เหลี่ยมรักเชลยทาส (กำราบรักเชลยพรหมจรรย์)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 พ.ค. 62

 

บทนำ



 

เสียงรองเท้าหนังขึ้นเงาวาววับดังกระทบพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งอย่างเป็นจังหวะ มือหนาที่แดงก่ำและเย็นจนเกือบแข็งเพราะสภาพอากาศอันแสนเหน็บหนาว ถูกซุกลงในกระเป๋ากางเกงลูกฟูกสีดำเข้ม ซึ่งเป็นโทนสีเดียวกันกับเสื้อยืดแขนสามส่วนที่สวมทับด้วยเสื้อโค้ชตัวยาวระถึงหัวเข่า คืนนี้ดึกสงัดมากพอสมควรแล้ว หนทางที่มุ่งหน้าขึ้นสู่ตึกผู้ป่วยรวมจึงค่อนข้างเงียบเชียบ เขาได้ยินเพียงแค่เสียงลมหายใจของตัวเองเท่านั้นที่ดังก้องอยู่รอบตัว

เจ้าของร่างกำยำที่สูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเอื้อมมือไปกดลิฟต์ เมื่อมันเปิดออกพร้อมกับความว่างเปล่า ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไปข้างในพร้อมกดหมายเลขของชั้นสี่อันเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่นานนักเขาก็ก้าวออกมาสอบถามข้อมูลกับพยาบาลเวรที่นั่งประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เธอตาค้างจนเขาต้องโบกมือเรียกสติ

เฮ้ คุณพยาบาลครับ ได้ยินผมไหมหนุ่มหล่อร้องเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์

เอ่อ...ค่ะ คุณว่ายังไงนะคะหญิงสาวถาม ขณะพยายามละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลาขาวคมที่มีดวงตาสีสวยสุกสกาวนั้นอย่างยากลำบาก เมื่อกี้คุณแจ้งว่าต้องการพบใครไม่ทราบคะ ฉันจะได้ตรวจสอบข้อมูลให้จนแล้วจนรอดสายตาเธอก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เขาเสมอ

ผมมาเยี่ยมเพื่อนที่ชื่อวอเนอร์น่ะครับ...วอเนอร์ เอลตันที่ถูกยิงบาดเจ็บ

อ๋อ มิสเตอร์เอลตันนั่นเอง เชิญข้างในได้เลยค่ะ อยู่ที่เตียงสิบสามนะคะคุณพยาบาลหน้าหวานบอกพร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมีความหมาย ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ชเพื่อหยิบปากกาออกมา มือข้างหนึ่งรั้งมือเธอมาตรงหน้า แล้วจรดปลายปากกาเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงในมือนุ่มนิ่ม จากนั้นเขาก็พลิกหลังมือเธอขึ้นจูบเบาๆ แล้วทำหน้าเก๋จนคนมองใจเต้นแรง

คงเป็นเกียรติมากถ้าคุณยอมไปดินเนอร์กับผมสักมื้อ พร้อมก็โทรมาได้เลยนะครับ

แน่นอนค่ะ ฉันจะโทรไปหญิงสาวส่งยิ้มเอียงอายให้เขาอย่างเปิดเผย

เยี่ยมเลย ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับเขาเลิกคิ้วแล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูฝ้าสีขาวมัวทันที ทว่ายังไม่ทันได้เอื้อมมือไปสัมผัสกับลูกบิดด้วยซ้ำ คนข้างในก็เปิดประตูสวนออกมารวดเร็วเสียจนเกือบฟาดเข้าที่หน้าหล่อเหลาของเขา อีกฝ่ายที่อยู่ในชุดสูทดูภูมิฐานพยักหน้าเป็นเชิงขอโทษ ก่อนจะรีบหุนหันเดินตรงไปที่ลิฟต์

ชายหนุ่มมองตามไปด้วยความประหลาดใจ ลางสังหรณ์และสายตาที่มองอะไรไม่เคยพลาดของเขา ย้ำเตือนว่าอีกฝ่ายดูร้อนรนผิดปกติ คิดแล้วเขาก็รีบเปิดประตูพรวดเข้าไปข้างในห้องผู้ป่วย เมื่อมองไปยังเตียงหมายเลขสิบสาม เขาก็เห็นร่างของวอเนอร์นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขารีบวิ่งตรงไปที่เตียง เขย่าร่างเพื่อนร่วมงานเต็มแรง แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

ไม่นะวอเนอร์!” ชายหนุ่มตบแก้มคนที่นอนนิ่งเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสจุดชีพจรตรงลำคอ ความจริงอันเลวร้ายทำให้เขานิ่งอึ้ง ลำคอที่เพิ่งเอ่ยเรียกชื่อของเพื่อนรักนั้นแห้งผาก สีหน้าหม่นลงอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เพราะตอนนี้คนที่นอนอยู่บนเตียงได้หมดลมหายใจลงแล้ว

ตอนแรกฉันเห็นเขายังปกติดีนะ เขาบอกว่าแผลที่ถูกยิงไม่ค่อยเจ็บแล้วด้วย แต่หลังจากผู้ชายคนนั้นเข้ามาแล้วดึงผ้าม่านปิดรอบเตียง เปิดออกมาอีกครั้งเขาก็หลับสนิทไปแล้วชายชราที่อายุไม่น่าจะต่ำกว่าหกสิบปีเอ่ยบอก คงดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนข้างเตียงไม่ได้หลับ แต่ถูกบังคับให้กินยาบางอย่างจนถึงแก่ชีวิตไปแล้ว

ผู้ชายใส่สูทใช่ไหมครับชายหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นสบตา

ใช่แล้ว เขาดูดีนะ แต่แววตาสีน้ำตาลเข้มนั่นกวนประสาทชะมัด

ให้ตายสิ!” เขาสบถด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งออกไปข้างนอก ด้วยความหวังว่าอาจจะตามตัวคนร้ายได้ทัน เขาไม่ยอมเสียเวลาตะโกนบอกกับพยาบาลด้วยซ้ำว่าวอเนอร์เพื่อนรักเสียชีวิตลงแล้ว ฝีเท้าที่มั่นคงปราดเปรียววิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุเฮอริเคน จนกระทั่งมองเห็นหลังของไอ้คนสารเลวอยู่ในกรอบสายตา

ปืนพกยี่ห้อพาราออร์ดแนนซ์คู่ใจที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถูกกระชากออกมาจากหลังเอวกางเกงและเล็งตรงไปยังเป้าหมาย ปืนสีดำสวยดูสง่ากระบอกนี้เป็นหนึ่งในสิบของปืนที่มีราคาแพงที่สุด ยอดเยี่ยมและมีความแม่นยำสูงมาก ชายหนุ่มหมายมั่นว่าจะยิงตัดกำลังเข้าที่ขา แต่สิ่งที่ไม่คาดถึงก็เกิดขึ้น เพราะจู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ที่สวมชุดดำปกปิดใบหน้ากรูกันมาห้อมล้อมเอาไว้ ปืนนับสิบกระบอกจ่ออยู่ที่เขาจนต้องชูมือขึ้นเหนือศีรษะอย่างคนแพ้

เคยได้ยินไหมคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าน่ะสิ้นคำพูดปริศนา คนของเขาที่ซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ ของโรงพยาบาล โดยสวมชุดแพทย์และพยาบาลก็ปรากฏตัวออกมา พร้อมสาดกระสุนกระหน่ำยิงฝ่ายคนร้ายจนล้มลงระเนระนาด ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมย่อกายหลบ ก่อนจะกลิ้งตัวไปซ่อนอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่ สายตามองหาชายที่สวมสูทก็พบว่ากำลังยืนแสยะยิ้มอยู่ตรงมุมหนึ่ง

เขาลัดเลาะไปตามกำแพงอย่างระมัดระวัง แล้วหาจุดยืนที่ปลอดภัย มือที่กำปืนแน่นจ่อไปที่ตำแหน่งศีรษะของคนที่กล้าฆ่าเพื่อนของเขาถึงในโรงพยาบาล ทั้งที่อุตส่าห์ให้พักอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมเพื่อความปลอดภัยแล้วแท้ๆ ฝ่ายนั้นหันมาเห็นเข้าพอดีจึงหมุนตัวหลบกระสุนไปอย่างหวุดหวิด ชายหนุ่มขบกรามแน่นที่พลาดเป้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความโกรธทำให้สมาธิของเขากระจัดกระจาย รีบวิ่งออกจากที่ซ่อนตัวเพื่อไล่ตามคนร้ายไป จนกระทั่งถูกล่อออกไปทางด้านหลังของโรงพยาบาลที่ดูเปลี่ยวและมืดสนิท

ตัวต่อตัวดีกว่าไหมไอ้หน้าหล่อเสียงนั้นดังขึ้นจากมุมหนึ่ง

ออกมาสิวะไอ้สารเลว...แกฆ่าวอเนอร์ทำไม!”

แกตอบตกลงก่อนสิว่าจะสู้กันแบบลูกผู้ชาย

ได้...ฉันตกลงอย่างไม่มีข้อแม้เชียวล่ะไอ้ตูดพูดจบชายหนุ่มก็นำปืนคู่ใจสอดไว้ที่ข้างเอว แต่ยังไม่ได้ละมือจากมันเผื่อว่าอีกฝ่ายจะคิดเล่นสกปรก เขาจะไม่ยอมพลาดท่าให้ขยะสังคมพวกนี้เด็ดขาด

ในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้รู้แล้วว่าแกเองก็คือหนึ่งในหน่วยสืบสวนแบล็คเลพเพิร์ด โดมินิคประมาทมากนะที่ให้แกมาปรากฏตัวที่นี่ หึหึ...ไอ้วอเนอร์นั่นมันสมควรตายแล้ว เพราะมันร้ายกาจเกินกว่าที่เจ้านายฉันจะปล่อยให้มันรอดไปได้ อยากรู้ไหมว่าฉันจัดการกับมันยังไงคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ฉันใช้ยาเคมีป้ายที่ผิวมัน พอมันเคลิ้มฉันก็ฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือดดำของมัน

ไอ้หมาลอบกัด!”

ถ้าแกไม่อยากตาย ฉันแนะนำให้แกถอยไปให้พ้นทาง วางคดีเรื่องตลาดค้าทาสซะ

ฝันไปเหอะ ฉันไม่แคร์ไอ้พวกเดนสังคมอย่างแกหรอกคราวนี้ไม่พูดเปล่า แต่ชายหนุ่มถอดเสื้อโค้ชออกแล้วเหวี่ยงห่างออกไปพอสมควร สองมือยกขึ้นตั้งการ์ดระดับอก ก้าวเท้าวนไปมาอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะกระดิกนิ้วให้อีกฝ่ายเข้ามาดวลกันให้เห็นฝีมือไปเลย

วันนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องกลายเป็นศพอยู่ที่นี่ ซึ่งมันต้องเป็นไอ้สารเลวตรงหน้าอย่างแน่นอน หากมันรอดไปได้ ผู้กุมอำนาจมืดที่ใหญ่คับเมือง ต้องมีคำสั่งบีบบังคับถอดถอนเขาออกจากหน่วยสืบสวนแบล็คเลพเพิร์ด เพราะฉะนั้นจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าหน่วยงานของเขากำลังเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ และเขาก็คือหนึ่งในนั้น ไม่อย่างนั้นผู้อำนวยการหน่วยอย่างโดมินิคคงต้องซวยกว่าใครเพื่อนแน่

เรียกฉันว่าเดสมอนด์ชายร่างใหญ่ถอดสูทตัวนอกออกพร้อมคลายเน็กไท ก่อนจะแนะนำตัวเอง

ฉันเบนจามิน...คนที่จะทำให้แกหมดโอกาสได้กลับบ้านแล้วชายหนุ่มก็พุ่งตัวเข้าหาเดสมอนด์ทันที โชคร้ายที่ความว่องไวนั้นทำให้ถูกหมัดหนักๆ ปล่อยอัดเข้าเต็มข้างแก้ม เดสมอนด์สะบัดหน้าให้หายจากความมึนงง ตั้งท่ารับการโรมรันจากเบนจามิน แต่คราวที่สองก็ยังพลาดถูกเตะตัดขาจนล้มหงายลงบนพื้น

เบนจามินสะบัดเท้าเตะเข้าที่ชายโครงจนเดสมอนด์อ้าปากหอบหายใจอย่างยากลำบาก และก่อนที่จะถูกเตะซ้ำเข้าที่จุดเดิมจนซี่โครงหักหลายท่อน เขาก็พลิกตัวหนีไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วรีบอาศัยจังหวะนั้นยันตัวเองลุกขึ้นจากพื้น พ่นลมหายใจที่มีละอองควันสีขาวด้วยความหนาวเหน็บออกมาจากริมฝีปาก

มาสิ ฉันเปิดโอกาสให้นายแล้วนะเดสชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยือกเย็น

แกอาจจะเร็วนะเพื่อน แต่ให้ตายก็สู้ฉันไม่ได้หรอกว่ะคนที่มั่นใจในตัวเองรีบเป็นฝ่ายพุ่งตัวเข้ามาใส่บ้าง สองร่างที่ใหญ่โตพอกันกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่มีใครยอมพ่ายแพ้ให้แก่ใคร หมัดลุ่นๆของเบนจามินทำให้โหนกแก้มของเดสมอนด์ปริแตกเลือดพุ่ง ซึ่งเขาก็โดนเอาคืนด้วยการถูกเข่าแข็งแรงของศัตรูอัดเข้าตรงหน้าท้องจนจุก แล้วเดสมอนด์ก็ประเคนเท้าถีบยอดอกกว้างจนล้มแผ่

เบนจามินดีดตัวลุกขึ้นยืนดังเดิมได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ใช้นิ้วโป้งปาดเลือดออกจากจมูกแล้วกระดิกนิ้วเรียกเดสมอนด์ให้เข้ามาหาอีก เดสมอนด์ถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดลงบนพื้น สองมือกำหมัดแน่นขณะวาดแขนเข้ามาหาชายหนุ่ม เบนจามินตั้งรับได้ทัน รีบสวนกลับด้วยหมัดที่หนักหน่วงจนอีกฝ่ายต้องยกมือกุมจมูกแล้วคำรามอย่างเจ็บปวด

แกทำจมูกฉันหักแล้วไอ้ลูกหมา!”

อย่าว่าแต่จมูกเลย กระดูกแกฉันก็จะหักให้เป็นสองท่อนด้วยเหมือนกัน

ไอ้เวรเอ๊ย!” เดสมอนด์กวาดหมัดไปมา ก่อนจะถูกเท้าของเบนจามินยันโครมเข้าเต็มอก

ลุกขึ้นมาไอ้ปีศาจ...ลุกขึ้นมาก่อนที่ฉันจะฆ่าแก

ใครกันแน่วะที่จะต้องตาย!” คนที่นอนหงายอยู่บนพื้นรวบเศษฝุ่นดินแล้วโยนใส่หน้าคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เบนจามินเสียท่ารีบยกมือขึ้นปัดละอองฝุ่นและกะพริบตาถี่ๆ สิ่งที่เขาเห็นคือตอนนี้เดสมอนด์กำลังจ่อปืนมายังเขา มือหนาขยับจะคว้าปืนออกมาจากเอวกางเกงบ้าง แต่ทว่าช้าไป

ปัง! ปัง!

ร่างสูงกำยำเสียหลักล้มทรุดลงบนพื้น ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เหยเกอย่างเจ็บปวด กระสุนจากปลายกระบอกปืนของเดสมอนด์แล่นทะลุผ่านต้นขาของเขาจนเลือดสีแดงสดทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก แต่บาดแผลที่อาจทำให้ถึงตายได้คือตำแหน่งของช่องท้องที่กระสุนยังคงฝังแน่นอยู่ภายใน

แทบจะในวินาทีเดียวกันนั้นเอง เดสมอนด์ได้ถูกเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันที่รีบตามมาช่วยเบนจามิน ยิงเข้าที่ท้ายทอยจนหมดโอกาสได้หายใจต่อ ร่างของเขาทรุดฮวบลงนอนแน่นิ่ง ตอนนี้สถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลคลี่คลายลงแล้ว พวกคนเลวถูกยิงตายไปหลายศพ แต่ก็มีหลายคนที่หนีรอดออกไปได้ ทว่าไม่น่าห่วงอะไร เพราะทุกคนของหน่วยสืบสวนแบล็คเลพเพิร์ดมีหน้ากากปิดบังใบหน้าไว้หมด เว้นแค่เพียงเบนจามินเท่านั้นที่ไม่ได้ปกปิดตัวเอง ได้แต่หวังว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็นหน้าเขาชัดเจนเท่ากับเดสมอนด์...ที่ตอนนี้ได้ชดใช้กรรมของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

เบน!” เสียงของใครคนหนึ่งดังก้องขึ้นเหนือศีรษะ

แม็กกี้…” เขาหรี่ตามองและเรียกชื่อเธอเบาๆ

อดทนไว้เบน คุณต้องไม่เป็นอะไร!” มากาเร็ตดึงผ้าเช็ดหน้าออกมากดทับบริเวณบาดแผลให้เพื่อห้ามเลือด

แน่นอน ผม...ผมยังตายไม่ได้อยู่แล้ว

ชายหนุ่มยิ้มบาง ก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนนุ่มนิ่มนั้น














กลับมารีอัพให้อ่านกันอีกรอบค่ะ

ประเดิมด้วยบทนำแบบบู๊เล็กๆ 

ฝากคนที่ผ่านเข้ามาคอยติดตามด้วยนะคะ

รับประกันความน่ารักหื่นโหดของพระเอกค่ะ ฮิฮิ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

40 ความคิดเห็น