Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

เจ้าสัวตรัยและพัฒน์ธิดาเดินทางมาถึงบ้านหลังหนึ่งซึ่งในย่านชานเมือง ตัวบ้านมีขนาดกลางที่ค่อนไปทางใหญ่ ภายนอกรอบ ๆ ตกแต่งด้วยพรรณไม้นานาชนิดที่ได้รับการดูแลและตัดแต่งอย่างดีจนทำให้บ้านดูสวยงามและร่มรื่นเสียจนนึกว่าสถานที่นี้ตั้งอยู่ต่างจังหวัด

สาวน้อยซึ่งเดินตามหลังบิดายกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสองที่ออกมารอต้อนรับหน้าบ้าน พวกเขาคือคู่สามีภรรยาซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเธอ แม้จะครองคู่กันมานาน แต่จนป่านนี้ทั้งสองก็ยังไม่มีลูกร่วมกัน มีเพียงแต่ลูกของฝ่ายหญิงที่มีมาก่อนจะแต่งงานกับคริสโตเฟอร์ ซึ่งผู้เป็นสามีก็ไม่ได้รังเกียจ ทั้งยังรับลูกของเธอเป็นบุตรบุญธรรมและเลี้ยงดูอย่างดีไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ

ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงาน จริญญาเคยเป็นเพื่อนกับพ่อของเธอมาก่อน ซึ่งตอนนั้นหล่อนทำหน้าที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรับลูกน้องสาวซึ่งไม่พร้อมจะเลี้ยงเพราะด้วยสภาพจิตใจย่ำแย่จากสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทั้งที่เธอเพิ่งคลอด ซึ่งไม่นานน้องสาวของเธอก็ตรอมใจจากไป จริญญาจึงรับเด็กคนนั้นไว้เป็นบุตรโดยที่ตอนนั้นหล่อนก็ไม่ได้มั่งมีมากนัก พ่อและแม่ของเธอซึ่งเป็นเพื่อนกับหล่อนจึงให้ความช่วยเหลือมาตลอด จนวันหนึ่งคริสโตเฟอร์ ทายาทลูกครึ่งของมณิศรินทรซึ่งทำธุรกิจใหญ่ด้านการเงินและเป็นเพื่อนร่วมลงทุนของบิดาได้พบรักกับจริญญาในงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้าสาขาภูเก็ต คบกันได้ไม่นานทั้งสองก็ตกลงแต่งงานกัน

แม้จะเคยพบกับพวกเขาอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ได้มีโอกาสพบหน้าลูกชายของทั้งคู่ซึ่งบิดามักชมให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ

“ไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ตาแม็กซ์ก็เลยขึ้นไปอาบน้ำก่อน ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนซึ่งดูใจดีเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอก ต้องเป็นทางฉันเองมากกว่าที่มารบกวนพวกเธอ” เจ้าสัวตรัยพูดราวกับติดหนี้บุญคุณพวกเขา

“สมัยก่อนตรัยก็เคยช่วยฉันกับคริสไว้มาก อย่ารู้สึกว่ามันเป็นการรบกวนเลยนะ” เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ธุรกิจเกือบล้มก็ได้เจ้าสัวตรัยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ทั้งยังหาที่ปรึกษาให้จนพยุงผ่านวิกฤตและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาต่อมา

“แต่เรื่องนี้นายแน่ใจแล้วนะว่าเด็กทั้งสองเขาจะโอเค” ชายวัยกลางคนซึ่งมีประกายตาสีฟ้าถามเพื่อนของเขาพลางหันมาทางเธอ

สาวน้อยจึงได้แต่งุนงงว่าพวกเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่เธอไม่มีโอกาสได้ถามเมื่อทั้งสองพาเธอและพ่อมาที่ห้องรับประทานอาหารซึ่งตกแต่งเป็นโทนสีน้ำตาล ผนังเป็นอิฐมอญเคลือบเงา มีไม้ประดับสีสวยตกแต่งระหว่างทางเดิน

เมื่อถึงที่หมายอาหารบนโต๊ะก็ถูกทยอยยกออกมาและถูกจัดเรียงอย่างสวยงามซึ่งแต่ละอย่างน่ารับประทานและที่สำคัญล้วนเป็นของโปรดของเธอ

ทั้งข้าวคลุกน้ำพริกห่อไข่ ต้มยำไข่เจียวโป๊ะแตก กุ้งอบวุ้นเส้น และยังอีกมากมายที่รู้สึกว่ารับประทานกันห้าคนก็คงไม่หมด

“พอดีป้ารู้มาว่าหนูชอบเหมือนตาแม็กซ์ป้าก็เลยเตรียมไว้ไม่กี่เมนูแต่ป้าให้ทำเพิ่มขึ้นมาเยอะหน่อย หวังว่าหนูแพมจะชอบนะจ๊ะ” เจ้าบ้านพูดอย่างกริ่งเกรง

“ไม่หรอกค่ะ แค่นี้ก็มากแล้ว แพมเป็นคนทานไม่เยอะค่ะ” เธอเป็นคนรับประทานแค่พออิ่ม เพราะเคยมีประสบการณ์เผลอกินจุจนอืดท้องและถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลอย่างน่าอับอายเมื่อตอนสิบขวบ

“ต่างจากตาแม็กซ์นะ รายนั้นกินจุ แต่ระบบเผาผลาญดี อีกอย่างเขาชอบออกกำลังกายบ่อย ๆ เลยไม่ค่อยอ้วน อ้าว ว่าแล้วก็มาพอดีเลย” จริญญาผินหน้าไปหาลูกชายบุญธรรม ซึ่งทำเอาคู่สนทนาต้องหันตามไปด้วย

แต่ภายในพริบตาเดียวพัฒน์ธิดาก็แทบใจคว่ำเมื่อเห็นร่างสูงตรงหน้าในชุดเสื้อยืดสีขาวคู่กับกางเกงผ้าขาจั๊มป์สีเทากำลังเดินมาที่โต๊ะ

อาจารย์พูห์!

“อาจารย์...” หญิงสาวครางเสียงแผ่ว ไม่ต่างจากอีกฝ่ายที่ชะงักและเบิกตากว้างเมื่อเห็นเธอ ผมที่ยังคงเปียกหมาดซึ่งเสยไปด้านหลังเมื่อครู่ตกลงมาที่หน้าผากหากแต่เจ้าตัวเหมือนจะไม่สนใจ เพราะคงกำลังมึนงงที่จู่ ๆ ลูกศิษย์ก็มาปรากฏตัวถึงในบ้าน!

“หนูแพมได้เรียนกับตาแม็กซ์แล้วเหรอจ๊ะ ดีจังเลย ป้าก็นึกว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เจอกันที่มหาวิทยาลัยแล้ว” จริญญาถามท่ามกลางความสงสัยของคนในห้อง

“นั่นสิ พอถามว่ารู้จักอาจารย์ที่ชื่อภูพรพงษ์ไหม พอมแพมก็เอาแต่บอกว่าไม่รู้จักอยู่ท่าเดียว จนฉันมั่นใจแล้วว่าพวกแกคงไม่ได้เจอกัน แต่พอมาได้เห็นอย่างนี้แล้วก็ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย” เจ้าสัวบอกพลางมองลูกสาวที่กำลังทำหน้าตาตื่น

“แต่หนูเพิ่งจะเรียนวิชาของอาจารย์เป็นครั้งแรกนะคะ...” แล้วก็ตั้งใจจะดรอปภายในอาทิตย์นี้ด้วย ที่บอกเพื่อนไปก็แค่พูดส่ง ๆ

พัฒน์ธิดาเหลือบมองคนที่ทำเธอเกร็งตั้งแต่ในห้องเรียน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเขาเดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ แล้วนั่งลงด้วยระยะที่ห่างเพียงแค่สองคืบ

“ครับ ผมก็พอจำเธอได้ราง ๆ น่าจะเป็นเด็กที่เรียนช่วงบ่ายของวันนี้”

คำว่า ‘ราง ๆ’ ทำให้คนที่รู้สึกเขินแปรเปลี่ยนเป็นเคือง ความแค้นใจที่ทำไว้กับเธอในช่วงบ่ายพุ่งพรวดออกมา เขาทำให้เธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ขายหน้าซึ่งเธอสามารถจดจำได้ทุกฉากทุกวินาที

บทสนทนายังคงมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ ถึงชีวิตและความเป็นอยู่ ธุรกิจ จนวกมาถึงหน้าที่การงานของชายหนุ่มซึ่งมารดาของเขาอวดกิตติศัพท์ให้เธอฟังตั้งมากมาย อย่างเช่นว่าเขาเคยได้ทุนเล่าเรียนหลวงตั้งแต่มัธยมปลายก่อนจะเดินทางไปต่อปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทั้งยังต่อระดับปริญญาโทและเอกในวิชาเดียวกัน นอกจากผลการศึกษาของเขาจะอยู่ในระดับเอบวก ๆ แล้วเขาก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงห้างสรรพสินค้าในเครืออดุลยศักดิ์ด้วย

เจ้าของประวัติอันทรงเกียรติทำเพียงยิ้มบาง ๆ ดูรู้สึกอายมากกว่าภูมิใจขณะที่แม่ของเขาเล่า แต่หากชายหนุ่มไม่ได้คิดถ่อมตัวขัดผู้มีพระคุณแต่อย่างใด ลูกศิษย์ที่ได้ฟังจึงแอบหมั่นไส้ทั้งที่ความรู้สึกหนึ่งกลับแฝงด้วยความทึ่งและภาคภูมิใจตามไปด้วย

ระหว่างนั้นจริญญาพยายามยุให้ลูกชายของหล่อนตักอาหารให้แขกสาว ขณะที่เจ้าสัวตรัยบอกให้เธอตักอาหารคืนให้เขาด้วยเช่นเดียวกัน พัฒน์ธิดาถึงกับมองหน้าบิดาตาปริบ ๆ หากแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มและพยักพเยิดทางสายตาเป็นการย้ำให้เธอทำตาม ครั้นจะขัดและออกปากว่ามาว่าไม่เหมาะสม แต่คนอายุน้อยที่สุดก็กลัวจะเสียมารยาทจึงได้แต่ทำตามผู้ใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้

แม้จะรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลก ๆ แต่สาวน้อยก็พยายามไม่คิดมากตอนนี้แค่เธอมีสติและพยายามควบคุมไม่ให้มือไม้อ่อนแรงขณะตักอาหารให้อาจารย์หนุ่มกลับก็นับว่าเก่งแล้ว!

“เห็นพวกเขานั่งข้างกัน ก็อดตื้นตันไมได้ ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันมาก...นี่ฉันได้ฤกษ์หมั้นแล้วนะคะ หมอดูท่านบอกว่าเดือนหน้าวันที่ยี่สิบสองกำลังดี” พอของหวานมาเสิร์ฟจริญญาจึงได้เอ่ยปากถามเจ้าสัวทำเอาพัฒน์ธิดาที่นั่งทื่อเริ่มตาสว่าง!

“ทางฉันจะรับเป็นเจ้าภาพให้เอง เพราะถือว่าเป็นฝ่ายติดหนี้บุญคุณทางนี้” เจ้าสัวตรัยตอบโดยมองข้ามสายตาของลูกสาวที่กำลังมึนงง

“อย่าพูดอย่างนี้สิ มองอีกมุมหนึ่งต้องถือว่าเราเป็นกามเทพให้พวกเขาทั้งคู่ได้รักกันต่างหาก” คริสโตเฟอร์ที่เห็นว่าพัฒน์ธิดาและบุตรชายบุญธรรมเหมาะสมกันก็เริ่มจะเห็นด้วยกับภรรยาและเพื่อน

“...งานหมั้น งานหมั้นอะไรกันคะ” คนที่ไม่รู้เรื่องในกลุ่มกล้าเสียมารยาทถาม

“ก็งานหมั้นของหนูแพมกับตาแม็กซ์ไงจ๊ะ” ผู้ใหญ่เฉลยอย่างเอื้อเอ็นดู แต่สำหรับพัฒน์ธิดา เธอรู้สึกเหมือนเมฆหมอกสีดำครึ้มกำลังเคลื่อนเข้ามาอยู่เหนือศีรษะ

“จริงเหรอป๊า...” สาวน้อยรอคำตอบจากผู้ให้กำเนิดขณะที่ภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เธอหลงเข้าใจผิดไปเอง

“ใช่ ป๊าจะให้แพมหมั้นกับแม็กซ์” คำยืนยันจากบิดาทำเอาสาวน้อยไปไม่ถูก เธอรีบหันไปหาอาจารย์หนุ่มที่คิดว่าเขาไม่มีทางจะเห็นด้วย แต่อดข้องใจไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดขณะที่ผู้ใหญ่พูด เขาก็เอาแต่เงียบไม่ได้เอ่ยปากคัดค้านเลยสักนิด

“อาจารย์คะ อาจารย์บอกไปสิคะว่าเป็นไปไม่ได้ เราสองคนจะหมั้นกันได้ยังไง” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พัฒน์ธิดาหลงลืมและเมินต่อความหล่อที่เธอมักพ่ายแพ้อาจารย์หนุ่มทันที

“…” กระนั้นภูพรพงษ์กลับยังเงียบ ไม่ยอมตอบใด ๆ

พัฒน์ธิดาขมวดคิ้วด้วยความโมโห ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวด้วยอารมณ์หลากหลาย ซ้ำบิดายังทำเหมือนกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ขณะที่จริญญาและคริสโตเฟอร์พอเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ แต่กับภูพรพงษ์เธออ่านท่าทีของเขาไม่ออกจริง ๆ

สาวน้อยเชื่อว่าทุกคนกำลังเล่นตลกแน่ เธอจึงลุกขึ้นโดยไม่นึกถึงมารยาทและถือโอกาสยกมือไหว้เป็นเชิงลาก่อนจะออกไป

 

“แพม รอป๊าก่อน!” บิดาเดินตามมารั้งแขนลูกสาวไว้ที่ชานหน้าบ้านได้ทัน

“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ทำไมจู่ ๆ ป๊าก็เอาแพมมาประเคนให้คนอื่นอย่างนี้” คนเป็นลูกอดน้ำตาคลอไม่ได้ เธอนึกน้อยใจกับการกระทำของบิดา

“ทุกอย่างมันมีเหตุผลนะแพม แต่ขอให้รู้ไว้ว่าทุกอย่างที่ทำ ป๊ารักลูกเสมอ”

พัฒน์ธิดาส่ายหน้าไม่เข้าใจคำพูดของบิดาที่ยกมา เพราะมันไม่สามารถจับต้องเป็นรูปธรรมให้เธอเห็นได้

“ไม่ค่ะ จะไม่มีงานหมั้นหรืองานแต่งระหว่างแพมกับอาจารย์ทั้งนั้น”

“ไม่ แพมต้องหมั้น ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไป”

พัฒน์ธิดาส่ายหน้าไม่สนใจ ตอนนี้หัวของเธอร้อนไปหมด 

“ป๊าก็รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนแพม แล้วป๊ายังจะให้ลูกศิษย์ไปหมั้นกับอาจารย์ได้อีกเหรอ ป๊าไม่อายคนอื่นเขารึไง”

เจ้าสัวตรัยส่ายหน้าแล้วมองลูกสาวที่รักประหนึ่งดวงใจอย่างเศร้าสร้อย ตั้งแต่ภรรยาเสียไป เขาก็รักและเลี้ยงอย่างทะนุถนอมอย่างดี 

“ไม่ ป๊าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”

“...ป๊าหมายความว่ายังไง”

“ป๊าเป็นมะเร็งลำไส้”

“…”

“ระยะที่สี่แล้วด้วย หมอยืนยันไม่ได้ว่าป๊าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไร”





แจ้งค่ะ ตอนพิเศษนอกเล่มมีให้อ่านใน MEB แล้วนะคะ ตามลิงค์ด้านล่างเลย

V

V

V

ตอนพิเศษนอกเล่ม Whisper Softly ให้รักโยงใจเราไว้ด้วยกัน


PS.หนังสือยังมีอยู่นะคะสนใจสั่งได้ที่เพจ : ฟ้าน้ำค้าง ค่ะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1069 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:09
    ความจริงควรลอกแพมก่อน ไม่ใช่มัดมือชก
    #1069
    0
  2. #55 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:21
    รอต่อนะคะไรท์
    #55
    1
  3. #42 Kefkef (@554433221515) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:42
    พาไปดูตัวแน่เลย
    #42
    0