ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 110 : บทที่ 12 อีกโมเมนต์พิเศษ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

“อื้อ…ก็มันมีกุ้งอยู่นี่คะ ยิ้มอยากกินกุ้ง” แน่นอนว่าเธอไม่ได้หิวหรือว่าอยากกินอะไรขนาดนั้น แต่เพียงพูดแก้เขินที่เขากินช้อนเดียวกับเธอเท่านั้นเอง

“งั้นคราวหน้าพี่พายิ้มไปร้านกุ้งเผาดีกว่า มีร้านอร่อยๆ อยู่ร้านหนึ่ง รับรองยิ้มกินเยอะกว่าข้าวต้มนี้แน่นอน” น้ำเสียงที่พูดอย่างอารมณ์ดี ชวนเธอไปกินโน่นกินนี่ ทำให้โยษิตาอดคิดไม่ได้ว่าเขาว่างนักหรือไง

“ทำไมถึงดูใส่ใจยิ้มนักล่ะคะ เอาเวลาไปใส่ใจแฟนไม่ดีกว่าเหรอ”

ปัณฑ์ธรนิ่งไปแล้วเสมองทางอื่น ทำให้โยษิตาฉุกคิดได้ว่าเผลอล่วงเกินเขาไปแล้ว ท่าทางของเขามันทำให้เธออดคิดน้อยใจไม่ได้จริงๆ เพราะปกติแล้วทุกครั้งที่เธอเรียกร้องความสนใจเช่นนี้เขามีแต่จะพูดว่า

“อย่าพูดอย่างนี้ สำหรับพี่ยังไงยิ้มก็สำคัญที่สุด”

“ไม่เป็นไรหรอก น้องอยากให้พี่ทำอะไร พี่ก็มีเวลาให้ตลอดนั่นแหละ”

“ก็ยิ้มเป็นน้องที่พี่รักที่สุดนี่ ไม่ทำเพื่อยิ้มแล้วจะทำเพื่อใคร”

แล้วตอนนี้ความรู้สึกอย่างนั้นของเขายังเหลืออยู่บ้างรึเปล่า ในคืนนั้นมีแต่เธอที่เป็นคนจำอยู่ฝ่ายเดียวสินะ

“มากินกันอย่างนี้แล้วก็นึกถึงตอนที่พี่ปัณฑ์พายิ้มไปซื้อเครปป้าเฉื่อยเลย ตอนนั้นเราต้องหย่อนคิวกันตั้งแต่หกโมงเช้า กว่าจะได้กินก็ตั้งตีสอง ถ้าจำไม่ผิดป้าแกจะขายเฉพาะวันเสาร์ด้วย แต่พี่ปัณฑ์ยังอุตส่าห์บ้าจี้ไปนั่งรอเป็นเพื่อน”

วันเวลาพวกนั้น ความทรงจำระหว่างเรามันคงไม่ย้อนกลับมาอีกแล้ว

ริมฝีปากสีชมพูเข้มของเขายกยิ้ม “ใช่ ตอนนั้นเราไปกันตั้งแต่เช้า อุตส่าห์ไปดูหนัง หาที่ติวหนังสือ กินข้าว เล่นโบว์ลิงทั้งวัน แต่พอกลับมาก็ต้องมานั่งรอคิวป้าแกยาวๆ ไปอยู่ดี”

หัวใจของหญิงสาวอุ่นวาบ ประหนึ่งเมฆหมอกในจิตใจเมื่อครู่จางลงหลังจากแสงอาทิตย์สาดส่อง “พี่ปัณฑ์จำได้ด้วยเหรอคะ”

“จำได้สิ ตอนนั้นยิ้มยังรอจนหลับซบไหล่พี่อยู่เลย หลับตอนที่เรานั่งรอกันหน้าเตาด้วยนะ” ว่าไปแล้วเขาก็พูดเหมือนแซวๆ “ดีเท่าไรแล้วที่น้ำลายไม่ย้อยเลอะให้อายคนอื่นเขา”

“พี่ปัณฑ์อ่ะ!” คนตัวเล็กยู่ปาก ก่อนจะเผลอปั้นหน้าน่ารักและพูดเสียงเชิดๆ เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “เห็นอย่างนี้แต่ก็มีคนชอบยิ้มเหมือนกันนะคะ”

“ใคร!?

 “ก็…”

ชอบที่สุดเลยเวลาเขาถามเสียงขรึมเหมือนไม่พอใจด้วยความ ‘หึง’

จริงๆ เหมือนจะมี แต่พอทุกคนรู้แล้วว่าพี่ชายเธอหวงและดุมาก พวกเขาจึงถอยกันไป เว้นเสียแต่… “พี่จีนไงคะ พี่ชายเจน เขาบอกว่ายิ้มน่ารัก ถ้ายิ้มชอบเขาเหมือนกัน เขาบอกว่าขอให้บอก เขาจะรีบขอเป็นแฟนทันทีเลย”

“มันพูดตอนไหน” ปัณฑ์ธรเริ่มหน้าตึง ท่าทางเหมือนคุณพ่อไว้หนวดและถือปืนเพราะหวงลูกสาว

“ก็ในงานวันรับปริญญาของพี่ๆ ไงคะ วันที่พี่ปัณฑ์ติดคุยโทรศัพท์กับแฟน ถึงจะนานแล้วแต่ยิ้มก็ยังจำได้” เธอพูดเหมือนสนใจข้อเสนอของเจตณรงค์อยู่กลายๆ

แววตาของปัณฑ์ธรหันมาจับจ้องเธออย่างดุดัน “พี่เคยบอกแล้วนะว่ายิ้มยังไม่พร้อมที่จะมีแฟน ยิ้มยังเด็ก”

ก็ไอ้เด็กบ้าคนนี้ไม่ใช่หรือไงที่เขาจับปล้ำมาแล้วน่ะ!

“แต่พี่ปัณฑ์เองก็มีแฟนตอนที่อายุเท่ายิ้มเหมือนกัน แล้วยิ้มเองก็โตพอที่จะเปิดใจคุยกับใครสักคน แล้วอีกอย่าง…เหตุการณ์ในอดีตมันก็แค่ฝันร้ายที่เหลือแค่แผลเป็น ยิ้มไม่ได้กลัวผู้ชายเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ถ้าพี่ปัณฑ์จะห่วงเรื่องนี้ก็ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องนั้นมันได้ตายไปจากยิ้มแล้ว มันไม่สามารถทำอะไรยิ้มได้อีก”

ปัณฑ์ธรส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก” เขายังหาเหตุผลมายืนกรานเสียงแข็ง “ไอ้จีนไม่เหมาะกับยิ้ม มันเป็นคนไม่จริงจัง รักสนุก จะมีแต่ทำให้ยิ้มเสียใจเปล่าๆ แล้วที่สำคัญตอนนี้มันก็มีคนที่คุยแล้วด้วย”

“แล้วใครล่ะคะที่เหมาะ ยิ้มก็ไม่เคยเห็นพี่ปัณฑ์บอกว่าคนไหนเหมาะกับยิ้มเลย” เพราะโดนเขาดักทางไว้ เธอจึงเผลอตอกพี่ชายขี้หวงที่ไม่ยอมให้เธอมีใครกลับอย่างไร้ความอดทน

ปัณฑ์ธรไม่สนจะบอกคำตอบ เขาก็บอกให้พนักงานมาเช็คบิล หัวใจของเธอเหี่ยวฟีบลง

โยษิตาจึงได้แต่ปลง แล้วลุกขึ้นเดินตามเขาไปขึ้นรถอย่างเซ็งๆ แต่เพียงไม่นานคนตัวสูงที่เป็นคนจ่ายเงิน เลี้ยงเธอมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันเกือบยี่สิบกว่าปีก็มาเดินข้างๆ ยกแขนมาพาดเอวเธออย่างที่เคยทำเป็นประจำ ประหนึ่งคู่รัก

ช่างหน้าไม่อายจริงๆ คนอื่นอาจมองว่าเป็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาว จะมีแต่เขาเท่านั้นแหละที่มองความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาเป็นแค่ ‘พี่น้อง’

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

223 ความคิดเห็น