ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 106 : บทที่ 6 ทำงานวันแรก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

“ค่ะ ยิ้มคิดว่าจากพื้นไม้ เราน่าจะเปลี่ยนเป็นพื้นไม้เทียมสีน้ำตาลอ่อนดีกว่า เพราะร้านเปิดให้บริการในช่วงค่ำ สีพื้นจะทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นและไม่ทึบทึมจนเกินไป และเวลาโดนแสงไฟสีเหลืองจากบนโต๊ะก็ทำให้พื้นดูเรืองรองขึ้นมาด้วย เราอาจจะเพิ่มความโมเดิร์นและคลาสสิกด้วยการใช้เก้าอี้ไม้หวายสานที่มีผ้ารองนั่งเป็นสีครีมเข้ม เพื่อให้อารมณ์ผ่อนคลาย”

“ไม่ธรรมดาเลยนะ โอเค...งานนี้พี่ให้ยิ้มทำแล้วกัน” มิธาสรุปพร้อมกับดันกองงานทั้งหมดจากธนูให้เธอ

รุ่นพี่หนุ่มหน้าเหวอ โยษิตาเองก็เช่นกัน “แต่พี่หยีคะ ยิ้มว่า…” เพราะกลัวว่าจะเป็นการหักหน้ารุ่นพี่ที่ตำแหน่งสูงกว่าและอยู่มาก่อน โยษิตาจึงออกตัวอย่างเกรงใจ “ยิ้มก็แค่จำมาแล้วแอบเอามาประยุกต์ใช้ ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ”

“ถ้ากลัวว่าจะข้ามหน้าข้ามตาเจ้าบอม ก็ไม่ต้องไปสนหรอก เพราะวงการนี้อยู่ได้ด้วยไอเดีย แรงบันดาลใจ ความท้าทาย และความถึกเป็นหลัก จะมาอ้างแค่ความสามารถเจ๋งจากผลงานในอดีตอย่างเดียวก็อยู่ต่อไม่ได้หรอก” มิธาบอกเธอ แต่คล้ายกับสอนธนูอยู่กลายๆ ด้วย “แต่ถ้าไม่รับงานนี้เพราะคิดว่าทำไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่ได้ลอง…พี่ก็คงต้องพิจารณาเรื่องการประเมินการผ่านงานของยิ้มแล้วนะ”

พูดในเชิงบังคับขนาดนี้แล้ว โยษิตาจะพูดอะไรออก นอกจากรับคำ

“ค่ะ ยิ้มจะทำให้ดีที่สุด” เธอมองไปยังธนูด้วยสายตาขอโทษขอโพย ซึ่งอีกฝ่ายเข้าใจ เขายิ้มให้เธอในเชิงบอกว่าไม่เป็นไร แต่โยษิตามองออกว่ามันเจื่อนเต็มที โดยมิธาได้สั่งให้เขาไปรับผิดชอบงานใหม่ที่มีความยากมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ซึ่งถ้างานนี้เขายังไม่ตั้งใจอีก เขาคงต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าควรอยู่ต่อหรือไม่

เมื่อจบการประชุมทีม ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องประชุมขนาดย่อม เจ้านายใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ก็เรียกน้องใหม่ไว้

“ยิ้ม พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ” เมื่อสองคนที่เหลือเหลียวมา มุกดาจึงต้องย้ำอีกครั้ง “แค่ยิ้มคนเดียวจ๊ะ” คนที่เหลือจึงเข้าใจได้ทันทีว่ามันคงไม่เกี่ยวกับเรื่องงานของพวกเขา จึงพากันเดินออกไป ในห้องเหลือเพียงแต่เธอและเจ้านายสาวเท่านั้น

“นั่งก่อนสิ” มุกดาพูดอย่างใจดี ทั้งยังผายมือเป็นการเชิญเธออย่างให้เกียรติ ก่อนที่เจ้าตัวจะนั่งลงตาม

โยษิตาเอ่ยขอบคุณเบาๆ เธอแอบมองเจ้านายสาวที่วันนี้สวยไม่แพ้วันก่อนๆ ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ไม่น่าจะมีชิ้นใดเลยที่ราคาต่ำกว่าหลักหมื่น

เธอจำที่เจนจิราเคยเล่าเกี่ยวกับความสามารถของเจ้านายใหญ่คนนี้ให้ฟังได้ดี

มุกดาเรียนจบมัณฑนศิลป์มาจากต่างประเทศก็จริง แต่หล่อนเขียนเปอร์สเปกทีฟไม่เก่ง เขียนกราฟิกดีไซน์ก็ห่วย ทว่ากลับสามารถทำงานด้านการออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างเฉียบแหลม จนมีงานเข้ามาไม่ขาดสายจากการบอกปากต่อปากด้วยผลงาน แล้วยังเป็นเจ้าของบริษัททั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ และอายุน้อยกว่าหัวหน้าทีมทั้งสองอย่างโตนนท์และมิธาอีกด้วย

หล่อนอาศัยถ่ายทอดความคิดและไอเดียผ่านกระดาษแล้วอธิบาย จากนั้นค่อยบอกให้ลูกน้องที่มีความสามารถเฉพาะและฝีมือดีทำตาม และมันก็ออกมาเจ๋งยิ่งกว่าคนที่เขียนแบบเป็นเสียอีก

“ยิ้มทำงานที่นี่แล้วชอบรึเปล่า” น้ำเสียงที่ถามอย่างใส่ใจแสดงถึงความเป็นกันเอง แต่โยษิตายังรู้สึกเข้าไม่ถึง เพราะรัศมีของความเป็นเจ้านายของหล่อนเจิดจ้าเหลือเกิน

“ค่ะ ยิ้มชอบมาก ถึงที่นี่จะไม่ได้ใหญ่โต แต่บอกได้เลยว่างานท้าทาย สนุกดี แล้วพี่หยียังให้โอกาสยิ้มทำงานเองด้วย ซึ่งถ้าไปทำที่อื่นแค่เริ่มต้นไม่กี่วันคงไม่ได้โอกาสทำอย่างนี้”

“พี่ก็ดีใจที่ยิ้มชอบที่นี่ และพี่ก็ชอบที่ยิ้มแสดงศักยภาพออกมาเต็มที่ แต่ยิ้มรู้ใช่ไหมว่างานของเรามันค่อนข้างหนัก ไม่ได้เหมือนงานออฟฟิศทั่วไป บางวันอาจจะเลิกดึก หรือไม่ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย บ่อยครั้งที่ต้องออกไปคุมงานที่ไซต์ แล้วไปคุยกับลูกค้า ไปคุยกับวิศวกรคุมงาม สถาปนิก หรือแม้แต่ช่างและคนงานด้วย”

“ค่ะ ยิ้มทราบ” เพราะงั้นที่นี่เลยมีห้องครัว ห้องพักขนาดย่อมให้พนักงาน เผื่อวันไหนที่งานเร่งด่วนหรือรีบแก้จะได้พักและทำงานที่นี่ยาวเลย

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผู้ปกครองยิ้มก็ยังไม่ค่อยโอเคเท่าไร”

“ผู้ปกครอง? พี่ปัณฑ์เหรอคะ” ม่านตาดำใสขยายขึ้น ไม่คิดว่าเขาจะเข้ามายุ่งเรื่องงานของเธอเข้าจริงๆ

“จ๊ะ พอดีพี่ปัณฑ์เป็นเพื่อนของพี่ชายของพี่” ขณะที่พูดแววตาของหล่อนเป็นประกายไปด้วย “แล้วพี่ก็เพิ่งรู้ว่ายิ้มเป็นน้องสาวพี่ปัณฑ์ และเขาก็ดูหวงยิ้มมาก เลยขอพี่ว่าไม่ให้ยิ้มออกไซต์ได้ไหม ตอนแรกพี่ก็ไม่ยอมหรอก แต่พี่ปัณฑ์บอกว่ายิ้มมีโรคประจำตัว เดินทางไปไหนก็จะลำบาก พี่เลยไม่รู้จะทำยังไง แต่ในความเห็นส่วนตัวพี่พี่ไม่เห็นด้วยนะ เพราะยังไงอนาคตถ้ายิ้มคิดจะทำอาชีพนี้ต่อ ยิ้มก็ไม่มีทางหนีงานนี้ได้หรอก แล้วอีกอย่างตำแหน่งนี้ยังมีคนอื่นที่พร้อมจะทำมากกว่ายิ้มรออยู่เยอะนะ ถ้ายิ้มไม่พร้อมพี่ว่าเบนไปทางอื่นน่าจะดีกว่า”

โยษิตาสะอึก เพราะเหมือนโดนเจ้านายพูดกระทบกระเทียบอยู่กลายๆ ทว่าคนอย่างเธอเมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้วย่อมสู้ไม่ถอย

“งานนี้เป็นของยิ้ม ตราบใดที่ยิ้มยังทำงานอยู่ตำแหน่งนี้ ทำงานอยู่ที่นี่ หน้าที่ทุกอย่างที่ยิ้มต้องทำ ฃยิ้มก็จะทำค่ะ ยิ้มตัดสินใจเองได้ พี่ปัณฑ์ไม่เกี่ยว คุณมุกเองก็คงดูออกตั้งแต่แรกที่สัมภาษณ์และรับยิ้มเข้าทำงานแล้วว่ายิ้มน่าจะทำงานนี้ได้ดี หน้าที่นี้ต้องมีความรับผิดชอบยังไงบ้าง ยิ้มก็จะทำอย่างนั้น”

มุกดายกยิ้ม หล่อนชอบใจคนที่ดูว่าอ่อนปวกเปียกเหมือนลูกคุณหนู แต่ที่จริงแล้วใจสู้ ชอบงานท้าทาย “ดีจ๊ะ พี่ต้องการคนอย่างนี้แหละ แต่อย่าลืมนะว่าก่อนที่พี่จะเลือกยิ้ม พี่ไม่รู้มาก่อนว่ายิ้มเป็นน้องพี่ปัณฑ์ แต่ในตอนนี้เมื่อยิ้มยืนยันกับพี่แล้วว่าจะทำให้เต็มที่และไม่เกี่ยงงาน พี่ก็ถือว่าพี่เลือกคนมาไม่ผิด”

ไม่รู้ว่ามุกดาพูดตามความรู้สึกจริงๆ หรือต้องการเสียดสีเธอกันแน่ แต่โยษิตาก็เก็บอารมณ์ไว้ได้ดี พยายามไม่เถียงหล่อน

การจะทำงานอะไรก็ตามแต่เจ้านายย่อมมีสิทธิ์ติติงและชี้แนะอยู่เสมอ การจะค้านหรือขัดคำสั่งต้องมีความสมเหตุสมผลจริงๆ ไม่ใช่ว่าแค่อยากเอาชนะตามอารมณ์เท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเส้นทางการทำงานอาจไม่ได้สว่างและรุ่งโรจน์อย่างที่คาดหวังไว้ นี่คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากการเป็นลูกจ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

223 ความคิดเห็น