Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 เหตุการณ์สาหัส 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    18 พ.ย. 61

สิกานตาเคยเปรยอวดกับเพื่อนว่าหล่อนอยู่ที่คอนโดฯ หรูบนชั้นยี่สิบเอ็ด สามารถเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในยามค่ำคืน แต่ไม่มีใครทราบว่าหล่อนอยู่ห้องใด หรือแม้แต่เบอร์ติดต่อของญาติหล่อน คนในกลุ่มก็ไม่มีใครทราบ

พวกเธอขึ้นมาถึงหน้าห้องเกิดเหตุเวลาเดียวกับเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังปฐมพยาบาลให้สิกานตา ซึ่งแม้ว่าพวกเธอจะยืนอยู่ห่าง ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าแผลดูสาหัส เหวอะหวะจนเห็นผิวหนังชั้นใน

คุณหนูสาวยืนตัวชาหลังจากมาถึง พวกเธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่กำลังดิ้นทรมานอยู่คือเพื่อนของพวกเธอ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชั้นเดียวกันเริ่มทยอยออกมาดู ทางพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ จึงต้องกั้นพื้นที่กันพวกเขาไม่ให้มายืนขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ขณะจะพาสิกานตาออกไป

คนเจ็บยังคงกรีดร้อง ดิ้นทุรนทุราย คนเป็นเพื่อนทั้งเห็นใจและสงสารแต่ไม่อาจทำอะไรได้ ยิ่งมองใกล้ ๆ คนที่กลัวเลือดและจิตใจอ่อนไหวได้แต่ยืนหายใจแรง แข้งขาอ่อนจนแทบจะเป็นลม

“แพม! แก แกไหวไหม” คนที่รู้นิสัยเพื่อนสนิทดีอย่างอรพรรณเอ่ยถาม

“มะ ไม่เป็นไร” พัฒน์ธิดาตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

ภูพรพงษ์มองลูกศิษย์ซึ่งจับพลัดจับผลูมาเป็นว่าที่คู่หมั้นอย่างเห็นใจก่อนจะถอนสายตาจากร่างเล็กแล้วหันไปมองที่เกิดเหตุ ในห้องมีพื้นพรมที่เปื้อนเลอะเทอะและข้าวของกระจัดกระจายซึ่งเกิดจากการพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาสาว

ภูพรพงษ์หันไปคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อแสดงบัตรหนึ่งให้เขาดู ก่อนหันกลับมาบอกพวกเธอว่าจะขออยู่ดูกล้องวงจรปิดขณะรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบแล้วค่อยตามไปดูอาการของสิกานตาที่โรงพยาบาล

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์สาหัสไปเมื่อวาน สาว ๆ ต้องการทราบความคืบหน้าคดีของสิกานตา ทุกคนจึงไปขอพบอาจารย์ภูพรพงษ์ที่น่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด แต่เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งประจำในภาควิชา หล่อนก็บอกว่าอาจารย์ยังไม่เข้ามา พวกเธอจึงได้ทำเพียงนั่งรอที่ใต้ตึกคณะ

คนที่อึดอัดใจมากที่สุดก็คงเป็นพัฒน์ธิดา เพราะเธอสามารถหาทางติดต่อเขาได้หากต้องการจริง ๆ ทว่าหลังจากมีปากเสียงกับบิดาทำให้เธอถือตัวเกินกว่าจะง้อเขา

“อาการวุ้นสาหัสมาก เรากลัวว่าวุ้นจะตาบอด...” ใบหน้าของเดือนสวรรค์สลดเพราะน้ำกรดสาดโดนใบหน้าของเพื่อนข้างหนึ่งเต็ม ๆ แม้อีกข้างจะไม่ได้รับบาดเจ็บนักแต่มีรอยแผลซึ่งเกิดจากน้ำกรดกระเซ็นใส่

“ฉันว่ามันต้องมาจากเรื่องชู้สาวแน่ ๆ” อรพรรณนึกถึงภาพเมื่อวันก่อน

“ชู้สาว? ชู้สาวอะไร” เดือนสวรรค์ซึ่งไม่ได้เห็นเหตุการณ์วันนั้นขมวดคิ้ว

“ฉันว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปดีกว่า เราน่าจะรอผลจากตำรวจก่อน” พัฒน์ธิดาพูดขัด

ไม่นานร่างสูงของอาจารย์หนุ่มที่รอคอยก็ปรากฏขึ้น ทุกคนจึงรีบเดินจ้ำเพื่อตามคนขายาวซึ่งกำลังขึ้นบันไดเข้าตึกคณะไป

“อาจารย์คะ!”

คนถูกเรียกหันไปตามเสียงจึงได้เห็นว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาสาวซึ่งหนึ่งในนั้นมีพัฒน์ธิดากำลังวิ่งมาหา

“อยากจะรู้เรื่องของสิกานตาใช่ไหม”

“ค่ะ” ทุกคนพยักหน้า เว้นเสียแต่พัฒน์ธิดาที่แสดงอาการเฉยเมย

อาจารย์หนุ่มจึงเดินนำพวกเธอไปที่สวนกล้วยไม้กลางตึกคณะ ซึ่งได้รับการออกแบบมาพิเศษเพื่อให้ตึกดูแปลกตา ร่มเย็น โดยพื้นที่นี้จะมีม้าหินอ่อนจัดวางอยู่จำนวนหนึ่งเพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้ามาใช้เวลานั่งเล่นได้

“ภาพจากกล้องวงจรปิดให้เบาะแสว่า หลังจากที่เสี่ยคนหนึ่งซึ่งน่าจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับสิกานตาออกจากห้อง มีผู้ชายใส่ชุดดำและหมวกพรางตัวมาเคาะประตู สิกานตาคงคิดว่าเป็นเสี่ยจึงกลับมาเปิดประตูโดยไม่ระวัง ผู้ชายคนนั้นเลยถือโอกาสสาดน้ำกรดใส่”

“แล้วตอนนี้จับตัวคนร้ายได้รึยังคะ” ความอยากรู้ทำให้พัฒน์ธิดาโพล่งถามจนลืมตัว

“ยัง แต่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นคนเคยทำงานที่นั่น เพราะดูรู้เส้นทางหลบหนีดี ถึงกล้องวงจรปิดจับภาพได้แต่เป็นแค่กล้องหน้าห้อง กล้องตัวอื่นไม่มีชายลักษณะร่างกายผอมซูบและสวมใส่ชุดดำอยู่เลย ตำรวจจึงไม่สามารถระบุอะไรนอกจากลักษณะคร่าว ๆ ที่สูงผอม อีกอย่างรปภ.บอกว่าไม่เห็นผู้ชายที่สวมเสื้อผ้าลักษณะนี้เข้ามา เป็นไปได้ว่าเขาอาจนำเสื้อผ้าติดตัวเพื่อมาเปลี่ยน”

“ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย…” เดือนสวรรค์เปรยด้วยความสงสาร

“ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องชู้สาว เพราะ รปภ.มักเห็นเสี่ยนั่นเดินเข้าออกพร้อมกับสิกานตาบ่อย ๆ เสี่ยคนนั้นเป็นนักธุรกิจใหญ่ มีครอบครัวแล้ว ซึ่งประเด็นที่น่าสงสัยมากที่สุดจึงเป็นความหึงหวง ส่วนสิกานตาคงต้องใช้เวลารักษานาน ซึ่งยังไงอาจารย์ที่ปรึกษาคงต้องทราบเพราะมันส่งผลต่อการเรียนของเธอ”

สิกานตาคงต้องพักการเรียนไปก่อน เพราะอาการของหล่อนสาหัสมาก ทั้งยังเรื่องรูปโฉมที่น่าจะยากกลับมาเป็นดั่งเดิม

หลังจากทราบความคืบหน้าของเพื่อน ทุกคนยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์หนุ่ม แต่ดูเหมือนเขายังส่งสายตามาที่บางคน

“ผมมีเรื่องจะคุยกับพัฒน์ธิดา รบกวนพวกคุณด้วยนะครับ” อาจารย์หนุ่มบอกชัดเจน กลุ่มเพื่อนที่ได้ยินเต็มสองหูจึงเหลือบมองคุณหนูด้วยความสงสัย ก่อนจะยินยอมถอยห่างออกไปตามมารยาท

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ...” พัฒน์ธิดาเอ่ยเสียงห้วน เธอแอบลอบมองเขาโดยไม่จ้องหน้าโดยตรง ซึ่งไม่รู้ว่ากลัวหรือเกร็งที่เขาตรงหน้าในตอนนี้มีฐานะเป็นอาจารย์รึเปล่า

“ผมรู้เรื่องที่คุณบุษบงเข้าไปที่บ้านรวมถึงเรื่องที่คุณมีปากเสียงกับคุณพ่อของคุณแล้ว”

พัฒน์ธิดาหลุบตาลงต่ำแล้วเม้มปากแน่น เขาคงคิดว่าเธอทำตัวเหมือนเด็กขี้โวยวายเพราะถูกแย่งของรักไป

ว่าแต่ทำไมป๊าถึงต้องให้คนนอกบ้านรู้ด้วย เขากับเรายังไม่ได้หมั้นกันสักหน่อย

“พ่อของคุณท่านไม่ได้โกรธคุณเลย กลับรู้สึกผิดและโทษตัวเองมากกว่า”

เขาพูดไม่ต่างจากการตำหนิเธอกลาย ๆ เพราะนอกจากวัยที่เขาสามารถอบรมเธอในฐานะ ‘ผู้ใหญ่’ เขาก็ยังสามารถตำหนิในฐานะ ‘อาจารย์’ ด้วยเหมือนกัน

แต่เขาจะไปเข้าใจเรื่องความรู้สึกของเธอได้ยังไง ในเมื่อมันไม่ได้เกี่ยวกับเขา เขาไม่ได้มายืนอยู่ในจุดที่เธอเผชิญ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” พัฒน์ธิดาชิงยกมือไหว้ก่อนจะรีบเดินหนีไป แต่ขาเรียวทั้งสองข้างก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด

“อย่าให้ทิฐิทำให้คุณต้องรู้สึกผิดและเสียใจไปตลอดชีวิตเลยนะ”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1073 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:12
    คุณหนูปัญหาวิ่งเข้าใส่ทุกทิศทางเลย
    #1073
    0
  2. #61 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 14:10
    รอต่อค่ะไรท์
    #61
    1
  3. #31 wishmeluck (@wishmeluck) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 20:13
    อ่ะจ้าาาา มาบ่อยๆ มาถึ่ๆนะจ๊ะไรท์คนจ๋วยยบ
    รีดรออ่านอยู่น้าาาาส
    #31
    0