ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 114 : บทที่ 14 หวงก้าง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

หลังจากพรีเซนต์แบบครั้งก่อน ‘วรรษชล’ ซึ่งเป็นลูกค้าได้นัดเธอให้มาดูหน้างานช่วงกลางวันของวันนี้ เพราะเขารู้จักกับเจ้าของร้านรับทำเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งจะทำเก้าอี้ในแบบที่เธอต้องการในราคาพิเศษ เธอจึงต้องเดินทางมารับประทานอาหารกลางวันกับเขาเพื่อจะได้คุยงานกัน

“ห้องนี้น้องมุกเป็นคนออกแบบครับ พี่ชอบฝีมือมากเลยขอให้น้องมุกช่วยออกแบบให้ แต่เหมือนว่าช่วงนี้น้องมุกจะติดงานใหญ่อยู่สองที่ พี่อยากได้งานเร็ว เลยไม่เกี่ยงว่าใครจะออกแบบ แค่ขอให้งานออกมาตรงใจพี่ก็พอ…แล้วพี่ก็เชื่อใจฝีมือคนของบริษัทน้องมุกว่าจะทำได้ดีด้วย” เขายิ้มราวกับว่าคนคนนั้นหมายถึงเธอ

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในห้องอาหาร เขาขอเรียกแทนตัวเองว่า ‘พี่’ เพื่อให้สะดวกในการพูดคุยมากขึ้น ซึ่งโยษิตาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร จึงได้แต่ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ทั้งนี้วรรษชลยังบอกอีกว่า เขาเป็นรุ่นพี่ของพี่ชายมุกดา ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่เขาจะรู้จักกับปัณฑ์ธร

“แล้วพี่ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ยิ้มกับทีมออกแบบมาได้ตรงใจพี่มาก ทั้งที่ยิ้มเพิ่งจะจบใหม่เอง แต่ฝีมือไม่ได้ด้อยกว่าคนที่ทำงานมานานเลย”

โยษิตารู้สึกว่าเขายกยอปอปั้นเธอเกินไปหน่อย ครั้งนี้เธอแค่ใช้ไอเดียนิดๆ เพราะโจทย์ไม่ได้ยากมาก แต่ถ้างานอื่นคงไม่เร็วและง่ายอย่างนี้แน่ “ยิ้มแค่ใช้จินตนาการที่พอนึกออกเท่านั้นเองค่ะ ไม่ได้มีฝีมืออะไรหรอก” เธอบอกแล้วยกน้ำเปล่าขึ้นมาจิบเพื่อลดอาการเกร็ง

ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่ค่อยชอบออกงานสังคมหรือต้องทนคุยกับคนไม่สนิทหากไม่จำเป็น ซึ่งการทำงานสายนี้ยอมรับว่าเลี่ยงสิ่งที่เธอไม่ชอบไม่ได้ ทั้งก่อนมาเรียนเธอก็ไม่คิดว่ามันจะต้องใช้เวลานานและฝืนใจมากขนาดนี้

“แต่พี่ก็ขอชื่นชมนะ เด็กจบใหม่สมัยนี้หายากที่เป็นงานเลย น้องมุกโชคดีมากที่ได้คนเก่งอย่างยิ้มมาทำงานด้วย”

โยษิตาเสหลบตา บอกตามตรงว่าตอนนี้แอบรำคาญที่เขาเยินยอเธอเกินไป “แค่เรื่องติดต่อหา Supplier เฟอร์นิเจอร์ คุณชลยังต้องลำบากแนะนำให้ยิ้มเลยค่ะ”

เธอไม่สะดวกที่จะเรียกเขาว่า ‘พี่’ สำหรับเธอคำนี้ต้องเป็นการนับถือและต้องคุ้นเคยกันระดับหนึ่ง

“ไม่ลำบากเลย แล้วถ้ามีอะไรอย่างอื่นที่อยากให้ช่วย ยิ้มสามารถบอกพี่ได้เลยนะ พี่พร้อมและยินดีช่วยเสมอ”

โยษิตาอยากคิดว่าเขาช่วยเธอในฐานะลูกค้าจริงๆ ไม่ได้คิดนอกลู่นอกทาง ทว่าสายตาที่มองมายังเธอหวานซึ้งแปลกๆ ทำให้เธออึดอัดจนรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้คิดอย่างที่เธอหวัง

การลงมือทำงานจริงทำให้โยษิตาลดความชอบของการเป็นมัณฑนากรไปส่วนหนึ่ง จริงๆ แล้วเธอชอบเพียงแค่วาดๆ เขียนๆ และเธอก็เป็นคนพูดไม่เก่ง โลกส่วนตัวสูง จะให้ชวนคุยจ้ออวดผลงาน หรือทำให้ลูกค้าพอใจอย่างคนอื่นๆ เธอไม่ค่อยถนัด

โยษิตากระอักกระอ่วนกับท่าทีของผู้ชายตรงหน้า เธอภาวนาขอให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เขาต้องการแนะนำให้รู้จักมาถึงไวๆ ทำธุระเสร็จจะได้รีบกลับ ซึ่งคำภาวนาของเธอคงใกล้จะเป็นจริง เพราะเห็นวรรษชลกุลีกุจอลุกขึ้นเดินไปทักทายใครคนหนึ่งด้านหลังเธอ…สงสัยจะมาแล้ว

“อ้าว...ปัณฑ์ มากินข้าวกันที่นี่เหรอ สวัสดีครับคุณคิต”

โยษิตาเหลียวมองคนที่วรรษชลทัก ร่างสูงคุ้นตาเดินมากับดาราสาวสวยและมายืนหยุดตรงหน้า

ใบหน้าของเธอชาวาบ ก่อนจะร้อนขึ้นเพราะความหึงหวงเริ่มก่อตัว

ปัณฑ์ธรไม่ชอบให้เธอเข้าใกล้ผู้ชาย ซึ่งเธอก็ทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย แต่ตอนนี้เขากลับควงแฟนมาเย้ยเธอต่อหน้า ไม่สนความรู้สึกของเธอเลย

“สวัสดีค่ะ” ดาราสาวทักทายวรรษชลกลับ แล้วหันมาทักผู้หญิงคู่อริหรือน้องสาวของอดีตแฟนหนุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันต่อ “สวัสดีค่ะน้องยิ้ม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ…ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอคะ”

คนธวัลย์มองคนทั้งสองสลับกัน ก่อนจะยกยิ้มลอบมองหน้าคนที่เธอควงคู่มาด้วย ซึ่งเห็นว่าเขามีสีหน้าบึ้งตึงอย่างที่คาด

“สวัสดีค่ะ” โยษิตายิ้มรับ

ถึงริมฝีปากจะฉีกยิ้มสวย แต่โยษิตารู้ว่าสายตาของคนธวัลย์ไม่ได้จริงใจอย่างที่เห็น ทั้งยังแอบเขม่นเธอด้วย ซึ่งคงเป็นเพราะหล่อนระแวงเรื่องระหว่างเธอและปัณฑ์ธรมาตลอด หล่อนคงรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิง

แต่แน่นอนว่าเธอไม่สนใจว่าหล่อนจะคิดอย่างไร ซ้ำยังชอบใจด้วยซ้ำ

 “อ้อ รู้จักกันด้วยเหรอครับ” วรรษชลแปลกใจ แต่ไม่ได้ถามซักไซ้ “เชิญนั่งก่อนครับ ได้ยินว่าคุณคิตกับปัณฑ์ชอบมาทานอาหารที่นี่ แต่ผมไม่เคยมีโอกาสได้อยู่ต้อนรับเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีว่าเรา…”

“ดีเลยครับ รู้สึกว่า ‘หิว’ มากๆ เลย” คนตอบรับหน้าไม่อายกลับเป็นปัณฑ์ธร เขายิ้มมุมปากรับ ขัดกับนัยน์ตาที่ขุ่นคลั่ก

ดูเหมือนเขาใช้คำว่า ‘หิว’ เฉพาะเจาะจงกับโยษิตา

คนธวัลย์หน้าชา ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ จะแสดงออกว่าหวงน้องสาวมากถึงเพียงนี้ และถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าปัณฑ์ธรเดินอ้อมไปนั่งข้างๆ น้องสาวของเขา ทำราวกับลืมไปว่าเธอเป็นคนชวนเขามา

วรรษชลเองก็ประหลาดใจกับการตอบรับที่รวดเร็วของปัณฑ์ธร ปกติรุ่นน้องหนุ่มเป็นคนไว้ตัว ไม่ค่อยรับไมตรีจากใครเท่าไร อีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้สนิทกับปัณฑ์ธรมาก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเดินเข้าไปนั่งข้างมัณฑนากรสาว และยกแขนขึ้นพาดพนักเก้าอี้คล้ายกับโอบไหล่แสดงความเป็นเจ้าของเธอกลายๆ เขาก็ยิ่งงุนงง

“พี่ชลคงยังไม่รู้ว่ายิ้มเป็นน้องสาวของผม”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

223 ความคิดเห็น