ยิ้มนี้เป็นของพี่ RE-UP(E-Book ออกแล้วค่ะ)

ตอนที่ 105 : บทที่ 6 ทำงานวันแรก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

ช่วงสายของวัน มิธาเรียกทีมเข้าประชุมเพื่อคุยงานที่อยู่ในการดูแลของธนู โยษิตาเป็นเด็กใหม่จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานนี้ แต่เธอต้องมาร่วมฟังเพื่อเรียนรู้ และหากมีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขจะได้ช่วยกัน

“บอม ที่เสนอมานี่แกคิดดีแล้วเหรอ!” มิธาตะเบ็งเสียงใส่ ทำเอาคนที่ไม่เคยร่วมประชุมสะดุ้ง

“ผมว่านี่โอเคแล้วนะครับ”

“แต่มันหรูไป นี่คิดมาคำนวณงบรึยังว่ามันจะบานขนาดไหน เขาบอกว่าให้บรรยากาศมันชิวชิว แล้วนี่อะไร จำเป็นต้องหรูขนาดนี้ไหม แกยอมรับมาเถอะว่างานนี้เพิ่งคิดมาให้พี่เมื่อเช้า คิดอะไรได้ก็ใส่ๆ ไป เมื่อคืนแกไปดื่มมาใช่ไหม ถ้าแกทำตัวอย่างนี้อีก ไม่นานคงจะโดนเด้งออกจากงานแน่ๆ ก็ดี ฉันจะได้เอายายหนูยิ้มขึ้นมาแทน” หัวหน้าผู้แต่งตัวสวยเก๋พูดติดตลก แต่แววตาไม่ได้เล่นๆ อย่างเช่นคำพูด

“เฮ้ยพี่...ได้ไง ยิ้มแค่เด็กจบใหม่นะ จะมาทำงานสู้ผมได้ไง อีกอย่างน้องก็เป็นผู้หญิง ออกไซต์งานคนเดียวไม่ได้หรอก” เมื่อครู่ยังมึนๆ จากอาการเมาค้างเมื่อคืน แต่พอโดนขู่ตาของธนูก็สว่างขึ้นทันที

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันยังทำได้เลย แกดูผลงานสิ แกไปบรีฟงานกับลูกค้าเองแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ว่าเขาชอบแบบไหน แกตั้งใจฟังบ้างรึเปล่า จดมาบ้างไหม นี่ถ้าพี่ไม่ไปฟังด้วย แล้วรอลุ้นงานตอนแกพรีเซนต์ให้ลูกค้าฟัง ไม่อยากคิดเลยมันจะเป็นยังไง!” หล่อนถือแบบขึ้นฟาดบนโต๊ะอย่างแรง “ที่สำคัญแกจำไม่ได้เหรอว่านี่มันสไตล์ซ้ำกับผลงานเก่าที่แกเคยทำมาด้วย” มิธาถอนหายใจแล้วหันไปยื่นแปลนที่ธนูออกแบบให้โยษิตาดู “ยิ้มดูผลงานเก่ามาหมดแล้วใช่ไหม”

โยษิตาพยักหน้า ถึงจะเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ ทว่ามือของเธอกลับชื้นเหงื่อไปหมด

“แล้วมันเป็นการออกแบบของที่ไหน เมื่อไร”

“ที่ OKINAWA สุขุมวิท 21 เมื่อสองปีก่อนค่ะ”

เกิดความเงียบไปครู่หนึ่ง ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของใครจะรู้ว่าโยษิตาแอบลุ้นจนตัวโก่งว่าตัวเองตอบถูกไหม แม้ว่าธนูในตอนนี้จะอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก แต่เธอเองก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะตอบถูก

“เห็นไหม แค่นี้แกยังจำไม่ได้เลย มันบ่งบอกว่าความคิดยังไม่ก้าวไปไหน ทำงานมาตั้งหลายปีแล้วมันควรจะดีกว่านี้ไหม”

โยษิตาแอบโล่งอก ลอบถอนหายใจเบาๆ ทว่ายังไม่ทันได้สูดลมเข้าปอดก็โดนเจ้านายโยนของร้อนกลับมาอีก

“แล้วถ้าเป็นยิ้ม ยิ้มจะออกแบบยังไง”

ดวงตาใสแจ๋วมองกระดาษเขียนแปลนตรงหน้า มีทั้งแปลนเก่าก่อนออกแบบและแปลนที่ได้ออกแบบแล้ว เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพยายามตั้งสติใช้ความคิดของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เธอหยิบแผ่นใสขึ้นมาทาบกับแปลนเก่า หยิบปากกาและลงมือวาดทันที

“ยิ้มไม่ได้เจอลูกค้าเลยนะพี่หยี น้องจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากได้แบบไหน ลูกค้ามีนิสัยยังไง” แม้ว่าเมื่อวานน้องใหม่จะพิสูจน์ความสามารถให้หัวหน้าเห็นด้วยการทำโมเดลกราฟิกหรือภาพสามมิติได้อย่างสวยงาม ทั้งยังแสดงความคิดเห็นเสริมว่าจุดใดควรแก้จนถูกใจหัวหน้าสาวทั้งที่ตอนแรกแอบสบประมาทเธอนิดๆ แต่น้องก็ยังถือเป็นเด็กไหม

“เขามีนิสัยยังไงไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงเขาคงไม่เอาตัวตนมาใส่ในธุรกิจ เราแค่ตีความสิ่งที่เขาบอกมาและสิ่งที่ควรจะเป็น อย่างเขาบอกว่าอยากได้แบบชิวชิว เสมือน Third Space* ที่เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อน รับลมชมวิว ไม่ได้พยายามเปลี่ยนไปจากของเดิมมาก แค่รีโนเวตให้มันดูใหม่ขึ้น นี่แหละที่เขาบอกมา แต่แกก็ทำไม่ได้” มิธามองลูกน้องที่ทำงานมาด้วยกันหลายปีตาขวาง ที่ผ่านมาฝีมือก็ดี แต่ช่วงหลังทะเลาะกับแฟนก็มักเสียงานเสียการบ่อยๆ วันที่ไปบรีฟงานก็ดันเหม่อ ไม่ตั้งใจฟัง “ที่สำคัญแบบที่แกเสนอมามันเกินงบ แค่พื้นก็เกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของต้นทุนแล้ว”

ธนูจะอ้าปากแก้ตัว แต่ดันพูดไม่ออก โยษิตาจึงขออนุญาตนำเสนอความคิดของตัวเอง

“โรงแรมนี้มีชื่อเรื่องอาหาร แล้วก็มีธีมชัดเจนอยู่แล้วว่าสบายๆ ไม่ได้เน้นหรูหรามาก แต่เป็นความง่ายๆ ที่มีระดับ ยิ้มพอรู้จักโรงแรมนี้ค่ะ…ยิ้มคิดว่าน่าจะเอาธรรมชาติเข้าไปลดความตึงเครียดของบรรยากาศในเมือง เพราะที่นี่อยู่ย่านสาทร เราจะนำธรรมชาติมาใส่แต่ไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป ยิ้มว่าผนังตรงนี้เราเปลี่ยนเป็นเชลฟ์วางต้นไม้เล็กๆ อย่างเฟิร์นกู๊ดดอยหรือเฟิร์นก้างปลา เป็นกระถางตกแต่งทั้งแถบเลยดีไหมคะ จัดเฟิร์นต้นน้อยใหญ่สลับกัน หรือหาต้นไม้อื่นเล็กๆ มาจัดให้หลากสีเพื่อเพิ่มเสน่ห์ด้วยก็ได้ ส่วนด้านบนเชลฟ์ทำเป็นคล้ายๆ คาน ตรงด้านใต้ก็ติดไฟดวงเล็กๆ แสงสีเหลืองอ่อนๆ ให้ตกกระทบเฟิร์น แต่ไม่สว่างมาก โซนนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของร้านจุดหนึ่ง…”

โยษิตาชี้แต่ละจุดบนแผ่นพลาสติกใสที่เธอวาดปากกาเมจิกทับลงบนแปลนเก่า อธิบายให้เจ้านายเห็นภาพตาม ทีแรกเธอตั้งใจพูดแค่นิดเดียว แต่ไปๆ มาๆ ดันเผลอพูดมากเข้าจนได้ เธอจึงหยุด และค้อมศีรษะให้หัวหน้า

“ขอโทษค่ะ ยิ้มก็แค่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าพี่ๆ เห็นว่าไม่ควร…”

มิธาละสายตาจากแปลนแล้วมองเธอ โยษิตาจึงได้เห็นว่าแววตาของหล่อนเปล่งประกายเล็กน้อย ธนูเองก็มองหน้าเธออย่างใจจดจ่อ

“พูดต่อสิ”


 สามารถติดตามทั้งหมดไม่มีสะดุดได้ที่ E-Book ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า

EBOOK ยิ้มนี้เป็นของพี่ ออกมาแล้วนะคะ 

จิ้มลิ้งค์เลย >>>> ยิ้มนี้เป็นของพี่ <<<<<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

223 ความคิดเห็น