ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 108 : คนข้างหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

ขณะที่กำลังจะเปิดฝากระโปรง หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับจ้อง ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นยังไง เธอรู้สึกเช่นนี้บ่อยมาก

ไม่กี่วินาทีต่อมาหางตาของเธอแอบเห็นเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที โยษิตาจึงเตรียมจะวิ่งหนี แต่เพียงก้าวขาออกไปได้เพียงก้าวเดียว ต้นแขนก็ถูกรั้งไว้จนเธอเซกลับมาที่จุดเดิม

ใครก็ได้ช่วยด้วย!

ทันใดนั้นเธอนึกถึงคำพูดและความเป็นห่วงของปัณฑ์ธร ที่คอยเตือนเรื่องไปไหนมาไหนตามลำพังอยู่เสมอ โดยเฉพาะในยามวิกาล

มานั่งเสียใจตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ตอนนี้เธอต้องตั้งสติแล้วพยายามเอาตัวรอดให้ได้

ทว่าพอเงื้อมือและเหลียวไปจะทำร้ายคนที่ยื้อเธอไว้จากข้างหลัง คนตัวเล็กก็เบิกตากว้าง ปากสีชมพูอ่อนๆ เผยอขึ้น…

“พะ พี่ปัณฑ์!”

“ใช่ พี่เอง ทำไมวันนี้กลับดึก! แล้วยังไม่ยอมรับสายพี่อีก” มือที่จับต้นแขนเธอแน่นเสียราวกับกลัวว่าเธอจะหายตัวต่อหน้าต่อตาเขาทันที

โยษิตาที่ตื่นตระหนกในทีแรกจึงโล่งใจที่คนที่เธอนึกกลัวนั้นเป็นปัณฑ์ธร ซึ่งทำให้เธอเผลอมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ

ทว่าพอได้สติเธอก็ตีหน้าโกรธขึ้งใส่ทันที

“ยิ้มต้องเตรียมรายงานส่งหัวหน้าพรุ่งนี้ ที่ไม่รับโทรศัพท์ก็เพราะทำงานเพลินจนลืมรับสาย…ทีนี้ก็ปล่อยยิ้มได้แล้วค่ะ ยิ้มเจ็บ!”

เธอยังคงเคืองเรื่องที่มีปากเสียงกันในรถเมื่อวันก่อน และเคืองเรื่องที่คุยกับคุณลุงเรื่อง ‘ผู้หญิงของเขา’

ปัณฑ์ธรถอนหายใจ แล้วพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยแขนเรียวเล็กลง ทว่าสายตาของเขาไม่ได้ละจากร่างที่นึกห่วงอย่างบ้าคลั่งเมื่อตลอดเย็นนี้เลย

“แล้วผู้ชายสองคนนั้นที่เดินมาด้วยเป็นใคร!?” ทั้งที่พยายามใจเย็นแล้ว แต่ยังไม่วายต้องหลุดถามเธอเสียงห้วน

“หัวหน้างานของอีกทีมกับพี่ในทีมเดียวกันค่ะ” พอตอบให้เขาหายข้องใจด้วยน้ำเสียงเขียวๆ โยษิตาก็นึกขึ้นได้ว่าเธอจะมามัวทำหยิ่งไม่ได้ อย่างน้อยคนตรงหน้าก็น่าจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง

หญิงสาวจึงมีท่าทีอ่อนลงด้วยการบุ้ยใบ้ไปทางรถของตัวเอง “…รถยิ้มสตาร์ตไม่ติด เป็นอะไรไม่รู้”

“…” 

ทว่าปัณฑ์ธรยังคงทำหน้าขึงยืนอยู่ที่เดิม เหมือนเขากำลังรอให้เธอพูดอ้อน ซึ่งเธอที่ไม่มีทางเลือกจึงยอมเขาอย่างว่าง่าย จะมาทำตัวเรื่องมากในช่วงที่ลำบากอย่างนี้ก็ไม่ได้

“พี่ปัณฑ์ช่วยดูรถให้ยิ้มหน่อยได้ไหมคะ…”

ดวงตาคมเข้มมองเธอนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด ทั้งที่มีคำตอบในใจอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องช่วย แต่ก็ยังนิ่งเงียบ

โยษิตาที่รู้จุดอ่อนของเขาดีจึงรีบเปลี่ยนมาออดอ้อนมากขึ้นด้วยการมองตาแป๋วเหมือนลูกแมว กัดปากเล็กน้อยให้พอน่าเอ็นดู ซึ่งสาบานได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำไปตามสัญญาณเท่านั้น

กะพริบตาอยู่สองสามที ปัณฑ์ธรหูแดงและเผลอหลุดยิ้มจนเห็นฟัน ยิ้มไปถึงแววตา ก่อนจะส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นยีหัวเธอ “ไปรถของพี่เถอะ”

แต่การที่เขาพูดอย่างนี้ดูไม่เหมือนปัณฑ์ธรคนปกติเลย มันไม่ใช่นิสัยคนที่ชอบรื้อรถคันเก่ามาซ่อม หรือรื้อคันใหม่มาดัดแปลงตามใจชอบตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่ม

“พี่ปัณฑ์จะไม่ดูหน่อยเหรอคะว่ารถของยิ้มเป็นไงบ้าง” เธอถามคนที่ไม่ยี่หระกับรถของเธอที่รถเปิดกระโปรงรอการแยแสจากเขาอยู่

“มันต้องใช้เวลา แล้วนี่ก็ค่ำแล้ว ถึงจะใช้ไฟฉายส่องพี่ก็มองไม่เห็นหรอก ดึกแล้วกลับกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเรียกช่างมาดู” เขาว่าขณะที่จัดการปิดกระโปรงรถให้เสร็จสรรพ

ทั้งที่ยังข้องใจเรื่องที่เขาไม่ยอมช่วยและแอบเคืองเรื่องวันก่อนๆอยู่ แต่ไม่อาจทำตัวต่อต้านและต่อล้อต่อเถียงถึงขั้นดื้อรั้นกับเขาในยามวิกาลได้“…ค่ะ”

โยษิตาไม่มีทางเลือกนอกจากเดินตามไปยังซูเปอร์คาร์แบบเปิดประทุนคันหนึ่ง เป็นรถหรูยี่ห้อเบนลีย์ ซึ่งเขาขับสลับกับรถอีกหนึ่งที่มีอยู่ในบ้าน

แค่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็ทำให้สาวๆ หลงใหลจนพากันเข้าหามากมาย ถ้ายิ่งได้รู้ว่าเขาฐานะดี ขับรถแบรนด์ดังที่มีมูลค่ากว่าสามสิบล้านด้วยแล้วละก็ ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนไหนจะปล่อยเขาหลุดมือหรอก รวมถึงยายดาราสาวที่เป็นแฟนของเขาด้วย

แต่เธอต่างจากผู้หญิงพวกนั้น เพราะเธอไม่ได้รักเขาที่ตรงนั้น เธอไม่ได้รักที่เขาหล่อ เขารวย เขาเท่ แต่เธอรักที่เขาเป็นพี่ปัณฑ์ของเธอ พี่ปัณฑ์ที่คอยปกป้องเธอจากอดีต ดูแลเธอในปัจจุบัน และเคยเสียสละแม้กระทั่งอนาคตของเขาเพื่อเธอ

เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมันอาจจะเคยสร้างแผลใจ แต่เขาก็เป็นยาวิเศษที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากขุมนรกได้เช่นเดียวกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

223 ความคิดเห็น