Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 62 : บทที่ 23 ทริป'ไหนว่าตั้งใจจะโกรธ' (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

ธามไทที่นั่งเบาะโดยสารแถวเดียวกับสาวๆ มักชำเลืองมาทางพัฒน์ธิดา แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ หากคนที่นั่งคั่นกลางอย่างอรพรรณกลับรู้ดี

ตั้งแต่เธอรู้จักธามไทที่ชมรม เธอก็เกิดประทับใจในตัวเขาจากการร่วมกิจกรรมกัน ทว่าพอเกิดความสนิทสนม ชายหนุ่มมักถามเรื่องของเพื่อนสาวคนสนิทอยู่บ่อยครั้งจนเธอทราบว่าธามไทแอบชอบพัฒน์ธิดา

แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าคุณหนูสาวจะไม่ได้ใส่ใจ อย่าว่าแต่ธามไทเลย แม้แต่รุ่นพี่หนุ่มลูกครึ่งแสนเพอร์เฟ็กต์ที่เคยควงกับนงค์นภัสมาขอโอกาสหล่อนยังไม่เคยคิดแยแส ไหนยังจะล่าสุดที่ลูกเลี้ยงของอาสาวส่งดอกไม้มาให้กำลังใจสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายที่ทำให้หล่อนเสียขวัญ และคอยส่งของขวัญแพงๆ มาตลอด ทว่าคุณหนูสาวก็ไม่ได้คิดใจอ่อนเลยสักนิด หล่อนสั่งให้คนส่งของตีกลับทุกชิ้น

แต่สำหรับอาจารย์หนุ่ม พัฒน์ธิดากลับมีอาการหวั่นไหว ทั้งยังมีประกายตาทุกครั้งที่ได้มองเขา ไม่ว่าจะมองผ่านตัวจริง หรือแม้แต่ภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือก็ตาม

ซึ่งเรื่องนี้มีแต่เธอเท่านั้นที่ทราบ เพราะพัฒน์ธิดาสนิทกับเธอที่สุดและวางใจถึงขนาดเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง

 

ระหว่างการเดินทางนั้นพัฒน์ธิดาซึ่งชมวิวทิวทัศน์ข้างทางจนเบื่อก็หันมาใช้สมาร์ทโฟนบ้างแต่เพียงครู่เดียวเธอก็มีท่าทีแปลกๆ ไป เธอชะงักกับสิ่งที่ได้เห็นบนจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ ที่ทันสังเกตจึงชะโงกหน้าเข้าไปจึงเจอกับสาเหตุที่ทำให้พัฒน์ธิดาตัวแข็งเป็นหิน

“แพม…แกใจเย็นๆ นะ อย่าเพิ่งคิดมาก ไว้รอถามเขาก่อน”

หลายภาพถูกส่งเข้ามาในกลุ่มแชตเพื่อนสนิทโดยเกริกเกียรติที่บังเอิญไปร่วมงานที่คู่หมั้นของเธอร่วมบรรยาย ในภาพปรากฏรูปสาวคนหนึ่งกำลังกอด

ภูพรพงษ์ ทั้งเขายังโอบกอดผู้หญิงคนนั้นกลับ ซึ่งพัฒน์ธิดาจำได้ดีว่าผู้หญิงที่เห็นในภาพนั้นเป็นใคร

หญิงสาวเม้มปากแน่น นัยน์ตาสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเห็น

“มีอะไรรึเปล่า ทำไมแพมดู…” ธามไทที่เห็นท่าทีทั้งสองคนดูเครียดผิดปกติจึงนึกสงสัย

“อ้อ เปล่า แพมแค่เวียนหัวนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไร”

อรพรรณแก้ตัวแทนเพื่อนสาวที่สติหลุดจนไม่สนรอบข้างแล้ว ทั้งตอนนี้กลุ่มการสนทนาในแอปพลิเคชั่นก็ยังคงเงียบ เพราะขาเมาท์อย่างพัฒน์ธิดาไม่มีอารมณ์จะตอบ

“คุณแพมเวียนหัวเหรอคะ จะแวะพักก่อนไหมคะ หรือจะทานยา ดิฉันพกยามาด้วยค่ะ” บุษบงที่นั่งทางด้านหน้าได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของเด็ก ๆ หันมาถาม

พัฒน์ธิดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอมองทุกคนที่เป็นห่วงด้วยความมึนงง แต่ก็พอยังมีสติตอบ “แพมไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่ง่วง ๆ เดี๋ยวหลับสักพัก…ก็คงหายแล้ว”

 

ทั้งที่เขาบอกว่าติดงานช่วงเช้า และจะเดินทางตามมาในช่วงบ่ายนั้น... โกหกชัดๆ มีเพียงแต่พ่อและแม่เลี้ยงบุญธรรมเขาเท่านั้นที่มาถึง คนที่คาดหวังการมาชี้แจงของชายหนุ่มจึงรู้สึกปลงตก เธอผิดหวังในการรอคอยเขา แม้จะรอจนกระทั่งค่ำมืด เธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา พัฒน์ธิดาจึงพยายามไม่คิดมาก ทำตัวเป็นปกติ และไม่ถามถึงชายหนุ่มจากผู้ใหญ่หรือแม้แต่ส่งข้อความไถ่ถาม แม้ว่าพ่อแม่บุญธรรมจะออกตัวแทนว่างานที่เขาไปร่วมด้วยเกิดชุลมุนกันนิดหน่อย กระนั้นพัฒน์ธิดาก็ไม่อาจปล่อยความกังวลได้

ยิ่งได้ฟังป้าและยายคอยตอกย้ำว่าชายหนุ่มเป็นคนผิดสัญญา เพราะแอบนัดสาวไว้ก็ยิ่งทำให้พัฒน์ธิดากลุ้มใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน

กระทั่งวันต่อมาที่พัฒน์ธิดาตั้งใจจะเดินป่า เธอออกมาพร้อมกับอรพรรณและธามไทเพื่อไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก

เธอโกหกกับบิดาว่านัดเจอเขาที่สวนด้านหน้าบ้าน ทั้งที่จริงเธอยังไม่ได้บอกเขาด้วยซ้ำว่าจะออกเดินทางเพราะเธอเจ็บมากจนไม่อยากคาดหวังอะไร ถ้าไปท้วงเขาตอนนี้ชายหนุ่มอาจจะโมโหและปฏิเสธที่จะร่วมด้วยซึ่งเธอคงรับไม่ได้ สู้เมินเฉยไปเลยดีกว่า

เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนชายหนุ่มมาถึงที่นี่ในช่วงกี่โมง แน่นอนว่าคู่หมั้นหนุ่มไม่ได้ส่งข้อความมาหรือแม้แต่จะโทร.หา เธอทราบจากจริญญาที่เป็นคนบอกเมื่อเช้าเพียงแค่ว่าเขามาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เธอแอบน้อยใจจนดึงดันที่จะไปผจญในป่าเพียงลำพังกับเพื่อนเพราะนึกอยากประชดเขา

แต่คนที่เธอหลีกหนีกลับมายืนอยู่ตรงหน้า!

“แพม…” ร่างสูงอยู่ในสภาพชุดพร้อมเดินป่าผละจากการคุยกับลุงเชิดทักทายเธอ เขาทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ก็แน่ละสิ เป็นเธอฝ่ายเดียวไม่ใช่เหรอที่รู้ว่าความผิดของเขาคืออะไร

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะ” ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเมินเขาเสียหน่อย แต่ปากกลับชิงถาม

“มาถึงนี่สี่ทุ่ม ว่าแต่พวกคุณทานข้าวกันมาแล้วใช่ไหม”

หนุ่มสาวต่างพยักหน้า ก่อนที่พัฒน์ธิดาจะเดินเข้าไปหาเขา “คุณไม่ต้องไปกับพวกเราหรอกค่ะ เดี๋ยวแพมไปกับเพื่อนเอง”

ภูพรพงษ์ขมวดคิ้วกับนัยน์ตาที่มองเขาเปลี่ยนไป แม้ว่าท่าทางของเธอจะดูเป็นปกติ แต่เขาก็พอมองออก

“ลืมไปแล้วเหรอว่าผมรับปากลุงตรัยไว้แล้วว่าจะดูแลคุณ ถ้าผมไม่เข้าป่า คุณก็คงจะเข้าไปไม่ได้”

โดนอาจารย์หนุ่มท้วงเข้า คุณหนูสาวก็คร้านจะต่อต้าน แต่ตัวเองรู้ดีว่า

ลึก ๆ แล้วเธอดีใจมากแค่ไหน

เธออยากให้เขาร่วมเดินทางด้วย และบอกถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมาถึงที่นี่ดึกกว่าที่บอกไว้ ทั้งยังเรื่องที่ไปทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้หญิงที่เธอเคยเจอ…

เพราะรู้ดีว่าตัวเองชอบเขา พัฒน์ธิดาจึงไม่อาจเมินเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น