหมือนกัน คนอื่นเกิดมารวยซะที่ไหน”

“อืม เหตุผลพอฟังขึ้น” ผมพยักหน้า

อายุในวงการบันเทิงของผมอยู่ที่สามปี ตอนนี้ผมยังไม่ถือว่าดังเป็นบ้าเป็นหลัง ถ้าวัดจากระดับดาวที่เต็มห้า ตัวผมในปัจจุบันแค่สามดาวเท่านั้น ผมมีชื่อเสียงในกลุ่มคนที่ชอบดนตรีร็อกและดังในหมู่เด็กวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่

ที่ผมทำงานในวงการไม่ใช่เพราะใจรัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมไม่มีใจเรื่องบริหารงานของที่บ้านเลยอยากเอาตัวรอดด้วยการทำงานที่พ่อแม่ไม่สนับสนุน

ส่วนที่สองเป็นเพราะเพื่อนในวงของผมมันมีความฝันว่าอยากทำวงดนตรี ขณะที่ผมไม่มีความฝันอะไร แต่ผมบังเอิญรู้จักกับลูกสาวคนเดียวของค่ายดัง

และส่วนสุดท้าย...ผมแค่อยากลองเจอกับความลำบาก

ความลำบากในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปทำงานที่มันรันทด แต่หมายถึงการทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าผมจะทนทำได้

โพละ!

ไม่รู้ว่าซีเอาแฟ้มงานสีขาวมาจากไหน แต่ตอนนี้เธอกางมันแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าผม

“นี่คือผลงานดีๆ” เธอพูดแล้วส่งสายตาให้ผมดู

แฟ้มนี้บางเฉียบ มีอยู่ไม่กี่หน้า เป็นแฟ้มที่บอกรายละเอียดว่าในเวลาเกือบสามปีนี้ผมกับคนในวงทำผลงานอะไรบ้าง งานเพลง 4 ซิงเกิ้ล ถ่ายโฆษณา 2 ชิ้น ที่เหลือก็เป็นงานอีเว้นท์นิดหน่อย

“ดีกว่าไม่มีให้ดู” ผมมองผ่านๆ แล้วก็ไม่ใส่ใจอีก เอาให้เพื่อนในวงผมดูยังจะดีซะกว่า

โพละ!

ไม่นานแฟ้มสีดำอันใหญ่ก็ถูกวางทับแฟ้มสีขาว แฟ้มดำดูหนากว่ามาก ซีเปิดแฟ้มให้ผมดู

“แฟ้มนี้คือผลงานเหี้ยๆ”

ได้ยินเธอพูดแล้วผมก็บิดยิ้มนิดหน่อย เริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง...ในที่สุดก็เปิดอ่านแฟ้มที่บอกรายละเอียดผลงานเหี้ยๆ ที่ว่านี่อย่างตั้งใจ

ปี 20XX ผมต่อยนายแบบรุ่นพี่ เดือนต่อมาผมเบี้ยวงานโฆษณาชิ้นแรก ต่อมาผมก็ไปมีเรื่องที่ผับในย่านดัง ต่อมาก็กระทืบผู้กำกับเอ็มวีจนแขนหัก ต่อมาก็หักหน้านางเอกดังต่างค่าย และต่อมาอีกหลายคดี ซึ่งนั่นเป็นผลงานช่วงที่ผมยังเรียนอยู่ ถือว่าเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว

ผมครางว่า “อืม” ไปหนึ่งคำก่อนจะปิดแฟ้ม

ซีเห็นผมทำเหมือนไม่ใส่ใจก็หันไปทางอื่น ผมพอรู้ว่าทำไมวันนี้ซีถึงได้นัดให้ผมมาหาแล้วเอาของพวกนี้มาให้ดู เธอคงทั้งไม่อยากเหนื่อยเปล่าและเป็นห่วงผม

ผมมาทำงานนี้เพราะไม่อยากทำงานกับที่บ้าน ส่วนซีหาทางทำให้ผมกับเพื่อนได้อยู่ในวงการ มันคือการแลกเปลี่ยน

“อย่ารีบร้อน มันไม่เหนื่อยเปล่าหรอก” ผมบอก

"..."

"พูดมา มีแพลนยังไง"

และในที่สุดก็ได้คำตอบ ซีแค่ขอให้ผมเพิ่มความเฟรนด์ลี่เข้าไปในชีวิตหน้ากล้อง ตัวจริงผมจะชั่วแค่ไหนก็ช่าง แต่ในที่สาธารณะผมต้องเข้าถึงง่าย ชื่อวงของผมที่เคยใช้เป็นภาษาไทยว่า 545 (อ่านว่าห้าร้อยสี่สิบห้า) ถูกเปลี่ยนเป็น Fight For Five เพื่อแผนการตลาด

ในภายหลัง เบื้องหน้าผมเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่เบื้องหลังกลายเป็นคนที่ถือหุ้นในบริษัทนี้อยู่ 30%

ในภายหลัง ผมกลับพบว่าตัวเองกลายเป็นนักแสดงมือหนึ่งที่ตีสองหน้าเก่งที่สุดในประเทศ

ในภายหลัง ถ้าผมพูดว่าตัวเองคือที่สอง ก็จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าพูดว่าเป็นที่หนึ่งอีก

ทุกอย่างเป็นไปตามแพลน จนกระทั่งสามปีต่อมา จู่ๆ ข่าวที่บอกว่า 'ผมมีลูกแล้ว' ก็โผล่มา...

[รออัพต่อบทหน้าาาาา]

Lta Luktarn
คือมันมีคนงงว่าสรุปในภาคบีกิน เป็นภาคที่ตัวละครกำลังเล่าย้อนถึงอดีตใช่มั้ย แล้วทำไมบางประโยคถึงได้เหมือนพูดเป็นปัจจุบัน
คำตอบคือมันเป็นการเล่าแบบสมมติเทพจ้า แบบพูดถึงเหตุการณ์นี้แต่มีอ้างอิงถึงอนาคต พูดถึงความรู้สึกในตอนนี้ แต่มีการอ้างอิงถึงความรู้สึกในอนาคตในทุกครั้งที่มีคำว่า 'ในภายหลัง' หรือ 'ใครจะไปรู้ว่าในอนาคต'
จบบท begin แย้วววววววววววววววววว
อันนี้จะอยู่ในช่วงที่คุณเพิ่งเรียนจบ = ช่วงที่เจ้าขาอยู่มอปลาย
ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะ จุ๊บ >>❖อสรพิษ❖ <<



ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.061K ครั้ง

862 ความคิดเห็น

  1. #42095 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:06
    โซแบดดดด
    #42095
    0
  2. #35429 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 17:47
    ในปล่อยน้า
    #35429
    0
  3. #33830 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 17:27

    ต้องขอบคุณคนปล่อยข่าวไหม 55555 คุณคมไม่รู้อะไรเลย

    #33830
    0
  4. #32324 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 08:16
    เรื่องนี้ลงจบมั้ยอ่ะ
    #32324
    0
  5. #30399 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 17:15

    เรื่องดีๆน้อยมากค่ะคุณคม
    #30399
    0
  6. #29005 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 10:38
    เอาแล้วไง ลูกโตแล้วนะจ้ะคุณคม
    #29005
    0
  7. #26845 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 18:35
    น่าติดตามสุดๆ พลาดเรื่องดีๆแบบนี้มาได้ไง
    #26845
    0
  8. #25053 ziinaay (@ziinaay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 08:58
    เล่าเรื่องได้ดี
    #25053
    0
  9. #24936 216755ya (@216755ya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    อยากได้เล่ม ไรท์เปิดพรีไปยังก้ะ&#128157;&#128157;&#128157;
    #24936
    0
  10. #20985 love-seongwoo (@love-seongwoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:50
    อ่านไม่เข้าใจอ่ะแงงงง
    #20985
    0
  11. #20255 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 22:38
    ผู้จัดการไม่บอกอะไรเลย
    #20255
    0
  12. #19945 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 13:26
    ผู้จัดการแม่งงงง
    #19945
    0
  13. #16245 ✎ เทียนไข ❀ (@cantian) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 15:07

    555555 ชอบซี โอ๊ยยยย

    #16245
    0
  14. #11558 Ginoza (@Auntonio) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 12:34
    เหลวแหลกจริงๆแหละคุณคมเอ้ย55555555 กลับตัวกลับใจทีนะ55 ฮือออ ซี อยู่เรื่องไหนก็เอาใจเราไปตลอด ชอบนาง -////- ฮือออ พ่อแม่จะได้เจอกันแล้วใช่มั้ยคะ ><~
    #11558
    0
  15. #11150 lovelove25 (@lovelove25) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 16:47
    เป็นนิยายที่ล้ำมากเลยค่ะ
    #11150
    0
  16. #4913 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 00:34
    นอให้เค้าเจอกัน
    #4913
    0
  17. #4181 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:25
    ไค เป็นคนพูด!! 55555
    #4181
    2
    • #4181-1 numeinglovely017 (@numeinglovely017) (จากตอนที่ 3)
      29 เมษายน 2561 / 22:05
      ใครพี่ไม่ใช่ไค
      #4181-1
    • #4181-2 24907 (@24907) (จากตอนที่ 3)
      1 พฤษภาคม 2561 / 14:33
      +1 น้องไคเเน่เรย5555
      #4181-2
  18. #3695 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 09:13
    วงห้าร้อยสี่สิบห้า 55555
    #3695
    0
  19. #3657 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 07:30
    ในทีสุด!!!!
    #3657
    0
  20. #3565 Pk.yg (@441024) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 19:12
    ในที่สุดดดดด
    #3565
    0
  21. #3515 hanawinwin (@hanawinwin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 09:34
    ในที่สุดคุณคมก็จะได้รู้ว่าตัวเองมีลูกแล้วว รอเด้อ
    #3515
    0
  22. #3488 Kktrw (@overevening) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:43
    <p>ใครกันมันไปรู้ว่าคุณคมมีลูกกกด</p>
    #3488
    0
  23. #3465 46070 (@46070) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 23:29
    รู้สึกว่าซีจะชอบคำว่าเดอะแก๊งนะเนี่ย เห็นเวลาบรรยายมักใช้อยู่บ่อยครั้ง5555
    #3465
    0
  24. #3462 KAH2000 (@KAH2000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 23:09
    ชอบบทbeginมากเลยค่ะในบทมันดูมีอะไร
    #3462
    0
  25. #3399 0979783769 (@0979783769) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:05
    ปรบมือให้คนหาข่าว
    #3399
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น