ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 107 : บทที่ 8 คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 ธ.ค. 61

 

โยษิตาต้องเร่งทำงานให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาดึก เพื่อจะได้ทันในการเสนอให้หัวหน้าตรวจดูในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะนำงานไปเสนอลูกค้าจริงในช่วงบ่าย

หญิงสาวจึงใช้โอกาสในเวลาห้าโมงเย็นเดินลงมาพร้อมกับเจนจิราที่กำลังจะกลับบ้าน แวะซื้อกาแฟใต้ตึกเพื่อเติมพลังในการทำงานต่อ

“ถ้าฉันไม่ได้นัดกับกงไว้ว่าวันนี้จะไปกินข้าวที่บ้านใหญ่ ก็คงจะอยู่เป็นเพื่อนแกได้ นี่แกแน่ใจแล้วนะว่าขับรถกลับเอง จะไม่ให้คนที่บ้านหรือพี่ปัณฑ์มารับเหรอ” เพราะเห็นพี่ชายของเพื่อนรับส่งหล่อนจนเคยชิน โดยเฉพาะสมัยอยู่มหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรมเลิกดึกดื่น

“ไม่เป็นไร เรากลับเองได้ ไม่อยากรบกวนคนอื่น” เพราะคำว่า ‘คนอื่น’ มีปฏิกิริยาแปลกๆ ทำให้เพื่อนผิดสังเกตจากแววตาที่ขุ่นมัว

“นี่แกทะเลาะกับพี่ปัณฑ์มาเหรอ”

“เปล่า เราขับรถกลับเองได้ เจนรีบกลับเถอะ จะหกโมงแล้วนะ ไม่งั้นจะสายเอานะ”

“อืม ถ้าถึงบ้านแล้วก็โทร.บอกฉันด้วยนะ อย่าลืมละ”

“จ๊ะ ถึงแล้วเราจะรีบโทร.หาเลย รีบไปเถอะ” พอบอกเพื่อนให้วางใจแล้ว เธอก็แยกย้ายไปซื้อมอคค่าร้อนและแซนด์วิช แล้วขึ้นไปทำงานต่อ

พอขึ้นมาเธอก็เห็นว่าแทบไม่มีคนอยู่บนชั้นที่ทำงานเท่าไร เหลือแค่โตนนท์ วัจยา และธนู ส่วนมิธาและมุกดาออกไปพบลูกค้าข้างนอกด้วยกันตั้งแต่บ่ายแล้ว ซึ่งคาดว่าคงเป็นโปรเจกต์ใหญ่แน่ๆ

“พี่ขอโทษนะ ช่วงนี้พี่ทะเลาะกับแฟนบ่อยๆ พอคุยกันไม่รู้เรื่อง แก้ปัญหาไม่ได้ พี่ก็มักจะไปลงกับเหล้าทุกทีเลย” ธนูที่นั่งข้างๆ เลื่อนเก้าอี้มานั่งคุยกับเธอ ระหว่างโต๊ะของเธอและเขามีเพียงพาร์ทิชันกั้นเท่านั้น ซึ่งน้ำเสียงที่สารภาพออกมาฟังดูเหนื่อยหน่าย แววตาสะท้อนความเศร้าและท้อแท้ออกมาชัดเจน

ตอนนี้เขายังคงรู้สึกผิดเรื่องที่ทำให้เด็กใหม่อย่างเธอต้องลำบาก รับผิดชอบงานใหญ่เกินหน้าที่ ซึ่งทีแรกเขาก็ตั้งใจไว้ว่าจะช่วย ทว่างานใหม่ที่ได้รับมอบหมายของเขาก็หนักพอดู ทั้งยังมีกำหนดด่วนด้วย เขาจึงไม่สามารถยื่นมือช่วยน้องใหม่ได้

“…”

“ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร เราคุยกันไม่รู้เรื่องเลย เขาเปลี่ยนไป หรือพี่เอาแต่ใจก็ไม่รู้” มือหนายกขึ้นก็ลูบหน้าตัวเอง แล้วถอนหายใจ “ขอโทษนะ เพราะพี่เป็นแบบนี้ ยิ้มเลยต้องมาเดือดร้อนรับงานต่อเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยิ้มว่าสนุกดี ไม่ว่าจะช้าจะเร็วยังไงยิ้มก็ต้องเจออยู่แล้ว เจอตอนนี้ก็ดีค่ะ จะได้ปรับตัวทัน” เธอยิ้มปลอบใจคนที่มีปัญหาหัวใจหนัก ใต้ตาของเขาหมองคล้ำ ยิ่งมีสภาพร่างกายที่ผอมโทรมก็ยิ่งดูน่าเป็นห่วง

เพราะซาบซึ้งกับคำปลอบโยนและไม่ถือโทษของรุ่นน้อง รุ่นพี่หนุ่มจึงเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะรีบไปจัดการงานใหญ่ที่หัวหน้าเพิ่งโยนมาให้เป็นการลงโทษ เผื่อว่างานเสร็จเรียบร้อยแล้วจะได้มาช่วยเธอ

 

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง วัจยาขอกลับบ้านก่อนเนื่องจากทำงานของตัวเองเสร็จแล้ว เหลือเพียงโตนนท์ ธนู และเธอที่ยังคงทำงานต่อ

โยษิตาทำงานด้วยความขะมักเขม้น เวลาที่เธอตั้งใจทำอะไรจะจดจ่อกับสิ่งสิ่งนั้นจนลืมสิ่งแวดล้อมรอบตัวไปสิ้น และงานก็เสร็จลุล่วงตามที่ตั้งใจไว้ในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง พร้อมหมดทุกอย่างทั้งแปลน วิดีโอพรีเซนเทชัน และภาพกราฟิก เป็นจังหวะเดียวกับที่โตนนท์และธนูกำลังจะกลับกันพอดี

“ยิ้มกลับยังไง ให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะ” โตนนท์ถามเมื่อเดินกันมาถึงด้านหน้าของตึก ถึงเขาจะมีร่างกายใหญ่โตเหมือนชายแท้ๆ แต่ท่าทางตุ้งติ้งและอ่อนโยนเหมือนหญิงไม่น้อย

“ยิ้มเอารถมาค่ะ จอดไว้ที่ลานหน้าตึกเลย แล้วพี่บอมล่ะคะกลับยังไง”

“ขับมอเตอร์ไซค์มาน่ะ พี่ไปก่อนนะ” แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากประตู โตนนท์ก็พูดรั้งไว้ “เดี๋ยวสิ ดึกๆ อย่างนี้จะกลับมอเตอร์ไซค์เหรอ ให้พี่ไปส่งดีกว่าไหม” โตนนท์เสนออย่างคนมีน้ำใจเอื้ออาทร

“ไม่เป็นไรครับ ผมขับกลับเองดีกว่า ไปก่อนนะยิ้ม” ธนูปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ค่ะ”

“คนเขาอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ แต่ทำไมปฏิเสธน้ำใจอย่างนี้นะ” หัวหน้าตัดพ้อเสียงเล็กเสียงน้อย แต่มองตามหลังธนูตาเป็นประกายราวกับเล็งไว้ว่าจะ ‘เอา’ ให้ได้

“พี่บอมดูเป็นคนรักอิสระ เขาก็คงชอบขับมอเตอร์ไซค์คนเดียวมั้งคะ” โยษิตาเหลือบมองโตนนท์ แล้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าบูดเหมือนไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่เธอบอก แต่โยษิตาก็ทำเป็นไม่รู้ “งั้นยิ้มขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

พอปลีกตัวมาหญิงสาวก็กดรีโมตปลดล็อกรถโฟล์กสวาเกนสีขาวที่ปัณฑ์ธรเป็นคนซื้อให้ เปิดประตูขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับแล้วกดปุ่มสตาร์ตรถ ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่เหมือนจะเดินเครื่องแต่เพียงครู่หนึ่ง จู่ๆ เสียงก็ดับไปดื้อๆ

ทั้งที่เมื่อเช้ายังดีอยู่เลย ทำไมตอนนี้มาเดี้ยงเอาซะล่ะ

โยษิตาพยายามสตาร์ตรถอีกครั้ง แต่ก็เป็นเหมือนเดิม

หญิงสาวจึงมองผ่านกระจกไปภายนอกรถที่ค่อนข้างมืดและเย็นเยือกซึ่งทำให้เธออดหวาดกลัวไม่ได้

แม้ภายในพื้นที่รอบตึกและบางชั้นบนตึกจะมีแสงไฟสว่างอยู่ แต่มันกลับร้างด้วยผู้คน โตนนท์และธนูก็คงออกเดินทางกันไปแล้ว ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่เห็นว่าอยู่แถวนี้ โยษิตาจึงทำเพียงลองสตาร์ตอีกครั้ง แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม

เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากทำใจกล้าลงจากรถไปเปิดฝากระโปรงดูว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์อะไรเลย

พี่ปัณฑ์เคยบอกว่ารถสตาร์ตไม่ติดเกิดจาก…

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

223 ความคิดเห็น