กินรีแห่งป่าหิมพานต์ (I) Kinnara of Himmapan Forest

ตอนที่ 14 : 9.กระจกฉายภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ธ.ค. 57


งั้นข้าจะเล่าให้ฟัง... อืม.. แต่เล่าอย่างเดียวคงไม่เห็นภาพอินทาหยิบกระจกบานหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ฉายภาพให้ดูเลยดีกว่า!!!” และก็เริ่มมีภาพฉายออกมาจากกระจก...

 

...ข้าเองก็เป็นลูกครึ่งกินรีเช่นกัน แต่ปีกสีขาวของข้าโดนทางการยึดไป ตอนนั้นข้าอายุ 14 ปี ข้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโจรที่เมืองกินรีดำ แต่ข้ามักจะหนีมาเที่ยวทางฝั่งกินรีขาวอยู่เสมอ และข้าก็ได้เห็นนาง’.... การะเวก...กินรีน้อย... ตอนนั้นวัยคงสักประมาณ 10 ขวบเห็นจะได้ มานั่งร้องไห้อยู่ริมสระน้ำเป็นประจำ ในขณะที่เพื่อนๆวัยเดียวกันกับเธอเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ข้าสงสัยจึงเข้าไปถาม นางตอบว่านางเสียใจที่ตนเกิดมาเป็นลูกครึ่งกินรี ทั้งๆที่พ่อ แม่ และพี่ชายบุญธรรมของนางพยายามจะปกปิดความลับนี้ โดยการให้นางใส่ปีกสีขาวไว้ตลอดเวลา ตราบใดที่มีปีกสีขาวอยู่ที่ตัว ความเป็นกินรีดำก็จะไม่ปรากฏ แต่วันหนึ่งนางลองถอดปีกออกตอนจะลงเล่นน้ำ ตามคำชวนของเพื่อนๆ นางจึงได้รู้ความจริง ข้าสงสารจึงอยากชวนนางมาอยู่ที่เมืองกินรีดำ แต่นางรักพี่ชายของนางมาก และอีกเหตุผลที่ทำให้นางเสียใจคือ นางไม่สามารถฝึกศาสตร์ขาวได้ เพราะไม่ผ่านการทดสอบจากไอ้ลูกแก้วอะไรก็ไม่รู้นั่น พอดีกับที่ข้าแอบไปเล่นซนในห้องสมุดโบราณของหมู่บ้านกินรีดำ และเจอคัมภีร์ศาสตร์มืดแบบโบราณอันที่จริง คนที่จะฝึกศาสตร์ดำได้จะต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่สำหรับลูกครึ่งกินรีจะเป็นข้อยกเว้น ข้าจึงเสนอในนางมาฝึกศาสตร์ดำกับข้า และสามารถทำได้จริงๆ  การะเวกดูมีความสุขมากกับการได้ใช้พลังของตัวเอง นางจึงบอกกับข้าอย่างหนักแน่นว่า ยังไงนางก็ต้องฝึกให้สำเร็จทั้งคัมภีร์ให้ได้!...” อินทาหยุดเล่า แต่ภาพในกระจกก็ยังดำเนินต่อไป...

 

-ในกระจก-

            วันหนึ่ง การะเวกกำลังฝึกศาสตร์มืดอยู่ในห้องของตน เธอร่ายเวทย์มนตร์ดำกับอุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะของเธอ เฟี้ยว.. ขณะนั้น สินธุก็เปิดประตูเข้ามาพอดี!

 

พี่สินธุ!!!” การะเวกอุทานด้วยความตกใจ

 

การะเวก... นี่น้องกำลังทำอะไร!” สินธุมองไปที่อุปกรณ์เกี่ยวกับศาสตร์มืดทั้งหลาย ที่วางอยู่บนโต๊ะ

 

ขะ..ข้าก็กำลังฝึกศาสตร์มืดอยู่น่ะสิ

 

ศาสตร์มืด!...เจ้าบ้าไปแล้วรึการะเวก

 

ท่านพี่เลิกหลอกตัวเอง...เลิกหลอกข้าซะทีได้ไหม!!! ข้าเป็นกินรีดำ... ลูกครึ่งกินรีขาว-ดำ!!!” การะวกตะโกนใส่

 

แต่ยังไง เจ้าก็ไม่น่าจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการฝึกศาสตร์มืดนะ! มันอันตราย...

 

ท่านพี่ไม่เข้าใจข้าหรอก!! ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของข้าเลย...ไม่มี….”

 

พี่เป็นพี่ของน้องนะ ทำไมพี่จะไม่เข้าใจน้องล่ะ

 

ท่านพี่ก็พูดได้สิ! ท่านพี่ได้รับเลือก ท่านพี่ผ่านการทดสอบนั่น ท่านพี่มีศาสตร์ขาว!!  แล้วข้าล่ะ...ข้ามีอะไร... หากมีสิ่งใดที่จะทำให้ข้ามีพลังได้ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์อะไรก็ตาม ข้าก็ยอมทั้งนั้น! อีกไม่นาน...ข้าก็จะทำสำเร็จแล้ว ท่านพี่คอยดูให้ดีก็แล้วกัน!!!”

 

พี่ไม่ยอมให้น้องต้องเป็นกินรีดำหรอก!” สินธุเข้าไปจับตัวการะเวก

 

ปล่อยนะ! ท่านพี่ ปล่อย!!!!!!”  การะเวกเผลอปล่อยศาสตร์มืดใส่สินธุเต็มแรง

 

อั่ก!” สินธุล้มลงไปกระแทกกับพื้น สลบไป ขณะนั้นแม่ของสินธุก็เปิดประตูเข้ามา

 

ลูกแม่! สินธุ... การะเวก ลูกทำอะไรน่ะ!”

 

ขะ..ข้า ขอโทษ

 

“การะเวก! นั่นลูกทำอะไรลงไปน่ะ!” แม่ของสินธุพูดขึ้น 

 

“ท่านแม่คอยดูก็แล้วกัน... การะเวกพูดเสียงต่ำ ก่อนจะเริ่มรายเวทย์ศาสตร์มืด เกิดลมพัดแรง และท้องฟ้ามืดครึ้มไปทั่วบริเวณ ศาสตร์มืดขั้นสูงสุด!!!!!!!!!!!!!!!”  การะเวกปล่อยพลังใส่ร่างของสินธุ ไม่นานสินธุก็ฟื้นขึ้นมา

 

ลูกแม่…” แม่ของสินธุโผเข้ากอดลูกชาย

 

ในที่สุด...ข้าก็สำเร็จศาสตร์มืดขั้นสูงสุด!” การเวกยิ้มดีใจ

 

การะเวก...แขนน้องเป็นอะไร!” สินธุชี้ไปที่แขนของการะเวก

 

กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” การะเวกกรีดร้องด้วยความตกใจ ขนนกที่แขนของเธอกำลังจะกลายเป็นสีแดง!

 

น้องคือนิลกาฬ... สินธุรำพึง

 

พี่สินธุ! ช่วยข้าด้วย!! ข้าไม่รู้เป็นอะไร!” สีแดงเริ่มลุกลามขึ้นเรื่อยๆ และมีแสงสีแดงเป็นควันเข้ารุมล้อมตัวเธอ สินธุรวบรวมพลังศาสตร์ขาวที่ตนมีทั้งหมดปล่อยเข้าใส่ตัวการะเวก

 

ข้าขอปิดผนึกเจ้านิลกาฬโดยแลกกับชีวิตของข้า!!!!!!!!” สินธุตะโกน พลังศาสตร์ทั้งขาวและแดงค่อยๆจางหายไป การะเวกกลับเป็นเช่นเดิม

 

ขอบคุณ...ท่านพี่ ...  พี่สินธุ!!!” การะเวกตกใจสุดขีดเมื่อเห็นร่างของสินธุกำลังจะสลายกลายเป็นควันจางๆ

ไม่นะ! ข้าไม่ยอม! ท่านพี่!!!.. ข้า...ทันใดนั้นการะเวกเหลือบไปเห็นสร้อยรูปปีกสีดำซึ่งอินทาให้ไว้เพื่อป้องกันตัว มันคือสร้อยปิดผนึกที่ทำให้กลายร่างเป็นเด็ก การะเวกจึงหยิบมาคล้องที่คอของสินธุ เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น!

 

อุแว้!!!” สินธุในร่างทารกน้อยร้องขึ้น

 

ท่านพี่.... การะเวกทำหน้าเศร้า เธออุ้มทารกน้อยขึ้นมา ข้าขอโทษ... ข้าไม่อยากให้ท่านต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ หากท่านพี่ได้อยู่ในโลกมนุษย์น่าจะมีความสุขและปลอดภัยกว่าหิมพานต์... การะเวกเดินอุ้มทารกน้อยอย่างทะนุถนอมไปที่หน้าบ้าน พ่อและแม่ของสินธุเดินตามหลังมา

 

เอ่อ...การะเวกลูกหมายความว่ายังไง...พ่อของสินธุพูดขึ้น พลางกอดแม่ของสินธุที่ร้องไห้อยู่แนบอก

 

ท่านพ่อกับท่านแม่จะไปด้วยก็ได้นะ...

 

แล้วลูกล่ะ....การะเวก... แม่ของสินธุพูดไปสะอึกสะอื้นไป

 

ข้าทำความเดือดร้อนให้ท่านมามากพอแล้ว... ทั้งๆที่ท่านเป็นผู้เก็บข้ามาเลี้ยง แต่ข้ากลับไม่เคยตอบแทนบุญคุณของท่านเลย แถมยัง...

 

ลูกรู้แล้วเหรอ....ว่า...

 

ถึงยังไงลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อกับแม่นะ! การะเวก...

 

ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าเป็นใคร หรือข้าเป็นตัวอะไร... แล้วถ้าสิ่งที่ข้าเป็น มันคือสิ่งที่เลวร้ายล่ะ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องทนรับชะตากรรมแบบนั้น... น้ำตาใสๆไหลออกมาจากดวงตาอันคมกริบของเธอ... การะเวกเดินเข้าไปส่งทารกสินธุให้ผู้เป็นแม่ แล้วทั้งพ่อ แม่ ลูก(บุญธรรม)ก็กอดกันเป็นครั้งสุดท้าย....

 

ข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องเลี้ยงดูพี่สินธุใหม่อีกครั้ง...

 

พ่อกับแม่ให้อภัยลูกแล้วนะ พ่อบุญธรรมเช็ดน้ำตาที่แก้มของการะเวก

 

ถึงลูกจะเป็นยังไง แม่ก็รักลูกนะ... การะเวกกอดแม่บุญธรรมของเธออีกครั้ง ทั้งสามยิ้มให้กัน การะเวกร่ายเวทย์ศาสตร์มืด เสกนกอินทรีย์สีดำตัวหนึ่ง

 

อินทรีย์ตัวนั้นจะนำทางท่านไปที่วิมาณของพญาครุฑ พวกครุฑส่วนใหญ่มักรู้ทางไปยังโลกมนุษย์ ข้าช่วยท่านได้แค่นี้แหละ....นกอินทรีย์และพ่อแม่ของเธอ บินไปหายลับฟ้าไป มีเพียงการะเวกที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว นางกำมือแน่น พยายามเข้มแข็ง หวังว่าท่านพี่คงจะได้อยู่ในที่ที่ดีที่สุด...จบการฉายภาพ-

 

ที่แท้แล้ว... ข้าก็เป็นคนปิดผนึกนางเอง... วเนศน์พูดขึ้น

 

ถึงว่า... เจ้าจึงได้ดูมีพลังศาสตร์ขาวมากกว่าใครๆ  อืม...จะว่าไปก็สงสารพี่การะเวกเหมือนกันนะ... กิ่งแก้วว่า

 

ใช่.... แต่ผนึกใดๆ ก็ไม่อาจจะต้านพลังของนิลกาฬได้สักที อินทาบอก

 

ข้ารู้สึกว่า เจ้าจะมีของแปลกๆหลายอย่างเลยนะ ทั้งคัมภีร์ ทั้งสร้อย แล้วไหนจะกระจกนั่นอีก พระสุธนว่า

 

แน่ล่ะ... สันดานโจรก็งี้  แต่ข้าขโมยเท่าที่จำเป็นเท่านั้นนะ หากข้าใช้ไม่หมดก็จะเอาไปคืน และข้าก็ปล้นแต่กินรีและกินนรรวยๆ เอาไปแจกให้กินนรหรือกินรีจนๆแถวชายแดนด้วย

 

พี่อินทาเองก็เป็นกินนรดีเหมือนกันนี่คะ

 

ข้าเป็นกินนรดีจะตาย พวกเจ้าระแวงไปเองต่างหาก

 

แต่ยังไง เจ้าก็เป็นโจรอยู่ดี พระสุธนบอก

 

ท่านพระสุธน รู้สึกว่าท่านจะเก่งเชิงดาบ ลองมาดวลกับข้าหน่อยเป็นไง

 

ฮึ!...ได้เลย... แต่มีข้อแม้นะ

 

หือ...

 

ถ้าข้าชนะ เจ้าต้องเดินทางไปกับเรา และช่วยเราปราบนิลกาฬ

 

แล้วถ้าท่านแพ้ล่ะ

 

เจ้าอยากได้อะไรจากข้าล่ะ

 

งั้นตกลง!”

 

เริ่ม!!!” ทั้งสองชักดาบออกมา พุ่งเข้าสู้กันอย่างสง่างาม!

 

โช้ง! เช้ง!    อ๋อย~~…”

 

เจ้ายังต้องฝึกอีกเยอะนะ อินทา... อะไรกัน! สู้กับไม่กี่คราเจ้าก็แพ้แล้ว

 

อูย..... ข้าไม่น่าสู้กับท่านอย่างยุติธรรมเล๊ยยยย!...”

 

อะไรนะ

 

ปะ..เปล่า  ท่านเก่งมากเลยพระสุธน อย่างนี้ต้องไปรุ่งแน่ๆ นอกจากจะรูปหล่อแล้วยังเก่งอีกนะเนี่ย มิน่าพวกกินรีสาวๆถึงอิจฉาเจ้าหญิงมโนห์รากัน ตาร้อน ผ่าวๆๆๆ

 

มันพูดพล่ามอะไรอยู่น่ะ...” พระสุธนว่า

 

ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน เจ้าพี่” มโนห์ราบอก

 

เอาล่ะ! ท่านทั้งหลาย ข้าจอมโจรไม่เต็มบาทอินทาจะร่วมเดินทางไปกับพวกท่าน!!!” อินทาทำท่าเคารพและยิ้มอย่างกวนๆ ไปกันเถอะเด็กๆ ข้าน่ะรักเด็กมากนะรู้ไหม ^ ^”อินทาเดินมากอดคอวเนศน์และกิ่งแก้วคนละข้าง วเนศน์และกิ่งแก้วมองหน้าอินทาอย่างงงๆ 

 

**********

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #24 yume hiyama (@hiyama) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2554 / 00:45
    ข้าเปนบ้าไปแล้วไรท์เตอร์
    #24
    0
  2. #23 สายลม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2554 / 11:03
    มาอัพต่อไว้ๆนะ กำลังสนุกเลย
    #23
    0