ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 120 : บทที่ 16 มารตัวเดิม (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

ทันทีที่ได้เห็นโยษิตาน้ำตาคลอเบ้า ปัณฑ์ธรก็ไม่รอช้าที่จะก้าวตามเธอออกไปเพื่ออธิบายความจริง ทว่าคนธวัลย์กลับรั้งเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแน่น

“พอเถอะค่ะพี่ปัณฑ์ ให้น้องเขาทำใจสักพักเดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น น้องเขาอายุยังน้อย ยังไม่เคยเจอใครเท่าไร แต่คิตเชื่อว่าจากนี้ถ้าเขาเปิดใจบ้างจะต้องเจอคนที่ดีแน่

ปัณฑ์ธรตัวเกร็งขึ้น เขาทนฟังคำพูดของเธอต่อไม่ไหวจึงสลัดแขนของเธอออกเต็มแรง แต่เธอก็ยังไม่ยอมปล่อย เขาจึงต้องสั่งเสียงเรียบ

“ปล่อย”

คราวนี้คนธวัลย์ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะเธอเกรงเสียงดุๆ และท่าทีเย็นชาของเขาเป็นที่สุด มันบ่งบอกถึงความไร้เยื่อใยที่เขามีต่อเธอ

“คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็กลับไปเถอะ แล้วอย่าลืมเอาเสื้อผ้าที่เหลือไปด้วยนะ”

คนธวัลย์งงงวย ไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้เขาจะใจร้ายไล่เธออกมาตรงๆ “พี่ปัณฑ์ หมายความว่ายังไงคะ นี่พี่ปัณฑ์จะไม่ให้โอกาสคิตเลยใช่ไหม เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอคะ คิตรักพี่ปัณฑ์นะ”

“…”

ดาราสาสวพร่ำรำพันด้วยใบหน้าเลอะไปด้วยน้ำตา แต่เขาก็ยังเมินเฉย ทำเหมือนเอือมระอาเต็มที ความอดทนของเธอจึงหมดลง เผลอแสดงธาตุแท้ออกมา

“ทำไมคะ พี่ปัณฑ์ยอมรับแล้วใช่ไหมว่า ที่ผ่านมาพี่ปัณฑ์ไม่ได้เห็นยายน้องบ้านั่นเป็นแค่น้อง ไม่ใช่แค่น้อง! แล้วคิตล่ะ คิตเป็นอะไรสำหรับพี่ เป็นแค่ไม้กันหมาเหรอคะ หรือเป็นแค่เงาของยายเด็กนั่น!”

แม้จะไม่ชอบที่คนธวัลย์เรียกโยษิตาว่า ‘ยายบ้านั่น’ แต่เขาก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์ให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้เขาเป็นคนผิด เป็นคนก่อเรื่องยุ่งยากนี้ขึ้นเอง ไม่ควรทำให้ไฟลุกลามไปมากกว่านี้

“ผมขอโทษ…ที่ผ่านมาผมพยายามตัดใจแล้ว แต่ผมก็ทำไม่ได้ ผมพยายามรักคุณแล้ว…แต่มันก็ไม่สำเร็จ”

“…”

“ไม่มีอะไรที่จะไถ่โทษสำหรับที่ผ่านมาได้จริงๆ แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้ยังไงคิตก็ต้องได้เจอคนที่ดีกว่าผมแน่นอน”

มือบางของดาราสาวกำเข้าหากันแน่น เธอมองเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “พี่ปัณฑ์พูดง่ายจังเลยนะคะ คิตคบกับพี่มาตั้งหลายปี พี่เอาเวลาของคิตคืนมาได้รึเปล่าล่ะ พี่ปัณฑ์รู้ไหมว่ามีคนต้องการคิตอีกตั้งเยอะแยะ แต่ที่ผ่านมาพี่กลับไม่เห็นคุณค่าของคิตเลย พี่ไม่เคยมองอนาคตร่วมกันกับคิตเลย แต่คงจะโทษพี่ไม่ได้ใช่ไหม ในเมื่อความผิดของพี่อย่างเดียวก็คือการเพิกเฉย พี่ปัณฑ์ไม่เคยรักคิต!”

คนธวัลย์มองคนที่เธอหลงรักมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนอย่างโกรธเกรี้ยว เธอทุ่มใจ ทุ่มเวลาให้เขา ไม่เคยมองผู้ชายคนไหนเลยก็เพราะเขา ทำไมเขาถึงได้มองข้ามความจงรักภักดีของเธอ

“ผมเคยลังเลชอบคุณอยู่ช่วงแรกๆ ที่เราคบกัน”

“…”

“ตอนนั้นคิตเป็นเด็กสดใสร่าเริง แต่พอนานวันเข้า กาลเวลาเปลี่ยนไป คิตคนเดิม…หรือไม่เคยเป็นอย่างนั้นมาก่อนผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอได้หายไปแล้ว เธอกลายเป็นคนทะเยอทะยาน มีความต้องการ หวงหน้าตา ชื่อเสียง สังคม แล้วผมก็เริ่มเชื่อแล้วว่าคุณไม่ได้ชอบหรือรักผมอย่างที่เคยบอก แต่รักตัวเองต่างหาก”

คนธวัลย์ถึงกับสะอึก หน้าชา “คิตเป็นอย่างนี้ก็เพราะอยากมีหน้ามีตาทัดเทียมพี่ คู่ควรกับพี่ต่างหาก!”

เธอขอเงินเขาซื้อเครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋า เพื่อจะได้ดูดีมีหน้ามีตาเหมาะสมกับการเป็นดาราที่มีแฟนเป็นนักธุรกิจระดับหมื่นล้านที่ใครๆ ก็ต่างอิจฉา ซ้ำเขาก็ยังช่วยเธอเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่มาตลอดด้วย นี่จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอขาดเขาไม่ได้

“ไม่ใช่หรอก คุณรักตัวเองต่างหาก ลองถามตัวเองดูว่าถ้าคุณไม่รู้ว่าผมรวย มีธุรกิจใหญ่โต นับจากที่คิตผันตัวเองจากคนธรรมดาไปเป็นดารา คุณยังจะรักผมอีกไหม”

“…” คนธวัลย์จุกแน่นในอก เธอรู้คำตอบดี แต่เธอไม่อาจตอบเขาได้

ยุคนี้ใครๆ ที่เป็นนางเอกต่างก็มีแฟนหล่อเหลาและเป็นไฮโซทั้งนั้น ที่สำคัญปัณฑ์ธรเหนือกว่าผู้ชายแทบทุกคนที่เพื่อนดาราควงๆ กัน ถ้าหากแฟนของเธอไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร ความภาคภูมิใจของเธอในเรื่องความรักมันยังจะสามารถเอาไปอวดใครได้อีกไหม

“ผมรู้ว่าคุณรู้คำตอบดีที่สุด…ขอให้โชคดีนะคิต ถ้ามีปัญหาอะไรหรือลำบากจริงๆ ผมก็ยินดีช่วยเสมอ ยังไงความเป็นพี่น้องของเราก็ยังคงอยู่ต่อไป”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

223 ความคิดเห็น