{ทำมือ} คุณคมเจ้าขา❖ Burned Gray

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,843,219 Views

  • 54,002 Comments

  • 30,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    51,359

    Overall
    4,843,219

ตอนที่ 1 : {อัปครบ} คุณคมเจ้าขา❖ภาค The Beginning 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4110 ครั้ง
    1 พ.ค. 61


เครดิตภาพ tumblr , weheartit pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


คำแนะนำก่อนอ่าน :: ฉากไม่เหมาะสมจะไม่อัพลงเด็กดี คุณสามารถข้ามไปและอ่านแค่เนื้อเรื่องได้ถ้าไม่ชอบ ใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก นิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยมุมมองที่คุณคิดไม่ถึง ตัวละครสีเทา อิมเมจที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อเรื่อง รับทราบ


:: Song ::

PROLOGUE

Kome Sirapakin & Jaokha Janthara & Kai Jirakul

{คม ศิรภาคิน & เจ้าขา จันทรารา & ไค จิรากุล}


T-NET NEWS

-น้ำยามันแร๊ง แรง! ไฮโซหนุ่มชื่อดัง สาดเชื้อเร่งผลิตทายาทไม่ยั้ง ยัน! คู่กรณีเป็นนักศึกษาเท่านั้น งานนี้ไม่รู้ ‘จริง’ หรือ ‘เท็จ’-

 

SANAAN NEWS

-สาวๆ เตรียมน้ำตาไหล ไฮโซหนุ่มมือกีต้าร์วงร็อกชื่อดัง ตัวย่ออักษร ‘’ แอบกินหญ้าอ่อนลับหลังแฟนสาวจนลูกโผล่โดยไม่รู้ตัว!!!-


MEF NEWS

-ลั่น ไฮโซคนดังทำ ญ. ท้อง ‘จริง’ ‘ไม่จริง’ เป็นเรื่องของสามัญสำนึก-

ภาค The Beginning

EPISODE 01

 

Jaokha Janthara’s Talk

‘เจ้าขา จันทรารา’ คือชื่อของฉัน...

ฉันเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนประจำอำเภอ ผลการเรียนของฉันเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด ฉันมีเพื่อนที่ดี มีชีวิตที่เรียบง่าย

ชีวิตประจำวันของฉันคือการมาเรียนหนังสือ คุยกับเพื่อนเรื่องดารา ซีรี่ส์ ฟังเพื่อนพูดถึงรุ่นพี่ในโรงเรียนที่หล่อๆ หลังเลิกเรียนก็กลับบ้านไปก็ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและทำการบ้าน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ทำขนมไปส่งขายที่ตลาด

ฉันไม่เคยดื่มเหล้า ไม่เคยเที่ยว ไม่เคยเหลวไหล ไม่เคยมีแฟน แต่ก็มีรุ่นพี่ที่แอบปลื้มอยู่คนหนึ่งชื่อ ‘บลู’

พี่บลูอยู่มอหก ตอนนี้อีกหนึ่งเดือนจะสอบปลายภาคแล้ว อีกไม่นานรุ่นพี่ปีสุดท้ายก็จะไม่มาที่นี่อีก

“เจ้าขา อีกหนึ่งเดือนพี่บลูจะจบแล้วนะ แบบนี้ก็ไม่ได้เจอทุกวันแล้วสิ” แตงโมเพื่อนสนิทของฉันพูดขึ้นในตอนเที่ยงวันหนึ่งที่เรานั่งกันอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนใต้อาคารเฉลิมฯ

“อื้ม” ฉันพยักหน้า

“ทำไมเจ้าขาไม่ไปบอกพี่บลูว่าชอบอ่ะ ไม่แน่อาจจะได้เป็นแฟนกันก็ได้นะ กิ้วๆ” เพื่อนจิ้มแก้มฉัน “เจ้าขาน่ารักจะตาย ผิวก็ขาว ตัวก็เล็ก จัดฟันด้วย ใครเห็นก็ต้องชอบ”

“ไม่เอาหรอก” ฉันใช้นิ้วลูบปกหนังสือคณิต “เจ้าขาแค่ปลื้มเฉยๆ”

ฉันยังไม่เคยคิดถึงเรื่องแฟนหรือความรักมาก่อน ฉันคิดว่าตัวเองยังมีความสุขกับการเป็นเด็กอยู่ เพราะที่จริงแล้วผู้ชายที่ฉันปลื้มมากที่สุดคือบรรดาโอปป้าแดนกิมจิต่างหาก

“โมนึกว่าเจ้าขาดูเครียดๆ เพราะจะไม่ได้เห็นหน้าพี่บลูแล้วซะอีก”

“ไม่ได้เครียดซะหน่อย”

“ช่วงสองเดือนมานี้เจ้าขาชอบเหม่ออ่ะ โมเป็นห่วงนะเนี่ย”

“โมคิดมากไปแล้ว ถ้าเจ้าขาจะเครียด ก็คงเพราะกลัวว่าจะสอบได้คะแนนไม่ดีมากกว่า”

“ก็นั่นน่ะสิ” โมพยักหน้า “แต่ถ้าเจ้าขาสอบได้ไม่ดี ในชั้นเรียนนี้ใครจะดีได้อีกล่ะ”

“...” ฉันยิ้มกว้างให้เพื่อน

“ป่ะ” โมจึงดึงมือฉันให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะช่วยจัดเสื้อและกระโปรงของนักเรียนมอปลายให้เข้าที่ “ไปกินข้าวที่โรงอาหารกัน ตอนนี้คนคงน้อยลงแล้ว”

“อื้อ” ฉันพยักหน้ารับ

แต่ระหว่างที่เราสองคนกำลังจับมือเดินไปยังโรงอาหารนั้น ฉันได้กลิ่นของบูดบางเบาลอยมาเตะจมูก เราสองคนต้องเดินตากแดด ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วจู่ๆ ก็ตาลาย...

“โม” ฉันบีบมือโม

“หือ มีไรเหรอ” โมหันมามองฉัน

“คือ...” ตอนที่พูดคำนี้ ดวงตาฉันมองเห็นสีแดงเป็นจุดๆ ได้ยินเสียงหวีดหวิวอยู่ข้างใบหู หัวใจเต้นอย่างวูบโหวงอยู่ในอก

“เจ้าขา! เจ้าขา! คุณครูคะ ช่วยด้วย เพื่อนหนูเป็นลม”

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยิน...

 

กว่าสติฉันจะกลับมาก็หนึ่งชั่วโมงเต็ม ฉันนอนพักอยู่ในห้องพยาบาล โมไม่ได้เข้าเรียน เธอมานั่งเฝ้า คอยเอายาดมมาอังจมูกฉัน

“เจ้าขายังเวียนหัวอยู่มั้ย” เธอถามอย่างเป็นห่วง

“อื้อ แต่ดีขึ้นแล้ว”

“นี่บ่ายแล้วนะ ก่อนหน้านี้โมฝากเพื่อนคนอื่นไปซื้อข้าวมาให้” โมเดินไปหยิบเอาจานข้าวมาส่งให้ฉัน “เจ้าขากินข้าวก่อน จะได้ไม่ปวดท้อง ถ้าไหวก็กลับไปเรียน ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้าน ดีม๊ะ”

ฉันมองจานข้าว กลิ่นที่แปลกๆ ส่งผลให้ในปากฉันมีรสเปรี้ยวและขมเฝื่อน ในช่องท้องเริ่มร้อนผ่าว

“เจ้าขาไม่หิว”

“ทำไมหน้าซีดอีกแล้ว”

“...”

“โมว่าเจ้าขากำลังจะเป็นหวัดแน่ๆ อากาศร้อนด้วย”

“...”

“ถ้าไม่ไหว โทรให้แม่มารับกลับบ้านดีมั้ยอ่ะ”

ฉันเห็นด้วยกับแตงโมทุกประโยค

ในภายหลัง เมื่อฉันได้วกกลับมาคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ฉันก็พบว่าตัวเองในวัยย่างเข้าสิบเจ็ดช่างใสซื่อและอ่อนต่อโลกจริงๆ มันช่างเป็นช่วงเวลาสวยงามที่ฉันไม่มีวันย้อนกลับไปได้...


แม่ของฉันปีนี้อายุย่างเข้า 56 ปี ฟังไม่ผิดหรอก แม่อายุเท่านี้จริงๆ ส่วนพ่อก็อายุมากกว่าแม่สี่ปี

แม่มีฉันตอนอายุ 39 ปี อันที่จริงแม่เป็นคนมีปัญหาเรื่องมดลูกแล้วมีลูกยากมาก การที่มีฉันขึ้นมาได้...แม่บอกว่าเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุด เพราะงั้นเมื่อฉันออกอาการป่วยนิดหน่อยก็จะประคบประหงมอย่างดี

“แม่พาหนูไปหาหมอดีมั้ยลูก” แม่จับหน้าผากฉันอย่างเป็นห่วง

“หนูขอกลับไปนอนพักก่อนก็ได้ค่ะ” ฉันยิ้มกว้าง อากาศร้อนยามบ่ายทำให้เหงื่อผุดเต็มใบหน้า ถึงแม้ว่าเราจะนั่งอยู่บนรถบัสที่ใช้ระบบแอร์ธรรมชาติก็ตาม

“แล้วถ้าเป็นหนักขึ้นมาจะทำยังไงลูก”

“หนูยังเด็ก ยังแข็งแรง พรุ่งนี้หนูก็ดีขึ้นแล้ว แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ หนูจะบอกแม่ ให้แม่พาไปหาหมอนะ” ฉันยิ้ม

แม่มองฉันอย่างอ่อนใจ ลูบหัวหนึ่งทีและพากลับบ้าน

แม่รู้ว่าฉันไม่อยากให้แม่ลำบาก พ่อแม่ฉันทำขนมขายที่ตลาด พวกเขารักฉันมาก คงเพราะมีฉันตอนที่อายุเยอะแล้วถึงได้ห่วงมาก พวกเขาพยายามดูแลร่างกายฉันเป็นอย่างดี เช่น ให้ฉันจัดฟัน ตรวจสุขภาพทุกปี แถมยังเร่งเก็บเงินไว้ให้ฉันเรียนมหา’ลัยอีก

พ่อแม่บอกว่าต้องรีบทำก่อนที่จะทำไม่ไหว

เมื่อได้พักฉันก็ดีขึ้น อาการหายไปหนึ่งอาทิตย์ และกลับมาเป็นพักๆ แต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก ฉันจึงพยายามกินผลไม้ให้เยอะๆ คิดไปเองว่าเป็นเพราะร่างกายขาดวิตามิน

แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ฉันบอกตัวเองมาตลอดว่าเป็นแค่อาการไม่สบายเล็กน้อยนั้นเป็นความชะล่าใจที่โง่เง่าของฉันเอง

ช่วงเย็นวันหนึ่ง ขณะที่รอเช็กชื่อกลับบ้าน

ฉันหันไปมองเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งแอบเอาลูกชิ้นทอดมากินโดยนั่งหลบหลังฉัน

“กินมั้ยเจ้าขา” เธอจิ้มลูกชิ้นมาจ่อที่ปากฉัน “กินเหอะ อร่อยนะ ฮ่าๆ”

ฉันกับเพื่อนในห้องประมาณสี่สิบชีวิตสนิทกันดี ดังนั้นจึงไม่เกรงใจ อ้าปากงับไปกิน

“อุบ!!” แต่แล้วฉันกลับพบว่าลูกชิ้นนี้รสชาติฝาดเฝื่อน กลิ่นที่เคยหอม...พออยู่ในปากกลับไม่ใช่

ฉันยกมือปิดปาก ลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อวิ่งไปห้องน้ำ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอาเจียนออกมา ฉันกำมือกับขอบโถส้วม น้ำตาไหลพราก ไม่มีอะไรในท้องฉันแล้ว รสเปรี้ยวปะแล่มลามไล้ไปทั่ว

ตึง! ตึง!

“เจ้าขา เจ้าขาเป็นไรป่าว” เสียงเคาะประตูห้องน้ำของแตงโมดังขึ้น

ฉันสูดลมหายใจ ไล่อาการคลื่นไส้ ยกมือเช็ดน้ำตาแล้วถึงยอมเปิดประตูห้องน้ำออกมา โมคงวิ่งตามฉันมาด้วยแน่ๆ

“แค่เหมือนจะอ้วกแหละ...” ฉันบอกโมพร้อมเดินไปเปิดน้ำเพื่อล้างหน้าล้างปาก ในห้องน้ำมีผู้หญิงอยู่อีกสองคน เป็นเพื่อนในห้องเช่นกัน

สองคนนี้ค่อนข้างเกเร พวกเธอแต่งหน้า กระโปรงสั้น ทรงผมผิดระเบียบ ใส่เครื่องประดับเยอะแยะ ชอบขลุกตัวอยู่ในห้องน้ำเพื่อคุยโทรศัพท์ พวกเธอมีชื่อว่าแยมกับดาว

ฉันยิ้มให้แยมกับดาวเพราะเป็นมิตรกับทุกคนอยู่แล้ว ก่อนจะบ้วนปากหนึ่งที แต่แล้วก็เหมือนจะอาเจียนออกมาอีก

“เจ้าขา...” โมตรงมาลูบหลังฉัน

“อ้าวเฮ้ย” แยมก็วางมือถือแล้วเดินมาลูบหลังฉันด้วย

“เจ้าขามันเป็นไรอ่ะโม ไม่สบายเหรอ ช่วงนี้เห็นหน้าซีดบ่อย” นี่เป็นเสียงของดาว

“ก็ไม่ค่อยสบายไง” โมตอบแทนฉัน “แบบจะอ้วกไรงี้ เมื่อกี้กินลูกชิ้นก็เดินมาอ้วกเฉย”

แยมกับดาวมองหน้ากัน

“ถ้าอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดกับเจ้าขา นี่นึกว่าแพ้ท้องละนะเนี่ย” แยมเป็นคนพูด

แพ้ท้อง...งั้นเหรอ

“อืม คล้ายๆ อยู่” ดาวนั้นอายุมากกว่าพวกเราทุกคนสองปี ถือว่าเป็นเด็กโข่ง เธอเป็นคนเปิดเผยพอสมควร “แต่ของกูปวดหลัง ปวดข้อเท้า อาเจียน สิวขึ้นเต็มหลังด้วยไง”

“ดาวพูดเหมือนเคยท้องเลยอ่ะ” โมถามดาว ก่อนจะเอาผ้าขนหนูมาเช็ดให้ฉัน

“ก็นะ เคยอยู่ แต่เอาออกไปแล้ว” นี่ไม่เท่ากับเป็นการยอมรับหรอกเหรอ

“ดาว...” แยมได้ยินสิ่งที่ดาวพูดจึงเดินไปหยิกแขนเธอ ส่วนดาวนั้นก็ทำแค่ยักไหล่แล้วหยิบลิปกลอสออกมาทาปากก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไปพร้อมแยม

“ดาวนี่มันใจกล้าดีเนอะเจ้าขา” โมพึมพำ “ไม่คิดเลยว่าจะกล้าพูด”

“อื้อ” ฉันที่ยังมีน้ำเกาะพราวอยู่บนใบหน้านั้นตัวแข็งทื่อ

“เป็นคนใจกล้าดีจริงๆ”

“นั่นสิ...”

ในตอนนี้ฉันกับโมนั้นมองว่าดาวเป็นคนกล้ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับมา...นี่ไม่ใช่ความใจกล้า มันเป็นแค่ความอยากอวดในสิ่งที่ผิดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

ฉันถูกแตงโมลากออกมาจากห้องน้ำ กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน เธอพาฉันออกมายืนรอรถหน้าโรงเรียน เราสองคนกลับบ้านทางเดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กันพอสมควร แต่แตงโมฐานะดีกว่าฉันมาก

ตลอดเวลาฉันรู้สึกเหมือนเพื่อนกำลังพูดด้วยตลอดเวลา แต่ใจฉันเหม่อไปไกล

“เจ้าขา เจ้าขา” เสียงที่เรียก...ฉันได้ยินก็เหมือนไม่ได้ยิน กระทั่งโมตีแขนฉันไปหนึ่งที ฉันถึงได้หันไปกะพริบตาใส่เพื่อน “เหม่ออีกแล้วนะเราอ่ะ”

ฉันมองหน้าโม...

“โม” ฉันเรียก

“หือ ไรเหรอ มีไรเปล่า?”

“...” ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ร้อนและไม่สบายไปทั้งตัวและใจ ดวงตาจดจ้องไปยังเพื่อนรัก

“ทำไมมองงี้ เจ้าขาเป็นไรบอกโมได้นะ”

ฉันมองไปรอบตัว โชคดีที่ตรงนี้ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ วูบหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่โมคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน

“บ้านโมเปิดร้านขายยาใช่มั้ย”

“อื้อ ใช่ดิ ถามเหมือนไม่รู้ไปได้”

“คือ...เจ้าขาไว้ใจโมมากนะ” ฉันอยากจะจับมือเพื่อนเหมือนในละครที่เคยดู แต่เอาเข้าจริงแล้วฉันกลับทำได้แค่บีบมือตัวเอง “โมอย่าเลิกคบกับเจ้าขานะ ต้องไม่รังเกียจกันนะ”

“เฮ้ย เป็นไรเนี่ย” โมทำสีหน้าแปลกใจ แต่ก็แฝงความเป็นห่วงไว้

“เจ้าขาอยากได้ที่ตรวจ” เสียงฉันเริ่มแผ่วเบา ติดตะกุกตะกัก เพิ่งรู้ว่าการจะพูดอะไรสักอย่างออกมามันน่าอายขนาดนี้ “ที่ตรวจว่าท้องมั้ย...เจ้าขาซื้อจากโมได้มั้ย”

เมื่อมีคนอยากได้ที่ตรวจครรภ์...ใครบ้างจะเดาไม่ออกว่าหมายถึงอะไร

เนิ่นนานทีเดียวกว่าโมจะมีปฏิกิริยา

“ว่าไงนะ?” เธอตกใจมาก เหมือนไม่เชื่อว่านี่คือสิ่งที่ออกมาจากริมฝีปากฉัน “คือ... คือเจ้าขาหมายความว่า... แบบ...”

“...”

“เป็นไปได้ยังไงอ่ะ”

ในที่สุดแล้วโมก็ซักไซ้ฉัน โชคดีเธอไม่ได้โกรธที่ฉันไม่เล่าเรื่องบางอย่างให้ฟังตั้งแต่แรก และยังบอกฉันด้วยว่าอย่าคิดมาก

ดังนั้นวัดถัดมาซึ่งเป็นวันเสาร์ โมจึงมาหาฉันที่บ้านตั้งแต่เช้าพร้อมที่ตรวจครรภ์ แน่นอนว่าเธอแอบหยิบมาโดยที่คนในบ้านเธอไม่รู้ ส่วนพ่อแม่ฉันออกไปขายขนมที่ตลาดแล้ว

“รีบตรวจเหอะเจ้าขา อย่าคิดมาก บางทีมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้นะ”

ฉันพยักหน้า เพราะโดนปลอบจึงยังใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง ฉันเข้าห้องน้ำไปตรวจอย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจฉันเต้นแรงมาก เวลาผ่านไปไม่นานผลก็ออกมา

มันขึ้นสองขีด ชัดเจนมาก นั่นแปลว่าฉันท้อง

หัวใจฉันบีบรัดไปหมดตอนที่เปิดประตูออกมา ที่ตรวจหล่นจากมือ ฉันนั่งลงร้องไห้อยู่ในบ้านของตัวเอง

“ฮึก... ฮือ...”

เสียงร้องไห้ในวันที่กดกลั้นไม่ได้ ความกลัวที่เอ่อล้น อาการเครียดขึงจนตัวสั่นในวันนี้ ผ่านไปอีกหลายปีฉันก็ยังจำได้ขึ้นใจ


ฉันไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร ความเครียดทำให้ฉันนอนร้องไห้ทุกคืน ฉันกำลังจะสอบปลายภาคเพื่อรอเตรียมขึ้นมอห้า เรื่องนี้ติดอยู่ในหัวฉันจนเรียนไม่รู้เรื่อง

แม่สังเกตถึงความผิดปกติของฉัน แต่ฉันกลับโกหกคำโตไปว่าทะเลาะกับเพื่อน...

ห้าวันผ่านไป ในที่สุดนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันเดินมาถึงทางตันจนหลงผิด แตงโมกับฉันมีความคิดเหมือนกันคือไม่ควรท้อง ดาวกับแยมกลายเป็นอีกสองคนที่ได้รู้ปัญหาของฉัน เธอบอกว่าเอาออกไปก็ได้ เดี๋ยวติดต่อคลินิกทำแท้งให้ เพราะเธอเคยไปทำ

ความกดดันทำให้ฉันคล้อยตามทั้งที่เสียงในใจบอกว่ามันไม่ควร

ฉันมีเงินเก็บเพราะทำงานช่วยแม่วันเสาร์อาทิตย์บ่อยๆ เงินเก็บของฉันมีอยู่สี่พันบาท ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งใช้เงินสามพันห้าร้อยบาท

“เจ้าขา มือสั่นมากเลยอ่ะ” แตงโมบีบมือฉัน

“...” ฉันพูดไม่ออก น้ำตาคลอตลอดเวลา

“สรุปเราจะทำแบบนี้กันจริงๆ ใช่มั้ย มันน่ากลัวมากนะ” เราสองคนคล้อยตามดาวจริงๆ “มันไม่ถูกเลยอ่า แต่แบบไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น โมรู้ว่าเจ้าขากลัว โมก็กลัว”

ฉันไม่กล้าพูดว่าทำแบบนี้ไม่ดี และไม่อาจพูดว่ามันคือเรื่องดี

อะไรทำให้ฉันฟังคำปรึกษาของดาว...

อะไรทำให้ฉันเลือกบอกเพื่อนมากกว่าพ่อแม่...

“ไปกันได้ยัง นัดไว้แล้ว เดี๋ยวเอามอไซค์ไปสองคัน” ดาวเดินมาพูดกับฉันและแตงโม

“...” ความลังเลติดอยู่ในใจฉัน...

“มาเหอะน่า ไม่น่ากลัวหรอก” ดาวมองฉันอย่างรำคาญขณะที่รอให้ฉันขึ้นไปซ้อนท้าย “พูดตรงๆ เลยนะเจ้าขา ถ้ามึงเลี้ยงไม่ได้ ไม่มีปัญญา มึงก็ทำ แต่ถ้ามึงคิดว่ามึงโอเค มึงก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องมาขอคำปรึกษาจากกู”

ความเงียบและอาการคิดอะไรเองไม่เป็นเข้าครอบงำฉัน

เรามาถึงห้องพักเก่าๆ ที่ไม่น่าจะใช่คลินิกหรือโรงพยาบาลเลยสักนิด ในนี้มีคนอยู่เยอะพอสมควร

ดาวไปแจ้งคนในนี้แทนฉัน ไม่นานก็มีคนเอาน้ำมะตูมมาให้ฉันดื่ม ฉันนั่งกำแก้วน้ำไว้แน่น แตงโมนั่งเงียบ คอยจับแขนฉันตลอดเวลา

“ใกล้ถึงคิวแล้ว” ดาวที่นั่งอยู่ด้านข้างกระซิบกับฉัน

ฉันมองไปโดยรอบ นั่งคิดมาตลอดว่าฉันมาทำอะไรในที่ที่น่ากลัวแบบนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกพาออกมาจากห้องเล็กๆ ท่าทางเจ็บปวดมาก

“เดี๋ยวมานะ” ฉันลุกพรวดขึ้น ไม่ได้มองหน้าใครทั้งนั้น

ฉันวิ่งออกมาจากตึกนั้น ไม่คิดจะหันหลังกลับไปอีก น้ำตานองหน้าฉัน...

ทำไม่ได้หรอก ไม่ว่ายังไงก็ทำไม่ได้

เกือบจะเป็นฆาตกรไปแล้ว เรามันเลวจริงๆ

สิ่งที่อยู่ในท้องมีชีวิตนะ มีความรู้สึกนะ

จะทำลายไม่ได้ จะไปทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดมาไม่ได้

ยังไงก็ต้องให้เกิดมา ต้องดูแลให้ได้

ฉันไม่รู้ว่าวิ่งไปถึงตรงไหน จนมาหยุดอยู่ตรงป้ายรถเมล์ เงยหน้ามองด้านบน มีป้ายโฆษณามือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาแพงมากขนาดใหญ่แปะอยู่

“ฮึก...”

มันคือรูปของผู้ชายอายุยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งกำลังถือสมาร์ทโฟน เส้นผมสีดำหยักศก ผิวขาว ตาคม คิ้วเข้มพาดเฉียง มีโครงหน้าที่ชัดเจน ในป้ายนี้เขากำลังยิ้มมุมปาก

เขาเป็นดารา เป็นนักแสดง เป็นมือกีต้าร์ เป็นนายแบบที่กำลังดัง

ในหัวฉันมีภาพความทรงจำของเขาปรากฏขึ้น มือหยาบใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้า ประโยคที่เขาเคยพูดด้วยมีแค่สองประโยค...

‘มานี่’

‘...’

‘มาหาฉัน...’


หลังจากนั้น ฉันตั้งสติและแชตบอกแตงโมว่าให้ไม่ต้องห่วง ให้เธอกลับบ้านได้เลย และขอโทษด้วยที่หนีออกมา แน่นอนว่าฉันไม่ลืมแชตไปขอโทษดาวกับกับแยมว่าขอโทษเช่นกัน ฉันบอกไปว่าเงินที่ให้ไปไม่ต้องเอามาคืนก็ได้ ขอแค่อย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลย แล้วเมื่อได้กลับไปทบทวนความคิดนี้ในอนาคต ทำไมฉันในตอนนี้ถึงนึกไม่ได้นะว่าคนแรกที่ฉันควรไปพูดว่า ‘ขอโทษ’ ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นพ่อแม่ต่างหาก

ฉันกลับมาถึงบ้านในตอนมืด แม่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ส่วนพ่อฉันน่ะธรรมมะธรรมโม มืดหน่อยก็อาบน้ำ สวดมนต์ นั่งสมาธิอยู่ในห้องนอนแล้ว

“อ้าว เจ้าขา...ทำไมกลับมาชุดนี้ลูก หนูไปไหนมา แอบหนีแม่เที่ยวล่ะสิ” แม่กำลังอารมณ์ดี ยังไม่ทันมองฉันได้เต็มตาก็เบนทิศไปดูรายการวาไรตี้อยู่ “ความจริงถ้าหนูอยากไปเที่ยวเล่นบ้างแม่ก็ไม่ว่าหรอก ต่อไปเริ่มโตก็จะต้องไปไหนมาไหนเองคนเดียวให้เป็นแล้วนะ”

แม่ใช้คำว่า ‘บ้าง’ ในประโยคเพราะฉันไม่ใช่คนที่ชอบเที่ยวเล่น

“...” ฉันยังยืนอยู่หน้าประตู

“แม่ทำกับข้าวไว้ในครัว หนูไปตักกินเอาเลยนะ” เสียงแม่ยังดังอยู่ แต่พอเห็นว่าฉันยังไม่ขยับก็หันมามอง ดังนั้นฉันจึงเดินเข้าไปหา และนั่งลงด้านล่าง “เป็นอะไรลูก ตาบวมเชียว ยังไม่เลิกทะเลาะกับเพื่อนอีกเหรอ”

“...” ฉันเม้มปากแล้วส่ายหน้า มันยากจริงๆ ที่จะพูดว่า ‘เปล่า หนูไม่ได้ทะเลาะกับเพื่อน’

แม่เอื้อมมือมาจับแขนฉัน หมายจะดึงให้ขึ้นไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน แต่ฉันกลับไม่อยากทำอย่างนั้น ฉันเป็นคนที่มีความผิดติดตัว ไม่กล้าขึ้นไปนั่งข้างๆ และกอดอ้อนแม่เหมือนที่ชอบทำ

“เจ้าขา?” เสียงแม่ดังขึ้น ฉันจึงเงยหน้ามอง

มันมีประโยคง่ายๆ อยู่ในหัวฉัน... ‘แม่ หนูท้อง’ แค่สามคำเท่านั้น สามคำที่ดูเหมือนจะง่าย แต่กลับไม่ใช่เลย

เพราะฉันรู้ว่าจะต้องเจอกับสีหน้าผิดหวังของแม่ มือฉันเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรง รู้สึกแสบร้อนตรงปลายจมูก

“หนูมีเรื่องเครียดอะไรอยู่ใช่มั้ย” แม่ขยับริมฝีปากพร้อมลูกหัวฉัน “ที่จริงแม่ก็คิดอยู่ในใจนะว่าหนูอาจจะไม่ได้ทะเลาะกับเพื่อน มันมีเรื่องอะไรลูก”

“...”

“หนูบอกแม่ได้ทุกเรื่องนะ หนูเป็นลูกคนเดียวของแม่ ไม่มีอะไรที่แม่รับฟังไม่ได้... นะลูกนะ”

ได้ยินแล้วฉันไม่กล้าสู้หน้าแม่อีกเลย ฉันก้มหน้าต่ำ มองหัวเข่าของแม่ ความร้อนรนวิ่งพล่านในอก แม่ไม่ได้รบเร้าให้ฉันพูด แต่ยังคงลูบหัวฉันอยู่

“แม่...”

“จ้ะ แม่ฟังอยู่”

เสียงที่อ่อนโยนของแม่ทำให้ฉันน้ำตาไหลอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างแสบไปหมด ฉันรวบรวมความกล้า เอ่ยออกไปอย่างสำนึกผิด

“หนูท้อง” ในที่สุดก็พูดออกไปแล้ว...

ฝ่ามืออ่อนโยนที่ลูบหัวฉันชะงักไป ความเงียบปกคลุมเราสองคนไว้ ฉันกลั้นใจเงยหน้าขึ้น

และได้เห็นสีหน้าตกตะลึงจนแทบทำอะไรไม่ถูกของแม่

“เจ้าขา หนูพูดเรื่องเหลวไหลอะไร พูดใหม่อีกทีสิ” แม่สีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

“หนูท้อง” เสียงฉันช่างแหบพร่าและขลาดกลัว “ท้องจริงๆ ค่ะ”

แม้น้ำตาจะเต็มหน้า แต่ฉันก็ยังรับรู้ได้ว่าความตกใจของแม่กำลังแปลเปลี่ยนเป็นอารมณ์ที่หนักอึ้ง ฉันกำลังทำให้แม่ในวัย 56 ปีผิดหวัง เธอเบือนหน้าไปทางอื่นราวกับพูดอะไรไม่ออก

“หนูขอโทษ” ฉันก้มหน้าลง ไม่สามารถทนมองภาพนี้ได้อีก

มือของแม่ผละออกจากเส้นผมฉัน นำพาความอบอุ่นอ่อนโยนจากไป ฉันเอื้อมมือไปคว้าขาของแม่ไว้ด้วยมือสั่นๆ ตัวแทบจะโน้มลงไปติดกับพื้น

หนูขอโทษ ไม่เมินเฉยได้มั้ย ไม่หันหน้าหนีได้มั้ย หนูขอร้อง...

[รออัพต่อบทหน้า]

Lta Luktarn
ถ้าทุกคนจะสังเกตนะ ภาคบีกินนี้ เจ้าขาจะบรรยายในลักษณะที่เหมือนกับว่ากำลังมองย้อนอดีตของตัวเองอยู่ คือมันจะมีประโยคประมาณว่า 'ในภายหลัง' 'ในอนาคต' 'ซึ่งหลายปีผ่านไป ได้กลับมาทบทวน' จะให้อารมณ์คล้ายคนที่คิดถึงช่วงเวลานี้ที่ผ่านไปแล้ว แต่กลับยังจำได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทำนองนี้
เบื่อมั้ยอ่า คือพระเอกโผล่ช้านะเรื่องนี้

ขออนุญาตนิดหนึ่งนะคะ
เวลาคอมเม้น ขอให้ประนีประนอมกันนิดนึงนะคะ งอแง ไม่ใช่ว่าพี่ลูกตาลเซ้นท์ซิทีฟ แต่เพราะตั้งแต่อัปมามีคนมาคุยกับพี่ลูกตาลหลายคนพอสมควรว่า นิยายเรื่องนี้เหมือนชีวิตของพวกเขา เพราะงั้นพี่ลูกตาลจะค่อนข้างเกรงใจคนที่มีประสบการณ์แบบนี้โดยตรงมากๆ ขอบคุณมากค่ะ

1 เม้น 1 กำลังใจ
ที่จริงอยากเริ่มเรื่องแบบวาร์ปไปตอนลูกโตแล้วเลย แต่กลัวคนไม่อิน
เรื่องนี้แบ่งเป็นภาค มีทั้งหมด 4-5 ภาค ภาคแรกใช้ชื่อว่า The Beginning จะให้สัมผัสกับความกลัวของเด็กคนหนึ่งที่ไม่พร้อมก่อน บีกินนิ่งน่าจะกินความยาวประมาณ 3-4 บท
คุณท่านคมยังไม่โผล่ จะมาโผล่ตอนภาค at second sight นะ แต่รู้สึกได้ถึงปัญหาที่คุณพี่สร้างไว้เลยข่ะ 5555


CHARACTER

คม❖ Kome Sirapakin Cr. Yugyeom

ไฮโซคนดัง มือกีต้าร์วงร็อกที่ทำตัวเถื่อนอยู่ดีๆ ก็มีลูกซะงั้น... อ้าวยังไง?

เจ้าขา Jaokha Janthara Cr. Irene {red velvet}

หญิงไทยใจงาม ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน แต่มีลูก... อ้าวยังไง?

ไค❖ Kai Jirakul Cr. -

"นู๋หยักแต่งงาน!" ...อ้าวยังไง?

ซี❖ Cr. Sora

Queen of war เดินไปที่ไหน นองเลือดที่นั่น ...อ้าวยังไง?

แตงโม❖ Cr. Wendy {red velvet}

บลู❖ Cr. Minhyun {Wanna one}

คิว Cr. kiji ❖ คูณ Cr. Yang Yang  คิม Cr.Zitao

พี่น้องตระกูลดัง

คิม ลูกชายคนที่ 1 (พี่ชายคนโต) นักพัฒนาซอฟแวร์
คูณ ลูกชายคนที่ 3 (เป็นน้องชายของคม) นักแต่งเพลง เจ้าของฟิตเนส
คิว ลูกชายคนที่ 4 (น้องชายคนเล็ก) นักศึกษา

ฝากนิยายในเซ็ตด้วยนะ แต่งกับเมเนลเช่นเคย
SET
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.11K ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #46511 yens2520 (@yens2520) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 09:00
    มีหนังลือออกไหมค่ะอยากได้เป็นเช็ตเลย
    #46511
    0
  2. #43865 yoyeyin1711 (@yoyeyin1711) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 06:36
    เอามาแทรกกันกับของเก่าบ้างน่าจะดีน่ะ เพราะของเก่าดำเนินเรื่องดี แต่บรรยายความรู้สึกพระนางน้อยไป
    #43865
    0
  3. #42089 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:37
    แงง เจ้าขาาาา
    #42089
    0
  4. #41469 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 13:35
    สงสารเจ้าขามาก

    กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ มันต้องยากและลำบากแค่ไหน

    ส่วนคุณคม คุณชิวๆมากตอนภาคเริ่มต้น ไม่ได้รับรู้อะไรเลย 555
    #41469
    0
  5. #39383 PLOYSOIYXX (@ployyy567) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 15:49
    คือจริงๆเจ้าขาม.4เองนะ...
    #39383
    0
  6. #38080 mayyyyy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:05

    ทำไมเพิ่งมาเจอเรื่องนี้

    #38080
    0
  7. #36557 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 19:09
    อ่านเรื่องไหนก่อนหลังนี่ มีผลมั้ยคะ หรืออ่านไหนก่อนก็ได้?
    #36557
    0
  8. #35993 teamwang28 (@teamwang28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 23:25
    เดียวๆ นั้นยูคยอม สามีเราเองงงงงงง
    #35993
    0
  9. #35426 ไออิกู (@JJawizz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 17:27
    อุ่ย พี่ฝ่าาาาาา แงงงงง น่าร้ากกกกก
    #35426
    0
  10. #33826 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 16:46

    เจ้าขาาาาาาา

    #33826
    0
  11. #31753 Suthida05 (@Suthida05) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 19:20
    ีเข้าใจเลยอะ เราก็แบบนี้แหละ ส่วนแม่เราอะ โดนด่าวันนึงเต็มๆ 555555 แต่ดีที่เราเรียนจบแล้ว
    #31753
    0
  12. #30735 Ilo_harlveen (@Ilo_harlveen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 22:58
    เจ้าขาลูกกกกก
    #30735
    0
  13. #30302 andysis (@andysis) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 14:13
    ฉันเป็นคนเกาหลีนะค่ะ เรียนภาษาไทยอยู่ตัวเอง แล้วเพิ่มรู้app kapookและเรื่องนี้ ฉันได้อ่านแค่บดที่หนึ่งแล้ว แต่สนุกมากแล้ว น่าจะอ่านทั้งหมด จะพยายามจบอ่านเรื่องนี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #30302
    1
    • #30302-1 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 1)
      29 กันยายน 2561 / 19:14
      รู้สึกดีจัง เวลามีคนบอกว่าเรียนภาษาไทย

      :)
      #30302-1
  14. #30241 0849693277 (@0849693277) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 20:41

    เค้าโอนเงินแล้ว แต่กดยืนยันไม่ได้เลยค่ะ โหลดช้ามากกก

    #30241
    0
  15. #30187 27282930 (@27282930) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 16:33

    สงสารเจ้าขาจับใจเลย
    #30187
    0
  16. #29994 0849693277 (@0849693277) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 11:45

    คิดถึงุงไค

    #29994
    0
  17. #29003 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 10:04
    ใจหล่นเลย ตอนแม่หันหน้าหนี จะร้องงงงงง
    #29003
    0
  18. #28729 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:54
    ยูค ยอมมมมมมมมมมมม
    #28729
    0
  19. #28388 Pang_happy (@Pang_happy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 21:22
    อารมณ์นี้เคย เป็นอารมณ์ที่แบบว่ายากมากไม่กล้าบอกแม่เลย คือแม่อยู่ต่างประเทศโทรไปหาแม่แล้วแบบร้องไห้ แค่คำว่าหนูท้องพูดยากมาก ปล.ไม่ได้ท้องตอนเรียนหรอก แต่ที่เครียดเพราะท้องเพราะเลือดไม่ดีเลือดสามีไม่ดีด้วยเด็กจะไม่แข็งแรงคือรู้อยู่แก่ใจ แต่คุมไม่ดีท้อง
    #28388
    0
  20. #26160 zaran (@zaran) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 02:54
    สงสารเจ้าขา
    #26160
    0
  21. #25099 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 18:52

    ยูคยอมมมมมม

    #25099
    0
  22. #24892 kangsoree (@jaokha11) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:31
    อ่านเเล้วมันก็จะเเปลกๆหน่อยชื่อเล่นนางเอกเหมือนเราเเต่ชื่อเราเขียนเเบบนี้ “เจ้าข๋า”มีจัตวาเก๋ดี
    #24892
    0
  23. #23759 Sweetynuna_ (@Sweetynuna_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 02:20
    ง่อออออออ
    #23759
    0
  24. #22223 kinnare2547 (@kinnare2547) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 19:08
    แค่อ่านตอนแรกน้ำตาก็จะไหล คือลองคิดดูว่าถ้าเกิดขึ้นกับตัวเรา เราจะทำยังไง;-;
    #22223
    0
  25. #21917 sailovetula1 (@sailovetula1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:38
    เพิ่งเริ่มอ่านค่ะ ^-^
    #21917
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น