ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 116 : บทที่่ 15 ฟิวส์ขาด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

 

พอถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกัน วรรษชลขอตัวไปทำงานต่อ เนื่องจากมีประชุมช่วงบ่ายสอง ส่วนโยษิตาเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกับปัณฑ์ธรและแฟนสาวของเขา ซึ่งพอถึงหน้าประตูเขาก็ถามเธอเสียงทุ้ม

“กลับยังไง”

“เอารถมาค่ะ” โยษิตามองไปยังคนธวัลย์ยิ้มๆ พลางเหลือบมองแขนขาวๆ ที่ควงแขนของปัณฑ์ธรไว้แน่น

พันแข้งพันขาอย่างกับลูกหมากลัวถูกทิ้ง!

ทันใดนั้นเธอก็เห็นว่ามือหนาจะเอื้อมมาแตะตัวเธออย่างที่มักทำเป็นประจำ แต่คนธวัลย์กลับกระตุกแขนเขาไว้เบาๆ

“ขับรถกลับดีๆ นะ”

“ไม่ต้องห่วงยิ้มหรอกค่ะ รีบไปส่งคุณคิตเถอะ” เธอบอกเขาอย่างใจดี ไม่ได้หาเรื่องอย่างที่นกหมั่นไส้ในใจ แต่หล่อนยังไม่วายมาพ่นพิษใส่เธออีก

“ใครว่าจะไปส่งจ๊ะ เรากำลังจะไปดูหนังต่อกันต่างหาก”

โยษิตากำมือแน่น เธอนึกอยากจะต่อยหล่อนหนักๆ ให้สมกับความอวดดีที่บังอาจยึดครองผู้ชายของเธอต่อหน้า ทว่าเธอยังไม่ทันได้ทำอะไรกรรมก็ตามสองทัน  หล่อนถูกคนที่กำลังควงแขนอยู่หักหน้ายับไม่เหลือชิ้นดี

“ไม่ได้หรอก บ่ายนี้ผมมีประชุมต่อ”

ริมฝีปากของโยษิตายกยิ้ม อดไม่ได้ที่จะยักไหล่และเชิดหน้าใส่ให้หล่อนกลับ ก่อนจะส่งสายตาให้ปัณฑ์ธรอย่างลึกซึ้ง “แล้วเย็นนี้เจอกันนะคะพี่ปัณฑ์”

 

พอถึงเวลาสี่ทุ่ม เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนของโยษิตาก็ดังขึ้น หญิงสาวที่กำลังเลิกผ้าห่มบนเตียงเพื่อเตรียมจะนอนจึงรีบผละไปเปิดประตู

“พี่ขอเข้าไปคุยด้วยหน่อยได้ไหม” ร่างสูงที่อยู่ในชุดเดียวกับเมื่อเช้าเอ่ยขึ้น

“ค่ะ” คนตัวเล็กเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้เขาเข้ามา

โยษิตาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมาจากร่างสูงที่เดินผ่านเข้ามา ซึ่งเขาคงไปดื่มมาแหงๆ

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโซฟาที่วางอยู่ปลายเตียงของเธออย่างถือวิสาสะ ถึงเขาจะมองเธอในฐานะน้องสาว แต่เจ้าของห้องที่ไม่เคยเจอใครบุกรุกก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้

ทว่าแทนที่เขาจะนั่งลง ปัณฑ์ธรกลับยืนหันหลังให้ โยษิตาสัมผัสได้ว่าแผ่นหลังของเขากำลังขยับขึ้นลงเหมือนกำลังหายใจเข้าลึก

เขาอาจจะกำลังครุ่นคิดเรื่องหนักอกหนักใจบางอย่าง ซึ่งหญิงสาวเชื่อว่าอีกไม่นานอาจมีควันพวยพุ่งออกมา เพราะคล้ายกับว่าเขาพยายามระงับอารมณ์กรุ่นๆ

“พี่รู้ว่าไม่ควรก้าวก่ายเรื่องงานของยิ้ม แต่งานของพี่ชลเปลี่ยนไปให้คนอื่นทำได้ไหม”

เจ้าของงานนิ่วหน้า ไม่คิดว่าเขาจะหันมาเริ่มประโยคสนทนาอย่างเรียกร้องเอาแต่ใจตัวเองกับเธอขนาดนี้

“ไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อรับงานเขามาแล้วก็ต้องทำให้จบ...ทำไมเหรอคะ พี่ปัณฑ์ไม่พอใจเรื่องอะไร…เรื่องที่พี่เขาใส่ใจยิ้มเหรอ”

ที่ผ่านมาเขาก็เป็นอย่างนี้ตลอด พอได้เห็นหรือได้ยินเพื่อนฟ้องว่ามีผู้ชายเข้ามาใกล้เธอหน่อย ปัณฑ์ธรก็จะเรียกเธอมาซักไซ้ แต่ตอนนี้มันต่างจากในอดีต ตรงที่เธอไม่คิดจะคล้อยตามคำพูดกึ่งสั่งของเขาอีกแล้ว

 “ไปสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไร กลางวันยังเรียกว่า ‘คุณ’ อยู่เลย หรือว่าติดต่อกันนอกเวลางาน” คนขี้หวงชักเริ่มหัวเสีย เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงใจ ไม่อ่อนโยนเหมือนปกติที่พูดกับเธอ

แต่พอรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดเสียงกระด้างใส่คนเป็นน้อง เขาก็ยกมือขึ้นเสยผมที่เป็นทรงจนมันยุ่ง อยากจะเขวี้ยงอะไรสักอย่างแรงๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเองก็จัดการอารมณ์ของตัวเองไม่ถูก

“เปล่าค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่เหรอคะ เขาดูเป็นคนดีออก มันไม่แปลกหรอกถ้ายิ้มจะลองคุยกับเขา”

จากที่นึกว่าเธออารมณ์จะเย็นลงหลังจากที่ได้หาเรื่องเขา คนยั่วโมโหอย่างเธอถึงกับสะดุ้ง

“ไม่ได้!” 

เขาไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอเลย หรืออาจเป็นเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยรั้นกับเขาถึงขั้นนี้ เธอยอมรับว่าแอบกลัวเขาตอนโกรธมาก แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องกัดฟันสู้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง

“ยิ้มเป็นคนตัดสินใจเองค่ะว่าจะทำอะไร พี่ปัณฑ์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“เขาเป็นคนไม่ดี! ใครๆ ก็รู้ว่าพี่ชลเจ้าชู้”

“แต่ยิ้มตัดสินเองได้ว่าจะไปต่อหรือจะหยุด!”

“ยิ้ม!” ถึงที่ผ่านมาโยษิตาจะขัดใจเขา และเขาก็ยอมมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้เขา…รับมันไม่ได้จริงๆ “ทำไมดื้อด้านนักนะ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

223 ความคิดเห็น